01.05.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆที่แสนหวาน เมื่อลูกทำตามหนทางของราวันและประณามพ่อ
บารัตก็กลับมาไร้ค่าเป็นเช่นเปลือกหอย เวลานี้จงรู้จักพ่อและจดจำท่าน
และลูกจะกลับมามั่งคั่ง
คำถาม:
อะไรคือความลับที่มหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ในภาพของบันได?
คำตอบ:
มีการร่ายรำของความเลื่อมใสศรัทธาเป็นเวลาครึ่งวงจรและการร่ายรำของความรู้นี้เป็นเวลาครึ่งวงจร
เมื่อการร่ายรำของความเลื่อมใสศรัทธาเกิดขึ้นก็ไม่มีการร่ายรำของความรู้นี้
และเมื่อมีการร่ายรำของความรู้นี้ก็ไม่มีการร่ายรำของความเลื่อมใสศรัทธา
รางวัลของราวันดำเนินไปเป็นเวลาครึ่งวงจร
และลูกๆมีประสบการณ์รางวัลของลูกเป็นเวลาครึ่งวงจร
ความลับที่ลึกล้ำนี้ซ่อนอยู่ในภาพของบันได
เพลง:
ขอคาราวะต่อชีวา
โอมชานติ
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายว่า
ลูกได้แสดงการร่ายรำของความเลื่อมใสศรัทธาอย่างมากบนหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
ลูกไม่ได้แสดงการร่ายรำของความรู้นี้ใดๆ
เมื่อการร่ายรำของความเลื่อมใสศรัทธาเกิดขึ้นก็ไม่มีการร่ายรำของความรู้นี้
เมื่อการร่ายรำของความรู้นี้เกิดขึ้นก็ไม่มีการร่ายรำของความเลื่อมใสศรัทธา
เพราะการร่ายรำของความเลื่อมใสศรัทธานำลูกไปสู่สภาพของการตกลงมา
ไม่มีความเลื่อมใสศรัทธาในยุคทองและยุคเงิน ความเลื่อมใสศรัทธาเริ่มต้นในยุคทองแดง
เมื่อความเลื่อมใสศรัทธาเริ่มขึ้น
รางวัลของความรู้นี้ก็สิ้นสุดลงและมีสภาพของการตกลงมา
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายว่าลูกตกลงมาอย่างไร พ่อมาและบอกลูกๆทุกวงจร:
ลูกๆได้ประณามพ่อเป็นอย่างมาก
พ่อมาเมื่อมีการประณามมากมายในบารัตของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป
พ่ออธิบายด้วยเช่นกันว่าการประณามคืออะไร พ่อพูดว่า:
พ่อมาทุกวงจรและทำให้ผู้อยู่อาศัยในนรกที่มีกิเลสของบารัตไปเป็นผู้อยู่อาศัยในสวรรค์
เป็นเพราะลูกประณามพ่อด้วยการทำตามการกำหนดของปีศาจที่ลูกกลับมายากจนข้นแค้นอย่างมาก
เคยเป็นอาณาจักรของรามและเวลานี้เป็นอาณาจักรของราวัน
สิ่งนี้ถูกเรียกว่าการละเล่นของชัยชนะและความพ่ายแพ้และกลางวันและกลางคืน
เวลานี้ลองคิดดูว่าพ่อจะมาเมื่อไร
ผู้ที่พ่อให้อาณาจักรแก่พวกเขาเวลานี้ได้สูญเสียอาณาจักรนั้นไปแล้ว
มีการอธิบายแก่ลูกถึงบัญชีกรรมทั้งหมด
พ่อมาและให้มรดกของลูกแก่ลูกและแล้วราวันก็มาและสาปแช่งลูก
สิ่งนี้ใช้กับบารัตโดยเฉพาะและทั้งโลกโดยทั่วไป ไม่มีใครรู้ถึงการยกย่องของบารัต
ในตอนแรกมีเพียงแค่บารัต ไม่มีใครรู้ว่าบารัตเคยคงอยู่เมื่อใด
บารัตเป็นอย่างไรหรือใครเคยปกครองที่นั่น พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งใดเลย
ผู้ที่เป็นเทพมีรูปเป็นมนุษย์แต่พวกเขามีบุคลิกลักษณะของเทพ
เวลานี้แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในรูปมนุษย์แต่บุคลิกลักษณะของพวกเขาเป็นปีศาจ
ไม่มีใครที่จะเข้าใจในสิ่งที่ลูกอธิบายให้แก่พวกเขาเพราะพวกเขาไม่รู้จักพ่อจากเหนือโลกนี้
แต่พวกเขากลับประณามพ่อแทน
ด้วยการประณามพ่อพวกเขาก็กลับมาไร้ค่าอย่างสิ้นเป็นเช่นเปลือกหอย
มีการล่มสลายของบารัต พ่อพูดว่า: พ่อมาเมื่อสภาพของบารัตกลายเป็นเช่นนี้
เวลานี้พ่อกำลังอธิบายต่อหน้าลูก
พ่ออธิบายให้แก่ลูกในเช่นเดียวกันกับในวงจรที่แล้วด้วยเช่นกัน
ชุมนุมเทพกำลังก่อตั้งขึ้นและลูกกำลังเปลี่ยนจากมนุษย์ไปเป็นเทพ
ผู้คนไม่รู้ว่าพ่อมาเมื่อใด
ลูกสัมผัสกับรับรางวัลของลูกในยุคทองและยุคเงินในความสุขอย่างยิ่ง
และแล้วเมื่อลูกถูกสาปแช่งโดยราวันในยุคทองแดงทุกสิ่งก็จบสิ้น
ในทำนองเดียวกันเทพที่ได้มีประสบการณ์กับรางวัลของพวกเขาแล้วจะไม่คงอยู่อีกต่อไปหลังจากสิ้นสุดยุคเงิน
และแล้วรางวัลปีศาจของราวันก็เริ่มขึ้น
ความเลื่อมใสศรัทธาในแรกไม่มีสิ่งใดเจือปนและแล้วกลับมามีการเจือปน
ภาพของบันไดนั้นถูกต้องแม่นยำมาก ทุกสิ่งกลับมาสะโตประธาน และแล้วสะโต ราโจ และตาโม
อัลลอยถูกปนลงไปเรื่อยๆ มีการอธิบายทุกสิ่งแก่ลูกๆอย่างชัดเจนมาก
แต่ลูกก็ไม่ได้ซึมซับได้มากขนาดนั้น บางคนไม่มีปัญญาที่จะสามารถอธิบายให้ผู้อื่นเลย
บางคนมีประสบการณ์ดีมากและดาร์น่าของพวกเขาก็ดีมากด้วยเช่นกัน สิ่งนี้ตามลำดับกันไป
ไม่ใช่ว่านักเรียนทุกคนจะเหมือนกัน จะมีอันดับให้กับแต่ละคนอย่างแน่นอน
เป็นสิ่งที่ง่ายมากที่จะอธิบายให้แก่ใคร พ่อพูดว่า: จดจำพ่อ!
พ่อเป็นพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดของลูก พ่อเป็นผู้สร้างโลก
โดยการจดจำระลึกถึงพ่อลูกจะได้รับมรดกที่ไม่มีขีดจำกัดของลูก
ด้วยการจดจำระลึกถึงเท่านั้นที่อัลลอยจะถูกขจัดออกไป แค่อธิบายให้พวกเขาว่า:
คุณเป็นชาวบารัตเคยสะโตประธานในยุคทองและเวลานี้ก็ได้กลับมาตาโมประธานในยุคเหล็ก
อัลลอยได้เข้ามาปะปนในดวงวิญญาณ ไม่มีใครสามารถไปที่นั่นได้โดยไม่กลับมาบริสุทธิ์
ในโลกใหม่ทุกคนสะโตประธาน เมื่อเสื้อผ้าใหม่ก็กล่าวได้ว่าเสื้อผ้านั้นสะโตประธาน
และแล้วเมื่อเสื้อผ้านั้นกลับมาเก่า เสื้อผ้าก็กลับมาตาโมประธาน
เสื้อผ้าของทุกคนกำลังจะฉีกขาดออกจากกัน
ทุกคนไปถึงสภาพของความเสื่อมโทรมอย่างสิ้นเชิง
ผู้ที่เคยเป็นนายของโลกกลับมายากจนโดยสิ้นเชิง
เวลานี้พวกเขาเป็นผู้ที่ต้องกลับมามั่งคั่ง ผู้คนไม่รู้สิ่งเหล่านี้
เมื่อบารัตเป็นสวรรค์ก็เคยเป็นอาณาจักรของลักษมีและนารายณ์
ผู้ที่เป็นของศาสนาอื่นมาในภายหลัง
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายสิ่งที่แท้จริงเหล่านี้แก่ลูก
ดูซิว่ามีความเคารพต่อกีตะมากแค่ไหน ในขณะที่กำลังศึกษาสิ่งนั้น
ผู้คนก็ตกต่ำลงมาอย่างสมบูรณ์ และเหตุนี้เองพวกเขาจึงร้องเรียกหา: โอ
ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ได้โปรดมา! เรากลับมาตกต่ำ!
เพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถให้การหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์
ทุกสิ่งในคัมภีร์เป็นของหนทางความเลื่อมใสศรัทธา
สติปัญญาของลูกเข้าใจว่าโดยการได้รับความรู้จากบาบาลูกก็กลายเป็นเทพ
เวลานี้ลูกมีการวางเฉยในทั้งโลก
ซันยาสซีแสดงความเลื่อมใสศรัทธาด้วยการอาบน้ำในแม่น้ำคงคาฯลฯ
ความเลื่อมใสศรัทธาในตอนแรกสะโตประธานด้วยเช่นกัน และแล้วก็กลับมาราโจและตาโม
นี่ก็เป็นเช่นเดียวกัน กลางวันครึ่งวงจรและกลางคืนครึ่งวงจรได้รับการจดจำ
พร้อมกับกลางวันและกลางคืนของบราห์มา
จะต้องเป็นกลางวันและกลางคืนของบราห์มินด้วยเช่นกัน เวลานี้ลูกจะไปสู่กลางวัน
และกลางคืนของความเลื่อมใสศรัทธาจะจบสิ้นลง
มีความทุกข์อย่างมากในความเลื่อมใสศรัทธา นั้นถูกเรียกว่ากลางคืน
ผู้คนเฝ้าแต่สะดุดล้มในความมืดขณะที่แสวงหาพระเจ้า
ไม่มีใครในหนทางความเลื่อมใสศรัทธาที่สามารถให้การหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ได้
นอกจากลูกแล้วไม่มีใครรู้จักพระเจ้าอย่างถูกต้องแม่นยำ
ไม่มีใครสามารถเข้าใจว่าดวงวิญญาณคือจุดและดวงวิญญาณสูงสุดก็คือจุดด้วยเช่นกัน
พระเจ้าเองมาและอธิบายแก่ลูกผ่านร่างของบราห์มา และแล้วพวกเขาได้วาดภาพ
พาหนะที่โชคดีในรูปของวัว ไม่มีเรื่องของวัว พ่ออธิบายทุกสิ่งเป็นอย่างดีมาก
แต่สิ่งนี้ไม่ได้นั่งอยู่ในสติปัญญาของใครอย่างถูกต้องแม่นยำ
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายว่า: ลูกๆ พ่อคือพ่อของลูกดวงวิญญาณ
จดจำพ่อและจดจำมรดกของลูกและบาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้อง
ถึงกระนั้นก็ตามลูกก็พูดว่าลูกลืมพ่อ ช่างน่าประหลาดใจ!
ลูกควรลืมเจ้าบ่าวหรือพ่อเช่นนั้นหรือ?
ภรรยาเคยลืมสามีของเธอหรือลูกๆเคยลืมพ่อของเขาหรือไม่? ดังนั้น
ทำไมลูกถึงลืมผู้เดียวนี้ที่นี่? ลูกแม้กระทั่งพูดว่า: บาบา
ท่านกำลังทำให้เราไปเป็นนายของสวรรค์แต่เราก็ยังลืมท่าน พ่อพูดว่า:
สนิมที่เกาะอยู่บนลูกดวงวิญญาณจะถูกขจัดออกไปได้อย่างไรถ้าลูกไม่จดจำพ่อ?
สิ่งหลักคือการจดจำระลึกถึง เราไม่มีการเชื่อมโยงกับศาสนาอื่นใด
พวกเขาสอนประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ที่โรงเรียน บางคนไม่เข้าใจอะไรเลย
มันไม่ได้อยู่ในสติปัญญาของพวกเขาว่าพ่อกำลังสอนลูก อัจชะ
อย่างน้อยจดจำพ่อและมรดกของลูก! หรือลูกแม้กระทั่งลืมสิ่งนั้นแล้ว?
ลูกไม่แม้กระทั่งจดจำบาบาผู้ที่ลูกได้แสดงความเลื่อมใสศรัทธาต่อท่านมาเป็นเวลาครึ่งวงจร
สิ่งนี้อยู่ในสติปัญญาของลูกๆว่าลูกจะสลัดร่างกายของลูกและไปสู่อาณาจักรของลูก
นี่คือชาติเกิดสุดท้ายของลูก
ลูกจะเห็นพวกเขาด้วยรูปลักษณะเหล่านั้นในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน
ลูกเห็นพวกเขาในสวรรค์เช่นกัน ลูกรู้ว่ามาม่าและบาบาจะกลายเป็นลักษมีและนารายณ์
เมื่อลูกอยู่ในยุคทองลูกเข้าใจว่าลูกจะสลัดร่างกายของลูกและรับอีกร่างหนึ่ง
ลูกไม่มีความรู้นี้ที่นั่นว่าจะมียุคเงินหลังจากยุคทอง และแล้วเป็นยุคทองแดง
และลูกก็จะลงมาเรื่อยๆ ไม่มีความรู้นี้หลงเหลืออยู่ที่นั่น
ลูกใช้ชาติเกิดใหม่ต่อไปเรื่อยๆ ลูกอยู่อย่างมีสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณที่นั่น
และแล้วจากการมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณลูกก็กลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
ลูกบราห์มินเท่านั้นที่มีความรู้นี้ ไม่มีใครอื่นมีความรู้นี้
มีเพียงพ่อผู้เป็นจ้าวแห่งความรู้
มหาสมุทรแห่งความรู้เท่านั้นที่ให้ความรู้นี้แก่ลูก
ท่านจะบอกความรู้นี้แก่ลูกบราห์มิน ลูกๆของบราห์มาเท่านั้นอย่างแน่นอน
ลูกๆของบราห์มาคือชุมนุมของบราห์มิน มีความแตกต่างของกลางวันและกลางคืน
ลูกทำความพยายามและกลับมามีคุณธรรมอย่างสมบูรณ์ ลูกกลับมาปราศจากกิเลสอย่างสมบูรณ์
ขณะที่อยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูกให้จดจำระลึกถึงพ่อ
ลูกต้องมีการกระทำอย่างแน่นอน โยคะของสติปัญญาของลูกควรถูกเชื่อมโยงอยู่กับพ่อ
ลูกสามารถมีการกระทำ ลูกสามารถทำงานเป็นช่างไม้ หรือแม้แต่ปกครองอาณาจักร
มีอนุสรณ์ของกษัตริย์จานาก ปกครองอาณาจักรของลูกต่อไป
แต่โยคะของสติปัญญาของลูกต้องถูกเชื่อมโยงกับพ่อและลูกจะได้รับมรดกของลูก พ่อพูดว่า:
มานมานะบาฟ! จดจำพ่อผู้เดียวอย่างสม่ำเสมอ ชีพบาบาพูดว่า: เมื่อลูกแค่พูดว่า “ชีวา”
ลูกก็จดจำชีวาลิงกัมได้
ชื่อของร่างกายของทุกคนถูกกล่าวถึงเพราะพวกเขาเล่นบทบาทของเขาผ่านร่างกายของเขา
เวลานี้ลูกถูกทำให้มีสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณและลูกจะอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาครึ่งวงจร
เวลานี้ทุกคนมีสำนึกที่เป็นร่าง
ที่นั่นราชาราชินีและปวงประชาทั้งหมดมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ อายุขัยของทุกคนยืนยาว
ที่นี่อายุขัยของทุกคนสั้น
พ่อนั่งอยู่เบื้องหน้าลูกๆเป็นการส่วนตัวและอธิบายแก่ลูกเป็นอย่างดี พ่อพูดว่า: โอ้
ดวงวิญญาณ นี่เป็นเพราะลูกดวงวิญญาณผู้ที่รับความรู้นี้
ดาร์น่าก็เกิดขึ้นในลูกดวงวิญญาณด้วยเช่นกัน บาบาไม่มีร่างกาย
ความรู้นี้ทั้งหมดอยู่ในดวงวิญญาณ ดวงวิญญาณคือดวงดาวและบาบาก็คือดวงดาวเช่นกัน
ท่านไม่ได้มาเกิดใหม่ขณะที่ดวงวิญญาณมาเกิดใหม่ เหตุนี้เองบาบาจึงให้งานลูกทำ
ท่านบอกลูกให้เขียนถึงคำยกย่องดวงวิญญาณสูงสุดและคำยกย่องของลูกๆ
คำยกย่องทั้งสองแยกกัน การยกย่องของศรีกฤษณะแยกกัน
เขามีตัวตนในขณะที่ผู้เดียวนั้นไม่มีตัวตน ใครทำให้ศรีกฤษณะมีคุณธรรม?
มีการกล่าวว่าเป็นดวงวิญญาณสูงสุดที่ทำให้เขาเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน
เวลานี้ลูกคือชุมนุมของพระเจ้า พ่อกำลังสอนลูก ลูกจะมีประสบการณ์กับรางวัลในภายหลัง
ไม่มีใครสอนสิ่งนี้แก่ลูกในยุคทอง
เครื่องประกอบของหนทางของหนทางความเลื่อมใสศรัทธาจบสิ้นลงแล้ว
ต้องมีการวางเฉยในโลกนี้ด้วยเช่นกันนั่นคือลูกต้องละทิ้งร่างกายและความสัมพันธ์ทางร่างกายของลูกทั้งหมดและพิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณที่ปราศจากร่าง
ลูกมาอย่างปราศจากร่างและลูกต้องกลับไปอย่างปราศจากร่าง
โลกเก่านี้จะถูกทำลายและเราทั้งหมดจะไปสู่โลกใหม่
เพียงแค่ทำความพยายามจดจำระลึกถึงนี้ต่อไป ในสิ่งนี้ที่ลูกมากมายสอบตก
พวกเขาไม่จดจำพ่อเลย อธิบายให้แก่ใครก็ตามที่มาที่นี่: ชีพบาบาพูดผ่านบราห์มา:
จดจำพ่อและอัลลอยของลูกจะถูกขจัดออกไปและลูกจะกลับมาเป็นนายของดินแดนแห่งวิษณุ
ดินแดนวิษณุเป็นดินแดนแห่งสวรรค์ จดจำพ่อให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
เวลานี้พ่อผู้ที่ลูกจดจำเป็นเวลาครึ่งวงจรได้มาเบื้องหน้าลูกเป็นการส่วนตัวแล้ว
ท่านพูดว่า: จดจำพ่อ! ไม่มีใครรู้จักพ่อ พ่อเองมาและให้คำแนะนำของตัวพ่อเอง
ยากนักที่ใครจะรู้จักพ่ออย่างที่พ่อเป็นหรือรู้ว่าพ่อเป็นอะไรหรือมีศรัทธานั้น
ถ้าพวกเขามีศรัทธาพวกเขาจะทำความพยายามและประกาศสิทธิ์ในมรดกของพวกเขา
ชีพบาบาพูดว่า: โดยการจดจำระลึกถึงพ่อ
บาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้องและลูกจะกลับมาบริสุทธิ์และเป็นนายของโลกที่บริสุทธิ์
ลูกต้องไม่กระทำกรรมที่เป็นบาปใดๆ อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
ทำความพยายามและกลับมามีคุณธรรมอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าลูกจะกระทำสิ่งใดก็ตาม
จงทำสิ่งนั้นในการจดจำระลึกถึงพ่อ อย่าได้กระทำกรรมที่เป็นบาปใดๆ
2. เครื่องแต่งกาย(ร่างกาย)เก่าของลูกเสื่อมโทรมโดยสิ้นเชิง
ดังนั้นจงขจัดความผูกพันยึดมั่นของลูกออกไปจากสิ่งนี้
ทำความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ตัวลูกเอง(ผู้เป็นดวงวิญญาณ)สะโตประธาน
พร:
ขอให้ลูกเป็นผู้ที่มีอำนาจในการปกครองตนเองที่มั่นคงและไม่สั่นคลอน
ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ของความสุขเหนือประสาทสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ
ลูกๆ
ผู้ที่ได้รับมรดกของความสุขเหนือประสาทสัมผัสในยุคบรรจบพบกันตลอดไป นั่นคือ
ผู้ที่มีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในพินัยกรรมของพ่อคือผู้ที่มีอำนาจหรือมีพลังใจ
พวกเขามีประสบการณ์ของความสุขเหนือประสาทสัมผัสที่ไม่สั่นคลอนอย่างสม่ำเสมอ
ทายาทเช่นนั้น นั่นคือ
ผู้ที่มีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในมรดกจะได้รับอำนาจในการปกครองตนเองที่มั่นคงและไม่สั่นคลอน
คติพจน์:
เมื่อมีจิตสำนึกของ “ของฉัน” สติปัญญาจะหันกลับไปอย่างสิ้นเชิง
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
สัมผัสกับสภาพไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนและสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง
ตามกาลเวลา
ขณะนี้ลูกต้องอยู่อย่างไม่ไหวหวั่นสั่นคลอน และเต็มไปด้วยสมบัติทั้งหมด
หากมีการขึ้นลงแม้เพียงเล็กน้อย ลูกจะไม่สามารถสัมผัสกับสมบัติทั้งหมดได้
วิธีที่จะรักษาสมบัติที่ลูกได้รับจากพ่อไว้กับตัวลูกอย่างสม่ำเสมอคือการอยู่อย่างไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนอย่างสม่ำเสมอ
ด้วยการอยู่อย่างไม่สั่นคลอน ลูกจะยังคงสัมผัสกับความสุขต่อไปอย่างสม่ำเสมอ
ลูกอาจมีความสุขกับความมั่งคั่งที่ไม่ยั่งยืน
หรือเก้าอี้ที่ไม่ยั่งยืนของตำแหน่งผู้นำ
และลูกมีความสุขมากเมื่อลูกได้รับชื่อเสียง แต่ความสุขนี้เป็นสิ่งที่ยั่งยืน
ผู้ที่ไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนเท่านั้นที่จะมีความสุขนี้
คำพูดอันล้ำค่าของมาเตชวารี
อะไรคือรากฐานหลักของสภาพที่สูงขึ้นและสภาพที่ต่ำลง?
หลายคนถามคำถาม:
เมื่อเราทำความพยายามอย่างมากที่จะได้รับสถานภาพของการหลุดพ้นในชีวิต
แล้วเหตุผลที่เราต้องลงมาคืออะไร?
แม้ว่าเราจะบอกว่านี่คือเกมแห่งชัยชนะและความพ่ายแพ้
แต่ก็ต้องมีเหตุผลสำหรับสภาพของการขึ้นและสภาพของการลงอย่างแน่นอน
การละเล่นนี้เล่นบนพื้นฐานใด? เช่นที่เราสามารถปีนขึ้นไปได้โดยการทำความพยายาม
ในทำนองเดียวกันก็ต้องมีเหตุผลที่ทำให้เราลงมา เหตุผลนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่
เป็นเพียงความผิดเล็กๆน้อยๆ ตัวอย่างเช่น พระเจ้าพูดว่า:
จดจำฉันและฉันจะให้สถานภาพของการหลุดพ้นและการหลุดในชีวิตแก่ลูก
ในทำนองเดียวกันเมื่อเรากลับมามีสำนึกที่เป็นร่างและลืมพระเจ้าเราก็จะตกลงมา
และแล้วเราก็เข้าสู่หนทางแห่งบาปและติดกับอยู่ในกิเลสทั้งห้า เรารับความทุกข์
ดังนั้นนั่นเป็นความผิดของเราเองไม่ใช่ของผู้สร้าง
เมื่อผู้คนพูดว่าพระเจ้าให้ความสุขและความทุกข์นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง
บาบาเป็นผู้ประทานความสุข ไม่ใช่ผู้ประทานความทุกข์
เราได้รับความสุขผ่านการกระทำที่สูงส่งของเราและได้รับความทุกข์ผ่านการกระทำที่ไม่บริสุทธิ์ของเรา
เราได้รับผลของการกระทำที่ดีและผลสำหรับการกระทำที่ไม่ดีของเราจากพระเจ้า
อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถพูดว่าพระเจ้าให้ทั้งความสุขและความทุกข์ ไม่เลย
พระเจ้าอยู่กับเราในสภาพที่สูงขึ้น แต่เป็นมายาที่ทำให้เราตกลงมา โดยทั่วไปเช่นกัน
เราเป็นมิตรกับบางคนหรือช่วยเหลือเพื่อความสุข
แต่ไม่มีใครให้ความมิตรของพวกเขาเพื่อการรับความทุกข์ หลังจากที่เราทำการกระทำ
เราได้รับผลไปตามนั้น
ในละครนี้การละเล่นของความสุขและความทุกข์อยู่บนฐานการกระทำของลูก
แต่ผู้คนที่มีสติปัญญาที่ตกต่ำจะไม่รู้ถึงความลับนี้ อัจชะ