05.07.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
15.12.2010 Om Shanti Madhuban
จงเปลี่ยน "ของฉัน"
ให้เป็น "ของท่าน" และกลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวล
ฝึกฝนที่จะใส่จุดฟูลสต็อปกับสิ่งที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมดในหนึ่งวินาที
และใช้ความคิดและเวลาของลูกไปในทางที่มีค่า
วันนี้ พ่อกำลังมองดูลูกของท่านในทุกหนแห่งผู้ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวล
เพียงในเวลานี้เท่านั้นที่ชุมนุมของจักรพรรดิที่ไร้กังวลเช่นนี้ปรากฏให้เห็น
เพราะเป็นเพียงเวลานี้ที่พ่อรับเอาความกังวลทั้งหมดของลูกไปและทำให้ลูกกลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวล
และนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชุมนุมของลูกจึงปรากฏให้เห็นได้เพียงในเวลานี้เท่านั้น
นับตั้งแต่เวลาที่ลูกตื่นนอนในตอนเช้า ลูกก็มั่นคงอยู่ในสภาพที่ไร้กังวล
ในขณะที่รับประทาน ดื่ม และทำทุกสิ่ง ลูกจะไม่มีความกังวลใดๆ เลย เมื่อลูกนอนหลับ
ลูกก็ไร้ความกังวล ลูกเป็นจักรพรรดิแต่ก็ยังไร้ความกังวล
ลูกมีประสบการณ์เช่นนี้เมื่อลูกตื่นนอนและเมื่อลูกเข้านอนหรือไม่?
ลูกทุกคนได้มอบความกังวลทั้งหมดของลูกให้แก่พ่อและได้รับความซาบซึ้งทางจิตวิญญาณนี้
และด้วยเหตุนี้ลูกจึงกลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวล หากลูกมีความกังวลใดๆ
ในขณะที่เคลื่อนไป ความกังวลนั้นจะทำให้ลูกเป็นอย่างไร?
เมื่อลูกมีความซาบซึ้งทางจิตวิญญาณเช่นนี้
ประกายแห่งแสงจะปรากฏให้เห็นบนหน้าผากของลูก หากมีความวิตกกังวลใดๆ
ตะกร้าแห่งภาระก็จะปรากฏขึ้นที่นั่น ดังนั้น พูดสิ:
ลูกชอบประกายแห่งแสงนี้หรือชอบตะกร้าแห่งภาระ?
ลูกซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวลต่างก็มีความรักต่อตนเอง
และเมื่อลูกโบยบินอยู่ในสภาพเช่นนี้
ผู้อื่นที่ได้เห็นแสงที่เปล่งประกายของลูกก็จะมีความรักอย่างมากมายต่อลูก
ด้วยเหตุนี้บัพดาดาจึงทำให้ลูกๆอยู่อย่างมั่นคงในสำนึกรู้ของการเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวลอยู่เสมอ
นี่คือเหตุผลที่เหล่าผู้เลื่อมใสศรัทธาของลูกได้แสดงภาพของลูกอย่างเป็นผู้ที่สวมมงกุฎสองชั้น
ชั้นหนึ่งคือมงกุฎแห่งแสง
และอีกชั้นหนึ่งคือมงกุฎแห่งอำนาจแห่งชัยชนะที่ลูกได้รับเหนือกิเลส
พวกเขาแสดงให้เห็นภาพมงกุฎสองชั้น
และนี่คือสาเหตุที่บัพดาดาให้คำสอนนี้แก่ลูกทุกคนเสมอว่า:
มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากที่จะคงอยู่ในความสุขอยู่เสมอ อะไรคือเรื่องง่ายล่ะ?
ก็เพียงแค่ส่งมอบจิตสำนึกที่มีขีดจำกัดของ "ของฉัน" ให้กับพ่อ เมื่อลูกเปลี่ยน "ของฉัน"
ให้เป็น "ของท่าน" ลูกก็จะกลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวล
มีความแตกต่างเพียงแค่ตัวอักษรเดียว นั่นคือคำว่า (T)era (ของท่าน) และ (m)era (ของฉัน)
ด้วยความแตกต่างเพียงแค่ตัวอักษรเดียวนี้ ลูกก็กลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวล
สิ่งนี้ง่ายใช่ไหม? ลูกได้กลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวลแล้วใช่ไหม?
หรือว่าลูกยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง?
หากเมื่อใดก็ตามที่ลูกมีความกังวลแทนที่จะเป็นความซาบซึ้งทางจิตวิญญาณ
ความแตกต่างนั้นเป็นเพราะลูกยอมรับทุกสิ่งที่เป็น "ของท่าน" ให้กลายมาเป็น "ของฉัน"
ดังนั้น ลูกทุกคนได้แสดงให้เห็นถึงอะไรในทางปฏิบัติ?
ลูกได้มอบความกังวลทั้งหมดของลูกไปแล้วหรือยัง?
หรือว่าบางครั้งลูกก็ปล่อยความซาบซึ้งทางจิตวิญญาณไปแล้วกลับมามีความกังวล?
ลูกมีความกังวลบ้างไหม หรือลูกอยู่อย่างไร้กังวลอยู่เสมอ?
ผู้ที่อยู่อย่างเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวลอยู่เสมอ ยกมือขึ้น! จักรพรรดิที่ไร้กังวล
ลูกแน่ใจหรือไม่? หรือแค่บางครั้งเท่านั้น? จักรพรรดิที่ไร้กังวล ยกมือขึ้นสูงๆ!
แม้กระทั่งผู้ที่เป็นสิ่งนี้แค่บางครั้ง!
การกังวลเกี่ยวกับงานรับใช้เป็นเรื่องที่แตกต่างออกไป
ความกังวลนั้นเป็นวิธีการทำให้ผู้อื่นไร้กังวล
หากลูกมีซันสการ์ของความกังวลในเวลานั้น จงเปลี่ยนคำว่า "ของฉัน" ให้เป็น "ของท่าน"
มอบความกังวลของลูกให้แก่พ่อ และรับความซาบซึ้งทางจิตวิญญาณนี้ไป
เพราะพ่อมาเพื่อนำเอาความกังวลของลูกๆออกไป และให้ความซาบซึ้งแก่พวกเขา ดังนั้น
จงตรวจสอบภายในตัวลูกเองว่า:
บางครั้งฉันปล่อยให้ซันสการ์เก่าที่ฝังรากลึกมายาวนานปรากฏขึ้นมาอีกหรือไม่?
นี่เป็นเพราะว่า บัพดาดาได้บอกลูกมาระยะหนึ่งแล้วว่า ตามเวลาปัจจุบัน
อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ มันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
และด้วยเหตุนี้ลูกแต่ละคนจึงต้องใส่ใจกับตนเอง:
ฉันสามารถใส่จุดฟูลสต็อปได้ในหนึ่งวินาทีเมื่อฉันต้องการหรือไม่? ตัวอย่างเช่น
เมื่อลูกมีความคิดที่ไร้ประโยชน์
ลูกสามารถจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์นั้นได้ภายในหนึ่งวินาทีด้วยการใส่จุดฟูลสต็อปหรือไม่?
ลูกมีการฝึกฝนเช่นนั้นหรือไม่? หรือว่าในเวลานั้น ตามสถานการณ์
ลูกจำเป็นต้องใช้ความพยายามเพื่อที่จะจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์นั้น?
ลูกพยายามที่จะใส่จุดฟูลสต็อป แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น
ลูกกลับใส่เครื่องหมายคำถามแทน หากในเวลานั้น ลูกยังคงคิดต่อไปเรื่อยๆว่า “ทำไม?” “อะไร?”
หรือ “อย่างไร?” เช่นนั้นแล้ว เป้าหมายที่ลูกมีที่จะกลับไปพร้อมกับพ่อ
พ่อก็จะกลับไปภายในหนึ่งวินาที ท่านเป็นจุด หนึ่งวินาทีก็เป็นจุด
และจุดฟูลสต็อปก็เป็นจุดเช่นกัน ลูกเคยฝึกฝนเช่นนี้หรือไม่?
หากลูกฝึกฝนสิ่งนี้ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป โดยการวางมือของลูกไว้ในมือแห่งศรีมัตของพ่อ
ลูกก็จะสามารถกลับไปบ้านได้เช่นเดียวกับพ่อ
ด้วยเหตุนี้บัพดาดาจึงได้บอกลูกก่อนหน้านี้ให้ลูกขีดเส้นใต้เน้นย้ำถึงการใส่ใจในสองสิ่ง
สองสิ่งนั้นคืออะไร?
หนึ่งคือสมบัติที่มีค่าแห่งความคิด และอีกหนึ่งคือสมบัติที่มีค่าแห่งเวลา
ลูกได้รับสมบัติที่มีค่ามากมาย ทั้งสมบัติที่มีค่าแห่งความรู้
สมบัติที่มีค่าแห่งพลัง
และลูกยังได้รับวิธีการหลักทั้งหมดสำหรับการที่จะกลับมาสมบูรณ์ด้วยโยคะ
เพราะเวลาของยุคบรรจบพบกันนี้เป็นเวลาที่พิเศษสุดและล้ำค่าที่สุดในทั้งวงจร
ลูกจึงสามารถได้มาซึ่งการบรรลุผลได้มากเท่าที่ลูกต้องการในเวลานี้
เพราะชาติเกิดเดียวนี้เป็นชาติเกิดที่สูงส่งมาก
ลูกต้องสร้างรางวัลของลูกสำหรับหลายๆชาติเกิดในชาติเกิดเดียวนี้
ลูกต้องไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวในยุคบรรจบพบกัน
หนึ่งวินาทีเชื่อมโยงกับหลายๆชาติเกิด
หนึ่งปีของการสะสมเทียบเท่ากับหลายปีของการบรรลุผล ดังนั้น
คุณค่าของเวลานี้จึงไม่ใช่เพียงแค่วินาทีและนาที แต่หนึ่งชั่วโมงก็ยังยิ่งใหญ่
แม้กระทั่งหนึ่งวินาทีก็ยิ่งใหญ่
และความคิดคือรากฐานหลักสำหรับชาติเกิดในยุคบรรจบพบกันนี้ ดูสิ เมื่อลูกมีโยคะ
ลูกพูดว่า "มานมานาบาฟ" และนี่คือสิ่งที่เป็นพื้นฐานของรากฐานของลูก
หน้าที่ของจิตใจคือการคิด
และการที่ลูกจะได้สัมผัสกับการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึงก็ผ่านทางความคิดของลูกเท่านั้น
ลูกทำให้ผู้อื่นได้ฝึกฝนสิ่งนี้เป็นพิเศษด้วยการแบ่งปันความคิดที่หลากหลายให้แก่กันใช่หรือไม่?
ดังนั้น จงตรวจสอบทุกสิ่ง ว่าเวลาอันมีค่าของลูกตลอดทั้งวัน ในขณะที่ลูกเคลื่อนไป
ในขณะที่ทำทุกสิ่ง และมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ได้ถูกใช้ไปในทางที่มีค่าหรือไม่?
เพราะเวลาเหล่านี้มีคุณค่า ความคิดของลูกทำให้ลูกเป็นผู้ทรงอำนาจ
บัพดาดาบอกกับลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า:
โอ้ลูกๆ ผู้เป็นที่รักของบัพดาดา ลูกๆที่อยู่ในหัวใจของฉัน
เวลานี้จงจบสิ้นบัญชีแห่งการสูญเสีย จงใช้ทุกสิ่งในทางที่มีค่า
การใช้ทุกสิ่งในทางที่มีค่าคือความสำเร็จ อย่าคิดว่าเวลาผ่านไปเพียงแค่วินาทีเดียว
ลูกต้องใส่ใจต่อตนเองอย่างแน่นอนให้มากถึงขนาดที่ว่าทุกวินาทีและทุกความคิดจะต้องถูกใช้ไปในทางที่มีค่า
จงตรวจสอบตนเองถึงขนาดนี้ในแง่ของการใส่จุดฟูลสต็อป
อย่าได้มีความไม่ระมัดระวังเกิดขึ้น เช่นการพูดว่า: "บัพดาดาเคยพูดสิ่งนี้ไว้
แต่ฉันไม่เข้าใจ ฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นในตอนนั้น"
เวลานี้กำลังผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก และมันก็จะผ่านพ้นไป
บัพดาดาปรารถนาที่จะนำเอาความไม่ระมัดระวังออกไปจากลูกทุกคน
บาบาไม่ต้องการได้ยินคำว่า "ฉันไม่เข้าใจ" หรือ "ฉันไม่ได้คิด"
ตอนนี้ปีใหม่กำลังจะมาถึง ดังนั้นก่อนที่ปีใหม่จะเริ่มต้น
จงจบสิ้นความไม่ระมัดระวังและความเกียจคร้านในโลกของบราห์มิน
ความเกียจคร้านมีหลายประเภท
ตอนนี้จงเริ่มฝึกฝนสิ่งนี้ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของปีนี้
และเมื่อปีใหม่เริ่มต้นขึ้น
จงมีความกล้าหาญและวางความคิดนี้ไว้เบื้องหน้าบัพดาดาและกล่าวคำอำลามันไป
พร้อมกับปีนี้จงกล่าวคำอำลาสิ่งนี้ด้วย ลูกสามารถให้สิ่งนี้ได้ไหม?
ลูกสามารถให้สิ่งนี้ได้ไหม? ผู้ที่สามารถกล่าวคำอำลาได้ ยกมือขึ้น! (ทุกคนยกมือขึ้น!)
ว้า ลูกๆ! ว้า! ลูกทำให้บัพดาดาพอใจมากด้วยการยกมือขึ้น บัพดาดาได้เห็นว่าลูกๆ
หลายคนจำได้ว่าจะต้องให้การตอบแทนสำหรับสิ่งที่พวกเขายกมือขึ้น
ในขณะที่บางคนกลับประมาทในการจดจำสิ่งนี้ ลูกมีการสนทนาจากใจถึงใจกับบัพดาดาว่า “เดี๋ยวมันจะเกิดขึ้น
บาบา ท่านคอยดูเถอะ มันกำลังจะเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้แหละ มันจะเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้แหละ”
บัพดาดายิ้มเมื่อท่านได้ยินสิ่งนี้จากลูกๆที่ประมาทพูดเช่นนี้
แล้วท่านจะทำอะไรได้อีกเล่า? ก็ดีแล้ว ลูกคิดว่าลูกกำลังจะทำสิ่งนั้น
คิดว่าลูกกำลังจะทำสิ่งนี้อยู่… หลายคนคิดเช่นนี้
แต่จะพูดถึงการที่พวกเขาตรวจสอบตนเองอย่างไรดีว่าพวกเขากำลังทำสิ่งนั้นอยู่หรือไม่?
พวกเขาก็กลายเป็นคนประมาทและไม่ระมัดระวังไป
วันนี้
บัพดาดาได้เห็นว่าลูกทุกคนในประเทศของลูกและในสถานที่ของลูกสามารถได้ยินและมองเห็นทุกสิ่งอย่างชัดเจน
บัพดาดากำลังบอกลูกๆ ที่มาอยู่เบื้องหน้าท่านด้วยตนเอง
และลูกๆที่กำลังรับฟังและกำลังดูอยู่ในสถานที่ของตนเองว่า:
ตอนนี้ขอให้ขีดเส้นใต้เน้นย้ำในเรื่องของความพยายาม ความคิด
และเวลาของลูกๆในยุคบรรจบพบกัน ในวิชาของความรัก ลูกๆส่วนใหญ่ได้สอบผ่านแล้ว
ลูกทุกคนกำลังก้าวหน้าไปเป็นอย่างดีมากบนพื้นฐานของความรัก เพราะความรักนั้น
เนื่องจากบาบาได้รับการตอบสนองของความรักที่ลูกๆมีต่อพ่อ ลูกจึงก้าวไปข้างหน้า
แต่พ่อรู้สึกว่า เช่นเดียวกับที่ลูกมีประสบการณ์ในความรัก ในทำนองเดียวกัน
ลูกก็ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษในวิชาของการจดจำระลึกถึงและการทำลายบาปที่ลูกได้ก่อไว้หลายต่อหลายชาติเกิดด้วยเช่นกัน
เพราะเหตุใด? เพราะเมื่อบาปของลูกถูกทำลายแล้วเท่านั้น
ลูกจึงจะสามารถกลับไปพร้อมกับพ่อได้ มิฉะนั้น ลูกก็จะตามหลังท่านไป พ่อรู้สึกว่า
การตอบสนองด้วยความรัก
คือการที่ลูกทำตามสิ่งที่พ่อผู้เป็นที่รักบอกให้ลูกทำอย่างแน่นอน
เนื่องจากลูกรักพ่อ ความปรารถนาของพ่อคือการให้เราได้อยู่ด้วยกัน
ลูกได้เข้ามาในอาณาจักรของลูกพร้อมกับพ่อบราห์มา
การเข้ามาในอาณาจักรหมายถึงการได้เป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์
แม้ว่าลูกอาจจะไม่ได้นั่งบนบัลลังก์
แต่อย่างน้อยลูกก็ได้เป็นมิตรสหายของสมาชิกในราชวงศ์
บัพดาดาได้เคยบอกลูกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะรับรู้หรือจะตระหนักรู้ถึงสิ่งนี้ได้อย่างไร
นับตั้งแต่เวลาที่ลูกได้เข้ามาศึกษาความรู้นี้
ไม่ว่าลูกจะมีอายุในความรู้นี้มานานเท่าใด
หากลูกได้นั่งบนบัลลังก์หัวใจของบัพดาดาอยู่เสมอนับตั้งแต่นั้นมา -
สำหรับผู้ที่ยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์หัวใจนี้มาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน
ผู้ที่ไม่เคยเอาเท้าก้าวย่างลงไปในกองฝุ่นเลย ตามนั้นแล้ว
พวกเขาจะได้เข้ามามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์
พวกเขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ ลูกมีความรัก
และผู้ที่มีความรักย่อมจะไม่รีรอที่จะเติมเต็มความรับผิดชอบของความรัก
ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์หัวใจก็จะมีความสัมพันธ์บางอย่างในยุคทองแดงและยุคเหล็กด้วยเช่นกัน
พวกเขาจะอยู่อย่างใกล้ชิดกัน
ด้วยเหตุนี้ผู้ที่กำลังเติมเต็มความรับผิดชอบของความรักจะยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์หัวใจอยู่เสมอและประกาศสิทธิ์ของตนชาติแล้วชาติเล่า
ด้วยเหตุนี้บัพดาดาจึงรักลูกทุกคน
บาบาได้ให้ใบประกาศนียบัตรแก่ลูกส่วนใหญ่ที่สอบผ่านในวิชานี้
ตอนนี้ลูกต้องสอบผ่านในทุกวิชาอย่างแน่นอน ลูกต้องสอบผ่าน (pass) และอยู่ใกล้ชิด (paas)
อัจชะ
ลูกๆที่มาเป็นครั้งแรก ยืนขึ้น! ผู้ที่มาเป็นครั้งแรก ครึ่งหนึ่งของห้องเป็นลูกใหม่
บัพดาดากำลังให้การต้อนรับกับผู้ที่มา ขอแสดงความยินดี
ขอแสดงความยินดีที่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรก แม้ว่าลูกจะมาสาย
แต่ลูกก็มาถึงก่อนที่จะสายเกินไป
ตอนนี้จงให้ความใส่ใจที่จะเป็นผู้ที่เพียรพยายามอย่างเข้มข้นในระยะเวลาอันสั้นและสร้างอนาคตของลูกให้มากเท่าที่ลูกต้องการ
ด้วยความพยายามอย่างเข้มข้นของลูก ลูกสามารถก้าวไปข้างหน้าได้
เพราะแม้ในตอนนี้ก็ยังมีโอกาสที่จะเพียรพยายามต่อไป
ลูกสามารถก้าวไปข้างหน้าได้มากเท่าที่ลูกต้องการ
บัพดาดาและครอบครัวที่สูงส่งนี้จะส่งกระแสพลังให้ลูกเพื่อช่วยให้ลูกก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับพวกเขา
ดังนั้นจงก้าวไปข้างหน้า! จงมีความกล้าหาญ!
ด้วยความกล้าหาญของลูกและความช่วยเหลือจากบัพดาดาและรวมทั้งครอบครัว
จงก้าวไปข้างหน้า! โอเคไหม? พูดว่าใช่! ก้าวไปข้างหน้า! อัจชะ
ชาวมธุบัน:
ผู้ที่มาจากมธุบันนั้นโชคดี
จงทำให้ชุมนุมเข้มแข็งขึ้นอีกสักหน่อยและสร้างมิตรร่วมทางของลูกขึ้นมา
อย่าได้สร้างมิตรร่วมทางเพื่อสิ่งอื่นใด
ผู้ที่มาจากมธุบันควรทำให้กันและกันเป็นมิตรร่วมทางของพวกเขาสำหรับสิ่งนี้และประกาศสิทธิ์ในอันดับหนึ่ง
ลูกจะประกาศสิทธิ์นั้นหรือไม่? จงให้เรื่องที่ผ่านไปแล้วให้มันผ่านไป
จงให้อดีตเป็นอดีต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ทุกคนต่างก็ได้เห็นหรือได้ยินเรื่องเหล่านั้นมาแล้ว
และผู้ที่มาจากมธุบันนั้นก็มีโอกาสทองอันยิ่งใหญ่ ทุกคนก็ถูกรวมอยู่ในมธุบัน
หากผู้ที่มาจากมธุบัน –
และนี่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มาจากพันดาฟบาวันจะแยกออกจากผู้ที่มาจากสถานที่อื่น
ไม่เลย มธุบันหมายความว่าทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้น
ลูกผู้ที่อยู่ในมธุบันคิดว่าลูกจะทำสิ่งนี้ได้หรือไม่? ผู้ที่จะทำสิ่งนี้ ยกมือขึ้น!
ทุกคนยกมือขึ้น ลูกบางคนคิดว่าลูกต้องทำสิ่งนี้และนั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่
เพราะลูกมีบัพดาดาและดาดี้ มันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แล้วเหล่าดาดี้คิดว่าอย่างไร?
ผู้ที่มาจากมธุบันนั้นเป็นที่หนึ่ง นี่เป็นเรื่องที่ดี
บาบาได้บอกให้ทุกคนทำสิ่งนี้และแสดงให้ทุกคนเห็น อย่างไรก็ตามมธุบันก็คือมธุบัน
ขอให้ทุกคนให้กระแสพลังสำหรับสิ่งนี้ แล้วมันจะเกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
อย่าให้มีชื่อหรือร่องรอยของอุปสรรคใดๆ โอเค
บางสิ่งบางอย่างอาจจะเคยเกิดขึ้นและมีการโต้เถียงกันบ้าง แต่มันก็จบลงไปแล้ว
เมื่อนานมาแล้ว ตอนที่ดาดี้อยู่ที่นี่ ทุกคนได้ทำให้บทเรียนของคำว่า "ฮาจี"
นั้นหนักแน่นมั่นคง ไม่มีใครพูดคำว่า "ไม่" แต่ทุกคนพูดคำว่า "ฮาจี" ดีมาก
มธุบันจะมาเป็นอันดับหนึ่ง บัพดาดามีความซาบซึ้งของมธุบัน
ท่านมีความซาบซึ้งสำหรับทุกๆโซน ตอนนี้มธุบันอยู่เบื้องหน้าบาบา
แต่บาบากำลังบอกผู้ที่มาจากทุกโซนว่า: ฮาจี ดวงวิญญาณที่แสนหวาน,บทเรียนนี้มั่นคงสำหรับทุกคนหรือไม่?
มั่นคงไหม? มธุบันควรได้รับรางวัลนี้
ลูกสามารถปล่อยให้เรื่องในอดีตเป็นอดีตได้ในหนึ่งวินาที โอเค
ลูกคือผู้ที่กำลังเพียรพยายามอยู่ และบางสิ่งบางอย่างก็เกิดขึ้น แต่ในตอนนี้
จงปล่อยให้อดีตเป็นอดีต แล้วโบยบินต่อไป
ผู้ที่จะโบยบินได้นั้นต้องปล่อยวางอดีตเสียก่อน
แล้วเมื่อนั้นเท่านั้นพวกเขาจึงจะสามารถโบยบินได้ ดีมาก
ตอนนี้ ขอให้ชาวคุชราตทำสิ่งใหม่ๆบ้าง
บัพดาดาได้บอกให้ผู้ที่มาจากเดลีทำสิ่งใหม่ๆด้วยเช่นกัน
บัพดาดาได้รับข่าวว่าเยาวชนจากแผ่นดินนี้และจากต่างประเทศได้เริ่มต้นทำบางสิ่งบางอย่างแล้ว
และสิ่งนั้นจะสามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีได้ สิ่งประดิษฐ์นี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
แต่บารัตและดินแดนต่างประเทศสามารถร่วมกันสร้างความมหัศจรรย์ได้
ตอนนี้ลูกเพิ่งเริ่มต้น และผู้ที่มาจากเดลีก็รักษาความกล้าหาญไว้ได้เป็นอย่างดี
ลูกได้เริ่มต้นแล้ว และหากสิ่งนี้แพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว
ดินแดนต่างประเทศและบารัตจะกลายเป็นครอบครัวบราห์มินเดียวกันต่อหน้าโลก
และจะรวมโลกให้เป็นหนึ่งเดียว สิ่งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม
ตอนนี้ขอให้มีโปรแกรมใหญ่ๆ ที่ลูกจะมีผู้คนจากประเทศหลักๆเดินทางมาร่วมงาน
และทำให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกว่าทุกคนเป็นพี่น้องกัน เป็นลูกของพ่อผู้เดียวกัน
ขอให้เสียงแห่งความเป็นพี่น้องกันแพร่กระจายออกไปเรื่อยๆ บนเวทีเดียวกัน,ขอให้ทุกคนจากหลากหลายสถานที่ได้รับประสบการณ์พิเศษ
ลูกทุกคนกำลังวางแผนสำหรับสิ่งนี้อยู่ ตอนนี้ลูกกำลังก้าวไปสู่ความไม่มีขีดจำกัด
ให้ทุกคนรู้ว่านี่คือครอบครัวของพระเจ้า ขอให้สิ่งนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
ทุกคนที่กำลังมาร่วมงานต่างก็กำลังทำงานรับใช้
ลูกกำลังใช้ความพยายามของตนเองและก็กำลังทำงานของพระเจ้านี้ด้วย
สิ่งนี้จะกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเช่นกัน ว่านี่คือครอบครัวเดียวกัน อัจชะ
บัพดาดากำลังแสดงความยินดีกับลูกทุกคนในทุกหนแห่ง
ขอแสดงความยินดีสำหรับการก้าวไปข้างหน้าในทุกวันและทุกชั่วโมง เวลากำลังรอลูกอยู่
แต่ลูกไม่ต้องรอเวลา
ลูกสามารถทำให้เวลาแห่งความสมบูรณ์ใกล้เข้ามาได้มากเท่าที่ลูกต้องการ
ลูกบราห์มินทั้งหลายไม่ควรคิดว่าลูกจะพร้อมเมื่อเวลามาถึง
ลูกต้องทำให้เวลานั้นใกล้เข้ามา เวลากำลังบอกพ่อว่า "ดวงวิญญาณบราห์มินทั้งหลาย
จงทำให้ฉัน ผู้เป็นเวลา ใกล้เข้ามาตอนนี้" วัตถุธาตุก็กำลังบอกพ่อว่า "จงทำให้ความสมบูรณ์ใกล้เข้ามาตอนนี้"
ดังนั้น บัพดาดาควรจะให้คำตอบอย่างไรดี? ท่านควรจะตอบว่าอย่างไร? ท่านควรจะพูดว่า:
ตอนนี้เวลาใกล้เข้ามาแล้วหรือ? ท่านควรจะให้คำตอบเช่นนี้ในนามของลูกหรือ?
ท่านควรตอบว่าอะไร? พูดสิ! ท่านควรตอบว่าอย่างไร? ตอนนี้
จงทำให้ความสมบูรณ์ใกล้เข้ามา นั่นคือ จงทำให้ตนเองเพียบพร้อมและสมบูรณ์พร้อม
เพราะบัพดาดาจะไม่กลับไปเพียงลำพัง ท่านจะกลับไปพร้อมกับลูกๆ ดังนั้น
จงกำหนดวันที่มา! ภายในเมื่อไหร่? ลูกได้รับมอบหมายงานบางอย่างแล้ว
ดังนั้นตอนนี้จงปรึกษาหารือกันในบรรดาลูกๆเอง บัพดาดาควรให้คำตอบอะไรกับวัตถุธาตุ?
วัตถุธาตุต่างก็กำลังเป็นทุกข์อย่างมาก
ดวงวิญญาณที่ไม่มีความสุขกำลังร้องไห้อยู่ภายในจิตใจของพวกเขา
เวลานี้จงเพิ่มการรับใช้ด้วยจิตใจของลูก ลูกกำลังรับใช้ด้วยจิตใจอยู่แล้ว
แต่ขอให้สิ่งนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จงเพิ่มมันให้มากยิ่งขึ้นไปอีกในตอนนี้
เพราะวัตถุธาตุต่างๆและดวงวิญญาณที่ไม่มีความสุขกำลังมาหาพ่อและร้องไห้ด้วยความทุกข์ระทม
ดังนั้นลูกต้องให้ประสบการณ์ของความสงบและความสุขแก่พวกเขา
พวกเขาต้องการความสงบแม้เพียงหนึ่งวินาที: "ขอความสงบให้เราสักนิดเถิด!"
เมื่อคนกำลังหิวโหย เขาย่อมต้องการบางสิ่งบางอย่าง แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
ดังนั้นเวลานี้จงเพิ่มการรับใช้ด้วยจิตใจของลูก ตอนนี้ลูกกำลังทำงานรับใช้ด้วยคำพูด
และบัพดาดาก็พอใจกับสิ่งนั้น อัจชะ จดจำการบ้านที่บัพดาดาได้ให้แก่ลูกไว้
และคอยเตือนผู้อื่นด้วย อัจชะ
ถึงลูกๆของบัพดาดาผู้ซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์หัวใจของท่าน
ถึงลูกๆผู้ซึ่งกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอในงานของการให้คุณประโยชน์ต่อโลก
นอกจากการให้ดริชตีแล้ว
บัพดาดายังให้ความรักจากหัวใจของท่านและแสดงความยินดีกับลูกด้วย ขอแสดงความยินดี
ในขณะที่นั่งอยู่ห่างไกล
ลูกแต่ละคนกำลังสัมผัสได้ว่าตนเองกำลังอยู่เบื้องหน้าบาบาเป็นการส่วนตัว
และในขณะที่หลอมรวมลูกทุกคนไว้ในหัวใจของท่าน บัพดาดาก็กล่าวว่า: นมัสเต นมัสเต
พร:
ขอให้ลูกเป็นตัวของความสำเร็จ
ด้วยการรับใช้อย่างเป็นภาพลักษณ์แห่งความสมดุลของความรักและพลัง
ลูกมีความรักต่อพ่อในดวงตาข้างหนึ่ง และมีความตระหนักรู้ในหน้าที่(งานรับใช้)ที่พ่อมอบหมายให้กับลูกในดวงตาอีกข้างหนึ่งอยู่เสมอ
ในทำนองเดียวกัน นอกจากการเป็นภาพลักษณ์ของความรักแล้ว
เวลานี้จงกลายเป็นภาพลักษณ์ของพลังด้วย นอกจากความรักแล้ว
ขอให้คำพูดของลูกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ลูกสามารถแทงทะลุทะลวง(เข้าถึง)หัวใจของใครก็ตามได้
เปรียบดั่งแม่สั่งสอนลูกของตนด้วยคำพูดใดก็ตามที่จำเป็น แต่เพราะด้วยความรักของแม่
คำพูดเหล่านั้นจึงไม่รู้สึกรุนแรงหรือขมขื่น ในทำนองเดียวกัน
จงบอกความรู้ที่แท้จริงนี้แก่ทุกคนด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน
แต่ขอให้คำพูดเหล่านั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ที่ลูกจะกลายเป็นตัวแห่งความสำเร็จ
คติพจน์:
จงทำให้พ่อผู้ทรงพลังอำนาจเป็นมิตรร่วมทางของลูก
แล้วลูกจะหลุดพ้นจากการต้องสำนึกผิด,เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
อยู่ในสภาพภูเขาไฟ และมีประสบการณ์การจดจำระลึกถึงที่มีพลัง
เช่นเดียวกับที่รังสีของดวงอาทิตย์แผ่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง ในทำนองเดียวกัน
ในสภาพของการเป็นนายผู้ทรงอำนาจ
จงสัมผัสประสบการณ์ของการแผ่กระจายรังสีแห่งพลังและคุณสมบัติพิเศษไปทั่วทุกหนแห่ง
สำหรับสิ่งนี้
จงทำให้ตนเองมั่นคงอยู่บนที่นั่งแห่งการตระหนักรู้ในความเคารพตนเองที่ว่า: "ฉันคือดวงวิญญาณที่เป็นนายผู้ทรงอำนาจ
ฉันคือผู้ทำลายอุปสรรค" จงให้โยคะของลูกเป็นเหมือนดั่งภูเขาไฟ
แล้วจะไม่มีอุปสรรคใดสามารถเข้ามาขวางหน้าลูกได้