15.09.20       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน พ่อได้มาเพื่อให้ดวงตาที่สามของความรู้แก่ลูก ซึ่งทำให้ลูกรู้ถึงตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของโลก

คำถาม:
ประเด็นใดที่มีเพียงชัคตีผู้ที่เป็นเช่นราชสีห์เท่านั้นที่สามารถอธิบายได้ด้วยความกล้าหาญ?

คำตอบ:
ลูกๆชัคตีต้องอธิบายแก่ผู้คนที่นับถือศาสนาอื่นๆว่า พ่อพูดว่า: พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ ไม่ใช่ดวงวิญญาณสูงสุด เมื่อลูกพิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อ บาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้อง และลูกจะไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้น บาปของลูกไม่ได้รับการปลดเปลื้องด้วยการพิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณสูงสุด มีเพียงลูกชัคตี ลูกผู้เป็นราชสีห์ ผู้ที่มีความกล้าหาญอย่างมากมายเท่านั้นที่จะสามารถอธิบายประเด็นนี้ได้ ลูกต้องมีการฝึกฝนในการอธิบายประเด็นนี้ด้วย

เพลง:
ชี้หนทางแก่คนตาบอดเถิด พระเจ้าที่รัก...

โอมชานติ
ลูกๆพบว่าเป็นเรื่องยากและยังเห็นเช่นกันว่ามีความยากลำบากในการอยู่ในการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึงทางจิต ในหนทางความเลื่อมใสศรัทธาพวกเขาล้มลุกคลุกคลานไปทั่วจากประตูหนึ่งไปยังอีกประตูหนึ่ง พวกเขาทำการทรมานตนในรูปแบบต่างๆและทำตาปาเซีย ไฟบูชายัญ และอ่านคัมภีร์ฯลฯ เหตุนี้เองจึงเรียกว่าเป็นกลางคืนของบราห์มา เป็นเวลาครึ่งวงจรที่เป็นกลางคืน และอีกครึ่งหนึ่งของวงจรเป็นกลางวัน บราห์มาไม่ได้อยู่เพียงลำพังใช่ไหม? เนื่องจากเขาคือประชาบิดาบราห์มา(พ่อของปวงประชา) ลูกๆของเขา กุมารและกุมารีก็จะอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามผู้คนไม่เข้าใจสิ่งนี้ เพียงพ่อเท่านั้นที่ให้ดวงตาที่สามแห่งความรู้แก่ลูกที่จะทำให้ลูกได้รับความรู้ของตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของโลก ลูกเป็นบราห์มินแล้วกลายเป็นเทพในวงจรที่แล้วเช่นกัน ผู้ที่กลายเป็นสิ่งนี้จะกลายเป็นสิ่งนี้อีกครั้ง ลูกเป็นของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป เพียงลูกเท่านั้นที่กลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา และจากนั้นลูกก็ได้กลายเป็นผู้กราบไหว้บูชา ในภาษาอังกฤษพวกเขาถูกเรียกว่า “worship worthy (มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา)” และ “worshippers (ผู้กราบไหว้บูชา)” มันคือบารัตที่กลายเป็นผู้กราบไหว้บูชาเป็นเวลาครึ่งวงจร ดวงวิญญาณยอมรับว่าเขาเคยมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชามาก่อน และจากนั้นเขาก็กลายเป็นผู้กราบไหว้บูชา ลูกกลายเป็นผู้กราบไหว้บูชาจากการเป็นผู้มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา แล้วลูกก็กลายเป็นผู้กราบไหว้บูชาอีกครั้ง พ่อไม่ได้กลับมามีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาหรือเป็นผู้กราบไหว้บูชา ลูกพูดว่าเมื่อลูกเป็นเทพลูกบริสุทธิ์และมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา และแล้วหลังจาก 84 ชาติเกิดลูกก็กลายเป็นผู้กราบไหว้บูชาที่ไม่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง ในเวลานี้ผู้คนของบารัตที่เคยเป็นของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับศาสนาของเขาเอง ผู้คนของศาสนาอื่นๆทั้งหมดไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกพูดเหล่านี้ ผู้ที่เปลี่ยนศาสนาไปจากศาสนานี้คือผู้ที่จะกลับมาอีกครั้ง หลายคนเปลี่ยนศาสนาไป พ่อพูดว่า: นี่เป็นสิ่งที่ง่ายมากสำหรับผู้ที่เป็นผู้กราบไหว้บูชาชีวาและเทพ ผู้คนของศาสนาอื่นๆทั้งหมดนั้นก็จะจู้จี้(ถามคำถามมากมาย)! ผู้ที่ได้ถูกแปรเปลี่ยนไปนั้นก็จะสัมผัสได้ถึงสิ่งเหล่านี้และจะมาและพยายามทำความเข้าใจ มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่เชื่อ หลายคนมาจากอารยะสมาจี บางคนจากชุมนุมซิกส์ก็มาที่นี่เช่นกัน ผู้คนของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปที่ได้เคยเปลี่ยนศาสนานั้นจะกลับมาสู่ศาสนาของเขาเองอย่างแน่นอน มีสัดส่วนต่างๆที่ได้มีการแสดงไว้ในภาพต้นไม้ พวกเขาทั้งหมดจะมาอีกครั้งตามลำดับกันไป กิ่งก้านสาขาจะปรากฏออกมาเรื่อยๆ เนื่องจากดวงวิญญาณเหล่านั้นบริสุทธิ์ พวกเขาจึงสร้างผลกระทบที่ดีมาก ในเวลานี้รากฐานของศาสนาเทพไม่ได้คงอยู่และดังนั้นจึงต้องมีการวางรากฐานอีกครั้ง ลูกต้องทำให้พวกเขากลายเป็นพี่น้องหญิงชาย พวกเราทั้งหมดคือดวงวิญญาณพี่น้องเพศชาย ลูกของพ่อผู้เดียว และแล้วพวกเราก็กลายเป็นพี่น้องหญิงชาย เวลานี้เมื่อโลกใหม่ถูกก่อตั้ง ก่อนอื่นต้องมีบราห์มิน ประชาบิดาบราห์มาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการก่อตั้งโลกใหม่อย่างแน่นอน บราห์มินถูกสร้างผ่านบราห์มา สิ่งนี้เรียกว่าไฟบูชายัญของความรู้ของรูดร้าเช่นกัน บราห์มินจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสิ่งนี้อย่างแน่นอน ลูกๆของประชาบิดาบราห์มาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างแน่นอน ท่านคือปู่ของปู่ของปู่ บราห์มินนั้นคืออันดับหนึ่งเป็นจุก ผู้คนเชื่อในอดัมและบีบี หรืออดัมและอีฟ ในเวลานี้จากการเป็นผู้กราบไหว้บูชาลูกกำลังจะกลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา วัดดิลวาลาเป็นอนุสรณ์ที่ดีที่สุดของลูกทุกคน มีการแสดงว่าลูกนั่งอยู่บนพื้นในตาปาเซีย และมีภาพอาณาจักรอยู่บนเพดาน และลูกกำลังนั่งอยู่ที่นี่ในรูปที่มีชีวิต วัดเหล่านั้นทั้งหมดจะถูกทำลาย และจากนั้นก็จะมีการสร้างขึ้นอีกครั้งในหนทางความเลื่อมใสศรัทธา ลูกรู้ว่าเวลานี้เรากำลังศึกษาราชาโยคะและแล้วเราจะไปสู่โลกใหม่ นั่นคือวัดที่ไม่มีชีวิตในขณะที่ลูกกำลังนั่งที่นี่ในรูปที่มีชีวิต วัดหลักนั้นได้ถูกสร้างขึ้นอย่างถูกต้อง พวกเขาวาดภาพสวรรค์ไว้บนเพดาน สวรรค์จะแสดงที่ไหนอีกหรือไม่? ลูกสามารถอธิบายหัวข้อนี้ได้เป็นอย่างดี บอกพวกเขา: บารัตเท่านั้นคือสวรรค์และเวลานี้กลายเป็นนรก ผู้คนของศาสนานี้ก็จะเข้าใจสิ่งนี้ได้อย่างรวดเร็ว ชาวฮินดูมากมายก็เข้าไปสู่ศาสนาอื่นๆ ลูกต้องเพียรพยายามอย่างมากที่จะนำพวกเขากลับมา บาบาได้อธิบาย: พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ! เท่านั้นเอง! ไม่ควรพูดถึงสิ่งอื่นใดเลย! ผู้ที่ไม่มีการฝึกฝนนี้ก็ไม่ควรแม้แต่จะพูดสิ่งใด มิฉะนั้นพวกเขาจะประณามชื่อของบราห์มากุมารี หากมีคนอื่นจากศาสนาต่างๆมา จงอธิบายให้พวกเขาว่า: หากคุณต้องการที่จะไปยังดินแดนแห่งการหลุดพ้น ให้พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อ อย่าได้พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณสูงสุด ด้วยการพิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อ บาปของหลายต่อหลายชาติเกิดของคุณจะถูกตัดออกไป และคุณจะไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้น มันตรา “มานมานะบาฟ” นี้ก็เพียงพอสำหรับคุณ. อย่างไรก็ตามลูกต้องมีความกล้าหาญที่จะพูด เพียงชัคตีที่เป็นราชสีห์เท่านั้นที่สามารถทำงานรับใช้นี้ได้ ซันยาสซีไปยังต่างประเทศและเชิญชาวต่างชาติมาที่นี่ด้วยการพูดว่า: มาฉันจะให้ความรู้ทางจิตแก่ท่าน พวกเขาไม่รู้จักแม้กระทั่งพ่อ พวกเขาคิดว่าธาตุบราห์มเป็นพระเจ้าและบอกทุกคนให้จดจำสิ่งนั้น พวกเขาเพียงแค่ให้มันตรานี้ เหมือนนกถูกขังไว้ในกรง ต้องใช้เวลาในการอธิบายด้วยวิธีนี้ บาบาได้บอกลูกแล้วว่า: คำว่า “พระเจ้าชีวาพูด” ควรจะเขียนไว้ในทุกภาพ ลูกรู้ว่าทุกคนนั้นเป็นลูกกำพร้าโดยไม่มีพระผู้เป็นเจ้าและผู้เป็นนายของเขา ผู้คนร้องเรียกหา: ท่านคือแม่และพ่อ โอเค สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร? พวกเขาเพียงแค่เฝ้าแต่พูดว่า “ด้วยความเมตตาของท่านเรามีความสุขมากมาย” เวลานี้พ่อกำลังสอนลูกเพื่อความสุขแห่งสวรรค์ และลูกกำลังทำความเพียรพยายามเพื่อสิ่งนั้น ผู้ที่ทำบางสิ่งจะได้รับผลตอบแทนจากสิ่งนั้น ในเวลานี้ทุกคนไม่บริสุทธิ์ เพียงสวรรค์เท่านั้นคือโลกที่บริสุทธิ์,โลกใหม่ ที่นี่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะสามารถมีความสะโตประธาน ผู้ที่เคยสะโตประธานในยุคทองก็กลับมาตาโมประธานและไม่บริสุทธิ์ ผู้คนทั้งหมดของศาสนาคริสต์ที่มาหลังจากพระคริสต์ก็สะโตประธานในตอนแรกใช่ไหม? เมื่อมีพวกเขาจำนวนนับแสน, กองทัพของพวกเขาก็พร้อมที่จะต่อสู้รบราและประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรของพวกเขา พวกเขามีประสบการณ์ของความสุขน้อยกว่าและความทุกข์ก็น้อยกว่า ไม่มีใครสามารถสัมผัสความสุขเช่นที่ลูกมี เวลานี้ลูกกำลังเตรียมพร้อมที่จะไปสู่ดินแดนแห่งความสุข ไม่มีผู้คนของศาสนาอื่นใดจะไปสวรรค์ ไม่มีแผ่นดินอื่นที่จะบริสุทธิ์เท่ากับบารัตเมื่อครั้งเคยเป็นสวรรค์ เป็นเพียงเมื่อพ่อมาเท่านั้นที่อาณาจักรของพระเจ้าได้มีการก่อตั้งขึ้น ไม่มีเรื่องของสงครามใดๆที่นั่น การต่อสู้รบราเริ่มขึ้นในภายหลังอย่างมากมาย ผู้คนของบารัตนั้นไม่ได้ต่อสู้มากนักเหมือนคนอื่นๆ พวกเขาต่อสู้กันเองเล็กน้อยและก็แตกแยกกัน ในยุคทองแดงพวกเขานั้นโจมตีกันและกัน ต้องใช้สติปัญญาอย่างมากที่จะสร้างภาพเหล่านี้ ฯลฯ ลูกควรจะเขียนด้วยเช่นกัน: มาและทำความเข้าใจว่าบารัตซึ่งครั้งหนึ่งเป็นสวรรค์ เวลานี้ได้กลายเป็นนรกอย่างไร บารัตเคยอยู่ในการหลุดพ้น แต่เวลานี้อยู่ในความตกต่ำ เพียงพ่อเท่านั้นที่สามารถให้ความรู้ที่จะทำให้ลูกได้รับการหลุดพ้น มนุษย์ไม่มีความรู้ทางจิตวิญญาณนี้ เพียงพ่อสูงสุดดวงวิญญาณสูงสุดเท่านั้นที่มีความรู้นี้ พ่อเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ให้ความรู้นี้แก่ลูกดวงวิญญาณ ที่อื่นก็เป็นมนุษย์ที่ให้ความรู้แก่มนุษย์คนอื่นๆ คัมภีร์ถูกเขียนขึ้นโดยมนุษย์และมนุษย์ก็ศึกษาคัมภีร์นั้น ที่นี่พ่อทางจิตกำลังสอนลูกอยู่ และเป็นลูกผู้เป็นจิตวิญญาณที่ศึกษาเล่าเรียน เป็นดวงวิญญาณที่ศึกษาเล่าเรียน ที่นั่นเป็นมนุษย์เองที่เขียนและศึกษา ดวงวิญญาณสูงสุดไม่จำเป็นต้องศึกษาคัมภีร์ใดๆฯลฯ พ่อพูดว่า: ไม่มีใครสามารถได้รับการหลุดพ้นด้วยการศึกษาคัมภีร์เหล่านั้นฯลฯ พ่อผู้เดียวเท่านั้นต้องมาและพาทุกคนกลับบ้าน เวลานี้มีมนุษย์หลายพันล้านในโลก เมื่อเป็นอาณาจักรของลักษมีและนารายณ์ในยุคทองก็มีมนุษย์เพียง 900,000 นั่นเป็นต้นไม้ที่เล็กมาก ลองคิดดูว่าดวงวิญญาณที่เหลือทั้งหมดไปอยู่ที่ไหน พวกเขาไม่ได้หลอมรวมไปกับธาตุบราห์มหรือกับน้ำ พวกเขาทั้งหมดยังคงอยู่ในดินแดนแห่งการหลุดพ้น ดวงวิญญาณทั้งหมดนั้นไม่สูญสลายและมีบทบาทที่ไม่สูญสลายถูกบันทึกอยู่ภายในตัวเขาซึ่งไม่มีวันถูกลบล้างไปได้ ดวงวิญญาณไม่มีวันถูกทำลาย ดวงวิญญาณเป็นเพียงจุด ยังไม่มีใครสามารถไปสู่ดินแดนนิพพานได้ ฯลฯ ทุกคนต้องเล่นบทบาทของเขา เมื่อทุกดวงวิญญาณลงมาหมดแล้ว พ่อก็มาและพาทุกคนกลับไป บทบาทของพ่อนั้นอยู่ในตอนท้าย มีการก่อตั้งโลกใหม่แล้วมีการทำลายล้างโลกเก่า สิ่งนี้ถูกกำหนดไว้แล้วในละครเช่นกัน เมื่อลูกอธิบายให้กับกลุ่มของอารยะสมาจี ใครก็ตามในกลุ่มนั้นผู้ที่อาจเป็นของศาสนาเทพก็จะถูกสัมผัสด้วยความรู้นี้ เขาจะเข้าใจว่าสิ่งที่ลูกกำลังพูดเป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างแท้จริง พระเจ้าจะสามารถอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกันได้อย่างไร? พระเจ้าคือพ่อ และเราได้รับมรดกของเราจากท่าน ใครก็ตามจากอารยะสมาจีที่มาหาลูกก็เรียกได้ว่าเป็นต้นอ่อน เฝ้าแต่อธิบายแก่พวกเขา และผู้ที่เป็นของสกุลของลูกก็จะมาหาลูก พระเจ้าผู้เป็นพ่อกำลังชี้หนทางที่จะกลับมาบริสุทธิ์แก่ลูก พระเจ้าพูดว่า: จดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ! พ่อคือผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ด้วยการจดจำพ่อบาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้อง และลูกจะไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้น สาสน์นี้เป็นไปสำหรับผู้คนของทุกศาสนา บอกพวกเขา: พ่อพูดว่า: ละทิ้งศาสนาทางร่างทั้งหมดและจดจำพ่อและลูกจะกลับมาสะโตประธานจากตาโมประธาน ปล่อยวางจากจิตสำนึกของการเป็นกุจะราตี หรือคนนั้นคนนี้ พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อ นี่คือไฟโยคะ ทุกย่างก้าวของลูกต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจสิ่งนี้ พ่อพูดว่า: พ่อผู้เดียวเท่านั้นคือผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ลูกทั้งหมดนั้นไม่บริสุทธิ์ ไม่มีใครจะสามารถไปสู่ดินแดนนิพพานได้โดยที่ไม่ได้กลับมาบริสุทธิ์ก่อน ลูกก็ต้องเข้าใจตอนเริ่มตอนกลางและตอนจบของสิ่งสร้างด้วยเช่นกัน ด้วยการเข้าใจสิ่งนี้อย่างถ่องแท้เท่านั้นที่ลูกจะประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูง ผู้ที่ทำความเลื่อมใสศรัทธามาน้อยก็จะเข้าใจความรู้นี้ได้น้อย ผู้ที่ได้ทำความเลื่อมใสศรัทธามาอย่างมากมายก็จะรับความรู้นี้อย่างมากมาย ลูกต้องซึมซับทุกสิ่งที่พ่ออธิบายแก่ลูก สิ่งนี้ง่ายมากกว่าสำหรับผู้ที่อยู่ในสภาพของการปลดเกษียณ พวกเขาได้ถอยออกมาจากการมีปฏิสัมพันธ์ของคนในครัวเรือน อายุในวัยเกษียณจะเกิดขึ้นหลังจากอายุ 60 ปีเท่านั้น และเมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาก็จะรับกูรู ทุกวันนี้แม้กระทั่งเด็กๆก็ยังถูกทำให้รับกูรู ไม่เช่นนั้นแล้วมีพ่อก่อนแล้วจึงมีครู และหลังจากนั้นอายุ 60 ปีจึงจะมีกูรู เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นคือผู้ประทานการหลุดพ้น ไม่ใช่กูรูเหล่านั้นที่จะเป็นผู้ประทานการหลุดพ้น ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการที่จะหาเงินสำหรับพวกเขา มีเพียงสัตกูรูเดียวเท่านั้น ผู้เดียวเท่านั้นที่ประทานการหลุดพ้นแก่ทุกคน พ่อพูดว่า: พ่ออธิบายสาระของพระเวทย์และคัมภีร์ทั้งหมดให้แก่ลูก สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดคือเครื่องประกอบของหนทางความเลื่อมใสศรัทธา ทุกคนนั้นต้องลงบันไดมา มีคำกล่าวว่า: ความรู้ ความเลื่อมใสศรัทธา และจากนั้นจึงมีการวางเฉยในความเลื่อมใสศรัทธา เมื่อลูกได้รับความรู้เท่านั้นที่ลูกได้วางเฉยในความเลื่อมใสศรัทธา ลูกมีการวางเฉยต่อโลกเก่านี้ ลูกจะไปที่ไหนอีกหากลูกจากโลกนี้ไป? ลูกรู้ว่าโลกนี้กำลังจะถูกทำลาย นี่คือสาเหตุที่ต้องสละละทิ้งโลกที่มีดขีดจำกัด ลูกไม่สามารถกลับบ้านได้หากไม่ได้กลับมาบริสุทธิ์ก่อน การจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึงนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อที่จะกลับมาบริสุทธิ์ เป็นเพียงหลังจากที่มีแม่น้ำแห่งสายเลือดในบารัตเท่านั้นที่จะมีแม่น้ำของน้ำนมจะอยู่ที่นั่น มีการแสดงว่าวิษณุนั้นนอนอยู่ในมหาสมุทรแห่งน้ำนม ได้มีการอธิบายแล้วว่าประตูสู่การหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิตเปิดขึ้นด้วยสงครามนี้ ยิ่งลูกๆทำความก้าวหน้ามากเท่าไหร่ เสียงก็จะปรากฏออกมาเรื่อยๆมากเท่านั้น เวลานี้สงครามกำลังจะเกิดขึ้น ดูสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้จากเพียงแค่ประกายเดียว! พวกเขาเชื่อว่าพวกเขาจะต่อสู้รบรากันอย่างแน่นอน สงครามนั้นจะดำเนินไปตลอดเวลา พวกเขากลายเป็นผู้ช่วยกันและกัน ลูกก็ต้องการโลกใหม่เช่นกัน ดังนั้นโลกเก่านั้นต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. เวลานี้โลกเก่านี้กำลังจะถูกทำลาย ดังนั้นละทิ้งโลกเก่านี้! ลูกไม่จำเป็นต้องทิ้งโลกและไปไหน แต่สติปัญญาของลูกต้องลืมมันไป

2. เพื่อที่จะไปสู่ดินแดนนิพพานจงกลับมาบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ เข้าใจตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของสิ่งสร้างอย่างเต็มที่และประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงในโลกใหม่

พร:
ขอให้ลูกละทิ้งการนอนหลับใหลแห่งความประมาทและกลายเป็นผู้เอาชนะการนอนหลับใหลและเป็นผู้ปกครองโลก

เพื่อที่จะกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ให้นิมิตและให้นิมิตแก่ผู้เลื่อมใสศรัทธาและเป็นผู้ครอบครองโลก จงกลายเป็นผู้เอาชนะการหลับนอน เมื่อลูกลืมช่วงเวลาแห่งการทำลายล้างนี้ ลูกก็นอนหลับไปในการนอนหลับใหลแห่งความประมาท ฟังเสียงเรียกร้องของผู้เลื่อมใสศรัทธาเสียงร้องแห่งความทุกข์ของดวงวิญญาณที่ไม่มีความสุข เสียงสวดมนต์ของดวงวิญญาณที่กระหาย และลูกจะไม่มีวันนอนหลับไปในการหลับใหลแห่งความประมาท เวลานี้กลายเป็นแสงสว่างที่ตื่นอยู่ตลอดเวลา ละทิ้งการหลับใหลของความประมาทและกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ให้นิมิต

คติพจน์:
ให้ความร่วมมือในทุกวิถีทางที่ลูกสามารถทำได้ ด้วยร่างกาย จิตใจ และความมั่งคั่ง และด้วยความคิด คำพูด และการกระทำของลูกและลูกจะกลายเป็นโยคีที่ง่ายดาย