18.08.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ
ที่แสนหวาน อย่าได้เชื่อคำซุบซิบนินทาใดๆที่ลูกได้ยิน หากใครบางคนบอกสิ่งผิดๆแก่ลูก
ปล่อยให้สิ่งนั้นเข้าหูหนึ่งและออกอีกหูหนึ่ง
คำถาม:
อะไรคือสิ่งชี้บอกของลูกๆ ผู้ที่รักษาความสุขของความรู้นี้?
คำตอบ:
พวกเขาเฝ้าแต่หลอมบัญชีกรรมของความทุกข์ของการกระทำในอดีตของพวกเขาให้หายไปอย่างมีความสุข
เมื่อลูกมีความสุขของความรู้นี้ ลูกก็ลืมโลกของความเจ็บปวด ความโศกเศร้า
และความทุกข์ทรมาน สติปัญญาของลูกมีสำนึกรู้ว่า
เวลานี้ลูกกำลังจะไปสู่โลกแห่งความสุข ราวันสาปแช่งลูกและสร้างความทุกข์แก่ลูก
เวลานี้พ่อได้มาเพื่อนำลูกออกไปจากโลกของความเศร้าโศกและความทุกข์นี้
และพาลูกไปสู่โลกแห่งความสุขนั้น
เพลง:
จากการได้พบท่าน เราได้พบทั้งโลก ผืนดิน ท้องฟ้า ทุกสิ่งเป็นของเรา
โอมชานติ
ลูกๆทางจิตที่สุดแสนหวานได้ยินเพลงแล้ว ลูกๆควรจะขนลุกอย่างแน่นอน
เพราะมีคำกล่าวว่า ไม่มียาชูกำลังใดเป็นเหมือนกับยาชูกำลังของความสุข
เวลานี้ลูกๆทางจิตทั้งหมดได้พบกับพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดแล้ว
มีเพียงพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดเดียวเท่านั้นและลูกๆ รู้ว่าเมื่อผู้อื่นเป็นของพ่อ
และกลายเป็นลูกๆ ของท่าน พวกเขาก็จะขนลุกด้วย ลูกๆ รู้ว่าลูกเคยมีอาณาจักร
และแล้วลูกก็ได้สูญเสียมันไป เวลานี้ลูกกำลังประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรนั้นอีกครั้ง
นี่เป็นข่าวดีสำหรับชาวบารัต อย่างไรก็ตาม
นั่นก็เป็นเมื่อพวกเขารับฟังสิ่งนี้และเข้าใจอย่างดีมากเท่านั้น
นี่คือประเด็นของความสุขอย่างแท้จริง พ่อมาทุกๆวงจร
การเกิดของพ่อได้รับการจดจำที่นี่ เทศกาลทั้งหมดอ้างถึงเวลานี้
พ่อได้มาและแสดงหนทางที่ง่ายดายมากแก่ลูกแล้ว ผู้คนมีความทุกข์รูปแบบต่างๆมากมาย
เมื่อลูกมีความสุขของความรู้นี้ ความเจ็บปวดและความทุกข์ทั้งหมดก็หลอมหายไป
เมื่อใครบางคนที่ป่วยและใกล้จะหายดี ทุกคนก็รู้สึกมีความสุขมาก
โรคภัยและความทุกข์ก็ถูกลืม สมาชิกของครอบครัวของเขาเอง
ญาติฝ่ายสามีและเพื่อนฝูงของเขา ทั้งหมดก็มีความสุข
ลูกๆรู้ว่าลูกๆทั้งหมดเคยเป็นนายของโลก และแล้วราวันก็สาปแช่งลูก
นี่คือโลกของความเจ็บปวดและความทุกข์ แล้ววันพรุ่งนี้ก็จะเป็นโลกของความสุข
เมื่อโลกของความสุขเป็นที่จดจำ ความเจ็บปวดและความทุกข์ทั้งหมดก็ถูกลืม
นี่คือโลกที่ทาโมประธาน มีความทุกข์ทรมานของกรรมประเภทต่างๆมากมาย
มีการทำร้ายมากมายต่อผู้ไร้เดียงสา อุปสรรคประเภทมากมายก็เกิดขึ้น อุปสรรคเหล่านี้
และวันเหล่านี้ของความทุกข์ทรมานของกรรมจะคงอยู่เป็นระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น
พ่อได้ให้ความอดกลั้นแก่ลูก: เพียงไม่กี่วันเท่านั้นหลงเหลืออยู่
สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นในวงจรที่แล้วเช่นกัน บัญชีของความทุกข์ทรมานของกรรมต้องถูกสะสาง
เฝ้าแต่หลอมสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดให้หายไปในความสุข เพียงเฝ้าแต่จดจำพ่อและมรดก
อย่าได้ทำการกระทำผิดๆใด ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะมีการลงโทษที่รุนแรงยิ่งขึ้น
และสถานภาพของลูกก็จะถูกทำลาย เป็นหน้าที่ของลูกๆที่จะจดจำพ่อผู้เดียว พ่อพูดว่า:
จดจำพ่อและบาปของลูกก็จะถูกปลดเปลื้อง บัญชีกรรมของลูกจะได้รับการสะสาง
เวลาน้อยมากหลงเหลืออยู่ เฝ้าแต่ชำระสะสางบัญชีกรรมของลูก
เพราะลูกคือไม้เท้าสำหรับคนตาบอด
จดจำสิ่งนี้และเฝ้าแต่ชี้หนทางให้แก่ผู้อื่นเช่นกัน อุปสรรคมากมายจะมา
มากเท่าที่เป็นไปได้เฝ้าแต่บอกทุกคนให้จดจำพ่อ คำพูดเหล่านี้มีชื่อเสียงอย่างยิ่ง “มานมานะบาฟ”
หมายถึง: โอ ดวงวิญญาณ จดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ
และบาปในอดีตของลูกจะถูกเผาทิ้ง ไม่มีเรื่องของการอยู่อย่างสับสนเกี่ยวกับสิ่งนี้
เพียงแต่จดจำพ่อและลูกจะกลับมาสาโทประธานจากทาโมประธาน
ลูกรู้ว่าลูกเคยวนไปรอบวงจรของ 84 ชาติเกิดมาแล้ว ลูกเฝ้าแต่ไปรอบวงจรนี้
และจะเฝ้าแต่ทำเช่นนั้น นี่คือโลกเก่าและเหล่านี้คือเครื่องแต่งกายเก่า
จงลืมสิ่งเหล่านี้! นี่คือการสละละทิ้งที่ไม่มีขีดจำกัดของดวงวิญญาณ
การสละละทิ้งของพวกเขานั้นมีขีดจำกัด พวกเขาเพียงแต่ทิ้งบ้านและครอบครัวของพวกเขา
เหล่านั้นเป็นบทบาทของพวกเขาในละคร และมันจะซ้ำรอยอีกครั้ง
ทุกวินาทีที่ผ่านไปอยู่ในละคร แล้วละครเดียวกันนี้ก็จะซ้ำรอยอีกครั้ง
คัมภีร์ทั้งหมดคือตำราของหนทางความเลื่อมใสศรัทธา หลังจากความเลื่อมใสศรัทธา
ก็จะมีความรู้นี้ มันง่ายดายอย่างยิ่งที่จะอธิบายภาพบันไดแก่ใครก็ตาม
ลูกสามารถติดภาพหลักไว้ที่บ้านของลูก ตรีมูรตินั้นชัดเจนมาก บนสุดคือชีวา บราห์มา
วิษณุ และชางก้าคือผู้อาศัยของอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน
และแล้วก็มีพระเจ้าผู้ที่สูงสุดเหนือสิ่งใด
ลูกๆรู้ว่าสถานที่ซึ่งพ่ออาศัยอยู่ก็เป็นที่อยู่อาศัยของลูกๆดวงวิญญาณเช่นกัน
ไม่ว่าลูกจะเรียกสิ่งนั้นว่าดินแดนนิพพานหรือดินแดนแห่งความสงบ
นั่นก็เป็นสิ่งเดียวกัน ชื่อ ‘ดินแดนแห่งความสงบ’ นั้นถูกต้อง และ ‘ดินแดนนิพพาน’
หมายถึงดินแดนที่อยู่เหนือเสียง ซึ่งหมายถึงดินแดนแห่งความเงียบสงบ
นั่นคือดินเเดนแห่งความสงบ และแล้วก็มีดินแดนแห่งความสุข ความสงบ และความรุ่งเรือง
แล้วก็มีดินแดนของความทุกข์และความไม่สงบนี้
ในดินแดนแห่งความสุขนั้นมีทรัพย์สมบัติที่ไม่มีขีดจำกัด
วันนี้เป็นเช่นไรและวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร? วันนี้คือตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก
ขณะที่วันพรุ่งนี้จะเป็นตอนเริ่มต้นของยุคทอง มีความแตกต่างของกลางคืนและกลางวัน
มีคำกล่าวว่า:
กลางวันและกลางคืนของบราห์มาและบราห์มินผู้เป็นสิ่งสร้างที่เกิดจากปากของบราห์มา
เหล่าเทพอยู่ในกลางวันและศูทรอยู่ในกลางคืน ลูกๆ บราห์มินอยู่ในระหว่างกลาง
ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับยุคแห่งการบรรจบพบกันนี้ มนุษย์อยู่ในความมืดอย่างที่สุด
เป็นหน้าที่ของลูกๆ ที่จะพาทุกคนไปสู่ความสว่างอย่างยิ่ง
สงครามมหาภารตะเดียวกันนั้นอยู่เบื้องหน้าลูก เป็นที่จดจำว่า
ผู้ที่สติปัญญาไม่มีความรักในเวลาของการทำลายล้างจะถูกนำไปสู่การทำลาย
ขณะที่ผู้ที่มีสติปัญญาที่เต็มไปด้วยความรักในเวลาของการทำลายล้างจะถูกนำไปสู่ชัยชนะ
ลูกๆรู้ว่าบาบากำลังให้อาณาจักรเดียวกันนั้นแก่ลูกอีกครั้ง
ไม่มีใครสามารถขโมยอาณาจักรนั้นไปจากเราได้ ราวันเริ่มต้นอยู่ในยุคทองแดง
ราวันขโมยอาณาจักรของเราไป ดังนั้น พิจารณาว่าราวันคือศัตรูของลูก
เพียงหุ่นจำลองของศัตรูเท่านั้นที่ทำขึ้นและถูกเผา ราวันคือศัตรูที่เก่ามาก
แม้มีคำกล่าวว่า นี่คืออาณาจักรของราวัน มันก็ไม่ได้เข้าไปสู่สติปัญญาของใคร
ดังนั้นนี่จึงเรียกว่าความมืดอย่างที่สุด พ่อที่ไม่มีขีดจำกัดเต็มไปด้วยความรู้
ท่านถูกเรียกว่าผู้ประทานความรู้ ผู้ประทานดวงตาที่สูงส่ง เวลานี้ลูกๆ
ดวงวิญญาณแต่ละคนได้รับดวงตาที่สามของความรู้นี้แล้ว ก่อนหน้านี้ลูกไม่รู้สิ่งใดเลย
เวลานี้ลูกรู้ทุกสิ่ง พ่อคือมหาสมุทรแห่งความรู้
และดังนั้นอย่างแน่นอนที่ท่านจะพูดความรู้นี้ใช่ไหม?
ความรู้นี้สามารถถูกเปิดเผยได้อย่างไร หากพ่อไม่พูดความรู้?
ลูกเห็นว่าพ่อให้ความรู้นี้แก่ลูกที่ด้วยสิ่งนี้จึงมีการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลสถึงครึ่งวงจร
ความเลื่อมใสศรัทธาต้องดำเนินต่อไปเป็นเวลาครึ่งวงจร
เพียงในยุคแห่งการบรรจบพบกันเท่านั้นที่การหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลสเกิดขึ้นผ่านความรู้นี้
ไม่มีสิ่งใดของลูกๆที่จะสามารถอยู่อย่างซ่อนเร้นได้ พ่อพูดว่า:
เมื่อใดก็ตามที่ลูกทำการกระทำที่ผิดๆ ให้บอกบาบา
บาบารู้ว่ามากมายเฝ้าแต่ทำการกระทำที่ไม่ดี นี่คืออาณาจักรของราวัน มายาตบตีลูก
แต่ถึงกระนั้นหลายคนก็เฝ้าแต่ซ่อนเร้นทุกสิ่ง บาบาพูดว่า:
เมื่อใดก็ตามที่ลูกทำความผิด บอกบาบาเกี่ยวกับสิ่งนั้นในทันที
แล้วบาบาจะบอกวิธีการที่ลูกจะได้รับการปกป้องจากการกระทำนั้นในอนาคต
ไม่เช่นนั้นแล้วสิ่งนั้นก็จะเฝ้าแต่เพิ่มขึ้น ตัณหาราคะคือศัตรูที่เลวร้ายที่สุด
บางคนเขียนถึงบาบา: บาบา มีการต่อต้านมากมายจากมายา
ไม่มีลูกคนใดมีโยคะที่มั่นคงที่สามารถทำให้ลูกอยู่อย่างปลอดภัยจากมายาเลย
มีสำนึกที่เป็นร่างมากมาย หลายต่อหลายคนถูกมายาตบตี
บาบาเฝ้าแต่ได้รับข่าวจากทุกหนแห่ง
มีการตีพิมพ์เรื่องราวที่ผิดๆมากมายในหนังสือพิมพ์
ทุกวันนี้ผู้คนสามารถแต่งเรื่องราวมากมาย พวกเขาทาโมประธาน
เมื่อไวยาสมีสติปัญญาที่ราโจ ดูซิว่าเขาเขียนอะไร! พ่ออธิบายแก่ลูกๆ:
อย่าได้ไม่พอใจจากการเชื่อสิ่งต่างๆ ที่ลูกได้ยินจากผู้อื่นว่า:
คนนั้นคนนี้ได้พูดเช่นนี้และได้ทำสิ่งนี้ สิ่งนั้นทำให้ลูกหัวเสีย
พวกเขาไม่เข้าใจว่า นี่คือโลกที่ทาโมประธาน มายาจะพยายามทำให้ลูกตกลงมา
เมื่อใครบอกเรื่องราวผิดๆแก่ลูก ปล่อยให้เข้าหูข้างหนึ่งและออกอีกข้างหนึ่ง
เฝ้าแต่ให้สารนี้แก่ผู้อื่น พ่อพูดว่า: พ่อนำสารมา โอ ดวงวิญญาณ
เวลานี้จงทำตามศรีมัท รับฟังสารของพ่อ
เพียงแต่จดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ
ผู้ที่จดจำพ่อจะให้คุณประโยชน์แก่ตนเอง ลูกดวงวิญญาณต้องจดจำพ่อ
เพราะลูกได้ลืมพ่อไปแล้ว เวลานี้ลูกกำลังได้รับศรีมัทของพ่อ
ไม่มีเรื่องของการร้องขอพรหรือความเมตตาในสิ่งนี้ เพียงแต่จดจำพ่อ
ไม่มีความจำเป็นที่จะถามหรือทำสิ่งใด
ลูกได้ยินแล้วด้วยเช่นกันว่าวงจรโลกนี้หมุนไปอย่างไร
ไม่มีการโต้เถียงเกี่ยวกับสิ่งนั้น พ่อมาเมื่อมีความมืดอย่างที่สุด
เหตุนี้เองกลางคืนของชีวาจึงได้รับการเฉลิมฉลอง
วันเกิดของศรีกฤษณะก็มีการฉลองในเวลากลางคืนด้วยเช่นกัน พวกเขาทำคีร์ (ไรซ์ พุดดิ้ง)
และปูรีที่วัดในเวลากลางคืน ลูกจะทำอะไรเพื่อชีวา? ท่านไม่มีตัวตน
ไม่มีใครรู้ว่าบาบามาในเวลาใด หรือท่านจากไปอย่างไร ท่านไม่ได้นั่งในรถม้า (พาหนะ)
อยู่เสมอ ท่านมาแล้วก็ไป ลูกเข้าใจว่าเวลานี้ลูกคือหลานของชีพบาบา
ลูกได้รับมรดกจากท่าน แม้กระทั่งบราห์มาก็ได้รับมรดกจากท่าน; บราห์มาเป็นมนุษย์
ศรีกฤษณะคืออันดับหนึ่งในการประกาศสิทธิ์ต่อการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลส
เขาเป็นที่รักของทุกคน เพราะเขาอยู่ในสภาพวัยเด็กที่สาโทประธาน
เมื่อเขาโตขึ้นเล็กน้อยสภาพของเขาก็กล่าวได้ว่าสาโท แล้วก็มีสภาพราโจและทาโม
ศรีราเด้และศรีกฤษณะต่อมาก็กลายเป็นลักษมีและนารายณ์
พ่อให้ความรู้นี้แก่ผู้ที่ท่านเคยให้ความรู้มาก่อนหน้านั้น
เหล่าเทพเคยมีชีวิตอยู่ในบารัต เหตุนี้เองจึงมีวัดมากมายให้กับพวกเขาในบารัต
ในโบสถ์ของชาวคริสเตียน ลูกเห็นแต่พระคริสต์เท่านั้น มีวัดให้กับเหล่าเทพมากมาย
พ่อได้มาเพื่อเปลี่ยนลูกจากมนุษย์ให้เป็นเทพ
นั่นคือท่านได้มาเพื่อทำให้บารัตเป็นสวรรค์
เรากำลังจะกลับมาบริสุทธิ์ด้วยการจดจำพ่อ
เรากับพ่อเช่นกันกำลังทำให้บารัตกลายเป็นสวรรค์ เป็นราวกับว่าเราได้มากับพ่อ
ในหนทางความเลื่อมใสศรัทธา
พวกเขามีค่าใช้จ่ายมากมายในการสร้างวัดและรูปบูชาเหล่าเทพ
พวกเขาสร้างรูปบูชาเหล่านั้น หล่อเลี้ยงแล้วก็ทำลาย
พวกเขานำรูปบูชาเหล่านั้นไปจมน้ำภายใน 9 วัน พวกเขามีความรักมากมายต่อรูปบูชา
ในกัลกัตตาพวกเขาฉลองนวราตรี เทศกาล 9 ราตรี (ของเหล่าเทวี) อย่างมาก
เวลานี้ลูกทึ่งกับสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ก่อนหน้านี้เราด้วยเคยมีส่วนร่วมในสิ่งนั้น
พวกเขาใช้จ่ายนับสิบล้านรูปี มีศรัทธาที่มืดบอดมากมายเหลือเกิน!
พวกเขามีความรักอย่างมากต่อรามายณะ ฯลฯ
พวกเขาแม้กระทั่งร้องไห้ขณะรับฟังเรื่องราวเหล่านั้น
ทั้งหมดนั้นเป็นของหนทางความเลื่อมใสศรัทธา ไม่มีคุณประโยชน์ใดในสิ่งนั้นเลย
เวลานี้บาบากำลังทำให้เรารู้คิดอย่างยิ่ง ลูกได้ยินสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดที่นี่
แต่ลูกต้องไม่ลืมสิ่งที่ลูกรับฟังที่นี่ จงจดจำทุกสิ่ง!
กลับมาสดชื่นอย่างสมบูรณ์ก่อนที่ลูกจะจากที่นี่ไป
ให้คิดว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและลืมทุกสิ่งที่ลูกเห็นรวมทั้งร่างกายของลูก
ทั้งหมดนี้คือสุสาน ในวัดของเบอร์ล่า (สร้างให้ลักษมีและนารายณ์) ในเดลี
ได้เขียนไว้ว่า: บารัตเคยเป็นดินแดนของเทวดานางฟ้าและได้รับการก่อตั้งโดยดรามราช
ลูกๆ เข้าใจว่าเวลานี้โลกนี้จะกลายเป็นสุสาน พ่อพูดว่า:
ทุกคนได้ถูกเผาอย่างสมบูรณ์ด้วยการนั่งบนกองไฟของตัณหาราคะ ไม่ได้กล่าวว่า:
กองไฟของความโกรธ เป็นกองไฟของตัณหาราคะที่ถูกกล่าวถึง
มีความซาบซึ้งเล็กน้อยหรือกึ่งหนึ่งในสิ่งนั้น
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกๆเท่านั้น ได้มีการกล่าวถึงลูกที่ไม่มีค่าว่า
เขากำลังทำให้สูญเสียหนวดเคราของพ่อ: นั่นคือเกียรติของพ่อกำลังสูญเสีย
พ่อที่ไม่มีขีดจำกัดพูดเช่นกันว่า: เมื่อลูกทำให้ใบหน้าของลูกสกปรก
ลูกก็ประณามชื่อเสียงของสกุลบราห์มินผู้ที่จะกลายเป็นเทพ
ลูกๆรู้ว่าลูกกำลังทำให้บารัตเป็นดินแดนของเทพที่สูงส่งอีกครั้งด้วยพลังของความบริสุทธิ์
สำหรับลูกสิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดา
ลูกสามารถเห็นว่าสงครามมหาภารตะเพียงแต่อยู่เบื้องหน้า
ประตูสู่สวรรค์จะเปิดขึ้นผ่านสงครามนี้ สงครามมหาภารตะได้ถูกแสดงไว้ในคัมภีร์
พวกเขาไม่ได้แสดงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
พวกเขาเพียงแต่พูดว่าการทำลายอย่างสิ้นซากเกิดขึ้น
ในด้านหนึ่งพวกเขาได้แสดงศรีกฤษณะถือกำเนิดจากครรภ์มารดาของเขา
และอีกด้านหนึ่งพวกเขาได้แสดงศรีกฤษณะลอยอยู่บนใบโพธิ์กำลังดูดนิ้วหัวแม่มือของเขา
พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งใดเลย ที่นั่นลูกอยู่ในพระราชวังของครรภ์อย่างสุขสบายมาก
ศรีกฤษณะจะลอยมาบนใบไม้ในมหาสมุทรได้อย่างไร? นั่นเป็นไปไม่ได้
ละครทั้งหมดนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว และเพียงลูกเท่านั้นที่รู้
มันเกิดขึ้นในแบบเดียวกันทุกวงจร
เวลานี้ลูกๆต้องให้คุณประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นเช่นกัน นี่คือสิ่งหลัก
พ่อคือผู้สร้างสวรรค์ ท่านถูกเรียกว่า พระเจ้าแห่งสวรรค์ผู้เป็นพ่อ ดังนั้น
เราลูกๆจึงควรจะกลายเป็นนายแห่งสวรรค์ ผู้คนฉลองวันเกิดของชีวาในบารัต ดังนั้น
อย่างแน่นอนที่ท่านต้องได้ให้บางสิ่งแก่บารัต
เวลานี้พ่อกำลังให้อำนาจในการปกครองสวรรค์แก่ลูก
พ่อคือผู้ประทานการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลส
เพียงพ่อมหาสมุทรแห่งความรู้เท่านั้นที่มาและให้ความรู้นี้แก่ลูก
เป็นเวลานี้ที่พ่อให้ความรู้นี้แก่ลูก ท่านจะมาที่นี่อีกครั้งหลังจาก 5000 ปี ลูกๆ
มีศรัทธาว่า ผู้ที่เป็นของสกุลบราห์มินจะเฝ้าแต่มาที่นี่ อัจชะ
ถึงลูกๆที่สุดแสนหวาน
ผู้เป็นที่รักที่จากหายไปนาน และเวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง
และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
ให้คุณประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นด้วยการทำตามศรีมัท
เมื่อใครบางคนบอกสิ่งผิดๆแก่ลูก รับฟังพวกเขาแต่เพิกเฉยในสิ่งที่พวกเขาพูด
อย่าได้ไม่พอใจกับพวกเขา
2.
ให้ความใส่ใจว่าชื่อเสียงของสกุลบราห์มินผู้ที่จะกลายเป็นเทพนั้นจะไม่มีวันถูกประณาม
อย่าได้ทำการกระทำที่ผิดๆ ชำระสะสางบัญชีกรรมในอดีตของลูก
พร:
ขอให้ลูกมีมงกุฎและนั่งบนบัลลังก์หัวใจ
และด้วยความซาบซึ้งและสำนึกรู้ของเป้าหมายของลูก
ทำให้ประสาทสัมผัสของลูกทำงานภายใต้คำสั่งของลูก
ในยุคบรรจบพบกันลูกๆทั้งหมดได้รับมงกุฎและบัลลังก์จากบัพดาดา
มีมงกุฎแห่งความบริสุทธิ์และมงกุฎแห่งความรับผิดชอบด้วย
มีบัลลังก์อมตะและบัลลังก์หัวใจเช่นกัน
เมื่อลูกสวมมงกุฎทั้งสองและนั่งบนบัลลังก์ทั้งสอง
โดยอัตโนมัติลูกก็จะจดจำความซาบซึ้งและเป้าหมายของลูก
แล้วประสาทสัมผัสของลูกก็พูดว่า: “ขอรับเจ้านาย!”
คำสั่งของผู้ที่ทิ้งมงกุฎและบัลลังก์ของพวกเขาแม้กระทั่งคนงานของพวกเขาก็ไม่เชื่อฟัง
คติพจน์:
การมีความคิดที่อ่อนแอทำให้ลูกมีคำถามมากมาย ไม่มีหัวใจที่เป็นสุข
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
จบสิ้นเมล็ดของความไม่บริสุทธิ์และกลับมาสะอาด(บริสุทธิ์)สมบูรณ์
การทำบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของงานรับใช้ของพระเจ้า คือการให้ทานความบริสุทธิ์
สำหรับลูกการจะกลับมาบริสุทธิ์และทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์นั้น
คือการกลายเป็นดวงวิญญาณบุญ
เพราะลูกกำลังปลดปล่อยดวงวิญญาณจากบาปใหญ่หลวงของการฆ่าตัวตาย
ความไม่บริสุทธิ์คือการฆ่าตัวตายของดวงวิญญาณ และความบริสุทธิ์คือการให้ทานชีวิต