12.09.21    Avyakt Bapdada     Thai Murli     19.03.88     Om Shanti     Madhuban


วิธีการที่จะนำมาซึ่งความสนุกสนานบันเทิงในการจดจำระลึกถึง


วันนี้ บัพดาดา ผู้กำหนดกฎ ผู้ประทานพร กำลังเห็นลูกๆของท่านซึ่งเป็นนายผู้กำหนดกฎและผู้ประทานพร ลูกแต่ละคนได้กลายเป็นผู้กำหนดกฎและเป็นผู้ประทานพรด้วย และพร้อมกับการเห็นสิ่งนั้นแล้ว บัพดาดาก็ยังเห็นว่าสถานภาพของลูกนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน ชีวิตบราห์มินของยุคบรรจบกันนี้มีความสำคัญมาก พร้อมกับการเป็นผู้กำหนดกฎและผู้ประทานพร ลูกบราห์มินก็เป็นผู้กำหนดกฎด้วยเช่นกัน ผู้ที่แสดงให้เห็นถึงระบบที่ถูกต้อง ลูกเคยได้ยินมาแล้วว่าทุกระบบของลูกในเวลานี้เปลี่ยนไปสู่ระบบของยุคทองได้อย่างไร ดังนั้นระบบในปัจจุบันสำหรับทุกการกระทำจึงดำเนินต่อไปในอนาคต แม้กระทั่งในยุคทองแดง บนหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา วิธีการของการกระทำที่สูงส่งที่ทำในเวลานี้จะกลายเป็นระบบในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา ดังนั้นกฎของเวลานี้จึงยังคงเป็นกฎที่สูงส่งในชีวิตของลูกในรูปที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา และกฎเหล่านี้ก็ยังคงดำเนินต่อไปในหนทางของการกราบไหว้บูชา นั่นคือในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาเช่นกัน ทุกกฎของลูกยังคงดำเนินต่อเนื่องไปอย่างเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีและระบบ ลูกเป็นผู้กำหนดกฎ ผู้ประทานพร และเป็นผู้ให้วิธีการที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน

หลักการหลักของลูกได้กลายเป็นวิธีการที่จะประสบความสำเร็จ ตัวอย่างเช่น หลักการหลักของลูกคือมีพ่อผู้เดียว - มีดวงวิญญาณที่มีศีลธรรมมากมาย มีดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่มากมาย แต่มีดวงวิญญาณสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น โดยหลักการหลักของลูกนี้ ลูกดวงวิญญาณที่สูงส่งได้รับมรดกจากพ่อซึ่งเป็นความสำเร็จของลูกสำหรับครึ่งวงจร การได้มาซึ่งรางวัลหมายถึงการเป็นตัวของความสำเร็จ ลูกเข้าใจว่ามีพ่อผู้เดียว และดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่และดวงวิญญาณที่มีศีลธรรมนั้นไม่ใช่พ่อ แต่ว่าพวกเขาเป็นพี่น้อง(บราเธอร์)ของลูก มรดกได้รับจากพ่อไม่ใช่จากพี่น้อง จากหลักการหลักนี้ ลูกจะประสบความสำเร็จเป็นเวลาครึ่งวงจร และบนหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาเช่นกัน หลักการที่ว่า "พระเจ้าคือหนึ่งเดียว" ได้กลายเป็นพื้นฐานของการบรรลุความสำเร็จ รูปแบบแรกของความเลื่อมใสศรัทธาก็เป็นไปกับภาพลักษณ์ชีวาลิงกั้ม(ศิวลึงค์)ของพ่อซึ่งเรียกว่าความเลื่อมใสศรัทธาที่ไม่มีอะไรเจือปน ดังนั้นในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาเช่นกัน ด้วยหลักการเดียวนี้ "พ่อคือหนึ่งเดียว" ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยวิธีนี้โดยผ่านหลักการแต่ละข้อของลูก ลูกจะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น หลักการที่สำคัญของชีวิตนี้คือความบริสุทธิ์ โดยหลักการของความบริสุทธิ์ที่ลูกดวงวิญญาณได้รับมงกุฎแห่งแสงในอนาคตอันเป็นรูปของความสำเร็จตลอดเวลา อนุสรณ์ของสิ่งนี้ได้มีการแสดงให้เห็นอย่างเป็นมงกุฎสองชั้น ในความเลื่อมใสศรัทธาเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาแสดงความเลื่อมใสศรัทธาอย่างถูกต้องจากหัวใจของพวกเขา พวกเขาก็พิจารณาว่าความบริสุทธิ์เป็นหลักการหลักของพวกเขา พวกเขาเข้าใจว่าหากปราศจากความบริสุทธิ์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุความสำเร็จในความเลื่อมใสศรัทธาได้ แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงเวลาชั่วคราว พวกเขาก็ยังคงรักษาความบริสุทธิ์ในช่วงเวลาที่พวกเขาแสดงความเลื่อมใสศรัทธา อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องนำหลักการของ "ความบริสุทธิ์คือวิธีการสู่ความสำเร็จ" มาใช้อย่างแน่นอน ในทำนองเดียวกันจงใช้สติปัญญาของลูกคิดเกี่ยวกับหลักการของความรู้ทุกประการ และหลักการหลักของคุณธรรมทุกประการ และหลักการทุกประการจะกลายเป็นวิธีการไปสู่ความสำเร็จ ลูกได้รับการบ้านในการไตร่ตรองสิ่งนี้ คิดในลักษณะนี้โดยการใช้ตัวอย่างที่ลูกได้รับ

ลูกกลายเป็นผู้กำหนดกฎและเป็นผู้ประทานความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ แม้กระทั่งทุกวันนี้ ความสำเร็จใดที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาปรารถนา พวกเขาไปสักการะบูชาเทพเจ้าเหล่านั้นซึ่งพวกเขาเชื่อว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จนั้นโดยเฉพาะ ลูกคิดว่าพร้อมกับพ่อผู้ประทานความสำเร็จลูกก็กลายเป็นผู้ประทานความสำเร็จด้วยเช่นกันหรือไม่? เพียงผู้ที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดด้วยตัวเขาเองเท่านั้นที่สามารถกลายเป็นเครื่องมือให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จได้ ความสำเร็จ(สิทธิ)ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย เพราะความสำเร็จของลูกไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพลังลึกลับ (riddhi-siddhi) พลังลึกลับนั้นน่าประทับใจเพียงช่วงเวลาชั่วคราวเท่านั้น อย่างไรก็ตามความสำเร็จของลูกขึ้นอยู่กับวิธีการที่ถูกต้อง เนื่องจากความสำเร็จที่ได้รับด้วยวิธีของพระเจ้าคือความสำเร็จของพระเจ้า เช่นที่พระเจ้าคงอยู่ตลอดไปเป็นนิรันดร์ ดังนั้นวิธีของพระเจ้าและความสำเร็จของพวกเขาก็คงอยู่ตลอดไปเป็นนิรันดร์เช่นกัน ผู้ที่แสดงพลังลึกลับของพวกเขามีความรู้ที่มีขีดจำกัด และดังนั้นความสำเร็จของพวกเขาจึงเป็นเพียงชั่วคราว อย่างไรก็ตามความสำเร็จของลูกคือความสำเร็จที่ได้มาโดยใช้วิธีการของหลักการที่ถูกต้อง เหตุนี้เองตัวลูกเองจึงกลายเป็นตัวของความสำเร็จเป็นเวลาครึ่งวงจร สำหรับอีกครึ่งวงจร ด้วยหลักการของลูก ดวงวิญญาณผู้เลื่อมใสศรัทธายังคงบรรลุผลสำเร็จตามความสามารถของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง และพวกเขาก็บรรลุความสำเร็จด้วย เพราะตามเวลาแล้ว พลังของความเลื่อมใสศรัทธาก็ลดลงเรื่อยๆด้วยเช่นกัน ดวงวิญญาณผู้เลื่อมใสศรัทธา(ของยุคทองแดง)ประสบความสำเร็จมากด้วยพลังของความเลื่อมใสศรัทธาของพวกเขามากกว่าผู้เลื่อมใสศรัทธาในปัจจุบัน เพราะความเลื่อมใสศรัทธาในปัจจุบันตะโมประธาน ไม่มีทั้งหลักการที่ถูกต้องและความสำเร็จใดๆ

ดังนั้นลูกมีความซาบซึ้งมากขนาดนั้นหรือไม่ว่าลูกเป็นใคร? ลูกยังคงนั่งอยู่บนที่นั่งของความเคารพตนเองที่สูงส่งของลูกอยู่เสมอหรือไม่? ที่นั่งนั้นสูงส่งมาก เมื่อลูกยังคงนั่งอยู่บนที่นั่งของสภาพนี้ ลูกจะไม่มีความขุ่นมัวไม่พอใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือตำแหน่งของลูกใช่ไหม? ตำแหน่งของลูกนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด: ผู้กำหนดกฎ ผู้ประทานความสำเร็จ! เมื่อลูกอยู่อย่างมั่นคงในตำแหน่งนี้ มายาก็จะไม่สามารถต่อต้านขัดขวางได้ ลูกจะคงอยู่อย่างปลอดภัยอยู่เสมอ สาเหตุที่ทำให้ลูกขุ่นมัวไม่พอใจคือลูกเคลื่อนเข้าไปสู่สภาพของจิตสำนึกที่ธรรมดาจากที่นั่งของจิตสำนึกที่สูงส่งของลูก การอยู่ในการจดจำระลึกถึงและการทำงานรับใช้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันในตารางเวลาของลูก อย่างไรก็ตามเมื่อลูกนั่งในการจดจำระลึกถึงให้นั่งบนที่นั่งของความเคารพตนเองที่สูงส่งในรูปใดรูปหนึ่ง ไม่ใช่ว่าลูกแค่ลุกจากเตียงแล้วไปนั่งที่ซึ่งโยคะกำลังเกิดขึ้น ไม่ว่าจะในห้องทำสมาธิหรือในห้องของบาบา หรือที่ลูกนั่งในโยคะทั้งวัน แต่เช่นเดียวกับที่ลูกให้ร่างกายของลูกนั่งในที่ที่เหมาะสม ดังนั้นก่อนอื่นใดให้สติปัญญาของลูกอยู่ในสถานที่ของสภาพที่ดี ก่อนอื่นให้ตรวจสอบว่าลูกได้ให้สถานที่ที่เหมาะสมแก่สติปัญญาของลูกหรือไม่ ด้วยที่นั่งที่ถูกต้อง ลูกจะมีความซาบซึ้งโดยอัตโนมัติ ทุกวันนี้ผู้คนพูดถึง "ความซาบซึ้งของเก้าอี้ของพวกเขา (ตำแหน่ง)" ที่นั่งของลูกเป็นที่นั่งของสภาพที่สูงส่ง บางครั้งก็ทำให้ตัวลูกเองนั่งอยู่บนที่นั่งของการเป็นนายผู้เป็นเมล็ดที่ยิ่งใหญ่ บางครั้งนั่งบนที่นั่งของเทวดานางฟ้าที่ละเอียดอ่อน บางครั้งนั่งบนที่นั่งของผู้ให้คุณประโยชน์โลก ให้ตัวลูกเองนั่งบนที่นั่งของสภาพต่างๆ ในลักษณะนี้ทุกวัน

ถ้าใครบางคนไม่ได้นั่งอยู่บนที่นั่งของเขาอย่างถูกต้อง เขาก็จะไม่มั่นคง บางครั้งเขาจะเคลื่อนไปในทิศทางหนึ่งและบางครั้งก็เคลื่อนไปในอีกทิศทางหนึ่ง ในทำนองเดียวกันสติปัญญาของลูกก็จะถูกรบกวนเมื่อลูกไม่ได้นั่งบนที่นั่งของลูก ลูกทุกคนรู้ว่าลูกคือสิ่งนี้และสิ่งนั้น หากถูกถามในตอนนี้ว่า "ลูกเป็นใคร" ก็จะมีรายชื่อดีๆที่ยาวมากปรากฏขึ้นมา อย่างไรก็ตามในทุกขณะให้คิดว่าตนเองเป็นในสิ่งที่ลูกรู้ว่าตนเองเป็น อย่าเพียงแค่รู้จักตนเองแต่ยอมรับตนเองที่เป็นเช่นนั้นด้วย เพราะการรู้จักตนเองลูกจะอยู่อย่างมีความสุขที่ละเอียดอ่อน: "ใช่ ฉันเป็นสิ่งนี้" อย่างไรก็ตาม โดยการยอมรับว่าตนเองเป็นเช่นนั้น ลูกจะได้รับพลัง และโดยการเคลื่อนไปพร้อมกับการพิจารณาว่าตนเองเป็นเช่นนั้น ลูกก็มีความซาบซึ้งเช่นกัน เช่นที่เมื่อมีใครบางคนที่มีตำแหน่งนั่งอยู่บนที่นั่งของเขา เขาก็มีความสุข แต่ไม่ใช่พลังนั้น ดังนั้นลูกก็รู้เช่นกัน แต่ลูกต้องก้าวไปพร้อมกับคิดว่าตนเองเป็นเช่นนั้น และถามตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า และตรวจสอบตนเองว่า ฉันกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งของฉันหรือว่าฉันได้ลงมาสู่สภาพที่ธรรมดา? ผู้ที่นำความสำเร็จมาสู่ผู้อื่นจะเป็นตัวของความสำเร็จอย่างแน่นอนในทุกความคิดและทุกการกระทำ พวกเขาจะเป็นผู้ประทาน ผู้ประทานความสำเร็จจะไม่มีวันคิดว่าพวกเขาไม่สามารถเห็นความสำเร็จได้มากนักจากความพยายามหรือการทำงานหนักที่พวกเขาทำอยู่ ที่พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จมากนักในการฝึกฝนการจดจำระลึกถึง นั่นจะแสดงให้เห็นว่าวิธีการนั่งบนที่นั่งของพวกเขานั้นไม่ถูกต้อง

ความรู้คือความสนุกสนานและประสบการณ์ที่น่าสนุกสนานนี้ก็จะขับไล่ความเกียจคร้านออกไปโดยอัตโนมัติ บางคนพูดว่า: โดยปกติแล้วการนอนหลับจะไม่เกิดขึ้น แต่เมื่อฉันนั่งในโยคะฉันก็รู้สึกง่วงนอน ทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้น? ไม่ใช่ว่าลูกนั้นเหนื่อยล้า แต่ลูกไม่ได้ทำให้สติปัญญาของลูกตั้งอยู่บนที่นั่งในลักษณะที่สนุกสนานและเป็นธรรมชาติ ดังนั้นอย่าได้ตั้งสติปัญญาของลูกไว้ในลักษณะเดียว แต่ให้ตั้งไว้ในหลากหลายรูปแบบต่างๆกัน หากใช้สิ่งเดียวกันในหลากหลายวิธี เมื่อสิ่งนั้นเปลี่ยนไปแล้ว หัวใจของลูกก็จะมีความสุข ไม่ว่าบางสิ่งจะอร่อยมากขนาดไหน ถ้าลูกยังคงรับประทานของเดิมๆครั้งแล้วครั้งเล่า หรือถ้าลูกเฝ้าแต่มองดูสิ่งเดิมๆครั้งแล้วครั้งเล่า จะเกิดอะไรขึ้น? ในทำนองเดียวกัน จงอยู่ในรูปที่เป็นเมล็ด บางครั้งสัมผัสกับรูปของประภาคารแห่งแสง บางครั้ง ก็ในรูปที่เป็นประภาคารแห่งพลังอำนาจ บางครั้งเป็นเมล็ดที่อยู่บนยอดไม้ บางครั้งยืนอยู่บนยอดของวงจรโลกและให้พลังแก่ทุกคน มีประสบการณ์กับสมญาต่างๆ ที่ลูกได้รับในรูปแบบต่างๆกันในแต่ละวัน บางครั้งมีประสบการณ์ในรูปที่ว่า: ฉันเป็นเพชรพลอยในดวงตาของบาบา หลอมรวมอยู่ในดวงตาของพ่อ บางครั้งเป็นเพชรพลอยบนหน้าผาก บางครั้งนั่งอยู่บนบัลลังก์หัวใจ สัมผัสประสบการณ์ในรูปแบบต่างๆ ให้มีความหลากหลายและลูกจะได้รับความสนุกสนาน บัพดาดาให้สมญาที่หลากหลายแก่ลูกทุกวันในเมอร์ลี เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้? เพื่อที่ลูกสามารถทำให้ตนเองอยู่บนที่นั่งเหล่านั้น เพียงตรวจสอบสิ่งนี้เป็นครั้งคราว ลูกเคยได้ยินมาก่อนว่าลูกลืมสิ่งนี้ได้อย่างไร และหลังจากผ่านไปหกหรือแปดชั่วโมง แล้วลูกก็กลับมาคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ เหตุนี้เองลูกจึงไม่มีความสุขที่เวลาผ่านไปแล้วครึ่งวัน ให้สิ่งนี้กลายเป็นการฝึกฝนตามธรรมชาติ แล้วลูกจะกลายเป็นผู้ประทานกฎ เป็นผู้ประทานความสำเร็จ และสามารถให้คุณประโยชน์ต่อดวงวิญญาณทั้งหมดในโลกได้ ลูกเข้าใจไหม? อัจชะ

วันนี้เป็นวันสำหรับชาวมธุบัน เป็นสิ่งที่ดีที่ดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์ได้ให้โอกาสแก่ลูกเพราะพวกเขามีความสุขที่ได้เห็นชาวมธุบัน ชาวมธุบันกล่าวว่า: อย่าสรรเสริญเรา เราได้ยินคำสรรเสริญมากมาย เมื่อได้ยินคำสรรเสริญของลูก ลูกก็กลับมายิ่งใหญ่ เพราะคำสรรเสริญนั้นจะกลายเป็นเกราะกำบัง เช่นเดียวกับในสนามรบ โล่เป็นเครื่องป้องกันภัย ดังนั้นคำสรรเสริญนี้จึงเตือนลูกถึงความยิ่งใหญ่ของลูก มธุบันไม่ใช่เป็นเพียงแค่มธุบัน แต่มธุบันเป็นเวทีโลก การอยู่ในมธุบันหมายถึงการอยู่บนเวทีโลก ผู้ที่อยู่บนเวทีให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยปกติแล้ว ไม่ว่าผู้คนจะอยู่ตรงไหน พวกเขาก็จะไม่ให้ความสนใจเช่นนั้น อย่างไรก็ตามเมื่อมีใครบางคนขึ้นไปบนเวที ตลอดเวลา ในทุกการกระทำจะต้องได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มธุบันคือเวทีโลก สายตาของดวงวิญญาณทั้งหลายในทุกหนแห่งมองมาที่มธุบัน ไม่ว่าในกรณีใดความสนใจของทุกคนก็จะมุ่งมาที่เวทีเสมอ ดังนั้นผู้อยู่อาศัยในมธุบันจึงเป็นผู้ที่มีความมั่นคงอย่างสม่ำเสมอบนเวทีโลก

พร้อมกับสิ่งนั้น มธุบันก็เป็นโดมที่พิเศษสุดไม่เหมือนใครเช่นกัน เสียงที่น้อยที่สุดในโดมนี้ทำให้เกิดเสียงก้องกังวาน มธุบันเป็นโดมที่พิเศษสุดซึ่งเสียงเพียงเล็กน้อยในมธุบันนั้นดังไปถึงทั้งโลก ทุกวันนี้พวกเขามีอนุสรณ์สถานเช่นนั้น (เพียงแต่ในนามเท่านั้น) ซึ่งถ้าลูกแตะผนังกำแพงด้านหนึ่งหรือทำเสียงกระทบกับผนังด้านหนึ่ง จะเกิดระลอกคลื่นกระทบกับกำแพงทั้งสิบ และจะมีเสียงเหมือนมีใครบางคนมาเคาะบนผนังกำแพงเดียวกันนั้น ดังนั้นมธุบันจึงเป็นโดมที่มีลักษณะพิเศษโดยเฉพาะที่เสียงนั้นไม่เพียงแค่ดังไปถึงมธุบันเท่านั้น แต่ยังกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง มันกระจายไปในลักษณะเช่นนั้นที่คนที่อาศัยอยู่ในมธุบันเองก็ไม่ตระหนักรู้ด้วยซ้ำ นี่คือสิ่งที่พิเศษสุดและด้วยเหตุนี้เองมันถึงกระจายไปทั่วทุกแห่งภายนอก ดังนั้นอย่าได้คิดว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นที่นี่ก็อยู่แค่ที่นี่ หรืออะไรก็ตามที่เห็นที่นี่ก็จะเห็นที่นี่เท่านั้นหรือพูดที่นี่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เสียงไปถึงทั้งโลกด้วยความเร็วของสายลม เพราะสายตาและสติปัญญาของทุกคนนั้นมุ่งมาที่มธุบันและบัพดาดาของมธุบันเสมอ พ่อของมธุบันอยู่ในสายตาของลูก ดังนั้นมธุบันก็จะอยู่ในสายตาของลูกด้วยเช่นกันใช่ไหม? ถ้าบาบาของมธุบันอยู่ที่นี่ มธุบันก็ต้องอยู่ที่นี่ด้วย ไม่ได้มีแค่บาบาในมธุบันเท่านั้น แต่ยังมีลูกๆด้วย ดังนั้นชาวมธุบันจึงอยู่ในสายตาของทุกคนโดยอัตโนมัติ ถามบราห์มินคนไหนก็ได้ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ไกลแค่ไหน พวกเขาจดจำอะไร พวกเขาจดจำ "มธุบัน" และ "บาบาของมธุบัน" ชาวมธุบันมีความสำคัญอย่างมาก! ลูกเข้าใจไหม? อัจชะ

ถึงลูกทุกคนในทุกหนแห่งที่รักษาความจริงจังและกระตือรือร้นในงานรับใช้ ถึงลูกที่อยู่อย่างหลอมรวมในความรักสำหรับพ่อผู้เดียวอย่างสม่ำเสมอ ถึงลูกที่ประสบความสำเร็จในวิธีการที่สูงส่งในทุกการกระทำอย่างสม่ำเสมอ ถึงลูกซึ่งมีประสบการณ์ว่าตนเองเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกอย่างสม่ำเสมอและผู้ที่อยู่อย่างไม่ว่างเว้นในการทำงานรับใช้ด้วยความปรารถนาดีที่สูงส่งและความรู้สึกที่บริสุทธิ์ในทุกความคิดและทุกคำพูด ถึงลูกผู้รับใช้ที่ไม่รู้เหนื่อยอยู่เสมอที่เป็นเหมือนพ่อ ด้วยความรัก ระลึกถึง และ นมัสเตจากบัพดาดา

การพบปะส่วนตัว:
1. ลูกมีประสบการณ์ว่าตนเองนั้นเป็นดวงวิญญาณคาร์มาโยคีที่สูงส่งหรือไม่? ดวงวิญญาณคาร์มาโยคีจะสัมผัสกับผลของการกระทำในทันทีอย่างเป็นธรรมชาติอยู่เสมอ ผลที่ได้รับทันทีคือความสุขและพลัง ดังนั้น ดวงวิญญาณคาร์มาโยคีจึงหมายถึงผู้ที่ได้รับผลในทันทีของความสุขและพลัง พ่อทำให้ลูกๆได้รับผลในทันทีอยู่เสมอ หนึ่งนาทีลูกมีการกระทำ และในขณะที่กระทำสิ่งนั้น ลูกก็สัมผัสกับความสุขและพลัง ดังนั้นจงเฝ้าแต่เคลื่อนไปข้างหน้าอยู่เสมอด้วยการตระหนักรู้ว่า ฉันเป็นดวงวิญญาณคาร์มาโยคีเช่นนั้น

2. ด้วยการทำงานรับใช้ที่ไม่มีขีดจำกัด ลูกก็สัมผัสกับความสุขที่ไม่มีขีดจำกัดโดยอัตโนมัติใช่หรือไม่? พ่อที่ไม่มีขีดจำกัดให้สิทธิ์ทั้งหมดแก่ลูกกับสิ่งที่ไม่มีขีดจำกัด อันเนื่องมาจากผลของงานรับใช้ที่ไม่มีขีดจำกัดที่ลูกทำ ลูกจะได้รับโชคที่ไม่มีขีดจำกัดของอาณาจักรโดยอัตโนมัติ เมื่อลูกรับใช้ในขณะอยู่อย่างมั่นคงในสภาพที่ไม่มีขีดจำกัด ความปรารถนาดีที่ลูกได้รับจากผู้ที่ลูกได้กลายเป็นเครื่องมือให้กับเขาเหล่านั้นจะทำให้ลูกได้รับประสบการณ์ของพลังและความสุขโดยอัตโนมัติ ในขณะที่นั่งอยู่ที่ใดก็ตาม ลูกก็ได้รับผลของงานรับใช้ที่ไม่มีขีดจำกัด ด้วยความซาบซึ้งที่ไม่มีขีดจำกัดนี้ จึงสะสมไว้ในบัญชีที่ไม่มีขีดจำกัดของลูกและเฝ้าแต่เคลื่อนไปข้างหน้า

พร:
ขอให้ลูกเต็มไปด้วยทุกพลังและได้รับชัยชนะเหนือความทุกข์ทรมานของกรรมโดยการละวางจากเครื่องแต่งกายของร่างกายของลูกในหนึ่งวินาที

เมื่อมีความรุนแรงของความทุกข์ทรมานของกรรม อวัยวะทางกายของลูกจะดึงลูกไปสู่ความทุกข์ทรมานของกรรม ในเวลานั้น เมื่อมีความเจ็บปวดอย่างมากอันเนื่องจากผลกระทบของความทุกข์ทรมานนั้น ผู้ที่เปลี่ยนความทุกข์ทรมานของกรรม (คาร์มาโบ๊ก) ให้เป็นคาร์มาโยคะ ผู้ที่ผ่านความทุกข์ทรมานด้วยอวัยวะของตนเองอย่างเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวางนั้นเรียกว่าผู้ที่เป็นเพชรพลอยแห่งชัยชนะทั้งแปดซึ่งเต็มไปด้วยทุกพลัง สำหรับสิ่งนี้ให้ฝึกฝนเป็นระยะเวลาที่ยาวนานของการละวางจากเครื่องแต่งกายของร่างกาย อย่าให้เครื่องแต่งกายของลูกคับหรือแน่นอันเนื่องจากแรงดึงดูดของโลกหรือมายา นั่นคืออย่าให้มันดึงรั้ง และแล้วเมื่อนั้นเครื่องแต่งกายนั้นก็จะถอดออกได้อย่างง่ายดาย

คติพจน์:
เพื่อที่จะได้รับความเคารพของทุกคน จงมีหัวใจที่ถ่อมตน ความถ่อมตนเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่