14.11.23       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆที่แสนหวาน จะมีอุปสรรคอย่างแน่นอนในงานรับใช้ของการเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นเทพ ลูกต้องอดทนต่อความยากลำบากทั้งหมด และคงอยู่อย่างข้องแวะในการทำงานรับใช้นี้ ลูกต้องกลับมามีความเมตตา

คำถาม:
อะไรคือสิ่งบ่งชี้ของผู้ที่มีสำนึกรู้ถึงชาติเกิดสุดท้ายของเขา?

คำตอบ:
สติปัญญาของพวกเขามีสำนึกว่าพวกเขาจะไม่ใช้อีกชาติเกิดหนึ่งในโลกนี้และพวกเขาต้องไม่ให้กำเนิดแก่ผู้อื่น นี่คือโลกของดวงวิญญาณบาปและเราไม่ต้องการเพิ่มประชากรอีกต่อไป โลกนี้ต้องถูกทำลาย เราจะทิ้งเสื้อผ้าเก่าเหล่านี้และกลับบ้านของเรา เวลานี้ การละเล่นกำลังมาถึงจุดจบ

เพลง:
ดอกตูมของยุคใหม่ ...

โอมชานติ
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกว่า ลูกต้องจุดแสงของแต่ละคน สิ่งนี้อยู่ในสติปัญญาของลูก พ่อมีความคิดที่ไม่มีขีดจำกัดเช่นกันที่จะชี้หนทางไปสู่การหลุดพ้นแก่มนุษย์ทุกคน พ่อมาเพื่อรับใช้ลูกและเพื่อปลดปล่อยลูกจากความทุกข์ ผู้คนไม่เข้าใจว่านี่คือสถานที่ของความทุกข์ และจะต้องมีสถานที่ของความสุขด้วยเช่นกัน พวกเขาไม่รู้สิ่งนี้ ในคัมภีร์ พวกเขาได้ทำให้สถานที่ของความสุขกลายเป็นสถานที่ของความทุกข์ พ่อนั้นมีความเมตตา ผู้คนไม่รู้แม้กระทั่งว่าพวกเขาไม่มีความสุข เพราะพวกเขาไม่รู้เกี่ยวกับความสุข และผู้ที่ให้ความสุข สิ่งนี้คือชะตากรรมของละครด้วย พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรถูกเรียกว่าความสุข และอะไรถูกเรียกว่าความทุกข์ พวกเขาพูดถึงพระเจ้าว่า ท่านคือผู้ที่ให้ความสุขและความทุกข์ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาประณามท่าน พวกเขาไม่รู้จักพระเจ้าผู้ที่พวกเขาเรียกว่าพ่อ พ่อพูดว่า: พ่อให้ความสุขเท่านั้นแก่ลูกๆ ลูกรู้ว่าเวลานี้บาบามาเพื่อชำระผู้ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์ ท่านพูดว่า: พ่อจะพาทุกคนกลับไปบ้านที่แสนหวาน บ้านที่แสนหวานนั้นบริสุทธิ์ด้วย ไม่มีดวงวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์อาศัยอยู่ที่นั่น ไม่มีใครรู้จักสถานที่นั้น พวกเขาพูดว่า: ผู้นั้นผู้นี้ขึ้นไปอยู่เหนือสู่ดินแดนนิพพาน แต่พวกเขาไม่เข้าใจ หากพระพุทธเจ้าไปสู่ดินแดนนิพพาน เขาต้องเคยเป็นผู้อาศัยของสถานที่นั้น และดังนั้น เขาจึงกลับไปที่นั่น อัจชะ เขาไปที่นั่น แต่ผู้อื่นจะไปที่นั่นได้อย่างไร? เขาไม่ได้พาใครไปกับเขา ในความเป็นจริง เขาไม่ได้ไปที่นั่น และเหตุนี้เอง ทุกคนจึงจดจำพ่อผู้ชำระให้บริสุทธิ์ มีโลกที่บริสุทธิ์ 2 โลก: หนึ่งคือดินแดนแห่งการหลุดพ้น และอีกหนึ่งคือดินแดนแห่งการหลุดพ้นในชีวิต มีดินแดนของชีวาและดินแดนของวิษณุ และนี่คือดินแดนของราวัน พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดถูกเรียกว่ารามด้วยเช่นกัน เมื่ออาณาจักรของราม ถูกกล่าวถึง สติปัญญาของลูกก็ไปหาพระเจ้า ไม่ใช่ทุกคนจะยอมรับว่ามนุษย์เป็นพระเจ้า ดังนั้น ลูกต้องมีเมตตาต่อพวกเขา ลูกต้องอดทนต่อความยากลำบาก บาบาพูดว่า: ลูกที่แสนหวานจะมีอุปสรรคมากมายในไฟบูชายัญของความรู้เพื่อเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นเทพนี้ พระเจ้าของกีตะต้องรับการดูถูกดูหมิ่นด้วยเช่นกัน ผู้นี้และลูกถูกดูถูกดูหมิ่นด้วย พวกเขาพูดว่า: บางทีผู้นี้มองเห็นพระจันทร์ในคืนที่สี่ ทั้งหมดเหล่านั้นคือเรื่องเล่า มีความสกปรกมากมายในโลก มองดูสิ่งที่ผู้คนรับประทาน พวกเขาแม้กระทั่งฆ่าสัตว์ มองดูสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาทำ พ่อมาและปลดปล่อยลูกจากสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด มีความก้าวร้าวรุนแรงมากมายในโลก พ่อทำให้ทุกสิ่งง่ายดายอย่างมากสำหรับลูก พ่อพูดว่า: เพียงแต่จดจำพ่อแล้วบาปของลูกจะถูกเผาไป อธิบายหนึ่งสิ่งแก่ทุกคน พ่อพูดว่า: จดจำดินแดนของความสงบและดินแดนของความสุขของลูก ดั้งเดิมแล้วลูกคือผู้อาศัยของสถานที่นั้น ซันยาสซีชี้หนทางไปสู่สถานที่นั้นแก่ลูกด้วยเช่นกัน หากบางคนไปสู่ดินแดนนิพพาน เขาจะพาผู้อื่นไปกับเขาได้อย่างไร? ใครจะพาพวกเขาไปที่นั่น? ยกตัวอย่าง หากพระพุทธเจ้าไปสู่ดินแดนนิพพาน แต่สาวกของเขา, ชาวพุทธกำลังนั่งอยู่ที่นี่ เขาควรจะพาพวกเขากลับไปกับเขาด้วยเช่นกัน มีการจดจำว่าดวงจิต(ดวงวิญญาณ) ของผู้นำสาสน์ทั้งหมดอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน นั่นคือ พวกเขาแต่ละคนอยู่ในร่างหนึ่งร่างใด และถึงกระนั้นผู้คนก็เฝ้าแต่ร้องสรรเสริญเขา อัจชะ พวกเขาไปหลังจากได้ก่อตั้งศาสนาหนึ่ง และแล้วสิ่งใดเกิดขึ้นหลังจากนั้น? ผู้คนเพียรพยายามอย่างหนักเพื่อไปสู่การหลุดพ้น บาบาไม่ได้สอนลูกให้พร่ำสวด ทำทาปาเซียหรือไปในการจาริกแสวงบุญฯลฯ พ่อพูดว่า: พ่อมาเพื่อประทานการหลุดพ้นและการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์แก่ทุกคน พ่อพาทุกคนกลับไปกับพ่อ มีการหลุดพ้นในชีวิตในยุคทอง มีเพียงศาสนาเดียวที่นั่น ท่านพาดวงวิญญาณทั้งหมดกลับบ้าน ลูกรู้ว่าบาบาเป็นนายของสวนดอกไม้และเราทั้งหมดเป็นคนทำสวน เช่นที่คนทำสวน มาม่า บาบา และลูกๆทุกคนเฝ้าแต่หว่านเมล็ด ต้นอ่อนปรากฏขึ้นมา และแล้วพายุของมายาก็มีผลกระทบต่อต้นอ่อนเหล่านั้น มีพายุหลายประเภทที่มีผลกระทบต่อต้นอ่อนเหล่านั้น สิ่งเหล่านั้นคืออุปสรรคของมายา เมื่อมีพายุลูกควรถามว่า: บาบา ฉันควรทำอะไรเกี่ยวสิ่งนี้? พ่อคือผู้ที่ให้ศรีมัทแก่ลูก จะมีพายุ อันดับหนึ่งคือสำนึกที่เป็นร่าง พวกเขาไม่เข้าใจว่า: ฉันดวงวิญญาณไม่สูญสลายและร่างกายนั้นสูญสลาย เวลานี้ เราได้จบสิ้น 84 ชาติเกิดของเรา เป็นดวงวิญญาณที่กลับมาใช้ชาติเกิด เป็นงานของแต่ละดวงวิญญาณที่จะละร่างหนึ่งและรับอีกร่างหนึ่งครั้งแล้วครั้งเล่า พ่อพูดว่า: เวลานี้ นี่คือชาติเกิดสุดท้ายของลูก ลูกจะไม่ใช้อีกชาติเกิดอื่นในโลกนี้ และลูกไม่ต้องให้กำเนิดแก่ใคร บางคนถามว่า: ในกรณีนั้น โลกจะดำเนินไปอย่างไร? อ้า แต่เราไม่ต้องการให้โลกนี้เพิ่มประชากรอีกต่อไปในเวลานี้ นั่นเป็นเพียงการเพิ่มการเสื่อมเสีย ระบบนี้ได้ดำเนินไปตั้งแต่ราวันมา เป็นราวันที่ทำให้โลกลดค่า รามทำให้โลกสูงส่ง ลูกต้องเพียรพยายามอย่างมากสำหรับสิ่งนั้นด้วย ลูกกลับมามีสำนึกที่เป็นร่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าลูกไม่กลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง ลูกจะคิดว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ ในยุคทองเช่นกัน พวกเขาคิดว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ พวกเขารู้ว่าร่างกายของพวกเขาได้กลับมาเก่าและแล้วพวกเขาจะละทิ้งร่างนั้นและรับร่างใหม่ ที่นี่พวกเขาไม่แม้กระทั่งมีความรู้ของดวงวิญญาณ พวกเขาเพียงแต่คิดว่าตนเองเป็นร่างกาย ผู้ที่ไม่มีความสุขต้องการจากโลกนี้ ที่นั่นมีเพียงความสุข แต่พวกเขามีความรู้ของดวงวิญญาณที่นั่น แต่ละคนละร่างหนึ่งและรับอีกร่างหนึ่ง และเหตุนี้เอง พวกเขาจึงไม่มีประสบการณ์ของความทุกข์ นั่นคือผลรางวัลของความสุข ที่นี่เช่นกัน พวกเขาพูดถึงดวงวิญญาณ และบางคนแม้กระทั่งพูดว่าแต่ละดวงวิญญาณคือดวงวิญญาณสูงสุด พวกเขามีความรู้ของการคงอยู่ของดวงวิญญาณ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาไม่สามารถทิ้งบทบาทของเขาและกลับไป ลูกต้องละร่างหนึ่งแล้วรับอีกร่างหนึ่งอย่างแน่นอน ทุกคนเชื่อในการกลับชาติมาเกิด ทุกคนรู้สึกเสียใจต่อการกระทำของเขา ในอาณาจักรของมายา การกระทำนั้นเป็นบาปเสมอ และดังนั้น พวกเขาเฝ้าแต่สำนึกเสียใจของการกระทำของเขา ทีนั่นลูกจะไม่ทำการกระทำใดทีทำให้เสียใจต่อการกระทำในภายหลัง ลูกเข้าใจว่าในเวลานี้ลูกต้องกลับบ้านและการทำลายล้างต้องเกิดขึ้น พวกเขายังคงทดลองระเบิด จากความโกรธ พวกเขาจะจู่โจมด้วยระเบิด สิ่งเหล่านั้นคือระเบิดที่ทรงพลัง ยาดาวาสของยุโรปได้รับการจดจำ เราจะเรียกผู้คนของศาสนาทั้งหมดว่าเป็นชาวยุโรป ในอีกด้านหนึ่งคือบารัต แล้วพวกเขาก็ได้ปะปนผู้อื่นทั้งหมดเข้าด้วยเช่นกัน พวกเขามีความรักอย่างมากต่อประเทศของเขา อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมเป็นเช่นนั้น ดังนั้น พวกเขาจะทำอะไรได้? บาบากำลังให้พละกำลังทั้งหมดแก่ลูก ลูกประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรด้วยพลังของโยคะ บาบาไม่ได้ให้ความยากลำบากใดแก่ลูก พ่อเพียงแต่พูดว่า: จดจำพ่อและละทิ้งสำนึกที่เป็นร่าง บางคนพูดว่า: ฉันจดจำรามหรือศรีกฤษณะ พวกเขาไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณในเวลานั้น หากพวกเขาเข้าใจว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ เหตุใดพวกเขาจึงไม่จดจำพ่อของดวงวิญญาณเล่า? พ่อพูดว่า: จดจำพ่อ พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด เหตุใดลูกจึงจดจำมนุษย์เล่า? ลูกต้องกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ ฉันคือดวงวิญญาณ และฉันกำลังจดจำพ่อ บาบาออกคำสั่งแก่ลูกว่า: จดจำพ่อและบาปของลูกจะถูกเผาไปและมรดกจะเข้ามาสู่สติปัญญาของลูกด้วยเช่นกันว่า: พ่อและสมบัติ นั่นคือ การหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิต ผู้คนเฝ้าแต่ล้มลุกคลุกคลานไปทั่วเพื่อสิ่งนี้ พวกเขาเฝ้าแต่ก่อไฟบูชายัญ ทำทาปาเซีย และพร่ำสวด ฯลฯ พวกเขาไปเพื่อขอพรจากพระสันตปาปา ที่นี่พ่อเพียงแต่บอกลูกให้ละทิ้งสำนึกที่เป็นร่าง และมีศรัทธาว่าลูกคือดวงวิญญาณ การละเล่นได้สิ้นสุดลง 84 ชาติเกิดของเราได้สิ้นสุดลง และเวลานี้ต้องกลับบ้าน บาบาได้อธิบายสิ่งนั้นอย่างง่ายดาย ขณะที่อาศัยอยู่ที่บ้านกับครอบครัว เก็บสิ่งนี้ไว้ในสติปัญญาของลูก เมื่อการละเล่นจะสิ้นสุดลง พวกเขาเข้าใจว่ามีเพียง 15 นาทีเท่านั้นที่จะไป และแล้วฉากนั้นจะสิ้นสุดลง นักแสดงเข้าใจว่าพวกเขาจะละทิ้งเครื่องแต่งกายของเขาและกลับบ้าน เวลานี้ ทุกคนต้องกลับบ้าน พูดคุยกับตนเองเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ลูกรู้ว่ายาวนานเพียงใดที่ลูกได้เล่นบทบาทของความสุขและความทุกข์ของลูก เวลานี้ พ่อพูดว่า: จดจำพ่อ ลืมสิ่งต่างๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโลก สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดจะถูกทำลาย เวลานี้ ลูกต้องกลับบ้าน ผู้คนเหล่านั้นเชื่อว่ายุคเหล็กจะยังคงดำเนินไปอีกสี่หมื่นปี นั่นถูกเรียกว่าความมืดมิดอย่างที่สุด พวกเขาไม่ได้มีการคำแนะนำของพ่อ ความรู้หมายถึง การมีคำแนะนำของพ่อ และความไม่รู้หมายถึงไม่มีการแนะนำ ดังนั้น หมายความว่าพวกเขาอยู่ในความมืดมิดอย่างที่สุด เวลานี้ลูกอยู่ในแสงสว่างอย่างที่สุด ตามลำดับกันไปตามความเพียรพยายามที่ลูกทำ กลางคืนจะสิ้นสุดลงและเราจะกลับบ้าน เวลานี้เป็นกลางคืนของบราห์มาและพรุ่งนี้จะเป็นกลางวันของบราห์มา ใช้เวลาสำหรับสิ่งนั้นที่จะเปลี่ยนแปลง ลูกรู้ว่าในเวลานี้เราอยู่ในดินแดนแห่งความตายและพรุ่งนี้เราจะอยู่ในดินแดนของความเป็นอมตะ ก่อนอื่นใดเราจะต้องกลับบ้าน วงจรของ 84 ชาติเกิด เฝ้าแต่หมุนไปในวิธีนี้ วงจรไม่เคยหยุดหมุน บาบาพูดว่า: ลูกจะได้พบพ่อกี่ครั้ง? ลูกพูดว่า พวกเขาจะได้พบพ่อหลายครั้ง วงจรของ 84 ชาติเกิดของลูกจะมาถึงจุดสิ้นสุด และดังนั้น วงจรจะสิ้นสุดสำหรับคนอื่นด้วยเช่นกัน สิ่งนี้ถูกเรียกเป็นความรู้ เป็นมหาสมุทรแห่งความรู้ พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ผู้ชำระให้บริสุทธิ์เท่านั้นคือผู้ที่ให้ความรู้นี้แก่ลูก ลูกสามารถถามว่า: ใครถูกเรียกว่าผู้ชำระให้บริสุทธิ์? ผู้ที่ไม่มีตัวตนถูกเรียกว่าพระเจ้า ดังนั้น เหตุใดลูกจึงพูดว่า: ผู้เป็นเจ้าของรากูคือราชาราม? พ่อของดวงวิญญาณทั้งหมดคือผู้เดียวที่ไม่มีตัวตน เพื่อที่จะอธิบายสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมีกลวิธีที่ดีเยี่ยม แต่ละวันที่ผ่านไป ลูกจะเฝ้าแต่ก้าวหน้าไป เพราะว่าลูกจะได้รับความรู้ที่ลึกล้ำ เป็นเพียงเรื่องของอัลฟ่าที่ลูกต้องอธิบาย หากลูกลืมอัลฟ่า ลูกก็กลายเป็นเด็กกำพร้า และลูกเฝ้าแต่ไม่มีความสุข ด้วยการมาเพื่อรู้จักผู้เดียวจากผู้เดียว ลูกกลับมามีความสุขเป็นเวลา 21 ชาติเกิด นี่คือความรู้ ในขณะที่นั่นเป็นความไม่รู้เมื่อพวกเขาพูดว่าพระเจ้าอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน โอ! แต่ท่านคือพ่อ พ่อพูดว่า: วิญญาณปีศาจร้ายในลูกอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน ราวัน อยู่ในรูปของกิเลสทั้งห้าอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน ลูกต้องอธิบายสิ่งเหล่านี้ ลูกควรมีความซาบซึ้งที่ยิ่งใหญ่ว่าลูกอยู่ในตักของพระเจ้า และแล้วในอนาคต ลูกจะเข้าไปสู่ตักของเหล่าเทพ มีความสุขที่สม่ำเสมอที่นั่น ชีพบาบาได้นำเรามาเลี้ยงดู เราต้องจดจำท่าน ลูกต้องนำมาซึ่งคุณประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น และแล้วลูกจะได้รับอาณาจักร สิ่งเหล่านี้คือประเด็นที่ดีมากที่ต้องเข้าใจ ชีพบาบาไม่มีตัวตนและเราดวงวิญญาณก็ไม่มีตัวตนด้วยเช่นกัน เราเคยอาศัยอยู่ที่นั่นอย่างปราศจากร่าง เปลือยเปล่า บาบาปราศจากร่างเสมอ บาบาไม่เคยใส่เครื่องแต่งกายของร่างกายหรือกลับมาใช้ชาติเกิด บาบาจุติลงมาใหม่เพียงครั้งเดียว ก่อนอื่นใด ท่านสร้างบราห์มา ดังนั้น ท่านทำให้ผู้นี้เป็นของท่านและให้ชื่อที่ต่างกันแก่เขา หากไม่ได้เป็นไปสำหรับบราห์มา บราห์มินจะมาจากที่ไหน? ดังนั้น นี่คือผู้เดียวกันที่ได้ใช้ 84 ชาติเกิดเต็ม ท่านคือผู้ที่สวยงามแล้วกลับมาน่าเกลียด ท่านกลายเป็นชยัม(น่าเกลียด)จากซุนดร้า(สวยงาม) และแล้วท่านกลายเป็นซุนดร้าจากชยัม เราสามารถเรียกบารัตว่า ชยัม-ซุนดร้า บารัตเองถูกเรียกว่าชยัม และบารัตเองก็ถูกเรียกว่ายุคทอง ซุนดร้า (สวยงาม) เป็นบารัตที่นั่งอยู่บนกองไฟของตัณหาราคะและกลับมาน่าเกลียด เป็นบารัตเองที่นั่งบนกองไฟของความรู้นี้และกลับมาสวยงาม บาบาต้องทำความเพียรพยายามของท่านกับบารัต ชาวบารัตได้เฝ้าแต่เปลี่ยนไปสู่ศาสนาอื่น ไม่มีความแตกต่างปรากฏให้เห็นระหว่างชาวยุโรปและชาวอินเดีย เมื่อพวกเขา (ชาวอินเดีย) ไปต่างแดนและแต่งงานที่นั่น พวกเขาก็ถูกเรียกว่าชาวคริสต์ ลูกของเขาจะมีรูปลักษณ์เดียวกัน บางคนแม้กระทั่งไปที่แอฟริกาแล้วแต่งงาน เวลานี้ บาบาให้สติปัญญาที่กว้างไกลและไม่มีขีดจำกัดแก่ลูกเพื่อที่เข้าใจวงจร มีการเขียนไว้ว่าเคยมีผู้ที่มีสติปัญญาที่หย่าขาดในเวลาของการทำลายล้าง ยาดาวาสและฆราวาสไม่ได้มีความรัก ผู้ที่มีความรักนั้นเคยได้รับชัยชนะ ศัตรูก็ถูกกล่าวว่าเป็นผู้มีสติปัญญาที่หย่าขาด พ่อพูดว่า: เวลานี้ ทั้งหมดคือศัตรูของกันและกัน พวกเขาเรียกพ่อว่าอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกันและดูถูกท่านในวิธีนี้ หรือพวกเขาพูดว่า ท่านอยู่เหนือการเกิดและการตาย และท่านไม่ได้มีรูปหรือนามใดๆ พวกเขายังคงพูดว่า: โอ้ พระเจ้าผู้เป็นพ่อ! พวกเขาแม้กระทั่งได้นิมิตของดวงวิญญาณและดวงวิญญาณสูงสุด ไม่มีความแตกต่างใดระหว่างดวงวิญญาณและดวงวิญญาณสูงสุด แต่มีพละกำลังตามลำดับกันไป น้อยกว่าและมากกว่า แม้ว่ามนุษย์คือมนุษย์ มีระดับของสถานภาพของเขาด้วยเช่นกัน มีความแตกต่างระหว่างสติปัญญาของพวกเขา มหาสมุทรแห่งความรู้ให้ความรู้แก่ลูก และเหตุนี้เอง ลูกจึงจดจำท่าน สภาพของลูกนั้นจะถูกสร้างขึ้นในเวลาสุดท้าย จดจำพ่อในเวลาอมฤตและมีประสบการณ์ของความสุข ลูกอาจจะนอนลงแต่ลูกต้องไม่นอนหลับ ลูกควรนั่งด้วยความมุ่งมั่นของลูกเอง สิ่งนี้อาศัยความเพียรพยายาม ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรให้ยาสำหรับอมฤตเวลา สิ่งนี้คือยาเช่นกัน พ่อ ผู้สร้างได้สร้างบราห์มินผ่านบราห์มาและสอนความรู้นี้ อธิบายสิ่งนี้แก่ทุกคน อัจชะ

ถึงลูกๆที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. คงความซาบซึ้งทางจิตว่าลูกได้เข้ามาสู่ตักของพระเจ้า และแล้วลูกจะเข้าไปสู่ตักของเหล่าเทพ นำคุณประโยชน์มาให้แก่ตนเองและผู้อื่น

2. ตื่นในเวลาอมฤต และไตร่ตรองความรู้ของมหาสมุทรแห่งความรู้ อยู่ในการจดจำระลึกถึงผู้เดียวที่ไม่มีสิ่งใดเจือปน ละทิ้งสำนึกที่เป็นร่าง และมีศรัทธาว่าลูกเป็นดวงวิญญาณ

พร:
ขอให้ลูกทำทุกการกระทำอย่างเป็นระบบด้วยการจดจำระลึกถึงตั้งแต่เวลาอมฤตจนถึงกลางคืน และด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นตัวของความสำเร็จ..

การกระทำใดๆ ที่ลูกทำตั้งแต่เวลาอมฤตจนถึงกลางคืน ทำสิ่งเหล่านั้นอย่างเป็นระบบด้วยการจดจำระลึกถึงและทุกการกระทำจะมีความสำเร็จ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือมีประสบการณ์ความสุขเหนือปรสาทสัมผัสในรูปของผลในทันที ลูกจะก้าวต่อไปในคลื่นของความสุขและความสนุกอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นลูกได้รับผลนี้ในทันทีและลูกจะได้รับผลในอนาคตด้วยเช่นกัน ผลที่ลูกได้รับทันทีในชาติเกิดนี้จะสูงส่งกว่าผลที่ลูกได้รับในชาติเกิดอนาคตมากมายของลูก ลูกทำบางสิ่งในเวลานี้และได้รับผลทันทีของสิ่งนั้นในเวลาเดียวกัน สิ่งนี้ถูกเรียกว่าผลในทันที

คติพจน์:
กระทำทุกการกระทำโดยพิจารณาว่าตนเองเป็นเครื่องมือ แล้วลูกจะอยู่อย่างมีความรักและละวาง และไม่มีจิตสำนึกของ "ฉัน" ใดๆเลย