03.06.22       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆที่แสนหวาน นี่คือเกมของสุสาน(คาบรีสถาน) และดินแดนของเทพยดา(ปารีสถาน) ในเวลานี้เป็นสุสานและภายหลังจะกลายเป็นปารีสถาน หัวใจของลูกไม่ควรจะผูกพันอยู่กับสุสานนี้

คำถาม:
ด้วยการล่วงรู้หนึ่งสิ่งใดที่ความสงสัยทั้งหมดของมนุษย์จะถูกขจัดออกไป?

คำตอบ:
พ่อคือใครและท่านมาอย่างไร ถ้ารู้สิ่งนี้แล้ว ความสงสัยทั้งหมดของพวกเขาจะถูกขจัดออกไป ตราบใดที่ยังไม่รู้จักพ่อตราบนั้นความสงสัยของพวกเขาไม่สามารถสิ้นสุดได้ ด้วยการมีศรัทธาในสติปัญญา ลูกจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของลูกประคำแห่งชัยชนะ แต่ต้องมีศรัทธาที่สมบูรณ์ในทุกสิ่งภายใน 1 วินาที

เพลง :
ทิ้งบัลลังก์ของท่านบนท้องฟ้าและลงมายังพื้นดินนี้!

โอมชานติ
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกๆ นี้คือพ่อทางจิตที่ไม่มีขีดจำกัด แน่นอนที่ดวงวิญญาณทั้งหมดเปลี่ยนรูปของพวกเขา: พวกเขามาจากโลกที่ไม่มีตัวตนสู่รูปที่มีตัวตนเพื่อเล่นบทบาทของเขาบนสนามของการกระทำ ลูกๆพูดว่า:บาบาเปลี่ยนรูปของท่านเช่นเรา แน่นอนที่ท่านจะนำรูปที่มีตัวตนนั้นมาใช้เพื่อให้ความรู้ ท่านจะใช้รูปของมนุษย์ ลูกๆเองก็รู้ด้วยเช่นกันว่าลูกเคยไม่มีตัวตนแล้วกลายเป็นผู้ที่มีตัวตน อย่างแน่นอนที่เป็นเช่นนี้ นั่นคือโลกที่ไม่มีตัวตน พ่อนั่งและพูดสิ่งนี้ พ่อพูดว่า: ลูกไม่รู้ถึงเรื่องราวของ 84ชาติเกิดของลูก พ่อเข้ามาในผู้นี้และอธิบายแก่เขา เขาไม่ได้รู้สิ่งนี้ กฤษณะคือเจ้าชายแห่งยุคทอง แต่ผู้เดียวนี้ต้องเข้ามาสู่โลกที่ไม่บริสุทธิ์ในร่างที่ไม่บริสุทธิ์ กฤษณะนั้นสวยงามแต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาได้กลายเป็นผู้ที่น่าเกลียดอย่างไร พวกเขาพูดว่าเขาถูกงูกัด ในความเป็นจริงเป็นเรื่องของกิเลสทั้งห้า ด้วยการนั่งบนกองไฟของตัณหาราคะ ลูกได้กลายเนน่าเกลียด กฤษณะนั้นเรียกว่าชยัมซุนดา(ผู้ที่น่าเกลียดและสวยงาม)พ่อไม่มีร่างกายที่พ่อจะกลับมาน่าเกลียดหรือสวยงาม พ่อบริสุทธิ์เสมอ พ่อมาในการบรรจบกันของทุกวงจรเมื่อเป็นตอนสิ้นสุดยุคเหล็กและตอนเริ่มต้นยุคทอง พ่อเองต้องมาเพื่อก่อตั้งสวรรค์ ยุคทองคือดินแดนแห่งความสุขและยุคเหล็กคือดินแดนของความทุกข์ ในเวลานี้มนุษย์ทั้งหมดตกต่ำ ลูกไม่สามารถพูดว่ารัฐบาลของลักษมีและนารายณ์ จักรพรรดิและจักรพรรดินีของยุคทองนั้นคดโกง ที่นี่ทั้งหมดเป็นผู้ตกต่ำ เมื่อบารัตนั้นเป็นสวรรค์,ก็เป็นอาณาจักรของเหล่าเทพ ในเวลานั้นมีเพียงศาสนาเดียวเท่านั้นและทุกคนบริสุทธิ์และสูงส่งอย่างสมบูรณ์ ผู้ที่คดโกงก็กราบไหว้บูชาผู้ที่สูงส่ง ซันยาสซีได้อยู่อย่างบริสุทธิ์ และดังนั้นผู้ที่ไม่บริสุทธิ์,จึงได้ก้มศีรษะของพวกเขาเบื้องหน้าซานยาสซี ผู้ครองเรือนไม่ได้ทำตามซานยาสซี;พวกเขาเพียงแต่พูดว่า:ฉันเป็นสาวกของซานยาสซีนั้นนี้ อย่างไรก็ตาม เพียงเมื่อผู้คนเหล่านั้นได้ทำตามอย่างแท้จริงที่พวกเขาจะสามารถเรียกได้ว่าสาวก หากตัวลูกเองกลายเป็นซานยาสซีและแล้วลูกจึงจะสามารถเรียกได้ว่าเป็นสาวก ผู้ครองเรือนได้กลายเป็นสาวกของพวกเขาแต่ผู้ครองเรือนนั้นก็ไม่ได้อยู่อย่างบริสุทธิ์ ซานยาสซีไม่ได้อธิบายสิ่งนี้แก่พวกเขา และพวกเขาเองนั้นก็ไม่ได้เข้าใจว่าพวกเขาไม่ได้ทำตามซานยาสซีอย่างแท้จริง ที่นี่ลูกต้องทำตามแม่และพ่ออย่างสมบูรณ์ มีคำกล่าวว่า:ทำตามแม่และพ่อ ตัดโยคะของสติปัญญาของลูกออกไปจากผู้มีร่างกายทั้งหมดและมีสายใยกับฉันเท่านั้น,พ่อของลูก;และแล้วลูกก็จะมาหาพ่อและแล้วลูกก็จะไปสู่ยุคทอง ลูกนั้นคือผู้ที่รู้รอบ (all rounder) ลูกใช้ 84 ชาติเกิด และลูกก็เข้าใจว่าบทบาทที่รอบด้านของลูกดำเนินมาตั้งแต่ตอนเริ่มต้นถึงตอนสิ้นสุดและจากตอนสิ้นสุดถึงตอนเริ่มต้น บทบาทของผู้คนของศาสนาอื่นไม่ได้ดำเนินมาตั้งแต่ตอนเริ่มต้นถึงตอนสิ้นสุด ศาสนาดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปเป็นของเหล่าเทพเท่านั้น เริ่มแรกเคยมีสุริยวงศ์ เวลานี้ลูกเข้าใจว่าลูกวนไปรอบวงจรของ 84 ชาติเกิด แต่ผู้ที่มาภายหลังไม่สามารถเป็นผู้ที่รอบด้าน นี่คือบางสิ่งที่ต้องเข้าใจ ไม่มีใครนอกเหนือจากพ่อสามารถอธิบายสิ่งนี้ ก่อนอื่นมีลัทธิเทพ อาณาจักรของสุริยวงศ์และจันทราวงศ์ดำเนินมาถึงครึ่งหนึ่งของวงจร เวลานี้ยุคแห่งการบรรจบพบกันนั้นสั้นมาก สิ่งนี้เรียกได้ว่า สังกัม(การบรรจบกัน) และ กุมภ์ (การพบปะ) ด้วยเช่นกัน ทุกคนจดจำท่าน;โอ พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ได้โปรดมาและทำให้เราบริสุทธิ์จากตกต่ำ พวกเขาเร่ร่อนไปทั่วอย่างมากมายเพื่อที่จะพบปะกับพ่อ พวกเขาเฝ้าแต่ก่อไฟบูชายัญ,ทำทาปาเซีย,ให้ทานและทำบุญฯลฯ แต่ไม่มีประโยชน์ใดในสิ่งนั้น เวลานี้ลูกได้หลุดจากการเร่ร่อน สิ่งเหล่านั้นเป็นพิธีกรรมของบัคตีและสิ่งเหล่านี้คือพิธีกรรมของความรู้ หนทางบัคตีดำเนินมาถึงครึ่งหนึ่งของวงจร นี่คือหนทางของความรู้,และในเวลานี้ลูกได้รับการบอกให้มีการวางเฉยต่อโลกเก่า ดังนั้นของลูกคือการวางเฉยที่ไม่มีขีดจำกัดเพราะลูกรู้ว่าทั้งโลกนี้กำลังจะกลายเป็นสุสาน ในเวลานี้เป็นสุสานและภายหลัง,ก็จะกลายเป็นดินแดนของเทพยดา(fairies) นี่คือการละเล่นของคาบริสถานและปารีสถาน พ่อก่อตั้งดินแดนของเทพยดา(fairies)ซึ่งทุกคนนั้นจดจำ ไม่มีใครจดจำราวัน ด้วยการเข้าใจหนึ่งประเด็นหลัก ความสงสัยทั้งหมดของพวกเขาก็จะจบสิ้น จนกว่าพวกเขาตระหนักรู้จักพ่อก่อนอื่นใด ความสงสัยก็จะคงอยู่ในสติปัญญาของพวกเขา ผู้ที่มีความสงสัยในสติปัญญาของพวกเขาคือผู้ที่ถูกนำไปสู่การทำลายล้าง แน่นอน,ท่านคือพ่อของพวกเราดวงวิญญาณ ท่านให้มรดกที่ไม่มีขีดจำกัด เป็นเพียงด้วยการมีศรัทธาเท่านั้นที่เราจะสามารถถูกร้อยเข้าไปในลูกประคำแห่งชัยชนะ ควรจะมีศรัทธาในทุกคำพูดภายใน 1 วินาที ในเมื่อลูกพูดว่า บาบา ควรจะมีศรัทธาที่สมบูรณ์ ผู้ที่ไม่มีตัวตนนั้นก็เรียกว่าเป็นพ่อ ในความเป็นจริง พวกเขาก็เรียกคานธีว่า บาบูจี, (พ่อ) ด้วย แต่ที่นี่,บาบูจีของทั้งโลกนั้นเป็นที่ต้องการ ท่านคือพระเจ้าผู้เป็นพ่อของโลก พระเจ้า,พ่อของโลก,ต้องยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง ลูกได้รับอาณาจักรของโลกจากท่าน อาณาจักรของวิษณุนั้นกำลังมีการก่อตั้งขึ้นด้วยบราห์มา ลูกเข้าใจด้วยเช่นกันว่าลูกนั้นเคยเป็นนายของโลก ลูกเคยเป็นเทพและแล้วลูกได้กลายเป็นของจันทราวงศ์และแล้วก็เป็นราชวงศ์นักรบ และแล้วก็เป็นราชวงศ์ศูทร เพียงลูกๆเท่านั้นที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด พ่อพูดด้วยว่า: จะมีอุปสรรคมากมายในไฟบูชายัญของความรู้นี้ของพ่อ นี่คือไฟบูชายัญของความรู้ของรูดร้า ไฟแห่งการทำลายล้างถูกจุดขึ้นมาจากไฟบูชายัญนี้ ทั้งโลกเก่าจะถูกทำลายและศาสนาเทพเดียวจะถูกก่อตั้งขึ้น พ่อกำลังอธิบายแก่ลูกและกำลังบอกสัจจะแก่ลูก ท่านกำลังบอกลูกถึงเรื่องราวที่แท้จริงของการกลายเป็นนารายณ์จากนายธรรมดา ลูกนั้นกำลังรับฟังเรื่องราวนี้ในเวลานี้เท่านั้น สิ่งนี้ไม่ได้ดำเนินมาตั้งแต่ตอนเริ่มต้นของเวลา พ่อพูดว่า: เวลานี้ลูกได้เสร็จสิ้น 84 ชาติเกิด และแล้วก็จะมีอาณาจักรของลูกในโลกใหม่ นี้คือความรู้ของราชาโยคะ เพียงพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด เท่านั้นที่มีความรู้ของราชาโยคะที่ง่ายดาย สิ่งนี้เรียกว่าราชาโยคะของบารัตโบราณด้วย สิ่งนี้ได้เปลี่ยนยุคเหล็กเป็นยุคทองด้วย การทำลายล้างได้เริ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นั่นเป็นเรื่องของขีปนาวุธ ไม่มีเรื่องของการรบราในยุคทองหรือยุคเงิน สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นภายหลัง สงครามสุดท้ายจะเป็นไปด้วยขีปนาวุธ ก่อนหน้านั้น, พวกเขาเคยรบราด้วยดาบ, และแล้วพวกเขาก็เริ่มที่จะใช้ปืน, และแล้วก็มีการประดิษฐ์ปืนใหญ่และเวลานี้ก็มีระเบิดออกมา ไม่เช่นนั้นแล้วทั้งโลกจะถูกทำลายได้อย่างไร? พร้อมกันกับสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น ก็มีภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วย มีฝนตกอย่างหนัก ความอดอยากฯลฯ นั้นคือภัยพิบัติทางธรรมชาติทั้งหมด ยกตัวอย่าง,แผ่นดินไหวก็เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ใครจะสามารถทำอะไรกับสิ่งนั้นได้ ในเวลานี้ หากผู้คนจะทำประกันเอาไว้ก็ตามแต่ใครจะจ่ายให้กับใคร? ทั้งหมดจะตาย จะไม่มีใครได้รับสิ่งใด เวลานี้ลูกต้องประกันทุกสิ่งอีกครั้งไว้กับพ่อ พวกเขาทำประกันในหนทางบัคตีด้วย,แต่พวกเขาได้รับการตอบแทนในช่วงชีวิตอันสั้นเท่านั้นที่นี่ แต่นี่ลูกได้ทำประกันโดยตรง ใครบางคนที่ประกันทุกสิ่งก็ได้รับอำนาจในการปกครอง บาบาให้ตัวอย่างของท่านเอง ท่านได้ให้ทุกสิ่ง,ท่านประกันทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์กับพ่อ ดังนั้นท่านได้รับอำนาจในการปกครองเต็ม อย่างไรก็ตาม,ที่เหลือของโลกนี้จะถูกทำลาย นี้คือดินแดนของความตาย ทรัพย์สมบัติของบางคนก็จะถูกฝังไว้ในโคลน ในขณะที่รัฐบาลก็จะเอาสิ่งนั้นของผู้อื่นไป เมื่อเกิดไฟไหม้ที่บางแห่ง,หรือหากมีภัยพิบัติใดก็ตามเกิดขึ้น พวกขโมยก็จะมาและขโมยสิ่งต่างๆมากมาย ในเวลานี้คือเวลาของการสิ้นสุด เหตุนี้เองเวลานี้ลูกต้องจดจำพ่อและให้การช่วยเหลือ ในเวลานี้ทั้งหมดนั้นตกต่ำ ดังนั้นไม่มีใครสามารถก่อตั้งโลกที่บริสุทธิ์ได้ นี่คืองานของพ่อเท่านั้น พวกเขาเรียกหาพ่อ: โปรดมาจากโลกที่ไม่มีตัวตน มาและนำรูปมาใช้ ดังนั้นพ่อพูดว่า: พ่อได้เข้ามาในโลกที่มีตัวตนและนำรูปมาใช้ แต่พ่อไม่สามารถคงอยู่ในผู้นี้ได้เสมอ: ไม่มีใครสามารถเป็นผู้ขับขี่ได้ทั้งวัน! พวกเขาได้แสดงใครบางคนกำลังขี่วัว พวกเขาได้แสดงพาหนะที่มีโชคของมนุษย์ด้วย เวลานี้สิ่งนี้ถูก,หรือสิ่งนั้นถูก? พวกเขาได้แสดงฝูงวัวและเกามุก (ปาก/หน้าวัว) ด้วยเช่นกัน พวกเขาได้วาดภาพแสดงว่ามีผู้ขี่วัวและมีการให้ความรู้ผ่านปากวัว นี่คือน้ำทิพย์แห่งความรู้ที่ปรากฏออกมาและนี่ก็มีความหมายด้วยเช่นกัน มีแม้กระทั่งวัดเกามุก มีคนมากมายก็ได้ไปเพื่อดูวัดนั้น พวกเขาเชื่อว่าน้ำทิพย์กำลังหยดมาจากปากวัวและพวกเขาควรจะไปและดื่มน้ำทิพย์นั้น มีบันได 700 ขั้นลงไปเพื่อที่จะไปถึงที่นั่น ในความเป็นจริงผู้นี้คือเกามุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผู้คนได้ทำความเพียรพยายามอย่างมากเพื่อจะไปยังอมานาถด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าไม่มีสิ่งใดเลยที่นั่น พวกเขาทั้งหมดนั้นหลอกลวง พวกเขาได้แสดงว่าชางก้ากำลังถ่ายทอดเรื่องราวแก่ปารวตี แต่ปารวตีไม่ได้ตกต่ำมากจนกระทั่งเขาจะต้องนั่งลงและถ่ายทอดเรื่องราวทางศาสนาให้แก่เธอ ผู้คนใช้จ่ายเงินทองมากมายในการสร้างวัด พ่อพูดว่า: ด้วยการใช้จ่ายเงินทองของลูกไปมากมายลูกก็ได้สูญเสียเงินทองทั้งหมดนั้นอย่างเปล่าประโยชน์ ครั้งหนึ่งลูกเคยมีอำนาจอย่างยิ่งและเวลานี้ลูกได้กลายเป็นผู้ที่ไม่มีอำนาจ อย่างไรก็ตาม เวลานี้พ่อได้มาเพื่อทำให้ลูกมีอำนาจอีกครั้ง ลูกๆรู้ว่าลูกได้มาหาพ่อเพื่อรับมรดกของลูก เวลานี้บาบากำลังให้มรดกนี้แก่ลูก บารัตคือสถานที่เกิดของ พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด และดังนั้นนี่คือสถานที่จาริกแสวงบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แล้วพ่อก็เป็นผู้ชำระที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งหมด หากชื่อของพ่ออยู่ในกีตะ ทั้งหมดก็จะมาที่นี่และถวายดอกไม้ ไม่มีใครนอกจากพ่อสามารถให้การหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลส บารัตคือสถานที่ของการจาริกแสวงบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ไม่มีใครตระหนักรู้ในสิ่งนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วเช่นที่คำยกย่องของพ่อนั้นไม่มีขีดจำกัด ดังนั้นมีคำยกย่องของบารัตด้วย เป็นบารัตที่ได้กลายเป็นนรกและสวรรค์ คำยกย่องที่ไม่มีขีดจำกัดเป็นของสวรรค์ ในขณะที่การประณามที่ไม่มีขีดจำกัดเป็นของนรก เวลานี้ลูกๆกำลังกลายเป็นนายของดินแดนแห่งสัจจะ ลูกได้มาที่นี่เพื่อที่จะรับมรดกที่ไม่มีขีดจำกัดจากบาบา พ่อพูดว่า: มานมานะภาฟ! นำโยคะของสติปัญญาของลูกออกจากทุกคนอื่นและจดจำพ่อเท่านั้น ลูกจะกลับมาบริสุทธิ์ด้วยการจดจำระลึกถึง ลูกต้องรับมรดกด้วยการดูดซับความรู้ ทุกคนได้รับมรดกของการหลุดพ้นในชีวิต(liberation-in-life) แต่มีเพียงผู้ที่ศึกษาราชาโยคะเท่านั้นที่ได้รับมรดกแห่งสวรรค์ ทุกคนจะได้รับการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลส(salvation) ท่านจะนำทุกคนกลับบ้าน พ่อพูดว่า: พ่อคือความตายเหนือความตายทั้งหมด มีวัดของมหากาฬ(ความตายที่ยิ่งใหญ่)ด้วย พ่ออธิบาย: ในเวลาสุดท้าย เมื่อการประกาศเกียรติคุณเกิดขึ้น ผู้คนจะเข้าใจว่าแท้จริงแล้วเป็นพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดที่เฝ้าแต่บอกผู้คนทั้งหลาย เมื่อผู้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวในเวลานี้(ที่ชุมนุมทางศาสนา)พูดว่า พระเจ้าแห่งกีตะไม่ใช่กฤษณะแต่เป็นชีวา ทุกคนก็จะพูดว่าผู้นั้นได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบราห์มากุมารี สิ่งนี้ระบุว่ายังไม่ใช่เวลาของพวกเขา พวกเขาจะเข้าใจภายหลัง ถ้าพวกเขาจะเชื่อทุกสิ่งในขณะนี้ ธุรกิจทั้งหมดของพวกเขาจะจบสิ้น อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. ตัดสายใยอื่นๆทั้งหมดและทำตามแม่และพ่ออย่างสมบูรณ์ สติปัญญาของลูกควรมีการวางเฉยที่ไม่มีขีดจำกัดต่อโลกเก่านี้ ลูกต้องลืมโลกนี้

2. เวลานี้คือเวลาของการสิ้นสุดและทุกสิ่งกำลังจะถูกทำลาย ดังนั้น ก่อนที่ทุกสิ่งจะจบสิ้นลง จงประกันทุกสิ่งที่ลูกมีและประกาศสิทธิ์ต่ออำนาจในการปกครองในอนาคตที่สมบูรณ์

พร:
ขอให้ลูกมีโชคที่สูงส่งและรับประทานและรับใช้ผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอด้วยการบำรุงเลี้ยงของความสุขของชีวิตบราห์มิน

เราคือลูกๆ และนายของผู้เป็นนายของโลก จงมีความซาบซึ้งที่ได้รับจากพระเจ้านี้และความสุขอย่างสม่ำเสมอ ว้าว โชคที่สูงส่งของฉัน ! นี่คือจุดหมายปลายทางของฉัน เฝ้าแต่แกว่งไกวอยู่ในชิงช้าของความสุขนี้อย่างสม่ำเสมอ ฉันมีโชคอย่างสม่ำเสมอเพราะฉันกำลังรับประทานและรับใช้ผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอด้วยการบำรุงเลี้ยงของความสุข ลูกให้ทานอันยิ่งใหญ่ของความสุขแก่ผู้อื่นและทำให้พวกเขามีโชค ความสุขคือชีวิตของลูก การอยู่อย่างเป็นสุขคือการมีชีวิต นี้คือพรที่สูงส่งของชีวิตบราห์มิน

คติพจน์:
มีความอดทนในทุกสถานการณ์และลูกจะเฝ้าแต่มีประสบการณ์ความสุขสันต์

คำพูดที่ประมาณค่ามิได้ของมาเตชวารีจี

1. ความรู้ของพระเจ้านี้ไม่ได้ปรากฏออกมาจากสติปัญญาของเราหรือจากความเข้าใจของเราเอง จินตนาการของเราหรือความคิดของเราเอง แต่เราได้ยินความรู้นี้จากผู้สร้างของโลกนี้ พร้อมกันกับสิ่งนี้เราบอกท่านถึงสิ่งที่เราได้มีประสบการณ์แล้วในทางปฏิบัติจริงและสิ่งที่เราได้รับเข้าไปในสำนึกรู้ของเราเอง ถ้าสิ่งนี้เป็นประเด็นของเพียงสำนึกรู้ของเราเอง สิ่งนี้ก็จะเพียงทำงานกับเราเท่านั้น แต่เราได้ยินสิ่งนี้จากพระเจ้า มีประสบการณ์ในสิ่งนี้กับสำนึกรู้ของเราและกำลังซึมซับสิ่งนี้อยู่ อะไรก็ตามที่เราซึมซับ สิ่งนี้อยู่ในสำนักรู้ของเราและประสบการณ์ของเราอย่างแน่นอนเพราะเพียงเมื่อนั้นที่สิ่งนี้ได้รับการพิจารณาว่าเป็นของเราเอง เรารู้ถึงสิ่งนี้ผ่านผู้เดียวนั้น ดังนั้นอะไรคือสิ่งสร้างของพระเจ้า ใครคือพระเจ้า ไม่ใช่ประเด็นของความคิดของเราเอง ถ้าหากว่าเป็นความคิดของเราเอง สิ่งนั้นก็จะเกิดขึ้นในจิตใจของเรา นี้คือความคิดของฉันและเหตุนี้เองฉันจึงได้รับประเด็นหลักที่มีค่าควรแก่การซึมซับ สิ่งหลักคือการมีโยคะแต่ก่อนโยคะเราจำเป็นต้องมีความรู้ ทำไมจึงเป็นที่กล่าวว่าความรู้เป็นที่ต้องการเป็นอันดับแรกก่อนโยคะ ก่อนอื่นใด จงคิด แล้วเข้าใจและแล้วมีโยคะ มีคำกล่าวเสมอว่าจำเป็นต้องมีความเข้าใจเป็นอันดับแรก มิฉะนั้นการกระทำของเราจะผิด เหตุนี้เองความรู้ จึงมีความสำคัญเป็นอันดับแรก ความรู้คือสภาพที่สูงที่เราจำเป็นต้องการสติปัญญาที่จะเข้าใจสิ่งนั้น เพราะพระเจ้า ผู้สูงสุดคือสิ่งใด กำลังสอนพวกเราอยู่

2. ความรู้ของพระเจ้านี้เป็นไปสำหรับการแตกออกในด้านหนึ่งและสำหรับการเชื่อมโยงในอีกด้านหนึ่ง เราต้องเชื่อมโยงตัวของเราเองกับพระเจ้า โดยการมีความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์นี้ เราจะก้าวหน้าสูงขึ้นไปบนบันไดของความรู้เพราะดวงวิญญาณในเวลานี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของบ่วงกรรม ในตอนเริ่มแรกดวงวิญญาณเป็นอิสระจากบ่วงพันธะของกรรมใดๆ ต่อมาดวงวิญญาณได้เข้ามาในบ่วงแห่งกรรม และขณะนี้อีกครั้งหนึ่งพวกเขาต้องกลับมาเป็นอิสระจากบ่วงพันธะของกรรมของพวกเขา เวลานี้จะต้องไม่มีบ่วงของกรรมใดๆของพวกเรา และวิธีที่เรากระทำนั้นต้องอยู่ในมือของพวกเราเอง นั่นคือ เราต้องควบคุมการกระทำของเราเองเพราะเพียงเมื่อนั้นที่เราจะไม่ถูกผูกไว้ด้วยบ่วงกรรมใดๆ นี้เรียกว่าการหลุดพ้นในชีวิต มิฉะนั้นโดยการอยู่ในบ่วงของกรรมและการเข้ามาในวงจรจะไม่สามารถมีการหลุดพ้นในชีวิตสำหรับตลอดเวลาได้ เวลานี้พลังทั้งหมดได้หมดไปจากดวงวิญญาณทั้งหลายและกำลังมีการกระทำโดยปราศจากการควบคุมของพวกเขาเอง อย่างไรก็ตามดวงวิญญาณต้องกระทำและดวงวิญญาณต้องได้รับพลัง ดวงวิญญาณต้องเข้ามาสู่เวทีที่ที่พวกเขาไม่มีบ่วงกรรมใดๆ มิฉะนั้นมนุษย์จะติดกับโดยผลของความสุขและความทุกข์เพราะการกระทำของพวกเขาจะดึงพวกเขา ดวงวิญญาณพัฒนาพลังที่จะทำให้ตนเองเป็นอิสระจากบ่วงกรรมใดๆ นี้คือผลลัพธ์ ทุกสิ่งจะกลับมาง่ายดายโดยการซึมซับสิ่งต่างๆเหล่านี้ นี้คือเป้าหมายของคลาสนี้ เราไม่ต้องศึกษาพระเวทย์และคัมภีร์ต่างๆและได้รับปริญญา แต่เราต้องใช้ความรู้ของพระเจ้านี้ที่จะสร้างชีวิตของเรา สำหรับสิ่งนี้ เราจำเป็นต้องรับพลังจากพระเจ้า อัจชะ