06.01.20       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน ลูกคือผู้รับใช้บารัตที่มีคุณค่ามากที่สุด บนพื้นฐานของศรีมัทที่ลูกได้ใช้ ร่างกาย จิตใจและทรัพย์สมบัติของลูกเพื่อทำให้บารัตกลายเป็นอาณาจักรของราม

คำถาม:
อะไรคืองานรับใช้ทางจิตที่แท้จริงที่ลูกๆ กำลังทำอยู่ในเวลานี้?


คำตอบ:
ด้วยการทำตามศรีมัท ลูกๆกำลังก่อตั้งดินแดนที่บริสุทธิ์แห่งความสุขในวิธีที่แฝงตัว นี่คืองานรับใช้ทางจิตที่แท้จริงของบารัต ด้วยการทำตามศรีมัทของพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด ลูกกำลังปลดปล่อยทุกคนจากกรงขังของราวัน สำหรับสิ่งนี้ ลูกกำลังกลับมาบริสุทธิ์และทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์

เพลง:
ชี้หนทางแก่คนตาบอดเถิด โอ้ พระเจ้า!

โอมชานติ
มีความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงระหว่างการพูดคำว่า โอ้ พระผู้, โอ้ พระเจ้า, โอ้ ดวงวิญญาณสูงสุด และการพูดคำว่า พ่อ มีความเคารพนับถืออย่างมากมายในการพูดคำว่า, โอ้พระเจ้า, โอ้พระผู้ ในขณะที่คำว่า พ่อ นั้นธรรมดาอย่างยิ่ง มีพ่อมากมาย แม้แต่ในการสวดมนต์ ผู้คนก็พูดว่า พระผู้, โอ้ พระเจ้า เหตุใดพวกเขาจึงไม่พูดว่า บาบา? เหนือกว่าสิ่งใด ท่านคือ พ่อสูงสุด ราวกับว่าคำว่า พ่อ ได้ถูกกดเก็บไว้ และคำว่า ดวงวิญญาณสูงสุด นั้นมีความสำคัญมากกว่า ผู้คนนั้นเรียกหา: โอ้ พระเจ้าชี้หนทางให้แก่คนตาบอดเถิด! ดวงวิญญาณนั้นพูดว่า: บาบา ชี้หนทางสู่การหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิตแก่พวกเราเถิด คำว่า พระผู้ นั้นยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง ในขณะที่คำว่า พ่อ นั้นธรรมดาอย่างยิ่ง ลูกเข้าใจว่าพ่อมาและอธิบายแก่ลูก ในโลกวัตถุมีพ่ออยู่มากมาย ผู้คนแม้แต่เรียกหาว่า: ท่านคือแม่และพ่อ คำพูดเหล่านี้ธรรมดาอย่างยิ่ง ด้วยการพูดคำว่า พระเจ้า หรือ พระผู้ ผู้คนนั้นก็คิดว่า: มีอะไรที่ท่านทำไม่ได้? ลูกๆ รู้ว่าในเวลานี้พ่อได้มาแล้ว พ่อได้ชี้หนทางที่ง่ายดายและสูงส่งอย่างยิ่งแก่ลูก พ่อพูดว่า: โอ้ ลูกๆ ของพ่อ ด้วยการทำตามการกำหนดของราวันและด้วยการนั่งบนกองไฟของตัณหาราคะ ลูกก็ถูกเผาอย่างสิ้นเชิง เวลานี้พ่อได้มาเพื่อชำระลูกให้บริสุทธิ์และพาลูกกลับบ้าน เหตุนี้เองลูกจึงเรียกหาพ่อให้มาเพื่อทำให้ลูกบริสุทธิ์จากไม่บริสุทธิ์ พ่อพูดว่า: พ่อได้มาเพื่อรับใช้ลูก ลูกๆ ทั้งหมดอยู่ในงานรับใช้ทางจิตของบารัตด้วยเช่นกัน ไม่มีใครนอกจากลูกที่สามารถทำงานรับใช้นี้ได้ ลูกทำเช่นนั้นเพื่อบารัต ลูกกลับมาบริสุทธิ์ด้วยการทำตามศรีมัทและลูกทำให้บารัตกลับมาบริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน บาบูคานธีจีเองนั้นก็ต้องการให้อาณาจักรของรามนั้นมาถึงด้วยเช่นกัน ในเวลานี้ไม่มีมนุษย์ใดสามารถสร้างอาณาจักรของรามได้ ไม่เช่นนั้นแล้วเหตุใดพวกเขาจึงเรียกหาพระเจ้าในฐานะผู้ชำระให้บริสุทธิ์เล่า? เวลานี้ลูกๆ มีความรักอย่างมากมายต่อบารัต ลูกคือผู้ที่ทำงานรับใช้ที่แท้จริงของบารัตโดยเฉพาะและของทั้งโลกโดยทั่วไป ลูกรู้ว่าลูกกำลังทำให้บารัตกลายเป็นอาณาจักรของรามที่ซึ่งคานธีจีนั้นต้องการอีกครั้ง เขาคือพ่อของชาติที่มีขีดจำกัด ในขณะที่ผู้เดียวนี้คือพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด ท่านทำงานรับใช้ที่ไม่มีขีดจำกัด เพียงลูกๆ เท่านั้นที่รู้สิ่งนี้ ในบรรดาลูกด้วยเช่นกัน, บ้างก็มีความซาบซึ้งที่ตามลำดับกันไปว่าลูกกำลังสร้างอาณาจักรของราม ลูกคือผู้รับใช้ของรัฐบาล ลูกกำลังสร้างรัฐบาลที่สูงส่ง ลูกมีความซาบซึ้งต่อบารัต, ลูกเข้าใจว่าเคยเป็นแผ่นดินที่บริสุทธิ์ในยุคทอง และในเวลานี้แผ่นดินนั้นไม่บริสุทธิ์ ลูกรู้ว่าเวลานี้ลูกกำลังสร้างแผ่นดินที่บริสุทธิ์, ดินแดนแห่งความสุขด้วยพ่อและในสิ่งนั้นด้วยในวิธีที่แฝงตัว ลูกได้รับศรีมัทในวิธีที่แฝงตัวด้วยเช่นกัน ลูกกำลังทำสิ่งนี้เพื่อรัฐบาลของบารัต ด้วยการทำตามศรีมัท ลูกกำลังทำงานรับใช้ที่สูงส่งที่สุดของบารัตด้วยร่างกาย จิตใจและทรัพย์สมบัติของลูก ผู้คนมากมายของพรรคชาตินิยมของอินเดียติดคุก แต่ไม่มีความจำเป็นสำหรับลูกที่จะเข้าคุก ประเด็นของลูกนั้นเป็นไปในทางจิต สงครามของลูกนั้นต่อต้านราวัน, กิเลสทั้ง 5 ผู้ที่ปกครองอาณาจักรทั่วทั้งโลก นี่คือกองทัพของลูก ลังกานั้นคือเกาะเล็กๆ ในขณะที่ทั้งโลกนี้คือเกาะที่ไม่มีขีดจำกัด (ลังกา) ด้วยการทำตามศรีมัทของพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด ลูกก็ปลดปล่อยทุกคนจากกรงขังของราวัน ลูกรู้ว่าถึงอย่างไรโลกที่ไม่บริสุทธิ์นั้นก็ต้องถูกทำลาย ลูกคือชีพชัคตี ลูกๆ โก๊ป (ผู้ชาย) นั้นก็คือชีพชัคตีด้วยเช่นกัน ลูกกำลังทำงานรับใช้ที่ยิ่งใหญ่ของบารัตในวิธีที่แฝงตัว เมื่อลูกนั้นได้ก้าวหน้าไป ผู้คนก็จะมาเพื่อรู้ถึงสิ่งนี้ งานรับใช้บนพื้นฐานของศรีมัทของลูกนั้นเป็นไปในทางจิต ลูกๆ นั้นแฝงตัว รัฐบาลไม่ได้รู้ว่าลูกๆ บราห์มา กุมารีนั้นกำลังทำให้บารัตกลายเป็นดินแดนแห่งสัจจะที่สูงส่งที่สุดด้วยร่างกาย จิตใจและทรัพย์สมบัติของลูก บารัตเคยเป็นดินแดนแห่งสัจจะ แต่เวลานี้คือดินแดนของความหลอกลวง เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นคือสัจจะ มีคำกล่าวว่า พระเจ้าคือสัจจะ ท่านกำลังให้คำสอนที่แท้จริงแก่ลูกเพื่อที่จะเปลี่ยนลูกจากนายธรรมดาเป็นนารายณ์ พ่อพูดว่า: พ่อได้ทำให้ลูกเป็นนารายณ์จากนายธรรมดาในวงจรที่แล้วด้วย พวกเขาได้เขียนเรื่องเล่าเช่นนั้นในรามายณะ มีคำพูดที่ว่ารามได้นำกองทัพลิงไป ก่อนหน้านั้นลูกทั้งหมดเคยเป็นเหมือนลิง ไม่ใช่เรื่องของเพียงสีดาเดียว พ่ออธิบายว่าท่านทำลายอาณาจักรของราวันและก่อตั้งอาณาจักรของรามอย่างไร ไม่มีเรื่องของความยากลำบากใดๆ ในสิ่งนี้ ผู้คนก็ใช้จ่ายเงินทองไปอย่างมากมายในการสร้างหุ่นจำลองของราวันและก็เผาสิ่งนั้น พวกเขาไม่ได้เข้าใจสิ่งใด บุคคลสำคัญมากมายก็ไปและคอยเฝ้าดูสิ่งนั้น ได้มีการเชื้อเชิญชาวต่างชาติให้มาและคอยเฝ้าดูสิ่งนั้นด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้เข้าใจสิ่งใด เวลานี้พ่ออธิบายสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด และดังนั้นลูกๆจึงมีความกระตือรือร้นในหัวใจของลูกว่าลูกกำลังทำงานรับใช้ทางจิตที่แท้จริงของบารัต ที่เหลือของโลกนั้นกำลังทำตามการกำหนดของราวัน ในขณะที่ลูกกำลังทำตามศรีมัทของราม ไม่ว่าลูกจะพูดว่ารามหรือชีวาก็เป็นสิ่งเดียวกัน พระเจ้านั้นได้รับชื่อมากมาย ลูกๆ คือผู้รับใช้ที่มีคุณค่ามากที่สุดของบารัตผู้ที่ทำตามศรีมัท ผู้คนนั้นก็เรียกหา: โอ ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ได้โปรดมาและชำระพวกเราให้บริสุทธิ์เถิด ลูกรู้ว่าลูกได้รับความสุขมากมายเพียงไรในยุคทอง ลูกได้รับสมบัติที่มีค่าที่ไม่มีขีดจำกัด แม้แต่ช่วงอายุเฉลี่ยที่นั่นก็ยาวมาก ที่นั่นพวกเขาเป็นโยคี ในขณะที่ที่นี่ทั้งหมดนั้นคือโบคี(ผู้ที่ข้องแวะในความสุขจากการใช้ประสาทสัมผัส) ที่นั่นพวกเขาบริสุทธิ์ ในขณะที่นี่พวกเขานั้นไม่บริสุทธิ์ มีความแตกต่างเหมือนกับกลางวันและกลางคืน กฤษณะนั้นก็เรียกว่าเป็นโยคีด้วยเช่นกัน พวกเขาก็เรียกกฤษณะว่าเป็นมหาตมะ(ดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่)ด้วย แต่เขานั้นคือมหาตมะที่แท้จริง เป็นการร้องคำยกย่องของเขาผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยทุกคุณธรรมฯลฯ ทั้งดวงวิญญาณและร่างกายนั้นบริสุทธิ์ ซันยาสซีนั้นถือกำเนิดกับผู้ครองเรือนด้วยกิเลส และแล้วพวกเขาก็ได้กลายเป็นซันยาสซี เวลานี้พ่ออธิบายประเด็นเหล่านี้แก่ลูก ในเวลานี้ผู้คนนั้นไม่มีศีลธรรมจรรยาและไม่มีความสุข พวกเขาเคยเป็นอะไรในยุคทอง? พวกเขานั้นเคยฝักใฝ่ในศาสนาและมีศีลธรรมจรรยา พวกเขานั้นเคยมีความสุขเสมอและมีอำนาจ 100% มีความแตกต่างเหมือนกับกลางวันและกลางคืน เพียงลูกเท่านั้นที่รู้สิ่งนี้อย่างถูกต้องแม่นยำ ไม่มีใครสามารถที่จะรู้ว่าบารัตนั้นได้กลายเป็นนรกจากสวรรค์ได้อย่างไร พวกเขากราบไหว้บูชาลักษมีและนารายณ์และสร้างวัดให้ลักษมีและนารายณ์ แต่พวกเขาก็ไม่เข้าใจสิ่งใด พ่อนั้นก็เฝ้าแต่บอกลูกว่าลูกนั้นสามารถอธิบายแก่ผู้ที่มีตำแหน่งที่ดี และลูกก็สามารถอธิบายสิ่งต่างๆ เหล่านี้แก่ บิร์ล่า (Birla-ผู้มั่งคั่งผู้ที่ให้สร้างวัดลักษมีนารายณ์)ด้วยเช่นกันว่า ลักษมีและนารายณ์ได้รับสถานภาพของเขามาอย่างไรและพวกเขาได้ทำอะไรที่ได้มีการสร้างวัดให้แก่พวกเขา การกราบไหว้บูชาใครบางคนโดยที่ไม่ได้ล่วงรู้หน้าที่การงานของเขาเป็นเหมือนกับการกราบไหว้บูชารูปบูชาที่เป็นหิน นั่นคือการกราบไหว้บูชาตุ๊กตา ผู้คนของศาสนาอื่นๆ ก็รู้ว่าพระคริสต์ได้มาในเวลานั้นๆ และพวกเขาก็เชื่อว่าพระคริสต์จะมาอีกครั้ง ดังนั้นลูกๆ ควรจะมีความซาบซึ้งทางจิตอยู่ภายในอย่างใหญ่หลวง ลูกๆ ผู้เป็นจิตวิญญาณก็ควรจะมีความสุขนี้ ลูกเคยมีสำนึกที่เป็นร่างมาถึงครึ่งหนึ่งของวงจร พ่อพูดว่า: เวลานี้จงอยู่อย่างปราศจากร่าง คิดว่าตนเป็นดวงวิญญาณ ฉันดวงวิญญาณกำลังรับฟังพ่อ ในสัทสังอื่น พวกเขาไม่เคยคิดว่าพ่อทางจิตกำลังนั่งที่นั่นและกำลังอธิบายแก่ผู้เป็นจิตวิญญาณ เป็นจิตวิญญาณที่รับฟังทุกสิ่ง ดวงวิญญาณพูดว่า: ฉันคือนายกรัฐมนตรี ฉันเป็นผู้นั้นผู้นี้ ดวงวิญญาณก็พูดผ่านร่างของเขาว่าเขานั้นเป็นนายกรัฐมนตรี เวลานี้ลูกพูดว่าลูกๆ ดวงวิญญาณกำลังทำความเพียรพยายามที่จะกลายเป็นเทพแห่งสวรรค์ ฉันคือดวงวิญญาณ และนี่คือร่างของฉัน เป็นสิ่งที่ใช้ความเพียรพยายามอย่างใหญ่หลวงที่จะกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ หากลูกคิดว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณซ้ำแล้วซ้ำเล่าและจดจำพ่อ บาปทั้งหมดของลูกจะถูกเผาทิ้ง ลูกคือผู้รับใช้ที่เชื่อฟังที่สุด ลูกทำงานนี้ในวิธีที่แฝงตัว ดังนั้นลูกควรจะมีความซาบซึ้งที่แฝงตัวด้วยเช่นกันว่าลูกคือผู้รับใช้ทางจิตของรัฐบาล ลูกกำลังทำให้บารัตเป็นสวรรค์ บาบูจีเองนั้นก็ต้องการให้มีบารัตใหม่ในโลกใหม่เช่นกัน เขานั้นต้องการเดลลีใหม่ ในเวลานี้นี่ไม่ใช่โลกใหม่ เดลลีเก่านี้กำลังจะกลายเป็นสุสาน และแล้วต่อไปจะกลายเป็นดินแดนของเทวดานางฟ้า ลูกไม่สามารถเรียกเดลลีเก่าว่าเป็นดินแดนของเทวดานางฟ้าได้ในเวลานี้ ลูกกำลังสร้างเดลลีใหม่, ดินแดนของเทวดานางฟ้า, สำหรับโลกใหม่ ประเด็นเหล่านี้ต้องเป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจนมาก ลูกไม่ควรจะลืมสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นงานที่สูงส่งอย่างยิ่งของการทำให้บารัตกลายเป็นดินแดนแห่งความสุขอีกครั้ง ตามแผนของละครโลกนั้นต้องกลับมาเก่า ในเวลานี้เป็นดินแดนของความทุกข์ เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่เรียกว่าเป็นผู้ขจัดความทุกข์และเป็นผู้ประทานความสุข ลูกรู้ว่าพ่อมาทุก 5000 ปีเพื่อทำให้บารัตที่เต็มไปด้วยความทุกข์นั้นมีความสุข ท่านให้ความสุขพร้อมกันกับความสงบ ทุกคนนั้นก็ถามด้วยเช่นกันว่าพวกเขาจะสามารถมีความสงบของจิตใจได้อย่างไร ในเวลานี้ความสงบนั้นสามารถคงอยู่ในดินแดนแห่งความสงบ, บ้านที่แสนหวานเท่านั้น ดินแดนนั้นเรียกว่าดินแดนแห่งความเงียบสงบที่ซึ่งไม่มีเสียงดังหรือความทุกข์ใดๆ แม้แต่พระอาทิตย์และพระจันทร์ฯลฯ ก็ไม่คงอยู่ที่นั่น เวลานี้ลูกๆ มีความรู้ทั้งหมดนี้ พ่อได้มาในฐานะผู้รับใช้ที่เชื่อฟังของลูก อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้จักพ่อเลย ผู้คนก็เรียกใครก็ตามนั้นว่าเป็นดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่สามารถที่จะมีดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ในเวลานี้ ดวงวิญญาณที่นั่นบริสุทธิ์ และเพราะพวกเขาบริสุทธิ์พวกเขาจึงมีความสงบและความมั่งคั่งเช่นกัน พวกเขาไม่ได้มีความบริสุทธิ์ในเวลานี้และดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีสิ่งใดเลย มีความเคารพนับถือต่อความบริสุทธิ์ เหล่าเทพนั้นบริสุทธิ์ ซึ่งเหตุนี้เองผู้คนจึงก้มลงเบื้องหน้ารูปบูชาของพวกเขา ผู้ที่บริสุทธิ์นั้นก็บริสุทธิ์ และผู้ที่ไม่บริสุทธิ์นั้นไม่บริสุทธิ์ ผู้เดียวนี้คือบาบูจีที่ไม่มีขีดจำกัดของทุกคนในโลก แม้แต่ผู้ว่าราชการก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นพ่อเมือง สิ่งต่างๆเหล่านั้นไม่ได้คงอยู่ที่นั่น อาณาจักรที่นั่นทำงานตามกฎ ผู้คนเรียกหา: โอ ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ได้โปรดมา! พ่อพูดว่า: ในเวลานี้จงกลับมาบริสุทธิ์! และแล้วพวกเขาก็ถามว่า: สิ่งนี้เป็นไปได้อย่างไร? เด็กๆ จะถือกำเนิดขึ้นมาอย่างไร? ประชากรโลกจะขยายตัวอย่างไร? พวกเขาไม่ได้ตระหนักรู้ว่าลักษมีและนารายณ์นั้นปราศจากกิเลสอย่างสมบูรณ์ ลูกๆ นั้นต้องอดทนต่อการต่อต้านมากมาย ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่เคยเกิดขึ้นในละครในวงจรที่แล้วจะซ้ำรอย ไม่ใช่ว่าลูกจะต้องยืนนิ่ง เนื่องจากละครและคิดว่าลูกจะได้รับสิ่งนั้นหากสิ่งนั้นอยู่ในละคร ลูกจะสอบผ่านที่โรงเรียนด้วยการนั่งเฉยๆ ในวิธีนั้นหรือ? ผู้คนต้องเฝ้าแต่ทำความเพียรพยายามสำหรับทุกสิ่ง โดยที่ไม่มีความเพียรพยายามลูกก็ไม่สามารถแม้กระทั่งได้รับน้ำ ไม่ว่าความเพียรพยายามใดก็ตามที่ลูกทำ, วินาทีแล้ววินาทีเล่า, เป็นไปสำหรับผลรางวัลของลูก ลูกก็ต้องทำความเพียรพยายามที่ไม่มีขีดจำกัดเพื่อที่จะมีความสุขที่ไม่มีขีดจำกัด ในเวลานี้เป็นกลางคืนของบราห์มา และดังนั้นก็เป็นกลางคืนของบราห์มินด้วยเช่นกัน และแล้วก็จะเป็นกลางวันของบราห์มิน ลูกเคยศึกษาสิ่งนี้ในคัมภีร์ แต่ลูกไม่ได้เข้าใจสิ่งใด บาบานี้เคยถ่ายทอดรามายณะและภควัตฯลฯ ด้วยตัวท่านเอง ท่านเคยนั่งเหมือนกับบัณฑิต เวลานี้ลูกเข้าใจว่านั่นคือหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา ความเลื่อมใสศรัทธาแยกห่างจากความรู้ พ่อพูดว่า: ลูกทั้งหมดได้อยู่อย่างน่าเกลียดจากการนั่งบนกองไฟของตัณหาราคะ กฤษณะเองนั้นก็เรียกว่าเป็น ผู้ที่น่าเกลียดและผู้ที่สวยงาม ด้วยเช่นกัน ผู้กราบไหว้บูชาคือผู้ที่มีศรัทธาที่งมงาย มีการกราบไหว้บูชาความชั่วร้ายอย่างมาก การกราบไหว้บูชาร่างของใครบางคนหมายถึงการกราบไหว้บูชาวัตถุธาตุทั้งห้า สิ่งนั้นเรียกว่าการกราบไหว้บูชาที่มีสิ่งเจือปน แรกเริ่มความเลื่อมใสศรัทธานั้นไม่มีอะไรเจือปน เป็นการกราบไหว้บูชาชีวาผู้เดียวเท่านั้น เพียงแค่มองดูในเวลานี้ถึงสิ่งต่างๆ ที่ผู้คนกราบไหว้บูชา พ่อก็แสดงความมหัศจรรย์มากมายและท่านก็อธิบายความรู้แก่ลูกด้วยเช่นกัน ท่านกำลังทำให้ลูกกลายเป็นดอกไม้จากหนาม สิ่งนั้นเรียกได้ว่าเป็นสวนดอกไม้ ในการาจีนั้นก็มีคนยามชื่อพาทัน ผู้ที่ได้เข้าฌาน เขาพูดว่า: ฉันได้ไปสู่สวรรค์และคูด้า(พระเจ้า)ได้ให้ดอกไม้แก่ฉัน เขามีประสบการณ์ของความสุขสันต์อย่างใหญ่หลวง เป็นความมหัศจรรย์! ผู้คนพูดถึงความมหัศจรรย์ทั้งเจ็ดของโลก ในความเป็นจริงสวรรค์คือความมหัศจรรย์ของโลก ไม่มีใครรู้สิ่งนี้ ลูกได้รับความรู้ชั้นหนึ่งอย่างยิ่ง และดังนั้นลูกควรที่จะมีความสุขอย่างมากมาย บัพดาดานั้นสูงสุด แต่กระนั้นท่านก็อยู่อย่างเรียบง่ายอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาร้องเพลงว่าท่านนั้นไม่มีตัวตนและปราศจากความหลงทะนง นั่นก็เป็นการร้องคำสรรเสริญของพ่อ พ่อต้องมาและรับใช้ลูก พ่อคนใดก็ตามจะรับใช้ลูกๆเสมอ ให้ทรัพย์สมบัติและความมั่งคั่งแก่พวกเขา และแล้วเขาเองก็เข้าสู่สภาพของการปลดเกษียณ เขาให้ลูกๆ ของเขานั่งอยู่บนศีรษะของเขา ลูกๆได้กลายเป็นนายของโลก ลูกจะไปยังบ้านที่แสนหวานของลูก และแล้วก็ลงมาและประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรที่แสนหวานของลูก พ่อพูดว่า: พ่อไม่ได้รับอาณาจักร เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นคือผู้รับใช้ที่ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนที่แท้จริง ดังนั้นลูกๆ ควรจะมีความสุขอย่างมากมาย อย่างไรก็ตามมายาทำให้ลูกลืม ลูกไม่ควรจะลืมบัพดาดาที่แสนจะยิ่งใหญ่นั้น มีความซาบซึ้งอย่างมากมายในการได้รับทรัพย์สมบัติของปู่ ลูกพบชีพบาบาแล้ว เป็นทรัพย์สมบัติของท่าน พ่อพูดว่า: จดจำพ่อและสร้างสมคุณธรรมที่สูงส่ง ลูกต้องขจัดร่องรอยที่เป็นเช่นปีศาจทั้งหมด พวกเขาร้องเพลง: ฉันนั้นปราศจากคุณธรรม ฉันไม่มีคุณธรรม มีองค์กรที่ได้ชื่อว่า สถาบันของผู้ที่ปราศจากคุณธรรม ด้วยเช่นกัน ในเวลานี้ไม่มีใครเข้าใจความหมายของสิ่งนั้น การเป็นผู้ที่ปราศจากคุณธรรมหมายถึงการไม่มีคุณธรรมใดๆ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้เข้าใจสิ่งนั้น พ่อพูดว่าลูกๆ ต้องอธิบายสิ่งเดียวเท่านั้น จงพูดว่า: พวกเราอยู่ในงานรับใช้ของบารัต พวกเรากำลังทำตามศรีมัทของผู้เดียว ผู้ที่เป็นบาบูจีของทุกคน เหตุนี้เองศรีมัทภควัตคีตาจึงได้รับการจดจำ อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. เช่นที่บัพดาดาผู้ที่สูงสุดนั้นเรียบง่าย ทำนองเดียวกันลูกต้องกลับมาเรียบง่ายอย่างมาก ไม่มีตัวตนและปราศจากความหลงทะนงในลักษณะเดียวกัน ไตร่ตรองความรู้ที่ชั้นหนึ่งนี้ที่ลูกได้รับมาจากพ่อ

2. ในการที่จะมีความสุขที่ไม่มีขีดจำกัดในละครนี้ที่ซ้ำรอยเหมือนเดิมทุกประการ จงทำความเพียรพยายามที่ไม่มีขีดจำกัด อย่าได้หยุดการทำความเพียรพยายามหรือทิ้งทุกสิ่งไว้กับละคร อย่างแน่นอนที่ลูกต้องทำความเพียรพยายามเพื่อผลรางวัลของลูก

พร:
ขอให้ลูกให้ความบันเทิงแก่จิตใจของลูกและกลายเป็นตัวของสิ่งที่ลูกได้ยิน และกลายเป็นดวงวิญญาณที่มีพลังอย่างสม่ำเสมอ

ในแต่ละวันเป็นประจำ ให้นำความคิดของความจริงจังและความกระตือรือร้นสำหรับตนเองและผู้อื่นเข้าสู่จิตใจของลูก กลายเป็นตัวของความคิดเหล่านี้ด้วยตนเอง และใช้ความคิดเหล่านั้นเพื่อรับใช้ผู้อื่น และแล้วชีวิตของลูกจะกลับมาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นตลอดเวลา และลูกจะกลายเป็นผู้ให้ความกระตือรือร้นแก่ผู้อื่น เช่นที่ลูกมีรายการบันเทิง ในทำนองเดียวกันจงทำรายการประจำวันเพื่อให้ความบันเทิงแก่จิตใจของลูกและกลายเป็นตัวของสิ่งใดก็ตามที่ลูกรับฟังมาและลูกจะกลับมามีพลัง

คติพจน์:
ก่อนการเปลี่ยนแปลงผู้อื่น ก่อนอื่นใด จงเปลี่ยนแปลงตนเอง นี้คือการอยู่อย่างรอบรู้และรู้คิด


การบ้านพิเศษเพื่อการมีประสบการณ์สภาพอะแวคในเดือนที่อะแวคนี้
พิจารณาตนเองเป็นดวงวิญญาณที่ไม่มีตัวตน ขณะที่เดินเหินเคลื่อนไหวไปทั่ว และขณะที่ทำการกระทำ พิจารณาว่าตนเองเป็นเทวดานางฟ้าที่ละเอียดอ่อน และลูกจะเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นในโลกทางกายภาพ เทวดานางฟ้ากลายเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวางและเฝ้าดูบทบาทนั้นจากเบื้องบน และให้กระแสพลัง นั่นคือ ความร่วมมือ การให้กระแสพลัง (sakaash)หมายถึงการเติมเต็มความรับผิดชอบของลูก