09.01.21       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน, การจดจำระลึกถึงพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดคือบางสิ่งที่แฝงตัว การจดจำรำลึกถึงก่อให้เกิดการรำลึกถึง พ่อจะสามารถจดจำผู้ที่ไม่ได้อยู่ในการจดจำระลึกถึงได้อย่างไร?

คำถาม:
การศึกษาเล่าเรียนใดที่ลูกศึกษาในยุคแห่งการบรรจบพบกัน ที่ไม่เคยมีการสอนในเวลาอื่นตลอดทั้งวงจร?.

คำตอบ:
การศึกษาที่จะตายในขณะมีชีวิตจากร่างกาย การกลายเป็นศพมีการสอนเวลานี้เท่านั้น, เพราะเวลานี้ที่ลูกต้องกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรม ขณะที่ลูกอยู่ในร่างกาย, ลูกต้องทำการกระทำ จิตใจของลูกสามารถมีความสงบได้เพียงเมื่อลูกไม่ได้อยู่ในร่างกาย เหตุนี้เอง, ผู้ที่เอาชนะจิตใจเอาชนะโลก, ไม่ควรจะกล่าวเช่นนั้น ควรจะเป็นว่า ผู้ที่เอาชนะมายาเอาชนะโลก.

โอมชานติ
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกๆ เพราะลูกเข้าใจว่าเพียงผู้ที่ไม่รู้คิดเท่านั้นที่ได้รับการสอน เวลานี้, เมื่อพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด, พระเจ้า ผู้ที่สูงสุดเหนือสิ่งใดได้มา ท่านจะสอนใคร? อย่างแน่นอนที่ท่านจะสอนผู้ที่ไม่รู้คิดที่สุด เหตุนี้เองจึงมีการกล่าวว่า, ผู้ที่มีสติปัญญาที่ไม่มีความรักในเวลาของการทำลาย. สติปัญญากลับมาไม่มีความรักได้อย่างไร? พวกเขาได้เขียนถึง 8.4 ล้านเผ่าพันธุ์ พวกเขากล่าวด้วยเช่นกันว่าพ่อได้ใช้ 8.4 ล้านชาติเกิดด้วยเช่นกัน พวกเขาพูดว่าดวงวิญญาณสูงสุดอยู่ในแมวและสุนัขและในสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ลูกๆ ได้รับการบอกว่าประเด็นนี้ควรจะมีการอธิบายใน 1 วินาที พ่ออธิบายแล้วว่าเมื่อมีคนใหม่มา, ก่อนอื่นลูกจงให้คำแนะนำของพ่อที่มีขีดจำกัดและพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดแก่พวกเขา ผู้นั้นคือบาบาผู้อาวุโสที่ไม่มีขีดจำกัดและผู้นี้คือบาบาที่มีขีดจำกัดที่อ่อนกว่า พ่อที่ไม่มีขีดจำกัด หมายถึงพ่อของดวงวิญญาณที่ไม่มีขีดจำกัด พ่อที่มีขีดจำกัดคือพ่อของผู้ที่มีชีวิต ผู้นั้นคือพ่อของดวงวิญญาณทั้งหมด ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถซึมซับความรู้นี้มากเท่ากัน บางคนเข้าถึงได้เพียง 1% และบางคนเข้าถึง 95% นี่คือบางสิ่งที่ต้องเข้าใจ ที่นั่นจะมีสุริยวงศ์ มีราชา, ราชินีและปวงประชา สิ่งนี้เข้าไปสู่สติปัญญาของลูก มีมนุษย์ทุกรูปแบบในหมู่ปวงประชา ปวงประชาหมายถึงปวงประชา! พ่ออธิบาย: นี่คือการศึกษาเล่าเรียน ลูกแต่ละคนศึกษาเล่าเรียนตามสติปัญญาของตนเอง ลูกแต่ละคนได้รับบทบาทของตนเอง ไม่ว่าลูกเข้าถึงการศึกษาเล่าเรียนนี้มากเท่าใดในวงจรที่แล้ว, ลูกจะทำเช่นเดียวกันเวลานี้ การศึกษานี้ไม่เคยถูกปิดบัง ลูกได้รับสถานภาพของลูกมากตามที่ลูกศึกษาเล่าเรียน พ่ออธิบายแล้วว่า: ขณะเมื่อลูกทำความก้าวหน้า, จะมีการสอบ ลูกจะไม่สามารถได้รับการโยกย้ายโดยปราศจากการสอบ ทุกสิ่งจะทำให้ปรากฏขึ้นมาในเวลาสุดท้าย อย่างไรก็ตาม, แม้เวลานี้, ลูกสามารถเข้าใจว่าลูกมีค่าควรแก่สถานภาพใด ถึงแม้ว่าลูกทั้งหมดจะยกมือ, เพราะว่าลูกอายเมื่อลูกอยู่ในท่ามกลางทุกคน ในหัวใจของลูกเข้าใจว่าลูกอาจจะไม่สามารถกลายเป็นเช่นนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ลูกก็ยกมือของลูก การยกมือของลูกแม้ว่า...สิ่งนี้หมายถึงความโง่เขลา นั้นมีความโง่เขลามากมาย! พ่อเข้าใจได้ในทันทีว่านักเรียน (ทางโลก) เหล่านั้นรู้คิดมากกว่า พวกเขาเข้าใจว่าหากพวกเขาไม่มีค่าควรแก่การประกาศสิทธิ์ในทุนการศึกษา, พวกเขาจะสอบไม่ผ่าน นักเรียนทางโลกเหล่านั้นดีกว่าลูก เพราะว่าอย่างน้อยพวกเขาก็เข้าใจว่า พวกเขาจะได้คะแนนมากเท่าใดในวิชาที่ครูกำลังสอนพวกเขา พวกเขาจะไม่พูดว่าพวกเขาจะผ่านด้วยเกียรตินิยม สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ที่อยู่ที่นี่ไม่ได้รู้สึกมากนัก พวกเขามีสำนึกที่เป็นร่างอย่างมาก ตั้งแต่ลูกได้มาที่นี่เพื่อกลายเป็นลักษมีและนารายณ์, กิจกรรมของลูกจะต้องดีมาก พ่อพูดว่า: บางคนมีสติปัญญาที่ไม่มีความรักในเวลาของการทำลาย สภาพของพวกเขาจะเป็นอย่างไรหากพวกเขาไม่ได้มีความรักที่ถูกต้องแม่นยำต่อพ่อ? พวกเขาจะไม่สามารถประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูง พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกๆ ถึงความหมายของ ผู้ที่มีสติปัญญาที่ไม่มีความรักในเวลาของการทำลาย หากลูกๆ ไม่สามารถเข้าใจด้วยตัวเองได้อย่างชัดเจน แล้วผู้อื่นจะเข้าใจสิ่งใดเล่า? ลูกๆ, ผู้ที่เชื่อว่าพวกเขาคือลูกของชีพบาบา, ไม่เข้าใจความหมายอย่างเต็มที่ การจดจำพ่อคือบางสิ่งที่แฝงตัว การศึกษาไม่ได้แฝงตัว ทุกคนต่างลำดับกันไปในการศึกษาเล่าเรียน ไม่ใช่ทุกคนจะศึกษาเล่าเรียนได้มากเท่ากัน พ่อตระหนักว่าพวกเขายังเป็นเด็กทารก พวกเขาไม่ได้จดจำพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดเป็นเวลา 3-4 เดือน จะเป็นที่เข้าใจได้อย่างไรว่าบางคนกำลังจดจำบาบาหรือไม่? เป็นเพียงเมื่อบาบาได้รับจดหมายจากพวกเขาและพวกเขาเขียนถึงข่าวของงานรับใช้ทางจิตที่พวกเขากำลังทำอยู่ ลูกต้องให้การพิสูจน์ ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในการจดจำระลึกถึงหรือไม่ได้ให้การพิสูจน์ใดในการทำงานรับใช้คือผู้ที่มีสำนึกที่เป็นร่าง บางคนเขียนข่าวของพวกเขา: บาบา, ผู้นั้นผู้นี้มาและฉันอธิบายสิ่งนี้แก่เขา ดังนั้นพ่อเข้าใจว่าลูกยังคงมีชีวิตอยู่และกำลังให้ข่าวงานรับใช้ที่ดี บางคนก็ไม่แม้กระทั่งจะเขียนจดหมายเป็นเวลา 3-4 เดือน เมื่อบาบาไม่ได้รับข่าวใดๆ, ท่านก็เข้าใจว่าลูกได้ตายไปแล้วหรือเจ็บป่วย ผู้ที่เจ็บป่วยไม่สามารถเขียนได้ บางคนแม้กระทั่งเขียนว่าพวกเขาไม่ได้เขียนมาก่อนหน้านี้เพราะสุขภาพของเขาไม่ดี บางคนไม่ได้เขียนข่าวใดๆ อีกเลย; พวกเขาไม่ได้เจ็บป่วย พวกเขามีสำนึกที่เป็นร่าง และแล้วพ่อควรจะจดจำผู้ใด? การจดจำระลึกถึงทำให้เกิดการจดจำระลึกถึง! อย่างไรก็ตามนั้นมีสำนึกที่เป็นร่าง พ่อมาและอธิบาย: ลูกได้พูดว่าพ่อนั้นอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน และได้นำพ่อไปไว้ในจำนวนที่มากกว่า 8.4 ล้านเผ่าพันธุ์ มนุษย์กล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่มีสติปัญญาที่เป็นหิน พวกเขาพูดถึงพระเจ้าว่า: ท่านอยู่ในก้อนกรวดและก้อนหิน ดังนั้นนั่นคือการดูถูกที่ไม่มีขีดจำกัด, ใช่ไหม? ดังนั้นพ่อพูดว่า: พวกเขาประณามพ่ออย่างมาก! เวลานี้ลูกเข้าใจทุกสิ่ง, ต่างลำดับกันไป ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา, พวกเขาร้องเพลง: เมื่อท่านมา, ฉันจะอุทิศตนให้แก่ท่าน ฉันจะทำให้ท่านเป็นทายาทของฉัน ลูกทำให้พ่อเป็นทายาทของลูกด้วยการพูดว่าพ่ออยู่ในก้อนกรวดและก้อนหินหรือ! ลูกประณามพ่ออย่างมาก! เหตุนี้เองพ่อพูดว่า: เมื่อไม่มีศิลธรรมจรรยาอย่างที่สุดพ่อจึงมา เวลานี้ลูกๆ รู้จักพ่อและดังนั้นลูกจึงยกย่องท่านอย่างมาก ให้สรรเสริญท่านผู้เดียว บางคนไม่ได้เขียนแม้แต่ 2 คำของการจดจำระลึกถึงท่าน พวกเขามีสำนึกที่เป็นร่าง ลูกๆ เข้าใจว่าลูกได้พบพ่อแล้ว พ่อของเรากำลังสอนพวกเรา นี้คือคำพูดของพระเจ้า พ่อสอนราชาโยคะแก่ลูก พ่อสอนราชาโยคะแก่ลูกและแสดงให้ลูกเห็นถึงวิธีการที่ลูกสามารถประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรของโลก หากลูกมีความซาบซึ้งว่าพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดสอนลูกถึงวิธีที่จะประกาศสิทธิ์ในอำนาจปกครองโลกอย่างไร ลูกก็จะมีความสุขอย่างไม่สิ้นสุด แม้ว่าพวกเขาศึกษากีตะ, พวกเขาศึกษาเหมือนกับหนังสือธรรมดา พระเจ้ากฤษณะพูด: ฉันสอนราชาโยคะแก่ท่าน ก็เท่านั้นเอง! พวกเขาไม่ได้มีโยคะของสติปัญญาหรือความสุขนี้ ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนหรือท่องสวดกีตะจะไม่มีความสุขนี้มากนัก เมื่อพวกเขาอ่านกีตะจบแล้ว พวกเขาก็กลับมายุ่งกับธุรกิจของพวกเขา เวลานี้สิ่งนี้อยู่ในสติปัญญาของลูกว่าพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดกำลังสอนลูก สิ่งนี้ไม่ได้เข้าไปสู่สติปัญญาของผู้ใดว่าพระเจ้ากำลังสอนพวกเขา ดังนั้นเมื่อใครบางคนมา, ก่อนอื่นใดให้อธิบายแก่เขาถึงทฤษฎีของทั้ง 2 พ่อ ให้บอกเขาว่า: บารัตเคยเป็นสวรรค์และเวลานี้เป็นนรก ไม่มีใครสามารถพูดว่าพวกเขาอยู่ในยุคเหล็กเช่นเดียวกันกับยุคทอง เมื่อบางคนมีประสบการณ์ของความทุกข์ เขาอยู่ในนรก และเมื่อบางคนมีประสบการณ์ของความสุข เขาอยู่ในสวรรค์ หลายคนพูดว่าพวกเขามีความสุขอย่างมากและผู้คนที่ไม่มีความสุขนั่นอยู่ในนรก พวกเขามีปราสาทราชวังและอาคารฯลฯ พวกเขามองเห็นความสุขภายนอกมากมาย เวลานี้ลูกเข้าใจว่าความสุขของยุคทองนั้นไม่สามารถสัมผัสได้จากที่นี่ ไม่ใช่ว่าสิ่งทั้งสองนั้นเหมือนกัน ดังนั้นยุคทองสามารถถูกเรียกว่ายุคเหล็ก และยุคเหล็กสามารถถูกเรียกว่ายุคทอง ผู้ที่เชื่อเช่นนั้นเรียกว่าโง่เขลา ดังนั้นก่อนอื่น จงบอกพวกเขาถึงทฤษฎีของพ่อ พ่อให้การแนะนำตัวพ่อเอง ไม่มีใครรู้จักท่าน พวกเขาพูดว่าพระเจ้าอยู่ในทุกหนแห่ง เวลานี้ ลูกแสดงภาพในรูปของดวงวิญญาณและของดวงวิญญาณสูงสุดว่าเหมือนกัน ท่านเป็นดวงวิญญาณด้วย แต่ท่านถูกเรียกว่าดวงวิญญาณสูงสุด พ่อนั่งที่นี่และอธิบายว่าท่านมาอย่างไร ดวงวิญญาณทั้งหมดอาศัยอยู่ในอาณาเขตสูงสุด ผู้คนภายนอกไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ภาษานั้นก็แสนจะง่ายดายด้วยเช่นกัน ในกีตะ ได้กล่าวถึงชื่อของกฤษณะ แต่กฤษณะไม่ได้พูดกีตะ เขาไม่สามารถบอกทุกคนว่า: ให้จดจำฉันผู้เดียวอย่างต่อเนื่อง! บาปไม่สามารถถูกตัดออกไปได้ด้วยการจดจำผู้ที่มีร่างกาย ได้กล่าวว่า: พระเจ้ากฤษณะพูด: ให้ละทิ้งความสัมพันธ์ทางร่างทั้งหมดและจดจำฉันผู้เดียว! อย่างไรก็ตาม, ตัวกฤษณะเองมีความสัมพันธ์ทางร่างและเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ สิ่งนี้คือความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงมาก! มีความแตกต่างอย่างมากมายเพียงเพราะความผิดเดียวเท่านั้น! พระเจ้าไม่สามารถอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกันได้ ผู้ที่ลูกกล่าวถึงว่าเป็น ผู้ประทานหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลสสำหรับทุกคน ได้ตกต่ำด้วยเช่นกันหรือ? พระเจ้านั้นกลายเป็นผู้ที่ตกต่ำได้หรือ? สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดต้องได้รับการไตร่ตรอง นี่ไม่ใช่เรื่องของการเสียเวลา! ผู้คนพูดว่าพวกเขาไม่มีเวลา เมื่อลูกบอกกับพวกเขาให้มาและรับบทเรียน พวกเขาพูดว่าพวกเขาไม่มีเวลา พวกเขาจะมา 2 วันหรือพวกเขาจะมาเป็นเวลา 4 วัน หากพวกเขาไม่ศึกษาเล่าเรียน พวกเขาจะกลายเป็นลักษมีและนารายได้อย่างไร? มีแรงกดดันของมายาอย่างมาก พ่ออธิบาย: ทุกวินาทีและทุกนาทีที่ผ่านไปจะซ้ำรอยเหมือนเดิมทุกประการ พวกเขาจะเฝ้าแต่ทำซ้ำนับครั้งไม่ถ้วน เวลานี้ลูกกำลังฟังพ่อ บาบาไม่เข้าไปสู่วงจรของการเกิดและการตาย ลูกสามารถเปรียบเทียบผู้ที่ได้เข้ามาสู่การเกิดและกลับมาใช้ชาติเกิดเต็มวงจรกับผู้เดียวที่ไม่เคยใช้ชาติเกิด เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ไม่ได้ใช้ชาติเกิดหรือตาย ทุกคนอื่นคือผู้อยู่ในวงจรนี้ เหตุนี้เองลูกจึงแสดงภาพของบราห์มาและวิษณุทั้งคู่รับชาติเกิดและกลับมาเกิดใหม่ พวกเขาเฝ้าแต่แสดงบทบาทของพวกเขา: บราห์มากลายเป็นวิษณุ และวิษณุกลายเป็นบราห์มา ไม่มีที่สิ้นสุด ทุกคนจะมาและเห็นภาพเหล่านี้และจะเข้าใจ นี่คือบางสิ่งที่ต้องเข้าใจได้อย่างง่ายดาย สิ่งนี้ควรจะเข้าไปในสติปัญญาของลูกว่าลูกคือบราห์มิน และแล้วลูกจะกลายเป็นเทพ, นักรบ, พ่อค้าและศูทร, และนั่น เมื่อพ่อมา ลูกก็จะกลายเป็นบราห์มิน ให้จดจำสิ่งนี้และลูกจะกลายเป็นผู้ที่ควงกงจักรแห่งการสำนึกรู้ในตนเอง มีคนมากมายที่ไม่สามารถอยู่ในการจดจำระลึกถึงได้ เพียงลูกบราห์มินกลายเป็นผู้ที่ควงกงจักรแห่งการสำนึกรู้ในตนเอง เหล่าเทพไม่กลายเป็นสิ่งนี้ เวลานี้ลูกกลายเป็นเทพด้วยการได้รับความรู้ถึงวิธีที่ลูกไปรอบวงจรอย่างไร ในความเป็นจริง ไม่มีมนุษย์ที่มีค่าควรแก่การถูกเรียกว่าผู้ที่ควงกงจักรแห่งการสำนึกรู้ในตนเอง ในโลกมนุษย์ดินแดนของความตาย เป็นความแตกต่างอย่างสมบูรณ์ เช่นที่ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบารัตนั้นที่แตกต่างไป ขนบธรรมเนียมประเพณีของทุกคนนั้นก็แตกต่าง ขนบธรรมเนียมประเพณีของเหล่าเทพนั้นก็แตกต่าง ขนบธรรมเนียมประเพณีของผู้คนในดินแดนของความตายนั้นก็แตกต่าง มีความความแตกต่างของกลางวันและกลางคืน และเหตุนี้เองทุกคนจึงพูดว่าพวกเขาไม่บริสุทธิ์ พวกเขาเรียกหา: โอ พระเจ้า! โปรดชำระพวกเราทุกคนผู้อาศัยของโลกที่ไม่บริสุทธิ์! สิ่งนี้อยู่ในสติปัญญาของลูกว่า โลกที่บริสุทธิ์คงอยู่มา 5,000 ที่แล้ว และนั่นเรียกว่ายุคทอง ยุคเงินไม่ได้รับการเรียกเช่นนั้น พ่ออธิบายว่าในตอนแรกมีชั้นหนึ่งและแล้วก็มีชั้นสอง ดังนั้น ลูกต้องอธิบายแต่ละประเด็นอย่างดีที่ใครก็ตามที่มาจะประหลาดใจที่ได้ยินสิ่งเหล่านั้น บางคนก็ประหลาดใจอย่างมาก แต่เมื่อพวกเขาได้ยินว่าพวกเขาต้องอยู่อย่างบริสุทธิ์อย่างแน่นอน พวกเขาก็ไม่มีเวลาที่จะทำความเพียรพยายาม นี่คือกิเลสของตัณหาราคะที่ทำให้มนุษย์ไม่บริสุทธิ์ ด้วยการเอาชนะสิ่งนี้ลูกจะกลายเป็นผู้เอาชนะโลก พ่อได้บอกลูกด้วยเช่นกันว่า: ให้เอาชนะกิเลสของตัณหาราคะและกลายเป็นผู้ที่เอาชนะโลก มนุษย์พูดว่า: เอาชนะจิตใจและกลายเป็นผู้ที่เอาชนะโลก ควบคุมจิตใจของลูก เป็นเพียงเมื่อลูกไม่มีร่างกายที่สามารถทำให้จิตใจของลูกสงบ มิฉะนั้น จิตใจจะไม่เคยสงบเลย ลูกได้รับร่างกายเพื่อที่จะทำการกระทำ ดังนั้นลูกจะอยู่ที่นี่ในสภาพเหนือบ่วงกรรมของลูกได้อย่างไร? สภาพของการอยู่เหนือบ่วงกรรมกล่าวได้ว่าเป็นของซากศพ: ตายขณะที่มีชีวิตและละวางจากร่างกาย ลูกได้รับการสอนการศึกษาเพื่อที่จะละวางจากร่างกายของลูก ดวงวิญญาณนั้นแยกห่างจากร่างกาย ดวงวิญญาณอาศัยในอาณาเขตสูงสุด เมื่อดวงวิญญาณเข้ามาในร่างกาย, ถูกเรียกว่ามนุษย์ ลูกได้รับร่างกายเพื่อทำการกระทำ เมื่อดวงวิญญาณทิ้งร่างของเขา เขาก็รับร่างอื่นเพื่อทำการกระทำ เพียงเมื่อลูกไม่ต้องมีการกระทำที่ลูกจะคงอยู่อย่างสงบ ไม่มีการกระทำในโลกที่ไม่มีตัวตน วงจรโลกหมุนไปที่นี่ ลูกต้องเข้าใจพ่อและวงจรโลก สิ่งนี้เรียกว่าความรู้ เป็นเวลานานเพียงใดที่ดวงตาของลูกไม่บริสุทธิ์และเป็นเช่นอาชญากร, ลูกจะไม่สามารถเห็นสิ่งที่บริสุทธิ์ใดๆ ได้ เหตุนี้เองลูกจึงจำเป็นต้องมีดวงตาที่สามของความรู้ เพียงเมื่อลูกได้รับสภาพของการอยู่เหนือบ่วงกรรม นั่นคือ เมื่อลูกกลายเป็นเทพ ลูกจะเห็นเทพด้วยตาของลูก อย่างไรก็ตาม, ลูกไม่สามารถเห็นกฤษณะด้วยตาของลูกขณะที่อยู่ในร่างกายนั้น ลูกไม่ได้รับสิ่งใดด้วยการมีเพียงนิมิต ลูกเพียงได้รับความสุขชั่วคราวเท่านั้นและความปรารถนาของลูก (ของการเห็นกฤษณะ) ได้รับการเติมเต็มผ่านสิ่งนั้น นิมิตถูกกำหนดไว้ในละคร ไม่มีการบรรลุถึงสิ่งใดด้วยนิมิต อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. ฉันคือดวงวิญญาณ แยกห่างจากร่างกาย จงสร้างสภาพของการอยู่เหนือบ่วงกรรมของลูกด้วยการฝึกการเป็นซากศพ ผู้ที่ตายขณะมีชีวิตขณะที่อาศัยอยู่ในร่างกายของลูก

2. ให้การพิสูจน์ของงานรับใช้ ให้ละทิ้งสำนึกของการเป็นร่างและให้ข่าวอย่างซื่อสัตย์ของลูก ทำความเพียรพยายามที่จะผ่านด้วยเกียรตินิยม

พร:
ขอให้ลูกกลับมาเป็นนางฟ้าเทวดาที่ดับเบิ้ลไลท์ผู้ที่มีบัญชีทั้งหมดและความสัมพันธ์ทั้งหมดกับพ่อผู้เดียว

เพื่อที่จะกลับมาเป็นนางฟ้าเทวดาที่ดับเบิ้ลไลท์ อยู่เหนือจิตสำนึกของร่างกาย เพราะจิตสำนึกของร่างกายคือโคลน และถ้าลูกมีภาระนั้นก็จะมีความหนักหน่วง นางฟ้าเทวดาคือผู้ที่ไม่ได้มีแม้กระทั่งความสัมพันธ์กับร่างกายของตัวเขาเอง ลูกได้รับร่างกายจากพ่อที่พ่อได้ให้ลูกไว้ เมื่อลูกให้บางสิ่งของลูกไปแล้ว ความสัมพันธ์กับสิ่งนั้นก็จบสิ้น บัญชีของลูกทั้งหมดและการให้และรับของลูกกับพ่อทั้งหมด และบัญชีและความสัมพันธ์ของอดีตทั้งหมดได้จบสิ้นแล้ว เพียงผู้ที่เป็นขอทานที่สมบูรณ์เช่นนั้นจะกลับมาเป็นนางฟ้าเทวดาที่ดับเบิ้ลไลท์

คติพจน์:
ใช้ความพิเศษของลูกและลูกจะสัมผัสความก้าวหน้าในทุกย่างก้าว