02.09.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ
ที่แสนหวาน
พ่อมาเพื่อสอนลูกให้ทำการกระทำที่สูงส่งเช่นนั้นที่ลูกจะสามารถประกาศสิทธิ์ในมรดกของอำนาจในการปกครองตนเองเป็นเวลา
21 ชาติเกิด และกลายเป็นนายของอาณาจักรที่ไม่สั่นคลอนและไม่มีการแบ่งแยก
คำถาม:
ความเชื่อใดของผู้ครองเรือนที่มีความแตกต่างอย่างมากจากความเชื่อของซันยาสซี?
คำตอบ:
ผู้ครองเรือนเชื่อว่าพระเจ้าจะต้องมาในรูปใดรูปหนึ่งอย่างแน่นอน
ในขณะที่ซันยาสซีเชื่อว่าจากการจดจำธาตุบราห์ม(ธาตุแสง)เขาจะหลอมรวมเข้าไปในนั้น
พ่ออธิบายว่าไม่มีใครหลอมรวมเข้าไปในธาตุแสงนั้นได้
ดวงวิญญาณเป็นอมตะและดังนั้นดวงวิญญาณจะหลอมรวมเข้าไปในสิ่งใดได้อย่างไร?
เมื่อพระเจ้ามาท่านต้องมาเพื่อให้คำสอนในฐานะที่เป็นครูอย่างแน่นอน
ท่านไม่ได้ให้ความรู้แก่ลูกผ่านแรงบันดาลใจ
เพลง:
เมื่อได้พบท่านเราได้พบทั้งโลก แผ่นดินและท้องฟ้าทั้งหมดเป็นของเรา
โอมชานติ
ลูกๆ ทางจิตที่สุดแสนหวานได้ยินเพลงนี้แล้ว มีเป็นลูกๆ ทางจิตเท่านั้นที่พูดว่า “บาบา!”
ลูกๆ รู้ว่าพ่อที่ไร้ขีดจำกัดมาให้ความสุขที่ไร้ขีดจำกัด ท่านเป็นพ่อของทุกคน ลูกๆ
ดวงวิญญาณที่ไร้ขีดจำกัดทั้งหมดจดจำระลึกถึงท่าน พวกเขาจดจำท่านไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
แต่เขาไม่รู้ว่าเขาต้องประกาศสิทธิ์ในอำนาจการปกครองจากพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด
ลูกรู้ว่าอำนาจการปกครองยุคทองของโลกที่ลูกได้รับจากพ่อนั้นไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนและไม่มีการแบ่งแยก
อำนาจการปกครองนั้นยังคงเป็นของเราต่อไปอย่างถาวรเป็นเวลาถึง 21 ชาติเกิด
อาณาจักรของเรามีอยู่ทั่วทั้งโลกและไม่มีใครสามารถแย่งชิงไปจากเราได้
ไม่มีใครสามารถรูดปล้นไปได้ อาณาจักรของเราไม่สั่นคลอน เพราะมีศาสนาเดียวที่นั่น
ไม่มีความเป็นสองส่วนที่นั่น อาณาจักรไร้การแบ่งแยก
เมื่อลูกได้ยินเพลงนี้สติปัญญาของลูกควรมีความซาบซึ้งในอาณาจักรของลูก
ลูกควรมีเพลงเช่นนั้นที่บ้านที่ลูกสามารถจดจำพ่อและมรดกได้อย่างรวดเร็ว
ลูกควรฟังเพลงที่ซาบซึ้งในการจดจำระลึกถึงพ่อ ทุกสิ่งของลูกนั้นแฝงตัว
บุคคลสำคัญมีการอวดแสดงมากมาย ลูกไม่มีสิ่งไหนต้องโอ้อวด
ลูกสามารถเห็นได้ว่าผู้ที่บาบาเข้ามาไม่ได้แสดงความโอ้อวดตนเองอย่างไร
เขายังคงสวมใส่เสื้อผ้าแบบเดียวกับที่เขาเคยสวมใส่มาก่อนหน้านี้ฯลฯ
สติปัญญาของลูกสามารถเข้าใจได้ว่าบาบาได้เข้ามาในผู้นี้เพื่อจะให้โชคแห่งอาณาจักรแก่เรา
ลูกๆ รู้ว่ามนุษย์ทุกคนในโลกได้สร้างการกระทำที่ผิดศีลธรรมด้วยสำนึกที่เป็นร่าง
เหตุนี้เองพวกเขาจึงเรียกว่าสิ้นสติ สติปัญญาของทุกคนปิดล็อค
ลูกเป็นนายของโลกที่รู้คิด
ขณะนี้มายาทำให้ลูกสิ้นสติอย่างสิ้นเชิงและไม่มีประโยชน์ใดเลย
ผู้คนมีไฟบูชายัญมากมายและทำทาปาเซียฯลฯ เพื่อไปหาพ่อ แต่เขาไม่ได้รับอะไรเลย
พวกเขายังคงสะดุดล้มต่อไป ไม่มีใครรู้จักพระเจ้า
เขาเพียงแค่พูดว่าท่านอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน นั่นเป็นสิ่งที่ผิดอย่างยิ่ง
คำว่าพ่อไม่ได้เข้าไปในสติปัญญาของเขา แม้ว่าใครบางคนจะใช้คำว่า“พ่อ”ก็ตาม
นั่นก็เป็นเพียงแค่การได้พูดสิ่งนั้นเช่นกัน ถ้าพวกเขาเข้าใจจริงๆ
ว่าท่านว่าเป็นพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด สติปัญญาของเขาจะเริ่มเปล่งประกาย
พ่อให้มรดกของสวรรค์แก่ลูก ท่านเป็นพ่อผู้เป็นพระเจ้าแห่งสวรรค์
แล้วเหตุใดเราถึงมานั่งในนรกของยุคเหล็ก?
มันไม่ได้เข้าไปสู่สติปัญญาของบางคนว่าขณะนี้พวกเขาได้รับการหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิตได้อย่างไร
เวลานี้ลูกได้รับความเข้าใจแล้ว
บาบาได้เตือนเราแล้วว่าเมื่อเป็นโลกใหม่และบารัตใหม่ นั่นเป็นอาณาจักรของเรา
มีหนทางเดียว ภาษาเดียว จักรพรรดิและจักรพรรดินีเดียว
ในยุคทองมีจักรพรรดิและจักรพรรดินี ในยุคเงินมีราชาและราชินี
และหลังจากนั้นในยุคทองแดงเมื่อหนทางของบาปได้เริ่มต้นขึ้น
ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับกรรมของแต่ละคน
ทุกดวงวิญญาณละจากร่างของตนและรับอีกร่างหนึ่งตามกรรมของตน พ่อพูดว่า:
เวลานี้พ่อมาสอนลูกให้สร้างการกระทำเช่นนั้นที่ลูกจะได้รับอำนาจการปกครองเป็นเวลา
21 ชาติเกิดต่อไป แม้ว่าลูกจะมีพ่อที่มีขีดจำกัดที่นั่นเช่นกัน
ลูกไม่มีความรู้ที่นั่นว่าลูกได้รับมรดกแห่งอาณาจักรจากพ่อที่ไร้ขีดจำกัด
เมื่ออาณาจักรของราวันเริ่มต้นขึ้นในยุคทองแดง
ความสัมพันธ์ก็อยู่บนพื้นฐานของกิเลสและลูกได้รับผลตามการกระทำที่ลูกทำ
เทพก็เข้าไปสู่หนทางบาป และทุกสิ่งของยุคทองมาถึงจุดสิ้นสุด
แล้วลูกไปใช้อีกชาติเกิดหนึ่งตามกรรมของลูก
ในบารัตมีราชาที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาและราชาผู้ที่กราบไหว้บูชาด้วยเช่นกัน
ในยุคทองราชา ราชีนีและปวงประชาทั้งหมดมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
และแล้วเมื่อความเลื่อมใสศรัทธาเริ่มขึ้นในยุคทองแดง ราชา
ราชินีและปวงประชาทั้งหมดก็กลายเป็นผู้กราบไหว้บูชา
ราชาแห่งสุริยวงศ์ที่ยิ่งใหญ่กลายเป็นผู้ที่กราบไหว้บูชาและกลายเป็นส่วนหนึ่งของสกุลพ่อค้า
ขณะนี้ลูกกำลังจะกลายเป็นผู้ที่ปราศจากกิเลส
รางวัลของสิ่งนั้นคงอยู่ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 21 ชาติเกิด
และหลังจากนั้นหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาก็เริ่มขึ้น
พวกเขาสร้างวัดให้กับเทพผู้มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาทั้งหมดที่มีอยู่และกราบไหว้บูชาพวกเขา
สิ่งนี้เกิดขึ้นในบารัตเท่านั้น เรื่องราวของ 84
ชาติเกิดที่พ่อบอกลูกใช้กับผู้คนของบารัต ผู้คนของศาสนาอื่นมาภายหลัง
เมื่อการขยายตัวเกิดขึ้น ก็จะมีผู้คนมากมาย เทพมีระบบและขนบธรรมเนียมที่หลากหลาย
ไม่มีระบบใดที่กูรูของบารัตมีอยู่ เมื่ออาณาจักรของราวันเริ่มขึ้นหลังจากครึ่งวงจร
ระบบและขนบธรรมเนียมทั้งหมดก็เปลี่ยนไป
และผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาก็กลายเป็นผู้ที่กราบไหว้บูชา
ในตอนแรกพวกเขาทำการกราบไหว้บูชาชีวาเพียงผู้เดียวอย่างบริสุทธิ์ปราศจากสิ่งใดเจือปน
พวกเขาสร้างวัดให้แก่ท่านแล้วก็สร้างให้แก่ลักษมีและนารายณ์
เมื่อคนหนึ่งสร้างวัดให้แก่ลักษมีและนารายณ์ อีกคนหนึ่งก็ทำเช่นเดียวกัน
แล้วพวกเขาก็เริ่มสร้างวัดให้กับรามและสีดา
หลังจากนั้นในยุคเหล็กพวกเขาก็สร้างภาพลักษณ์ของเทพต่างๆมากมายต่อไป เช่นพระพิฆเนศ
หนุมาน เทพเจ้าชันดิกาฯลฯ
เครื่องประกอบเหล่านั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
เมล็ดนั้นเล็กมากและต้นไม้ที่เติบโตจากเมล็ดนั้นก็ใหญ่โต ในทำนองเดียวกัน
มีการขยายตัวอย่างมากของความเลื่อมใสศรัทธา พวกเขาได้สร้างคัมภีร์ศาสนามากมาย
พ่อพูดกับลูกๆว่า:
เครื่องประกอบของหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาทั้งหมดนั้นต้องจบสิ้นลง ขณะนี้จดจำฉัน
พ่อของลูก! มีอิทธิพลของความเลื่อมใสศรัทธาอย่างมาก มันสวยงามมาก
พวกเขาใช้เงินเป็นอย่างมากกับการร่ายรำ การแสดง การร้องเพลงที่แสดงความศรัทธาฯลฯ
พ่อพูดว่า: เวลานี้จดจำพ่อ พ่อของลูกและมรดกของลูก!
จดจำศาสนาดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปของลูก!
ลูกทำความเลื่อมใสศรัทธามามากมายหลายประเภทเป็นเวลาชาติแล้วชาติเล่า
เป็นผู้ที่อยู่ในหนทางในศาสนาของการครองเรือนที่เริ่มแสดงความเลื่อมใสศรัทธาเหล่านั้น
ซันยาสซีไม่ได้แสดงความเลื่อมใสศรัทธาใดๆ การก่อไฟบูชายัญและทำทาปาเซีย
การทำบุญและให้ทาน และการไปจาริกแสวงบุญ ฯลฯ ทั้งหมดนั้นคืองานของผู้ครองเรือน
ไม่ใช่ชันยาสซี พวกเขาเป็นของหนทางสันโดษ
ขนบธรรมเนียมของพวกเขาคือการละทิ้งบ้านและครอบครัวแล้วไปอยู่ป่าและจดจำธาตุแสง
พวกเขาคือผู้ที่มีความรู้ของวัตถุธาตุ ของธาตุแสง พวกเขาอ้างอิงถึงธาตุแห่งแสง(ธาตุบราห์ม)ว่าเป็นพระเจ้า
ผู้คนของบารัตเดิมทีเป็นของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป
แต่เพราะเขามีชีวิตอยู่ในฮินดูสถาน พวกเขาจึงพิจารณาตนเองว่าเป็นของศาสนาฮินดู
ในทำนองเดียวกันซันยาสซีพิจารณาว่าธาตุนั้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของดวงวิญญาณเป็นพระเจ้า
พวกเขาจดจำธาตุแสง ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อชันยาสซีสะโตประธาน
เขาก็จะไปอาศัยอยู่ในป่าฯลฯ อย่างสงบ ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไปและหลอมรวมอยู่ในธาตุแสง
พ่อพูดว่า: นั่นคือความรู้ที่ไม่จริงของพวกเขา
ไม่มีใครสามารถหลอมรวมเข้ากับธาตุนั้นได้
ดวงวิญญาณไม่ดับสูญและดวงวิญญาณจะหลอมรวมเข้าไปในสิ่งใดได้อย่างไร?
เขายังคงพยายามอย่างมากต่อไปในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
แล้วพวกเขาพูดว่าพระเจ้าจะมาในรูปใดรูปหนึ่งเพื่อมาพบพวกเขาอย่างแน่นอน
เวลานี้ใครถูกต้อง? พวกเขาพูดว่าพวกเขาจะมีโยคะกับธาตุแสงและหลอมรวมเข้าไปในนั้น
ผู้ครองเรือนพูดว่าพระเจ้าจะมาในรูปใดรูปหนึ่งและท่านจะชำระผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์
ไม่ใช่ว่าท่านจะสอนจากเบื้องบนด้วยแรงบันดาลใจ
ครูจะนั่งที่บ้านและให้แรงบันดาลใจหรือ? ไม่มีสิ่งใดที่เป็นแรงบันดาลใจเช่นนั้น
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจ
แม้ว่าจะมีการกล่าวว่าการทำลายล้างเกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากชางก้า
นั่นก็ถูกกำหนดไว้แล้วในละครด้วยเช่นกัน พวกเขาต้องมีการผลิตขีปนาวุธฯลฯ
มันไม่ใช่เรื่องของแรงบันดาลใจ
ผู้คนพูดว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจของพระเจ้า
หรือเขาพูดว่าการทำลายล้างจนสิ้นซากเกิดขึ้นเมื่อชางก้าเปิดตาของเขา
ทุกสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเล่า พวกเขาไม่เข้าใจความหมายของสิ่งนี้เลย
เมื่อลูกไปวัดของใครก็ตาม พวกเขาร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าโดยใช้ชื่อต่างกัน เกชอ ราม
นารายณ์ ฯลฯ แต่พวกเขาไม่เข้าใจความหมายในสิ่งที่พวกเขาร้อง
ไม่มีใครรู้ถึงการยกย่องของผู้ที่อาวุโสของเขา
และพวกเขาเรียกผู้ก่อตั้งศาสนาของพวกเขาว่ากูรูของพวกเขา
อันที่จริงเป็นสิ่งที่ผิดที่จะเรียกเขาว่ากูรู พระคริสต์ไม่ใช่กูรู
ท่านเพียงแต่มาก่อตั้งศาสนา กูรูคือผู้ที่ให้การหลุดพ้นในชีวิต
ผู้คนเหล่านั้นมาเพื่อก่อตั้งศาสนาของเขา ราชวงศ์ของเขาก็ตามพวกเขาลงมาที่นี่
พวกเขาไม่ได้ให้การหลุดพ้นในชีวิตให้แก่ใคร แล้วเหตุใดพวกเขาจึงถูกเรียกว่ากูรู?
มีกูรูเพียงผู้เดียวและท่านถูกเรียกว่าผู้ประทานการหลุดพ้นในชีวิตสำหรับทุกคน
มีเพียงพระเจ้าผู้เป็นพ่อเท่านั้นที่มาและให้การหลุดพ้นในชีวิตแก่ทุกคน
ท่านให้การหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิต ไม่มีใครสามารถหยุดที่จะจดจำระลึกถึงท่านได้
ผู้คนจดจำพ่อผู้เดียวและพูดว่า: โอ้ พระเจ้า! โอ้ พระอิศวร!
เพราะท่านเป็นผู้ประทานการหลุดพ้นในชีวิตให้แก่ทุกคน พ่ออธิบายว่า:
ทั้งหมดนั้นคือสิ่งสร้าง พ่อเพียงผู้เดียวคือพ่อผู้สร้าง
มีพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ให้ความสุขและมรดกแก่ทุกคน
พี่น้องไม่สามารถให้มรดกแก่พี่น้องด้วยกันได้ มรดกต้องได้รับจากพ่อเสมอ
พ่อให้มรดกที่ไร้ขีดจำกัดแก่ลูกที่ไร้มีขีดจำกัดและเหตุนี้เองทุกคนจึงจดจำพ่อ: โอ้
พระเจ้า โปรดให้อภัยฉัน! พวกเขาไม่เข้าใจอะไรเลย พ่อพูดว่า:
พ่อไม่ได้มาเพราะเขาร้องเรียกหาพ่อ สิ่งนี้ถูกกำหนดไว้แล้วในละคร
บทบาทการมาของพ่อถูกกำหนดไว้แล้วในละครด้วยเช่นกัน
ศาสนามากมายนับไม่ถ้วนจะต้องถูกทำลายและศาสนาเดียวนี้จะต้องก่อตั้งขึ้นมา
ยุคเหล็กต้องถูกทำลายและยุคทองจะต้องได้รับการก่อตั้งขึ้นมา
พ่อมาด้วยตนเองในเวลาของพ่อเอง
บทบาทของหนทางของความเลื่อมใสศรัทธานี้ได้ถูกกำหนดไว้แล้วในละครด้วย
ขณะนี้เมื่อบทบาทของหนทางของความเลื่อมใสศรัทธากำลังจะจบสิ้นลง พ่อก็มาแล้ว
บาบาท่านเข้าสู่ร่างกายของบราห์มาในวงจรที่แล้วด้วยเช่นกัน
ลูกได้รับความรู้นี้ในเวลานี้ ลูกจะไม่ได้รับความรู้นี้อีกครั้ง
นี่คือความรู้และนั่นคือความเลื่อมใสศรัทธา
รางวัลของความรู้คือการไปสู่สภาพที่สูงขึ้น
กล่าวกันว่าลูกได้รับการหลุดพ้นในชีวิตในหนึ่งวินาที
กษัตริย์จนาคได้รับการหลุดพ้นในชีวิตในหนึ่งวินาทีใช่ไหม?
เป็นจนาคเพียงผู้เดียวที่ได้รับการหลุดพ้นในชีวิตหรือไม่?
ทุกคนได้รับการหลุดพ้นในชีวิต ทั้งโลกได้รับสิ่งนี้ คำว่า “การหลุดพ้น” และ “การหลุดพ้นในชีวิต”
เป็นสิ่งเดียวกัน “การหลุดพ้นในชีวิต”หมายความว่าลูกได้รับการปลดปล่อยในชีวิตจากอาณาจักรของราวันนี้
บาบารู้ว่าลูกๆ กลายเป็นผู้ที่ตกต่ำแค่ไหน ลูกกลายเป็นผู้ที่ไม่มีความสุขอย่างมาก
ขณะนี้ลูกกำลังจะได้รับการหลุดพ้นในชีวิต
เริ่มแรกลูกจะต้องไปสู่การหลุดพ้นก่อนแล้วจึงเข้าไปสู่การหลุดพ้นในชีวิต
ลูกจะไปสู่ดินแดนแห่งความสงบแล้วจึงไปสู่ดินแดนแห่งความสุข
พ่อได้อธิบายความลับของวงจรนี้แก่ลูก พ่อพูดว่า:
ในขณะนี้ต้นไม้โลกได้เสื่อมสลายอย่างสิ้นเชิงและตาโมประธาน
และด้วยเหตุนี้เองจึงไม่มีใครพิจารณาว่าตนเองเป็นของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป
ลูกเคยเป็นของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปเพราะเทพนั้นบริสุทธิ์
ผู้ที่ไม่บริสุทธิ์จะเรียกตนเองว่าเทพได้อย่างไร? เหตุนี้เองจึงมีคำกล่าวว่า:
จงสละละทิ้งกิเลสเหล่านี้ต่อไป กิเลสเหล่านี้คงอยู่มาถึงครึ่งวงจร
ขณะนี้จงละทิ้งกิเลสเหล่านั้นในชาติเกิดเดียวนี้ อย่างไรก็ตาม
สิ่งนี้ต้องใช้ความเพียรพยายาม
ลูกไม่สามารถกลายเป็นนายของโลกได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม
เพียงเมื่อลูกจดจำพ่อเท่านั้นที่ลูกจะสามารถให้ติลัคของอำนาจในการปกครองให้กับตนเองได้
แล้วเมื่อนั้นที่ลูกสามารถประกาศสิทธิ์ในอาณาจักร
ลูกจะกลายเป็นราชาเหนือราชาตามเท่าที่ลูกจดจำพ่อและทำตามศรีมัท ครูมาเพื่อสอนลูก
นี่คือโรงเรียนที่จะเปลี่ยนจากมนุษย์ให้กลายเป็นเทพ
ท่านบอกลูกถึงเรื่องราวของการเปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดาให้กลายเป็นนารายณ์
เรื่องนี้มีชื่อเสียงมาก เรื่องนี้ถูกเรียกว่าเรื่องของความเป็นอมตะเช่นกัน
เรื่องราวของนารายณ์ที่แท้จริง และเรื่องราวของดวงตาที่สาม
ดูสิว่าเพลงเหล่านี้ไพเราะเพียงใด
บาบากำลังทำให้เรากลายเป็นนายของโลกและไม่มีใครสามารถเอาความเป็นนายนั้นไปจากเราได้
จะไม่มีแผ่นดินไหวใดๆเกิดขึ้นที่นั่น ฯลฯ จะไม่มีเรื่องของอุปสรรคที่นั่น
ลูกต้องได้รับอาณาจักรแห่งความบริสุทธิ์ ความสงบ และความสุขที่ไม่สั่นคลอน
และไร้การแบ่งแยก ดังเช่นที่ลูกได้รับในวงจรก่อนหน้านี้ บารัตกลายเป็นสวรรค์ในทุกๆ
5000 ปี ลูกรู้ว่าลูกเป็นเทพแล้วลูกกลายเป็นอะไรในขณะที่ใช้ 84 ชาติเกิด
ขณะนี้ลูกจะกลายเป็นเทพอีกครั้ง สิ่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่า
เป็นผู้ที่ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง อัจชะ
ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง
รัก ระลึกถึงและสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
เพื่อที่จะให้ติลัคของอำนาจในการปกครองแก่ตนเอง
จงเพียรพยายามที่จะอยู่ในการจดจำระลึกถึง สละละทิ้งกิเลสทั้งหมด
2.
ให้อยู่อย่างธรรมดาและแฝงตัวเหมือนพ่อบราห์มา
ห้ามมีการอวดแสดงให้เห็นแต่สิ่งภายนอกใดๆ รักษาความชาบซึ้งของอาณาจักรในอนาคตของลูก
พร:
ขอให้ลูกกลายเป็นดวงวิญญาณที่สูงส่งและมีความรับผิดชอบและเปลี่ยนทัศนคติที่ซุกซนของลูกและทำให้บรรยากาศสะโตประธาน
ลูกที่เปลี่ยนทัศนคติที่ซุกซนของพวกเขาสามารถสร้างบรรยากาศที่สะโตประธานได้เนื่องจากบรรยากาศถูกสร้างขึ้นด้วยทัศนคติของลูก
ทัศนคติของลูกกลับมาซุกซนเมื่อลูกไม่ตระหนักถึงงานใหญ่เช่นนี้
เมื่อเด็กที่ซุกซนมากไม่หยุดซุกซนแม้เขาจะยุ่งมากเขาก็ถูกผูกมัดไว้
ในทำนองเดียวกันหากทัศนคติของลูกซุกซนแม้ว่าลูกจะยุ่งอยู่กับความรู้และโยคะลูกควรผูกทัศนคติของลูกเข้ากับสายสัมพันธ์ของการมีความสัมพันธ์กับพ่อผู้เดียวและความซุกซนก็จะจบลงอย่างง่ายดาย
คติพจน์:
วิธีที่จะจบสิ้นคลื่นแห่งความไม่ระมัดระวังคือการมีทัศนคติที่วางเฉยอย่างไร้ขีดจำกัด
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
เวลานี้เปิดเผยรูปของผู้ประทานของลูก
จงทำให้สันสการ์ของผู้ประทานปรากฏออกมา
และสะสมบัญชีของบุญของลูกด้วยการรับใช้ด้วยจิตใจของลูก
ทำให้ดวงวิญญาณที่อ่อนแอมีความสุขด้วยคำพูดของลูก
และดวงวิญญาณที่ไม่มีความสุขจะตระหนักถึงเกียรติของพวกเขา
และนำความจริงจังและกระตือรือร้นไปสู่ดวงวิญญาณที่ท้อแท้
ใช้ความสัมพันธ์และสายใยของลูกทำให้ดวงวิญญาณสัมผัสกับประสบการณ์สีสันของความเป็นมิตรที่สูงส่งของลูก
และแล้วบัญชีบุญของลูกจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ