06.09.26    Avyakt Bapdada     Thai Murli     19.10.2011     Om Shanti     Madhuban


จงมีชัยชนะเหนือการสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์และการมีความคิดที่ไร้ประโยชน์
มาพบปะกันและกันและคิดเกี่ยวกับว่าลูกจะสามารถประสานซันสการ์ให้สอดคล้องกลมกลืนกันได้อย่างไร


วันนี้ บัพดาดาได้เห็นลูกๆที่แสนหวานที่สุดและน่ารักที่สุดของท่านในทุกหนแห่ง ทุกคนต่างส่งความระลึกถึงมาด้วยความรักมากมาย พวกเขามีความรักมากมายต่อพ่อผู้เดียวเท่านั้น ความรักจากพระเจ้านี้จะได้รับเพียงในช่วงเวลานี้เท่านั้น ลูกแต่ละคนต่างหลอมละลายหายไปในห้วงแห่งความรักนี้ พ่อก็ให้การตอบรับความรักของลูกทุกคนด้วยความรักเช่นกัน ว้า ลูกๆ! ว้า! ไม่ว่าจะอยู่เบื้องหน้าพ่อด้วยตัวเองหรืออยู่ห่างไกลออกไป ลูกแต่ละคนก็หลอมรวมอยู่ในหัวใจของพ่อ บทเพลงที่ว่า "จะมีใครที่จะรักฉันได้มากมายถึงเพียงนี้?" กำลังบรรเลงอยู่ในหัวใจของลูกแต่ละคน ความรักด้วยสำนึกเป็นดวงวิญญาณระหว่างพ่อและลูกๆนั้นทำให้ลูกแต่ละคนละวางจากร่างกายและเป็นที่รักของพ่อ มีเพียงในเวลานี้เท่านั้นที่ลูกจะได้รับความรักนี้ ความรักนี้กำลังทำให้ลูกๆเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่จากสิ่งที่ลูกเคยเป็น ความรักนี้ได้รับเพียงในชาติเกิดเดียวนี้เท่านั้น เมื่อได้เห็นความรักของลูกๆ พ่อก็หลอมรวมอยู่ในความรักที่มีต่อลูกๆ ด้วยเช่นกัน

ในวันนี้ บัพดาดามองเห็นเส้นแห่งโชคสามเส้นบนหน้าผากของลูกแต่ละคน เส้นแรกคือโชคแห่งมรดกที่ได้รับจากรูปของพ่อ เส้นที่สองคือโชคแห่งคำสอนอันสูงส่งที่ได้รับจากรูปของครู และเส้นที่สามคือโชคแห่งพรที่ได้รับจากรูปของซัตกูรู หน้าผากของลูกแต่ละคนกำลังเปล่งประกายด้วยโชคทั้งสามประเภทนี้ บัพดาดารู้สึกยินดีที่ได้เห็นลูกๆผู้มีโชคของท่านเช่นกัน ไม่ว่าลูกจะนั่งอยู่เบื้องหน้าท่านโดยตรงหรืออยู่ห่างไกลออกไป ลูกก็อยู่ใกล้ชิดกับหัวใจของท่าน ความรักเช่นนี้ระหว่างลูกๆกับพ่อจะได้รับเพียงในช่วงเวลานี้เท่านั้นตลอดทั้งวงจร และลูกยังให้ประสบการณ์ของความรักนี้กับผู้อื่นด้วย ในเวลานี้ผู้คนคิดว่าลูกดวงวิญญาณบราห์มินได้พบบางสิ่งบางอย่าง และสิ่งที่ลูกได้รับนั้นก็เริ่มปรากฏชัดเจนแก่พวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ พ่อเห็นว่างานฉลองครบรอบ 75 ปี (Platinum Jubilee) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนและส่งผลกระทบอันยิ่งใหญ่ไปทั่วทุกหนแห่ง ลูกๆได้รับใช้ด้วยหัวใจและได้วางแผนสำหรับอนาคตด้วย บัพดาดาขอแสดงความยินดีกับลูกๆทุกคนในทุกหนแห่ง: ว้า ลูกๆ! ว้า! ตลอดระยะเวลา 75 ปีที่ผ่านมา ที่ลูกได้ทำทุกสิ่งด้วยความเพียรพยายามของตนเอง โดยการเป็นอิสระจากอุปสรรคและทำให้ผู้อื่นเป็นอิสระจากอุปสรรคด้วย ลูกจึงมาถึงจุดนี้ได้ เวลานี้พ่อต้องการสิ่งใดจากลูกๆ? พ่อมีความหวังอยู่เสมอว่าลูกแต่ละคนจะกลับมาทัดเทียมกับพ่อ เช่นเดียวกับที่พ่อบราห์มามีชัยชนะ ในทำนองเดียวกัน ขอให้ลูกทุกคนมีชัยชนะอยู่เสมอเช่นกัน พ่อบราห์มาทำสิ่งใดสำหรับสิ่งนี้? ทำตามพ่อ! ดังนั้น ในขณะที่ก้าวไปในทุกๆย่างก้าว ลูกทุกคนต้องสำรวจตรวจสอบตนเองก่อนเสมอว่า พ่อบราห์มาได้ทำสิ่งนี้หรือไม่? แม้จะรู้ว่าลูกคนใดคนหนึ่งอ่อนแอในความพยายามและในงานรับใช้ของเขา แต่ท่านก็ยังมีความรู้สึกเมตตาและความปรารถนาดีที่จะให้คุณประโยชน์ต่อผู้ที่อ่อนแอนั้นมากยิ่งขึ้นไปอีก บัพดาดาพูดกับลูกๆทุกคนว่า: ในทำนองเดียวกัน จงมีความรู้สึกที่บริสุทธิ์และมีความปรารถนาดี และด้วยสายตาของความเมตตาและความปรารถนาที่จะให้คุณประโยชน์แก่ผู้อื่น จงให้ความร่วมมือกับพี่น้องชายหญิงแต่ละคนในครอบครัวของลูก บัพดาดาได้บอกกับลูกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ในวิชาของความรักนั้น ลูกทุกคนต่างสอบผ่านตามความสามารถของตน เป็นเพราะความรักนี้ที่ทำให้ลูกก้าวไปข้างหน้า เมื่อเห็นความรักของลูกๆ พ่อก็พอใจ เพราะในวิชาของความรักนี้เป็นแรงผลักดันให้ลูกแต่ละคนก้าวหน้าไปเรื่อยๆตามลำดับกันไป เวลานี้บัพดาดาต้องการให้มีการสังเวยด้วยความรัก ลูกมีความรักต่อพ่อ แล้วลูกจะทำการสังเวยสิ่งใด? แน่นอนว่าลูกเข้าใจสิ่งที่บัพดาดาต้องการ ลูกเข้าใจในสิ่งที่บัพดาดาต้องการใช่ไหม? พยักหน้าตอบรับสิ! ลูกเข้าใจใช่ไหม? ถ้าเป็นเช่นนั้น ลูกมีความกล้าหาญที่จะทำสิ่งนั้นไหม? ถ้าลูกมีความกล้าหาญ ก็ยกมือขึ้น! ลูกมีความกล้าหาญไหม? อัจชะ เมื่อลูกๆมีความกล้าหาญ พ่อก็จะให้ความช่วยเหลือเสมอ

จากผลลัพธ์ที่บัพดาดาได้เห็นมาจนถึงตอนนี้ ในแง่ของความบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ แม้แต่ความคิดที่ไร้ประโยชน์ก็เป็นเมล็ดของความไม่บริสุทธิ์ บัพดาดาเห็นว่าลูกส่วนใหญ่ยังคงมีซันสการ์ของการมีความคิดที่ไร้ประโยชน์อยู่ สิ่งหนึ่งคือความคิดที่ไร้ประโยชน์ และอีกสิ่งหนึ่งคือการสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แม้กระทั่งในตอนนี้สิ่งนี้ก็ยังคงปรากฏให้เห็นในลูกส่วนใหญ่ พื้นฐานของความคิดที่ไร้ประโยชน์คือจิตใจของลูก ซึ่งไม่ปล่อยให้ลูกบรรลุถึงมานมานาบาฟ บัพดาดาได้ส่งสัญญาณนี้ให้แก่ลูกมานานแล้วว่า: สิ่งใดก็ตามที่จะเกิดขึ้นมันจะเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด ในแง่ของสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใดนั้น บัพดาดาเห็นว่าลูกส่วนใหญ่มีซันสการ์ของการมีความคิดที่ไร้ประโยชน์ พ่อบราห์มามีชัยชนะเหนือความคิดที่ไร้ประโยชน์และการสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ของท่านได้ ท่านบรรลุถึงสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรม (คาร์มาทีท) ดังนั้นลูกต้องทำตามพ่อ

บัพดาดาเห็นว่าจิตใจของลูกคือสิ่งสร้างของลูก ลูกคือผู้สร้างจิตใจของลูก และดังนั้นลูกจึงเป็นผู้ควบคุมจิตใจของตนเอง ลูกแต่ละคนคือผู้เป็นนายที่มีพลังในการควบคุมและพลังในการปกครองเหนือจิตใจของตน แต่ถึงกระนั้น จิตใจของลูกก็ยังคงหลอกลวงลูกอยู่ มันคือสิ่งสร้างของลูกที่ลูกบอกว่า "มันเป็นของฉัน!" อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีพลังในการควบคุมที่มากพอ มันจึงหลอกลวงลูกได้ มีคำกล่าวเปรียบเปรยเช่นกันว่า จิตใจนั้นเป็นดั่งม้า แต่ลูกมีบังเหียนแห่งศรีมัต ลูกมีบังเหียนเหล่านี้ใช่ไหม? หากจิตใจของลูกนำพาลูกไปสู่สิ่งที่ไร้ประโยชน์เมื่อใด เพียงลูกดึงบังเหียนให้แน่นขึ้น ลูกก็จะสามารถขจัดความไม่บริสุทธิ์แม้เพียงเล็กน้อยของความคิดที่ไร้ประโยชน์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่เหล่านั้นให้หมดสิ้นไปได้ จงเป็นนายของจิตใจของลูก เช่นเดียวกับที่พ่อบราห์มาตรวจสอบจิตใจของท่านในทุกๆวัน ในทำนองเดียวกัน ขอให้ลูกตรวจสอบจิตใจของลูกในทุกๆวันและจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์ใดๆ วันนี้ บัพดาดาต้องการให้ลูกจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ ความคิดที่ไม่ดีนั้นมีอยู่เล็กน้อย แต่ความคิดที่ไร้ประโยชน์นั้นมีมากกว่า และความคิดเหล่านี้นี่เองที่คอยสูบกินเวลาของลูกไปเป็นอย่างมาก จงเป็นนายของจิตใจตนเองและทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้นอยู่เสมอจนไม่สามารถถูกดึงดูดไปยังสิ่งอื่นใดที่จะทำให้บังเหียนหย่อนยานลงได้ สิ่งนี้เป็นไปได้หรือไม่? วันนี้ บัพดาดากำลังมอบความคิดให้กับลูกทุกคนให้จบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด สิ่งนี้เป็นไปได้ไหม? ลูกๆคนไหนที่รู้สึกว่าจะสามารถจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมดได้และพร้อมที่จะจัดพิธีฉลองให้กับสิ่งนี้ ยกมือขึ้น! อีกทั้งจงรักษาเวลาของลูกไม่ให้สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ลูกต้องประหยัดทั้งเวลาและความคิดของตนเอง เพราะบัพดาดากำลังตรวจดูชาร์ทของแต่ละคน บัพดาดาเห็นข้อบกพร่องนี้ในชาร์ทของลูกส่วนใหญ่ มีเพียงผู้ที่เป็นนายของจิตใจตนเองได้เท่านั้นที่จะกลายเป็นนายของโลกได้ เช่นเดียวกับที่พ่อบราห์มากลายเป็นผู้เอาชนะจิตใจตนเองและได้กลายเป็นนายของโลก ดังนั้นเวลานี้ท่านกำลังปลุกเรียกลูกทุกคน แม้แต่แอ๊ดวานซ์ปาร์ตี้ก็กำลังปลุกเรียกลูก ได้มีการบอกลูกแล้วว่าแม้แต่แอ๊ดวานซ์ปาร์ตี้ก็มาที่อาณาเขตที่ละเอียดอ่อนในเวลาตีสี่ และถามว่า "ประตูแห่งการหลุดพ้นจะเปิดเมื่อไร?" แล้วใครจะเป็นผู้เปิดประตูเหล่านี้? ลูกทุกคนกำลังจะเปิดประตูสู่การหลุดพ้นใช่ไหม? การที่ลูกกลับมาสมบูรณ์พร้อมหมายถึงประตูสู่การหลุดพ้นจะเปิดออก เหล่าแอ๊ดวานซ์ปาร์ตี้กำลังมีการสนทนาจากใจถึงใจกับบัพดาดาว่า "อีกนานแค่ไหน?" ดังนั้น พ่อจึงถามลูกว่า "อีกนานแค่ไหน?" แล้วควรจะให้คำตอบอย่างไร? ลูกผู้ที่นั่งอยู่แถวหน้า: อีกนานแค่ไหน? ลูกกำหนดวันเวลาสำหรับทุกๆงานใช่ไหม? แล้วลูกจะกำหนดวันสำหรับงานนี้เมื่อไหร่? พ่อบราห์มากำลังปลุกเรียกลูกผ่านรูปที่เป็นเทวดาของท่าน ลูกสามารถบอกวันที่กับบัพดาดาได้ไหม? พูดสิ! ลูกสามารถกำหนดวันที่ได้ไหม? ตอนนี้วันที่ได้ถูกกำหนดแล้วหรือยัง? เหล่าพันดาวาสทั้งหลาย ยกมือขึ้น ลูกกำหนดวันที่กันแล้วหรือยัง? ลูกยังไม่ได้กำหนด! เพราะเหตุใด? ดีดี้เคยกล่าวไว้ว่า "บัพดาดา พวกเรามีความปรารถนาอย่างลึกล้ำว่า: เราต้องกลับบ้าน เราต้องกลับบ้าน เราต้องกลับบ้าน" ดาดี้เคยกล่าวไว้ว่า "เรามีความปรารถนาอันลึกล้ำว่า เราต้องกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรม (คาร์มาทีท) เราต้องกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรม" ลูกทุกคนมีความรักต่อดีดี้และดาดี้ใช่ไหม? ลูกมีความรักต่อทุกคน เพราะลูกทุกคนมีความรักต่อทุกดวงวิญญาณที่ได้จากไปสู่แอ๊ดวานซ์ปาร์ตี้ ตอนนี้ จงตอบคำถามของพวกเขา ดังนั้น เวลานี้จงมีการสนทนาจากใจถึงใจระหว่างลูกๆเองและเตรียมคำตอบนั้นไว้ ลูกจะทำสิ่งนี้ไหม?

วันนี้เป็นวันสำหรับดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์ได้มาพบปะใช่ไหม? ดังนั้น ลูกๆดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์ก็ต้องปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้ในหมู่ลูกๆเองแล้วบอกวันที่แก่บาบา ผู้ที่มาจากบารัตก็ต้องปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้และบอกบาบาเช่นกัน ลูกมีคำตอบไหม? ใช่ พูดสิ! พูดสิ! ผู้ใดที่ต้องการจะพูดอะไร ให้ยกมือขึ้น (โมฮินีเบน จากนิวยอร์กพูดว่า: "บาบา ท่านกำหนดวันที่เถิด แล้วพวกเราทุกคนก็พร้อมเสมอ") ไม่ ลูกนั่นแหละที่ต้องเป็นคนกำหนดวัน ลูกต้องพร้อมเสมอไม่ใช่หรือ? ถ้าพ่อจะบอกว่า: จงจัดดิวาลี ในวันดิวาลีนี้ พร้อมเสมอไหม? ลูกพร้อมเสมอหรือยัง? ด้วยเหตุนี้บาบาจึงกล่าวว่า: ลูกต้องบอกบาบา (ดร.นิรมาลากล่าวว่า: "บาบา ให้เวลาพวกเราหนึ่งปี จนถึงวันดิวาลีในปีหน้า") อัจชะ ลูกๆเห็นด้วยไหม? เธอขอเวลาหนึ่งปี ผู้ใดที่รู้สึกว่าต้องการเวลาหนึ่งปี ยกมือขึ้น! ยกมือขึ้นสูงๆ! อัจชะ จดชื่อของผู้ที่ต้องการเวลาหนึ่งปีไว้ด้วย ดีแล้ว คนอื่นๆทั้งหมดกำลังยิ้ม พูดสิ! (นิรแวร์ไบ: "เดี๋ยวนี้หรือไม่มีวันนั้นอีกแล้ว! มันต้องเกิดขึ้นในวันนี้และเดี๋ยวนี้") ดังนั้น จงปรบมือ! อัจชะ ดีมาก ตอนนี้ ในวินาทีนี้ แต่ละคนต้องให้คำมั่นสัญญากับตนเองในจิตใจของลูกว่า ลูกจะไม่ปล่อยให้ความคิดที่ไร้ประโยชน์ใดๆเข้ามาในจิตใจของลูก สิ่งนี้เป็นไปได้ไหม? ลูกกำลังพูดในขณะนี้ว่า "เดี๋ยวนี้หรือไม่มีวันนั้นอีกแล้ว" ดังนั้น อย่างน้อยที่สุด ลูกทุกคนก็กำลังให้คำมั่นสัญญากันใช่ไหมว่าจะไม่มีความคิดที่ไร้ประโยชน์หรือจะไม่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์? ผู้ที่พร้อมสำหรับสิ่งนี้ ยกมือขึ้น! ลูกส่วนใหญ่ก็ยกมือขึ้น ผู้ที่รู้สึกว่าสิ่งนี้ต้องใช้เวลา ยกมือขึ้น! ไม่มีใครเลย มีเพียงไม่กี่คนที่บอกว่าพวกเขาต้องการเวลาอีกสักเล็กน้อย มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยกมือขึ้น อัจชะ ในวันดิวาลีนี้ ให้มีเพียงความคิดที่มุ่งมั่นเดียวนี้ สำหรับลูกส่วนใหญ่ทั้งหมดที่ได้ยกมือขึ้น ลูกทุกคนจะต้องทำการสังเวย และด้วยเหตุนี้ ในนามของลูกทุกคน เราจะร่วมกันตัดเค้กสำหรับความคิดที่มุ่งมั่นของลูกทุกคน ลูกชอบสิ่งนี้ไหม? เค้กในวันนี้เป็นสัญลักษณ์ของความคิดที่มุ่งมั่นนี้ เพราะลูกๆทุกคน—และแม้กระทั่งผู้ที่ยังไม่มีความรู้—ก็ต้องการให้บางสิ่งเกิดขึ้นในตอนนี้ บางสิ่งควรจะเกิดขึ้นในตอนนี้ แต่พวกเขาไม่มีพลัง ซึ่งลูกๆมีพลังที่จะทำให้ความคิดของลูกเป็นจริง ลูกกำลังทำตามพ่อใช่ไหม? การถือกำเนิดของพ่อบราห์มาเกิดขึ้นด้วยความคิดที่มุ่งมั่นว่า "ฉันต้องทำสิ่งนี้!" ไม่ใช่ว่า "ฉันจะลองคิดดูก่อน ฉันควรทำหรือไม่ควรทำ?" แต่เป็น "ฉันต้องทำสิ่งนี้" ความคิดที่มุ่งมั่นเดียวนั้นได้สร้างอนาคตให้กับลูกๆมากมาย พ่อบราห์มาผู้เดียวรักษาความกล้าหาญไว้อย่างมากมาย ท่านได้รับส่วนแบ่งของท่านครึ่งหนึ่งและท่านได้สร้างไฟบูชายัญ ท่านสร้างบราห์มินแห่งยักย่า และเวลานี้ดวงวิญญาณจากแผ่นดินนี้และจากต่างแดนก็ได้เดินทางมาถึงที่นี่แล้ว ก็เพราะความคิดเดียวที่มุ่งมั่นนั้นของพ่อบราห์มา ดังนั้น ความคิดที่มุ่งมั่นนั้นจะไม่สามารถบรรลุผลอะไรได้หรือ? มีตัวอย่างนี้อยู่ตรงหน้าลูกแล้ว ลูกมีความคิดที่ดีมาก และความคิดเหล่านี้ก็ไปถึงพ่อ แต่ขาดความมุ่งมั่น เมื่อสถานการณ์ใดๆเกิดขึ้นตรงหน้าลูก ความมุ่งมั่นนั้นก็จะลดลง ความมุ่งมั่นคือกุญแจสู่ความสำเร็จ

ดูสิ ผู้ที่มาจากเดลีมีความคิดที่มุ่งมั่นว่า "เราต้องทำสิ่งนี้" ดังนั้นมันจึงเกิดขึ้นจริงใช่ไหม? พวกเขาไม่ได้พูดว่า "เราจะขอคิดดูก่อน เราจะดูกันก่อน" แต่มันเป็นความคิดที่มุ่งมั่นของทุกคน ลูกสาวคนนี้และลูกคนนี้ได้กลายมาเป็นเครื่องมือ แต่มันเป็นเพราะความร่วมมือของทุกคนและความคิดที่มุ่งมั่นของทุกคนที่นำมาซึ่งความสำเร็จในทางปฏิบัติ ทุกคนต่างให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันและพวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน พวกเขาไม่ได้พูดว่า "ใช่" "ไม่ใช่" "ใช่" "ไม่ใช่" แต่พวกเขามีทิศทางที่มุ่งมั่น เพราะความมุ่งมั่นมีพลังมากถึงเพียงนี้ ไม่ว่าลูกจะเริ่มต้นทำงานใดก็ตาม ก่อนอื่นจงหว่านเมล็ดของความคิดที่มุ่งมั่นลงไป แล้วเมล็ดนั้นจะต้องเกิดผลอย่างแน่นอน เวลา 75 ปี (90 ปีในปีนี้) ผ่านพ้นไปได้อย่างไร? ก็ด้วยการอยู่เป็นมิตรร่วมทางกับพ่อบราห์มาและลูกๆ พร้อมด้วยความคิดที่มุ่งมั่นของพวกเขา ทำให้พวกเราเดินทางมาจนครบ 75 ปี พวกเขายังคงก้าวต่อไปข้างหน้าและทำให้ผู้อื่นก้าวไปข้างหน้าด้วยความจริงจังและความกระตือรือร้น นี่คือวิธีที่เวลา 75 ปีได้เติมเต็มจนสมบูรณ์ วันนี้จงมีความคิดนี้ว่า “วันนี้ ฉันต้องจบสิ้นเวลาที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์และความคิดที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด” เมื่อสิ่งที่ไร้ประโยชน์จบสิ้นลง สมบัติที่มีค่าของความคิดที่สูงส่งและมั่นคงอยู่เสมอจะแสดงความมหัศจรรย์ให้ปรากฏขึ้นมา

บัพดาดายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นลูกดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์ ลูกกำลังก้าวหน้าไปและให้ความใส่ใจเป็นอย่างดีในการทำงานรับใช้เป็นสองเท่า (ดับเบิ้ลเซอร์วิส) อย่างไรก็ตาม บัพดาดาได้ให้สัญญาณนี้อีกครั้งว่า: ลูกจะต้องทำการร่ายรำของการประสานซันสการ์ของลูกให้สอดคล้องกลมกลืนกัน อย่าคิดว่า “ศูนย์กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี งานรับใช้ที่ดีก็กำลังเกิดขึ้น” อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนี่คือครอบครัวเดียวกัน – เป็นครอบครัวของพระเจ้า ไม่ใช่ครอบครัวทางโลก แต่เป็นครอบครัวของพระเจ้า และครอบครัวของพระเจ้าหมายถึงการมีความปรารถนาดีและความรู้สึกเมตตาที่จะให้คุณประโยชน์ต่อกันและกัน – จงมีความคิดเช่นนี้ต่อกันและกันว่า “พวกเราทุกคนจะก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยการเป็นมิตรร่วมทางของกันและกัน และเปิดประตูสู่การหลุดพ้นและกลับบ้านด้วยกัน” ด้วยเหตุนี้ในทุกๆศูนย์จะต้องมีบรรยากาศที่ทำให้ผู้คนจะไม่คิดว่าที่นี่มีคนอยู่ 8 หรือ 10 คน แต่ทำให้เขาคิดว่าทั้งสิบคนนี้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน (เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน) ตอนนี้ ลูกแต่ละคนต้องมีความคิดในจิตใจสำหรับวันดิวาลีที่จะทำการร่ายรำของการประสานซันสการ์ของลูกให้สอดคล้องกลมกลืนกัน อย่าให้แม้แต่ดวงวิญญาณเดียวต้องรู้สึกห่างเหินจากใครเลย ขอให้ทุกคนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ในวันดิวาลีนี้ จงทำการร่ายรำเพื่อประสานซันสการ์ให้สอดคล้องกัน จงมีความคิดที่มุ่งมั่นในจิตใจของลูกว่า “อย่าให้มีใครแม้แต่คนเดียวที่มีความรู้สึกหนักหน่วงกับฉัน ขอให้ทุกคนเบาสบาย” เมื่อซันสการ์ของลูกไม่สอดประสานกลมกลืนกัน ก็จะมีความหนักหน่วงขึ้น พ่อรู้สึกว่า ด้วยความคิดนี้ ลูกจะพร้อมที่จะเปิดประตูได้อย่างรวดเร็ว ตรวจสอบดูว่า: ไม่เพียงแต่จะต้องไม่มีใครขุ่นมัวไม่พอใจในตัวลูกเท่านั้น แต่จะต้องไม่มีใครรู้สึกหนักหน่วงในใจจิตเมื่ออยู่กับลูกด้วยซ้ำ สิ่งนี้เป็นไปได้ไหม? เป็นไปได้ไหม? ถ้าเป็นไปได้ ให้พยักหน้า! ถ้าเป็นไปได้ ยกมือขึ้น! แล้วดิวาลีปีนี้จะมีความงดงามตระการตายิ่งนัก

ดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์: บัพดาดาทำให้ลูกดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์ปรากฏขึ้นในหัวใจของท่านทุกวัน เพราะเหตุใด? เหตุใดท่านจึงทำให้ลูกปรากฏขึ้น? เพราะดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์เหล่านี้ได้กลายเป็นเครื่องมือในการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูชื่อเสียงของพ่อไปทั่วทั้งโลก ผ่านทางสิ่งใด? เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เป็นชาวบารัต พวกเขาเป็นชาวต่างชาติ และพวกเขาก็ได้สร้างโชคที่สูงส่งของตนเองขึ้นมา ดังนั้นทำไมพวกเขาจึงควรถูกละเลยล่ะ? แรงบันดาลใจนี้ได้แพร่กระจายออกไปอย่างดียิ่งในโปรแกรมเหล่านี้ในเดลี และด้วยเหตุนี้บัพดาดาจึงทำให้ลูกๆปรากฏตัวขึ้นในฐานะที่เป็นเครื่องมือสำหรับงานรับใช้ ลูกจะปลุกบารัตให้ตื่นขึ้น ลูกกำลังปลุกอยู่ และลูกจะเตรียมบุคคลสำคัญระดับวีไอพีเช่นนั้นในอนาคตด้วยผู้ที่จะปลุกบารัตให้ตื่นขึ้น ประสบการณ์ของลูกต่างชาติจะปลุกผู้คนของบารัตให้ตื่นขึ้น บัพดาดาจำได้ว่าลูกเคยนำบุคคลสำคัญระดับวีไอพีมากมายมาที่นี่ในตอนแรกเริ่ม ลูกเคยจัดโปรแกรมต่างๆ แต่งานรับใช้เช่นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแล้วในตอนนี้ จงเตรียมวีไอพีเช่นนั้นที่พร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขาบนเวที ตอนนี้มีการจัดโปรแกรมทางวัฒนธรรมมากขึ้น และลูกก็ได้แบ่งปันประสบการณ์เช่นกัน แต่มีเวลาน้อยเกินไป เวลานี้ จงนำบุคคลสำคัญเช่นนั้นมา ผู้ซึ่งจะมาปลุกโชคให้แก่ผู้คนจากบารัต งานรับใช้ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ของชาวต่างชาติและชาวบารัตนั้นได้ส่งแรงสั่นสะเทือนอันดีงามและเกิดผลกระทบอันยิ่งใหญ่ เวลานี้ ขอให้ลูกทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันและเพิ่มงานรับใช้เช่นนี้ต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ขอให้ลูกแต่ละคน ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในบารัตหรือจากต่างแดน ควรทำให้ตนเองสมบูรณ์พร้อมอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ความสมบูรณ์นั้นเปิดประตูสู่การหลุดพ้น อัจชะ

ไม่ว่าลูกจะนั่งอยู่เบื้องหน้าบาบา หรือไม่ว่าจะนั่งอยู่ ณ ที่ใดก็ตาม ความสนใจของทุกคนล้วนพุ่งตรงไปที่มธุบัน ทุกคนกำลังมองเห็นบัพดาดา และลูกส่วนใหญ่ก็กำลังมองเห็นบัพดาดาเช่นกัน ถึงลูกทุกคนจากทุกหนแห่งที่อยู่อย่างสดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ ถึงผู้ที่เพียรพยายามเป็นสองเท่าอย่างสม่ำเสมอ – ผู้ที่เพียรพยายามเป็นสองเท่าหมายถึงผู้ที่เพียรพยายามเพื่อความก้าวหน้าของตนเองและเพียรพยายามในการทำงานรับใช้ไปพร้อมๆกัน ถึงผู้ที่เพียรพยายามเป็นสองเท่าและผู้ที่มีความซาบซึ้งและความศรัทธาเป็นสองเท่า ถึงผู้ที่อยู่กับพ่ออยู่เสมอ ถึงผู้ที่มีความรู้สึกของการให้คุณประโยชน์และมีความรู้สึกที่บริสุทธิ์ที่เปี่ยมด้วยความเมตตาอยู่เสมอ บัพดาดามอบความรักและความระลึกถึงจากหัวใจของท่านให้แก่ลูกทุกคนเป็นการส่วนตัวเจาะจงเป็นรายบุคคลตามรายชื่อของพวกเขา"

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมสิ่งที่บาบาได้กล่าวไว้ในวันนี้เกี่ยวกับการจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด ถึงอย่างไรบันทึกก็จะไปถึงบัพดาดาอยู่แล้ว บัพดาดาจะได้เห็นว่ามีลูกๆที่เพียรพยายามอย่างเข้มข้นมากมายเพียงใด และยังมีผู้ที่คอยเพิ่มความจริงจังและความกระตือรือร้นให้แก่กันและกันและทำให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้า เมื่อมีใครบางคนทำสิ่งที่ผิด ลูกมักจะมีความคิดเกี่ยวกับความผิดพลาดของคนๆนั้นอยู่ในจิตใจของลูกว่า "เขาทำอย่างนั้นอย่างนี้" จงจบสิ้นความคิดเหล่านี้ทั้งหมด! ให้ความร่วมมือแก่พวกเขา มอบความรู้สึกที่สูงส่งของลูกให้แก่พวกเขา ด้วยการทำงานรับใช้เช่นนี้ ลูกต้องทำให้ทั้งชุมนุมเป็นชุมนุมของผู้ที่มีความคิดที่สูงส่ง ในศูนย์ใดก็ตามอย่าให้มีความรู้สึกอื่นใดที่มีต่อใครก็ตามในศูนย์เลย ให้มีเพียงความปรารถนาดีและความรู้สึกที่บริสุทธิ์เท่านั้น ถูกต้องไหม? ดีมาก พร้อมกับคำแสดงความยินดี บัพดาดาขอมอบความรักและความระลึกถึงจากหัวใจของท่านให้แก่ลูกๆ ทุกคนด้วย อัจชะ

พร:
ขอให้ลูกเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกที่ปี่ยมด้วยความเมตตา และได้รับอาณาจักรของโลกด้วยการทำงานรับใช้อย่างไม่เห็นแก่ตัว

ผู้ที่รับใช้ผู้อื่นอย่างไม่เห็นแก่ตัวจะต้องไม่คิดว่า: "ฉันได้ทำสิ่งต่างๆมามากมายเหลือเกิน ดังนั้นฉันควรจะได้รับเกียรติหรือความเคารพจากสิ่งนั้นบ้าง" นั่นก็ถือว่าเป็นการรับในรูปแบบหนึ่งเช่นกัน หากลูกของผู้ประทานยังมีความคิดที่จะรับ พวกเขาก็จะไม่ใช่ผู้ประทานอีกต่อไป รูปแบบของการรับเช่นนั้นไม่เหมาะสมหรือคู่ควรกับการเป็นผู้ประทานเลย เมื่อความคิดนั้นจบสิ้นลง ลูกก็จะได้รับสถานภาพของการเป็นจักรพรรดิโลก มีเพียงผู้รับใช้ที่ไม่เห็นแก่ตัว ผู้ที่มีการวางเฉยอย่างไม่มีขีดจำกัดเท่านั้น ที่จะสามารถกลายเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกที่เปี่ยมด้วยความเมตตาได้

คติพจน์:
การกล่าวโทษผู้อื่นสำหรับความผิดพลาดของตนเอง ก็คือรูปแบบหนึ่งของการคิดถึงแต่เรื่องของผู้อื่น (ปาร์ชินตัน) เช่นกัน

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: เวลานี้เปิดเผยรูปของผู้ประทานของลูก

ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเป็นลูกของผู้ประทาน และให้ความร่วมมือแก่ทุกคน จงร่วมมือกับทุกคนด้วยความปรารถนาดีอยู่เสมอ เพื่อแก้ไขงานที่เสียไป ซันสการ์ที่เสียไป หรืออารมณ์ที่เสียไปให้ถูกต้อง “คนนี้พูดอย่างนี้หรือทำอย่างนี้” ในขณะที่เห็น ได้ยิน และเข้าใจสิ่งนี้ จงนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้วยคลังแห่งความร่วมมือของลูก และทำให้ดวงวิญญาณนั้นเต็มเปี่ยม นี่คือการให้ทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเหนือสิ่งใด