02.02.20    Avyakt Bapdada     Thai Murli     18.11.85     Om Shanti     Madhuban


คุณลักษณะของลูกที่มีโชคของพระเจ้า


บัพดาดากำลังมองดูเส้นโชคบนหน้าผากของลูกทั้งหมด มีเส้นโชคบนหน้าผากของลูกแต่ละคน แต่เส้นโชคของลูกบางคนก็ชัดเจน ในขณะที่เส้นของคนอื่นไม่ชัดเจนนับตั้งแต่เวลาที่ลูกได้เป็นของพระเจ้าผู้เป็นพ่อ พระเจ้าหมายถึงผู้ประทานโชค พระเจ้าหมายถึงผู้ประทาน เหตุนี้เองลูกจึงได้กลายเป็นลูกๆ แน่นอนว่าลูกทั้งหมดได้รับสิทธ์ที่จะประกาศสิทธิ์ในโชคของลูก นั่นคือมรดกของลูก อย่างไรก็ตามลูกตามลำดับกันไปในการใช้มรดกที่ลูกได้รับในชีวิตของลูก ... ใช้สิ่งนั้นเพื่องานรับใช้และทำให้โชคนั้นสูงส่งและชัดเจน สิ่งนี้เป็นเพราะยิ่งลูกใช้โชคเพื่อตัวลูกเองและเพื่องานรับใช้มากเท่าไหร่ โชคก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น นั่นคือเส้นโชคก็จะกลับมาชัดเจนมากขึ้น พ่อคือพ่อผู้เดียวกันและท่านให้สิ่งเดียวกันแก่ทุกคน พ่อไม่ได้แจกจ่ายโชคตามลำดับกันไป แต่ผู้ที่สร้างโชคของเขา นั่นคือผู้ที่จะกลายเป็นผู้ที่มีโชคนั้นกลับมาตามลำดับกันไป เนื่องจากพวกเขาได้มาซึ่งโชคที่ยิ่งใหญ่ตามลำดับกันไปตามความสามารถของพวกเขา เหตุนั้นเองเส้นของบางคนจึงชัดเจนและเส้นของบางคนไม่ชัดเจน ลูกๆ ผู้ที่มีเส้นที่ชัดเจนก็จะมีประสบการณ์ว่าตนมีโชคในทุกสิ่งที่เขาทำ พร้อมกับสิ่งนี้ผู้อื่นก็มีประสบการณ์กับโชคของพวกเขาจากใบหน้าและกิจกรรมของพวกเขาด้วยเช่นกัน คนอื่นที่เห็นลูกที่มีโชคเช่นนั้นก็คิดและพูดว่า: ดวงวิญญาณเหล่านี้มีโชคมาก - โชคของพวกเขานั้นสูงส่งเสมอ จงถามตนเองว่า: ฉันมีประสบการณ์ว่าฉันเป็นลูกของภควัน(พระเจ้า,ผู้สร้างโชค) นั่นคือ ภคยาวัน (มีโชค) ในทุกสิ่งที่ฉันทำหรือไม่? โชคคือมรดกของลูก เป็นไปไม่ได้ที่ลูกไม่ได้รับมรดกของลูก ลูกมีประการณ์ว่าโชคของลูกเป็นมรดกของลูกหรือไม่? หรือลูกต้องลำบากตรากตรำ? มรดกนั้นได้รับมาอย่างง่ายดาย ไม่ต้องทำงานหนักหรือลำบากตรากตรำอะไรเลย ในทางโลกเช่นกัน ลูกก็มีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติของพ่อของเขาและมรดกของเขาโดยอัตโนมัติ และเขาก็มีความซาบซึ้งนั้นที่เขาจะได้รับมรดกของพ่อของเขา ลูกมีความซาบซึ้งของโชคเช่นนั้นหรือไม่ หรือว่าความซาบซึ้งนั้นขึ้นแล้วก็ลงอีกครั้ง? ลูกมีมรดกที่ไม่สูญสลายและดังนั้นลูกควรจะมีความซาบซึ้งอย่างมากมาย! ไม่ใช่เพียงแค่ชาติเกิดเดียวแต่ลูกนั้นมีโชคในหลายๆชาติเกิดอย่างเป็นสิทธิ์โดยกำเนิดของลูก ลูกพูดถึงสิ่งนี้ด้วยประกายที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น ให้ผู้อื่นสามารถมองเห็นประกายของโชคที่มองเห็นได้ของลูกอยู่เสมอ ลูกมีทั้งประกายและความซาบซึ้งทางจิตหรือไม่? สิ่งนี้หลอมรวมหรือปรากฏออกมา? สิ่งชี้บอกของดวงวิญญาณที่มีโชคคือดวงวิญญาณที่มีโชคนั้นจะได้รับการหล่อเลี้ยงในตักอย่างสม่ำเสมอ เขาจะเดินอยู่บนพรม เขาจะแกว่งไกวอยู่ในชิงช้าและไม่ก้าวเท้าลงไปในโคลน เท้าของดวงวิญญาณเช่นนั้นไม่เคยสกปรก ผู้คนเหล่านั้นเดินบนพรม ในขณะที่ลูกนั้นแทนที่จะทำให้เท้าของสติปัญญาของลูกอยู่บนพื้นดิน, ลูกก็ทำให้เท้าของสติปัญญาของลูกอยู่ในโลกของเทวดานางฟ้า ลูกไม่ได้ทำให้เท้าของสติปัญญาของลูกอยู่ในโลกเก่าของฝุ่นนี้ นั่นคือลูกไม่ได้ปล่อยให้สติปัญญาของลูกสกปรก ผู้ที่มีโชคไม่ได้เล่นกับของเล่นที่เป็นดินเหนียว พวกเขาเล่นกับเพชรพลอยเสมอ ดวงวิญญาณที่มีโชคจะคงอยู่อย่างเต็มเปี่ยมเสมอ เหตนี้เองพวกเขาจึงมีสภาพของการไม่รู้ต่อความอยากความปรารถนาทั้งหมดอย่างสมบูรณ์อยู่เสมอ ดวงวิญญาณที่มีโชคกลายเป็นผู้ให้ทานที่ยิ่งใหญ่อย่างสม่ำเสมอ และเป็นดวงวิญญาณบุญและเฝ้าแต่สร้างโชคของผู้อื่น ดวงวิญญาณที่มีโชคจะมีมงกุฎ บัลลังก์และติลัคของเขาเสมอ ดวงวิญญาณที่มีโชคคือผู้สละละทิ้งมากเท่ากับที่เขามีสิทธิ์ในโชค การสละละทิ้งเป็นสิ่งชี้บอกถึงโชค การสละละทิ้งทำให้โชคของลูกชัดเจนมาก ดวงวิญญาณที่มีโชคมีความทัดเทียมกับพระเจ้าเสมอ นั่นคือ ไม่มีตัวตน ไม่มีความหลงทะนงตน และไม่มีกิเลส - ดวงวิญญาณเช่นนั้นจะเต็มไปด้วยคุณสมบัติทั้งสามประการเหล่านี้เสมอ ลูกมีประสบการณ์ของสิ่งชี้บอกเหล่านี้ทั้งหมดในตัวลูกเองหรือไม่? ลูกอยู่ในรายชื่อของผู้ที่มีโชคใช่หรือไม่? อย่างไรก็ตามลูกเป็นไปตามศักยภาพของลูกเท่านั้นหรือว่าลูกเต็มไปด้วยพลังทั้งหมด? ลูกคือผู้เป็นนายใช่ไหม? ในคำยกย่องของพ่อ ลูกไม่เคยพูดว่า ท่านเป็นไปตามศักยภาพหรือท่านตามลำดับกันไป ลูกพูดว่าท่านเต็มไปด้วยพลังทั้งหมดอยู่เสมอ หากลูกคือนายผู้ทรงอำนาจ ผู้ที่มีทุกพลัง แล้วเหตุใดลูกจึงกลายเป็นผู้ที่เป็นไปตามความสามารถ? ลูกคือผู้ที่มีพลังทั้งหมดเสมอ จงเปลี่ยนคำว่า “ตามความสามารถ” และกลายเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยพลังทั้งหมดเสมอและทำให้ผู้อื่นเป็นเช่นเดียวกันด้วยเช่นกัน ลูกเข้าใจไหม?

โซนใดที่มา? ลูกทั้งหมดมาถึงดินแดนแห่งพร และกำลังเติมอาภรณ์ของลูกด้วยพรใช่ไหม? ทุกกิจกรรมและทุกการกระทำของดินแดนแห่งพรนั้นเต็มไปด้วยพรพิเศษ เมื่อลูกเข้ามาในแผ่นดินแห่งไฟบูชายัญนี้ และแล้วไม่ว่าลูกจะหั่นผัก ไม่ว่าลูกนั้นจะล้างเมล็ดข้าว สิ่งเหล่านี้ก็เต็มไปด้วยพรของงานรับใช้ของยักย่ะเช่นกัน ตัวอย่างเช่นเมื่อผู้คนไปจาริกแสวงบุญ พวกเขาพิจารณาว่าการทำความสะอาดวัดเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ ในสถานที่จาริกแสวงบุญที่ยิ่งใหญ่หรือในดินแดนแห่งพรนี้ ทุกการกระทำและทุกย่างก้าวไม่ได้เต็มไปด้วยสิ่งใดนอกจากพร อาภรณ์ของลูกได้รับการเติมเต็มมากแค่ไหน? ลูกจะกลับไปหลังจากที่ได้เติมเต็มอาภรณ์ของลูกอย่างสมบูรณ์แล้วหรือตามความสามารถของลูกเท่านั้น? ไม่ว่าลูกทั้งหมดจะมาจากที่ใดก็ตาม ลูกได้มาเพื่อเฉลิมฉลองเมล่า ในมธุบันไม่ควรจะมีความคิดเดียวหรือวินาทีเดียวที่สูญเปล่า การฝึกฝนของการกลับมามีพลังที่นี่จะช่วยลูกในสถานที่ของลูกเอง การศึกษาเล่าเรียนและครอบครัว รับคุณประโยชน์จากการศึกษาเล่าเรียนนี้และมีประสบการณ์พิเศษของครอบครัวด้วยเช่นกัน ลูกเข้าใจไหม?

บัพดาดากำลังให้การแสดงความยินดีกับผู้ที่มาจากทุกโซนสำหรับการกลายเป็นผู้ประทานพรและเป็นผู้ให้ทานที่ยิ่งใหญ่ เทศกาลของผู้คนขณะนี้ได้จบสิ้นลงไปแล้ว ในขณะที่ลูกก็มีเทศการที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นอย่างสม่ำเสมอ ลูกมีวันที่ยิ่งใหญ่อย่างสม่ำเสมอเหตุนี้เองลูกจึงได้แสดงความยินดีและไม่มีสิ่งใดนอกจากการแสดงความยินดีในทุกๆ วัน มหาราชตะก็เป็นเช่นนั้นที่ลูกกลับมายิ่งใหญ่และเติมอาภรณ์ของลูกด้วยพรอยู่เสมอเพื่อทำให้ผู้อื่นยิ่งใหญ่ ผู้ที่มาจากกรรนาตากะอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใสเสมอ ก็ทำให้ผู้อื่นสดชื่นแจ่มใสด้วยเช่นกันด้วยใบหน้าที่สดชื่นแจ่มใสของลูก จงเฝ้าแต่เติมอาภรณ์ของลูก ผู้ที่มาจากยูพีจะทำอะไร? ลูกจะให้พรของความเยือกเย็นเหมือนกับแม่น้ำที่เยือกเย็นเสมอ จงกลายเป็นเทพเจ้าแห่งความเยือกเย็นและทำให้พวกเขากลายเป็นเทพเจ้าแห่งความเยือกเย็นด้วยความเยือกเย็นจงขจัดความทุกข์ในทุกรูปแบบออกไปจากทุกคนเสมอ เติมอาภรณ์ของพวกเขาด้วยพรเช่นนั้น อัจชะ

ถึงผู้ที่มีเส้นของโชคที่สูงส่งที่ชัดเจนเสมอ ถึงผู้ที่เต็มไปด้วยพลังทั้งหมดเสมอเช่นเดียวกับพ่อ ถึงผู้ที่อยู่อย่างมั่นคงในสภาพที่สมบูรณ์พร้อม ถึงผู้ที่มีประกายของพระเจ้าอยู่เสมอและผู้ที่คงความซาบซึ้งทางจิตของโชคของพวกเขาไว้ ถึงผู้ที่กลายเป็นผู้ที่มีโชคด้วยทุกการกระทำของเขาและทำให้ผู้อื่นสามารถประกาศสิทธิ์ในมรดกของโชคของเขา ถึงลูกๆ ของพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่มีโชคที่สูงส่งเช่นนั้น รัก ระลึกถึง และนมัสเต จากบัพดาดา อัจชะ

อะแวคบัพดาดาพบซีเนียร์ดาดี้
ความพิเศษของลูกทุกคนที่เคลื่อนไปพร้อมกับบาบาตั้งแต่ตอนเริ่มต้นจนถึงตอนนี้ ก็เป็นเช่นเดียวกับที่พ่อบราห์มามีประสบการณ์กับทุกการกระทำ และด้วยอำนาจของประสบการณ์เหล่านั้นจึงประกาศสิทธิ์ในอำนาจของอาณาจักร ในทำนองเดียวกันเนื่องจากอำนาจของประสบการณ์ทุกประเภทอันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานของลูกทั้งหมด ลูกจะเป็นมิตรร่วมทางในอำนาจของอาณาจักรเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ลูกคือคนที่มีความคิดตั้งแต่ตอนเริ่มต้นว่า ไม่ว่าจะให้พวกเขานั่งที่ไหนหรือจะให้พวกเขาเคลื่อนไปอย่างไร พวกเขาก็จะเคลื่อนไปตามนั้น และกลับไปพร้อมกับพ่อ ดังนั้นบัพดาดาจะต้องทำตามสัญญาแรกของการไปด้วยกัน ลูกจะอยู่กับพ่อบราห์มาเช่นกัน ลูกจะอยู่กับท่านในการปกครองอาณาจักรและในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา เท่าที่สติปัญญาของลูกมีความสม่ำเสมอในเวลานี้ลูกก็จะอยู่กับท่านตลอดเวลาในอาณาจักรตามนั้น หากตอนนี้ลูกอยู่ไกลเล็กน้อยแล้วในบางชาติเกิดลูกจะอยู่ไกลและในชาติเกิดอื่น ๆ ลูกจะอยู่ใกล้ อย่างไรก็ตามผู้ที่มีสติปัญญาที่อยู่กับพ่อตลอดเวลาจะอยู่กับท่านที่นั่นเช่นกัน ในรูปที่มีร่างกายลูกทุกคนอยู่ด้วยกันเป็นเวลา 14 ปี และ 14 ปีของยุคบรรจบพบกันนั้นเทียบเท่ากับหลายปีมาก ลูกอยู่กับรูปที่มีตัวตนมาเป็นเวลานานในยุคบรรจบพบกัน; นั่นก็คือโชคอันมหาศาลเช่นกัน ลูกอยู่กับพ่อด้วยสติปัญญาของลูก ลูกอยู่กับท่านในบ้านและลูกจะอยู่กับท่านในอาณาจักร แม้ว่าจะมีเพียงไม่กี่คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่พวกเขาก็มีบทบาทในการมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์และในตารางเวลาตลอดทั้งวัน คำสัญญาว่าจะอยู่กับพ่อตั้งแต่ต้นจะดำเนินต่อเนื่องไปตลอดวงจร ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาเช่นกันลูกจะอยู่ด้วยกันเป็นเวลานาน มันอยู่ในชาติเกิดสุดท้ายที่บางคนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ในขณะที่คนอื่นอยู่ใกล้ แต่ถึงอย่างนั้นลูกก็จะอยู่กับท่านในรูปใดรูปหนึ่งตลอดทั้งวงจร ลูกได้ทำสัญญาเช่นนั้นใช่ไหม? ดังนั้นผู้คนมองเห็นลูกด้วยสายตาใด? ในรูปแบบของพ่อ! ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาสิ่งนี้เรียกว่า“ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรูปแบบของพระเจ้า” นี่เป็นเพราะลูกมีความทัดเทียมกับพ่อ จึงมองเห็นพ่อได้จากรูปแบบของลูก และเหตุนี้เองที่พวกเขาบอกว่าลูกเป็นรูปแบบของพ่อ นี่จะเป็นคุณสมบัติพิเศษของผู้ที่อยู่กับพ่อ เมื่อคนอื่นเห็นลูกพวกเขาจะจดจำระลึกถึงพ่อ พวกเขาจะไม่จดจำบุคคลนั้น แต่พวกเขาจะจดจำระลึกถึงพ่อ บุคลิกลักษณะของพ่อ ดริชตีของพ่อ และการกระทำของพ่อจะสัมผัสได้จากลูก ตัวลูกเองจะไม่ปรากฏให้เห็น แต่การกระทำของพ่อและดริชตีของพ่อจะสัมผัสได้จากลูก นี่คือคุณสมบัติพิเศษของลูกผู้เป็นที่รักเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ผู้ที่มีความทัดเทียมกัน ลูกทุกคนเป็นอย่างนั้นใช่มั้ย? คนอื่นจะไม่ติดกับอยู่ในลูกใช่ไหม? พวกเขาไม่พูดว่า “ คนนั้นคนนี้ดีมาก” ไม่เลย “ พ่อทำให้คนนั้นเป็นคนดี” พวกเขาได้รับดริชตีของพ่อและการหล่อเลี้ยงของพ่อผ่านทางลูก พวกเขาฟังคำพูดที่สูงส่งของพ่อจากลูก นี่คือคุณสมบัติพิเศษของลูก สิ่งนี้เรียกว่าการมีความรักและความละวาง ลูกอาจเป็นที่รักของทุกคน แต่อย่าเป็นคนที่ทำให้คนอื่นมาติดกับดักลูก อย่าให้เป็นเช่นนั้น แทนที่จะจดจำระลึกถึงพ่อพวกเขากลับจดจำลูก หรือเพื่อที่จะได้รับพลังจากพ่อหรือเพื่อรับฟังคำพูดที่สูงส่งของพ่อพวกเขาจดจำลูก สิ่งนี้เรียกว่าการมีความรักและละวาง นี่คือกลุ่มเช่นนั้นใช่มั้ย? จะต้องมีคุณสมบัติพิเศษบางอย่างสำหรับการได้รับการค้ำจุนจากรูปที่มีตัวตน จะมีคุณสมบัติพิเศษบางอย่างใช่มั้ย? เมื่อพวกเขามาหาลูกพวกเขาจะถามอะไร? พ่อเคยทำเช่นไร? เขาเคลื่อนไหวอย่างไร? นี่คือสิ่งที่ลูกจะต้องจำใช่มั้ย? ลูกเป็นดวงวิญญาณพิเศษเช่นนั้น สิ่งนี้เรียกว่า “Divine Unity-ความเป็นหนึ่งเดียวกันที่สูงส่ง” เตือนพวกเขาเกี่ยวกับ "ความสูงส่ง" ลูกทำให้พวกเขาสูงส่งและนี่คือสาเหตุที่มี "ความเป็นหนึ่งเดียวกันที่สูงส่ง" (กลุ่มที่มีชื่อกลุ่มว่า "Divine Unity") ลูกคงอยู่อย่างไม่สูญสลายมาเป็นเวลา 50 ปีแล้วและขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง หลายคนมาและหลายคนไปท่องทัวร์ (จากบาบาไป) แต่ลูกทุกคนยังคงอยู่อย่างไม่สูญสลาย คงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร์ ลูกอยู่กับบาบาและในตอนแรกเช่นกัน ลูกก็อยู่กับบาบา หากลูกอยู่กับบาบาในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อนลูกจะทำงานรับใช้อย่างไร? อย่างน้อยลูกก็มีเวลาพักผ่อนเล็กน้อยเช่นกัน แต่พ่อไม่ต้องการพักผ่อน บัพดาดาก็ได้รับการหลุดพ้นจากสิ่งนี้เช่นกัน รูปที่อะแวคไม่จำเป็นต้องพักผ่อน ในขณะที่รูปที่วะแวค (รูปที่มีร่างกายที่มีตัวตน) ต้องการพักผ่อน หากลูกถูกทำให้เป็นเช่นนี้แล้วงานทั้งหมดก็จะสำเร็จ ถึงแม้ว่าเมื่อมีโอกาสสำหรับการทำงานรับใช้ลูกก็ไม่รู้เหนื่อยเหมือนพ่อ ลูกจะไม่เหนื่อยล้า อัจชะ

พูดกับดาดี้จี: (30/03/85)
พ่อทำให้ลูกเป็นผู้ที่มีมงกุฎตั้งแต่วัยเด็ก บาบาสวมมงกุฎแห่งความรับผิดชอบสำหรับงานรับใช้กับลูกทันทีที่ลูกมา และบางครั้งแม้ว่าจะมีการเล่นบทบาทใดก็ตามไม่ว่าจะเป็น "ขอทาน" หรือเป็นบทบาทของความสุขเป็นอย่างมากตามละคร ลูกนำบทบาทของความรับผิดชอบมาใช้ในทุกสถานการณ์ ดังนั้นลูกกลายเป็นเครื่องมือในการสวมมงกุฎของบทบาทที่อะแวคเช่นกัน ลูกมีบทบาทพิเศษนี้ตั้งแต่ต้น ลูกเป็นผู้ที่ตอบสนองความรับผิดชอบของลูกอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกับที่บาบารับผิดชอบและดังนั้นจึงมีบทบาทพิเศษด้วยมงกุฎแห่งความรับผิดชอบ ดังนั้นแม้กระทั่งในช่วงเวลาสุดท้ายท่านก็มอบมงกุฎ ติลัก และทุกสิ่งให้กับลูกผ่านดริชตีของท่าน และดังนั้นอนุสรณ์ของลูกจะมีมงกุฎอย่างแน่นอน แม้กระทั่งในวัยเด็กของกฤษณะก็มีภาพวาดที่สวมมงกุฎเช่นกัน และดังนั้นในอนุสรณ์เช่นกันพวกเขาจะสักการะบูชารูปในวัยเด็กที่สวมมงกุฎ คนอื่นๆทั้งหมดเป็นมิตรร่วมทาง แต่ลูกเป็นคนที่มีมงกุฎ ทุกคนเติมเต็มความรับผิดชอบของความเป็นมิตร แต่นั่นแตกต่างจากการเติมเต็มความรับผิดชอบในขณะที่ทัดเทียมกัน

บัพดาดาพบกลุ่ม
กุมาร: กุมารหมายถึงเป็นอิสระจากบ่วงพันธะ พันธะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือพันธะของความคิดที่ไร้ประโยชน์ในจิตใจ จงเป็นอิสระจากบ่วงพันธะนี้เช่นกัน บ่วงพันธะนี้ไม่ได้ผูกมัดลูกในบางครั้งใช่ไหม? เป็นเพราะพลังของความคิดคือพื้นฐานของรายได้ในทุกย่างก้าว ลูกมีการจาริกแสวงบุญแห่งความทรงจำระลึกถึงบนพื้นฐานใด? ลูกไปถึงบาบาบนพื้นฐานของพลังแห่งความคิดของลูกใช่ไหม? ลูกกลับมาปราศจากร่าง ดังนั้นพลังของจิตใจจึงเป็นสิ่งที่พิเศษ ความคิดที่ไร้ประโยชน์ทำให้พลังของจิตใจอ่อนแอ ดังนั้นจงอยู่อย่างเป็นอิสระจากบ่วงพันธะนี้ กุมารหมายถึงผู้ที่มีความเพียรพยายามอย่างจริงจังอย่างสม่ำเสมอ เพราะผู้ที่เป็นอิสระจากบ่วงพันธะจะมีความเร็วที่รวดเร็วโดยอัตโนมัติ ผู้ที่มีภาระจะเคลื่อนไปด้วยความเร็วที่ช้า ผู้ที่เบาสบายจะเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วเสมอ ขณะนี้ตามเวลา เวลาสำหรับความเพียรพยายามนั้นได้ผ่านไปแล้ว เวลานี้ลูกต้องกลายเป็นผู้เพียรพยายามอย่างจริงจังและไปถึงจุดหมายปลายทางของลูก

ลูกกุมารได้จบสิ้นบัญชีเก่าของการสูญเสียของลูกหรือไม่? บัญชีใหม่เป็นบัญชีที่มีพลัง บัญชีเก่าเป็นบัญชีของการสูญเสีย ดังนั้นบัญชีเก่าได้จบสิ้นลงแล้ว ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ในความสัมพันธ์ลูกจะไม่เก็บบัญชีเก่าไว้ ลูกจบสิ้นบัญชีเก่าแล้วและเดินหน้าต่อไปและเพิ่มบัญชีใหม่ ดังนั้นที่นี่เช่นกันลูกจบสิ้นบัญชีเก่าและลูกมีสิ่งใหม่ที่สุดที่ทรงพลังเสมอในทุกย่างก้าว ให้ทุกความคิดของลูกมีพลัง พ่อเป็นเช่นไรลูกก็เป็นเช่นนั้น พ่อทรงพลังและลูกก็ทำตามพ่อเช่นกันและกลับมามีพลัง

ผู้เป็นแม่: คุณธรรมข้อใดที่ผู้เป็นแม่มีประสบการณ์โดยเฉพาะ? คุณธรรมพิเศษนั้นคืออะไร? (การสละละทิ้งและความอดทน) มีคุณธรรมอื่นๆอีกไหม? รูปแบบของผู้เป็นแม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือรูปของการมีความเมตตา แม่มีความเมตตา ลูกผู้เป็นแม่ที่ไม่มีขีดจำกัดรู้สึกเมตตาต่อดวงวิญญาณที่ไม่มีขีดจำกัดหรือไม่? ลูกทำอะไรเมื่อลูกรู้สึกถึงความเมตตา ผู้ที่มีความเมตตาไม่สามารถอยู่ได้โดยที่ไม่รับใช้ผู้อื่น เมื่อลูกกลายเป็นผู้ที่มีความเมตตา ดวงวิญญาณมากมายจะได้รับคุณประโยชน์โดยอัตโนมัติ เหตุนี้เองผู้เป็นแม่จึงเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่ให้คุณประโยชน์ด้วยเช่นกัน ผู้ที่ให้คุณประโยชน์หมายถึงผู้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้อื่น เช่นเดียวกับที่พ่อคือผู้ให้คุณประโยชน์ของโลก ดังนั้นผู้เป็นแม่ก็ได้รับสมญาพิเศษของการเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ที่ทัดเทียมกับพ่อด้วยเช่นกัน ลูกมีความกระตือรือร้นเช่นนี้หรือไม่? ลูกกลายเป็นอะไรจากสิ่งที่ลูกเคยเป็น? ด้วยการเปลี่ยนแปลงตนเองลูกจะรู้สึกถึงความจริงจังและกระตือรือร้นต่อผู้อื่นด้วยเช่นกัน ลูกมีความสมดุลระหว่างงานรับใช้ที่มีขีดจำกัดและไม่มีขีดจำกัดหรือไม่? บัญชีของลูกได้รับการชำระสะสางด้วยงานรับใช้นั้น และอื่นๆเป็นงานรับใช้ที่มีขีดจำกัด ลูกคือผู้รับใช้ที่ไม่มีขีดจำกัด ยิ่งลูกมีความจริงจังและกระตือรือร้นต่องานรับใช้มากเท่าไหร่ลูกก็จะยิ่งมีความสำเร็จมากเท่านั้น

ผู้เป็นแม่กลายเป็นเครื่องมือเพื่อให้ประโยชน์ต่อโลกด้วยการสละละทิ้งและตาปาเซียของพวกเธอ ผู้เป็นแม่ก็มีคุณสมบัติพิเศษของการสละละทิ้งและตาปาเซีย ลูกคงอยู่อย่างไม่ว่างเว้นกับการเป็นเครื่องมือสำหรับงานรับใช้ด้วยคุณสมบัติพิเศษทั้งสองนี้และในการทำให้ผู้อื่นเป็นของพ่อหรือไม่? หน้าที่ของบราห์มินในยุคบรรจบพบกันคือการทำงานรับใช้ บราห์มินไม่สามารถหยุดทำงานรับใช้ได้ เช่นเดียวกับที่พราห์มในนามเหล่านั้นก็มีชุมนุมที่พวกเขาอ่านเรื่องราวเช่นกัน ดังนั้นที่นี่เช่นกันการบอกเล่าเรื่องราวก็หมายถึงการทำงานรับใช้ ดังนั้นจงกลายเป็นแม่ของชาวโลกและคิดเกี่ยวกับโลก คิดเกี่ยวกับลูกที่ไม่มีขีดจำกัด อย่าเพียงแค่นั่งอยู่ที่บ้าน จงกลายเป็นผู้รับใช้ที่ไม่มีขีดจำกัดและเฝ้าแต่ก้าวหน้าไปอย่างสม่ำเสมอ ลูกใช้ 63 ชาติเกิดในสิ่งที่มีขีดจำกัด เวลานี้จงก้าวต่อไปข้างหน้าในงานรับใช้ที่ไม่มีขีดจำกัด อัจชะ

รักและระลึกถึงลูกทุกคนในช่วงเวลาแห่งการอำลา
ลูกที่รักและร่วมมือทุกคนจากทุกหนแห่ง โปรดรับความทรงจำระลึกถึงที่เต็มไปด้วยความรักพิเศษจากบัพดาดา วันนี้บัพดาดาขอแสดงความยินดีกับลูก ๆ ทุกคนที่เป็นอิสระจากอุปสรรคอย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้ทำลายอุปสรรค และดำเนินงานขอการทำให้โลกเป็นปลอดจากอุปสรรค ลูกแต่ละคนมีความคิดที่สูงส่งในการเคลื่อนไปข้างหน้าในงานรับใช้เสมอ ความคิดที่สูงส่งนี้ทำให้พวกเขาสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอในงานรับใช้และจะทำเช่นนั้นต่อไป พร้อมกับงานรับใช้แล้วจงรักษาความสมดุลระหว่างความก้าวหน้าในตนเองและความก้าวหน้าในงานรับใช้ด้วยเช่นกัน และเฝ้าแต่ก้าวต่อไปข้างหน้าและลูกจะได้รับพรอย่างต่อเนื่องจากหัวใจของบัพดาดาจากดวงวิญญาณทั้งหมดและจากผู้ที่ลูกเป็นเครื่องมือให้ ดังนั้นจงรับพรอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสมดุลและเดินหน้าต่อไป โดยมีความก้าวหน้าของตัวเองและทำงานรับใช้ในเวลาเดียวกัน ลูกก็จะกลายเป็นตัวของความสำเร็จอย่างสม่ำเสมอ ขอให้แต่ละคนยอมรับความรักและความทรงจำระลึกถึงโดยส่วนตัวตามชื่อ อัจชะ โอมชานติ

พร:
ขอให้ลูกเป็นคลังสมบัติที่มีค่าที่เต็มไปด้วยสมบัติแห่งความสุขและให้ข่าวดีกับทุกคน

เก็บภาพไว้เบื้องหน้าลูกเสมอว่าเป็นคลังสมบัติที่มีค่าที่เต็มไปด้วยสมบัติแห่งความสุข นำสมบัติที่นับไม่ถ้วนและที่ไม่สูญสลายที่ลูกได้รับเข้ามาในสำนึกรู้ของลูก ด้วยการนำสมบัติที่มีค่าเหล่านี้เข้ามาสู่สำนึกรู้ของลูก ลูกก็จะได้สัมผัสกับความสุข และที่ใดมีความสุข ความทุกข์ทั้งหมดจะถูกขจัดออกไปตลอดเวลา โดยการมีสำนึกรู้ของสมบัติที่มีค่า ดวงวิญญาณจะกลับมามีพลังและจบสิ้นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด ดวงวิญญาณที่เต็มเปี่ยมไม่เคยมีความปั่นป่วนใด ๆ ดวงวิญญาณเช่นนั้นอยู่อย่างมีความสุขและให้ข่าวดีแก่ผู้อื่นด้วยเช่นกัน

คติพจน์:
เพื่อที่จะกลับมามีค่าและมีความสามารถ จงรักษาสมดุลของคาร์มาและโยคะ