17.10.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ
ที่แสนหวาน อย่าได้ยินสิ่งที่เลวร้าย ฟังพ่อเพียงผู้เดียวเท่านั้น
มีชีวิตเป็นเช่นดอกบัวในขณะที่อาศัยอยู่ที่บ้าน
คำถาม:
โดยการรู้ถึงการละเล่นใดอย่างถูกต้องที่ลูกจะไม่มีวันสับสน?
คำตอบ:
ผู้ที่รู้ถึงการละเล่นของความสุขและความทุกข์
ความรู้และความเลื่อมใสศรัทธาอย่างถูกต้องจะไม่เคยสับสน
ลูกรู้ว่าพระเจ้าไม่เคยสร้างความทุกข์ให้แก่ใคร
ท่านคือผู้ขจัดความทุกข์และผู้ประทานความสุข เมื่อทุกคนกลับมาไม่มีความสุข
ท่านจึงมาเพื่อปลดปล่อยพวกเขาจากความทุกข์ของพวกเขา
เพลง:
ใครมาที่นี่ในเวลาเช้าตรู่
โอมชานติ
ลูกๆ ได้ยินอะไร ลูกได้ยินเพลงของความเลื่อมใสศรัทธา
ความเลื่อมใสศรัทธาในภาษาอังกฤษคือปรัชญา
พวกเขาได้รับคำนำหน้าชื่อเช่นนั้นว่าดอกเตอร์-ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปริญญาเอก)
ผู้คนทั้งหนุ่มสาวและคนชราทุกคนรู้ถึงปรัชญา (ความเลื่อมใสศรัทธา)
เมื่อลูกถามใครก็ตามว่าพระเจ้าอยู่ที่ไหน
พวกเขาก็จะบอกว่าท่านอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง นั่นก็เป็นปรัชญาเช่นกัน
พ่อไม่ได้บอกอะไรกับลูกเกี่ยวกับคัมภีร์
ไม่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาใดสามารถถูกเรียกว่ามหาสมุทรแห่งความรู้
พวกเขาไม่มีความรู้นี้และพวกเขาก็ไม่ได้เป็นลูกของมหาสมุทรแห่งความรู้
ในบรรดาพวกเขาไม่มีใครรู้จักพ่อ มหาสมุทรแห่งความรู้
และพวกเขาก็ไม่ได้พิจารณาตนเองว่าเป็นลูกของท่าน
พวกเขาทั้งหลายกระทำความเลื่อมใสศรัทธาเพื่อที่จะพบพระเจ้า
แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้จักพระเจ้า
ดังนั้นพวกเขาจะได้รับประโยชน์อะไรจากการทำความเลื่อมใสศรัทธา?
หลายคนได้รับคำนำหน้าชื่อว่า ดอกเตอร์-ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปริญญาเอก)
พวกเขามีเพียงสิ่งเดียวที่อยู่ในสติปัญญาของพวกเขา สิ่งนั้นก็คือ
พระเจ้าอยู่ในทุกหนแห่ง พวกเขาพิจารณาว่านั่นเป็นปรัชญา
ด้วยสิ่งนี้ที่พวกเขาตกต่ำลงมา นั่นคือการประณามศาสนา
เราไม่สามารถโต้เถียงคัมภีร์กับคนอื่นได้ เราไม่ได้เรียนรู้สิ่งนี้จากมนุษย์
มนุษย์อื่นๆทั้งหมดเรียนรู้จากมนุษย์ด้วยกัน พวกเขาศึกษาพระเวทย์และคัมภีร์ ฯลฯ
กับมนุษย์ นั่นคือมนุษย์ที่เขียนสิ่งเหล่านั้น
เพียงพ่อทางจิตเท่านั้นที่ให้ความรู้นี้แก่ลูก
ท่านมาและอธิบายแก่ลูกเพียงครั้งเดียว เวลานี้เราไม่ต้องเรียนรู้สิ่งใดจากมนุษย์
เวลานี้ลูกต้องฟังเพียงพ่อทางจิตเท่านั้น เป็นลูกๆทางจิต ดวงวิญญาณที่รับฟังท่าน
มนุษย์ทั้งหมดเหล่านั้นถ่ายทอดสิ่งต่างๆกับมนุษย์ นี่เป็นความรู้จากพ่อทางจิต
ในขณะที่นั่นเป็นความรู้จากมนุษย์ บาบานี้ก็เป็นมนุษย์ที่มีตัวตนเช่นกัน
บอกพวกเขาว่า: พ่อทางจิตอธิบายโดยผ่านผู้นี้ ฉันจิตวิญญาณรับฟังท่าน
และแล้วฉันจิตวิญญาณก็ถ่ายทอดสิ่งนี้ให้แก่ผู้อื่นโดยผ่านร่างกายของฉัน
นี่คือความรู้ทางจิต อื่นๆทั้งหมดเป็นทางร่างกาย ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
พวกเขากราบไหว้บูชาร่างกาย พ่อพูดว่า
ลูกต้องไม่พิจารณาตนเองว่าเป็นมนุษย์หรือเป็นผู้เลื่อมใสศรัทธา
จงพิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อ พ่อของลูก ลูกดวงวิญญาณเป็นพี่น้องกัน
มีการจดจำกันมาว่าดวงวิญญาณได้อยู่แยกห่างจากดวงวิญญาณสูงสุดเป็นระยะเวลานาน
เราต้องไม่ฟังมนุษย์ ถ้าใครถามลูก จงบอกเขาว่า
ความรู้ของลูกนั้นไม่ได้มาจากคัมภีร์ใดๆ เราเรียกสิ่งนั้นว่าปรัชญา
นั่นคือพวกเขามีความรู้ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
พ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ให้ความรู้เพื่อการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์แก่ลูก
มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นได้รับการจดจำว่าเป็นผู้ประทานการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์สำหรับทุกคน
ลูกๆ ต้องไม่โต้เถียงกับใคร พ่อพูดว่า: พ่อคือผู้ทรงอำนาจของความรู้
มหาสมุทรแห่งความรู้ พ่อไม่ได้ถ่ายทอดคัมภีร์ใดๆ ฯลฯ ให้แก่ลูก
ความรู้นี้ของพ่อเป็นทางจิต ในขณะที่ความรู้อื่นๆ
ทั้งหมดเป็นความรู้เกี่ยวกับสิ่งทางกายภาพ
การชุมนุมทางจิตเหล่านั้นเป็นไปสำหรับหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
พ่อทางจิตนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกๆจิตวิญญาณ เหตุนี้เองลูกๆ
รู้สึกว่าเป็นความพยายามที่จะกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
เราดวงวิญญาณกำลังประกาศสิทธิ์ในมรดกของเราจากพ่อ
ลูกๆของพ่อจะกลายเป็นทายาทของที่นั่ง (ตำแหน่ง) ของพ่อของเขาอย่างแน่นอน
ลักษมีและนารายณ์ก็เป็นมนุษย์ที่มีร่างกายด้วยเช่นกัน
ลูกๆของพวกเขาได้รับมรดกของเขาจากพ่อทางร่างกายของเขา นี่คือสิ่งที่พิเศษสุด
ในยุคทองเช่นกันเป็นเรื่องของทางกายภาพ
ที่นั่นลูกจะไม่พูดว่าลูกได้รับมรดกจากพ่อทางจิตของลูก
สำนึกที่เป็นร่างนั้นจะต้องสลายไป ฉันเป็นดวงวิญญาณและฉันต้องจดจำระลึกถึงพ่อ
โยคะโบราณของบารัตนั้นเป็นที่จดจำ คำว่า “ยาด yaad” (จดจำระลึกถึง) เป็นคำภาษาฮินดี
ใครให้ความรู้นี้แก่ลูกในเวลานี้ ไม่มีมนุษย์คนใดที่รู้สิ่งนี้
เป็นเวลาชาติแล้วชาติเล่าที่มนุษย์ได้สนทนากับมนุษย์
เวลานี้พ่อทางจิตกำลังสนทนากับลูกๆทางจิต
จิตวิญญาณกำลังพูดและเหตุนี้เองจึงถูกเรียกว่าความรู้ทางจิต
พวกเขาพิจารณาว่ากีตะเป็นความรู้ทางจิตเช่นกัน
แต่พวกเขาได้พูดถึงชื่อของมนุษย์ที่มีร่างกายคือศรีกฤษณะในกีตะนั้น พ่อพูดว่า:
ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถมีความรู้นี้ได้ เมื่อใครก็ตามโต้แย้งกับลูก บอกเขาว่า
ความรู้ของท่านคือความเลื่อมใสศรัทธา เป็นความรู้จากคัมภีร์ที่เขียนขึ้นโดยมนุษย์
มีเพียงพ่อผู้เดียวมหาสมุทรแห่งความรู้เท่านั้นที่มีความรู้ที่แท้จริงนี้
พ่อเองเวลานี้กำลังให้ความรู้นี้แก่ลูก พ่อถูกเรียกว่าพ่อสูงสุด
ผู้เดียวที่ไม่มีตัวตนที่ได้รับการกราบไหว้บูชา
ถ้ามนุษย์ที่ไม่มีร่างกายอื่นๆได้รับการกราบไหว้บูชา พวกเขาก็เป็นลูกๆของพ่อเช่นกัน
ผู้คนสร้างซาลิแกรมจากโคลนและกราบไหว้บูชาสิ่งเหล่านั้น พวกเขาสร้างไฟบูชายัญ
ลูกรู้ว่าพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด อาศัยอยู่ในโลกที่ไม่มีตัวตน
เราดวงวิญญาณก็อาศัยอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน
มหาสมุทรแห่งความรู้นั้นมาและให้การหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์แก่ทุกคนโดยการพูดความรู้นี้
ท่านคือพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ผู้ที่อาศัยอยู่ไกลโพ้น
ดวงวิญญาณทั้งหมดซึ่งเป็นพี่น้องเพศชายได้รับบทบาท
และแล้วพวกเขาก็นำร่างกายมาใช้และกลายเป็นพี่น้องชายหญิง
ดวงวิญญาณทั้งหมดเป็นลูกๆของพ่อผู้เดียว
เมื่อดวงวิญญาณนำร่างกายมาใช้ในสวรรค์ก็มีความสุข ในขณะที่ในนรกมีความทุกข์
ทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้น? ได้มีการอธิบายว่ามีความรู้และความเลื่อมใสศรัทธา
นั่นคือกลางวันและนี่คือกลางคืน ความรู้นำมาซึ่งความสุข
และความเลื่อมใสศรัทธานำมาซึ่งความทุกข์ การละเล่นนี้ได้ถูกสร้างขึ้น
ไม่ใช่ว่าพระเจ้าจะให้ความสุขและความทุกข์
เมื่อพวกเขาไม่มีความสุขเท่านั้นที่ผู้คนจะร้องเรียกหาพระเจ้า
พวกเขาเข้าใจว่าท่านเป็นผู้ประทานความสุข
และแล้วเมื่อเวลาของความสุขของพวกเขาจบสิ้นลง
ความทุกข์จึงเริ่มขึ้นเพราะราวันกิเลสทั้งห้า การละเล่นนี้ต้องเข้าใจอย่างถูกต้อง
นี่คือความรู้ทางจิต ที่เหลือทั้งหมดคือความรู้ของสิ่งทางกายภาพ
เราไม่ต้องการที่จะฟังสิ่งนั้น เราได้รับคำสั่งว่า
รับฟังเพียงพ่อพ่อผู้ไม่มีตัวตนเท่านั้น พ่อพูดว่า: อย่าได้ยินสิ่งที่เลวร้าย
เราฟังพระเจ้าเท่านั้น ในขณะที่คุณฟังมนุษย์ มีความแตกต่างของกลางวันและกลางคืน
แม้แต่บัณฑิตที่ยิ่งใหญ่ฯลฯ ก็ศึกษาคัมภีร์
เราก็ได้ศึกษาคัมภีร์เหล่านั้นอย่างมากด้วยเช่นกัน เวลานี้พระเจ้าพูดว่า
ลูกมีกูรูมากมาย เวลานี้ปล่อยพวกเขาไปทั้งหมดและฟังสิ่งที่พ่อบอกลูก
พระเจ้าไม่มีตัวตนและชื่อของท่านคือชีวา เวลานี้เรารับฟังท่าน
พ่อเองมาให้คำแนะนำของตัวท่านเองแก่เรา และให้คำแนะนำของตอนต้น ตอนกลาง
และตอนจบของสิ่งสร้างของท่านแก่เรา
ดังนั้นทำไมเราถึงควรฟังสิ่งที่เกี่ยวกับคัมภีร์จากคุณ?
เราถ่ายทอดความรู้ทางจิตให้กับคุณ ฟังสิ่งนี้ถ้าคุณต้องการ
ไม่มีเรื่องที่จะทำให้เกิดความสับสน ทั้งโลกอยู่อีกด้านหนึ่ง
ในขณะที่มีลูกๆจำนวนน้อยมาก เวลานี้พ่อพูดว่า
จดจำพ่อและภาระของบาปบนลูกจะถูกขจัดออกไปและลูกจะกลับมาบริสุทธิ์
ผู้ที่กลับมาบริสุทธิ์จะกลายเป็นนายของโลกที่บริสุทธิ์
เวลานี้โลกเก่าจะต้องเปลี่ยนแปลง หลังจากยุคเหล็ก ยุคทองก็ต้องมา
ยุคทองคือโลกที่บริสุทธิ์
ในยุคเหล็กเท่านั้นที่ผู้คนร้องเรียกหาพ่อให้มาและชำระโลกให้บริสุทธิ์
ดังนั้นเวลานี้พ่อมาแล้ว จดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอยู่เสมอ
เวลานี้โลกกำลังเปลี่ยนแปลง นี่คือชาติเกิดสุดท้ายของลูก
อาณาจักรปีศาจร้ายของโลกเก่านี้กำลังจะถูกทำลายและอาณาจักรของรามกำลังถูกก่อตั้งขึ้นมา
ด้วยเหตุนี้เองลูกต้องกลับมาบริสุทธิ์เช่นดอกบัวในชาติเกิดสุดท้ายนี้ขณะที่อาศัยอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูก
นี่คือมหาสมุทรแห่งยาพิษ ดอกบัวนั้นอยู่เหนือน้ำ
ดังนั้นเวลานี้ลูกต้องกลับมาบริสุทธิ์เหมือนดอกบัวในขณะที่อาศัยอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูก
ลูกๆรู้ว่าเรากำลังก่อตั้งอาณาจักร เวลานี้ทั้งโลกต้องเปลี่ยนแปลง
ผู้ก่อตั้งศาสนาเหล่านั้นเพียงแค่ก่อตั้งศาสนาของพวกเขาเองเท่านั้น
ในตอนแรกพวกเขาบริสุทธิ์และแล้วพวกเขาก็กลับมาไม่บริสุทธิ์
มีเพียงสัตกูรูเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้ประทานการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์
มนุษย์รับเอากูรูมาเมื่อพวกเขาปรารถนาที่จะได้รับการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์
พ่อทางจิตให้ความรู้นี้แก่ลูกเมื่อมีบาปมากมาย
ลูกได้รับความรู้นี้ซึ่งเป็นผลของความเลื่อมใสศรัทธาจากพระเจ้าของลูก
พระเจ้าไม่ได้สอนลูกให้ทำความเลื่อมใสศรัทธา ท่านให้ความรู้แก่ลูก ท่านพูดว่า
จดจำพ่อผู้เดียวอยู่เสมอและบาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้อง
ไม่มีวิธีอื่นใดที่จะกลับมาบริสุทธิ์ ในโลกใหม่ทุกคนเป็นชาวสวรรค์
เวลานี้ในโลกเก่าทุกคนเป็นผู้อาศัยอยู่ในนรก และเหตุนี้เองพ่อจึงพูดว่า:
พ่อมาเพื่อยกระดับทุกคน พ่อมาและให้ความรู้ทางจิตนี้ พ่อให้คำแนะนำตัวพ่อเองว่า: “พ่อคือพ่อของลูก”
เวลานี้คือนรก โลกใหม่ถูกเรียกว่าสวรรค์
ลูกจะพูดได้อย่างไรว่าสวรรค์และนรกมีอยู่ที่นี่ (ในเวลาเดียวกัน)?
ผู้ที่มีความมั่งคั่งมากมายคิดว่าพวกเขาอยู่ในสวรรค์ สวรรค์คงอยู่ในโลกใหม่
สวรรค์จะคงอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? เหตุนี้เองเราจึงไม่ฟังมนุษย์ พ่อพูดว่า
หากลูกปรารถนาที่จะกลับมาสะโตประธานจากตาโมประธาน
และแล้วให้จดจำระลึกถึงพ่อเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ
ความรู้นี้ควรอยู่ในสติปัญญาของลูกตลอดทั้งวัน อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
รับฟังแต่สิ่งที่เป็นทางจิตวิญญาณจากพ่อผู้เดียวเท่านั้น
อย่าได้โต้เถียงกับใครเกี่ยวกับสิ่งใด
2.
ทำความพยายามที่จะกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
เพื่อที่จะกลับมาสะโตประธานจงอยู่ในการจดจำระลึกถึงพ่อผู้เดียว
พร:
ขอให้ลูกเป็นเทวดานางฟ้าดับเบิ้ลไลท์(เป็นแสงและเบาสบาย)ผู้ที่ให้ทานคุณธรรมผ่านการกระทำของลูก
ใบหน้าและการกระทำของลูกๆ
ผู้ที่ให้ทานคุณธรรมผ่านการกระทำของพวกเขามองเห็นเหมือนเป็นใบหน้าของเทวดานางฟ้า
พวกเขาสัมผัสว่าตนเองนั้นดับเบิ้ลไลท์ นั่นคือ พวกเขาเป็นแสง (สว่างไสว) และเบาสบาย
(ไร้น้ำหนัก) ด้วยเช่นกัน พวกเขาไม่รู้สึกว่าอะไรเป็นภาระ
พวกเขาสัมผัสกับความช่วยเหลือในทุกการกระทำเป็นราวกับว่าพลังบางอย่างกำลังทำให้พวกเขาเคลื่อนไป
เนื่องจากการเป็นผู้ให้ทานที่ยิ่งใหญ่ในทุกการกระทำของพวกเขา
พวกเขาจึงได้รับพรและความปรารถนาดีจากทุกคน
คติพจน์:
จงกลายเป็นดวงดาวแห่งความสำเร็จในงานรับใช้ที่ลูกทำ อย่าได้อ่อนแอ
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
โอบรับจิตวิญญาณของการยกระดับผู้อื่น และยกระดับผู้ที่ประณามลูก
ไม่ว่าดวงวิญญาณประเภทใดที่มาติดต่อกับลูก ไม่ว่าจะเป็นสโตกุนี หรือ ตโมกุนี
ก็มีความคิดที่บริสุทธิ์สำหรับทุกคนเสมอ ยกระดับแม้กระทั่งผู้ที่ประณามลูกเสมอ
อย่ามีสายตาของความไม่ชอบต่อดวงวิญญาณใดๆ
เพราะลูกรู้ว่าดวงวิญญาณนั้นตกภายใต้อิทธิพลเพราะไม่มีความรู้นี้
ลูกก็รู้ว่าดวงวิญญาณนั้นไม่มีความเข้าใจ
เราจะไม่มีวันไม่ชอบเด็กที่กระทำการโดยปราศจากความเข้าใจ
แต่จะมีความรู้สึกเมตตาและความรักต่อเด็กคนนั้นแทน
คำพูดอันล้ำค่าของมาเตชวารี
1)
พื้นฐานของชีวิตคือ ญาณ โยคะ และการปลูกฝังคุณธรรมที่สูงส่ง
ลูกมีศรัทธาว่าลูกได้รับความรู้นี้จากพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด
ความรู้นี้มีสามประเด็นหลักที่ลูกต้องให้ความใส่ใจอย่างเต็มที่ในความพยายามของลูก
ประการแรกคือโยคะ-การจดจำระลึกถึงพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอซึ่งบาปของเราจะถูกทำลาย
ประการที่สองคือความรู้นี้: ตอนเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบของโลกบราห์มัน
และทั้งโลกเป็นเช่นไร
เมื่อเรามีความรู้นี้เท่านั้นจึงสามารถมีการเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติในชีวิตของเราและเราสามารถสร้างรางวัลที่ดีสำหรับตัวเราเองได้
ประการที่สามคือคุณสมบัติของเราของการกลับมาเต็มไปด้วยคุณธรรมทั้งหมด 16
องศาสมบูรณ์ และแล้วเราจะกลายเป็นเทพได้
เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราที่จะต้องใส่ใจกับสามประเด็นนี้ในขณะที่เดินและเคลื่อนไหวไปมา
ในขณะรับประทานอาหารและดื่ม ในชาติเกิดเดียวนี้เท่านั้นที่เรามีพลังของความรู้นี้
พลังของโยคะ และการปลูกฝังคุณธรรมที่สูงส่ง ทั้งสามสิ่งเชื่อมโยงกัน
เราไม่สามารถมีโยคะได้หากปราศจากความรู้นี้
และเราไม่สามารถสร้างสมคุณธรรมที่สูงส่งได้หากปราศจากโยคะ
ชีวิตของเราอยู่บนพื้นฐานของทั้งสามประเด็นเหล่านี้
และแล้วเมื่อนั้นเราจะสามารถจบสิ้นบัญชีบาปของเราและกระทำความดีได้
สิ่งนี้ถูกเรียกว่าชีวิตของพระเจ้า
2)
โยคะโบราณของบารัตสอนโดยพระเจ้า
โยคะของพระเจ้าของเรานี้เป็นที่รู้จักกันดีในบารัตว่าเป็นโยคะโบราณ
ทำไมโยคะนี้จึงถูกเรียกว่าโยคะที่ไม่มีวันสูญสลาย? เพราะถูกสอนโดยพ่อสูงสุด
ดวงวิญญาณสูงสุด ที่ไม่สูญสลาย
แม้ว่าดวงวิญญาณมนุษย์อื่นๆจะสอนโยคะและด้วยเหตุนี้จึงมีการเปิดอาศรมโยคะ
พวกเขาก็ไม่สามารถสอนโยคะโบราณนี้ได้ หากมีโยคะเช่นนั้น และแล้วพลังนั้นอยู่ที่ไหน?
ในแต่ละวันบารัตกลับมาอ่อนแอลงและนี่แสดงให้เห็นว่าโยคะของพวกเขาไม่สูญสลาย
เพียงผู้ที่ลูกมีโยคะเท่านั้นที่สามารถสอนโยคะนี้ได้ เราต้องไม่มีโยคะกับคนอื่น
แล้วพวกเขาจะสอนเราได้อย่างไร? เพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถทำงานนี้ได้
มีเพียงท่านเท่านั้นที่สามารถบอกความลับแก่เราได้ คนอื่นๆ
ยังคงพูดต่อไปว่าพวกเขาจะสอนโยคะให้เรา
เรารู้ว่าพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถสอนโยคะโบราณนี้แก่เรา
และก่อตั้งสุริยวงศ์และจันทราวงศ์ของอาณาจักรเทพ
พระเจ้ามาและสอนโยคะโบราณนี้แก่เราทุกวงจร ท่านพูดว่า: โอ้ดวงวิญญาณ จงมีโยคะกับพ่อ
พระเจ้าอยู่เสมอ และบาปของลูกจะถูกทำลาย อัจชะ