08.03.26    Avyakt Bapdada     Thai Murli     18.01.2009     Om Shanti     Madhuban


เพื่อที่จะตอบแทนการหล่อเลี้ยงในรูปที่อะแวคตลอดช่วงเวลา 40 ปี จงทำสี่สิ่งนี้: เป็นผู้ที่มีความคิดที่บริสุทธิ์และเป็นบวกต่อผู้อื่น
เป็นผู้ที่มีความคิดที่บริสุทธิ์และเป็นบวกต่อตนเอง เป็นผู้ที่สร้างบรรยากาศที่บริสุทธิ์ด้วยทัศนคติที่บริสุทธิ์ของตนเอง
และเป็นผู้ที่คงอยู่ในความตระหนักรู้ของการเป็นศูนย์ (zero) และการเป็นฮีโร่ (hero-นักแสดงเอก)


วันนี้ บัพดาดาได้มาพบกับลูกๆทั้งหมดผู้เป็นมิตรร่วมทางและเฝ้าแต่ทำงานรับใช้ของท่าน ทั้งผู้ที่เป็นมิตรร่วมทางในงานรับใช้มาตั้งแต่ตอนแรกเริ่ม และผู้ที่เป็นมิตรร่วมทางในงานรับใช้ในด้านอื่นๆด้วยเช่นกัน ลูกๆทั้งหลายกำลังขยายขอบเขตของงานรับใช้ออกไปได้เป็นอย่างดี ดังนั้น บัพดาดาจึงพอใจและยินดีที่ได้เห็นลูกๆผู้เป็นมิตรร่วมทางของท่าน และก็ร้องเพลงในหัวใจของท่านว่า: ว้า! ลูกผู้เป็นมิตรร่วมทางในงานรับใช้ของการเปลี่ยนแปลงโลกของฉัน! ว้า!

วันนี้ ตั้งแต่เวลาอมฤต ลูกๆทั้งหมดได้สวมพวงมาลัยแห่งความรักให้แก่บัพดาดา มีพวงมาลัยสามประเภทด้วยกัน พวงมาลัยประเภทแรกคือพวงมาลัยแห่งความจริงจังและความกระตือรือร้นที่จะทำให้ตนเองกลับมาทัดเทียมกับพ่อ พวงมาลัยประเภทที่สองคือพวงมาลัยของเหล่าโกปิก้าที่พลัดพรากจากพ่อและตกอยู่ในบ่วงพันธะ มีพวงมาลัยของพวกเขาอยู่ แต่เป็นพวงมาลัยแห่งน้ำตาที่ส่องประกายและล้ำค่าอย่างยิ่ง น้ำตาแต่ละหยดส่องประกายราวกับไข่มุก พวงมาลัยประเภทที่สามคือพวงมาลัยแห่งการพร่ำบ่นของลูกบางคน

วันนี้ ตั้งแต่เวลาอมฤต ความรักได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในตัวลูกๆทุกคนเป็นพิเศษ ผ่านภาพลักษณ์ที่หลากหลายของบัพดาดา ราวกับว่าบาบาได้โอบกอดลูกๆทุกคนไว้ในอ้อมแขนที่ยื่นออกมาของท่าน วันนี้ อันที่จริง นอกจากจะเป็นวันแห่งความรักแล้ว ยังเป็นวันแห่งการมอบอำนาจและพลังทั้งหมด(เสมือนเป็นพินัยกรรมหรือการส่งต่อมรดก)อีกด้วย บาบาได้วางมือของท่านลงบนมือของลูกสาวคนหนึ่งและมอบอำนาจและพลังทั้งหมดให้แก่เธอ บาบาได้เห็นลูกๆทุกคน ทั้งกองทัพชักตีและเหล่าพันดาวาส บัพดาดาเห็นว่าลูกๆบางคน – ทั้งเหล่าพันดาวาสและเหล่าชักตี – กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในความพยายามของพวกเขาด้วยการอยู่อย่างสำรวจตนในวิถีทางที่แฝงตัว ภายนอกอาจจะดูไม่ออก(หรือมองไม่เห็น) แต่พวกเขามีความเพียรพยายามที่ดีมาก บัพดาดาเห็นว่าในรูปแบบของวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อเรื่องของความรัก ใบหน้าของทุกคนนั้นเปล่งประกายมาก ลูกคือลูกที่มีความรู้ แต่ในหัวข้อเรื่องของความรักก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะผู้ที่มีความรักย่อมต้องทำงานหนักน้อยลง และยังสามารถคงอยู่ในประสบการณ์แห่งความรักนั้นได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าปัญหาจะใหญ่โตเท่าภูเขาเพียงใด ด้วยพลังแห่งความรัก ลูกสามารถเปลี่ยนภูเขาให้กลายเป็นสำลีได้ ลูกสามารถทำให้ภูเขาเบาเหมือนน้ำได้ ความรักคือร่มฉัตรแห่งการปกป้องคุ้มครอง และเพราะร่มฉัตรแห่งการปกป้องคุ้มครองนั้น ลูกจึงปลอดภัยอยู่เสมอ มันจึงกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย ด้วยความรักของลูก,ลูกทำให้ดวงวิญญาณสูงสุดหรือพระเจ้าเป็นเพื่อนของลูก และอนุสรณ์ของสิ่งนี้คือ คูด้า-ดอสท์ (พระเจ้าผู้เป็นเพื่อน) ด้วยการทำให้พระเจ้าเป็นเพื่อนของลูก เพราะด้วยความสัมพันธ์ของการเป็นเพื่อน ลูกจึงสามารถทำให้ปัญหาใดๆนั้นง่ายดายขึ้นได้ ความรักทำให้ลูกทำให้พ่อเป็นมิตรร่วมทางของลูก ความรู้นี้คือเมล็ด และน้ำแห่งความรักจะทำให้เมล็ดนั้นออกผล นั่นก็คือผลแห่งความสำเร็จ ลูกๆผู้เปี่ยมด้วยความรักของพ่อเช่นนี้จะไม่คิดว่าการจดจำระลึกถึงพ่อนั้นเป็นความพยายาม แต่พวกเขาจะคิดว่าเป็นเรื่องยากที่จะลืมท่าน ผู้ที่มีความรักแล้วจะไม่มีวันลืมความรักนั้นได้ เมื่อลูกกล่าวคำว่า "บาบาของฉัน" ด้วยหัวใจและด้วยความรัก ลูกจะได้รับกุญแจที่จะไขไปสู่สมบัติที่มีค่าทั้งหมด ดังนั้นทั้งบัพและดาดาจึงเปี่ยมด้วยความรัก ที่ท่านมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของผู้ที่มีความรักต่อท่านในฐานะพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา ทุกคนจดจำท่าน แต่บางคนจดจำท่านด้วยความพยายาม ในขณะที่คนอื่นๆอยู่อย่างหลอมรวมในมหาสมุทรแห่งความรักอย่างสม่ำเสมอ ผู้คนในโลกกล่าวว่าแต่ละดวงวิญญาณหลอมรวมกับดวงวิญญาณสูงสุด ขณะที่ในความเป็นจริงแล้วดวงวิญญาณเพียงแค่อยู่อย่างหลอมรวมในความรักของพระเจ้า ดวงวิญญาณไม่ได้หลอมรวม แต่อยู่อย่างหลอมรวมในความรักนั้น

ดังนั้น วันนี้จึงเป็นวันที่หลอมรวมอยู่ในความรัก ความพยายามสิ้นสุดลงและเปลี่ยนเป็นรูปแบบของความรัก ดังนั้น บัพดาดาจึงได้เห็นผลลัพธ์ของลูกๆทุกคนแล้ว ลูกส่วนใหญ่ได้ทำการบ้านแล้ว ลูกได้ทบทวนและตระหนักถึงเป้าหมายที่จะกลับมาทัดเทียมกับพ่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผลลัพธ์ของลูกๆ 75% นั้นดี แต่ลูกต้องกลับมาทัดเทียมกับพ่อ ไม่ว่าพายุใดจะมาอยู่ตรงหน้าลูก เพราะนี่คือช่วงเวลาของการสิ้นสุดของยุคเหล็ก ดังนั้นแน่นอนว่าพายุจะต้องมา เพราะนี่คือช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกลูกๆแล้วพายุเหล่านั้นคืออะไร? พายุ (ทูฟาน) ไม่ใช่พายุ แต่เป็นของขวัญ (โทห์ฟา) เพราะมือแห่งพรของบัพดาดาอยู่บนศีรษะของลูกๆที่เพียรพยายามทุกคน ผู้ที่มีความคิดที่มุ่งมั่น นั่นคือผู้ที่ใช้กุญแจแห่งความมุ่งมั่น ตามผลลัพธ์ที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันของพวกเขาแล้วก็ได้บรรลุความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม เวลานี้และตลอดไป จงเปลี่ยนพายุให้เป็นของขวัญ และเปลี่ยนปัญหาให้กลายเป็นหนทางแก้ไขปัญหา และจงก้าวต่อไปข้างหน้า บัพดาดาพอใจกับผลลัพธ์ในปัจจุบัน ลูกได้รักษาเป้าหมายอย่างมั่นคงในโยคะตาปาเซียที่ลูกได้ทำไว้: ฉันต้องกลายเป็นสิ่งนี้

เวลานี้ การหล่อเลี้ยงในรูปที่อะแวคได้ดำเนินมาครบสี่สิบปีแล้ว ดังนั้น อะไรที่จะมาก่อนเป็นอันดับแรกในปีที่ "40" มันคือจุดหรือเลขศูนย์ (Zero) นั่นเอง ดังนั้น ศูนย์ (zero) จึงช่วยเตือนใจลูกว่าลูกคือฮีโร่-(นักแสดงเอกที่เล่นบทบาทในโลกนี้อย่างดีที่สุดและมีคุณค่า) (เพชรที่แท้จริง) และเป็นนักแสดงเอกผู้ยิ่งใหญ่ และลูกต้องเป็นนักแสดงเอก (hero actor) และทำทุกงานในฐานะที่เป็นเป็นนักแสดงเอก ดังนั้น จงจดจำศูนย์ (zero) และนักแสดงเอก (ฮีโร่) ไว้เสมอ แล้วสำหรับ "4" ลูกต้องนำสี่สิ่งนี้เข้ามาในชีวิตของลูกอย่างเป็นธรรมชาติ ลูกต้องทำสิ่งนั้นด้วยความมุ่งมั่น ลูกจะทำสิ่งนั้นไหม? ลูกพร้อมหรือไม่? ไม่ว่าจะมีอะไรมาอยู่ตรงหน้าลูก ลูกต้องนำสี่สิ่งนี้เข้ามาในชีวิตของลูก ลูกแน่ใจไหม? แน่ใจไหม? แน่ใจไหม? ผู้ที่นั่งอยู่ข้างหลัง ลูกแน่ใจไหม? มายาจะกัดกินผู้ที่อ่อนแอ และนี่คือเหตุผลที่ลูกต้องอยู่อย่างเข้มแข็ง สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ จงมีความคิดที่บริสุทธิ์และเป็นบวกต่อผู้อื่นอยู่เสมอ (ชุบจินตัก) เมื่อลูกเห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับความอ่อนแอของใคร จงมีเมตตา มีความคิดที่บริสุทธิ์และเป็นบวกต่อพวกเขา และให้ความร่วมมือกับพวกเขาอย่างแน่นอน ลูกต้องไม่มองเห็นความอ่อนแอของพวกเขา แต่ลูกต้องให้ความร่วมมือกับพวกเขาอย่างแน่นอน นี่คือการมีความคิดที่บริสุทธิ์และเป็นบวกต่อผู้อื่น ลูกจะอยู่อย่างเข้มแข็งในสิ่งนี้ใช่ไหม? ผู้ประทานการค้ำจุนทั้งหลายจงมีเมตตาและให้ความร่วมมือ อย่าได้ถอยห่างออกไปจากพวกเขาหรือไม่ชอบพวกเขา แต่จงให้อภัยพวกเขาแทน เราไม่มีวันที่จะไม่ชอบคนที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลภายนอก แต่เราควรให้การค้ำจุนเขาแทน ดังนั้น จงมีความคิดที่บริสุทธิ์และเป็นบวกต่อผู้อื่น ประการที่สองคือการมีความคิดที่บริสุทธิ์และเป็นบวกต่อตนเอง (shubh chintan) ทุกวันนี้ บัพดาดาเห็นว่าลูกส่วนใหญ่บางครั้งมีความคิดที่ไร้ประโยชน์มากมาย และด้วยการมีความคิดที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ทำให้พลังต่างๆที่ลูกได้สะสมมาต้องสูญเสียไป ดังนั้น จงให้การบ้านกับจิตใจของลูกด้วยการมีความคิดที่บริสุทธิ์และเป็นบวกต่อตนเอง และให้สมญาของความเคารพตนเองกับตนเองในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่เสมอ สร้างตารางเวลาสำหรับจิตใจของลูก ลูกสร้างตารางเวลาสำหรับการกระทำอยู่แล้ว แต่ตอนนี้จงสร้างตารางเวลาสำหรับจิตใจของลูก หลังจากเฉลิมฉลองการพบปะกับบัพดาดาในเวลาอมฤตแล้ว จงให้จุดหรือประเด็นของความเคารพตนเองแก่จิตใจของลูก อย่างไรก็ตาม ดังที่บาบาได้บอกลูกไว้ก่อนหน้านี้ว่า ลูกแต่ละคนมีช่วงเวลา 12 ถึง 13 ครั้งต่อวันอย่างแน่นอน และในช่วงเวลานั้น จงมีความตระหนักรู้และทบทวนสิ่งเหล่านั้น ด้วยการทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้นอยู่เสมอ เวลาของลูกจะไม่ถูกใช้ไปกับความคิดที่ไร้ประโยชน์ ลูกจะไม่ต้องใช้ความพยายาม ยุคบรรจบพบกันคือยุคแห่งความสุขและลูกจะอยู่ในความสุขนั้นในทุกขณะ ประการที่สองคือ การมีความคิดที่บริสุทธิ์และเป็นบวกต่อตนเอง ตรวจสอบและเปลี่ยนแปลง ประการที่สามคือ มีทัศนคติที่บริสุทธิ์ ด้วยการมีทัศนคติที่ไม่บริสุทธิ์จะทำให้ลูกแพร่กระจายความไม่บริสุทธิ์ไปสู่บรรยากาศ ดังนั้นจงมีทัศนคติที่บริสุทธิ์ ประการที่สี่คือ ลูกแต่ละคนต้องรับผิดชอบในสิ่งนี้: "หน้าที่ของฉันคือการสร้างบรรยากาศที่บริสุทธิ์โดยเฉพาะและไม่มองดูผู้อื่น" ลูกทำอย่างไรเมื่อมีกลิ่นเหม็นในบรรยากาศ? ลูกจะฉีดน้ำหอมใช่ไหม? ลูกไม่สามารถทนต่อกลิ่นเหม็นนั้นได้ ดังนั้นลูกจึงใช้น้ำหอมชนิดใดชนิดหนึ่ง ในทำนองเดียวกัน ลูกต้องเปลี่ยนบรรยากาศที่ธรรมดาหรือบรรยากาศที่ไม่บริสุทธิ์อย่างแน่นอน ไม่ว่าลูกจะเป็นเด็กหรือเยาวชน หรือเป็นคนใหม่ นี่คือความรับผิดชอบของแต่ละคน ลูกต้องมีความคิดที่มุ่งมั่นนี้ว่า: ฉันต้องสร้างบรรยากาศที่บริสุทธิ์อย่างแน่นอน คำสัญญานี้จะนำมาซึ่งการเปิดเผย ลูกให้คำสัญญาและบัพดาดาก็พอใจ แต่บางครั้ง ในคำสัญญาที่ลูกให้ไว้มันยังไม่มีความมุ่งมั่นที่มากพอ และเหตุนี้เองลูกจึงไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ลูกต้องการและมากเท่าที่ลูกต้องการ ลูกแต่ละคนต้องสร้างบรรยากาศเช่นนั้นให้เกิดขึ้นทั่วทั้งโลก ทั้งต่อวัตถุธาตุและต่อดวงวิญญาณทั้งหลายด้วย และภายในดวงวิญญาณ – ซึ่งรวมถึงดวงวิญญาณบราห์มินด้วย – แต่ละคนต้องสร้างบรรยากาศเช่นนั้นในสถานที่รับใช้ของตนเองด้วยความมุ่งมั่นนั้น หากลูกจำเป็นต้องละทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็จงทำเช่นนั้น ไม่ใช่ว่า: "ฉันจะละทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ต่อเมื่อคนอื่นละทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเหมือนกัน" ไม่ใช่เช่นนั้นเลย หรือ "ถ้าระบบดี ฉันถึงจะ..." อย่าสร้างเงื่อนไขขึ้นมา จงบอกกับตัวเองว่า "ฉันต้องทำสิ่งนี้อย่างแน่นอน" การเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลกคือความเคารพในตนเองของลูกไม่ใช่หรือ? ลูกทุกคนคือผู้เปลี่ยนแปลงโลกใช่หรือไม่? ยกมือขึ้น! โอเค ผู้เปลี่ยนแปลงโลก ดีมาก ดังนั้น ก่อนอื่นใด บัพดาดาปรารถนาที่จะเห็น – ซึ่งมันเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วและจะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน - แต่ในปีนี้ ถ้าบัพดาดาเดินทางไปทัวร์ตามศูนย์ต่างๆ ทั้งศูนย์เล็กและศูนย์ใหญ่ บรรยากาศที่นั่นจะเป็นเช่นไร? เช่นเดียวกับที่วันนี้เป็นวันแห่งความรักและพลัง ในทำนองเดียวกัน บรรยากาศในศูนย์ต่างๆ ทั้งในหมู่บ้านและในศูนย์ใหญ่ๆ ก็ควรจะเป็นเหมือนกับวัดที่มีชีวิต “ในการเปลี่ยนสิ่งที่เป็นลบให้เป็นบวก ฉันต้องเป็นคนแรกในการเริ่มทำสิ่งนี้” อย่าพูดว่า “เธอเริ่มก่อนสิ” ไม่เลย “ฉันต้องเป็นคนแรกในการเริ่มทำสิ่งนี้” เพราะทั้งบัพดาดา แอ๊ดวานซ์ปาร์ตี้ และแม้แต่ธรรมชาติในทุกวันนี้ต่างก็กำลังเฝ้ารอ ลูกคือผู้ที่จะต้องเตรียมการทั้งหมด ลูกไม่จำเป็นต้องรอคอยใคร แต่ลูกต้องลงมือเตรียมการให้เสร็จสิ้น

ทุกวันนี้มีความกลัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในหัวใจของทุกคน,คนส่วนใหญ่ในโลกต่างมีความคิดหนึ่งที่เหมือนกันคือ "พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น?" และลูกรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น ใครบ้างที่มีความคิดนี้ว่า "ฉันจะกลายเป็นเครื่องมือคนแรกที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง"? ยกมือขึ้น ลูกต้องทำสิ่งนี้ ลูกต้องทำสิ่งนี้ ลูกต้องเปลี่ยนแปลง ลูกจะต้องกลายเป็นผู้ปกป้อง ลูกจะต้องละทิ้งบางสิ่งบางอย่างและรับเอาความรัก ลูกยกมือของจิตใจหรือแค่มือของร่างกาย? ใครที่ยกมือของจิตใจขึ้นมา? เมื่อจิตใจของลูกเปลี่ยนแปลง โลกก็จะเปลี่ยนแปลง ดังนั้น คติพจน์ในปีนี้คืออะไร? คติพจน์นั้นจะเป็นอะไร? "ไม่มีปัญหา" ธงแห่งชัยชนะจะถูกชักขึ้นในหัวใจของลูก และลูกทุกคนจะแสดงการร่ายรำด้วยความสุขในจิตใจ การร่ายรำของจิตใจคือความสุข ดังนั้น ลูกจะแสดงการร่ายรำของความสุขนี้ในทุกขณะ ลูกเป็นลูกของผู้ประทาน ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่มาหาลูก ลูกต้องให้ของขวัญแห่งคุณธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งแก่พวกเขาอย่างแน่นอน แล้วในวินาทีเดียวนั้น ความคิดที่มุ่งมั่น ความคิดของผู้ประทาน จะกลายเป็นลิฟต์ และภายในหนึ่งวินาทีนั้น พวกเขาจะไปถึงที่ใดก็ตามที่พวกเขาต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ดินแดนสูงสุด อาณาเขตที่ละเอียดอ่อน มธุบันทางกายภาพ หรือโลกที่มีตัวตน โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ไม่ว่าใครก็ตามที่จะมาอยู่เบื้องหน้าลูก อย่าปล่อยให้พวกเขาต้องกลับไปมือเปล่า อย่าพบปะพวกเขาโดยไม่มีของขวัญใดๆแห่งคุณธรรมมอบให้เขา ไม่ว่าจะเป็นในคำพูด บนใบหน้า หรือในพฤติกรรมของลูก

ดังนั้น ปีนี้ จงเก็บผลลัพธ์ของทุกเดือนไว้กับตนเอง และส่งการ์ด "โอเค" ไปที่ยักย่าโดยผ่านครูของลูก อย่าส่งจดหมายยาวๆ แต่แค่ส่งการ์ด "โอเค" อย่าส่งการ์ดใบใหญ่ อย่าส่งการ์ดทางโลกเหล่านั้นมา ส่งการ์ดอวยพรที่ลูกได้รับจากครูของลูก ลูกมีของขวัญแห่งคุณธรรมและพลังมากมายเพียงใด? หากลูกจะทำรายการ มันจะเป็นรายการที่ยาวมาก และไม่ใช่ว่ายิ่งลูกให้มากเท่าไหร่ ลูกก็จะมีน้อยลงเท่านั้น แต่มันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเขากล่าวถึงมนตราวิเศษ และมนตราของชีว่านี้ก็คือ ไม่ว่าลูกจะมีคุณธรรมอะไรก็ตาม คุณธรรมเหล่านั้นจะไม่ลดลงไปสำหรับลูก แต่จะเพิ่มพูนขึ้นมาแทน เพราะมีคำกล่าวว่า "เมื่อลูกให้ทาน ลูกจะหลุดพ้นจากเงามืดและลางร้ายทั้งปวง" อัจชะ

สำหรับผู้ที่มาที่นี่เป็นครั้งแรก โปรดยืนขึ้น! เป็นเรื่องดี (ผู้ว่าราชการรัฐมัธยประเทศก็นั่งอยู่ในชุมนุมนี้ด้วย) เป็นเรื่องดีที่ลูกได้มาในชุมนุมนี้ บัพดาดากำลังให้พรแก่ลูกทุกคนที่มาที่นี่: จงกล่าวคำว่า "สวัสดียามเช้า" (Good morning) และ "ราตรีสวัสดิ์" (Good night) กับพ่ออยู่เสมอ เพราะหากลูกเห็นพ่อเป็นสิ่งแรกในตอนเช้าเมื่อลูกลืมตาขึ้นมา ทั้งวันของลูกก็จะกลายเป็นวันที่ดี ด้วยความรัก ความระลึกถึง และความยินดีมากมายหลายล้านเท่ากับลูกๆทุกคนที่มาที่นี่เป็นครั้งแรก อัจชะ

ตอนนี้ สำหรับสี่สิ่งที่บาบาได้บอกลูกไปแล้ว และสิ่งที่ห้าก็คือการกลายเป็นศูนย์ (zero) และเป็นนักแสดงเอก (hero) ดวงวิญญาณบราห์มินคือผู้ที่จะกลายเป็นเทวดานางฟ้า ผู้ที่ไตร่ตรองสิ่งเหล่านี้และอยู่ในสภาพของการหลอมรวม การกลายเป็นเทพคือสิทธิโดยกำเนิดของลูก ลูกคือเทวดานางฟ้าผู้ที่จะกลายเป็นเทพ ดังนั้นจงอยู่อย่างหลอมรวมในความรักอยู่เสมอ หลอมรวมอยู่ในความรัก จงเก็บรักษากุญแจของความคิดที่มุ่งมั่นไว้ในจิตใจ สติปัญญา และความตระหนักรู้ของลูกอยู่เสมอ เพราะมายาไล่ตามกุญแจนี้เป็นอย่างมาก สำหรับลูกๆทุกคนในทุกหนแห่งที่อยู่อย่างมีพลังในจิตใจและในสติปัญญาของลูกอยู่เสมอ ด้วยความรัก ความระลึกถึง และนมัสเตจากบัพดาดา

ถึงดาดี้ (ถึงดาดี้แจงกี): ลูกกลับมาแล้วหลังจากที่ได้ไปท่องทัวร์มา ดีมาก สิ่งที่ลูกทำนั้นดีมาก บาบาจำภาพที่จักกัตดัมบายืนอยู่ตรงกลาง กำลังถือธงอยู่ และเหล่าชักตีทั้งหมดยืนอยู่ด้านหลังเธอได้ เวลานี้บัพดาดาปรารถนาที่จะแสดงภาพนั้นให้โลกได้เห็น ในบรรดาบราห์มินทั้งหมด ให้เตรียมกองทัพชักตีเช่นนั้นที่จะกลายเป็นเครื่องมือ และในขณะที่เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทำให้บรรยากาศมีพลัง พวกเขาควรมีความคิดที่มุ่งมั่นว่า "เรามีความคิดที่มุ่งมั่นว่าเราจะแสดงให้เห็นสิ่งนี้โดยการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศนี้อย่างแน่นอน" ให้พวกเขายกธงนี้ขึ้นมา ให้กลุ่มเช่นนั้นปรากฏตัวขึ้นเพื่อออกเดินทางไปทั่วทุกหนแห่งและทำให้บรรยากาศถูกต้องด้วยสภาพ คำพูด และมิตรภาพของพวกเขา จงแสดงให้เห็นสิ่งนี้โดยการเตรียมกลุ่มเช่นนั้น บัพดาดาจำภาพนี้ได้ ดังนั้นจงให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ อย่าบอกว่าลูกไม่มีเวลา ไม่มีใครในพวกลูกสามารถพูดได้ว่าไม่มีเวลา ลูกจะหาเวลาได้หากลูกมีความปรารถนาดี จงเตรียมกลุ่มเช่นนั้นและนำมาพบบัพดาดา

กลุ่มเยาวชน: ปีนี้ ไม่ว่ากฎเกณฑ์ระเบียบวินัยของบราห์มินจะเป็นเช่นไร ขอให้ลูกทุกคนปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ ทั้งในทางจิตใจ คำพูด การกระทำ ความสัมพันธ์ และการเชื่อมโยงกับผู้อื่น ลูกต้องเตรียมกลุ่มเช่นนั้นขึ้นมา และในปีนี้อย่าให้มีการละเมิดฝ่าฝืนหรือทำผิดกฎเกณฑ์ระเบียบวินัยใดๆ สร้างกลุ่มเช่นนั้นขึ้นมาในบรรดาลูกเอง ผู้ที่ริเริ่มคืออรชุน ลูกชอบสิ่งนี้ไหม? ใครจะทำสิ่งนี้? ลูกจะทำไหม? ยกมือขึ้น! ลูกจะทำไหม? เยาวชนทุกคนจะทำไหม? มีลูกกี่คน? (400 คน) ทำให้สิ่งนี้มั่นคงภายในกลุ่มของลูก แล้วเราจะแสดงให้รัฐบาลเห็นว่าลูกทุกคนคือผู้ที่ทำตามกฎเกณฑ์ระเบียบวินัยสูงสุด รัฐบาลก็ต้องการสิ่งนี้เช่นกัน แต่ไม่สามารถทำได้ ลูกสามารถแสดงให้เห็นได้โดยการลงมือทำจริงในทางปฏิบัติ แสดงให้เห็นโดยการเป็นตัวอย่าง ลูกได้รับการบ้านแล้วใช่ไหม? บัพดาดาต้องการให้ดวงวิญญาณบราห์มินทุกคนในทุกหนแห่งแสดงความมหัศจรรย์ในปีนี้ อย่าให้มีความโกลาหลของความคิดที่ไร้ประโยชน์ใดๆเกิดขึ้น สะสมความคิดที่บริสุทธิ์ให้มากจนลูกไม่มีเวลาแม้แต่จะปล่อยให้ความคิดที่ไร้ประโยชน์เข้ามา ลูกมีสมบัติที่มีค่าเหล่านี้มากมายใช่ไหม? ลูกได้สะสมสมบัติที่มีค่าของความคิดบริสุทธิ์ไว้มากมายหรือไม่? สะสมหรือไม่? ยกมือขึ้น! มีชักตีด้วย นั่นเป็นสิ่งที่ดี ให้ชักตีเป็นตัวอย่าง และให้พันดาวาสเป็นตัวอย่างด้วยเช่นกัน อัจชะ บัพดาดารู้สึกพอใจ

พร:
ขอให้ลูกเป็นอิสระจากบ่วงพันธะ และได้สัมผัสกับสภาพที่สูงส่งโดยการเป็นอิสระจากบ่วงพันธะของความคิดที่ละเอียดอ่อนใดๆ

ยิ่งลูกๆเป็นอิสระจากบ่วงพันธะได้มากเท่าใด ลูกก็จะสามารถคงอยู่อย่างมั่นคงในสภาพที่สูงส่งได้มากเท่านั้น ดังนั้น จงตรวจสอบดูว่า ยังมีสายใยใดๆผูกมัดอยู่หรือไม่ แม้กระทั่งในรูปที่ละเอียดอ่อน ในความคิด คำพูด หรือการกระทำของฉันก็ตาม? อย่าได้จดจำใครอื่นนอกจากพ่อผู้เดียว หากลูกจดจำแม้กระทั่งร่างกายของตนเอง แล้ว พร้อมกับร่างกายของลูกเอง ความสัมพันธ์ทางร่างกาย ทรัพย์สมบัติทางโลก และโลกทั้งหมดก็จะตามมา (ผูกมัดลูก) ทีละอย่าง จงเก็บพรนี้ “ฉันเป็นอิสระจากบ่วงพันธะ” ไว้ในสำนึกรู้ของลูกเสมอ และทำงานรับใช้ในการปลดปล่อยทั้งโลกจากกับดักของมายา

คติพจน์:
ผู้ที่จบสิ้นปัญหาทางร่างกายและจิตใจด้วยสภาพที่มีจิตสำนึกเป็นดวงวิญญาณของตน จะสามารถอยู่อย่างมั่นคงไม่สั่นคลอนได้

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: ทำให้รากฐานแห่งศรัทธาของลูกแข็งแกร่ง และคงอยู่อย่างไม่ขลาดกลัวและไร้กังวลอย่างสม่ำเสมอ

เป็นหน้าที่ของปัญหาที่จะเกิดขึ้น และเป็นหน้าที่ของดวงวิญญาณผู้มีสติปัญญาอันเปี่ยมด้วยศรัทธาที่จะกลายเป็นตัวของการแก้ไขปัญหาและเปลี่ยนแปลงปัญหาเหล่านั้น เพราะเหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น? ทันทีที่ลูกบราห์มินทั้งหลายถือกำเนิดมา ลูกได้ท้าทายมายาว่าลูกจะเป็นผู้เอาชนะมายา รูปแบบของปัญหาคือรูปแบบหนึ่งของมายา เนื่องจากลูกได้ท้าทายเธอ มายาจึงจะต่อต้านลูกอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ด้วยรูปแบบของชัยชนะ และด้วยสติปัญญาที่เปี่ยมด้วยศรัทธา จงพิจารณาทุกสิ่งว่า 'ไม่มีอะไรใหม่' และเอาชนะสถานการณ์ต่างๆ แล้วลูกจะอยู่อย่างเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวล