23.01.23       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน บารัตไม่สามารถกลายเป็นสวรรค์ได้โดยไม่มีความบริสุทธิ์ ลูกรับศรีมัทเพื่อกลับมาบริสุทธิ์ขณะอาศัยอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูก จงเติมเต็มความรับผิดชอบของลูกทั้งสองด้าน

คำถาม:
ที่นี่ระบบใดแตกต่างกับชุมนุมทางจิตและอาศรมอื่นๆอย่างสิ้นเชิง

คำตอบ:
ผู้คนไปและอาศัยอยู่ในอาศรมเหล่านั้นและเชื่อว่าพวกเขามีเพื่อนดีที่นั่น และจะไม่มีความปั่นป่วนใดในบ้านและครอบครัวของพวกเขา อย่างไรก็ตามไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ใดที่นั่น ในขณะที่ลูกต้องตายขณะมีชีวิตที่นี่ ลูกไม่ได้ถูกบอกให้ทิ้งบ้านและครอบครัวของลูก ลูกอาศัยอยู่ที่บ้านและลูกดื่มน้ำทิพย์แห่งความรู้และทำงานรับใช้ทางจิต พวกเขาไม่มีระบบนี้ในการชุมนุมทางจิตอื่นๆ

โอมชานติ
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกๆ เพราะลูกๆ รู้ว่า เป็นพ่อเท่านั้นที่อธิบายแก่ลูกที่นี่ เหตุนี้เองจึงดูเหมือนว่า ไม่ถูกต้องที่จะพูดซ้ำๆว่า พระเจ้าชีวาพูด ผู้ที่ถ่ายทอดกีตะจะพูดว่า พระเจ้ากฤษณะพูด อย่างไรก็ตามเขาเคยมีชีวิตอยู่แล้วก็จากไป พวกเขาพูดว่า กฤษณะพูดกีตะและสอนราชาโยคะ ลูกๆ เข้าใจว่า ชีพบาบากำลังสอนราชาโยคะแก่ลูกที่นี่ ไม่มีชุมนุมทางจิตอื่นใดที่พวกเขาสอนราชาโยคะ พ่อพูดว่า พ่อทำให้ลูกเป็นราชาเหนือราชา พวกเขาเพียงแต่พูดว่า พระเจ้ากฤษณะพูดว่า มานมานะบาฟ! เมื่อไหร่ที่เขาพูดเช่นนั้น พวกเขาจะบอกว่า เขาได้พูดไว้เมื่อ 5,000 ปีที่แล้วหรือบางคนก็จะพูดว่า เขาพูดไว้เมื่อ 3,000 ปีก่อนหน้าพระคริสต์ พวกเขาไม่ได้พูดถึง 2,000 ปี เพราะใน 1,000 ปี อยู่ระหว่างชาวอิสลามและชาวพุทธได้มา ดังนั้นสิ่งนี้จึงพิสูจน์ว่า 3,000 ปีก่อนพระคริสต์เคยเป็นยุคทอง เราพูดว่า 5,000 ปีที่แล้วพระเจ้ามาและพูดกีตะและก่อตั้งศาสนาเทพ เวลานี้ หลังจาก 5,000 ปีท่านต้องมาอีกครั้ง วงจรนี้คือ 5,000 ปี ลูกๆ รู้ว่า พ่อผู้นี้กำลังอธิบายผ่านคนนี้ มีชุมนุมทางจิตมากมายหลายประเภทที่ผู้คนไปกัน บางคนไปและพักอยู่ที่อาศรม แต่จะไม่กล่าวว่าพวกเขาได้ไปและถือกำเนิดกับแม่และพ่อ หรือพวกเขาได้รับมรดกจากบุคคลเหล่านั้น ไม่เลย พวกเขาเพียงแต่คิดว่าความเป็นมิตรนั้นดี ไม่มีความปั่นป่วนใดภายในบ้านและครอบครัวที่นั่น อย่างไรก็ตามนั่นก็ไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ใดเช่นกัน ที่นี่ลูกพูดว่า ลูกมาหาแม่และพ่อ นี่คือ ชาติเกิดของลูกที่ลูกได้ตายไปแล้วขณะมีชีวิต ผู้คนเหล่านั้นอุปถัมภ์เด็กๆ ที่มาและลงหลักปักฐานในบ้านของพวกเขา ที่นี่ไม่มีระบบที่จะทิ้งบ้านของพ่อแม่ของลูกหรือบ้านของฝ่ายสามีของลูกมาอยู่ที่นี่ นั่นเป็นไปไม่ได้ ที่นี่ลูกต้องกลายเป็นเช่นดอกบัวขณะอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูก ไม่ว่าลูกเป็นกุมารีหรืออะไรก็ตาม ลูกถูกบอกให้อยู่ที่บ้านและมาดื่มน้ำทิพย์แห่งความรู้ทุกวัน จงเข้าใจความรู้นี้และแล้วอธิบายแก่ผู้อื่น ลูกต้องเติมเต็มความรับผิดชอบทั้งสองด้านของลูก ลูกต้องอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูกด้วยเช่นกัน ลูกต้องเติมเต็มความรับผิดชอบทั้งสองด้านจนกระทั่งเวลาสุดท้าย ในเวลาสุดท้ายไม่ว่าลูกจะอยู่ที่นี่หรือที่นั่น ความตายจะมาหาทุกคน มีคำกล่าวว่า รามจากไปและราวันก็จากไป ดังนั้นจึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมาและอยู่ที่นี่ ผู้คนเหล่านี้ทิ้งบ้านของพวกเขาเมื่อพวกเขาถูกคุกคามจากยาพิษ กุมารีเองต้องอยู่ที่บ้านด้วยเช่นกัน ลูกต้องรับใช้เพื่อนและญาติมิตรของลูก มีนักสังคมสงเคราะห์จำนวนมากมาย รัฐบาลไม่สามารถดูแลผู้คนจำนวนมากได้ พวกเขาทั้งหมดอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของเขาแล้วยังทำงานรับใช้บางอย่างอีกด้วย ที่นี่ลูกต้องทำงานรับใช้ทางจิต ลูกต้องอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูกด้วยเช่นกัน ใช่ เมื่อผู้คนเหล่านั้นสร้างความทุกข์อย่างมากเนื่องจากกิเลส ลูกสามารถมาและลี้ภัยอยู่กับพระเจ้า ลูกสาวถูกทุบตีอย่างมากเพราะกิเลส ที่อื่นๆไม่เป็นเช่นนี้ ที่นี่ลูกต้องอยู่อย่างบริสุทธิ์ แม้กระทั่งรัฐบาลก็ต้องการความบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตามพระเจ้าเท่านั้นที่มีพลังที่จะทำให้ลูกอยู่ที่บ้านและคงอยู่อย่างบริสุทธิ์ได้ นี่เป็นเวลาที่แม้กระทั่งรัฐบาลเองก็ไม่ต้องการให้เด็กๆ จำนวนมากเกิดเพราะมีความยากจนอย่างมาก ดังนั้นพวกเขาต้องการมีความบริสุทธิ์ในบารัตเพื่อจะมีเด็กจะมีจำนวนน้อย พ่อพูดว่า ลูกๆ กลับมาบริสุทธิ์ และลูกจะกลายเป็นนายของโลกที่บริสุทธิ์ พวกเขาไม่มีสิ่งนี้ในสติปัญญาของพวกเขา บารัตเคยบริสุทธิ์และเวลานี้ไม่บริสุทธิ์ ดวงวิญญาณทั้งหมดต้องการกลับมาบริสุทธิ์ มีความทุกข์มากมายที่นี่ ลูกๆ รู้ว่า บารัตไม่สามารถกลายเป็นสวรรค์ได้โดยไม่มีความบริสุทธิ์ของลูก มีเพียงความทุกข์เท่านั้นในนรก นรกไม่ใช่บางสิ่งที่พวกเขาได้แสดงไว้ในการูด้าพูรนาที่มนุษย์กำลังสำลักในแม่น้ำของยาพิษ ไม่มีแม่น้ำเช่นนั้นที่พวกเขามีประสบการณ์กับการถูกลงโทษ การลงโทษได้รับในคุกของครรภ์ ไม่มีคุกของครรภ์ในยุคทองที่จะมีการลงโทษ มีพระราชวังของครรภ์ที่นั่น เวลานี้ทั้งโลกเป็น นรกที่มีชีวิตที่ผู้คนไม่มีความสุขและมีโรคภัย พวกเขาเฝ้าแต่สร้างความทุกข์ให้กัน สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสวรรค์ เวลานี้พ่ออธิบายแก่ลูกว่า พ่อคือ พ่อที่ไม่มีขีดจำกัดของลูก พ่อคือ ผู้สร้าง และดังนั้นพ่อจะสร้างโลกใหม่แห่งสวรรค์อย่างแน่นอน พ่อจะสร้างศาสนาเทพดั้งเดิมที่เป็นนิรันดรสำหรับสวรรค์ มีคำกล่าวว่า ท่านคือแม่และพ่อ ท่านสอนราชาโยคะนี้ทุกๆวงจร ท่านนั่งอยู่ที่นี่และอธิบายความลับของพระเวทย์และคัมภีร์จากตอนต้น ตอนกลางและตอนจบผ่านบราห์มา ท่านนั่งและอธิบายแก่ผู้ที่ไม่มีการศึกษาอย่างสิ้นเชิง ลูกเคยพูดว่า โอ พระเจ้า ได้โปรดมา! ผู้ไม่บริสุทธิ์ไม่สามารถไปที่นั่นได้ ดังนั้นท่านต้องมาที่นี่เพื่อชำระลูกอย่างแน่นอน ท่านเตือนลูกๆ ว่า ท่านสอนราชาโยคะแก่ลูกในวงจรที่แล้วด้วยเช่นกัน ลูกถูกถามว่า ลูกเคยรับความรู้นี้มาก่อนไหม ลูกพูดว่า ใช่ ลูกได้รับความรู้นี้เมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว เหล่านี้คือสิ่งใหม่ ยุคใหม่และศาสนาใหม่ถูกก่อตั้งขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ไม่มีใครนอกจากพระเจ้าสามารถก่อตั้งศาสนาเทพนี้ได้ แม้กระทั่งบราห์มา วิษณุและชางก้าก็ไม่สามารถก่อตั้งสิ่งนั้นได้เพราะเทพเหล่านั้นคือสิ่งสร้าง ผู้สร้างสวรรค์ แม่และพ่อ ตัวท่านเองนั้นเป็นที่ต้องการ ลูกต้องมีความสุขมากมายที่นี่ พ่อพูดว่า พ่อคือผู้สร้าง พ่อสร้างลูกๆผ่านปากของบราห์มาด้วยเช่นกัน พ่อเป็นเมล็ดของโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้หรือนักบุญที่ยิ่งใหญ่เพียงไรก็ตาม คำพูดเหล่านี้จะไม่ออกมาจากปากผู้อื่นใด คำพูดเหล่านี้เป็นคำพูดของกีตะ อย่างไรก็ตามผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถพูดคำพูดเหล่านั้น ไม่มีใครสามารถพูดเช่นนี้ มีความแตกต่างเดียวเท่านั้นคือ แทนที่จะเป็นผู้เดียวที่ไม่มีตัวตน พวกเขากลับพูดว่า กฤษณะเป็นพระเจ้า พ่อพูดว่า พ่อคือ เมล็ดของโลกมนุษย์ ผู้อาศัยของอาณาเขตสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดที่ไม่มีตัวตน ลูกสามารถเข้าใจด้วยว่า มนุษย์ที่มีตัวตนไม่สามารถเรียกตนเองว่าเป็นเมล็ด แม้แต่บราห์มา วิษณุ และชางก้าก็ไม่สามารถพูดเช่นนี้ ลูกรู้ว่า เป็นชีพบาบาผู้ที่สร้างทุกคน พ่อกำลังก่อตั้งศาสนาเทพ ไม่มีใครทรงพลังที่จะกล่าวเช่นนี้ได้ด้วย ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะเรียกตนเองว่า กฤษณะ บราห์มา หรือชางก้า แม้กระทั่งหลายคนเรียกตนเองว่าเป็นการอวตาร อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก เมื่อพวกเขามาและรับฟังสิ่งนี้ที่นี่ พวกเขาจะเข้าใจว่า แท้จริงแล้วมีพ่อผู้เดียวและการอวตารเดียวเท่านั้น พ่อพูดว่า พ่อจะพาลูกกลับไปกับพ่อ แม้แต่คนอื่นๆก็ไม่มีพลังที่จะพูดเช่นนี้ 5,000 ปีที่แล้วเช่นกัน พระเจ้าแห่งกีตะ ชีพบาบาก็พูดเช่นนี้ ผู้เดียวที่ก่อตั้งศาสนาเทพดั้งเดิมที่เป็นนิรันดรกำลังทำสิ่งนั้นอีกครั้งในเวลานี้ เป็นที่จดจำกันว่าดวงวิญญาณกลับไปเหมือนฝูงยุง ดังนั้นพ่อจึงมาและกลายเป็นผู้นำทางและปลดปล่อยทุกคน เวลานี้คือเป็นตอนจบของยุคเหล็ก ยุคทองต้องมาหลังจากนี้ ดังนั้นท่านจึงมาอย่างแน่นอน มาชำระลูกและพาลูกกลับไปสู่โลกที่บริสุทธิ์ บางคำพูดเหล่านี้อยู่ในกีตะ พวกเขาเชื่อว่าคัมภีร์มีความจำเป็นสำหรับศาสนา(ฮินดู) ดังนั้นพวกเขาจึงนั่งและสร้างคัมภีร์กีตะขึ้นมา เป็นเพชรพลอยของทุกคัมภีร์ที่สูงส่งที่สุด เป็นแม่อันดับหนึ่ง แต่พวกเขาได้เปลี่ยนชื่อไป ในยุคทองแดงพวกเขาไม่ได้เขียนเกี่ยวกับการกระทำที่พระเจ้าทำในเวลานี้ กีตะเดียวกันนี้จะปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง กีตะนั้นถูกกำหนดไว้แล้วในละคร เช่นที่พ่อเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นเทพอีกครั้งหนึ่ง ในทำนองเดียวกัน ผู้อื่นจะนั่งลงและเขียนคัมภีร์หลังจากนั้น จะไม่มีคัมภีร์ใดในยุคทอง พ่อนั่งอยู่ที่นี่และอธิบายความลับของทั้งวงจรแก่ลูก ลูกเข้าใจว่าลูกได้จบสิ้นวงจร 84 ชาติเกิดนี้แล้ว ผู้ที่เป็นของศาสนาเทพดั้งเดิมที่เป็นนิรันดรเท่านั้นที่ใช้ 84 ชาติเกิด จำนวนของชาติเกิดที่สูงสุด เวลาต่อมาประชากรขยายตัวเพิ่มขึ้น พวกเขาจะไม่ได้ใช้ชาติเกิดมากมายเช่นนี้ พ่อนั่งอยู่ที่นี่และอธิบายผ่านปากของบราห์มาผู้นี้ ดาด้าผู้นี้ ผู้ที่พ่อได้ยืมร่างกายของเขามาใช้ ไม่เคยรู้ถึงชาติเกิดของตนเอง ผู้นี้คือประชาบิดาบราห์มาที่มีตัวตน(แว็ค) ผู้นั้นละเอียดอ่อน (อแว็ค บราห์มา) ทั้งสองเป็นคนเดียวกัน ด้วยความรู้นี้ลูกเองจึงกำลังจะกลายเป็นเทวดานางฟ้าผู้ที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตละเอียดอ่อน ผู้อาศัยในอาณาเขตละเอียดอ่อนถูกเรียกว่าเทวดานางฟ้าเพราะพวกเขาไม่มีเนื้อหนังและกระดูก แม้กระทั่งบราห์มา วิษณุและชางก้าก็ไม่มีเนื้อหนังและกระดูก ดังนั้นรูปภาพของพวกเขาถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร รูปภาพของชีวาก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเช่นกัน แม้ว่าท่านเป็นดวงดาว พวกเขาก็สร้างรูปของสิ่งนั้นด้วย บราห์มา วิษณุ และชางก้านั้นละเอียดอ่อน พวกเขาไม่สามารถสร้างรูปแบบของชางก้าเหมือนกับรูปแบบของมนุษย์ได้ เพราะชางก้าไม่มีร่างกายที่เป็นเนื้อหนังและกระดูก เราสร้างรูปแบบที่เป็นร่างกายเพื่อที่จะอธิบาย อย่างไรก็ตามลูกสามารถเห็นว่าเขาละเอียดอ่อนด้วยเช่นกัน อัจชะ

13/07/68-ห้องเรียนกลางคืน

มนุษย์ต้องการสองสิ่งอย่างแน่นอน หนึ่งนั้นคือความสงบ และอีกสิ่งหนึ่งคือความสุข ความสงบในโลกและความสงบสำหรับตนเอง มนุษย์ต้องการความสุขสำหรับโลกและความสุขสำหรับตนเอง ดังนั้นเราต้องถามว่า เนื่องจากมีความสงบในเวลานี้ จะต้องเคยมีความสงบในบางช่วงเวลาก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไรและอย่างไรหรือเหตุใดจึงมีความไม่สงบ เพราะผู้คนอยู่ในความมืดมิดอย่างสิ้นเชิง ลูกรู้ว่าลูกกำลังแสดงหนทางที่ดีมากที่จะไปสู่ความสุขและความสงบ พวกเขามีความสุขที่ได้ฟังสิ่งนี้ แต่เมื่อพวกเขาได้ยินว่าพวกเขาต้องกลับมาบริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน พวกเขาก็ถอยห่างไปเล็กน้อย กิเลสนี้เป็นศัตรูของทุกคนและทุกคนก็ยังรักใคร่มันอีกด้วย หัวใจของผู้คนหดลงไปเมื่อพวกเขาต้องทิ้งกิเลสนั้น สิ่งนั้นถูกเรียกว่ายาพิษและผู้คนยังไม่ทิ้งมัน ลูกพยายามหนักมากและลูกก็ยังพ่ายแพ้ ทุกสิ่งเป็นเรื่องของความบริสุทธิ์ หลายคนพลาดพลั้งในสิ่งนั้น เมื่อพวกเขาเห็นกุมารี พวกเขาถูกดึงดูด ความโกรธ ความละโมบ และความผูกพันยึดมั่นไม่มีแรงดึงดูดเช่นนั้น ตัณหาเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การเอาชนะสิ่งนี้เป็นงานของมหาวีระ หลังจากที่มีสำนึกที่เป็นร่าง ตัณหาจะมาเป็นอันดับแรก นี่คือสิ่งที่ลูกต้องเอาชนะ คนที่มีตัณหาอันไม่บริสุทธิ์จะคำนับผู้ที่บริสุทธิ์ พวกเขาพูดว่า ฉันมีกิเลสและท่านไม่มีกิเลส พวกเขาไม่ได้พูดว่า พวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธหรือความละโมบ ทุกสิ่งเป็นเรื่องของกิเลส ผู้คนแต่งงานกันเพื่อกิเลส พ่อแม่กังวลกับเรื่องนี้ เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นมา พ่อแม่ให้เงินเพื่อยุ่งเกี่ยวกับกิเลส หากพวกเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิเลสก็จะมีการทะเลาะวิวาทกัน ลูกต้องอธิบายว่า เทพปราศจากกิเลสอย่างสิ้นเชิง ลูกมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์อยู่เบื้องหน้า ลูกต้องเปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดาไปเป็นนารายณ์และกลายเป็นราชาเหนือราชา รูปภาพอยู่เบื้องหน้าลูก นี่ไม่ใช่สัทซัง(ชุมนุมทางจิต) พวกเขาไม่มีสถานที่สำหรับศึกษาเล่าเรียนหรือสถานที่ชุมนุม สัทซังที่แท้จริง (มิตรแห่งสัจจะ) กับผู้เดียวที่เป็นสัจจะ เมื่อท่านสอนราชาโยคะเป็นการส่วนตัวแก่ลูก ลูกต้องมีมิตรแห่งสัจจะ ท่านคือผู้เดียวที่สอนกีตะนั่นคือราชาโยคะ พ่อไม่ได้ถ่ายทอดกีตะ ผู้คนคิดว่า เพราะว่าสิ่งนี้ถูกเรียกว่ากีตะพาทชาลา พวกเขาจึงควรมาและรับฟังกีตะ พวกเขาได้รับแรงดึงดูดนั้น นี่คือกีตะพาทชาลาที่แท้จริงที่ท่านได้รับชีวิตที่เป็นอิสระจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ มีพลานามัยที่ดี มีความมั่งคั่ง และมีความสุขในหนึ่งวินาที ดังนั้นให้ถามพวกเขาว่า ทำไมเราเขียนว่า กีตะพาทชาลาที่แท้จริง เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเขียนว่า กีตะพาทชาลา เมื่อพวกเขาอ่านคำว่า ที่แท้จริง พวกเขาสามารถถูกดึงให้คิดได้ว่า บางทีอาจมีกีตะพาทชาลาที่จอมปลอม ดังนั้นลูกต้องเขียนคำว่า ที่แท้จริง อย่างแน่นอน โลกที่บริสุทธิ์ถูกเรียกว่าสัตยุค ยุคทอง และโลกที่ไม่บริสุทธิ์ถูกเรียกว่ากลียุค ยุคเหล็ก พวกเขาเคยบริสุทธิ์ในยุคทอง ลูกถูกสอนว่าจะกลายเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร พ่อสอนพวกเราผ่านบราห์มา มีวิธีอื่นใดที่จะสอนเราอีก เพียงผู้ที่เข้าใจคัมภีร์เหล่านี้ในวงจรที่แล้วเท่านั้นที่จะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ พวกเขาจมปลักอยู่ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา มีความงดงามอย่างมากในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา ไม่มีอะไรเลยในสิ่งนั้น เพียงแต่มีสำนึกรู้ว่า เวลานี้เราต้องกลับบ้าน เราต้องกลับไปหลังจากกลับมาบริสุทธิ์ สำหรับสิ่งนี้ลูกต้องอยู่ในการจดจำระลึกถึง ลูกไม่สามารถจดจำพ่อผู้ที่ทำให้ลูกเป็นนายของสวรรค์หรือ นี่คือสิ่งหลัก ทุกคนพูดว่า มีความพยายามในสิ่งนี้ ลูกๆให้การบรรยายได้ดี แต่หากพวกเขาอธิบายขณะอยู่ในโยคะ นั่นก็จะมีผลกระทบที่ดี ลูกได้รับพละกำลังเมื่อลูกอยู่ในการจดจดระลึกถึง ด้วยการกลับมาสะโตประธานลูกจะกลายเป็นนายของโลกที่สะโตประธาน ลูกจะพูดว่าการจดจำระลึกถึงคือการทำสมาธิหรือ เป็นสิ่งผิดที่จะพูดว่าลูกนั่งอยู่ในการทำสมาธิครึ่งชั่วโมง พ่อเพียงแต่พูดว่า จงอยู่ในการจดจำระลึกถึง! ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสอนลูกนี้ด้วยการนั่งตรงข้ามกับลูก ลูกต้องจดจำพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดด้วยความรัก เพราะท่านให้สมบัติที่มีค่าแก่ลูกอย่างมากมาย ปรอทความสุขของลูกควรเพิ่มขึ้นด้วยการจดจำระลึกถึง และแล้วลูกจะรู้สึกถึงความสุขเหนือประสาทสัมผัส พ่อพูดว่า ชีวิตของลูกมีค่าอย่างมาก ลูกต้องรักษาให้สมบูรณ์แข็งแรง ยิ่งลูกมีอายุยืนยาวมากเพียงไรลูกจะได้รับสมบัติที่มีค่ามากตามนั้น ลูกจะได้รับสมบัติที่มีค่าทั้งหมดเมื่อลูกกลับมาสะโตประธาน ลูกได้รับพลังผ่านมุรลี มีพลังอยู่ในดาบด้วยเช่นกัน เมื่อลูกมีพลังของการจดจำระลึกถึง ดาบจะกลับมาคม ไม่มีพลังมากนักในความรู้ และเหตุนี้เองจึงไม่มีผลกระทบมากมายเช่นนั้น และแล้วบาบาต้องมาเพื่อนำประโยชน์มาให้กับผู้นั้น(ใครก็ตามที่มาอยู่เบื้องหน้าลูก) เมื่อการจดจำระลึกถึงของลูกเต็มไปด้วยพลัง และแล้วลูกศรจะพุ่งไปที่บัณฑิตและครูฯลฯ เหตุนี้เองบาบาจึงพูดว่า รักษาการบันทึกชาร์ทของลูก บางคนพูดว่า พวกเขาจดจำบาบาอย่างมากมาย แต่ปากของพวกเขาก็ไม่สามารถเปิดได้(พวกเขาไม่สามารถพูดได้) จงอยู่ในการจดจำระลึกถึงและบาปของลูกจะถูกปลดเปลื้อง อัจชะ ราตรีสวัสดิ์ ลูกๆ!

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. ขณะอยู่ที่บ้าน จงทำงานรับใช้ทางจิต กลับมาบริสุทธิ์และทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์

2. ขณะอยู่ในนรกที่มีชีวิตนี้ ลูกต้องประกาศสิทธิ์มรดกแห่งสวรรค์ของลูกจากพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด อย่าสร้างความทุกข์ให้กับใคร

พร:
ขอให้ลูกใช้ความพิเศษทั้งหมดของลูกและทำให้สิ่งนั้นพัฒนาและกลายเป็นตัวของความสำเร็จ

ยิ่งลูกใช้ความพิเศษของลูกในการรับใช้ด้วยจิตใจ คำพูด และการกระทำของลูก ความพิเศษเหล่านี้จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ การใช้ความพิเศษเพื่องานรับใช้หมายถึงการรับผลจากเมล็ดเดียวอย่างมาก อย่าได้เพียงแต่เก็บความพิเศษที่ลูกได้รับที่เป็นสิทธิ์โดยกำเนิดในชีวิตที่เป็นเช่นเมล็ดอันสูงส่งนี้ไว้ แต่จงหว่านสิ่งเหล่านั้นลงไปในดินแห่งงานรับใช้ และลูกจะสัมผัสกับผลของสิ่งนั้น นั่นคือ ลูกจะสัมผัสกับความสำเร็จของสิ่งนั้น

คติพจน์:
อย่าได้มองดูที่การขยายตัว แต่ให้ดูที่สาระและปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งนั้น นี่คือความพยายามที่เข้มข้น