10.03.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน โรคภัยที่ใหญ่ที่สุดคือสำนึกที่เป็นร่าง
เป็นไปด้วยโรคภัยนี้ที่มีความตกต่ำ ดังนั้น เวลานี้จงกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
คำถาม:
เมื่อไหร่ที่ลูกๆ จะไปถึงสภาพของการอยู่เหนือบ่วงกรรมของลูก?
คำตอบ:
เมื่อลูกได้รับชัยชนะเหนือความทุกข์ทรมานของกรรมของลูกด้วยพลังโยคะ
และเมื่อลูกกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณอย่างสมบูรณ์
โรคภัยนี้ของสำนึกที่เป็นร่างคือโรคภัยที่ใหญ่ที่สุด
เป็นไปด้วยโรคภัยนี้ที่โลกได้กลับมาไม่บริสุทธิ์ จงกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
และลูกจะมีความสุขและความซาบซึ้ง และพฤติกรรมของลูกก็จะได้รับการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
เพลง:
โอนักเดินทางในเวลากลางคืน อย่าได้เหนื่อยอ่อน
จุดหมายปลายทางของรุ่งอรุณนั้นอยู่ไม่ไกล
โอมชานติ
ลูกๆ ได้ยินความหมายของคำว่า “นักเดินทาง” แล้ว ไม่มีใครนอกจากลูกๆ
บราห์มินสิ่งสร้างที่เกิดจากปากสามารถอธิบายสิ่งนี้ เมื่อลูกเคยเป็นเทพ
ลูกก็เป็นมนุษย์ด้วยเช่นกัน และลักษณะนิสัย (คาแรกเตอร์) ของลูกก็ดีมาก
ลูกเคยเต็มไปด้วยทุกคุณธรรมและ 16 องศาเต็ม ลูกเคยเป็นนายของโลก
ไม่มีมนุษย์ผู้ใดรู้ว่าลูกเปลี่ยนจากเพชรไปเป็นเปลือกหอยได้อย่างไร
ลูกเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์เช่นกัน ต่างลำดับกันไป ตามความเพียรพยายามที่ลูกทำ
ลูกยังไม่กลายเป็นเทพ ลูกกำลังถูกทำให้ฟื้นคืนสู่สภาพเดิม บางคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ลักษณะนิสัยของบางคนเปลี่ยนไป 5% และผู้อื่น 10% โลกไม่รู้ว่าบารัตเคยเป็นสวรรค์
พวกเขาพูดว่าเหล่าเทพเคยดำรงอยู่ในบารัตเมื่อ 3000 ปีก่อนพระคริสต์
พวกเขาเคยมีคุณธรรมเช่นนั้นที่พวกเขาถูกเรียกว่าเทวาและเทวี
เวลานี้พวกเขาไม่มีคุณธรรมเหล่านั้น ผู้คนไม่เข้าใจว่าการตกต่ำของบารัต
ซึ่งเคยมั่งคั่งอย่างยิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
เพียงพ่อเท่านั้นที่นั่งและอธิบายสิ่งนี้ ลูกๆ
ผู้ที่ลักษณะนิสัยของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้วสามารถอธิบายสิ่งนี้ พ่อพูดว่า: ลูกๆ
เมื่อลูกเคยเป็นเทพ ลูกเคยมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
และแล้วเมื่ออาณาจักรของราวันเริ่มขึ้น ลูกก็ได้กลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
สำนึกที่เป็นร่างนี้คือโรคภัยที่ใหญ่ที่สุดที่ลูกมี
ในยุคทองลูกเคยมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ และมีความสุขอย่างมาก
ไม่มีใครรู้ว่าใครได้ทำให้ลูกเป็นเช่นนั้น
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายว่าเหตุใดการตกต่ำของลูกจึงเกิดขึ้น ลูกลืมศาสนาของลูก
บารัตได้กลับมาไร้ค่าไม่ถึง 1 สตางค์ อะไรคือเหตุผลหลักสำหรับสิ่งนี้?
สำนึกที่เป็นร่าง ละครนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว
ผู้คนไม่รู้ว่าบารัตซึ่งเคยมั่งคั่งอย่างยิ่ง
ได้กลับมายากจนอย่างที่เป็นในเวลานี้ได้อย่างไร
เราเคยเป็นของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป
ดังนั้นเราได้อยู่อย่างคดโกงในศาสนาและการกระทำของเราได้อย่างไร? พ่ออธิบาย:
เมื่ออาณาจักรได้กลายเป็นของราวัน ลูกก็กลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
และดังนั้นสิ่งนี้จึงกลายเป็นสภาพของลูก
บันไดแสดงให้เห็นว่าการตกต่ำเกิดขึ้นได้อย่างไร
สำนึกที่เป็นร่างคือเหตุผลหลักว่าเหตุใดลูกจึงกลับมามีค่าไม่ถึง 1 สตางค์
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายสิ่งนี้เช่นกัน
ในคัมภีร์พวกเขาได้แสดงระยะเวลาของวงจรว่ามีหลายแสนปี
ทุกวันนี้ผู้ที่รู้คิดคือชาวคริสเตียน พวกเขาพูดเช่นกันว่า 3000
ปีก่อนพระคริสต์มีดินแดนสุขาวดี ผู้คนไม่สามารถเข้าใจว่า
นั่นคือบารัตโบราณที่เรียกว่าสวรรค์
ทุกวันนี้พวกเขาไม่รู้ถึงประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เต็มของบารัต ลูกๆ
ไม่กี่คนมีความรู้นี้เล็กน้อย แต่พวกเขามีสำนึกที่เป็นร่างด้วยเช่นกัน
เพราะพวกเขาคิดว่าไม่มีใครเป็นเหมือนพวกเขา
พ่ออธิบายว่าเหตุใดบารัตจึงไปถึงสภาพของความตกต่ำเช่นนั้น
บาปูคานธีจีก็เคยพูดด้วยเช่นกันว่า: “ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ได้โปรดมา!
มาและก่อตั้งอาณาจักรของรามเถิด!”
แน่นอนที่ดวงวิญญาณเคยได้รับความสุขจากพ่อในช่วงเวลาหนึ่ง
เหตุนี้เองพวกเขาจึงจดจำผู้ชำระให้บริสุทธิ์ พ่ออธิบาย: ลูกๆ
ของพ่อผู้ที่เปลี่ยนจากศูทรเป็นบราห์มิน
ไม่ได้กลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณอย่างสมบูรณ์เช่นกัน
พวกเขากลับมามีสำนึกที่เป็นร่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือโรคภัยที่เก่าแก่ที่สุด
และเป็นไปด้วยสิ่งนี้ที่สภาพของลูกได้กลับมาเป็นเช่นที่เป็นอยู่
มันใช้ความเพียรพยายามอย่างมากที่จะกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
ยิ่งลูกมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ ลูกก็จะยิ่งจดจำพ่อ ดังนั้น
ควรจะมีความสุขที่ไม่มีขีดจำกัด เป็นที่จดจำว่า:
ลูกเคยใส่ใจที่จะพบกับผู้สูงสุดเดียวผู้ที่อาศัยอยู่ในธาตุบราห์ม ธาตุที่อยู่เหนือ
และเวลานี้ลูกได้พบกับท่านแล้ว ลูกได้รับมรดก 21 ชาติเกิดจากท่าน
อะไรอื่นอีกเล่าที่ลูกต้องการ?
เพียงแต่กลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ
ลูกอาจจะอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูก ทั้งโลกนั้นมีสำนึกที่เป็นร่าง
การตกต่ำของบารัต ซึ่งเคยสูงส่งอย่างมากได้เกิดขึ้นจริง
ไม่มีใครสามารถบอกลูกถึงประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของบารัต
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กล่าวถึงในคัมภีร์ใดๆ เหล่าเทพนั้นมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
พวกเขาเข้าใจว่าพวกเขาต้องละร่างของพวกเขาและรับอีกร่างหนึ่ง
พวกเขาไม่ได้มีสำนึกในพระเจ้า ยิ่งลูกคงอยู่ในสำนึกเป็นดวงวิญญาณ และยิ่งลูกจดจำพ่อ
ลูกก็จะยิ่งกลับมาอ่อนหวาน
เป็นด้วยการกลับมามีสำนึกที่เป็นร่างที่มีการรบราทะเลาะเบาะแว้งและมีพฤติกรรมเช่นลิง
พ่ออธิบายทั้งหมดนี้ บาบานี้ก็เข้าใจทั้งหมดนี้ด้วยเช่นกัน
ลูกๆบางคนกลับมามีสำนึกที่เป็นร่างและลืมชีพบาบา
แม้กระทั่งลูกๆที่ดีมากก็ยังคงมีสำนึกที่เป็นร่าง พวกเขาไม่มีสำนึกเป็นดวงวิญญาณเลย
ลูกสามารถอธิบายประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ที่ไม่มีขีดจำกัดนี้แก่ใครๆได้
อย่างแน่นอนที่เคยมีอาณาจักรสุริยวงศ์และจันทราวงศ์ ไม่มีใครรู้จักละคร
เวลานี้บารัตได้ตกลงไปอย่างมาก และสาเหตุของการตกต่ำคือสำนึกที่เป็นร่าง ลูกๆ
บางคนเช่นกันก็กลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
พวกเขาไม่เข้าใจว่าใครกำลังให้การกำหนดแก่พวกเขา
ให้คิดเสมอว่าเป็นชีพบาบาผู้ที่กำลังบอกลูก
เป็นเพราะไม่จดจำชีพบาบาที่ลูกกลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
ทั้งโลกได้กลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง และเหตุนี้เองพ่อจึงพูดว่า:
จดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ คิดว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ
ดวงวิญญาณรับฟังผ่านร่างกายนี้และเล่นบทบาทของเขา พ่ออธิบายอย่างดีมาก
แม้ว่าลูกบางคนให้การบรรยายที่ดีมาก พฤติกรรมที่ดีก็จำเป็นด้วยเช่นกัน
เนื่องจากการกลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง บางคนก็สอบตก ไม่มีความสุขนั้น
หรือความซาบซึ้ง
และแล้วพวกเขาก็ทำการกระทำที่เป็นบาปอย่างยิ่งที่เนื่องจากสิ่งนั้นจึงได้รับประสบการณ์ของการลงโทษอย่างมาก
ความเสียหายมากมายเกิดขึ้นด้วยการมีสำนึกที่เป็นร่าง
จึงต้องมีประสบการณ์มากมายของการลงโทษ พ่อพูดว่า: นี่คือรัฐบาลโลกของพระเจ้า ใช่ไหม?
มือขวาของพ่อ รัฐบาลของพระเจ้าคือดารามราช เมื่อลูกทำการกระทำที่ดี
ลูกก็ได้รับผลที่ดีจากสิ่งนั้น เพราะการทำการกระทำที่ไม่ดี
จึงมีประสบการณ์ของการลงโทษ ทุกคนก็มีประสบการณ์ของการลงโทษในกรงขังของครรภ์เช่นกัน
มีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งนี้ สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดอ้างถึงเวลานี้
คำยกย่องเป็นของพ่อผู้เดียวเท่านั้น ไม่มีคำยกย่องของใครอื่น
เหตุนี้เองจึงมีการเขียนไว้ว่า: ตรีมูรติชีพแจนตีนั้นมีค่าเช่นเพชร
ที่เหลือทั้งหมดมีค่าเช่นเปลือกหอย ไม่มีใครนอกจากชีพบาบาสามารถชำระลูกให้บริสุทธิ์
ลูกกลับมาบริสุทธิ์และแล้วราวันก็ทำให้ลูกไม่บริสุทธิ์
เนื่องจากสิ่งนี้ที่ทุกคนกลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
เวลานี้ลูกกำลังจะกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
สภาพสำนึกเป็นดวงวิญญาณนี้ยาวนานเป็นเวลา 21 ชาติเกิด
ดังนั้นความยิ่งใหญ่จึงเป็นของผู้เดียว เป็นชีพบาบาผู้ที่ทำให้บารัตเป็นสวรรค์
ไม่มีใครรู้ว่าชีพบาบามาเมื่อไหร่ ประวัติของท่านควรเป็นที่รู้ก่อน พ่อสูงสุด
ดวงวิณญาณสูงสุดนั้นเรียกว่าชีวา
ลูกเข้าใจว่าเคยมีความล่มสลายเนื่องจากสำนึกที่เป็นร่าง
เป็นด้วยหลังจากสิ่งนี้เกิดขึ้นที่พ่อต้องมาเพื่อทำให้บารัตรุ่งเรือง
ความรุ่งเรืองและความล่มสลาย กลางวันเเละกลางคืน
พระอาทิตย์แห่งความรู้ขึ้นและขับไล่ความมืดมิดของความไม่รู้
ความไม่รู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความไม่รู้ของสำนึกที่เป็นร่าง
ไม่มีใครแม้กระทั่งรู้เกี่ยวกับดวงวิญญาณ
พวกเขาเพียงแต่พูดว่าแต่ละดวงวิญญาณคือดวงวิญญาณสูงสุด
และดังนั้นพวกเขาจึงกลายเป็นดวงวิญญาณบาปเช่นนั้น! เหตุนี้เองจึงได้มีการตกต่ำ
ลูกได้ใช้ 84 ชาติเกิด และเฝ้าแต่ลงบันไดมา การแสดงนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว
ไม่มีใครนอกจากลูกๆ รู้ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของโลกว่า
เคยมีการล่มสลายของโลกอย่างไร พวกเขาเชื่อว่าเคยมีการพัฒนาอย่างมากผ่านวิทยาศาสตร์
พวกเขาไม่เข้าใจว่าโลกกลับมาไม่บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นและเป็นนรก
มีสำนึกที่เป็นร่างอย่างมาก พ่อพูดว่า: เวลานี้ลูกต้องกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
มีมหารตีที่ดีมากอยู่มากมาย พวกเขาพูดความรู้นี้อย่างดีมาก
แต่สำนึกที่เป็นร่างของพวกเขายังไม่ถูกขจัดออกไป เนื่องจากการมีสำนึกที่เป็นร่าง
จึงมีร่องรอยของความโกรธในบางคน ร่องรอยของความผูกพันยึดมั่นในผู้อื่น
มีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ลักษณะนิสัยของทุกคนต้องถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขใหม่
จงกลับมาอ่อนหวานอย่างมาก
เหตุนี้เองตัวอย่างของสิงห์โตและลูกแกะดื่มน้ำจากลำธารเดียวกันจึงได้ให้ไว้
ที่นั่นไม่มีสัตว์ใดที่เป็นเหตุของความทุกข์ แทบจะไม่มีใครเข้าใจสิ่งเหล่านี้
พวกเขาเข้าใจสิ่งต่างๆต่างลำดับกันไป
เป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่งที่ความทุกข์ทรมานของกรรมของพวกเขาจะจบสิ้น
และที่พวกเขาจะกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรม หลายคนกลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
พวกเขาไม่มีสำนึกรู้ว่าใครกำลังให้การกำหนดเหล่านี้แก่พวกเขา
ลูกจะสามารถได้รับศรีมัทจากศรีกฤษณะได้อย่างไร? ชีพบาบาพูดว่า:
พ่อจะสามารถให้ศรีมัทแก่ลูกโดยปราศจากผู้นี้ได้อย่างไร?
ผู้นี้ถูกกำหนดไว้ให้เป็นพาหนะของพ่อ
อย่าได้ทำลายตนเองโดยเปล่าประโยชน์ด้วยการกลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
และทำการกระทำผิดๆ แล้วผลที่ตามมาของสิ่งนั้นจะเป็นเช่นไร?
จะได้รับสถานภาพที่ต่ำมาก ผู้ที่ไร้การศึกษาจะต้องก้มลงเบื้องหน้าผู้ที่มีการศึกษา
ผู้คนมากมายพูดว่าประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของบารัตยังไม่สมบูรณ์อย่างที่ควรจะเป็น
สิ่งนี้ต้องมีการอธิบายแก่พวกเขา ไม่มีใครนอกจากลูกสามารถอธิบายสิ่งนี้
อย่างไรก็ตามสภาพสำนึกเป็นดวงวิณญาณนั้นเป็นที่ต้องการ
เพียงบุคคลเช่นนั้นเท่านั้นที่สามารถประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูง
แต่กระนั้นก็ยังไม่มีลูกคนใดได้ไปถึงสภาพการอยู่เหนือบ่วงกรรมของลูก ผู้นี้(บราห์มาบาบา)
มีความรับผิดชอบมากมาย ท่านมีความกังวลมากมาย
ถึงแม้ว่าท่านเข้าใจว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นตามละคร กระนั้นก็ตาม
วิธีการต่างๆก็ต้องถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะอธิบายแก่ลูก เหตุนี้เองบาบาจึงพูดว่า:
ลูกสามารถมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณได้มากยิ่งขึ้น ลูกไม่มีภาระใดๆในตัวลูก
พ่อมีภาระมากมาย ผู้นี้ ประชาบิดาบราห์มาคือหัวหน้า
แต่ไม่มีใครรู้ว่าชีพบาบากำลังนั่งอยู่ในเขา ในบรรดาลูกด้วย
แทบจะไม่มีใครรักษาศรัทธานี้ ลูกต้องรู้ถึงประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของโลกนี้:
เมื่อไหร่ที่บารัตเป็นสวรรค์แล้วจากนั้นไปที่ไหน
การล่มสลายของบารัตเกิดขึ้นได้อย่างไร? ไม่มีใครรู้สิ่งนี้ หากลูกไม่อธิบาย
ก็ไม่มีใครสามารถเข้าใจ เหตุนี้เองบาบาจึงให้การกำหนดแก่ลูก
ให้เขียนถึงผู้คนในโรงเรียนและบอกพวกเขาว่าพวกเขาควรแสดงประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของโลก
ให้การบรรยายเกี่ยวกับการล่มสลาย บารัตเคยเป็นเช่นเพชร;
แล้วบารัตกลายเป็นเช่นเปลือกหอยได้อย่างไร? สิ่งนี้ใช้เวลากี่ปี?
เราสามารถอธิบายทั้งหมดนี้ ลูกสามารถทิ้งแผ่นพับจากเครื่องบิน
ผู้ที่อธิบายนั้นต้องฉลาดอย่างยิ่ง รัฐบาลต้องการสิ่งนี้ ดังนั้น
ให้เชิญทุกคนไปยังทำเนียบรัฐบาล วิญาณบาวันในเดลี ให้มีการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์
ส่งบัตรเชิญให้แก่ทุกคนด้วยเช่นกัน “เรากำลังอธิบายแก่คุณถึงประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของทั้งโลกตั้งแต่ตอนเริ่มต้นจนถึงตอนสิ้นสุด”
พวกเขาจะมาและไปด้วยความสมัครใจของเขาเอง ไม่มีเรื่องของเงินทอง ยกตัวอย่าง
หากลูกพบใครบางคนที่ต้องการที่จะมอบของขวัญให้กับลูก ลูกไม่สามารถรับสิ่งนั้นได้
ลูกสามารถใช้สิ่งนั้นเพื่องานรับใช้ แต่ลูกไม่สามารถรับสิ่งนั้นเพื่อตนเอง
พ่อพูดว่า: พ่อจะทำอะไรกับการบริจาคของลูกหรือ? พ่อจะต้องให้การตอบแทนเต็มที่แก่ลูก
พ่อคือนายหน้าค้าหุ้นที่ฉลาดอย่างยิ่ง อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
อย่าได้ทำการกระทำที่ผิดใดด้วยการกลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
ทำความเพียรพยายามอย่างเต็มที่ที่จะกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
เฝ้าแต่เปลี่ยนแปลงแก้ไขลักษณะนิสัยของลูก
2.
กลับมาอ่อนหวานและเยือกเย็นมากๆ
ขจัดวิญญาณปีศาจร้ายของความโกรธและความผูกพันยึดมั่นออกจากภายในตัวลูก
พร:
ขอให้ลูกเก็บบันทึกประวัติของการให้ความเคารพนับถือของลูกให้ดี
และให้ทานความสุขที่ดีเยี่ยมในฐานะที่เป็นดวงวิญญาณบุญ ในเวลานี้
ลูกทั้งหมดในทุกหนแห่งต้องเก็บบันทึกประวัติของการให้ความเคารพนับถือให้ดี
แล้วบันทึกประวัตินี้ก็จะแสดงออกในทุกหนแห่ง
ให้ความเคารพนับถือและได้รับความเคารพนับถือ
ให้ความเคารพนับถือต่อผู้ที่อ่อนวัยกว่า ให้ความเคารพนับถือผู้ที่อาวุโสกว่า
ให้บันทึกประวัติของการให้ความเคารพนับถือของลูกถูกเก็บไว้ในตอนนี้
แล้วลูกจะกลายเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่และเป็นดวงวิญญาณบุญผู้ประทานความสุข
การทำให้บางคนมีความสุขด้วยการให้ความเคารพนับถือแก่เขา คือการกระทำบุญที่ยิ่งใหญ่
นี่คืองานรับใช้ที่แท้จริง
คติพจน์:
ก้าวไปขณะที่พิจารณาว่าทุกขณะเป็นช่วงเวลาสุดท้าย และลูกจะคงอยู่อย่างพร้อมเสมอ
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
ทำให้รากฐานแห่งศรัทธาของลูกแข็งแกร่ง
และคงอยู่อย่างไม่ขลาดกลัวและไร้กังวลอย่างสม่ำเสมอ
เช่นที่มีวิชาของความรู้ ดังนั้นจึงมีวิชาของงานรับใช้ด้วยเช่นกัน
และเพียงผู้ที่สติปัญญาของพวกเขาซื่อสัตย์เท่านั้นที่จะสามารถประกาศสิทธิ์ในอันดับข้างหน้า
ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จงกำหนดตารางเวลาสำหรับตัวลูกเอง สร้างบันทึกประจำวันของลูก
เพราะลูกคือดวงวิญญาณที่มีความรับผิดชอบ ลูกไม่ใช่ดวงวิญญาณธรรมดา
แต่เป็นดวงวิญญาณผู้ให้คุณประโยชน์โลก ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยิ่งใหญ่เพียงใด
ตารางเวลาประจำวันของเขาก็ถูกกำหนดไว้ตามนั้น
คำพูดที่สูงส่งอันล้ำค่าของมาเตชวารี
1)
การขยายตัวของมายาที่ทาโมกุนี:
มีคำสามคำที่ใช้ “สาโทกุนี ราโจกุนี และ ทาโมกุนี”
แต่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจคำเหล่านี้อย่างถูกต้องแม่นยำ
ผู้คนคิดว่าคุณสมบัติทั้งสามเหล่านี้มีอยู่ในเวลาเดียวกัน แต่เหตุผลบอกอะไรกับเรา?
คุณสมบัติทั้งสามเหล่านี้อยู่ในเวลาเดียวกันต่อไปไหม
หรือว่าส่วนหนึ่งของแต่ละคุณสมบัติทั้งสามแยกกันในแต่ละยุค?
เหตุผลกล่าวว่าคุณสมบัติทั้งสามเหล่านี้ไม่ได้ดำรงอยู่ในเวลาเดียวกัน
เมื่อเป็นยุคทอง(สัตยุค) มันเป็นสาโทกุนี เมื่อเป็นยุคทองแดงเป็นราโจกุนี
และเมื่อเป็นยุคเหล็กก็เป็นทาโมกุนี เมื่อเป็นสาโทแล้วก็ไม่เป็นราโจหรือทาโม
เมื่อเป็นราโจ ก็ไม่เป็นสาโทกุนี
ผู้คนเฝ้าแต่เชื่อว่าทั้งสามคุณสมบัติเหล่านี้ยังคงดำรงอยู่ในเวลาเดียวกัน
เป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงที่พูดเช่นนี้ พวกเขาเชื่อว่า
เมื่อคนหนึ่งกำลังพูดสัจจะและไม่ได้ทำบาปใดๆ เขานั้นสาโทกุนี แต่เหตุผลบอกเราว่า
เมื่อเราพูดว่าสาโทกุนี มันหมายความว่ามีความสุขที่สมบูรณ์ นั่นคือทั้งโลกสาโทกุนี
ลูกไม่สามารถพูดว่าคนที่พูดสัจจะนั้นสาโทกุนี
และคนที่พูดโกหกนั้นเป็นยุคเหล็กและทาโมกุนี โลกเฝ้าแต่ดำเนินไปในลักษณะนี้
เมื่อเราพูดว่ามันเป็นยุคทอง นั่นหมายความว่าทั้งโลกนั้นสาโทกุนีและสาโทประธาน ใช่
เคยมียุคทองเช่นนั้นในช่วงเวลาหนึ่งเมื่อทั้งโลกเคยสาโทกุนี
ยุคทองนั้นไม่ดำรงอยู่ในเวลานี้
เวลานี้คือโลกยุคเหล็กซึ่งหมายความว่าทั้งโลกคืออาณาจักรที่ทาโมประธาน
จะสามารถมีสิ่งใดที่สาโทกุนีในโลกทาโมประธานนี้ได้อย่างไร?
เวลานี้เป็นความมืดมิดอย่างยิ่ง ซึ่งเรียกว่ากลางคืนของบราห์มา
กลางวันของบราห์มาคือยุคทอง และกลางคืนของบราห์มาคือยุคเหล็ก
ดังนั้นเราไม่สามารถรวมทั้งสองเข้าด้วยกันได้
2)
การพาลูกจากโลกยุคเหล็กที่ไร้รสชาตินี้ไปสู่โลกยุคทองที่เปี่ยมไปด้วยสาระนั้นเป็นงานของพระเจ้าเพียงผู้เดียว:
เหตุใดโลกยุคเหล็กนี้จึงถูกเรียกว่าโลกที่ไร้รสชาติ? เพราะโลกนี้ไม่มีแก่นสารใดๆเลย
นั่นคือไม่มีสิ่งใดมีพละกำลังหลงเหลืออยู่ นั่นคือ ไม่มีความสุข ความสงบ
หรือความบริสุทธิ์; ไม่มีความสุข ความสงบ และความบริสุทธิ์ที่เคยมีในโลก
ไม่มีพละกำลังนั้นอีกต่อไป เพราะโลกนี้มีกิเลสทั้งห้า
ดังนั้นโลกนี้จึงถูกเรียกว่ามหาสมุทรแห่งความกลัว และมหาสมุทรแห่งบ่วงกรรม
เหตุนี้เองผู้คนจึงไม่มีความสุขและร้องเรียกหาพระเจ้า “พระเจ้า
โปรดพาเราข้ามมหาสมุทรไปยังอีกฝั่งหนึ่งเถิด”
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามีโลกที่ปราศจากความกลัวอย่างแน่นอน
นั่นคือมีโลกที่ปราศจากความกลัวที่พวกเขาต้องการจะไป
เหตุนี้เองโลกนี้จึงถูกเรียกว่ามหาสมุทรแห่งบาป ซึ่งพวกเขาต้องการที่จะจากไป
และข้ามไปยังโลกของดวงวิญญาณบุญ ดังนั้นจึงมีสองโลก:
หนึ่งคือโลกยุคทองที่เปี่ยมไปด้วยสาระ และอีกหนึ่งคือโลกยุคเหล็กที่ไร้รสชาตินี้
โลกทั้งสองดำรงอยู่บนผืนดินนี้
เวลานี้พระเจ้ากำลังก่อตั้งโลกที่เปี่ยมไปด้วยสาระนั้น อัจชะ