03.07.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน ลูกรู้ตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของละครนี้
ลูกแต่ละคนได้รับดวงตาที่สามของความรู้นี้จากพ่อแล้วและเหตุนี้เองลูกจึงเป็นผู้ที่เชื่อในพระเจ้า
คำถาม:
สมญาใดของพ่อที่ไม่สามารถให้แก่ผู้ก่อตั้งศาสนาได้?
คำตอบ:
พ่อคือสัตกูรู
ไม่มีผู้ก่อตั้งศาสนาใดสามารถถูกเรียกว่ากูรู
เพราะกูรูคือผู้ที่ปลดปล่อยลูกจากความทุกข์และพาลูกไปสู่ความสุข
ดวงวิญญาณของศาสนาทั้งหลายที่ก่อตั้งโดยผู้ก่อตั้งศาสนาเหล่านั้นติดตามพวกเขาลงมา
ผู้ก่อตั้งศาสนาเหล่านั้นไม่ได้นำใครกลับไป เมื่อพ่อมา ท่านพาทุกดวงวิญญาณกลับบ้าน
ดังนั้นท่านคือสัตกูรูของทุกคน
เพลง:
จงนำพาเราออกไปจากโลกของบาปนี้ไปสู่สถานที่พักผ่อนและความสบายเถิด...
โอมชานติ
ลูกๆ ทางจิตที่สุดแสนหวานได้ยินเพลงบรรทัดนี้แล้ว นี่คือโลกของบาป
ลูกๆก็รู้ด้วยว่านี่คือโลกของดวงวิญญาณบาป คำว่า “บาป” นั้นเลวร้ายมาก
แต่ผู้คนไม่สามารถเข้าใจว่าแท้จริงแล้วโลกนี้คือโลกของดวงวิญญาณบาป
ต้องเคยมีโลกของดวงวิญญาณบุญอย่างแน่นอนด้วยเช่นกันและนั่นถูกเรียกว่าสวรรค์
โลกของดวงวิญญาณบาปถูกเรียกว่านรก มีการพูดถึงสวรรค์และนรกอย่างมากในบารัต
เมื่อใครตายผู้คนก็พูดว่าเขากลายเป็นชาวสวรรค์ สิ่งนี้พิสูจน์ว่าเขาเคยเป็นชาวนรก
และเขาได้ไปจากโลกที่ไม่บริสุทธิ์นี้ไปยังโลกที่บริสุทธิ์
อย่างไรก็ตามผู้คนไม่เข้าใจสิ่งใด
พวกเขาเฝ้าแต่พูดอะไรก็ตามที่เข้ามาสู่จิตใจของเขา
พวกเขาไม่เข้าใจความหมายที่ถูกต้องแม่นยำเลย พ่อมาและให้ลูกๆอุ่นใจว่า:
เพียงแต่อดกลั้นอีกเล็กน้อย! ลูกได้กลับมาหนักหน่วงมากด้วยภาระของบาปของลูก
เวลานี้ลูกกำลังได้รับการทำให้เป็นดวงวิญญาณบุญและลูกกำลังถูกนำไปสู่โลกที่ถูกเรียกว่าสวรรค์
ที่นั่นจะไม่มีบาปหรือความทุกข์ใดๆ ลูกๆได้รับความอดกลั้นแล้ว
วันนี้ลูกอยู่ที่นี่และวันพรุ่งนี้ลูกจะไปสู่ดินแดนแห่งความสงบของลูกและแล้วก็ไปสู่ดินแดนแห่งความสุขของลูก
เมื่อใครป่วยและอยู่ในการพักฟื้น หมอก็ให้ความอุ่นใจกับเขาว่าเขาจะหายดีในไม่ช้า
ที่นี่มีความอดกลั้นที่ไม่มีขีดจำกัด พ่อที่ไม่มีขีดจำกัดพูดว่า:
ลูกกลับมามีความทุกข์และไม่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง
เวลานี้พ่อกำลังทำให้ลูกๆเป็นผู้ที่เชื่อในพระเจ้า
ท่านให้คำแนะนำของสิ่งสร้างด้วยเช่นกัน ฤๅษีฯลฯ
ได้พูดอยู่เสมอว่าพวกเขาไม่รู้จักผู้สร้างหรือสิ่งสร้าง
ใครรู้จักผู้สร้างและสิ่งสร้างเล่า?
ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไรหรือจากใครที่พวกเขาสามารถมารู้ถึงสิ่งนี้ได้
ไม่มีใครรู้ตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของละคร พ่อพูดว่า:
พ่อมาในยุคแห่งการบรรจบพบกัน และตามละคร ก่อนอื่นทำให้ลูกๆ
ไปเป็นผู้เชื่อในพระเจ้าและแล้วบอกความลับของตอนเริ่ม
ตอนกลางและตอนจบของสิ่งสร้างแก่ลูก นั่นคือพ่อเปิดดวงตาที่สามแห่งความรู้นี้ของลูก
ลูกได้รับการทำให้รู้แจ้งแล้ว เมื่อใครบางคนสูญเสียการมองเห็น เขาก็กลายเป็นคนตาบอด
เวลานี้มนุษย์ไม่มีดวงตาที่สามของความรู้นี้
หากในฐานะที่เป็นมนุษย์พวกเขาไม่รู้จักพ่อและตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของสิ่งสร้าง
พวกเขาก็กล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่ขาดสติปัญญา ในเพลงก็จะพูดด้วยเช่นกันว่า: “บางคนตาบอด
ลูกๆ ของเขาก็ตาบอดและผู้อื่นก็ตาดี” พวกเขาแสดงภาพ
สงครามมหาภารตะได้เกิดขึ้นและศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปได้มีการก่อตั้งขึ้นมา
พ่อได้มาและสอนราชาโยคะแก่ลูกๆ ดวงวิญญาณ
เพื่อที่จะให้อำนาจในการปกครองยุคทองแก่ลูก ดวงวิญญาณพูดว่า: “ฉันคือราชา
ฉันคือนักกฎหมาย” ลูกๆ
ดวงวิญญาณรู้ว่าเวลานี้ลูกกำลังประกาศสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองโลกจากพ่อผู้สร้างโลก
ท่านคือผู้สร้างของสิ่งใด? ของโลกใหม่ พ่อสร้างโลกใหม่
ท่านคือผู้สร้างและท่านมีความรู้ทั้งหมดด้วยเช่นกัน
ไม่มีใครอื่นรู้ประวัติศาสตร์ของทั้งโลก ไม่มีใครมีดวงตาที่สามของความรู้นี้
ไม่มีใครนอกเหนือจากพ่อสามารถให้ดวงตาที่สามแก่ลูก
ลูกรู้ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของโลก - โลกที่ไม่มีตัวตน
อาณาเขตที่ละเอียดอ่อนและโลกที่มีตัวตน โลกที่ไม่มีตัวตนคือโลกของดวงวิญญาณ
ซันยาสซีพูดว่า: พวกเขาจะหลอมรวมไปสู่ธาตุบราห์มหรือพวกเขาจะหลอมรวมไปสู่แสง
ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ลูกรู้ว่าลูกจะไปและอาศัยอยู่ในธาตุบราห์ม
ดินแดนแห่งความสงบคือบ้านของลูก พวกเขาพูดว่าธาตุบราห์มคือพระเจ้า
มีความแตกต่างอย่างมาก! บราห์มเป็นวัตถุธาตุ เช่นที่ท้องฟ้าคือวัตถุธาตุ
เช่นนั้นบราห์มก็เป็นวัตถุธาตุด้วยเช่นกัน
สถานที่ซึ่งเราดวงวิญญาณและดวงวิญญาณสูงสุดอาศัยอยู่ถูกเรียกว่าบ้านที่แสนหวาน
นั่นคือบ้านของดวงวิญญาณทั้งหลาย ลูกๆ
รู้ว่าดวงวิญญาณไม่สามารถหลอมรวมเข้าไปในธาตุบราห์มที่ยิ่งใหญ่ได้และดวงวิญญาณไม่สามารถถูกทำลาย
ดวงวิญญาณไม่สูญสลาย ละครที่ถูกกำหนดไว้แล้วนี้ก็ไม่สูญสลายด้วยเช่นกัน
ละครนี้มีนักแสดงมากมาย
เวลานี้คือยุคแห่งการบรรจบพบกันเมื่อนักแสดงทั้งหมดมาปรากฏตัว เมื่อละครมาถึงจุดจบ
นักแสดงทั้งหมดและผู้สร้างฯลฯ ก็ขึ้นมาแสดงตัวบนเวที
เวลานี้ละครที่ไม่มีขีดจำกัดนี้ก็กำลังจะมาถึงจุดจบแล้วและแล้วก็จะซ้ำรอยอีกครั้ง
สามารถมีการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งในการละเล่นที่มีขีดจำกัด ละครนั้นกลับมาเก่า
นี่คือละครที่ไม่มีขีดจำกัดที่ไม่สูญสลายและคงอยู่ตลอดไป
พ่อทำให้ลูกเป็นตรีกาลดาร์ชิและตรีเนตรี
ไม่ใช่ทั้งเหล่าเทพหรือผู้ที่เป็นของสกุลศูทรจะสามารถเป็นตรีกาลดาร์ชิได้
เพียงลูกผู้เป็นของสกุลบราห์มินเท่านั้นคือตรีกาลดาร์ชิ
ลูกไม่สามารถได้รับดวงตาที่สามแห่งความรู้นี้จนกว่าลูกกลายเป็นบราห์มิน
ลูกรู้ถึงตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของต้นไม้และทุกศาสนา
ลูกกลายเป็นนายที่เต็มไปด้วยความรู้ด้วย พ่อจะทำให้ลูกๆ
ของท่านเป็นเหมือนกับตัวท่านเอง
เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นคือมหาสมุทรแห่งความรู้และท่านคือพ่อของทุกดวงวิญญาณ
ท่านทำให้ลูกๆทั้งหมดเป็นผู้เชื่อในพระเจ้าและตรีกาลดาร์ชิ เวลานี้ลูกๆ
ต้องบอกทุกคนว่าชีพบาบาได้มาแล้วและพวกเขานั้นต้องจดจำท่าน
ผู้ที่กลายเป็นผู้เชื่อในพระเจ้าก็รักพ่ออย่างมาก พ่อก็รักลูกด้วยเช่นกัน
ท่านให้มรดกแห่งสวรรค์ของลูกแก่ลูก ได้มีการจดจำกันว่า:
ผู้ที่สติปัญญาไม่มีความรักในเวลาของการทำลายล้างถูกนำพาไปสู่การทำลายล้างและผู้ที่สติปัญญามีความรักถูกนำพาไปสู่ชัยชนะ
บางคำในกีตะนั้นจริงแท้ ศรีมัทภควัตคีตาคือคัมภีร์ที่สูงส่งที่สุด
เป็นคัมภีร์ของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป ได้มีการอธิบายว่า:
มีสี่คัมภีร์ศาสนาหลัก
ผู้คนของศาสนาอื่นนั้นมาเพียงเพื่อก่อตั้งศาสนาของพวกเขาเท่านั้น
ไม่มีเรื่องของอาณาจักร พวกเขาไม่สามารถถูกเรียกว่ากูรู
งานของกูรูคือการพาทุกคนกลับไป เมื่ออับราฮัม พระพุทธเจ้าและพระคริสต์มา
ราชวงศ์ของพวกเขาก็ติดตามพวกเขามา
กูรูคือผู้ที่ปลดปล่อยลูกจากความทุกข์และพาลูกไปสู่ความสุข
ผู้คนเหล่านั้นเพียงแต่มาเพื่อก่อตั้งศาสนาของพวกเขา
ที่นี่หลายต่อหลายคนถูกเรียกว่ากูรู อย่างไรก็ตามแม้แต่บราห์มา
วิษณุและชางก้าก็ไม่สามารถถูกเรียกว่ากูรู
เพียงชีพบาบาเท่านั้นที่เป็นผู้ประทานการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์สำหรับทุกคน
ผู้คนร้องเรียกหารามเดียว ชีพบาบาก็ถูกเรียกว่ารามด้วยเช่นกัน มีภาษามากมาย
และดังนั้นจึงได้มีการให้ชื่อมากมายแก่ท่าน แต่ชื่อที่แท้จริงของท่านคือชีวา
ท่านถูกเรียกว่าโสมนาถ(เจ้าแห่งน้ำทิพย์) ด้วยเช่นกัน ท่านให้น้ำทิพย์แก่ลูกดื่ม
นั่นคือท่านให้ทรัพย์สมบัติของความรู้นี้แก่ลูก อย่างไรก็ตามไม่มีเรื่องของน้ำฯลฯ
ท่านกำลังทำให้ลูกเต็มไปด้วยความรู้และเต็มไปด้วยความปีติเป็นการส่วนตัว
พ่อคือมหาสมุทรแห่งความรู้นี้ ท่านทำให้ลูกๆไปสู่แม่น้ำของความรู้
มีเพียงมหาสมุทรเดียวและแม่น้ำมากมายก็ปรากฏขึ้นจากเพียงมหาสมุทรเดียว
เวลานี้ลูกอยู่ในยุคแห่งการบรรจบพบกัน เวลานี้ทั้งโลกคือสถานที่ของราวัน
ไม่ได้เป็นเพียงลังกาที่เป็นของราวัน ทั้งโลกคืออาณาจักรของราวัน
จะมีผู้คนน้อยนิดอย่างยิ่งในอาณาจักรของราม
เพียงเวลานี้เท่านั้นที่สิ่งนี้อยู่ในสติปัญญาของลูก บาบาได้อธิบายแล้วว่า
ท่านก่อตั้งสามศาสนา: บราห์มิน เทพและนักรบ
ผู้ก่อตั้งศาสนาอื่นๆทั้งหมดเข้าไปสู่สกุลพ่อค้าและสกุลศูทรและก่อตั้งศาสนาของเขาเอง
พ่อดลใจการทำลายล้างศาสนาจำนวนนับไม่ถ้วนด้วยเช่นกัน
พวกเขาแม้กระทั่งได้ทำภาพตรีมูรติไว้ในบารัต
แต่พวกเขาทำสัญลักษณ์ของชีวาหายไปจากภาพนั้น
เป็นไปด้วยสัญลักษณ์ของชีวาที่ได้มีการพิสูจน์ว่าพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด
ชีวาทำการก่อตั้งผ่านบราห์มา และการหล่อเลี้ยงผ่านวิษณุ
ท่านถูกเรียกว่าคารันคาราวันฮาร์ ท่านเองก็ทำการกระทำและท่านก็สอนลูกๆ ด้วยเช่นกัน
ท่านอธิบายแก่ลูกถึงปรัชญาของกรรม กรรมที่เป็นกลางและกรรมที่เป็นบาปด้วยเช่นกัน
ไม่ว่ากรรมใดก็ตามที่ลูกทำในอาณาจักรของราวันสิ่งเหล่านั้นเป็นบาป
ไม่ว่ากรรมใดก็ตามที่ลูกทำในยุคทองสิ่งเหล่านั้นเป็นกลาง
ที่นี่มีแต่กรรมที่เป็นบาปเท่านั้นเพราะเป็นอาณาจักรของราวัน
กิเลสทั้งห้าไม่ได้คงอยู่ในยุคทอง
ทุกๆประเด็นต้องเป็นที่เข้าใจและถูกอธิบายในหนึ่งวินาที
ผู้คนเหล่านั้นอธิบายความหมายของ “โอม” ในรายละเอียดอย่างมาก พ่อพูดว่า: โอม
หมายถึง “ฉันคือดวงวิญญาณ และนี่คือร่างของฉัน” ช่างง่ายดายอย่างยิ่ง!
ลูกเข้าใจว่าลูกกำลังจะไปสู่ดินแดนแห่งความสุข
วัดของศรีกฤษณะถูกเรียกว่าดินแดนแห่งความสุขด้วยเช่นกัน นั่นคือดินแดนของกฤษณะ
ผู้เป็นแม่ทำความพยายามอย่างมากเพื่อไปสู่ดินแดนของกฤษณะ
ลูกไม่ได้ทำความเลื่อมใสศรัทธาอีกต่อไป เพราะลูกได้รับความรู้นี้แล้ว
ไม่มีมนุษย์อื่นใดมีความรู้นี้ พ่อกลับไปหลังจากที่ได้ทำให้ลูกบริสุทธิ์ ดังนั้น
แล้วใครทำให้ลูกไม่บริสุทธิ์? ไม่มีใครสามารถตอบสิ่งนี้ได้
ชายและหญิงทั้งหมดคือผู้เลื่อมใสศรัทธา คือสีดา
พ่อได้ประทานการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์แก่ทุกคน
ทุกคนอยู่ในกรงขังของราวัน นี่คือดินแดนของความทุกข์
พ่อทำให้ลูกไปเป็นนายของดินแดนแห่งความสุข
เพียงลูกเท่านั้นที่เห็นพ่อเช่นนี้หลังจาก 5000 ปี
ดวงวิญญาณของลักษมีและนารายณ์เวลานี้มีความรู้นี้ ฉันจะกลายเป็นเด็กนี้(กฤษณะ)และแล้วเมื่อฉันแก่ชรา
ฉันก็จะทิ้งร่างของฉันและรับอีกร่างหนึ่งในวิธีนี้ ไม่มีใครอื่นมีความรู้นี้
พ่อพูดว่า: ลูกทั้งหมดคือปารวตี
ชีพบาบากำลังบอกเรื่องราวของความเป็นอมตะแก่ลูกเพื่อที่จะทำให้ลูกเป็นอมตะและพาลูกไปสู่ดินแดนแห่งความเป็นอมตะ
นี่คือดินแดนของความตาย
ลูกๆปารวตีทั้งหมดกำลังรับฟังเรื่องราวของความเป็นอมตะจากเจ้าแห่งความเป็นอมตะ
ลูกกลายเป็นเช่นนั้นอย่างแท้จริง ด้วยการจดจำพ่อ ลูกๆ ดวงวิญญาณกลับมาเป็นอมตะ
นั่นคือสถานที่ซึ่งไม่มีเรื่องของความทุกข์
ลูกรับอีกร่างหนึ่งที่นั่นอย่างง่ายดายเหมือนงูลอกคราบและรับอีกร่างหนึ่ง
ตัวอย่างทั้งหมดนั้นอ้างอิงถึงเวลานี้
ตัวอย่างของแมลงภู่ที่ส่งเสียงก็อ้างอิงถึงเวลานี้ด้วยเช่นกัน
ลูกๆบราห์มินทำอะไรอยู่? ลูกเปลี่ยนแมลงที่มีกิเลสไปเป็นเทพ
สิ่งนี้อ้างอิงถึงมนุษย์ เรื่องราวของแมลงที่ส่งเสียงนั้นเป็นเพียงตัวอย่าง
เวลานี้ลูกๆ บราห์มินกำลังรับฟังเรื่องราวของความเป็นอมตะจากพ่อ
ลูกนั่งและส่งเสียงของความรู้นี้แก่ผู้อื่นที่จะทำให้พวกเขาเปลี่ยนจากมนุษย์ไปสู่เทพเทวดานางฟ้าแห่งสวรรค์
ไม่ใช่ว่าใครก็ตามสามารถกลายเป็นเทวดานางฟ้าด้วยการจุ่มลงไปในทะเลสาบมานสโรวาร์
ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งผิด ลูกเคยรับฟังเรื่องเท็จมาในขณะที่เวลานี้พ่อบอกสัจจะแก่ลูก
พ่อพูดว่า: คิดว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ ลูกเข้าใจว่าพ่อสูงสุด
ดวงวิญญาณสูงสุดผู้ไม่มีตัวตน
กำลังพูดความรู้นี้กับลูกด้วยปากนี้และลูกกำลังรับฟังด้วยหูของลูก
ลูกกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณและแล้วพระเจ้าก็สามารถทำให้ลูกตระหนักรู้ว่าท่านคือใคร
ไม่มีใครอื่นสามารถทำให้ลูกมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณได้ ไม่มีใครนอกจากพ่อสามารถพูดว่า:
จงกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ! ผู้คนฉลองวันเกิดของชีวา
แต่ไม่มีใครรู้ว่าการเกิดของท่านเกิดขึ้นอย่างไร พ่อเองมาและอธิบาย:
พ่อเข้ามาในร่างเก่าที่ธรรมดา แล้วบราห์มามาจากที่ใด?
ร่างที่ไม่บริสุทธิ์นั้นเป็นที่ต้องการ
ท่านจะไม่สร้างบราห์มินด้วยการเข้าไปในอะแวคบราห์มา
ผู้อาศัยในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน ท่านพูดว่า:
พ่อเข้ามาในร่างที่ไม่บริสุทธิ์และในโลกที่ไม่บริสุทธิ์ ได้มีการจดจำกันว่า:
การก่อตั้ง(ของศาสนาเทพ)เกิดขึ้นผ่านบราห์มาและแล้วผู้ที่รับความรู้นี้ก็กลายเป็นเทพ
ผู้คนกลับมาสับสนเมื่อพวกเขาเห็นภาพถ่ายของบราห์มา
พวกเขาพูดว่านั่นคือภาพถ่ายของดาด้า ประชาบิดาบราห์มาต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
ท่านจะสามารถสร้างปวงประชาในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อนได้อย่างไร?
มีบราห์มากุมารและกุมารีที่เป็นลูกของประชาบิดาบราห์มานับพันๆคน
สิ่งนี้ไม่ใช่การพูดเท็จ เรากำลังประกาศสิทธิ์ในมรดกของเราจากชีพบาบา
ได้มีการอธิบายแก่ลูกว่าผู้นั้นคืออะแวคบราห์มา ประชาบิดาต้องอยู่ในโลกที่มีตัวตน
ผู้ที่ไม่บริสุทธิ์นี้ต่อมาได้กลับมาบริสุทธิ์ สิ่งเดียวกันนี้ใช้กับลูก อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ใด้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
จงกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณและรับฟังเรื่องราวของความเป็นอมตะด้วยหูของลูก
ส่งเสียงของความรู้นี้และอยู่อย่างไม่ว่างเว้นในการรับใช้ผู้อื่นที่ทำให้พวกเขาทัดเทียมกับลูกเอง
2.
จงกลับมาเต็มไปด้วยความรู้และเต็มไปด้วยความปีติเช่นพ่อ
ดื่มน้ำทิพย์ของความรู้นี้และให้ผู้อื่นดื่มด้วยเช่นกัน
พร:
ขอให้ลูกเป็นนายผู้สร้างโลกและสัมผัสว่าอุปสรรคของมายาเป็นเหมือนเกม
เมื่อเด็กเล็กๆ
พูดอะไรที่มาจากความไม่ระมัดระวังในวัยเด็กของพวกเขาเบื้องหน้าผู้อาวุโสของเขา
หรือพวกเขามีการกระทำการเช่นนั้น ผู้อาวุโสเชื่อว่าเด็กๆ
เป็นเพียงเด็กน้อยที่ไร้มลทินไร้เดียงสาและดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
ในทำนองเดียวกันหากลูกคิดว่าตนเองเป็นนายผู้สร้างโลกและแล้วอุปสรรคของมายาใดๆก็เป็นเหมือนเกมของเด็กๆ
แม้ว่ามายาจะมาอยู่ตรงหน้าลูกในรูปใดรูปหนึ่งผ่านดวงวิญญาณที่เป็นเช่นปัญหาหรืออุปสรรคหรือข้อสอบ
ลูกจะไม่หวาดกลัวเพราะลูกพิจารณาว่าดวงวิญญาณนั้นไร้เดียงสา
คติพจน์:
เติมตนเองด้วยความรัก พลัง และแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณและทุกคนจะให้ความร่วมมือกับลูก
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
อยู่ในสภาพภูเขาไฟ และมีประสบการณ์การจดจำระลึกถึงที่มีพลัง
เวลานี้ จงกลายเป็น "จวาลามุขี"
(ภูเขาไฟ) และเผาสันสการ์และธรรมชาติที่ชั่วร้ายของลูก ในอนุสรณ์ของเทพเจ้า
พวกเธอถูกแสดงให้เห็นว่ากำลังทำลายเหล่าปีศาจ ปีศาจเหล่านั้นไม่ใช่คน แต่พวกเธอ(เทพเจ้า)
ได้ทำลายพลังของปีศาจไปแล้ว นี่คืออนุสรณ์ของรูปภูเขาไฟของลูกในเวลานี้ เวลานี้
ให้จุดไฟโยคะเช่นนั้นที่โลกยุคเหล็กนี้ถูกเผาไปจนหมดสิ้น