02.03.19       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน ฝึกฝนการเข้าไปสู่ความเงียบสงัด ให้สติปัญญาของลูกคงอยู่กับพ่อแล้วพ่อจะให้กระแสของพลัง(สกาช)แก่ลูกเพื่อทำให้ลูกสามารถกลับมาปราศจากร่าง

คำถาม:
เมื่อลูกได้รับดวงตาที่สามของความรู้ ลูกได้รับนิมิตใด?

คำตอบ:
ลูกมีนิมิตของบทบาทต่างๆที่ลูกเล่นตั้งแต่ตอนต้นของยุคทองจนถึงตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก ลูกรู้ทั้งโลกตั้งแต่ตอนต้นถึงตอนจบ การรู้หมายถึงการมีนิมิต เวลานี้ลูกเข้าใจว่าลูกเคยเป็นเทพที่มีคุณธรรมที่สูงส่ง แล้วเวลานี้ลูกได้กลายเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเยี่ยงปีศาจ และลูกกำลังจะกลายเป็นเทพที่มีคุณธรรมสูงส่งอีกครั้ง เวลานี้ลูกจะไปสู่โลกใหม่ ไปสู่บ้านใหม่ของลูก

โอมชานติ
ลูกๆนั่งอยู่ที่นี่อยู่ในการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึง พ่อที่ไม่มีขีดจำกัดไม่ได้อยู่ในการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึง ท่านกำลังให้สกาชแก่ลูกเพื่อที่จะช่วยลูก นั่นคือท่านทำให้ลูกลืมร่างกายของลูก ลูกได้รับความช่วยเหลือของพ่อเพื่อที่ลูกจะลืมร่างกายของลูก ท่านให้สกาชแก่ลูกดวงวิญญาณเพราะท่านมองที่ดวงวิญญาณเท่านั้น สติปัญญาของลูกแต่ละคนอยู่กับพ่อในเวลานี้ และสติปัญญาและดริซตีของพ่อก็อยู่กับลูกด้วยเช่นกัน มีความแตกต่าง (มีการอยู่ในความเงียบสงัด2-3นาที) ลูกกำลังฝึกฝนสภาพของความเงียบสงัดนี้ ลูกต้องทิ้งร่างกายและอยู่แยกห่าง ลูกดวงวิญญาณเข้าใจว่ายิ่งลูกมีการจดจำระลึกถึงมากเท่าไรลูกก็กลับมาแยกจากร่างได้มากเท่านั้น พวกเขาให้ตัวอย่างของงู ต้องมีบางสิ่งพิเศษในตัวอย่างที่ให้ไว้อย่างแน่นอน ลูกเข้าใจว่าลูกจะจากร่างของลูกและกลับบ้านแล้วลงมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง ไม่มีใครอื่นที่รู้สิ่งเหล่านี้ ไม่มีใครอื่นที่รู้ละครนี้ ไม่มีใครอื่นที่จะสามารถรับประกันว่าบาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้องด้วยการมีการจดจำระลึกถึง ไม่มีใครอื่นถ่ายทอดสิ่งต่างๆเช่นนั้นแก่ลูก ลูกรู้ว่าเวลานี้คือการเดินทางกลับของลูก โยคะของสติปัญญาของดวงวิญญาณถูกดึงไปในทิศทางนั้น เวลานี้ละครกำลังจะสิ้นสุดลงและเวลานี้เราต้องกลับบ้าน ลูกต้องจดจำพ่อ ท่านคือผู้ชำระให้บริสุทธิ์ น้ำของแม่น้ำคงคาไม่สามารถเป็นผู้ให้การหลุดพ้นหรือผู้นำทางได้ เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถเป็นผู้ให้การหลุดพ้นและผู้นำทาง สิ่งเหล่านี้ต้องเป็นที่เข้าใจแล้วอธิบายแก่ผู้อื่น นั่นคือหนทางความเลื่อมใสศรัทธา ไม่มีคุณประโยชน์ใดในสิ่งนั้น ลูกๆเข้าใจว่าน้ำเป็นไปเพื่อการอาบน้ำ น้ำไม่สามารถชำระลูกให้บริสุทธิ์ได้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะได้รับผลตอบแทนใดสำหรับความเลื่อมใสศรัทธาของพวกเขา ในหนทางความเลื่อมใสศรัทธา พวกเขาได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างอย่างยิ่ง ทุกสิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นศรัทธาที่งมงาย! ด้วยการมีศรัทธาที่งมงายอย่างต่อเนื่องในลักษณะนี้มนุษย์จึงได้รับสมญาว่า “ลูกที่ตาบอดของคนตาบอด” เหล่านี้คือคำพูดของพระเจ้า ลูกรู้ว่าใครที่มองเห็นและใครที่ตาบอด เวลานี้ลูกได้มาเพื่อรู้ถึงตอนเริ่ม,ตอนกลางและตอนจบของละครโลกจากพ่อ เวลานี้ลูกได้ตระหนักรู้จักพ่อ ลูกสามารถตระหนักรู้ถึงตอนเริ่ม,ตอนกลางและตอนจบของโลกและช่วงระยะเวลาของละครโลก จงไตร่ตรองทุกประเด็นของมหาสมุทรแห่งความรู้แล้วตัดสินเพื่อตนเอง มีความแตกต่างระหว่างหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาและหนทางของความรู้ ความรู้นี้พิเศษสุด ความรู้นี้มีชื่อเสียง นี่คือการศึกษาราชาโยคะ ลูกเข้าใจว่าเทพนั้นปราศจากกิเลสอย่างสิ้นเชิง พ่อ ผู้สร้าง นั่งและให้คำแนะนำตัวของท่านเอง ท่านคือดวงวิญญาณสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดเรียกว่าพระเจ้า ในภาษาอังกฤษท่านเรียกว่า “Supreme Soul (ดวงวิญญาณสูงสุด)” และดวงวิญญาณหมายถึงอาตมา ดวงวิญญาณของพ่อไม่ได้ใหญ่กว่าดวงวิญญาณอื่นใด ดวงวิญญาณของพ่อเป็นเช่นเดียวกันกับดวงวิญญาณของลูก ไม่ใช่ว่าลูกจะเล็กกว่าและพ่อใหญ่กว่า ไม่เลย พ่อสูงสุดที่เต็มไปด้วยความรู้นี้อธิบายแก่ลูกด้วยความรักอย่างยิ่ง ดวงวิญญาณต้องเล่นบทบาทของเขา แน่นอนเขาต้องรับร่างกายเพื่อเล่นบทบาทของเขา ที่อยู่อาศัยของดวงวิญญาณคือดินแดนแห่งความสงบ ลูกรู้ว่าลูกดวงวิญญาณอาศัยอยู่ในธาตุแสงที่ยิ่งใหญ่ เช่นผู้ที่อาศัยอยู่ในดินแดนของฮินดูสถานเรียกตนเองว่าฮินดู ในทำนองเดียวกัน ดวงวิญญาณที่มาจากดินแดนแห่งธาตุบราห์มคิดว่าธาตุบราห์มคือพระเจ้า เหตุผลของการตกลงมาถูกถูกกำหนดไว้แล้วในละคร ไม่ว่าใครจะเพียรพยายามมากแค่ไหนก็ไม่มีใครสามารถกลับบ้านได้ เมื่อการละเล่นได้จบสิ้นลง นักแสดงทั้งหมดจะมาอยู่ร่วมกันบนเวที ผู้สร้างและนักแสดงหลักทั้งหมดยืนอยู่ด้วยกัน ลูกรู้ว่าละครนี้เวลานี้จะสิ้นสุดลง ไม่มีผู้รู้และผู้เคร่งศาสนาที่รู้สิ่งเหล่านี้ ไม่มีใครมีความรู้นี้ของดวงวิญญาณ ดวงวิญญาณสูงสุด,พ่อมาที่นี่เพียงครั้งเดียว ทุกคนอื่นต้องเล่นบทบาทของพวกเขาที่นี่ การขยายตัวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดวงวิญญาณทั้งหมดมาจากไหน? หากดวงวิญญาณกลับบ้านก็จะมีระบบนั้น คนหนึ่งจะมาและอีกคนหนึ่งจะไป และแล้วนั่นก็จะไม่ถูกกล่าวว่ามาเกิดใหม่? ในความเป็นจริงการกลับมาเกิดใหม่ดำเนินมาตั้งแต่ตอนต้น คนแรกคือลักษมีและนารายณ์ พ่อได้อธิบายว่าพวกเขาจะกลับมาใช้ชาติเกิดใหม่ แล้วเมื่อพวกเขาไปถึงจุดสิ้นสุด พวกเขาก็ไปและกลายเป็นคนแรกอีกครั้ง ไม่สามารถมีความสงสัยใดๆเกี่ยวกับสิ่งนี้ นี่คือพ่อของดวงวิญญาณที่มาและอธิบายด้วยตัวท่านเอง ท่านอธิบายอะไร? ท่านให้คำแนะนำของตัวท่านเอง ลูกรู้มาก่อนหรือไม่ว่าดวงวิญญาณสูงสุดคือใคร? ลูกเพียงแต่ไปที่วัดของชีวา มีวัดที่นับไม่ถ้วนที่นี่ ในยุคทองไม่มีวัดหรือการกราบไหว้บูชาฯลฯ ที่นั่นลูกกลายเป็นเทพที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา แล้วหลังจากครึ่งวงจร ลูกกลายเป็นผู้กราบไหว้บูชา และไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นเทพอีกต่อไป แล้วพ่อก็มาและทำให้ลูกมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาอีกครั้ง ไม่มีการร้องเพลงสรรเสริญนี้ในดินแดนอื่นใด เวลานี้ลูกเข้าใจแล้วว่าอาณาจักรของรามคืออะไรและอาณาจักรของราวันคืออะไร ลูกต้องพิสูจน์ให้ผู้คนได้เห็นถึงระยะเวลาของอาณาจักรของราม นี้คือการละเล่นที่ลูกต้องเข้าใจ พ่อคือผู้ที่สูงสุดเหนือสิ่งใดและท่านเต็มไปด้วยความรู้ด้วยเช่นกัน เราได้กลายเป็นผู้ที่สูงสุดด้วยท่าน เราได้มาซึ่งสถานภาพที่สูงที่สุดด้วยเช่นกัน เวลานี้พ่อกำลังสอนเรา ดังนั้นเราต้องซึมซับสิ่งที่พ่อสอนพร้อมกันกับคุณธรรมที่สูงส่ง ลูกเคยสาธยายว่าเทพเป็นเช่นไรและลูกเองเป็นเช่นไรในเวลานี้? เวลานี้ลูกเข้าใจว่าลูกต้องกลับมาปราศจากกิเลสอย่างสิ้นเชิงเช่นเดียวกับเหล่าเทพ ไม่มีวิธีการอื่นใดที่จะทำให้สิ่งนี้ประสบความสำเร็จนอกจากด้วยการจดจำพ่อ หากใครรู้วิธีที่จะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จจงบอกเรา! ลูกไม่สามารถพูดว่าธาตุบราห์มปราศจากกิเลส ไม่เลย เป็นดวงวิญญาณที่กลับมาปราศจากกิเลส ธาตุบราห์มไม่สามารถเป็นดวงวิญญาณเช่นกัน นั่นเป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัย ได้มีการอธิบายแก่ลูกว่าสติปัญญาอยู่ในแต่ละดวงวิญญาณและเมื่อดวงวิญญาณกลับมาตโมประธาน สติปัญญาก็กลับมาไม่รู้คิด ดังนั้นมีผู้ที่รู้คิดและผู้ที่ไม่รู้คิด สติปัญญาของลูกกลับมาสะอาดอย่างสมบูรณ์แล้วสติปัญญาของลูกก็กลับมาสกปรก ลูกเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์ ดวงวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ไม่สามารถกลับบ้านได้ เวลานี้พวกเขาจะกลับมาบริสุทธิ์ได้อย่างไร นี้คือสิ่งที่พวกเขาได้ร้องเรียกหา สิ่งนี้ถูกกำหนดไว้ในละครเช่นกัน ลูกเข้าใจว่าเวลานี้คือยุคบรรจบพบกัน พ่อมาเพียงครั้งเดียวเพื่อพาลูกกลับบ้าน ไม่ใช่ทุกคนจะไปสู่โลกใหม่ ผู้ที่ไม่มีบทบาทที่นั่นจะคงอยู่ในดินแดนแห่งความสงบ เหตุนี้เองสิ่งนี้จึงมีการแสดงให้เห็นในรูปภาพด้วยเช่นกัน รูปภาพทั้งหมดฯลฯเป็นของหนทางความเลื่อมใสศรัทธา รูปภาพเหล่านี้ซึ่งมีการอธิบายว่าวงจรโลกหมุนไปได้อย่างไรเป็นของหนทางของความรู้ ลูกเข้าใจว่าลูกลงมาจาก 16 องศา มาสู่ 14 องศา จาก 14 องศา มาสู่ 12 องศาอย่างไร และเวลานี้ไม่มีองศาใดเหลืออยู่เลยอย่างไร ทุกคนตามลำดับกันไป นักแสดงก็ตามลำดับกันไปเช่นกัน บางคนได้รับเงินเดือน 1,000 บางคน 1,500 บางคน 500 บางคน 100 และบางคน 150 และดังนั้นจึงมีความแตกต่างเป็นอย่างยิ่ง มีความแตกต่างของกลางวันและกลางคืนในวิธีที่ลูกศึกษาเล่าเรียนด้วยเช่นกัน ในโรงเรียนเหล่านั้น หากพวกเขาสอบตกพวกเขาต้องศึกษาเล่าเรียนอีกครั้ง แต่ที่นี่ไม่มีเรื่องของการศึกษาอีกครั้ง สถานภาพของลูกจะลดลง แล้วลูกก็จะไม่สามารถศึกษาความรู้นี้ได้อีกครั้ง การศึกษานี้เป็นไปได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น พ่อมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้นด้วยเช่นกัน ลูกๆเข้าใจว่าในตอนแรกเคยมีเพียงอาณาจักรเดียว เมื่อลูกอธิบายสิ่งเหล่านี้แก่ผู้อื่น,พวกเขาจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ ชาวคริสเตียนก็มีความฉลาดอย่างมากในวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน ทุกคนเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นจากพวกเขา สติปัญญาของพวกเขาไม่ได้กลับมาสูงส่งและหรือเหมือนหิน ในขณะนี้สติปัญญาของเขากำลังสร้างความอัศจรรย์ วิทยาศาสตร์ได้เติบโตเป็นอย่างมากโดยชาวคริสเตียน วิทยาศาสตร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อความสุขด้วยเช่นกัน ลูกเข้าใจว่าโลกเก่าจะต้องถูกทำลาย แล้วเราจะไปสู่ดินแดนของความสงบและดินแดนของความสุข ดวงวิญญาณมนุษย์ทั้งหมดจะกลับบ้านได้อย่างไร? การทำลายล้างจะเกิดขึ้นด้วยวิทยาศาสตร์ ดวงวิญญาณทั้งหมดจะละร่างของพวกเขาและกลับบ้าน การหลุดพ้นหลอมรวมอยู่ภายในการทำลายล้างนี้ เป็นเวลาครึ่งวงจรที่ทุกคนเพียรพยายามเพื่อการหลุดพ้น เวลานี้สิ่งนี้จะเกิดขึ้นด้วยวิทยาศาสตร์และภัยพิบัติทางธรรมชาติ สิ่งนี้ควรเป็นที่เข้าใจว่าสงครามนี้คือเครื่องมือที่จะพาลูกๆดวงวิญญาณไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้น ผู้คนมากมายจะไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้น ไม่ว่าลูกจะเพียรพยายามฝึกฝนหฐโยคะและรับกูรูมากมายเพียงใด ก็ไม่มีใครในบันดาลูกๆที่สามารถไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้นได้ มีการเตรียมระเบิดจำนวนมากผ่านทางวิทยาศาสตร์ และดังนั้นต้องเป็นที่เข้าใจว่าการทำลายล้างจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จะมีผู้คนจำนวนน้อยมากในโลกใหม่ ที่เหลือทั้งหมดจะกลับไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้น ลูกจะไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้นในชีวิตด้วยพลังของการศึกษาของลูก ลูกปกครองอาณาจักรที่มั่นคง,ไม่สั่นคลอนและสม่ำเสมอ แค่ดูดินแดนทั้งหมดที่นี่ ทั้งหมดได้ถูกแบ่งแยกออกไป! พ่อกำลังทำให้ลูกกลายเป็นนายของอาณาจักรของโลก อาณาจักรที่มั่นคงและไม่สั่นคลอน มรดกของพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดคืออำนาจการปกครองที่ไม่มีขีดจำกัด ใครที่ให้มรดกนี้และเมื่อใด? สิ่งนี้ไม่ได้เข้าไปในสติปัญญาของผู้ใด เพียงลูกเท่านั้นที่เข้าใจ ลูกดวงวิญญาณมีดวงตาที่สามของความรู้ ดวงวิญญาณกลายเป็นตัวของความรู้ ลูกสามารถกลายเป็นสิ่งนี้ด้วยพ่อ,มหาสมุทรแห่งความรู้เท่านั้น พ่อมาและให้ความรู้ของผู้สร้างและตอนต้น,ตอนกลางและตอนจบของสิ่งสร้างแก่ลูก ในความเป็นจริง สิ่งนี้ใช้เวลาเพียง 1 วินาทีเท่านั้น “การหลุดพ้นในชีวิต”ใน 1 วินาที ทุกคนอื่นได้รับการหลุดพ้น ละครถูกกำหนดไว้ในลักษณะนี้ ทุกคนได้รับการปลดปล่อยจากบ่วงของราวัน ผู้คนเหล่านั้นพยายามอย่างหนักมากเพื่อนำมาซึ่งความสงบในโลก เพียงลูกเท่านั้นที่เข้าใจว่ามีความสงบในโลกและในบราห์มันเมื่อใด มีคำกล่าวว่ามีความสงบในธาตุแสงและจะมีความสงบและความสุขที่นี่ในโลกนี้ด้วยเช่นกัน โลกนี้จะแตกต่างจากธาตุแสง ธาตุแสงอยู่เหนือดวงจันทร์และดวงดาว ไม่มีสิ่งใดของโลกนี้ที่นั่น นั่นเป็นโลกแห่งความเงียบสงบ ลูกออกจากร่างกายของลูกและเข้าไปสู่โลกแห่งความเงียบสงบนั้น ลูกๆจดจำสิ่งนั้นและเหตุนี้เองเวลานี้ลูกจึงเตรียมตนเองเพื่อกลับไปที่นั่น ไม่มีใครอื่นรู้สิ่งนี้ เวลานี้ลูกกำลังได้รับแรงบันดาลใจเพื่อเตรียมสำหรับสิ่งนี้ สงครามจะเป็นประโยชน์ บัญชีของทุกคนจะได้รับการชำระสะสาง ทุกคนจะกลับมาบริสุทธิ์ โยคะคือไฟ ทุกสิ่งกลับมาบริสุทธิ์ในไฟ เช่นที่พ่อรู้ถึงตอนต้น,ตอนกลางและตอนจบของละคร ในทำนองเดียวกันลูกๆนักแสดงก็ต้องรู้ถึงตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของละครด้วยเช่นกัน การเข้าใจสิ่งนี้หมายถึงการมีนิมิต(การหยั่งรู้) ดวงตาที่สามของความรู้ของลูกเวลานี้ได้เปิดขึ้นมาแล้ว เวลานี้ลูกแน่นอนได้มารู้สิ่งต่างๆทั้งหมดของโลกแล้วตั้งแต่ตอนต้นของยุคทองจนถึงตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก ไม่มีมนุษย์อื่นใดรู้สิ่งนี้? ลูกเข้าใจว่าลูกคือผู้ที่มีคุณธรรมที่สูงส่ง และที่เวลานี้ลูกคือผู้ที่มีลักษณะนิสัยที่เป็นเช่นปีศาจด้วยเช่นกัน แล้วพ่อก็มาอีกครั้งเพื่อทำให้ลูกกลายเป็นผู้ที่มีคุณธรรมที่สูงส่ง พ่อมาเพื่อชำระผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์ ไม่มีใครอื่นในโลกรู้ว่าผู้ที่เป็นของสกุลเทพนั้นคือผู้ที่ใช้ 84 ชาติเกิดเต็ม พวกเขากลับมาบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน สิ่งนี้ไม่ได้อยู่ในสติปัญญาของผู้ใด ลูกเข้าใจว่าภาพลักษณ์ทั้งหมดเหล่านั้นไม่มีชีวิต ไม่มีใครสามารถถ่ายภาพได้อย่างถูกต้องแม่นยำของพวกเขาได้ พวกเขามีความงามอย่างเป็นธรรมชาติ ร่างกายที่บริสุทธิ์ถูกสร้างขึ้นจากวัตถุธาตุที่บริสุทธิ์ ที่นี่ พวกเขาไม่บริสุทธิ์ ไม่มีใครในโลกนี้ที่มีสีผิวต่างๆจะมีอยู่ในยุคทอง กฤษณะถูกเรียกว่าผู้ที่น่าเกลียดและสวยงาม ในยุคทองเขาสวยงามและในยุคเหล็กเขาน่าเกลียด เขาไปจากยุคทองสู่ยุคเหล็กได้อย่างไร? ลูกเข้าใจทุกสิ่งจากดวงวิญญาณอันดับหนึ่งเป็นต้นไป ทันทีที่เด็กออกมาจากครรภ์เขาก็ได้รับชื่อว่ากฤษณะ ชื่อนั้นจำเป็นอย่างแน่นอน ลูกจะพูดว่าดวงวิญญาณกฤษณะสวยงามแล้วก็กลับมาน่าเกลียด และเหตุนี้เองเขาจึงถูกเรียกว่า “ผู้ที่น่าเกลียดและสวยงาม” เมื่อลูกได้รับดวงชะตาชีวิตของผู้นี้ ลูกก็สามารถเข้าใจโหราศาสตร์ของทั้งวงจร มันเต็มไปด้วยความลับมากมายที่ลูกเท่านั้นที่รู้ ไม่มีใครอื่นที่รู้ความลับเหล่านี้ เวลานี้ลูกต้องไปสู่โลกใหม่และบ้านใหม่ ผู้ที่ศึกษาอย่างดีจะไปสู่โลกใหม่ พ่อคือนายของทั้งโลกที่ไม่มีขีดจำกัด ท่านคือพ่อของดวงวิญญาณทั้งหมด พ่อเรียกว่าผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ นี้คือการศึกษา ไม่สามารถมีความสงสัยหรือคำถามในการศึกษานี้ ลูกไม่จำเป็นต้องโต้แย้งเกี่ยวกับคัมภีร์ที่นี่ ครูผู้เดียวนี้สูงส่งที่สุดและท่านนั่งที่นี่และสอนลูก ท่านผู้เดียวเท่านั้นคือสัจจะ ท่านบอกเรื่องราวของวิธีที่จะกลายเป็นนารายณ์ที่แท้จริงแก่ลูกในรูปของคำสอน อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเข้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1 ชำระสะสางบัญชีกรรมทั้งหมดของลูกและเตรียมตนเองเพื่อกลับไปสู่โลกของความเงียบสงบ ทำให้ดวงวิญญาณบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ด้วยพลังของการจดจำระลึกถึง

2 นำความรู้จากมหาสมุทรแห่งความรู้ไปปฏิบัติ ไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้และตัดสินเพื่อตนเอง เพื่อที่จะประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงในชีวิตของการหลุดพ้นของลูก จงสร้างสมคุณธรรมที่สูงส่ง

พร:
ขอให้ลูกเป็นผู้เพียรพยายามอย่างจริงจัง ที่รู้ถึงความสำคัญของเวลา และดังนั้นจึงมาเป็นอันดับแรกโดยการไปอย่างรวดเร็ว

ดวงวิญญาณที่มาใน “บทบาทอะแวค” ได้รับพรของ “การมาทีหลังและไปเร็ว ไปเร็วและมาเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้น รู้ถึงความสำคัญของเวลาและใช้พรที่ลูกได้รับในรูปทางปฏิบัติ การหล่อเลี้ยงที่เป็นอะแวคนี้ทำให้ลูกมีพลังอย่างง่ายดายและดังนั้น ลูกสามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้มากเท่าที่ลูกต้องการ เพราะว่าบัพดาดาและดวงวิญญาณเครื่องมือให้พรกับทุกคนให้โบยบินไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ ลูกได้รับโชคของการก้าวไปด้วยความเร็วอย่างง่ายดาย

คติพจน์:
ด้วยสำนึกรู้ของมนตราที่ยิ่งใหญ่ของ “ไม่มีตัวตนและมีตัวตนที่เท่าเทียมกัน” จงกลายเป็นโยคีที่สม่ำเสมอ