08.09.21       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูก ๆ ที่แสนหวาน เป็นคุณธรรมที่สูงส่งที่ให้ความนับถือต่อผู้ที่อาวุโสกว่าลูก ทำตามผู้ที่ฉลาดและผู้ที่อธิบายได้ดีมาก

คำถาม:
เหตุใดจึงไม่มีขนบธรรมเนียมประเพณีของความเลื่อมใสศรัทธาในยุคทอง?

คำตอบ:
เพราะพ่อมหาสมุทรแห่งความรู้ให้ความรู้แก่ลูกและส่งลูกไปสู่การหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ ลูกได้รับผลของความเลื่อมใสศรัทธาของลูก เมื่อลูกได้รับความรู้ลูกก็ขาดจากความเลื่อมใสศรัทธา เพราะนั่นเป็นเวลาสำหรับรางวัลของความรู้ จะมีความจำเป็นอะไรสำหรับความเลื่อมใสศรัทธา ทาปาเซีย การให้ทาน หรือทำบุญฯลฯ ประเพณีเหล่านั้นไม่สามารถคงอยู่ที่นั่นได้

โอมชานติ
พระเจ้าชีวาผู้ชำระให้บริสุทธิ์พูด พ่อนั่งที่นี่และให้ความรู้แก่ลูกๆ ได้มีการอธิบายให้แก่ลูกๆว่า เมื่อพ่อมาที่นี่พ่อจะพูดความรู้เพื่อทำให้ผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์ ไม่มีใครอื่นสามารถสอนความรู้นี้แก่ลูกได้ พวกเขาสอนความเลื่อมใสศรัทธาเท่านั้น เพียงลูกๆที่คิดว่าตนเองเป็นบราห์มากุมารและกุมารีเท่านั้นที่ศึกษาความรู้นี้ วัดดิลวาลาอยู่เบื้องหน้าลูก ที่นั่นลูกนั่งในทาปาเซียราชาโยคะด้วยเช่นกัน มีจากัดอัมบาแม่ของชาวโลกและประชาบิดาพ่อของมวลมนุษย์ด้วยเช่นกัน มีกุมารีและกึ่งกุมารี พ่อกำลังสอนราชาโยคะแก่ลูก ภาพของอาณาจักรนั้นอยู่เบื้องบน (สวรรค์บนเพดาน) พ่อไม่ได้สอนความเลื่อมใสศรัทธาแก่ลูก ลูกแสดงความเลื่อมใสศรัทธาของผู้เดียวที่สอนลูกและได้จากไปแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตามผู้คนไม่รู้ว่าใครสอนราชาโยคะให้แก่ลูกและก่อตั้งอาณาจักรแล้วจากไป เวลานี้ลูกๆรู้ว่าความเลื่อมใสศรัทธานั้นเป็นสิ่งที่แยกจากความรู้ เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถพูดความรู้ ไม่มีใครอื่นสามารถทำเช่นนี้ได้ มีมหาสมุทรแห่งความรู้เดียวเท่านั้น เพียงท่านเท่านั้นที่มาและทำให้ผู้ที่ไม่บริสุทธิ์บริสุทธิ์ด้วยความรู้ ไม่มีใครในชุมนุมทางจิตอื่นใดสามารถสอนความรู้ได้ แม้ว่าพวกเขาจะเรียกตัวเองว่าศรีศรี 108 จากัดกูรูหรือพระเจ้า ก็ไม่มีใครในบรรดาพวกเขาสามารถพูดได้ว่าเขาคือพ่อสูงสุดของทั้งหมด ดวงวิญญาณสูงสุด มหาสมุทรแห่งความรู้ ไม่มีใครเรียกพวกเขาว่าเป็นพ่อสูงสุด ลูกรู้ว่าพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดคือผู้ชำระให้บริสุทธิ์ เก็บประเด็นเหล่านี้ไว้ในสติปัญญาของลูกเป็นอย่างดี ผู้คนพูดว่าลูกบราห์มากุมารีได้หย่าขาดจากความเลื่อมใสศรัทธาอย่างไรก็ตามเมื่อลูกได้รับความรู้ ลูกจะต้องหย่าขาดจากความเลื่อมใสศรัทธา ไม่ใช่ว่าเมื่อลูกเข้าไปสู่ความเลื่อมใสศรัทธา ลูกตระหนักรู้ว่าลูกกำลังหย่าขาดจากความรู้ ไม่เลย ลูกจะเข้าไปสู่อาณาจักรของราวันโดยอัตโนมัติ ลูกได้รับความเข้าใจแล้วว่าเวลานี้บาบากำลังสอนราชาโยคะแก่ลูก ราชาโยคะคือความรู้ ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นความเลื่อมใสศรัทธา พระเจ้าคือมหาสมุทรแห่งความรู้ ท่านไม่เคยสอนความเลื่อมใสศรัทธา ผลของความเลื่อมใสศรัทธาคือความรู้ และด้วยความรู้ก็มีหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ ทุกคนไม่มีความสุขในตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก เหตุนี้เองโลกเก่านี้จึงเรียกว่าดินแดนแห่งความทุกข์ ลูกเข้าใจสิ่งเหล่านี้ในเวลานี้แล้ว พ่อได้มาเพื่อประทานผลของความเลื่อมใสศรัทธาของลูกแก่ลูก นั่นคือเพื่อประทานหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์แก่ลูก ท่านกำลังสอนราชาโยคะแก่ลูก นี่คือโลกเก่าและจะต้องถูกทำลาย เราต้องการอาณาจักรในโลกใหม่ นี่คือความรู้ของราชาโยคะ เพียงพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ชีวาเดียวเท่านั้นที่สอนความรู้ ท่านไม่ใช่กฤษณะที่เรียกว่ามหาสมุทรแห่งความรู้ คำยกย่องของกฤษณะนั้นแยกกัน เขาได้ทำการกระทำเช่นนั้นอย่างแน่นอนในชาติเกิดก่อนหน้านี้ของเขา เหตุนี้เองเขาจึงกลายเป็นเจ้าชาย เวลานี้ลูกรู้ว่าลูกกำลังได้รับความรู้ของราชาโยคะ และจากนั้นลูกจะกลายเป็นเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งสวรรค์ในโลกใหม่ สวรรค์คือการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ ในขณะที่นรกคือความตกต่ำ เรากำลังก่อตั้งอาณาจักรสำหรับตัวเราเอง ผู้ที่ไม่ได้รับความรู้นี้และไม่กลับมาบริสุทธิ์จะไม่เข้าไปสู่อาณาจักร เพราะจะมีผู้คนน้อยนิดมากในยุคทอง ผู้คนมากมายทั้งหมดที่คงอยู่ในตอนปลายของยุคเหล็กจะอยู่ในดินแดนของการหลุดพ้นอย่างแน่นอน พวกเขาไม่ได้หายไปแต่พวกเขาทั้งหมดกลับบ้าน เวลานี้ลูกๆทั้งหมดจดจำบ้านของลูกเพราะวงจรของ 84 ชาติเกิดกำลังจะสิ้นสุดลงในเวลานี้ การละเล่นกำลังจะจบสิ้นลง ลูกได้วนไปรอบวงจรหลายต่อหลายครั้ง เพียงลูกบราห์มินเท่านั้นที่รู้สิ่งนี้ ยังคงมีการสร้างบราห์มินต่อไป มีลูกประคำของ 16,108 ในยุคทองจะไม่มีผู้คนมากมาย มีการแสดงแบบจำลองของยุคทองไว้ มีการสร้างแบบจำลองขนาดเล็กสำหรับสิ่งที่มีขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับที่พวกเขาแสดงดวาราก้าทองคำ (เมืองในรัฐกุจราช) กล่าวกันว่าเคยเป็นอาณาจักรของกฤษณะในดาวาราก้า ลูกจะพูดว่าอยู่ในดวาราก้าหรือในเดลี? ริมฝั่งแม่น้ำยมุนาอยู่ที่นี่ในเดลี ที่นั่นมีมหาสมุทร ลูกๆเข้าใจดีว่าเมืองหลวงนั้นตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ดวาราก้าไม่ใช่เมืองหลวง เดลีเป็นที่รู้จักกันอย่างดี แม่น้ำยมุนาซึ่งได้รับการยกย่องก็ต้องอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน เดลีเรียกว่าปารีสถาน หรือดินแดนของเทวดานางฟ้า บัลลังก์หลักของอาณาจักรจะอยู่ในเดลี เวลานี้ลูกๆเข้าใจว่าหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาสิ้นสุดลง แล้วก็กลายเป็นหนทางของความรู้ อาณาจักรที่สูงส่งกำลังมีการก่อตั้งขึ้น พ่อพูดว่า: เมื่อลูกก้าวหน้าต่อไป ลูกจะรู้ทุกสิ่ง มีกี่คนที่สอบผ่าน และผ่านมากน้อยแค่ไหน ในโรงเรียนลูกจะรู้ว่าคนนั้นคนนี้สอบผ่านกี่คะแนน และเวลานี้เข้าจะเข้าไปสู่ชั้นเรียนต่อไป ทุกสิ่งจะเป็นที่รู้มากขึ้นในช่วงเวลาสุดท้าย ใครสอบผ่านและใครที่ได้รับการโยกย้าย ชั้นเรียนมีขนาดใหญ่โต เป็นชั้นเรียนที่ไม่มีขีดจำกัดและจำนวนศูนย์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในแต่ละวัน บางคนจะมาและรับหลักสูตร 7 บทเรียนเป็นอย่างดี บทเรียนเพียง 1 หรือ 2 วัน ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เช่นกัน ลูกสามารถเห็นว่าการทำลายล้างยุคเหล็กเพียงแค่อยู่เบื้องหน้า เวลานี้ลูกต้องกลับมาสะโตประธาน พ่อบอกลูกให้เชื่อมโยงสติปัญญาของลูกในโยคะกับพ่อ แล้วลูกจะกลับมาสะโตประธานและไปสู่โลกที่บริสุทธิ์ ลูกต้องเล่นบทบาทของลูกอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับที่ลูกเล่นบทบาทของลูกในละครในวงจรที่แล้ว ชาวบารัตปกครองอาณาจักร และแล้วประชากรก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้ก็เติบโตด้วยเช่นกัน ชาวบารัตเป็นของศาสนาเทพ แต่เพราะพวกเขาไม่ได้บริสุทธิ์อีกต่อไป พวกเขาจึงกราบไหว้บูชาเทพที่บริสุทธิ์เหล่านั้นเช่นที่ชาวคริสเตียนได้กราบไหว้บูชาพระคริสต์ ศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปคงอยู่ในยุคทอง เป็นพ่อที่ก่อตั้งยุคทอง มีอาณาจักรของเหล่าเทพในยุคทองอย่างแท้จริง พวกเขาต้องเพียรพยายามในชาติเกิดก่อนหน้านี้ของเขาอย่างแน่นอน และนั่นต้องเป็นในยุคบรรจบพบกันเมื่อโลกเก่าเปลี่ยนไปและได้กลายเป็นโลกใหม่ เนื่องจากยุคเหล็กนั้นเปลี่ยนไปและยุคทองมาถึง ต้องเป็นผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ในยุคเหล็กอย่างแน่นอน บาบาได้อธิบายว่าเมื่อลูกมีภาพของลักษมีและนารายณ์หรือได้มีการตีพิมพ์สิ่งพิมพ์ ควรจะมีการเขียนไว้บนนั้นว่า พวกเขาได้ใช้ความเพียรพยายามในชาติเกิดก่อนหน้านี้ของเขาด้วยความรู้ของราชาโยคะที่ง่ายดาย จะไม่ได้มีเพียงราชาและราชินีเท่านั้น ปวงประชาก็มีการสร้างขึ้นมาด้วยเช่นกัน ผู้คนอยู่ในความโง่เขลาและไม่รู้อะไรเลย เพียงแต่กราบไหว้บูชาต่อไป เวลานี้ลูกเข้าใจแล้วว่าเมื่อผู้คนเหล่านั้นกราบไหว้รูปปั้นบูชาของลักษมีและนารายณ์ พวกเขาก็เพียงแค่มองดูเท่านั้น พวกเขาไม่ได้มีความรู้ใดๆเลย ผู้คนเชื่อว่าพวกเขาไม่สามารถพบพระเจ้าได้หากปราศจากการแสดงความเลื่อมใสศรัทธา เมื่อลูกบอกผู้อื่นว่าพระเจ้าได้มาแล้ว พวกเขาก็จะหัวเราะลูก พวกเขาพูดว่าพระเจ้าจะมาในตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก ท่านจะมาในตอนนี้ได้อย่างไร? พวกเขาก็ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมพวกเขาถึงพูดว่าท่านจะมาในตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก พวกเขาได้แสดงกฤษณะไว้ในยุคทองแดง ผู้คนเฝ้าแต่พูดอะไรก็ตามที่เข้าสู่จิตใจของพวกเขาโดยไม่เข้าใจอะไรเลย เหตุนี้เองพ่อพูดว่า: ลูกกลับมาสิ้นสติอย่างสมบูรณ์ ลูกพูดว่า พ่ออยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน ความเลื่อมใสศรัทธาภายนอกนั้นสวยงามมาก มีประกายมาก ลูกไม่มีสิ่งใดเช่นนั้น เมื่อลูกไปยังชุมนุมทางจิตอื่นๆ จะมีเสียงดังที่นั่นอย่างแน่นอน และพวกเขาจะร้องเพลง ที่นี่บาบาไม่ชอบแม้กระทั่งให้ลูกเปิดแผ่นเสียงด้วยซ้ำ เมื่อลูกก้าวหน้าต่อไป บางทีแม้กระทั่งสิ่งนี้ก็อาจจะจบลง พ่อพูดว่า: พ่ออธิบายสาระของเพลงเหล่านั้นทั้งหมดฯลฯ ให้แก่ลูก ลูกรู้ความหมายของสิ่งเหล่านั้นเพราะนี่คือการศึกษาเล่าเรียน ลูกรู้ว่าลูกกำลังศึกษาราชาโยคะ หากลูกศึกษาน้อยกว่าลูกก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปวงประชา ดังนั้นลูกควรทำตามผู้ที่ฉลาดมาก เพราะพวกเขาให้ความใส่ใจกับการศึกษาเล่าเรียน มากกว่าและมีประโยชน์จากสิ่งนั้น เรียนรู้จากผู้ที่อธิบายความรู้อย่างดีมาก ทุกคนที่ศูนย์ก็จดจำผู้ที่อธิบายความรู้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะมีบราห์มากุมารีที่ศูนย์อยู่แล้ว พวกเขาก็ร้องขอให้คนนั้นคนนี้มา เพราะพวกเขาคิดว่าเธอฉลาดมาก หากเป็นเช่นนี้แล้วก็ต้องให้ความนับถือแก่เธอ ต้องให้ความนับถือต่อผู้ที่อาวุโสกว่าลูก คนนี้ฉลาดกว่าฉันในความรู้และดังนั้นเธอจะประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงอย่างแน่นอน ไม่ควรจะมีความหยิ่งยโสใดๆเกี่ยวกับสิ่งนี้ ต้องมีการรักษาเกียรติสำหรับซีเนียร์ ประธานาธิบดีจะได้รับเกียรติมากกว่าอย่างแน่นอน เกียรติของแต่ละคนนั้นตามลำดับกันไป ต้องให้ความนับถือแก่กันและกัน มันตามลำดับกันไปในบรรดานักกฎหมายด้วย ผู้คนจ้างทนายความที่ฉลาดมากสำหรับคดีสำคัญ บ้างก็คิดค่าทำคดีมูลค่าหลายแสนรูปี ตามลำดับกันไปแน่นอน หากใครบางคนฉลาดกว่าฉัน ฉันต้องให้ความนับถือต่อคนนั้น ต้องมีการดูแลศูนย์ด้วย ต้องมีการทำทุกสิ่ง บาบาใส่ใจกับสิ่งนี้ตลอดทั้งวัน ต้องให้ความใส่ใจต่อวิธีการจัดนิทรรศการและเราจะสามารถกลับมาสะโตประธานจากตาโมประธานได้อย่างไร พ่อมาเพื่อทำให้ลูกสะโตประธาน เพียงพ่อเท่านั้นคือผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ที่นี่พวกเขาพูดว่า แม่น้ำคงคาคือผู้ชำระให้บริสุทธิ์ และเหตุนี้เองพวกเขาจึงอาบน้ำในแม่น้ำนั้นชาติแล้วชาติเล่า อย่างไรก็ตามไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กลับมาบริสุทธิ์ด้วยการทำเช่นนั้น ทั้งหมดนั้นคือความเลื่อมใสศรัทธา เมื่อลูกเรียกหา โอ้ ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ได้โปรดมา! ท่านจะมาในยุคบรรจบพบกันอย่างแน่นอนและท่านจะมาเพียงครั้งเดียว ทุกคนมีขนบธรรมเนียมประเพณีของเขาหรือเธอเอง เช่นเดียวกับที่ในเนปาลพวกเขาได้ถวายสิ่งสังเวยในวันที่ 8 พวกเขาได้เอาปืนใส่มือเด็กเล็กๆและทำให้เขายิงปืน(เพื่อการฝึกฝน) เขาก็จะมอบสิ่งสังเวยด้วยเช่นกัน เมื่อเขาโตขึ้นเขาก็จะสามารถฆ่าลูกวัวได้ในครั้งเดียว หากใครบางคนใช้กำลังน้อยและสัตว์นั้นไม่ได้ถูกฆ่าในคราวเดียว ก็จะไม่ถือว่าเป็นสิ่งสังเวย และจะไม่ถวายให้กับเทพเจ้า ทั้งหมดนั้นคือหนทางความเลื่อมใสศรัทธา ทุกคนมีจิตนาการของเขาหรือเธอเอง ผู้คนมากมายกลายเป็นสาวกเพียงเพราะจินตนาการของพวกเขา ที่นี่มันเป็นสิ่งใหม่อย่างแท้จริง มีเพียงลูกๆเท่านั้นที่สามารถรู้สิ่งนี้ มีเพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่นั่งที่นี่และบอกลูกถึงความรู้ของตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของโลก ลูกมีความสุขที่ลูกคือผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง ไม่มีใครอื่นสามารถเข้าใจสิ่งนี้ ถ้าพ่อจะเรียกลูกในชุมนุมว่า เครื่องประดับอันสูงส่งที่สุดของสกุลบราห์มินผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง ลูกจะเข้าใจความหมายของสิ่งนั้น คนใหม่ๆก็จะสับสนและประหลาดใจว่าพูดอะไร เพราะพวกเขาคิดว่าวิษณุเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง นี่คือสิ่งใหม่ เหตุนี้เองจึงมีคำกล่าวกับลูกว่า จงออกไปสู่สนาม (ของงานรับใช้) และลูกจะรู้ ของลูกคือหนทางของความรู้ ลูกเอาชนะกิเลสทั้งห้า สงครามของลูกนั้นเป็นไปกับปีศาจเหล่านั้น (กิเลสทั้งห้า) เวลานี้ลูกกำลังกลายเป็นเทพ และดังนั้นจึงไม่มีเรื่องของสงคราม เทพไม่สามารถดำรงอยู่ในที่ที่มีปีศาจอยู่ได้ ลูกคือบราห์มินที่จะกลายเป็นเทพ และกำลังเพียรพยายามเพื่อสิ่งนี้ บราห์มินมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับไฟบูชายัญของความรู้ของรูดร้า ไม่สามารถมีไฟบูชายัญได้หากไม่มีบราห์มิน ชีวาคือรูดร้า ดังนั้นชื่อของกฤษณะออกมาจากไหน? ลูกพิเศษสุดในทั้งโลก และมีลูกๆจำนวนน้อยมาก มีคำกล่าวว่านกกระจอกกลืนมหาสมุทร มีเรื่องเล่ามากมายในคัมภีร์ พ่อพูดว่า: เวลานี้จงลืมทั้งหมดนั้นและจดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ เป็นดวงวิญญาณที่จดจำพ่อ มีพ่อผู้เดียวเท่านั้น เมื่อพวกเขาพูดว่า โอ ดวงวิญญาณสูงสุด หรือ โอ พระเจ้า พวกเขาไม่แม้กระทั่งจดจำสัญลักษณ์รูปไข่ในเวลานั้น พวกเขาเพียงแค่พูดถึง อิศวร หรือ พระภู่ ดวงวิญญาณได้รับความสุขเป็นเวลาครึ่งวงจรจากพ่อ และเหตุนี้เองพวกเขาจึงจดจำท่านในหนทางความเลื่อมใสศรัทธา เวลานี้ลูกได้รับความรู้ของดวงวิญญาณและดวงวิญญาณสูงสุดแล้ว เราดวงวิญญาณทั้งหมดเป็นผู้อาศัยในโลกที่ไม่มีตัวตน เรามาจากที่นั่นตามลำดับเพื่อเล่นบทบาทของเรา เทพมาก่อนเป็นอันดับแรก กล่าวกันว่าศาสนาเทพคงอยู่ก่อนหน้าพระคริสต์ มันเป็นเรื่องของ 5000 ปี ผู้คนเหล่านั้นพูดว่าบางสิ่งนั้นอายุ 50,000 ปี อย่างไรก็ตามเนื่องจากละครมีอายุเพียง 5,000 ปี จึงไม่สามารถมีอะไรที่มีอายุถึง 50,000 ปีได้ เหล่านี้คือศาสนาหลัก อาคาร ฯลฯ ก็จะเป็นของผู้ที่เป็นของศาสนาเหล่านี้ ในตอนเริ่มแรกผู้คนเหล่านั้นมีสติปัญญาที่ราโจกุนี เวลานี้พวกเขากลายเป็นผู้ที่มีสติปัญญาที่ตาโมประธานมากขึ้น ได้มีการอธิบายมากมายที่นิทรรศการ ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ ต้องมีการเพาะหว่านต้นอ่อนของบราห์มิน ดังนั้นจึงได้มีการอธิบายให้แก่ลูกๆว่าความรู้นั้นแยกจากความเลื่อมใสศรัทธา มีการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ด้วยความรู้ เหตุนี้เองจึงกล่าวว่า: โอ้ ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ได้โปรดมา ปลดปล่อยเราจากความทุกข์และมาเป็นผู้นำทางของเราและพาเรากลับบ้านไปกับท่าน พ่อมาและพาลูกๆดวงวิญญาณกลับไปกับท่าน ร่างกายทั้งหมดที่นี่จะถูกทำลาย การทำลายล้างจะเกิดขึ้น ในคัมภีร์ เพียงสงครามมหาภารตะเดียวเท่านั้นที่ได้รับการจดจำ พวกเขาพูดว่านี่คือสงครามมหาภารตะเดียวกัน มันต้องเกิดขึ้น จงเฝ้าแต่ให้คำแนะนำของพ่อแก่ทุกคนต่อไป มีทางเดียวเท่านั้นที่จะกลับมาสะโตประธานจากตาโมประธาน พ่อพูดว่า: จดจำระลึกถึงพ่อผู้เดียวเท่านั้นอยู่เสมอ และบาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้องและดวงวิญญาณจะกลับบ้านพร้อมกับพ่อ เฝ้าแต่ให้สาสน์นี้กับทุกคนและผู้คนมากมายจะได้รับประโยชน์ อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่แสนหวาน ผู้เป็นที่รัก ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. คบมิตรกับผู้ที่ฉลาดในการศึกษานี้และผู้ที่อธิบายได้ดีมาก ให้ความนับถือแก่พวกเขา อย่าได้หยิ่งยโสเกี่ยวกับสิ่งใด

2. เข้าใจและอธิบายประเด็นของความรู้ใหม่ๆได้เป็นอย่างดี รักษาความสุขที่ลูกเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง

พร:
ขอให้ลูกเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวางซึ่งหลุดหายไปในการจดจำระลึกถึงพ่อผู้เดียวและทำให้สภาพของลูกสม่ำเสมอและมั่นคง เวลานี้ข้อสอบเช่นนั้นจะมาถึงลูกโดยที่ลูกไม่เคยแม้แต่จะคิดหรือฝันถึง อย่างไรก็ตาม ให้การฝึกฝนของลูกเป็นเหมือนเมื่อลูกเห็นละคร(การแสดง)ที่มีขีดจำกัด ในฐานะผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง ไม่ว่าจะเป็นโศกนาฏกรรมหรือเรื่องตลกก็ไม่สร้างความแตกต่างใดๆ ในทำนองเดียวกันบางคนอาจมีบทบาทที่ให้ความบันเทิงและดวงวิญญาณอื่นๆที่มีความรักอาจมีบทบาทที่จริงจัง ดูบทบาทของแต่ละคนในฐานะผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง และปล่อยให้สภาพของลูกสม่ำเสมอและมั่นคง อย่างไรก็ตาม ลูกจะมีสภาพเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อลูกหลุดหายไปในการจดจำระลึกถึงพ่อผู้เดียว

คติพจน์:
กำหนด (nishchit) โชคของลูกด้วยศรัทธาที่แน่วแน่ (nishchay) และลูกจะอยู่อย่างไร้กังวลเสมอ (nishchint)