18.04.26       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน ลูกกำลังศึกษาเล่าเรียนกับพ่อเป็นการส่วนตัว เพื่อที่จะกลับมามีค่าต่ออำนาจในการปกครองยุคทอง ลูกต้องกลับมาบริสุทธิ์อย่างแน่นอน

คำถาม:
หน้าที่การงานของพ่อที่เพียงลูกๆ เท่านั้นที่รู้คืออะไร?

คำตอบ:
ลูกรู้ว่าพ่อของลูกคือพ่อ ครูและสัตกูรูด้วยเช่นกัน พ่อมาในยุคแห่งการบรรจบพบกันของวงจรเพื่อทำให้โลกเก่านั้นใหม่ เพื่อก่อตั้งศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปเดียว เวลานี้พ่อกำลังสอนเราลูกๆ เพื่อที่จะเปลี่ยนเราจากมนุษย์ไปเป็นเทพ นอกจากเราลูกๆ แล้วไม่มีใครอื่นที่รู้ถึงหน้าที่การงานของท่าน

เพลง:
ไม่มีใครพิเศษสุดเช่นเจ้าผู้ไร้เดียงสา

โอมชานติ
ความหมายของคำว่า “โอม ชานติ” ได้เคยมีการอธิบายแก่ลูกๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า “โอม” หมายถึงฉันคือดวงวิญญาณและนี่คือร่างของฉัน ร่างกายสามารถพูดด้วยเช่นกันว่า: “นี้คือดวงวิญญาณของฉัน” เช่นที่ชีพบาบาพูดว่า: “ลูกเป็นของพ่อ” และลูกๆ ก็พูดว่า: “บาบา ท่านเป็นของฉัน” ทำนองเดียวกัน ดวงวิญญาณก็พูดว่า: “ร่างของฉัน” และร่างก็จะพูดว่า: “ดวงวิญญาณของฉัน” ดวงวิญญาณรู้ว่าเขานั้นไม่สูญสลาย ร่างกายไม่สามารถทำสิ่งใดโดยที่ไม่มีดวงวิญญาณ ดวงวิญญาณมีร่างและพูดว่า: “อย่าได้รบกวนดวงวิญญาณของฉัน” “ดวงวิญญาณของฉันคือดวงวิญญาณบุญ” หรือ “ดวงวิญญาณของฉันคือดวงวิญญาณบาป” ลูกดวงวิญญาณรู้ว่าลูกเคยเป็นดวงวิญญาณบุญในยุคทอง ดวงวิญญาณนี้เองพูดว่า: “ฉันเคยสะโตประธาน เป็นทองแท้ในยุคทอง” ไม่ใช่ทองจริงๆ แต่ถูกกล่าวเช่นนี้และให้ตัวอย่าง ดวงวิญญาณของฉันเคยบริสุทธิ์และเป็นยุคทอง เวลานี้ดวงวิญญาณพูดว่า: “ฉันไม่บริสุทธิ์” ผู้คนในโลกไม่เข้าใจสิ่งนี้ ลูกได้รับศรีมัท เวลานี้ลูกๆ ดวงวิญญาณรู้ว่าลูกเคยสะโตประธาน และเวลานี้ได้กลับมาตาโมประธาน เป็นเช่นเดียวกันสำหรับทุกสิ่ง: วัยเด็ก วัยรุ่นและวัยชรา ทุกสิ่งกลับมาเก่าจากใหม่อย่างแน่นอน โลกเคยสะโตประธานและเป็นยุคทองในตอนต้นเช่นกัน และแล้วก็ได้กลายเป็นยุคเหล็กและตาโมประธาน และเหตุนี้เองทุกคนจึงไม่มีความสุข “สะโตประธาน” หมายถึงโลกที่ถูกเปลี่ยนแปลงแล้ว และ “ตาโมประธาน” หมายถึงโลกที่เสียหายไป ในเพลงเองก็มีคำกล่าวด้วยว่า: “ผู้เดียวที่เปลี่ยนแปลงโลกที่เสียไป” โลกเก่านั้นเสียไปเพราะเป็นอาณาจักรของราวันและทุกคนนั้นไม่บริสุทธิ์ ในยุคทองทั้งหมดนั้นเคยบริสุทธิ์ และถูกเรียกว่าโลกใหม่ที่ปราศจากกิเลส นี่คือโลกเก่าที่มีกิเลส เวลานี้คือยุคเหล็ก ไม่มีสิ่งใดเหล่านี้สอนไว้ในโรงเรียนหรือวิทยาลัย พระเจ้ามาและสอนราชาโยคะแก่ลูก “คำพูดของพระเจ้า” กล่าวไว้ในกีตะว่า: ศรีมัทภควัตคีตา “ศรีมัท” หมายถึงการกำหนดที่สูงส่ง พระเจ้านั้นคือผู้ที่สูงส่งที่สุดสูงสุดเหนือสิ่งใด ชื่อที่ถูกต้องของท่านคือชีวา ลูกจะไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่า “รูดร้าแจนที” หรือ “รูดร้าราตรี” ผู้คนพูดถึงชีพราตรี แต่ชีวานั้นไม่มีตัวตน ดังนั้นจะสามารถมีการฉลองวันเกิดของผู้เดียวที่ไม่มีตัวตนได้อย่างไร? การพูดถึงวันเกิดของศรีกฤษณะนั้นก็ดี เขาเป็นลูกของผู้นั้นผู้นี้ และเวลาและวันเกิดของเขาก็ได้มีการอ้างอิงไว้ ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อใดที่ชีวาเกิด สิ่งนี้ควรจะเป็นที่รู้ เวลานี้ลูกได้รับความเข้าใจแล้วว่าศรีกฤษณะเกิดในตอนเริ่มต้นยุคทองอย่างไร ลูกพูดว่าเคยเป็นสิ่งนั้นเมื่อ 5000 ปีที่แล้ว มีคำกล่าวด้วยเช่นกันว่าบารัตเคยเป็นดินแดนสุขาวดีเมื่อ 3000 ปีก่อนพระคริสต์ ก่อนหน้าชาวอิสลามก็มีจันทราวงศ์และก่อนหน้าพวกเขาก็เป็นสุริยวงศ์ คัมภีร์นั้นก็ได้ให้ระยะเวลาหลายแสนปีแก่ยุคทอง กีตะคือคัมภีร์หลัก เป็นไปด้วยกีตะที่ได้มีการก่อตั้งศาสนาเทพ สิ่งนั้นได้ดำเนินไปผ่านยุคทองและยุคเงิน นั่นหมายถึงศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปนั้นก่อตั้งขึ้นโดยพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ผ่านกีตะ และแล้วเป็นเวลาครึ่งวงจรที่ไม่ได้มีคัมภีร์อื่นใดและไม่มีผู้ก่อตั้งศาสนาใดๆ พ่อมาและเปลี่ยนบราห์มินเป็นเป็นเทพและนักรบ ซึ่งหมายถึงพ่อก่อตั้งสามศาสนา นี่คือศาสนาที่ก้าวกระโดด ระยะเวลานั้นสั้นมาก เพชรพลอยที่สูงส่งที่สุดของทุกคัมภีร์คือกีตะนั้นเป็นคำพูดโดยพระเจ้า พ่อไม่ได้กลับมาใช้ชาติเกิด ท่านเกิด แต่ท่านพูดว่า: พ่อไม่ได้เข้าไปในครรภ์ พ่อไม่ได้รับการหล่อเลี้ยง เด็กๆ ที่เกิดในยุคทองก็อยู่ในพระราชวังของครรภ์ ในขณะที่ในอาณาจักรของราวันพวกเขาต้องไปสู่กรงขังของครรภ์ การลงโทษสำหรับบาปนั้นก็จะได้รับการสัมผัสในกรงขัง พวกเขาทำสัญญาในครรภ์ว่าพวกเขาจะไม่ทำบาปใดอีกต่อไป แต่นี่คือโลกของดวงวิญญาณบาป ทันทีที่ทารกออกมา(เกิด) เขาก็เริ่มทำบาป คำสัญญาที่ได้ทำไว้นั้นก็ได้ถูกทิ้งไว้ที่นั่น ที่นี่หลายต่อหลายคนด้วยก็ได้สัญญาว่าพวกเขาจะไม่ทำบาปใดอีกต่อไป พวกเขาจะไม่ใช้ดาบของตัณหาราคะกับกันและกัน เพราะกิเลสนั้นสร้างความทุกข์ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น จนถึงตอนกลางและตอนจบ ไม่มียาพิษในยุคทอง ดังนั้นผู้คนที่นั่นจึงไม่ได้ทุกข์ทรมานกับความทุกข์ใด ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นจนถึงตอนกลางถึงตอนจบของ 21 ชาติเกิดของเขา เพราะเป็นอาณาจักรของพระเจ้า พ่อกำลังก่อตั้งอีกครั้ง การก่อตั้งควรจะเกิดขึ้นในยุคแห่งการบรรจบพบกันเท่านั้น ใครก็ตามที่มาเพื่อก่อตั้งศาสนาต้องไม่ได้ทำบาปใด เป็นเวลาครึ่งหนึ่งของช่วงเวลาของพวกเขาที่พวกเขาเป็นดวงวิญญาณบุญ และแล้วหลังจากครึ่งหนึ่งของเวลาของพวกเขา พวกเขาก็กลายเป็นดวงวิญญาณบาป ลูกคือดวงวิญญาณบุญในยุคทองและยุคเงิน และแล้วลูกก็กลายเป็นดวงวิญญาณบาป เมื่อดวงวิญญาณที่สะโตประธานลงมาจากเบื้องบน เขาไม่สามารถมีประสบการณ์ของการลงโทษ เมื่อดวงวิญญาณของพระคริสต์ได้มาเพื่อก่อตั้งศาสนาเขาก็ไม่สามารถที่จะมีประสบการณ์ของการลงโทษใด พวกเขาพูดว่าพระคริสต์ถูกตรึงกางเขน อย่างไรก็ตาม ดวงวิญญาณนั้นไม่ได้ทำกรรมที่เป็นบาปใด ร่างกายที่ดวงวิญญาณเข้าไปมีประสบการณ์ของความเจ็บปวด และอดทนต่อทุกสิ่ง ทำนองเดียวกันกับวิธีการที่บาบาเข้ามาในผู้นี้ บาบานั้นสะโตประธาน ความเจ็บปวดหรือความยากลำบากใดๆ นั้นก็เป็นผู้นี้ที่มีประสบการณ์ไม่ใช่ชีพบาบา ผู้เดียวนั้นเต็มไปด้วยความสงบและมีความสุขเสมอ ท่านนั้นสะโตประธานเสมอ อย่างไรก็ตามท่านยังคงต้องเข้าไปในร่างเก่านี้ ทำนองเดียวกันร่างกายที่ดวงวิญญาณพระคริสต์ได้เข้าไปนั้นก็สามารถมีประสบการณ์กับความเจ็บปวด แต่ดวงวิญญาณของพระคริสต์ไม่สามารถที่จะมีประสบการณ์ของความเจ็บปวดได้ เพราะเขานั้นยังคงต้องไปผ่านสภาพสะโต ราโจและตาโม ดวงวิญญาณใหม่นั้นลงมา และดังนั้นพวกเขาต้องมีประสบการณ์ของความสุขในครั้งแรกอย่างแน่นอน พวกเขาไม่สามารถจะมีประสบการณ์ของความทุกข์ในครั้งแรก นั่นไม่ใช่กฎ บาบากำลังนั่งในผู้นี้ ความยากลำบากใดๆก็ตามผู้นี้(บราห์มา)เป็นผู้สัมผัส ไม่ใช่โดยชีพบาบา อย่างไรก็ตามเพียงลูกเท่านั้นที่รู้สิ่งเหล่านี้ ไม่มีใครอื่นรู้สิ่งเหล่านั้น พ่อนั่งที่นี่และอธิบายความลับเหล่านั้นทั้งหมดแก่ลูก การสร้างเกิดขึ้นด้วยราชาโยคะที่ง่ายดายนี้ และแล้วก็ได้มีการจดจำสิ่งเดียวกันในหนทางความเลื่อมใสศรัทธา ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในยุคแห่งการบรรจบพบกันเป็นที่จดจำ ชีพบาบาได้รับการกราบไหว้บูชาเมื่อหนทางความเลื่อมใสศรัทธาเริ่มต้น ใครทำความเลื่อมใสศรัทธาก่อน? เมื่อลักษมีและนารายณ์ปกครองอาณาจักร พวกเขานั้นก็มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา และแล้วภายหลังเมื่อพวกเขาไปสู่หนทางบาป พวกเขาเปลี่ยนจากผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาเป็นผู้กราบไหว้บูชา พ่ออธิบายว่า: ก่อนอื่นควรไปสู่สติปัญญาของลูกๆ ว่าพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดที่ไม่มีตัวตนกำลังสอนลูกๆ ผ่านผู้นี้ ไม่สามารถจะมีสถานที่อื่นใดเช่นนี้ตลอดทั้งโลกที่ซึ่งพวกเขาจะอธิบายได้ในวิธีนี้ เพียงพ่อเท่านั้นที่มาและให้มรดกแห่งสวรรค์แก่บารัตอีกครั้ง ที่ด้านล่างสุดของภาพตรีมูรติ มีการเขียนไว้ว่า: อำนาจในการปกครองโลกของเหล่าเทพคือสิทธิ์โดยกำเนิดของลูกผู้สูงส่งของพระเจ้าผู้เป็นพ่อ ชีพบาบามาและให้มรดกของอำนาจในการปกครองสวรรค์ของลูกแก่ลูกด้วยการทำให้ลูกมีค่า ลูกรู้ว่าบาบากำลังทำให้ลูกมีค่า ลูกเคยไม่บริสุทธิ์ เมื่อลูกกลับมาบริสุทธิ์ ร่างเหล่านี้จะไม่คงอยู่ ลูกถูกทำให้ไม่บริสุทธิ์โดยราวัน และแล้วพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ชำระเราและทำให้เราไปเป็นนายของโลกที่บริสุทธิ์ ท่านคือมหาสมุทรแห่งความรู้และผู้ชำระให้บริสุทธิ์ บาบาที่ไม่มีตัวตนนั้นกำลังสอนเรา ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถศึกษาเล่าเรียนด้วยกัน เพียงลูกไม่กี่คนเท่านั้นกำลังนั่งที่นี่เป็นการส่วนตัว และลูกที่เหลือทั้งหมดก็เข้าใจว่าเวลานี้ชีพบาบากำลังนั่งในร่างของบราห์มาและให้ความรู้นี้ของตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของโลก พวกเขาจะได้รับมุรลีที่มีการเขียนแล้ว ไม่ได้เป็นเช่นนี้ในชุมนุมทางจิตอื่น เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการคิดค้นเครื่องบันทึกเทปและดังนั้นพวกเขาก็จึงส่งเทปคลาสเซทที่บันทึกแล้ว ผู้คนเหล่านั้นก็จะพูดว่ากูรูนั้นนี้กำลังถ่ายทอดสิ่งนี้ พวกเขามีมนุษย์เท่านั้นในสติปัญญาของพวกเขา สิ่งนั้นไม่ได้ใช้กับที่นี่ ที่นี่คือพ่อที่ไม่มีตัวตนผู้ที่เต็มไปด้วยความรู้ มนุษย์ไม่สามารถถูกเรียกว่าเต็มไปด้วยความรู้ มีคำกล่าวว่าพระเจ้าผู้เป็นพ่อนั้นเต็มไปด้วยความรู้ ความสงบ และความปีติ และดังนั้นต้องมีมรดกจากท่าน ลูกๆ ของท่านก็ต้องได้รับคุณธรรมของท่าน เวลานี้ลูกกำลังได้รับคุณธรรมเหล่านั้น เรากำลังสร้างสมคุณธรรมและกลายเป็นเช่นลักษมีและนารายณ์ ไม่ใช่ทุกคนจะกลายเป็นราชาหรือราชินี ได้มีการจดจำกันว่ามีราชา ราชินีและที่ปรึกษา ไม่มีที่ปรึกษาที่นั่น เพราะจักรพรรดิและจักรพรรดินีนั้นมีพลัง เป็นเมื่อพวกเขากลับมามีกิเลสที่พวกเขาต้องการที่ปรึกษาฯลฯ ก่อนหน้านั้นจะไม่ได้มีรัฐมนตรีฯลฯ นั่นคืออาณาจักรของราชาและราชินีเดียว เหตุใดพวกเขาจึงต้องการที่ปรึกษาเล่า? ในเมื่อพวกเขาเองนั้นเคยเป็นนาย พวกเขานั้นไม่ได้ต้องการที่จะได้รับคำปรึกษา นี่คือประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ อย่างไรก็ตามสิ่งนั้นต้องเข้าไปสู่สติปัญญาของลูกขณะที่กำลังเดินไปรอบๆ และทำทุกสิ่งที่พ่อให้การศึกษาแก่ลูกและกำลังสอนโยคะแก่ลูก อยู่ในการจาริกแสวงบุญแห่งการทรงจำระลึกถึง เวลานี้การละเล่นกำลังจะมาถึงจุดจบ เพราะเราเคยข้องแวะในกิเลส เราจึงได้กลายเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง และเหตุนี้เองจึงมีคำกล่าวว่า “ดวงวิญญาณบาป” ไม่ได้มีดวงวิญญาณบาปใดในยุคทอง มีแต่ดวงวิญญาณบุญเท่านั้นที่นั่น นั่นคือผลรางวัลสำหรับลูกที่ซึ่งเวลานี้ลูกกำลังทำความเพียรพยายาม ของลูกคือการจาริกแสวงบุญแห่งการทรงจำระลึกถึง สิ่งนั่นถูกเรียกว่าโยคะของบารัต แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่าโยคะหมายถึงการจดจำระลึกถึงที่ทำให้บาปนั้นได้รับการปลดเปลื้อง และแล้วลูกก็จะละร่างของลูกแล้วกลับบ้าน นั่นถูกเรียกว่าบ้านที่แสนหวาน ดวงวิญญาณพูดว่า: ฉันคือผู้อาศัยของดินแดนแห่งความสงบ เราได้มาจากที่นั่นอย่างปราศจากร่าง และนำร่างกายมาใช้ที่นี่เพื่อที่จะเล่นบทบาทของเรา ได้มีการอธิบายแล้วด้วยเช่นกันว่า กิเลสทั้งห้าถูกเรียกว่ามายา เหล่านี้คือวิญญาณปีศาจร้ายทั้งห้า มีวิญญาณปีศาจร้ายของตัณหาราคะและความโกรธและวิญญาณปีศาจร้ายอันดับหนึ่งคือสำนึกที่เป็นร่าง พ่ออธิบายว่า: กิเลสเหล่านี้ไม่ได้คงอยู่ในยุคทอง นั้นถูกเรียกว่าโลกที่ปราศจากกิเลส เป็นงานของพ่อเท่านั้นที่ทำให้โลกที่มีกิเลสนั้นปราศจากกิเลส ท่านผู้เดียวเท่านั้นที่ถูกเรียกว่าผู้ทรงอำนาจ มหาสมุทรแห่งความรู้และผู้ชำระให้บริสุทธิ์ เวลานี้ทุกคนเกิดผ่านการคดโกง เพียงในยุคทองเท่านั้นที่เป็นโลกที่ปราศจากกิเลส พ่อพูดว่า: เวลานี้ลูกต้องเปลี่ยนจากมีกิเลสเป็นปราศจากกิเลส พวกเขาถาม: เด็กๆ จะสามารถเกิดโดยที่ไม่มียาพิษนี้ได้อย่างไร? พ่ออธิบายว่า: เวลานี้คือชาติเกิดสุดท้ายของลูก ดินแดนของความตายกำลังจะจบสิ้นและหลังจากนั้นก็จะไม่มีผู้คนที่มีกิเลสใด เหตุนี้เองลูกต้องสัญญากับพ่อว่าลูกจะอยู่อย่างบริสุทธิ์ พวกเขาพูดว่า: บาบาฉันจะประกาศสิทธิ์ในมรดกของฉันจากท่านอย่างแน่นอน ผู้คนนั้นก็ถือสัตย์ปฏิญาณที่ผิดๆ พวกเขานั้นไม่รู้จักแม้กระทั่งพระเจ้าในชื่อที่พวกเขาได้ถือสัตย์ปฏิญาณไว้ พวกเขาไม่รู้ว่าท่านมาเมื่อไรหรืออย่างไร พวกเขาไม่รู้สิ่งใดเกี่ยวกับนาม รูป สถานที่และช่วงเวลาฯลฯ ของท่าน พ่อมาและให้คำแนะนำของท่านเอง เวลานี้ลูกกำลังได้รับคำแนะนำของท่าน ไม่มีใครในโลกรู้จักพระเจ้าผู้เป็นพ่อ พวกเขาเรียกหาท่านและกราบไหว้บูชาท่านด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาไม่รู้ถึงหน้าที่การงานของท่าน เวลานี้ลูกรู้ว่าพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดคือพ่อ ครูและสัตกูรูของลูก พ่อนี้ได้ให้คำแนะนำของท่านแก่ลูกด้วยตนเอง ท่านพูดว่า พ่อคือพ่อของลูก พ่อได้เข้ามาในร่างนี้ การก่อตั้งเกิดขึ้นด้วยประชาบิดาบราห์มา ของใคร? ของบราห์มิน และแล้วลูกๆ บราห์มินก็กลายเป็นเทพด้วยการศึกษาเล่าเรียน พ่อมาและเปลี่ยนลูกจากศูทรไปเป็นบราห์มิน พ่อพูดว่า: พ่อมาในยุคแห่งการบรรจบพบกันของวงจร วงจรนั้นยาว 5000 ปี วงจรโลกนี้เฝ้าแต่หมุนไป พ่อมาเพื่อทำให้โลกเก่านั้นใหม่ และก่อตั้งศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป และแล้วพ่อก็ทำลายศาสนาเก่าๆ ทั้งหมด พ่อสอนลูกๆ และลูกก็เปลี่ยนจากมนุษย์เป็นเทพเป็นเวลา 21 ชาติเกิด เหล่าเทพนั้นหมายถึง สุริยวงศ์ จันทราวงศ์และปวงประชาของพวกเขาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามลูกประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงส่งตามที่ลูกทำความพยายามมากเพียงไรเท่านั้นในเวลานี้ ไม่ว่าความพยายามใดก็ตามที่ลูกทำในเวลานี้จะดำเนินไปสำหรับทุกๆ วงจร ลูกเข้าใจว่าลูกทำความพยายามนั้นทุกวงจรและนั่นคือสถานภาพที่ลูกจะได้รับ ได้อยู่ในสติปัญญาของลูกๆ ว่าผู้เดียวที่ไม่มีตัวตนกำลังสอนลูก เพียงด้วยการจดจำท่านเท่านั้นที่บาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้อง บาปของลูกไม่สามารถที่จะได้รับการปลดเปลื้องโดยที่ไม่จดจำท่าน มนุษย์นั้นไม่รู้แม้กระทั่งว่าพวกเขานั้นใช้กี่ชาติเกิด บางคนได้เขียนเรื่องเล่าในคัมภีร์เกี่ยวกับ 8.4 ล้านชาติเกิด เวลานี้ลูกเข้าใจว่ามี 84 ชาติเกิด นี่คือชาติเกิดสุดท้ายของลูกและแล้วลูกก็จะไปสู่สวรรค์ ก่อนอื่นลูกจะไปสู่โลกที่ไม่มีตัวตนและแล้วก็ไปสู่สวรรค์ อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. อยู่อย่างมั่นคงในคำสัญญาที่ลูกได้ทำกับพ่อที่จะอยู่อย่างบริสุทธิ์ ลูกต้องได้รับชัยชนะเหนือวิญญาณปีศาจร้ายของตัณหาราคะและความโกรธฯลฯ อย่างแน่นอน

2. ขณะที่กำลังเดินเหินและกำลังทำทุกสิ่งให้จดจำพ่อผู้กำลังสอนลูก การละเล่นเวลานี้กำลังจบสิ้นลง ดังนั้นลูกต้องกลับมาบริสุทธิ์ในชาติเกิดสุดท้ายนี้อย่างแน่นอน

พร:
ขอให้ลูกกลับมาเต็มไปด้วยสมบัติที่มีค่าทั้งหมดและรับใช้ด้วยใบหน้าของลูกเป็นเช่นผู้รับใช้ที่แท้จริง

ลูกๆที่เต็มเปี่ยมด้วยสมบัติที่มีค่าทั้งหมดอย่างสม่ำเสมอ จะมีความซาบซึ้งของพระเจ้าที่ปรากฏให้เห็นในดวงตาของพวกเขาและบนหน้าผากของพวกเขา ใบหน้าของพวกเขาทำงานรับใช้ ไม่ว่าพวกเขาจะสะสมได้มากหรือน้อยก็มองเห็นได้บนใบหน้าของพวกเขา เมื่อใครบางคนเป็นของสกุลที่สูงส่งประกายและความซาบซึ้งนั้นจะปรากฏบนใบหน้าของเขาหรือเธอ ในทำนองเดียวกันให้ใบหน้าของลูกเปิดเผยให้เห็นทุกความคิดและการกระทำของลูก และแล้วลูกจะถูกเรียกว่าผู้รับใช้ที่แท้จริง

คติพจน์:
เก็บรักษาสมบัติของเวลาและความคิดของลูกไว้ และเพิ่มบัญชีของการสะสมของลูก

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: สร้างสมคุณธรรมของความอ่อนหวานและความถ่อมตนเพื่อกลับมายิ่งใหญ่

เมื่อลูกให้ขนมหวานแก่ใครสักคน ปากของเขาหรือเธอจะหวานเพียงชั่วครู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวลูกเองกลับมาอ่อนหวาน ลูกจะมีคำพูดอ่อนหวานบนริมฝีปากของลูกเสมอ เช่นเดียวกับที่ลูกกลับมามีความสุขเมื่อลูกได้กินหรือให้ขนมหวานแก่บางคน เช่นเดียวกันคำพูดที่อ่อนหวานก็ทำให้ลูกและผู้อื่นรู้สึกมีความสุข จงทำให้ปากของทุกคนหวานชื่นในวิธีนี้ จงให้ดริสตี คำพูด และการกระทำของลูกอ่อนหวานเสมอ