15.11.20    Avyakt Bapdada     Thai Murli     18.01.87     Om Shanti     Madhuban


สิ่งชี้บอกของสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรม (karmateet stage)


วันนี้อะแวคบัพดาดาได้มาพบกับลูก ๆ ของท่านที่ได้รับพร "ขอให้ลูกมีสภาพที่อะแวค" ที่เป็นเทวดานางฟ้า เป็นเพียงครั้งเดียวตลอดทั้งวงจรในยุคที่บรรจบกันนี้ที่อะแวคเหล่านี้เกิดขึ้น จะมีการพบปะของเทพในยุคทอง แต่การพบปะที่อะแวคของเทวดานางฟ้าจะเกิดขึ้นในเวลานี้เท่านั้น พ่อที่ไม่มีตัวตนยังคงเฉลิมฉลองการพบปะผ่านพ่อบราห์มาต่อไป ผู้ที่ไม่มีตัวตนรักการชุมนุมของเทวดานางฟ้านี้อย่างลึกซึ้ง นี่คือเหตุผลว่าทำไมท่านจึงออกจากดินแดนของท่านและมายังโลกที่ละเอียดอ่อนและโลกที่มีตัวตนเพื่อเฉลิมฉลองการพบกับลูก เนื่องจากแรงดึงดูดของความรักของลูก ๆ ที่เป็นเทวดานางฟ้าพ่อจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบและเครื่องแต่งกายของท่านและเข้ามาในโลกของลูก ๆ ยุคบรรจบพบกันนี้เป็นโลกที่น่ารักและพิเศษสุดของพ่อและลูกๆ ความรักเป็นพลังดึงดูดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มันผูกมัดดวงวิญญาณสูงสุดที่เป็นอิสระจากบ่วงพันธะและเป็นอิสระจากร่างกายด้วยสายใยแห่งความรัก มันทำให้ผู้ที่ไม่มีร่างกายกลายเป็นสิ่งมีชีวิตด้วยการยืมร่างกายมาใช้ นี่คือข้อพิสูจน์ในทางปฏิบัติของความรักของลูก ๆ

วันนี้เป็นวันที่แม่น้ำแห่งความรักของลูก ๆ จากทุกหนทุกแห่งหลอมรวมเข้ากับมหาสมุทรแห่งความรัก ลูกๆพูดว่า: เรามาเพื่อพบกับบัพดาดาลูก ๆ มาพบพ่อใช่ไหม? หรือว่าพ่อมาพบลูก? หรือทั้งสองมาที่มธุบันเพื่อพบกันและกัน? ลูก ๆ ได้มาอาบน้ำในมหาสมุทรแห่งความรัก แต่พ่อมาเพื่ออาบน้ำในแม่น้ำคงคานับพัน ด้วยเหตุนี้เองเมล่า (การพบปะ) ของมหาสมุทรและแม่น้ำคงคาจึงเป็นพิเศษสุด ลูกหลอมรวมเข้ากับมหาสมุทรแห่งความรักและกลายเป็นเหมือนมหาสมุทร วันนี้เรียกว่าวันที่จะกลับมาทัดเทียมกับพ่อ - วันแห่งความทรงจำระลึกถึงนั่นคือวันแห่งพลัง เพราะเหตุใด? วันนี้เป็นวันที่ระลึกถึงพ่อบราห์มาที่กลับมาเพียบพร้อมและสมบูรณ์พร้อมและทัดเทียมกับพ่อ, ลูกและพ่อบราห์มาเพราะบราห์มาเป็นลูกและเป็นพ่อด้วย ในวันนี้,

บราห์มาให้การพิสูจน์ว่าเป็นลูกที่มีค่าในรูปของความรัก

เขาให้การพิสูจน์ว่ากลับมาทัดเทียม

เขาให้การพิสูจน์ว่าเป็นผู้ที่มีความรักและละวางโดยสิ้นเชิง

เขาให้การพิสูจน์ว่าอยู่เหนือบ่วงกรรมและทัดเทียมกับพ่อนั่นคือเขาให้ข้อพิสูจน์ของการเป็นอิสระจากบ่วงกรรมใดๆเช่นเดียวกับพ่อ

เขาให้การพิสูจน์ว่าเป็นอิสระจากบัญชีกรรมใด ๆ ของการกระทำที่ได้ทำมาตลอดทั้งวงจร

นอกเหนือจากสายใยแห่งความรักในงานรับใช้แล้วยังไม่มีสายใยอื่นใด ในการทำงานรับใช้เขาไม่ใช่ดวงวิญญาณที่ถูกผูกมัดด้วยบ่วงพันธะของงานรับใช้ใด ๆ เพราะบางคนทำงานรับใช้ในขณะที่เป็นอิสระจากบ่วงพันธะ ในขณะที่คนอื่นทำงานรับใช้ในขณะที่ผูกติดอยู่ในบ่วงพันธะของงานรับใช้ พ่อบราห์มาก็เป็นผู้รับใช้เช่นกัน อย่างไรก็ตามรูปแบบที่สูงส่งของความปรารถนาในการทำงานรับใช้ก็ยังผูกมัดบางคนไว้ในบ่วงของบัญชีกรรมในงานรับใช้ แต่ผู้รับใช้ที่แท้จริงนั้นจะปราศจากบัญชีกรรมเหล่านั้น สิ่งนี้เรียกว่าสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรม เช่นเดียวกับที่มีบ่วงพันธะของร่างกายและบ่วงพันธะของความสัมพันธ์ของร่างกาย ดังนั้นแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัวในการทำงานรับใช้ก็เป็นบ่วงพันธะเช่นกันและสร้างอุปสรรคต่อการกลายกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรมของลูก การที่จะกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรมหมายถึงการเป็นอิสระจากบัญชีกรรมที่สูงส่งนั้น

ส่วนใหญ่ผู้ที่มาเป็นผู้รับใช้และเป็นเครื่องมือสำหรับกีตะPathshalas ดังนั้นงานรับใช้หมายถึงการปลดปล่อยผู้อื่นด้วย ในขณะที่ปลดปล่อยผู้อื่นลูกไม่ได้ผูกมัดตนเองไว้ในบ่วงพันธะใช่ไหม? แทนที่จะกลายเป็นผู้เอาชนะความผูกพันยึดมั่น แต่กลับละทิ้งความผูกพันยึดมั่นทั้งหมดกับลูก ๆ ของลูก ฯลฯ ลูกไม่มีความผูกพันกับนักเรียนใช่หรือไม่? ในขณะที่พูดว่า "คนนี้ดีมาก เขาดีมาก" และการพิจารณาว่าใครบางคนนั้นดีในลักษณะนั้นลูกจะไม่ผูกตนเองไว้ในบ่วงพันธะแห่งความปรารถนาที่ว่าคนนั้นเป็นของลูกใช่หรือไม่? ลูกไม่ชอบโซ่ทองใช่ไหม? ดังนั้นจงเฉลิมฉลองวันนี้ให้เป็นวันที่จะหลุดพ้นเป็นอิสระจากจิตสำนึกที่มีขีดจำกัดของ "ของฉัน" นั่นคือเป็นวันอาแวคที่จะกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรม สิ่งนี้เรียกว่าการให้ข้อพิสูจน์ความรัก เป้าหมายของทุกคนที่จะกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรมเป็นสิ่งที่ดี เวลานี้จงตรวจสอบว่าลูกเป็นอิสระจากบ่วงพันธะของกรรมมากน้อยเพียงใด ประการแรกตรวจสอบว่าลูกปราศจากความรู้สึกถึงแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัวใดๆทั้งในโลกิกและอโลกิก ทั้งในการกระทำและในความสัมพันธ์ ประการที่สองลูกได้เป็นอิสระจากบัญชีกรรมของการกระทำในอดีตชาติของลูกและเป็นอิสระจากอิทธิพลของธรรมชาติที่ไร้ประโยชน์และซันสการ์เนื่องจากความอ่อนแอในความพยายามในปัจจุบันหรือไม่? หากธรรมชาติหรือซันสการ์ที่อ่อนแอใดๆ หรือธรรมชาติและซันสการ์ในอดีตมีอิทธิพลต่อลูกตลอดเวลาแล้วลูกก็จะถูกผูกติดอยู่ในบ่วงพันธะ,ไม่ใช่เป็นอิสระจากบ่วงพันธะ อย่าได้คิดว่า: ฉันไม่ต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้น แต่ธรรมชาติของฉันและซันสการ์ทำให้ฉันทำสิ่งนี้ สิ่งนี้ไม่ได้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงผู้ที่เป็นอิสระจากบ่วงพันธะ แต่หมายถึงผู้ที่ถูกผูกมัดด้วยบ่วงพันธะ อีกประการหนึ่ง: เมื่อสภาพดั้งเดิมของลูกและสภาพที่สูงส่งของลูกมีความแปรปรวนขึ้นๆลงๆอันเนื่องจากสถานการณ์ในงานรับใช้ ในการชุมนุม หรือวัตถุธาตุใด ๆ นั่นก็ไม่ใช่สภาพของการเป็นอิสระจากบ่วงพันธะ จงเป็นอิสระจากบ่วงพันธะนั้นด้วยเช่นกัน ประการที่สามจงเป็นอิสระจากความปั่นป่วนของสภาพที่สูงส่งของลูกที่อาจเกิดขึ้นจากความเจ็บป่วยของร่างกายที่เก่าแก่ร่างสุดท้ายของลูกในโลกเก่า เป็นสิ่งหนึ่งสำหรับความเจ็บป่วยที่จะมาถึง แต่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งสำหรับความเจ็บป่วยนั้นที่จะทำให้ลูกแปรปรวนขึ้นๆลงๆ มันถูกกำหนดไว้แล้วที่จะมา แต่การที่สภาพของลูกจะขึ้นๆลงๆก็เป็นสิ่งบ่งบอกของการถูกผูกมัดในบ่วงพันธะ จงเป็นอิสระจากการมีความคิดเกี่ยวกับความเจ็บป่วยใด ๆ ของร่างกาย แต่จงมีความคิดเกี่ยวกับตนเองดั้งเดิมของลูก ความคิดเกี่ยวกับความรู้และการเป็นผู้ที่มีความคิดที่บริสุทธิ์และเป็นบวกสำหรับผู้อื่น เพราะการคิดมากเกินไปเกี่ยวกับเรื่องต่างๆจะเปลี่ยนไปในรูปของความกังวล ดังนั้นการเป็นอิสระจากสิ่งนั้นเรียกว่าสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรม การละทิ้งบ่วงพันธะเหล่านั้นทั้งหมดเป็นสิ่งชี้บอกของสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรม พ่อบราห์มาก็หลุดพ้นเป็นอิสระจากบ่วงพันธะประเภทนี้ทั้งหมดและบรรลุถึงสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรม ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่จะกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรมเหมือนพ่อบราห์มา ลูกเข้าใจนัยสำคัญของวันนี้หรือไม่? อัจชะ

การชุมนุมกันในวันนี้เป็นการชุมนุมของผู้ที่เป็นผู้รับใช้พิเศษนั่นคือผู้ที่กลายเป็นดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์และใจบุญ การเปิดกีตะPathshala หมายถึงการเป็นจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์และใจบุญ บุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการปลดปล่อยดวงวิญญาณทั้งหมดจากบาปของพวกเขาในหลายชาติเกิดตลอดกาล ชื่อดีมาก: "กีตะ Pathshala" ดังนั้นผู้ที่มาจากกีตะPathshala จึงหมายถึงผู้ที่ศึกษาบทเรียนของกีตะและสอนผู้อื่นด้วย บทเรียนแรกของความรู้เกี่ยวกับกีตะคือการเป็นดวงวิญญาณที่ปราศจากร่างและบทเรียนสุดท้ายคือการเป็นผู้เอาชนะความผูกพันยึดมั่นและเป็นตัวของความทรงจำระลึกถึง ดังนั้นบทเรียนแรกคือวิธีการใช้และบทเรียนสุดท้ายคือผลลัพธ์ที่ได้จากการเรียนรู้บทเรียนนั้น ดังนั้นลูกที่มาจากกีตะPathshalas ได้เรียนรู้บทเรียนนี้ทุกขณะหรือลูกเพียงแค่อ่าน Murli เท่านั้น? เพราะวิธีที่จะมีกีตะPathshala ที่แท้จริงเป็นสิ่งแรกสำหรับตัวลูกเองที่จะต้องศึกษานั่นคือกลายเป็นสิ่งนั้นแล้วกลายเป็นเครื่องมือและสอนผู้อื่น ดังนั้นลูกทุกคนในกีตะPathshalas กำลังทำงานรับใช้ในลักษณะนี้หรือไม่? เพราะลูกทุกคนเป็นตัวอย่างของการศึกษาของพระเจ้านี้เบื้องหน้าโลก ตัวอย่างมีความสำคัญ ตัวอย่างทำให้ดวงวิญญาณมากมายมีแรงบันดาลใจในการเป็นเช่นนั้น ดังนั้นผู้ที่มาจากกีตะPathshalas จึงมีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ หากลูกแสดงความอ่อนแอเพียงเล็กน้อยในการกลายเป็นตัวอย่างแล้วแทนที่จะสร้างโชคให้กับดวงวิญญาณมาก ลูกจะกลายเป็นเครื่องมือในการกีดกันหรือตัดสิทธิ์ดวงวิญญาณมากมายในการสร้างโชคของพวกเขา เพราะผู้ที่เห็นและฟังลูกผู้เป็นดวงวิญญาณเครื่องมือทำเช่นนั้นในรูปทีมีตัวตน พ่อนั้นแฝงตนใช่ไหม? ดังนั้นจงแสดงให้เห็นถึงสิ่งนี้โดยการกระทำที่สูงส่งเช่นนั้นซึ่งเมื่อพวกเขาเห็นการกระทำที่สูงส่งของลูก ดวงวิญญาณมากมายจะดำเนินการกระทำที่สูงส่งและสามารถทำให้เส้นโชคของพวกเขาสูงส่งขึ้นได้ ดังนั้นประการแรกจงพิจารณาว่าตนเองเป็นตัวอย่างเสมอ ประการที่สองจำสัญลักษณ์ของลูกไว้เสมอ ลูกรู้หรือไม่ว่าสัญลักษณ์ของผู้ที่อยู่ในกีตะPathshalaคืออะไร? ดอกบัว บัพดาดาบอกลูกให้กลายเป็นดอกบัวและนำสิ่งนี้ไปปฏิบัติ หนทางที่จะกลายเป็นบัวคือนำไปปฏิบัติ ถ้าลูกไม่นำสิ่งนี้ไปปฏิบัติลูกก็ไม่สามารถเป็นดอกบัวได้ ดังนั้นควรเก็บสิ่งนี้ไว้ในสติปัญญาของลูกอยู่เสมอว่า "ฉันคือตัวอย่าง" นอกจากนี้ควรเก็บสัญลักษณ์ของดอกบัวไว้ในสติปัญญาของลูกด้วย ไม่ว่างานรับใช้จะเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน ก็จงอยู่อย่างละวางและมีความรักในขณะที่ทำงานรับใช้ อย่าเพียงแค่มีความรัก แต่จงละวางและมีความรัก เพราะการมีความรักในงานรับใช้เป็นสิ่งที่ดี แต่ลูกต้องแน่ใจว่าความรักนั้นจะไม่เปลี่ยนเป็นความผูกพันยึดมั่น สิ่งนี้เรียกว่าการมีความรักในขณะที่ละวาง ลูกกลายเป็นเครื่องมือสำหรับงานรับใช้และนั่นเป็นสิ่งที่ดีมาก อย่างน้อยลูกก็ได้รับสมญาว่าเป็นดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์และใจบุญ ดังนั้นเนื่องจากลูกได้ทำบุญกุศลลูกจึงได้รับคำเชิญพิเศษ เวลานี้จงก้าวหน้าต่อไปในอนาคตด้วยสภาพของความสำเร็จที่บาบาสอนบทเรียนให้แก่ลูก ลูกเข้าใจสิ่งที่ลูกต้องทำในอนาคตหรือไม่? อัจชะ

วันนี้ลูกทุกคนกำลังรอคอยสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษและนั่นคืออะไร? (ที่บาบาจะบอกผลลัพธ์แก่เรา) ลูกจะให้ผลลัพธ์หรือพ่อจะให้ผลลัพธ์? บัพดาดาพูดว่าอะไร? ท่านจะรับผลลัพธ์หรือท่านจะให้ผลลัพธ์? ตามแผนของละครไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและไม่ว่าจะเกิดขึ้นอย่างไรก็จะบอกได้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดี ลูกทุกคนมีเป้าหมายที่ดีและลูกแสดงคุณสมบัติผ่านการกระทำของลูกตามความสามารถของลูกเอง ลูกได้รับพร "เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน" ตามลำดับกันไป และพรที่ลูกได้รับแม้กระทั่งตอนนี้ทำให้ลูกกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ให้พรและลูกยังคงให้พรต่อไปเช่นเดียวกับพ่อ บัพดาดาต้องการอะไรในตอนนี้? ลูกได้รับพรแล้วและตอนนี้ในปีนี้ในขณะที่ฝึกฝนเป็นพิเศษที่จะเป็นอิสระจากบ่วงพันธะเป็นระยะเวลาอันยาวนานนั่นคือในขณะที่มีสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมเหมือนพ่อ จงทำให้โลกได้รับประสบการณ์ของการละวางและความรัก เวลานี้จงเปลี่ยนวิธีของการมีประสบการณ์นี้เพียงบางครั้งและเปิดเผยประสบการณ์เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ของการไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนและปราศจากอุปสรรค บ่วงพันธะ ความคิดที่เป็นบาป และการกระทำที่เป็นบาป นั่นคือการไม่มีตัวตน ไม่มีกิเลส และไม่มีความหลงทะนงตน นำสภาพนี้ไปสู่สายตาชาวโลกในทางปฏิบัติ สิ่งนี้เรียกได้ว่าการกลับมาทัดเทียมกับพ่อ ลูกเข้าใจไหม?

ในผลลัพธ์มีลูกกี่คนที่พอใจกับตนเอง? ประการแรกมีความพอใจในตนเอง ประการที่สองมีความพอใจของครอบครัวบราห์มิน และประการที่สามมีความพอใจของพ่อ ในผลลัพธ์ของทั้งสาม เวลานี้ลูกต้องเรียกร้องคะแนนเพิ่ม ดังนั้นจงมีความพอใจและทำให้ผู้อื่นพอใจ จงเป็นเพชรพลอยแห่งความพอใจของพ่อและยังคงเปล่งประกายต่อไปอยู่เสมอ บัพดาดาให้ความนับถือต่อลูก ๆ และด้วยเหตุนี้ท่านจึงแสดงให้ลูกเห็นบันทึกที่แฝงตัว ลูกคือผู้ที่กำลังจะกลายเป็นสิ่งนี้ในอนาคต และเหตุนี้เองพ่อจึงมองเห็นสภาพที่สมบูรณ์พร้อมตลอดเวลาของลูก อัจชะ

ลูกทุกคนเป็นเพชรพลอยแห่งความพอใจใช่หรือไม่? เมื่อเห็นการขยายตัวแล้วก็มีความสุข! ลูกทุกคนกำลังรอคิวเพื่อขึ้นไปข้างบนจากอาบูโรด ตอนนี้แค่ห้องโถงก็เต็มแล้ว แล้วลูกจะทำยังไง? ลูกจะนอนหลับหรือลูกจะมีโยคะตลอดทั้งคืน? สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเช่นกัน ดังนั้นจงมีความสุขกับสิ่งเล็กน้อย แทนที่จะเป็นที่ดินสามฟุต หากลูกได้รับที่ดินแม้เพียงแค่ฟุตเดียวก็จงมีความสุขกับสิ่งนั้น อย่าคิดว่าเมื่อก่อนมันเคยเป็นแบบนี้ จงเฉลิมฉลองความสุขของครอบครัวที่กำลังเติบโต ท้องฟ้าและผืนดินจะไม่มีวันหมด มีภูเขามากมาย เมื่อลูกคิดว่า "ควรมีสิ่งนี้ ฉันควรจะได้รับสิ่งนี้ ... " ลูกก็จะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วพวกดาดี้ก็ต้องคิดด้วยเช่นกันว่าจะต้องทำอะไรและจะทำอย่างไร วันเช่นนั้นจะมาถึงเมื่อลูกจะนอนตอนกลางวันท่ามกลางแสงแดดและตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืน คนเหล่านั้นจุดไฟแล้วนั่งรอบ ๆ เพื่อทำให้ตนเองอบอุ่น และลูกทุกคนจะต้องจุดไฟของโยคะและนั่งที่นั่น ลูกชอบสิ่งนี้ไหม? หรือลูกต้องการเตียง? ลูกต้องการเก้าอี้นั่งหรือไม่? ทำให้การค้ำจุนของภูเขาเป็นเก้าอี้ของลูก ในขณะที่ลูกมีสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ใช้ความสะดวกสบายจากสิ่งเหล่านั้น และถ้าลูกไม่มีสิ่งเหล่านั้นทำให้ภูเขาเป็นเก้าอี้ของลูก ลูกต้องการเพียงแค่พักหลังเท่านั้น ไม่มีอะไรอื่น ถ้ามีคนมา 5,000 คนแล้วแน่นอนว่าเก้าอี้จะต้องถูกนำมาใช้ และแล้วเมื่อมีคิวลูกจะต้องสละแม้กระทั่งเตียงนอนของลูก เตรียมตัวให้พร้อมเสมอ ถ้าลูกได้นอนเตียงก็ "ฮาจี" และถ้าลูกถูกขอให้นอนบนพื้นก็ "ฮาจี" เช่นกัน ลูกถูกฝึกฝนมามากในช่วงแรกเริ่ม เป็นเวลาสองสัปดาห์ที่ร้านขายยาถูกปิด แม้แต่ผู้ป่วยโรคหอบหืดก็เคยทานจาปาตีข้าวฟ่างและแลสซี (ผสมโยเกิร์ตและน้ำ) อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่ได้ล้มป่วย ทุกคนมีสุขภาพดี ดังนั้นสิ่งนี้แสดงให้เห็นโดยการฝึกฝนของพวกเขาในตอนเริ่มต้นและจะเกิดขึ้นในตอนท้ายด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นก็ลองคิดดู หากลูกขอให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดดื่มแลสซีผู้ป่วยรายนั้นจะกลัวที่จะดื่ม อย่างไรก็ตามเมื่อผสมยาแห่งพรเข้าไปในสิ่งนั้นก็จะกลายเป็นความเพลิดเพลินในรูปแบบหนึ่ง ไม่รู้สึกเหมือนเป็นข้อสอบ ไม่รู้สึกยากลำบาก ในเวลานั้นมันไม่ได้รู้สึกเหมือนการสละละทิ้ง แต่เป็นการเดินทางท่องเที่ยว ลูกทุกคนพร้อมหรือยัง? หรือครูจะให้รายชื่อผู้ที่จะอำนวยความสะดวกทั้งหมด? ด้วยเหตุนี้จึงไม่ค่อยมีใครถูกเรียกมาที่นี่ เมื่อถึงเวลาลูกจะสัมผัสกับรูปแบบของความสำเร็จของความพยายามทางจิตวิญญาณของลูกของการอยู่เหนือจากสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ทั้งหมด ลูกเป็นทหารทางจิตวิญญาณด้วยเช่นกันใช่หรือไม่? ลูกต้องเล่นบทบาทของทหารนั้นด้วย เวลานี้นี่คือครอบครัวอันเป็นที่รัก มันคือบ้าน ลูกมีประสบการณ์นี้หรือไม่? อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาลูกจะต้องเป็นกองทัพทางจิตวิญญาณด้วยความรักนั้นและเอาชนะสถานการณ์ต่างๆที่เข้ามา นี่เป็นคุณสมบัติพิเศษของทหาร อัจชะ

รัฐคุชราตมีพรพิเศษของการอยู่อย่างพร้อมเสมอ ลูกไม่มีข้ออ้าง: เราทำอะไรได้บ้าง? เราจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร? พวกเขาไม่มีการจอง แต่พวกเขาก็มาถึงที่นี่ มีประโยชน์ในการอยู่ใกล้ รัฐคุชราตมีพรพิเศษในการเชื่อฟังเพราะลูกพูดว่า "ฮาจี" ในการทำงานรับใช้ด้วยเช่นกัน งานรับใช้ทั้งหมดที่ต้องทำงานหนักมอบให้กับคุชราต ใครเป็นผู้ทำงานรับใช้ในการทำจาปาตี? ใครเป็นผู้ทำงานรับใช้ในการจัดหาที่พักและวิ่งไปมา? นั่นคือคุชราต บัพดาดาเฝ้าดูทุกสิ่ง ไม่ใช่ว่าบัพดาดาจะไม่ตระหนักรู้ทุกสิ่ง ผู้ที่พยายามเป็นพิเศษจะได้รับความรักจากผู้เป็นที่รัก ลูกมีโชคในการอยู่ใกล้และลูกได้รักษาวิธีการที่ดีในการเพิ่มโชคของลูก ไม่ใช่ทุกคนที่รู้วิธีเพิ่มโชค บางรายได้รับโชค แต่ก็เก็บไว้ได้มากเท่านั้นเพราะไม่รู้ว่าจะเพิ่มโชคได้อย่างไร อย่างไรก็ตามผู้ที่มาจากรัฐคุชราตมีโชคและพวกเขาก็รู้วิธีเพิ่มโชค นี่คือวิธีที่จะเพิ่มโชคของลูก บัพดาดายินดีที่ได้เห็นสิ่งนี้ การได้รับพรพิเศษจากพ่อถือเป็นสิ่งชี้บอกของโชคอีกด้วย ลูกเข้าใจไหม?

ถึงลูกที่รักทุกคนที่เดินทางมาที่นี่จากทุกหนทุกแห่ง บัพดาดามอบพรให้กับลูก ๆ ที่รักทุกคนจากดินแดนนี้และจากต่างแดน ด้วยพร "ขอให้ลูกอยู่อย่างมีความรักนิรันดร์ตลอดไป" เพื่อตอบแทนความรักของลูก เช่นที่ลูกวิ่งมาที่นี่จากที่ห่างไกลอันเนื่องมาจากความรัก เช่นที่ลูกวิ่งมาทางกายและเข้ามาใกล้และอยู่เบื้องหน้าบาบาเป็นการส่วนตัว ในทำนองเดียวกันในความพยายามของลูก จงกลับมาทัดเทียมกับพ่อด้วยสภาพที่โบยบินของลูก นั่นคืออยู่ใกล้ชิดกับพ่อเสมอ เช่นเดียวกับที่ลูกมาที่นี่เป็นการส่วนตัวเบื้องหน้าพ่อ ในทำนองเดียวกันจงอยู่ใกล้ชิดกับพ่อในขณะที่อยู่ในสภาพที่โบยบินอยู่เสมอ ลูกเข้าใจสิ่งที่ลูกต้องทำหรือไม่? ความรักในหัวใจของลูกมาถึงพ่อผู้ปลอบโยนหัวใจก่อนที่ลูกจะมาถึงที่นี่ ไม่ว่าจะอยู่เบื้องหน้าบาบาเป็นการส่วนตัวหรืออยู่ห่างไกลในทางร่างกายในวันนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในดินแดนนี้หรือในต่างแดน แม้ในขณะที่อยู่ห่างไกล ลูก ๆ ทุกคนก็อยู่ใกล้ที่สุดและนั่งอยู่บนบัลลังก์หัวใจ ดังนั้นสถานที่ที่ใกล้ที่สุดคือหัวใจ ดังนั้นลูกไม่ได้นั่งอยู่ในต่างประเทศหรือที่อื่นในดินแดนนี้ แต่ลูกกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์หัวใจ ดังนั้นลูกใกล้ชิดใช่ไหม? ความรัก ความทรงจำระลึกถึง และการพร่ำบ่นของลูก ๆ และการสนทนาจากใจถึงใจและของขวัญของพวกเขาได้มาถึงพ่อแล้ว บัพดาดาขอมอบพรพิเศษให้กับลูก ๆ ที่รักทุกคน: "ขอให้ลูกอยู่อย่างเป็นอิสระจากความลำบากตรากตรำโดยการหลุดหายไปในความรักเสมอ" ดังนั้นลูกทุกคนได้รับการตอบแทนแล้วใช่ไหม?

ถึงลูกที่รักทุกคน ถึงทุกดวงวิญญาณที่อยู่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ถึงดวงวิญญาณพิเศษทั้งหมดที่อยู่อย่างเป็นอิสระจากบ่วงพันธะของกรรมใด ๆ และผู้ที่มีประสบการณ์ของสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมกรรมเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ถึงเพชรพลอยแห่งความพอใจทั้งหมดที่นั่งอยู่บนบัลลังก์หัวใจ พร้อมกับพรของ "สภาพที่อะแวค" ด้วยความรัก ระลึกถึง ราตรีสวัสดิ์และอรุณสวัสดิ์ (good night and good morning) จากบัพดาดา

พร:
ขอให้ลูกกลับมาเพียบพร้อมและสมบูรณ์พร้อมและทัดเทียมกับพ่อโดยการจบสิ้นบัญชีเก่าทั้งหมดและสวมเสื้อผ้าใหม่ของซันสการ์ใหม่

ในช่วงเทศกาลดีปาวลี ผู้คนจะสวมเสื้อผ้าใหม่ ในทำนองเดียวกันในการเกิดใหม่ของการตายในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นี้ให้เฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยการสวมเสื้อผ้าของซันสการ์ใหม่ ไม่ว่าบัญชีเก่าเกี่ยวกับความอ่อนแอ,ข้อบกพร่อง,การขาดความแข็งแกร่งและความอ่อนไหวที่ยังคงมีอยู่จงจบสิ้นสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดและเฉลิมฉลองดีปาวลีที่แท้จริง ในการเกิดใหม่นี้จงดูดซับซันสการ์ใหม่และลูกจะกลับมาทัดเทียมกับพ่อ

คติพจน์:
สะสมสมบัติที่มีค่าแห่งความคิดที่บริสุทธิ์และเวลาของลูกจะไม่เสียไปกับความคิดที่ไร้ประโยชน์


หมายเหตุ: วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน และพี่น้องชาวราชโยคี ตาปาสวี ทุกคนจะร่วมฝึกจิตนั่งสมาธิตั้งแต่เวลา 18.30 - 19.30 น. ด้วยทัศนคติที่สูงส่งของความรู้สึกบริสุทธิ์จงเป็นผู้ให้ทานที่ยิ่งใหญ่ด้วยจิตใจของลูกและทำงานรับใช้เพื่อให้พรกับทุกคนของการอยู่อย่างปราศจากความกลัว