11.01.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
20.10.2008 Om Shanti Madhuban
จงเป็นเพชรพลอยแห่งความพอใจและกระจายลำแสงแห่งความพอใจออกไปในโลก
คงอยู่อย่างพอใจและทำให้ทุกคนพอใจ
วันนี้บัพดาดากำลังมองดูเพชรพลอยแห่งความพอใจของท่าน ผู้ที่อยู่อย่างพอใจอยู่เสมอ
ประกายที่แสนจะงดงามเช่นนั้นกำลังเปล่งประกายทุกหนแห่งผ่านประกายของแต่ละเพชรพลอยและทุกๆเพชรพลอยแห่งความพอใจ
แต่ละเพชรพลอยแห่งความพอใจนั้นเป็นที่รักยิ่งของพ่อ เป็นที่รักของทุกคน
และเป็นที่รักของตัวเองด้วยเช่นกัน ทุกคนรักความพอใจ
ความพอใจนั้นคือการเต็มเปี่ยมไปด้วยการได้มาซึ่งทุกสิ่งเสมอ
เพราะที่ใดมีความพอใจที่นั่นจะไม่มีสิ่งใดที่ยังไม่บรรลุผล
ดวงวิญญาณที่พอใจย่อมมีธรรมชาติของความพอใจโดยธรรมชาติ
พลังของความพอใจจะกระจายความพอใจออกไปในบรรยากาศในทุกหนแห่งได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ
ใบหน้าและดวงตาของดวงวิญญาณเช่นนั้นจะกระจายคลื่นของความพอใจออกไปในบรรยากาศ
ที่ใดมีความพอใจ ที่นั่นคุณสมบัติพิเศษอื่นๆก็จะตามมาโดยอัตโนมัติ
ความพอใจเป็นของขวัญพิเศษจากพ่อในยุคบรรจบพบกัน
สภาพของการมีความพอใจนั้นมีชัยชนะในสภาพภายนอกเสมอ
สถานการณ์ภายนอกเฝ้าแต่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
แต่พลังของความพอใจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอยู่เสมอ
ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะมาอยู่เบื้องหน้าลูกมากมายเพียงใด ในทุกขณะ
มายาและธรรมชาติจะถูกมองเห็นว่าเป็นเหมือนกับการแสดงหุ่นกระบอกเบื้องหน้าเพชรพลอยแห่งความพอใจ
ดังนั้นดวงวิญญาณที่มีความพอใจจะไม่มีวันทุกข์ระทม
การแสดงของสถานการณ์ภายนอกนั้นจะสัมผัสว่าเป็นเหมือนกับความบันเทิง
เพื่อที่จะได้สัมผัสกับความบันเทิงนี้
ให้ที่นั่งของสภาพของลูกเป็นที่นั่งของผู้สังเกตการณ์ที่ละวางเสมอ
สิ่งนี้จะให้ประสบการณ์ของความบันเทิงแก่ลูก ไม่ว่าฉากจะเปลี่ยนแปลงไปมากมายแค่ไหน
ดวงวิญญาณที่พอใจ
ผู้ซึ่งมั่นคงอยู่บนที่นั่งของผู้สังเกตการณ์ที่ละวางสามารถที่จะเปลี่ยนทุกสถานการณ์ภายนอกได้ด้วยสภาพของตนเองโดยการเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง
ดังนั้นลูกแต่ละคนต้องตรวจสอบตนเองว่า ฉันพอใจอยู่เสมอหรือไม่? เสมอหรือไม่?
ลูกพอใจเสมอหรือแค่บางครั้งเท่านั้น?
สำหรับทุกพลัง สำหรับความสุข และสำหรับการที่ลูกจะกลายเป็นแสงที่เบาสบายและโบยบิน
บัพดาดาบอกลูกๆเสมอว่าให้จดจำคำว่า “สะดา” (เสมอ) ไว้เสมอ คำว่า “บางครั้ง”
ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของชีวิตบราห์มิน เพราะความพอใจหมายถึงการได้มาซึ่งทุกสิ่ง
ที่ใดมีการได้มาซึ่งทุกสิ่ง ที่นั่นย่อมไม่มีคำว่า 'บางครั้ง'
ดังนั้นลูกคือผู้ที่มีประสบการณ์อยู่เสมอ หรือลูกนั้นยังคงเพียรพยายามอยู่?
ลูกแต่ละคนได้ถามตนเองในสิ่งนี้หรือไม่? ลูกเคยตรวจสอบตนเองไหม?
เพราะลูกทุกคนคือลูกผู้เป็นที่รักเป็นพิเศษ ที่แสนหวาน น่ารัก
และเป็นลูกที่ให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงตนเองของพ่อ ลูกเป็นเช่นนั้นใช่ไหม?
เป็นเช่นนั้นไหม? ลูกสัมผัสตัวเองในทำนองเดียวกันกับที่พ่อมองเห็นลูกไหม? ยกมือขึ้น
ผู้ที่อยู่อย่างพอใจตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงแค่บางครั้ง ลูกจำคำว่า “สดา”
ได้ใช่หรือไม่? ลูกกำลังยกมือขึ้นอย่างช้าๆ ดี ดีมาก
มีเพียงลูกไม่กี่คนเท่านั้นที่ยกมือขึ้น
และลูกยกมือขึ้นหลังจากที่พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว อย่างไรก็ตาม
บัพดาดาได้ดึงความสนใจของลูกช้ำแล้วซ้ำเล่า
เวลานี้มองดูทั้งเวลาและตนเองด้วยเช่นกัน
ตรวจสอบความเร็วของเวลาและความเร็วของตนเอง
ลูกต้องสอบผ่านด้วยเกียรตินิยมใช่หรือไม่? ลูกแต่ละคนควรจะคิดว่า: ฉันคือราชดูลา (ลูกที่สูงส่งผู้เป็นที่รักยิ่งของพ่อ)
ลูกคิดว่าตนเองเป็นลูกที่สูงส่งใช่ไหม?
บัพดาดาให้ความรักและความระลึกถึงอะไรแก่ลูกทุกวัน? “ลูกๆผู้เป็นที่รัก”
แล้วใครคือลูกผู้เป็นที่รัก? คือลูกที่ทำตามพ่อ และมันง่ายมากๆที่จะทำตาม
มันไม่ได้ยากเลย หากลูกทำตามเพียงหนึ่งประเด็น
ลูกก็จะทำตามในประเด็นอื่นๆทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย
เป็นเพียงหนึ่งบรรทัดที่พ่อเตือนลูกทุกวัน ลูกจำได้ใช่ไหม?
ให้คิดว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและจดจำฉันพ่อของลูก เป็นเพียงแค่บรรทัดเดียวใช่หรือไม่?
และเป็นดวงวิญญาณที่จดจำสิ่งนั้นไว้
ผู้ที่ได้รับสมบัติที่มีค่าจากพ่อไม่สามารถอยู่ได้โดยที่ไม่ได้ทำงานรับใช้
เพราะพวกเขาได้มาซึ่งการบรรลุผลมากมายและมีสมบัติที่มีค่าอันไร้ขีดจำกัด
ลูกคือลูกๆของผู้ประทาน ลูกไม่สามารถอยู่ได้โดยที่ไม่ให้ผู้อื่น
และลูกๆส่วนใหญ่ได้รับสมญาอะไร? “ดับเบิ้ลฟอร์เรนเนอร์” ดังนั้นสมญาของลูกเองคือ “ดับเบิ้ล”
หรือสองเท่า เมื่อเห็นลูกทุกคน บัพดาดาจึงพอใจและร้องเพลงโดยอัตโนมัติเสมอว่า “ว้า
ลูกๆของพ่อ ว้า” นี่เป็นสิ่งที่ดี ลูกมาจากประเทศต่างๆทั้งหลายโดยเครื่องบินไหน?
ในทางกายภาพ ลูกอาจเดินทางมาในเครื่องบินลำใดก็ได้
แต่บัพดาดากำลังมองเห็นเครื่องบินไหน?
ลูกทั้งหมดได้มาถึงบ้านที่น่ารักของลูกในเครื่องบินแห่งความรักที่ลึกล้ำแล้ว
วันนี้บัพดาดากำลังให้พรแก่ลูกทุกคนว่า: โอ้ ลูกที่น่ารัก ผู้เป็นที่รัก
จงเป็นเพชรพลอยแห่งความพอใจเสมอ และกระจายลำแสงแห่งความพอใจออกไปในโลก
อยู่อย่างพอใจและทำให้ผู้อื่นพอใจ ลูกบางคนพูดว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะอยู่อย่างพอใจ
แต่การทำให้ผู้อื่นพอใจนั้นรู้สึกจะยากเล็กน้อย
บัพดาดารู้ว่าหากลูกต้องการทำให้แต่ละดวงวิญญาณและทุกดวงวิญญาณพอใจ
วิธีการสำหรับเรื่องนั้นง่ายมาก
ถ้าใครบางคนไม่พอใจกับลูกและยังคงอยู่อย่างไม่พอใจกับลูก
ยังไงบุคคลนั้นก็ไม่พอใจกับลูกอยู่ดี
อย่างไรก็ตามลูกเองก็ได้รับอิทธิพลของความไม่พอใจของพวกเขาบ้างไม่มากก็น้อยเช่นกัน
ลูกมีความคิดที่ไร้ประโยชน์ใช่ไหม?
หากลูกทำให้ตัวเองเป็นตัวของสำนึกรู้ของมันตราที่บัพดาดาให้แก่ลูก
มันตราของความปรารถนาดีและความรู้สึกที่บริสุทธิ์แล้ว
ลูกจะไม่มีความคิดที่ไร้ประโยชน์ใดๆ
ลูกรู้ว่าใครบางคนเป็นอย่างนี้หรือเป็นอย่างนั้น
แต่ลูกก็ยังคงต้องสัมผัสประสบการณ์ของการละวางอยู่เสมอและละวางจากกระแสของคนๆนั้นและมีความรักต่อพ่ออยู่เสมอ
ถึงแม้ว่ากระแสของสภาพที่สูงส่งของลูกของการเป็นผู้ที่ละวางและมีความรักต่อพ่อนั้นจะไปไม่ถึงดวงวิญญาณนั้น
แต่กระแสเหล่านั้นก็จะกระจายไปในบรรยากาศอย่างแน่นอน
หากใครบางคนไม่เปลี่ยนแปลงตนเองและลูกได้รับผลกระทบจากดวงวิญญาณนั้นในรูปของความคิดที่ไร้ประโยชน์
แล้วความคิดของทุกคนก็จะกระจายไปในบรรยากาศเช่นกัน ดังนั้นจงละวาง มีความรักต่อพ่อ
และมีความรู้สึกที่เปี่ยมด้วยความเมตตาที่จะให้คุณประโยชน์และมีความรู้สึกที่บริสุทธิ์และมีความปรารถนาดีต่อดวงวิญญาณนั้นด้วย
หลายครั้งที่ลูกๆพูดว่า “เป็นเพราะคนนั้นทำผิด ฉันเลยต้องบอกพวกเขาด้วยความแรง”
ธรรมชาติและใบหน้าของลูกนั้นมีความแรงเล็กน้อย ดังนั้นคนนั้นทำผิด
แต่ความแรงที่ลูกแสดงออกมานั้นไม่ใช่ความผิดหรือ? คนนั้นทำผิดบางอย่าง
และลูกพูดอะไรบางอย่างที่รุนแรง และสิ่งนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นร่องรอยของความโกรธ
ถูกต้องไหม? ความผิดครั้งหนึ่งจะทำให้ความผิดอีกครั้งกลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องได้หรือ?
ตามเวลาในปัจจุบัน ลูกต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ
เมื่อลูกทำให้คำพูดของลูกนั้นรุนแรง
เพราะการพูดเสียงดังหรือการพูดในขณะที่รู้สึกเบื่อหน่ายและคิดว่าคนนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง
ก็เป็นร่องรอยของกิเลสอันดับที่สองด้วยเช่นกัน มีคำกล่าวว่า
คำพูดที่ออกมาจากปากของลูกควรจะเป็นเหมือนกับการปะพรมดอกไม้ คำพูดที่อ่อนหวาน
ใบหน้าที่มีรอยยิ้ม ทัศนคติที่อ่อนหวาน ดริชตีที่อ่อนหวาน
ความสัมพันธ์และการติดต่อที่อ่อนหวาน -
สิ่งเหล่านี้ก็เป็นวิธีการของงานรับใช้เช่นกัน ดังนั้น มองดูผลลัพธ์ หากพวกเขาทำผิด
พวกเขาก็ผิด และด้วยเป้าหมายที่จะทำให้พวกเขาเข้าใจ ไม่ใช่ด้วยเป้าหมายอื่นใด
เป้าหมายของลูกนั้นดีมากที่ลูกให้คำสอนและอธิบายแก่พวกเขา –
ผลลัพธ์ที่เห็นของสิ่งนั้นคืออะไร? คนนั้นเปลี่ยนแปลงไหม? อันที่จริงแล้ว
คนนั้นกลับกลัวมากยิ่งขึ้นที่จะมาอยู่เบื้องหน้าลูกในอนาคต
เป้าหมายที่ลูกตั้งไว้จึงไม่บรรลุผล และดังนั้น ความคิด คำพูด วิธีการพูด
และความสัมพันธ์และสายสัมพันธ์ของลูก
จงให้สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อ่อนหวานดีงามเสมอ นั่นคือยิ่งใหญ่เสมอ
เพราะทุกวันนี้ผู้คนต้องการเห็นชีวิตในทางปฏิบัติของลูก เมื่อลูกรับใช้ด้วยคำพูด
พวกเขาก็ได้รับอิทธิพลจากงานรับใช้ด้วยคำพูดเหล่านั้นและเข้ามาใกล้ชิด
และนั่นก็เป็นคุณประโยชน์ แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นความอ่อนหวาน ความยิ่งใหญ่
และความรู้สึกที่สูงส่งในทางปฏิบัติผ่านกิจกรรมและใบหน้าของลูก
พวกเขาก็จะได้รับแรงบันดาลใจสำหรับตนเองด้วยเช่นกัน
เช่นที่สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามเวลาในอนาคต
ในเวลานั้นลูกทุกคนจะต้องทำงานรับใช้ผ่านใบหน้าและพฤติกรรมของลูกให้มากขึ้น
ดังนั้นตรวจตนเองดูว่า
ซันสการ์ของทัศนคติและสายตาของความปรารถนาดีและความรู้สึกที่บริสุทธิ์ต่อดวงวิญญาณอื่นนั้น
เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของลูกและเป็นโดยธรรมชาติหรือไม่?
บัพดาดาปรารถนาที่จะเห็นลูกแต่ละคนเป็นลูกปัดของสร้อยประคำ
ลูกปัดของสร้อยประคำแห่งชัยชนะ
ดังนั้นลูกทุกคนคิดว่าตนเองจะเป็นผู้ที่เป็นลูกปัดของสร้อยประคำนั้นหรือไม่?
ลูกหลายคนคิดว่าเพียงลูกที่เป็นเครื่องมือเท่านั้นที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของสร้อยประคำของ
108 แต่บัพดาดาได้บอกลูกไปแล้วก่อนหน้านี้เช่นกันว่า 108
นั้นเป็นอนุสรณ์ของสร้อยประคำของความเลื่อมใสศรัทธา
อย่างไรก็ตามหากลูกแต่ละคนกลายเป็นลูกปัดแห่งชัยชนะแล้ว
บัพดาดาจะสร้างสายสร้อยประคำเพิ่มขึ้นอีกมากมายในพวงมาลัย
ในสร้อยประคำของหัวใจของพ่อ ลูกๆผู้มีชัยชนะแต่ละคนนั้นมีที่ของตนเอง
และนี่คือการรับประกันจากพ่อ เพียงแค่ทำให้ตนเองมีชัยชนะในความคิด คำพูด การกระทำ
พฤติกรรมและบนใบหน้าของลูก ลูกชอบสิ่งนี้ไหม? ลูกจะกลายเป็นสิ่งนี้ไหม?
บัพดาดานั้นรับประกันว่าท่านจะทำให้ลูกกลายเป็นลูกปัดของสร้อยประคำแห่งชัยชนะ
ใครจะกลายเป็นเช่นนั้น? โอเค
แล้วบัพดาดาก็จะเริ่มสร้างเส้นใยซ้อนเส้นใยภายในสร้อยประคำ
ดับเบิ้ลฟอร์เรนเนอร์ชอบสิ่งนี้ใช่ไหม?
เป็นหน้าที่ของพ่อที่จะนำลูกเข้าสู่สร้อยประคำแห่งชัยชนะและเป็นหน้าที่ของลูกที่จะกลายเป็นผู้มีชัยชนะ
เป็นเรื่องที่ง่ายดายใช่ไหม? หรือว่าเป็นเรื่องยาก? ลูกเห็นว่ามันยากไหม?
ผู้ที่เห็นว่ามันยาก ยกมือขึ้น! ลูกเห็นว่ามันยากไหม?
มีไม่กี่คนที่เห็นว่ามันยากเล็กน้อย บัพดาดาบอกว่า: เมื่อลูกพูดว่า “บัพดาดา”
แล้วด้วยการพูดว่าบาบา ลูกจะไม่ได้รับมรดกหรือ?
ในเมื่อลูกทุกคนมีสิทธิในมรดกและพ่อได้ให้มรดกแก่ลูกอย่างง่ายดาย –
มันเป็นเพียงเรื่องของหนึ่งวินาที - ลูกรู้และยอมรับ "บาบาของฉัน”
และพ่อพูดว่าอย่างไร? “ลูกของพ่อ” ดังนั้นลูกย่อมมีสิทธิในมรดกโดยธรรมชาติ
ลูกพูดว่า “บาบา” ใช่ไหม? ลูกทุกคนใช้คำพูดเดียวกันนี้ว่า “บาบาของฉัน”
เป็นเช่นนั้นไหม? เป็นบาบาของฉันไหม? ยกมือขึ้นสำหรับสิ่งนี้ ถ้าเป็นบาบาของฉัน
แล้วมันจะไม่เป็นมรดกของฉันด้วยหรืออย่างไร? ในเมื่อลูกพูดว่า "บาบาของฉัน”
มันก็ย่อมเป็น “มรดกของฉัน” ด้วยเช่นกัน และมรดกนั้นคืออะไร?
การกลับมาทัดเทียมกับพ่อ การเป็นผู้มีชัยชนะ
บัพดาดาเห็นว่าดับเบิ้ลฟอร์เรนเนอร์ส่วนใหญ่ชอบเดินจับมือกัน
มันเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งที่จะเดินจับมือกัน แม้กระทั่งตอนนี้พ่อถามว่า
มือของชีพบาบาคืออะไร? ท่านไม่มีมือของร่างกาย
และดังนั้นหากลูกกำลังจับมือของชีพบาบา มือนั้นคืออะไร? ศรีมัตคือมือของพ่อ
ดังนั้นเช่นเดียวกับที่ลูกชอบเดินจับมือกัน
แล้วในการเดินด้วยการให้มือของลูกอยู่ในมือของศรีมัตนั้นจะมีความยากลำบากอะไร?
ลูกได้เห็นพ่อบราห์มาแล้ว ลูกได้เห็นข้อพิสูจน์ในทางปฏิบัติแล้วว่า
ด้วยการดำเนินทุกย่างก้าวตามศรีมัต
ท่านได้ไปถึงจุดหมายปลายทางของการกลายเป็นเทวดาที่สมบูรณ์พร้อมของท่านอย่างไรใช่ไหม?
ท่านได้กลายเป็นเทวดาที่อะแวค ดังนั้นจงทำตามพ่อ ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเวลากลางคืน
บัพดาดาได้บอกศรีมัตสำหรับทุกย่างก้าวแก่ลูก ลูกควรตื่นนอนอย่างไร
ลูกควรจะเคลื่อนไปอย่างไร ลูกควรทำการกระทำอย่างไร ลูกควรมีความคิดอะไรในจิตใจ
และลูกควรจะใช้เวลาของลูกในทางที่สูงส่งอย่างไร
ลูกได้รับศรีมัตไปจนถึงเวลาที่ลูกเข้านอน ไม่จำเป็นต้องคิดด้วยซ้ำว่า
ฉันควรทำสิ่งนี้หรือไม่? เพียงแค่ทำตามพ่อบราห์มา
บัพดาดามีความรักที่ลึกล้ำในหัวใจของท่าน
บัพดาดาไม่ปรารถนาที่จะเห็นลูกแม้แต่คนเดียวที่ไม่เป็นผู้มีชัยชนะ
ไม่ได้กลายเป็นราชา ลูกแต่ละคนนั้นคือลูกผู้เป็นราชา
เป็นผู้มีอำนาจในการปกครองตนเอง เป็นนายของตนเอง
ดังนั้นอย่าได้ลืมอำนาจในการปกครองตนเองของลูก เข้าใจไหม?
บัพดาดาได้ให้สัญญาณหลายครั้งแล้วว่า ช่วงเวลาที่เปราะบางและช่วงเวลาของ “ทันทีทันใด”
กำลังอยู่ข้างหน้า
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพร้อมเสมอและมีประสบการณ์ของการอยู่อย่างปราศจากร่าง
ไม่ว่าลูกจะยุ่งแค่ไหน จงฝึกฝนที่จะปราศจากร่างในหนึ่งวินาทีนับจากนี้ไป
แม้กระทั่งในขณะที่ลูกกำลังยุ่งอยู่ ลูกบอกว่าลูกยุ่งมาก
แต่ถ้าลูกกระหายน้ำเมื่อลูกยุ่งมาก ลูกจะทำอย่างไร? ลูกจะดื่มน้ำใช่ไหม?
ลูกเข้าใจว่าลูกกระหายน้ำและดังนั้นจึงจำเป็นต้องดื่มน้ำ
บางครั้งบางคราวเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนที่จะอยู่ในสภาพที่ปราศจากร่างและสภาพที่มีจิตสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
เพราะในช่วงเวลาที่กำลังจะมาถึง
จะมีความจำเป็นที่จะต้องมีสภาพที่ไม่สั่นคลอนในช่วงเวลาของความปั่นป่วนทุกหนแห่ง
ดังนั้นหากลูกไม่ฝึกฝนสิ่งนี้ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเป็นระยะเวลาที่ยาวนานแล้ว
ลูกจะอยู่อย่างไม่สั่นคลอนในช่วงเวลาของความปั่นป่วนอย่างสุดขีดได้อย่างไร?
ตลอดทั้งวัน จงหาเวลาแม้กระทั่งหนึ่งหรือสองนาทีและตรวจสอบตนเองว่า
ลูกสามารถกลับมาปราศจากร่างด้วยสภาพของสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณของลูกตามเวลาได้หรือไม่?
ตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงตนเอง อย่าเพียงแค่ตรวจสอบตนเอง แต่จงเปลี่ยนแปลงตนเองด้วย
โดยการตรวจสอบการฝึกฝนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าและโดยการทบทวน
มันจะกลายเป็นสภาพที่เป็นธรรมชาติของลูก
ลูกมีความรักต่อบัพดาดาและลูกทุกคนยกมือในสิ่งนี้ ลูกมีความรักใช่หรือไม่?
ลูกมีความรักอย่างเต็มเปี่ยมไหม? ความรักเต็มเปี่ยมหรือว่ามันไม่สมบูรณ์ไหม?
ความรักนั้นไม่สมบูรณ์ใช่ไหม? ดังนั้นหากลูกมีความรัก แล้วคำสัญญาของลูกคืออะไร?
ลูกได้ให้คำสัญญาอะไรไว้? ลูกจะกลับบ้านไปด้วยกันหรือไม่?
ลูกจะกลับมาปราศจากร่างและกลับบ้านไปพร้อมกับพ่อหรือจะตามท่านไปในภายหลัง?
ลูกจะไปด้วยกันไหม?
และลูกจะอยู่กับท่านในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อนเป็นเวลาสั้นๆด้วยเช่นกัน
เพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น และแล้วลูกก็จะเข้ามาสู่ชาติเกิดแรกกับพ่อบราห์มา
ลูกได้ให้สัญญาในเรื่องนี้ไว้ใช่ไหม? ลูกสัญญาไว้ใช่ไหม?
บาบานั้นไม่ได้ทำให้ลูกยกมือขึ้นสำหรับสิ่งนี้ แต่เพียงแค่พยักหน้าก็พอ
ด้วยการยกมือ ลูกก็จะเหนื่อยล้า
ในเมื่อลูกกำลังจะไปกับท่านและจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แล้วพ่อจะนำใครไปกับท่าน?
พ่อจะนำผู้ที่ทัดเทียมกับท่านไปกับท่าน พ่อก็ไม่ชอบที่จะไปเพียงลำพังเช่นกัน
ท่านต้องการไปพร้อมกับลูกๆด้วย ดังนั้นลูกพร้อมที่จะไปกับท่านหรือไม่?
พยักหน้าตอบรับ ลูกพร้อมหรือไม่? ลูกทั้งหมดจะไปไหม? ลูกทั้งหมดพร้อมที่จะไปไหม?
ลูกสามารถไปได้เมื่อพ่อไปเท่านั้น ลูกจะไม่ไปในตอนนี้
ในตอนนี้ลูกยังต้องกลับไปยังต่างประเทศอยู่
พ่อจะออกคำสั่งและตีระฆังของการเป็นผู้เอาชนะความผูกพันยึดมั่นและเป็นตัวของการจดจำระลึกถึง
แล้วลูกก็จะเริ่มกลับไปกับท่าน ดังนั้นการเตรียมการณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?
สิ่งชี้บอกของความรักคือการกลับไปกับท่าน อัจชะ
บัพดาดากำลังสัมผัสว่าลูกแต่ละคนที่อยู่ห่างไกลนั้นอยู่ใกล้ชิดกับท่าน
ในเมื่อเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สามารถนำสิ่งที่อยู่ไกลให้เข้ามาใกล้ได้
ลูกสามารถที่จะมองเห็นและได้ยินสิ่งเหล่านั้น
ดังนั้นบัพดาดาก็กำลังเห็นลูกๆที่อยู่ห่างไกลว่าเป็นผู้ที่ใกล้ชิดที่สุดด้วยเช่นกัน
ลูกไม่ได้อยู่ห่างไกลเลย ลูกหลอมรวมอยู่ในหัวใจของท่าน
บัพดาดาหลอมรวมลูกๆที่มาที่นี่เป็นพิเศษสำหรับรอบนี้ในหัวใจของท่านและในดวงตาของท่าน
และกำลังมองเห็นลูกแต่ละคนเป็นผู้ที่จะกลับไปกับท่าน อยู่กับท่าน
และปกครองในอาณาจักรกับท่าน ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ลูกจะฝึกฝนอะไรครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดทั้งวัน? ตอนนี้ ในหนึ่งวินาที
ลูกไม่สามารถสัมผัสว่าตนเองมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
ละวางในสภาพที่ปราศจากร่างในขณะที่อยู่ในร่างกาย และมีความรักต่อพ่อได้หรือ?
ดังนั้นตอนนี้ในหนึ่งวินาที จงกลับมาปราศจากร่าง อัจชะ ฝึกฝนด้วยวิธีนี้
ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จงหาเวลาสักหนึ่งนาทีเป็นครั้งคราว
และดำเนินการทำให้การฝึกฝนนี้มั่นคงต่อไป
เพราะบัพดาดารู้ว่าช่วงเวลาที่จะมาถึงนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่น่าทุกข์ใจอย่างยิ่ง
ลูกทุกคนจะต้องให้สะกาช
และการให้สะกาชของลูกนั้นจะกลายเป็นความพยายามอย่างเข้มข้นของลูก ในเวลาอันสั้น
ลูกจะต้องให้พลังทั้งหมดผ่านสะกาช และผู้ที่ให้สะกาชในช่วงเวลาที่เปราะบางเช่นนั้น
ไม่ว่าลูกจะให้แก่คนจำนวนมากหรือน้อยเพียงใด
คนจำนวนมากมายเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้เลื่อมใสศรัทธาของลูกในยุคทองแดงและยุคเหล็ก
ดังนั้น ในยุคบรรจบพบกัน ลูกแต่ละคนก็กำลังสร้างผู้เลื่อมใสศรัทธาของลูกเช่นกัน
เพราะความสุขและความสงบที่ลูกให้พวกเขาจะหลอมรวมอยู่ในหัวใจของพวกเขา
และพวกเขาจะตอบแทนลูกในรูปของความเลื่อมใสศรัทธาของพวกเขา
ถึง ลูกๆผู้เป็นแสงในดวงตาของบัพดาดาทุกหนแห่ง
ถึงดวงวิญญาณผู้ยกระดับโลกและเป็นผู้ค้ำจุนของโลก ถึงลูกๆผู้เปลี่ยนแปลงโลก
ผู้เป็นนายผู้ขจัดความทุกข์และผู้ประทานความสุข ด้วยความรักอย่างมากมายจากหัวใจ รัก
ระลึกถึง จากหัวใจ และโปรดรับพรหลายล้านเท่า อัจชะ
พร:
ขอให้ลูกมีสิทธิทั้งหมดวงจรแล้ววงจรเล่า ด้วยสำนึกรู้ถึงรูปที่รวมกันของลูก
และความความซาบซึ้งของตำแหน่งของลูก
จงอยู่อย่างรวมกันด้วยสำนึกรู้ของ "ฉันกับบาบาของฉัน"
และจงตระหนักถึงตำแหน่งที่สูงส่งนี้อยู่เสมอ วันนี้ฉันเป็นบราห์มิน
และพรุ่งนี้ฉันจะกลายเป็นเทพ จงระลึกถึงมันตรา "ฮัม โซ โซ ฮัม" อยู่เสมอ
ด้วยการมีความซาบซึ้งและความสุขของสิ่งนี้ ลูกจะลืมโลกเก่าได้อย่างง่ายดาย
ลูกจะมีความซาบซึ้งอยู่เสมอว่าลูกเป็นดวงวิญญาณที่มีสิทธิทั้งหมดวงจรแล้ววงจรเล่า
ฉันเคยเป็นเช่นนี้ ฉันเป็นเช่นนี้ และฉันจะเป็นเช่นนี้วงจรแล้ววงจรเล่า
คติพจน์:
จงเป็นครูของตนเอง แล้วความอ่อนแอทั้งหมดจะจบสิ้นลงโดยอัตโนมัติ
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
ในเดือนอะแวคนี้
จงอยู่อย่างเป็นอิสระจากบ่วงพันธะและสัมผัสกับสภาพของการหลุดพ้นในชีวิต
โดยทั่วไปแล้ว
ไม่มีใครชอบอยู่ในบ่วงพันธะ แต่เมื่อลูกได้รับอิทธิพลจากบางสิ่ง
ลูกก็จะถูกผูกมัดด้วยบ่วงพันธะ
ดังนั้นจงตรวจสอบดูว่าลูกเป็นดวงวิญญาณที่ได้รับอิทธิพลหรือว่าลูกเป็นอิสระ
ความสุขของการหลุดพ้นในชีวิตคือตอนนี้
ในอนาคตจะไม่มีความแตกต่างระหว่างการหลุดพ้นในชีวิตกับในชีวิตที่อยู่ในบ่วงพันธะอีกต่อไป
ประสบการณ์ของการหลุดพ้นในชีวิตในเวลานี้สูงส่ง ลูกอยู่ในชีวิต
แต่เป็นอิสระและไม่ได้อยู่ในบ่วงพันธะ