24.06.22    Avyakt Bapdada     Thai Murli     15.12.63     Om Shanti     Madhuban


คำพูดที่สูงส่งแสนหวานของมาเตชวารีจี สำหรับอ่านในชั้นเรียนในวันของการจดจำระลึกถึงมาม่า
การกระทำคือเหตุผลสำหรับความสุขและความทุกข์


มนุษย์ทุกคนรู้ว่าความสุขและความทุกข์ในชีวิตเป็นผลลัพธ์ของการกระทำของเรา เราต้องได้กระทำการกระทำเช่นนั้นมาก่อนหน้านี้ซึ่งเราต้องมีประสบการณ์ของผลสืบเนื่องของการกระทำเหล่านั้นในรูปของความสุขหรือความทุกข์ ดังนั้นความสุขและความทุกข์เชื่อมโยงกับการกระทำของเรา กรรมไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นชะตากรรม (คิสเมท kismet) บางคนคิดว่าสิ่งนี้อยู่ในชะตากรรมของเขา และดังนั้นพวกเขาพิจารณาว่าความสุขและความทุกข์เป็นชะตากรรมของพวกเขา นี้เป็นเหมือนกับการพูดว่าพระเจ้าได้สร้างชะตากรรมหรือบางคนอื่นได้สร้างชะตากรรมขึ้นมา เหตุนี้เองพวกเขาจึงพูดว่ามันอยู่ในชะตากรรมของพวกเขา อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องเข้าใจว่าใครสร้างชะตากรรมของเรา พระเจ้าไม่ได้สร้างชะตากรรมของเรา ไม่ใช่ว่าชะตากรรมของเราได้ถูกสร้างขึ้นล่วงหน้า ไม่ใช่ ประสบการณ์ของความสุขและความทุกข์ที่ผู้คนมี ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์เอง เพราะมนุษย์เป็นผู้สร้างการกระทำ เหตุนี้เองจึงเป็นความรับผิดชอบของเราเอง เมื่อท่านเพาะหว่านสิ่งใด ท่านจะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น เป็นคำพูดที่รู้จักทั่วไปและใครก็ตามทำสิ่งใดได้รับผลของสิ่งนั้น มีกล่าวไว้ในกีตะด้วยเช่นกันว่า มนุษย์เป็นเพื่อนของเขาเองและศัตรูของเขาเอง! ไม่ได้กล่าวไว้ว่า ฉันเป็นศัตรูของคุณ ฉันเป็นเพื่อนของคุณ ไม่ใช่ มนุษย์เป็นเพื่อนของเขาเองและเป็นศัตรูของเขาเอง และเหตุนี้เองบุคคลคือเพื่อนของตนเองและศัตรูของเขาเอง เขานำความสุขและความทุกข์สู่ตนเอง ดังนั้นจึงชัดเจนว่าบุคคลมีตนเองรับผิดชอบสำหรับความสุขและความทุกข์ของตนเอง เหตุนี้เองเมื่อไรก็ตามที่เธอมีความทุกข์ในรูปใด เธอพยายามที่จะเอาความทุกข์ออกไป เมื่อมีการรบราหรือต่อสู้เกิดขึ้นบางแห่ง เธอพยายามที่จะหยุดสิ่งนั้นและบางครั้งสำหรับบางคนมีความตายก่อนวัยอันสมควร และดังนั้นพวกเขามีความทุกข์ และแล้วพวกเขาคิดว่า ฉันไม่รู้ว่าทำไมสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นกับฉัน ด้วยกำลังแรงนั้น เพราะเขาเริ่มที่จะตำหนิพระเจ้าสำหรับสิ่งนั้น แต่ใครเล่าได้ทำทุกสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับพวกเขา ความตายก่อนวัยอันสมควรที่ได้เกิดขึ้น หรือประสบการณ์ของความทุกข์ในรูปของความเจ็บป่วยบางอย่าง พระเจ้าได้นำสิ่งนั้นมาหรือ? การต่อสู้และการรบราทั้งหมด สาเหตุทั้งหมดของความทุกข์ซึ่งคงอยู่ในโลก พระเจ้าได้สร้างทั้งหมดนั้นหรือ? พระเจ้าคือผู้ที่เธอร้องเรียกว่าเป็นผู้ขจัดความทุกข์และผู้ประทานความสุข เหตุนี้เองเมื่อไรก็ตามที่ลูกมีความทุกข์ใด ลูกจดจำท่าน แม้เมื่อร่างกายของลูกมีความเจ็บป่วย ลูกร้องเรียกหาพระเจ้า:โอ้ พระเจ้า! ลูกจดจำท่านเท่านั้นในเวลาของความทุกข์ ดังนั้นบอกฉันสิ ถ้าพระเจ้าได้เป็นเหตุของความทุกข์ให้แก่ลูก ผู้ที่เป็นเหตุของความทุกข์ควรทำอะไร? เราต้องคิดใคร่ครวญถึงสิ่งนี้ว่า: ใครก็ตามที่ลูกจดจำในเวลาของความทุกข์ ลูกไม่สามารถพูดถึงผู้นั้นว่าเขาเป็นเหตุของความทุกข์ให้แก่ลูก นี้ก็เป็นบางสิ่งที่ต้องเข้าใจด้วยเช่นกัน เนื่องจากเราจดจำท่าน เรามีความสัมพันธ์ต่างออกไปกับท่านอย่างแน่นอน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ของผู้ประทานความทุกข์ สิ่งนี้แสดงว่าเหตุผลสำหรับความทุกข์ หรือบุคคลที่รับผิดชอบเป็นบางคนอื่น แม้ในสิ่งนี้ไม่มีบุคคลที่สาม หนึ่งคือฉันเองและอีกผู้หนึ่งคือผู้สร้างของฉัน เท่านั้นเอง มีเพียงสองเท่านั้น หนึ่งคือฉันเป็นสิ่งสร้างของท่าน หรือลูกสามารถพูดว่า ลูกของท่าน และอีกหนึ่งคือพ่อ ดังนั้นไม่พ่อรับผิดชอบ ก็ฉันรับผิดชอบผู้ใดผู้หนึ่ง อย่างไรก็ตามเมื่อฉันมีความทุกข์ สำหรับฉันดูราวกับว่าผู้สร้างนั้นได้เป็นเหตุของความทุกข์ให้แก่ฉัน ภายในฉันรู้สึกว่าท่านคือผู้ประทานความสุขของฉัน เป็นราวกับว่าลูกร้องขอการค้ำจุนของความสุข โอ้ พระเจ้าขจัดความทุกข์นี้เถิด! พระเจ้า ให้ชีวิตที่ยืนยาวแก่ฉัน! มองดู ผู้คนแม้ร้องขอชีวิตที่ยืนยาว ชีวิตที่ยืนยาว ความทุกข์ ความเจ็บป่วยของร่างกาย การต่อสู้หรือการรบราใดๆ เหตุผลใดก็ตามของความไม่สงบที่มี พวกเขาร้องขอพระเจ้า เมื่อเด็กคนใดไม่รู้คิด พวกเขาพูดว่า โอ้พระเจ้า ให้ สุมัส(สติปัญญาที่ดี)แก่เขาเถิด ดังนั้นพวกเขาร้องขอการนำทางจากท่าน เมื่อสิ่งใดนำความทุกข์หรือความทรมานมาให้แก่เขา พวกเขาจะจดจำท่านในความทุกข์ทรมานนั้น และพวกเขาร้องขอจากท่านสำหรับสิ่งใดที่พวกเขาต้องการ เนื่องจากพวกเขาร้องขอบางสิ่งจากท่าน ท่านต้องเป็นผู้ประทานของสิ่งนั้นอย่างแน่นอนและท่านต้องเป็นผู้ที่ให้ความสุขแก่เรา นี้หมายความว่าท่านเท่านั้นมีการเยียวยารักษาสำหรับทุกสิ่ง เราไม่จดจำท่านไปอย่างนั้นแต่ท่านมีการเยียวยารักษา ดังนั้นนิสัยอะไรก็ตามที่เรามี ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ เราจดจำพระเจ้าในเวลาของความทุกข์อย่างแน่นอน เมื่อใดก็ตามที่สิ่งใดเกิดขึ้นเราพูดทันทีว่า โอ้ พระเจ้า! ไม่ว่าบางคนรู้หรือไม่ว่าพระเจ้าเป็นใครก็ตาม ท่านเป็นอะไร สิ่งนี้ออกมาจากปากของพวกเขาอย่างแน่นอน นี้ต้องเป็นที่เข้าใจด้วยเช่นกัน ในที่สุดแล้ว ผู้ที่เราจดจำมีการเชื่อมโยงกับความทุกข์ของเราทั้งหมดหรือ? ท่านคือผู้ประทานความทุกข์หรือท่านมีการเชื่อมโยงกับการให้ความสุขแก่เรา แม้การจดจำระลึกถึงของเราแสดงว่างานของท่านไม่ใช่เป็นเหตุของความทุกข์แก่ผู้ใด ถ้าท่านเป็นเหตุของสิ่งนั้นสำหรับเรา เราจะจดจำท่านด้วยเหตุใด โดยทั่วไปเราจะรู้สึกโกรธกับใครบางคนที่เป็นเหตุของความทุกข์ให้กับเรา เธอจะคิดว่า: ฉันไม่รู้ฉันควรทำอะไรกับเขา อย่างไรก็ตามสำหรับพระเจ้า ลูกรู้สึกถึงความรักเสมอ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาของความทุกข์ ดังนั้นความสัมพันธ์ของท่านกับเราคือความสัมพันธ์ของความสุขอย่างแน่นอน ดังนั้นบางสิ่งอื่นจะต้องเป็นสาเหตุของความทุกข์ของเราอย่างแน่นอน ไม่มีบุคคลที่สาม: หนึ่งคือตัวฉันเองและท่านเป็นอีกผู้หนึ่ง ดังนั้นฉันรับผิดชอบอย่างแน่นอน (สำหรับความทุกข์ของฉัน)

ดังนั้นฉันเป็นเครื่องมือสำหรับอะไรก็ตาม ฉันเป็นผู้ที่รับความทุกข์นั้น ฉันสร้างสิ่งนั้นสำหรับตนเองด้วยตนเอง ดังนั้นนี้เป็นสิ่งที่ไม่รู้คิดอย่างมาก ฉันต้องการเป็นอิสระจากสิ่งใด ฉันสร้างสิ่งนั้นสำหรับตัวฉันเอง ดังนั้นนี้คือบางสิ่งที่น่าประหลาดใจ ใช่หรือไม่ ผู้คนไม่ต้องการความทุกข์แต่พวกเขาเฝ้าแต่สร้างความทุกข์ ดังนั้นมีบางสิ่งอย่างแน่นอนที่พวกเขาไม่ได้รู้ ที่พวกเขาไม่ได้เข้าใจ ดังนั้นอะไรก็ตามที่ลูกไม่รู้ อันดับแรกลูกต้องพยายามที่จะค้นหาเกี่ยวกับสิ่งนั้น ฉันต้องมีความรู้บางอย่างอย่างแน่นอนและมีความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งนั้น ก่อนอื่นใดฉันต้องมองหาความเข้าใจนั้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าประหลาดใจคือแม้วันนี้ผู้คนที่น่าสงสารมีข้อแก้ตัวมากมายเกี่ยวกับความไม่เข้าใจสิ่งต่างๆเช่นนี้ พวกเขาพูดว่า พวกเขาไม่ว่างหรือไม่มีเวลา พวกเราควรทำอะไร ควรที่เราจะดูแลครัวเรือนและธุรกิจ หรือทำสิ่งนี้ ทำสิ่งนั้น? เราควรทำอะไร? เหตุนี้เองพวกเขาเป็นทุกข์ในการดูแลทุกสิ่ง เนื่องจากฉันได้สร้างความทุกข์นี้ โดยการพูดว่า นี่คือของฉัน นี่คือของฉัน เนื่องจากฉันรับเอาความทุกข์นี้มาให้แก่ตนเอง ก่อนอื่นใด ฉันต้องพยายามที่จะแก้ไข เมื่อฉันเป็นเหตุของความทุกข์สำหรับตนเอง ฉันควรรู้ว่าอะไรเป็นเหตุผล สำหรับอะไรก็ตามที่กำลังเป็นเหตุของความทุกข์ให้แก่ฉัน ก่อนอื่นใดฉันต้องมีความเข้าใจว่าเหตุใดฉันจึงไม่มีความสุข ความสุขนั้นไม่ใช่สำหรับฉันหรือ? ก่อนอื่นใด ฉันควรค้นให้พบสิ่งนี้

ข้อมูลนี้สามารถพบได้ในความเข้าใจว่าทุกสิ่งที่ลูกพิจารณาว่าเป็นของลูกคือเหตุผลสำหรับความทุกข์ของลูก เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตที่จะรู้ว่าการเยียวยาสำหรับความทุกข์นั้นคืออะไร แม้ขณะที่รู้สิ่งนี้พวกเขาพูดว่า ฉันจะสามารถทำอะไรได้ ฉันจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร ฉันควรละทิ้งครัวเรือนของฉันและทุกสิ่งหรือไม่? ดังนั้นเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจในลักษณะที่สติปัญญาของมนุษย์ทำงาน แม้ว่าพวกเขาได้รับความเข้าใจ เพราะเขาไม่สามารถซึมซับสิ่งนั้น เราเข้าใจสิ่งเหล่านี้ด้วยประสบการณ์ และแล้วหลังจากซึมซับสิ่งนี้ เราแบ่งปันสิ่งนี้ให้กับท่าน นี่คือบางสิ่งที่ต้องมีประสบการณ์ เรามีประสบการณ์สิ่งนี้อย่างแน่นอนเพราะเหตุนี้เองเราจึงบอกพวกท่านว่าพวกท่านสามารถได้รับความสุขในทางปฏิบัติจริงได้อย่างไร พวกเราได้มีความปรารถนานี้มาเป็นเวลาที่ยาวนาน เวลานี้ผู้ประทานความสุขนั้นตัวท่านเองได้ให้คำแนะนำของท่านแก่เราว่า: โอ ลูกๆ ลูกได้กลับมาไม่มีความสุขได้อย่างไร เป็นความผิดของลูกเอง แต่สิ่งใดในลูกที่ลูกเองไม่รู้ และเป็นเหตุผลว่าทำไมลูกจึงรับความทุกข์นั้นมาสู่ตนเอง เป็นการกระทำของลูกเองที่เป็นเหตุผลสำหรับความทุกข์ของลูกใช่หรือไม่ มาและเข้าใจสิ่งนี้ ดูซิ! เรากำลังเสนอสิ่งนี้ให้แก่พวกท่าน แม้กระนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ ถึงแม้ว่าพวกเขาได้ยินสิ่งนี้ ผู้คนที่น่าสงสารพูดว่า: บางทีเราต้องอยู่ไปอย่างนี้ นี้เรียกว่าความผูกพันยึดมั่นต่อมายา มายาได้คว้าจับพวกเขาไว้อย่างสมบูรณ์ และอะไรก็ตามที่พวกเขาเพียรพยายามอย่างหนักตลอดทั้งวัน พ่อท่านเองบอกพวกเขาว่าอะไรเหตุผลสำหรับความทุกข์และความสุขของพวกเขา

พ่อท่านเองพูดว่า: พ่อได้มาเพื่อพาลูกออกไปเพื่อนำเอาความทุกข์ของลูกทั้งหมดออกไปแล้วให้ความสุขแก่ลูก เหตุนี้เองลูกร้องเพลงว่า โอ ผู้ขจัดความทุกข์และผู้ประทานความสุข ไม่เคยพูดเลยว่าวันนี้ท่านเป็นเหตุของความทุกข์ให้แก่เราและขจัดความสุขของเราออกไป ไม่ใช่ ท่านคือผู้ขจัดความทุกข์ทั้งหมดของเราออกไป พ่อพูดว่า ฉันได้มาเพื่อนำเอาความทุกข์ของลูกออกไปเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามเพื่อทำสิ่งนั้นพ่อสอนลูกถึงวิธีทำการกระทำที่ความทุกข์ของลูกจบสิ้น อะไรก็ตามที่พ่อสอนและอธิบายแก่ลูกจงเข้าใจสิ่งนั้น และเพียงทำความเพียรพยายาม และความทุกข์ของลูกจะจบสิ้น พ่อให้คำสอนแก่ลูกที่จะจบสิ้นความทุกข์ของลูก ดังนั้นซึมซับสิ่งเหล่านั้น เพราะคำสอนนี้เป็นทรัพย์สมบัติของลูก อย่างไรก็ตามผู้ที่ยากจนน่าสงสารมีข้อแก้ตัวราวกับว่าพวกเขากำลังทำบางสิ่งให้กับพระเจ้า บางคนพูดว่าถ้าฉันมีเวลาฉันจะทำสิ่งนั้น โอ้พี่น้องที่รักเป็นในการรับประทาน การดื่ม และรับใช้ทุกคนและในบัญชีของการกระทำเหล่านั้นที่ลูกได้สร้าง ที่ลูกได้กลับมาไม่มีความสุข ในด้านหนึ่งลูกพูดว่าลูกต้องการได้รับการปลดปล่อยจากความทุกข์ และอีกด้านหนึ่งถึงแม้ว่าพ่อนั้นแสดงหนทางให้แก่ลูกที่จะกลับมาเป็นอิสระจากความทุกข์ เรานั้นทั้งหมด สิ่งนี้ก็ยากที่จะนั่งอยู่ในสติปัญญาของผู้ใด ในลักษณะนี้ กิเลสทั้ง 5 เรียกว่าเป็นมายา แต่ผู้คนคิดว่าความมั่งคั่งและทรัพย์สินเป็นมายา บ้างพูดว่าร่างกายของพวกเขาเป็นมายาและพวกเขาพยายามที่จะหาวิธีที่จะปกป้องตนเองจากสิ่งนั้น อย่างไรก็ตามพ่อพูดว่า เหตุผลสำหรับความทุกข์ของลูกเป็นบางสิ่งอื่น วัตถุธาตุเป็นสิ่งสร้างของพ่อ อะไรก็ตามที่คงอยู่ตลอดไปไม่ใช่สาเหตุของความทุกข์ ลูกมีบางสิ่งที่เกินอยู่ในลูกที่เป็นเหตุของความทุกข์แก่ลูก สิ่งนี้เรียกว่าเป็นกิเลสทั้ง 5(มายา) กิเลสไม่ใช่ร่างกาย โลกไม่ได้ถูกทำขึ้นด้วยกิเลส ความมั่งคั่งและทรัพย์สมบัติไม่ใช่กิเลส กิเลสเป็นบางสิ่งอื่นและเมื่อกิเลสเหล่านี้มาคงอยู่ สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดก็กลายเป็นเหตุของความทุกข์ มิฉะนั้นอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดเหล่านี้เป็นเหตุผลสำหรับความสุขของเรา สำหรับดวงวิญญาณ ทรัพย์สมบัติและความมั่งคั่งและอื่นๆเป็นเหตุผลสำหรับความสุขของเรา แต่เพราะเราไม่มีความรู้ที่เต็มเปี่ยมเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด สิ่งเหล่านั้นจึงสร้างความทุกข์ให้แก่ลูก ไม่ใช่ว่าสิ่งสร้างที่คงอยู่ตลอดไปที่พ่อสร้างคือเหตุผลสำหรับความทุกข์ ไม่เลย ลูกเป็นเหตุของความทุกข์ของลูก บางสิ่งอื่นได้พัฒนาขึ้นมาในลูก บางสิ่งอื่นนั้นคือมายา กิเลสทั้ง 5 เวลานี้ลูกต้องขจัดสิ่งเหล่านั้นออกไป ผู้คนพูดว่าพระเจ้าให้สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ถ้าพระเจ้าให้บางสิ่งใด จะเป็นบางสิ่งของความสุข ถ้าลูกได้ใส่กิเลสต่างๆเข้าไปในสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดและทำให้สิ่งเหล่านี้เสียหาย เหตุนี้เองพ่อพูดว่า ขจัดกิเลสเหล่านี้และลูกจะกลับมามีความสุขตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะต้องเป็นที่เข้าใจ ลูกจะต้องให้เวลาบ้างสำหรับสิ่งนี้ ลูกจะต้องเรียนรู้วิธีที่จะจบสิ้นความทุกข์ของลูก สำหรับสิ่งนี้ลูกได้รับการบอกให้มาครั้งแล้วครั้งเล่าและเรียนรู้บางสิ่ง อย่างไรก็ตามไม่ควรจะเป็นว่าลูกได้ยินสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดที่นี่และเมื่อลูกออกไปทุกสิ่งก็จบสิ้น บางคนพูดว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเป็นไปสำหรับผู้อาวุโสหรือผู้ที่สูงอายุ เป็นเพียงผู้ที่สูงอายุเท่านั้นผู้ที่ต้องสร้างชีวิตของพวกเขาหรือ? ผู้ที่สูงอายุคือผู้ที่ได้ปีนขึ้นบันไดผิดและแล้วหลังจากมีประสบการณ์นั้น ได้ลงบันไดมาแล้ว แทนที่เป็นเช่นนั้นเหตุใดไม่เตือนตนเองก่อนปีนขึ้นบันไดนั้น และเข้าใจวิธีที่ลูกจะมีชีวิตอยู่ เหตุนี้เองลูกได้รับคำแนะนำ: เข้าใจสิ่งเหล่านี้ และทำความเพียรพยายามอย่างเต็มที่ที่จะขจัดรากเหง้าของความทุกข์ของลูก เหตุผลสำหรับความทุกข์ของลูก

เราต้องเข้าใจในสิทธิที่เรามีเหนือพระเจ้าผู้เป็นพ่อ ผู้ที่เป็นพ่อของทุกคนและประกาศสิทธิ์นั้นด้วยเช่นกัน ลูกต้องไม่เพียงแต่เรียกท่านว่าเป็นพ่อของลูก แต่ลูกควรมาและฟังและเข้าใจว่าอะไรที่ลูกต้องได้รับจากท่าน เราจะเฝ้าแต่ทำการเสนอนี้ให้แก่ทุกคน ก่อนหน้านี้เช่นกัน เราได้ให้การเชื้อเชิญนี้และสาส์นนี้แก่ทุกคน และแล้วเพียงกำมือเดียวจากหลายล้านได้ตื่นขึ้น สิ่งเดียวกันได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วยและเหตุนี้เองพระเจ้าท่านเองพูดว่า: เพียงกำมือเดียวจากหลายล้านรู้จักฉัน ดังนั้นหลังจากที่ได้มาที่นี่ ลูกต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้และแล้วพูดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้และซึมซับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดไม่สามารถที่จะอธิบายได้เพียงในวันเดียวเท่านั้น อัจชะ

ถึงลูกๆที่อ่อนหวานที่สุด รัก ระลึกถึงและนมัสเต

พร:
ขอให้ลูกได้รับการหลุดพ้นในชีวิต และมีความซาบซึ้งทางจิตเสมอด้วยการอยู่อย่างตระหนักรู้ในรูปที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้ของลูก

ความสุขสันต์ของชีวิตบราห์มินอยู่ในสภาพของการหลุดพ้นในชีวิต ผู้ที่อยู่อย่างตระหนักรู้ในรูปที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาของพวกเขา ดวงตาของพวกเขาไม่สามารถถูกดึงดูดไปสู่สิ่งใดนอกจากพ่อได้ ผู้คนทั้งหมดและสิ่งของในครอบครองทั้งหมดด้วยตนเองนั้นก้มลงเบื้องหน้าดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา ดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาไม่ถูกดึงดูดไปสู่สิ่งใด พวกเขาไม่ก้มลงในจิตใจหรือสติปัญญาของพวกเขาแก่ผู้ใด ไม่แม้ร่างกาย ความสัมพันธ์ สิ่งของในครอบครองหรือสันสการ์ของพวกเขาเอง พวกเขาไม่เคยถูกผูกในบ่วงพันธะใดและเฝ้าแต่มีประสบการณ์สภาพของการหลุดพ้นในชีวิตอย่างสม่ำเสมอ

คติพจน์:
ผู้รับใช้ที่แท้จริงคือเครื่องมือและผู้ที่มีความถ่อมตน