01.06.22       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆที่แสนหวาน อยู่อย่างไม่ว่างเว้นเสมอในงานรับใช้ของพระเจ้า แล้วความรักของลูกต่อพ่อจะเพิ่มพูนขึ้นและปรอทของความสุขของลูกจะคงสูงอยู่เสมอ

คำถาม:
อะไรคือความสุขในหัวใจของลูกๆ ผู้ที่มีประสบการณ์ไปอยู่เหนือทุกสิ่งด้วยการได้รับดิสตรีของบาบา?

คำตอบ:
พวกเขามีประสบการณ์แห่งความสุขในอาณาจักรแห่งสวรรค์ในหัวใจ, เพราะทันทีที่ดวงวิญญาณได้รับการเหลือบมองครั้งหนึ่งจากพระเจ้า, เขาก็ประกาศสิทธิ์ต่อมรดก พ่อมีทุกสิ่งอยู่ในตัวท่าน

คำถาม:
เหตุใดพ่อจึงให้ประเด็นที่ต่างกันไปสำหรับลูกๆ ในวิธีที่หลากหลายทุกวัน?

คำตอบ:
เพื่อที่จะเติมเต็มความปรารถนาของหลายต่อหลายชาติเกิดของลูกๆ ลูกๆ รับฟังประเด็นใหม่ๆ จากพ่อ, และดังนั้นความรักของพวกเขาต่อพ่อจึงเพิ่มขึ้น

เพลง:
ลูกได้ใช้เวลากลางคืนในการหลับนอน และกลางวันในการรับประทาน

โอมชานติ
ลูกๆ กำลังนั่งขณะที่สายตาของลูกอยู่ที่บาบา พ่อกำลังมองดูลูกๆดวงวิญญาณและร่างกายของลูก ลูกๆ ก็มองเห็นท่านเช่นกัน มีความสุขสันต์ที่ยิ่งใหญ่กว่าในการมองดูบาบาหรือในการรับฟังท่าน? ลูกได้ยินความรู้มามากมาย ลูกเคยได้ยินความรู้ที่ไม่มีขีดจำกัด ลูกคือผู้ทำบัคตีอันดับหนึ่ง ลูกได้ทำบัคตีมากที่สุด ลูกได้ศึกษาพระเวท, คัมภีร์ต่างๆ, กรันท์, กีตะและมนตราไกยาตรี (วลีศักดิ์สิทธิ์) ลูกได้ทำการทรมานตน, ทาปาเซีย, ทุกสิ่ง ลูกได้ยินมามากมาย พ่อบอกลูกตั้งแต่เมื่อลูกได้เริ่มรับฟังสิ่งเหล่านั้น ลูกได้ยินมามากมายตั้งแต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นถูกบันทึกขึ้น อย่างไรก็ตามเป็นเพียงเวลานี้เท่านั้นที่การพบปะกับพ่อทางดวงตาได้เกิดขึ้น ลูกไปอยู่เหนือทุกสิ่งด้วยการเหลือบมอง มีวลีที่ว่า: พระผู้เป็นเจ้า, สัทกูรู, ได้นำดวงวิญญาณไปอยู่เหนือทุกสิ่งเพียงด้วยการเหลือบมอง บาบาคือสัทกูรูและเป็นพระผู้เป็นเจ้าของเจ้าสาวด้วยเช่นกัน เรากำลังนั่งอยู่ในสายตาของท่าน เป็นไปด้วยจากสายตาของเราที่เรารู้จักพ่อและเข้าใจว่าเรากลายเป็นนายของโลกผ่านท่านอย่างไร หัวใจมีความสุขจากการได้เห็นพ่อ, เพราะดวงวิญญาณได้รับทุกสิ่งจากท่าน ท่านมีทุกสิ่งรวมกันอยู่ในตัวท่าน เวลานี้ลูกๆได้พบกับพ่อแล้ว ลูกกำลังนั่งอยู่ในสายตาของท่าน และดังนั้นแน่นอนที่ลูกๆ จะซาบซึ้งเกี่ยวกับอาณาจักรแห่งสวรรค์ ก่อนอื่นใดมีความซาบซึ้งของการเป็นของพ่อ และแล้วมีความซาบซึ้งของมรดกเบต้า นั่นคืออาณาจักร เราเข้าใจว่าเรากำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าพ่อและเข้าใจว่าสำนึกที่เป็นร่างกำลังถูกขจัดออกไป เราดวงวิญญาณได้ไปรอบวงจรการเล่นบทบาทของเราด้วยร่างกายนี้ เวลานี้พ่อของเรากำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าเรา มีความสุขของการได้รับมรดกจากพ่อ เมื่อเด็กโตขึ้น, เขาก็จะสำนึกรู้ว่าเขาเป็นลูกของนักกฎหมาย, วิศวกรหรือจักรพรรดิและเขาเป็นนายของอาณาจักรนั้น ที่นี่ลูกเข้าใจว่าลูกกำลังได้รับมรดกแห่งสวรรค์ของลูกจากพ่อ ลูกควรจะมีประสบการณ์ของความสุขที่ถาวรด้วยการมองเห็นพ่อ นี้เรียกว่าเป็นการสนทนาจากใจถึงใจ พ่อสูงสุดของทั้งหมดนั่งที่นี่และพูดกับดวงวิญญาณ ดวงวิญญาณรับฟังผ่านร่างกายนี้ สิ่งนี้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่พ่อผู้ที่ลูกเคยจดจำท่านมาได้มาและให้มรดกของลูกแก่ลูกเป็นเวลา 21 ชาติเกิด ด้วยการพบปะของดวงตาที่เกิดขึ้น ลูกๆ ควรจดจำสิ่งนี้ ลูกๆบางคนลืมสิ่งนี้ ลูกไม่ควรลืมสิ่งนี้ ด้วยการอยู่เบื้องหน้าดวงตาของบาบา ลูกเข้าใจว่าลูกกำลังนั่งอยู่กับบาบา ด้วยการเห็นบาบา, ปรอทของความสุขของลูกก็สูงขึ้น พ่อนั่งที่นี่และอธิบายประเด็นใหม่ๆ เพื่อที่ลูกๆ จะพัฒนาความรักที่สมบูรณ์ต่อพ่อ และแล้วลูกๆ ดวงวิญญาณก็สามารถเติมเต็มความปรารถนาของหัวใจ เพราะลูกได้อยู่อย่างแยกห่างไป ลูกได้มีประสบการณ์ของความทุกข์ที่หลากหลาย เวลานี้ลูกกำลังนั่งที่นี่เป็นการส่วนตัว ลูกควรจะมีความสุขจากการได้เห็นท่าน ลูกมีความสุขที่ได้อยู่เบื้องหน้าบาบา หรือลูกมีความสุขเช่นกันเมื่อลูกอยู่ไกลจากท่าน? เหตุผลก็พูดว่า, เป็นเพราะใครบางคนได้ยินสิ่งต่างๆมากมายภายนอก สติปัญญาก็ถูกดึงไปสู่ทิศทางอื่นๆ ลูกๆ ผู้ที่กำลังอยู่ในมธุบันกำลังฟังบาบาเป็นส่วนตัว บาบาดึงดูดดวงวิญญาณด้วยความรักของท่าน บาบาของลูกนั้นน่ารักและอ่อนหวานอย่างยิ่ง! ท่านกำลังทำให้ลูกมีค่าควรแก่การไปสู่สวรรค์ ลูกๆ เคยเป็นนายแห่งสวรรค์ เวลานี้ตามละคร, ลูกได้สูญสิ้นทุกสิ่ง การสูญเสียอาณาจักรและการประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรกลับคืนอีกครั้งไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงลูกเท่านั้นเข้าใจเรื่องนี้ มีดวงวิญญาณนับล้านในโลก แต่มีเพียงไม่กี่ดวงวิญญาณเท่านั้นจากหลายล้านที่ตระหนักรู้จักพ่ออย่างที่พ่อเป็น, ในสิ่งที่พ่อเป็น และในสิ่งที่ได้รับมาจากพ่อ ถึงแม้ว่าบางคนเข้าใจทั้งหมดนี้ ความมหัศจรรย์นี้คือ มายาทำให้พวกเขาลืม ไม่ใช่ว่ามายาไม่ได้ทำให้ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าบาบาเป็นการส่วนตัวลืมบาบา มายาแม้กระทั่งทำให้ผู้ที่อยู่ที่นี่เป็นการส่วนตัวเองก็ลืม ควรจะมีความรักที่เต็มเปี่ยมต่อชีพบาบา ความรักของลูกจะสามารถเพิ่มพูนขึ้นได้อย่างไร เพื่อที่ลูกจะประกาศสิทธิ์ในมรดกที่สูงส่งที่สุดจากบาบา? พ่อพูดว่า: ทำงานรับใช้ของพระเจ้า! พ่อก็รับใช้ลูกๆ ด้วยเช่นกัน ลูกๆ เข้าใจว่าบาบาได้มาจากดินแดนไกลโพ้น ลูกๆ ผู้มีศรัทธาในสติปัญญาไม่ควรจะขึ้นลงหรือสับสนเลย, แต่มายาก็เต็มไปด้วยพลังอย่างยิ่ง บาบากำลังตกแต่งประดับประดาลูก ท่านกำลังเปลี่ยนลูกจากมนุษย์ไปเป็นเทพ นี่คือโรงเรียนที่ลูกกำลังจะกลายเป็นเทพ นี่คือความพยายามที่ลูกทำเพื่อที่จะกลายเป็นนายของโลกที่บริสุทธิ์ บาบาเพียงแต่พูดว่า: จดจำพ่อ! เมื่อผู้คนกำลังจะตาย, เขาก็ได้รับการบอกให้จดจำราม (พระเจ้า) อย่างไรก็ตามผู้คนไม่รู้จักราม, และดังนั้นจึงไม่มีคุณประโยชน์ใดการจดจำระลึกถึงสิ่งนั้น ลูกมีการตระหนักรู้จักพ่อที่สมบูรณ์ ลูกมาที่นี่เพื่อมาหาชีพบาบา ท่านเป็นผู้สร้างผู้ไม่มีตัวตน, ท่านสร้างอย่างไร? ประชาบิดาบราห์มาก็เรียกได้ว่าเป็นผู้สร้างด้วยเช่นกัน โลกมนุษย์ถูกสร้างขึ้นผ่านบราห์มา เหตุนี้เองท่านจึงได้ชื่อว่าบราห์มา, พ่อของปวงประชา ลูกๆ ดวงวิญญาณได้กลายเป็นบราห์มินและลูกดวงวิญญาณก็เข้าใจอย่างกระจ่างว่าลูกคือหลานของชีพบาบาและได้กลายเป็นลูกๆของบราห์มา ลูกต้องการที่จะให้บาปของลูกปลดเปลื้องไป และได้รับการร้อยเข้าไปอย่างใกล้ชิดมากในลูกประคำแห่งชัยชนะ ดังนั้นลูกต้องจดจำบาบาอย่างมาก ลูกเป็นคาร์มาโยคีด้วยเช่นกัน ให้ดูแลบ้านของลูกและอยู่อย่างบริสุทธิ์เหมือนดอกบัว ตัวอย่างนี้ไม่ได้ใช้กับซานยาสซี พวกเขาไม่สามารถอยู่กับครอบครัวและกลับมาบริสุทธิ์เหมือนกับดอกบัวได้ หรือพวกเขาก็ไม่สามารถบอกสิ่งนี้แก่ผู้อื่น เพราะผู้คนทำให้ผู้อื่นเป็นเช่นเดียวกันกับตัวเอง ซานยาสซีไม่สามารถพูดว่า: จงกลับมาบริสุทธิ์เหมือนกับดอกบัว พวกเขาไม่สามารถแม้กระทั่งจะบอกให้ผู้คนจดจำธาตุบราห์ม แม้แต่สิ่งนั้นก็เป็นไปไม่ได้ ผู้คนจะตอบว่า: ท่านได้ทิ้งบ้านของท่านมาแล้ว แต่เราจะสามารถทำได้อย่างไร? ท่านไม่สามารถจะอยู่ในครอบครัว ดังนั้นท่านจะสามารถบอกผู้อื่นให้ทำเช่นนั้นได้อย่างไร? พวกเขาไม่สามารถให้คำสอนของราชาโยคะได้ เวลานี้ลูกได้เข้าใจนัยสำคัญของศาสนาทั้งหมด ทุกศาสนาต้องมาในเวลาของตนเอง ยุคทองต้องมาหลังจากยุคเหล็ก ศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปเป็นที่ต้องการสำหรับยุคทอง ไม่มีศาสนาอื่นใดสามารถทำให้มนุษย์กลายเป็นเทพได้ พวกเขาต้องไปสู่ดินแดนของการหลุดพ้น มีความสุขในสวรรค์ เมื่อเราเป็นเทพ, ผู้คนของศาสนาอื่นก็เข้าไปสู่การหลุดพ้น อย่างไรก็ตามจนกว่าเราจะไปสู่ดินแดนของการหลุดพ้นในชีวิต, สวรรค์, ไม่มีใครสามารถไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้นได้ สวรรค์และนรกไม่สามารถคงอยู่ในเวลาเดียวกันได้ เมื่อเราได้ประกาศสิทธิ์ในมรดกของการหลุดพ้นในชีวิตแล้ว ก็ไม่ควรมีใครถูกทิ้งไว้ในชีวิตของบ่วงพันธะ ลูกเข้าใจว่าในเวลานี้เป็นการบรรจบกัน เพียงลูกเท่านั้นที่พบปะกับบาบาในการบรรจบกันของวงจร ผู้อื่นไม่สามารถพบท่าน ผู้อื่นคิดว่านี้คือยุคเหล็กแต่เราไม่ได้อยู่ในยุคเหล็กอีกต่อไป เรากำลังประกาศสิทธิ์ในมรดกแห่งสวรรค์ของเราจากบาบา เราได้ตายขณะมีชีวิตเพื่อเป็นของบาบา ผู้ที่ถูกนำมาเลี้ยงดูก็มาเพื่อที่จะรู้จักโลกทั้งสอง พวกเขาได้รับการบอกว่า: ท่านได้เป็นของโลกนั้นและเวลานี้ท่านเป็นของโลกนี้ พวกเขารู้จักเพื่อนฝูงญาติมิตรของทั้งสองด้าน ลูกๆ รู้ว่าลูกได้ยกสมอเรือของลูกขึ้นมาแล้วได้และได้ออกห่างไปจากที่นั่นแล้ว เวลานี้เรากำลังออกเดินทาง เราไม่มีสายใยใดกับโลกนี้ พระเจ้ากำลังพูดกับลูกๆ ของท่าน นั่นคือพ่อสูงสุด, ดวงวิญญาณสูงสุด, กำลังพูดกับลูกๆ ซาลิแกรม มีคำกล่าวว่าพระเจ้าต้องมา, แต่พวกเขาไม่รู้จักท่าน เป็นเพราะพวกเขาไม่รู้จักพ่อ, พวกเขาจึงสับสน ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่ง่ายดายเช่นนั้น แต่กระนั้นพวกเขาก็เฝ้าแต่จดจำพระเจ้า ลูกเข้าใจว่าดวงวิญญาณได้นำร่างกายมาใช้เพื่อเล่นบทบาท ลูกได้มาจากอาณาเขตสูงสุดที่ซึ่งพ่อสูงสุด, ดวงวิญญาณสูงสุด อาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน มนุษย์ไม่ได้รู้เกี่ยวกับดวงวิญญาณและพวกเขาไม่รู้เกี่ยวกับดวงวิญญาณสูงสุด ไม่มีใครรู้ว่าพระเจ้าจะมาเพื่อพบปะกับลูกๆ อย่างไรและท่านจะทำอะไร ทุกสิ่งในกีตะได้มีการเขียนไว้อย่างผิดๆ พวกเขาได้เปลี่ยนชื่อ พ่อถามว่า: รู้จักพ่อหรือไม่? กฤษณะจะไม่ถามว่า: รู้จักฉันไหม? ทั้งโลกรู้จักเขา, แต่เขาไม่สามารถให้ความรู้ ดังนั้นแน่นอนที่ลูกต้องอธิบายว่าพระเจ้าได้เปลี่ยนรูปของท่าน แต่ท่านไม่ได้กลายเป็นศรีกฤษณะ ท่านเข้ามาในร่างของมนุษย์ ท่านไม่ได้เข้ามาในร่างของกฤษณะ ผู้นี้คือบราห์มา มีดวงวิญญาณกฤษณะในตัวเขา พวกเขาได้ทำความผิดในประเด็นเล็กๆ นี่คือชาติเกิดที่ 84 ของดวงวิญญาณกฤษณะ และแล้วเขาได้กลายเป็นกฤษณะในตอนเริ่มต้น เขากำลังทำความพยายามในชาติเกิดสุดท้ายเพื่อประกาศสิทธิ์ในสถานะภาพของกฤษณะ นี่คือประเด็นที่แฝงตัวอย่างยิ่ง พวกเขาได้ลืมสิ่งเล็กๆนี้ไป นี่คือสิ่งที่ลื่นหลุดไปง่ายอย่างยิ่งที่จะเข้าใจ ลูกเข้าใจว่าลูกเป็นของสกุลของกฤษณะ เวลานี้ลูกกำลังประกาศสิทธิ์ในโชคของอาณาจักรของลูกจากชีพบาบาอีกครั้ง กฤษณะไม่ได้อยู่ในสติปัญญาของลูก ผู้คนพูดว่า: พระเจ้ากฤษณะพูด นั้นไม่ได้พิสูจน์สิ่งใด ได้มีการแสดงไว้ในกีตะว่าเพียงพันดาบทั้ง 5 เท่านั้นที่หลงเหลืออยู่ พวกเขาได้ให้หลายแสนปีแก่วงจร ผู้คนไม่ได้เข้าใจแม้กระทั่งสิ่งที่ง่ายดายเช่นนี้! ลูกเข้าใจเพียงจากสัญญาณว่าลูกได้เป็นของครอบครัวสุริยวงศ์ หลังจากที่ได้เป็นของสุริยวงศ์ ลูกก็ได้เป็นของราชวงศ์ศูทร และแล้วจากบราห์มินลูกได้กลายเป็นเทพ วรรณะเหล่านี้ต้องคงอยู่ในสติปัญญาของลูก พวกเขาแม้กระทั่งลดวรรณะลงไปครึ่งหนึ่ง: พวกเขาได้ลืมบราห์มิน, จุก และลืมชีพบาบาด้วยเช่นกัน พวกเขาได้แสดงให้เห็นเทพ, นักรบ, พ่อค้าและศูทร แต่บราห์มินก็เป็นที่ต้องการอย่างแน่นอน ลูกๆ ของบราห์มาไปที่ใด? สิ่งนี้ไม่อยู่ในสติปัญญาของใคร พ่ออธิบายแก่ลูกอย่างกระจ่าง ลูกต้องปลูกฝังสิ่งนี้อย่างดีในสติปัญญา ความรู้ที่อยู่ในสติปัญญาของพ่อควรจะอยู่ในลูกด้วยเช่นกัน พ่อทำให้ลูกดวงวิญญาณเป็นเช่นเดียวกับพ่อเอง ความรู้ของวงจรโลกที่อยู่ในพ่อนั้นก็ควรอยู่ในสติปัญญาของลูกด้วยเช่นกัน ลูกต้องรอบรู้ ควรจะมีโยคะกับบาบา และควรมีการไตร่ตรองความรู้ครั้งแล้วครั้งเล่า ลูกกำลังนั่งที่นี่อยู่เบื้องหน้าบาบา ลูกเข้าใจว่าบาบาอธิบายอย่างง่ายดายยิ่ง มีคำพูดว่า: ดวงวิญญาณและดวงวิญญาณสูงสุดได้แยกห่างจากกันเป็นเวลายาวนาน สัทกูรูในรูปของสื่อกลางมาสอนลูก สื่อกลางคือผู้ที่จัดการสัญญาของลูก พ่อมาและทำสัญญากับลูกด้วยผู้นี้ ลูกเข้าใจว่าผู้เป็นสื่อกลางไม่ควรเป็นที่จดจำ การหมั้นหมายของลูกกับชีพบาบาเกิดขึ้นผ่านสื่อกลาง ลูกทั้งหมด, ผู้ที่อยู่ในระหว่างกลางก็เป็นสื่อกลางด้วยเช่นกัน ลูกสามารถถามว่า: ท่านมีความสัมพันธ์อะไรกับพ่อสูงสุด, ดวงวิญญาณสูงสุด? ลูกได้สร้างวิธีการที่จะจัดการแต่งงานของดวงวิญญาณอื่นๆกับท่าน ลูกได้ให้ชื่อประชาบิดาบราห์มาด้วยเช่นกัน ลูกได้รับมรดกจากชีพบาบา ท่านคือผู้สร้างสวรรค์ ดวงวิญญาณที่อยู่ในร่างได้หมั้นกับดวงวิญญาณสูงสุด ลูกได้หมั้นหมายแล้ว ลูกเคยได้ประกาศสิทธิ์ในมรดกของลูกและลูกกำลังประกาศสิทธิ์นั้นอีกครั้ง ลูกเข้าใจว่านี้คือธุรกิจของลูกในการบรรจบกันวงจรแล้ววงจรเล่า ไม่มีใครอื่นสามารถหมั้นหมายดวงวิญญาณกับดวงวิญญาณสูงสุด ลูกหมั้นหมายพวกเขากับผู้เดียวผู้ที่ทำให้พวกเขากลายเป็นนายของโลก นี้คือการหมั้นหมายทางจิตที่สูงส่งที่สุด วงจรแล้ววงจรเล่าที่ลูกเรียนรู้วิธีการหมั้นหมายทางจิตระหว่างดวงวิญญาณให้กับบาบา สิ่งนั้นเกิดขึ้นเช่นนี้วงจรแล้ววงจรเล่า แน่นอนที่ลูกเปลี่ยนจากมนุษย์ไปเป็นเทพวงจรแล้ววงจรเล่า และแล้วลูกเหล่าเทพก็กลายเป็นมนุษย์อีกครั้ง มนุษย์ก็คือมนุษย์! อย่างไรก็ตามเหตุใดจึงได้มีการเขียนไว้ว่า นั้นไม่ได้ใช้เวลานานเลยที่พระเจ้าจะเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นเทพ? เพราะท่านก่อตั้งศาสนาเทพ ลูกเข้าใจว่าเป็นไปด้วยการหมั้นหมายนี้ที่เรากำลังกลายเป็นเทพจากมนุษย์ ทุกคนพูดว่า 3000 ปีก่อนพระคริสต์ บารัตเคยเป็นสวรรค์ แต่ไม่มีสิ่งเหล่านี้เข้าไปในสติปัญญาของพวกเขา เริ่มแรกบารัตเคยเป็นสวรรค์ แม้กระทั่งเวลานี้พวกเขาก็ได้สร้างวัดมากมาย เวลานี้เป็นสภาพของการตกต่ำสำหรับผู้อื่น, แต่สำหรับลูกเป็นสภาพของการไต่เต้า นั้นใช้เพียงหนึ่งวินาทีที่จะเข้าสู่สภาพของการไต่เต้า อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. อย่าได้อยู่อย่างสับสนเกี่ยวกับสิ่งใดๆ หรือปล่อยให้ศรัทธาของลูกขึ้นลง ขณะที่ดูแลบ้านของลูก ฯลฯ ให้อยู่อย่างเป็นคาร์มาโยคี ในการที่จะถูกร้อยอย่างใกล้ชิดในลูกประคำแห่งชัยชนะ ลูกต้องกลับมาบริสุทธิ์อย่างแน่นอน

2. ไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้เพื่อที่จะกลับมาฉลาด อยู่อย่างข้องแวะในงานรับใช้ของพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ ทำงานรับใช้ของการทำให้ผู้อื่นเป็นเช่นเดียวกับตัวลูกเอง

พร:
ขอให้ลูกเป็นผู้ที่อุทิศสำนึกรู้ที่มีขีดจำกัดของ "ของฉัน" ด้วยการตระหนักรู้ของคำว่า "บาบา" และด้วยเหตุนั้นกลายเป็นผู้ที่สละละทิ้งที่ไม่มีขีดจำกัด

ลูกๆบางคนพูดว่า "คุณธรรมนี้ของฉัน" "พลังของฉัน" นี้เป็นความผิด การพิจารณาของขวัญที่มาจากพระเจ้าเป็นของลูกคือบาปอันยิ่งใหญ่ บางคนพูดในลักษณะที่ธรรมดา : คุณธรรมของฉันหรือสติปัญญาของฉันไม่ได้ถูกใช้ อย่างไรก็ตามการพูดว่า "ของฉัน" คือการทำให้สิ่งนั้นสกปรกเป็นการหลอกลวงด้วยเช่นกัน ดังนั้นอุทิศสำนึกรู้ที่มีขีดจำกัดของ "ของฉัน" นี้และจดจำคำว่า "บาบา " อย่างสม่ำเสมอ และแล้วลูกจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นดวงวิญญาณที่สละละทิ้ง

คติพจน์:
อุทิศงานรับใช้ของลูกให้แก่พ่อและลูกจะเฝ้าแต่ได้รับผลและพลังของงานรับใช้