18.10.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
02.02.2012 Om Shanti Madhuban
เวลานี้
จงกลายเป็นผู้มีอำนาจของประสบการณ์ในการเป็นตัวของการจดจำระลึกถึง
ด้วยพลังแห่งโยคะที่เข้มข้นและทรงพลังดั่งภูเขาไฟ
จงให้ความร่วมมือกับทุกคนด้วยรังสีแห่งแสงสว่างและพลังอำนาจ
วันนี้
บัพดาดามองดูโลกเล็กๆของดวงวิญญาณที่อยู่เบื้องหน้าท่านและในทุกหนทุกแห่งด้วยความพอใจ
แม้ว่าโลกใบนี้จะเล็ก แต่มันก็เป็นโลกที่น่ารักอย่างมาก
เพราะทุกดวงวิญญาณในโลกนี้เป็นดวงวิญญาณที่สูงส่ง
ดวงวิญญาณเหล่านี้คือกลุ่มคนเพียงกำมือเดียวท่ามกลางผู้คนนับหลายล้านคน
และดวงวิญญาณเหล่านี้คือผู้ที่มีสิทธิ์ในมรดกของพ่อ บัพดาดาพอใจที่ได้เห็นลูกทุกคน
ซึ่งลูกแต่ละคนและทุกๆคนคือลูกที่เป็นดั่งราชา
บัพดาดาได้ทำให้ลูกแต่ละคนเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองตนเองและมีสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองโลก
ในเวลานี้ ทุกคนคือผู้มีอำนาจในการปกครองตนเอง นั่นคือ พวกเขาเป็นราชาของจิตใจ
สติปัญญา ซันสการ์ และประสาทสัมผัสทางกายของตนเอง
ลูกไม่ได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของประสาทสัมผัส และเป็นนายของจิตใจของตนเองด้วย
ในทำนองเดียวกัน
ลูกแต่ละคนพิจารณาว่าตนเองเป็นนายของจิตใจและเป็นนายของซันสการ์ของตนเองหรือไม่?
ไม่ใช่ว่าบางครั้งลูกเป็นนายของจิตใจ แต่บางครั้งจิตใจกลับมาเป็นนายของลูกใช่ไหม?
ลูกพูดว่า "จิตใจของฉัน" ลูกไม่ได้พูดว่า "ฉันคือจิตใจ" ดังนั้น
ลูกจึงเป็นนายของสิ่งที่เป็นของลูก
จงตรวจสอบดูว่าจิตใจของลูกไม่ได้กลับมาเป็นนายเหนือลูกในบางครั้ง
ในเวลานี้บัพดาดาได้ให้ลูกแต่ละคนนั่งบนที่นั่งของผู้มีสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองตนเอง
ลูกเป็นผู้มีอำนาจในการปกครองตนเองในปัจจุบัน
และอาณาจักรในอนาคตก็ย่อมเป็นของลูกอย่างแน่นอน
ลูกมีสิทธิ์ในอำนาจการปกครองเป็นสองเท่า บัพดาดาเห็นว่า
พร้อมกับการมีสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองตนเองแล้ว ลูกทุกคนยังมีความเคารพตนเองด้วย
ดังนั้น จงนั่งด้วยสำนึกรู้ที่ว่า "ฉันคือดวงวิญญาณที่มีความเคารพตนเอง"
แล้วลูกจะได้เห็นว่ามีลิสต์รายการของสมญาของความเคารพตนเองที่ยาวเหยียดนั้นมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าลูกเพียงใด
พวงมาลัยแห่งความเคารพตนเองในรูปแบบต่างๆได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าลูกแล้วใช่ไหม?
บัพดาดาได้สวมพวงมาลัยแห่งความเคารพตนเองให้กับลูกทุกคน ทันทีที่ลูกได้ยินคำว่า 'ความเคารพตนเอง'
สมญาต่างๆของความเคารพตนเองก็จะปรากฏขึ้นมาในสำนึกรู้ของลูกใช่ไหม?
เพียงจำไว้ว่าความเคารพตนเองในรูปดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปของลูกนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด
ลูกได้เข้าสู่รูปดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปนั้นแล้วหรือยัง?
ความเคารพตนเองของแต่ละคนคือ: "ฉันคือดวงวิญญาณที่เปล่งประกายร่วมกับพ่อ"
เนื่องจากลูกมีพ่อเป็นมิตรร่วมทางของลูก ลูกจึงเป็นดวงวิญญาณที่พิเศษและเปล่งประกาย
ลูกมองเห็นสิ่งนั้นไหม? บนท้องฟ้าก็มีบางดวงดาวที่เปล่งประกายเป็นพิเศษเช่นกัน
ในทำนองเดียวกัน เพราะการได้อยู่กับพ่อ ลูกจึงเป็นดวงวิญญาณที่เปล่งประกาย
ลูกจำรูปดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปของลูกได้ไหม?
ลูกสามารถทำให้ตนเองมั่นคงอยู่ในรูปดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปนั้นในหนึ่งวินาทีได้หรือไม่?
ตอนนี้ จงทำให้ตนเองมั่นคงอยู่ในรูปดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปนั้นในหนึ่งวินาที
เป็นเวลาหนึ่งวินาที ลูกจะรู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยความซาบซึ้ง!
จากนั้นเคลื่อนไปข้างหน้า ตอนนี้ลูกมาถึงตอนเริ่มต้นของวงจรโลกแล้ว
จงฝึกดริลเช่นนี้ นั่นคือ มองเห็นรูปของลูกในตอนเริ่มต้นของยุคทอง
มันช่างเป็นรูปที่สูงส่งยิ่งนัก นั่นคือ เป็นตัวของความสุข
เป็นรูปของการเป็นตัวของการได้มาซึ่งการบรรลุผลทั้งหมด
ที่นั่นไม่มีแม้แต่ชื่อหรือร่องรอยของความทุกข์ใดๆเลย
แม้กระทั่งวัตถุธาตุทั้งหลายก็สวยงามและสะโตกุนี (บริสุทธิ์อย่างแท้จริง)
จงสัมผัสประสบการณ์ของรูปที่เป็นเทพของลูก! ลูกสามารถมองเห็นรูปของตนเองหรือไม่?
ไม่ว่าใครจะเป็นราชา เป็นดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ หรือนักการเมือง
ลูกเคยเห็นใครที่เป็นตัวของการได้มาซึ่งการบรรลุผลทั้งหมดเช่นนี้บ้างหรือไม่?
ดังนั้น จงทำให้ตนเองมั่นคงอยู่ในรูปของความเป็นเทพของลูกเป็นเวลาหนึ่งวินาที
ลูกมีความสุขกับการได้อยู่ในความเคารพตนเองเช่นนี้ใช่ไหม? "ฉันคือเทพ"
บัพดาดากำลังนำการฝึกดริลนี้อยู่ จากนั้นให้กลับลงมา: นี่คือยุคใด?
ในยุคทองแดงด้วยเช่นกัน
ความเคารพตนเองของลูกคือการเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
รูปของลูกนั้นมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
ลูกมองเห็นรูปที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาของลูกหรือไม่?
ทุกคนกราบไหว้บูชาลูกด้วยความศรัทธาและระเบียบวินัยอย่างมาก
ไม่มีใครอื่นที่ได้รับการกราบไหว้บูชาด้วยระเบียบวินัยเช่นนี้
ไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อตั้งศาสนา กูรู นักการเมือง หรือนักแสดง
ก็ไม่มีใครอื่นที่ได้รับการกราบไหว้บูชาด้วยระเบียบวินัยเช่นนี้
แล้วลูกได้เห็นความเคารพตนเองของลูกไหม? ลูกได้สัมผัสถึงสิ่งนั้นหรือยัง? ตอนนี้
จงเข้ามาสู่ยุคบรรจบพบกัน ลูกทุกคนกำลังวนไปตามวงจรนี้ใช่หรือไม่?
ผู้ที่นั่งอยู่ด้านหลังก็กำลังวนไปตามวงจรด้วยใช่ไหม? ยกมือขึ้นสิ!
มองดูความเคารพตนเองของลูก
เพราะลูกคือผู้ที่มีสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองตนเองใช่หรือไม่? ในยุคบรรจบพบกันนี้
พระเจ้าเอง พระผู้เป็นเจ้าเอง
ได้เติมเต็มชีวิตของลูกๆด้วยคุณสมบัติพิเศษของความบริสุทธิ์
ความบริสุทธิ์นี้คือเหมืองแห่งความสุขที่ไม่สูญสลายในทุกรูปแบบ
ใครกันที่ทำให้ลูกเป็นเช่นนี้? พระเจ้าเอง แม้กระทั่งในตอนนี้
ลูกก็ได้รับสมบัติแห่งความบริสุทธิ์จากพ่อเหมือนเป็นข้อพิสูจน์ในทางปฏิบัติแล้ว
เวลานี้ จงตรวจสอบดู! ความบริสุทธิ์คือรากฐานของการได้มาซึ่งการบรรลุผลทั้งหมด
ลูกทุกคนได้กลายเป็นนายผู้ทรงพลังอำนาจผ่านความบริสุทธิ์แล้ว ดังนั้น
จงตรวจสอบดูว่า: ฉันได้มาซึ่งพลังทั้งหมดแล้วหรือยัง? ลูกบางคนกล่าวว่า:
พ่อได้ให้พลังทั้งหมดมาแล้ว แต่พลังที่พวกเราต้องการนั้นบางครั้งก็มาถึงช้าไป
มันมาถึงเมื่อสถานการณ์นั้นได้จบลงไปแล้ว อะไรคือสาเหตุของสิ่งนั้น?
พ่อได้ให้สิ่งนั้นอย่างเป็นพรแก่ลูกแล้ว แต่ถึงกระนั้น
พลังดังกล่าวกลับไม่มาหาลูกในเวลาที่ลูกต้องการมัน เหตุผลสำหรับสิ่งนั้นคืออะไร?
ลูกไม่ได้นั่งอยู่บนที่นั่งของสำนึกรู้ว่าตนเองเป็นนายผู้ทรงอำนาจ
คำสั่งจะถูกเชื่อฟังก็ต่อเมื่อคำสั่งนั้นออกมาจากผู้ที่นั่งอยู่บนที่นั่งของตำแหน่งของตนเท่านั้น
เมื่อใดก็ตามที่ลูกออกคำสั่งแก่พลังใดๆ ก่อนอื่นให้ตรวจสอบดูว่า:
ฉันกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งของสำนึกรู้นั้นหรือไม่?
ฉันกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งของความเคารพตนเองหรือไม่?
จงทำให้ตนเองมั่นคงอยู่บนที่นั่งของสำนึกรู้นี้
แล้วพลังทั้งหมดจะมาหาลูกในเวลาใดก็ตามที่ลูกต้องการอย่างแน่นอน
เพราะพ่อผู้ทรงพลังอำนาจได้ทำให้ลูกกลายเป็นนายผู้ทรงพลังอำนาจเช่นกัน ดังนั้น
ลูกกำลังเคลื่อนไปในขณะที่มีการซึมซับความเคารพตนเองที่ทรงพลังเช่นนี้อยู่ใช่หรือไม่?
ลูกได้เห็นความเคารพตนเองของลูกหรือไม่?
ลูกจะไปที่ไหนหลังจากยุคบรรจบพบกันสิ้นสุดลง? ลูกจะต้องเดินทางกลับบ้านใช่ไหม?
ด้วยเหตุนี้
บัพดาดาจึงต้องการให้ลูกแต่ละคนหมั่นฝึกฝนสิ่งนี้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
จงหาเวลาเพื่อทำสิ่งนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ด้วยการสวมพวงมาลัยของความเคารพในตนเองให้แก่ลูกและด้วยการที่ลูกได้สัมผัสประสบการณ์กับสิ่งนั้น
บัพดาดาได้มอบสิทธิ์ของอำนาจในการปกครองตนเองให้แก่ลูก ดังนั้น
จึงเป็นไปไม่ได้ที่ความเคารพตนเองนั้นจะไม่เชื่อฟังคำสั่งของลูก
เพียงแค่นั่งอยู่บนที่นั่งของลูกเท่านั้น
บัพดาดาเห็นว่าลูกทุกคนก็มีความใส่ใจในเรื่องนี้ แต่เวลานี้
จงจัดตารางเวลาของลูกให้เป็นกิจวัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ
ในบางช่วงเวลาจงทำให้ตัวลูกเองมั่นคงอยู่ในรูปของสำนึกรู้ของความเคารพตนเอง
ยกตัวอย่างเช่น
เช่นเดียวกับที่ลูกทำการควบคุมการจราจรทางความคิดหรือการหยุดพักเพื่อทำสมาธิสั้นๆระหว่างวัน
("Traffic Control") ในทำนองเดียวกัน สำหรับความตระหนักรู้ในความเคารพตนเองนั้น
จงกำหนดเวลา เวลาที่แน่นอนและสม่ำเสมอในกิจวัตรประจำวันของลูก
เพื่อที่จะมีความตระหนักรู้นี้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นไปจนกระทั่งถึงการเดินทางกลับ
ลูกสามารถทำสิ่งนี้ได้ในขณะที่เดินและเคลื่อนไหวไปมา
เพราะมันมีเพียงจิตใจของลูกเท่านั้นที่ลูกต้องทำให้นั่งอยู่บนที่นั่ง
บัพดาดาเห็นและก็เคยบอกลูกมาก่อนหน้านี้เช่นกันว่า ลูกทุกคนต่างก็มีโยคะ
แต่สิ่งที่จำเป็นในขณะนี้คืออะไร?
เมื่อได้เห็นสถานการณ์ต่างๆในเวลาที่เปราะบางเช่นนี้ ลูกก็เคยได้รับการบอกมาแล้วว่า
โยคะที่ทรงพลังดั่งภูเขาไฟ ซึ่งจะทำงานได้เป็นสองเท่า
คือสิ่งที่จำเป็นและต้องการในตอนนี้ ประการแรก ลูกจะสามารถเผาซันสการ์เก่าของลูกได้
ในปัจจุบันนี้ลูกฆ่าซันสการ์เก่าของลูกก็จริง แต่ลูกไม่ได้เผามันให้หมดสิ้นไป
แม้ว่าหลังจากที่ฆ่าพวกมันไปแล้ว บางครั้งมันก็ยังฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้
เช่นเดียวกับที่ราวันที่ไม่ได้เพียงแค่ถูกทำให้ตายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่ยังถูกเผาด้วย ในทำนองเดียวกัน ลูกต้องเผาซันสการ์เก่าของลูก
ซึ่งคอยลดทอนความเพียรพยายามอันแรงกล้าของลูกอยู่เป็นระยะๆ สำหรับสิ่งนี้
ลูกจำเป็นต้องมีโยคะที่ทรงพลังดั่งภูเขาไฟ ประการแรก สำหรับตัวลูกเอง:
ด้วยการมีโยคะที่ทรงพลังดั่งภูเขาไฟจะทำให้ลูกกลายเป็นรูปแห่งแสงสว่างและพลังอำนาจ
และประการที่สอง: เพราะลูกอยู่ในรูปเช่นนั้น
ลูกจึงสามารถให้ความร่วมมือกับผู้อื่นได้ด้วยรังสีแห่งพลังของลูก ดังนั้นเวลานี้
ลูกทุกคนได้เปลี่ยนโยคะของลูกให้เป็นโยคะที่ทรงพลังดั่งภูเขาไฟแล้วหรือยัง? ดังนั้น
ตามเวลาแล้ว ทุกดวงวิญญาณต่างต้องการความร่วมมือของลูก ในเวลาอมฤต
บัพดาดาได้ให้ความรักแก่ลูกทุกคน
บัพดาดาเห็นว่าลูกมีเป้าหมายที่ดีมากและยังคงรักษาความกล้าหาญไว้
ไม่ว่าลูกจะมีความใส่ใจมากเพียงใดในเวลาอมฤต แต่มันกลับลดน้อยลงไปในระหว่างวัน
สาเหตุของสิ่งนั้นคืออะไร? เมื่อลูกต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำ
และลูกจำเป็นต้องกระทำในฐานะที่เป็น "คาร์มาโยคี" มันจะมีความแตกต่างเกิดขึ้น
ลูกไม่ใช่ผู้ที่มีเพียงแค่โยคะเท่านั้น แต่ลูกคือผู้ที่มีชีวิตโยคี
ซึ่งชีวิตนั้นคือสิ่งที่มีอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่พียงแค่บางเวลาเท่านั้น ดังนั้นตอนนี้
บัพดาดาต้องการอะไร? โดยทั่วไปแล้ว ลูกจำนวนมากได้สอบผ่านในวิชาของความรัก
ในวิชาของความรักนั้น พ่อเห็นว่าลูกส่วนใหญ่สัมผัสถึงความรักได้ด้วยการกล่าวว่า "บาบาของฉัน
บาบาของฉัน" ลูกส่วนใหญ่สอบผ่านในวิชาของความรัก
แล้วตอนนี้ลูกต้องสอบผ่านในเรื่องใดอีก? นั่นคือการเป็นผู้ที่มีความทัดเทียมกับพ่อ
ลูกทุกคนต้องการอะไร? ลูกทุกคนต้องการที่จะทัดเทียมกับพ่อ
หรือต้องการให้พ่อยังคงเป็นพ่ออยู่เช่นนั้นและลูกก็เป็นเพียงแค่ลูกๆต่อไปเท่านั้น?
ดังนั้น ลูกจะต้องกลายเป็นผู้ที่ทัดเทียมกับพ่อ การมีความรักหมายความว่าอย่างไร?
มันหมายความว่าลูกจะต้องทำในสิ่งที่ผู้ที่ลูกรักบอกให้ทำอย่างแน่นอน
ลูกทุกคนรักพ่อและพ่อก็รักลูก ถ้าเป็นเช่นนั้น จงยกมือขึ้น! ลูกมีความรักใช่ไหม?
ดีมาก ดังนั้นในเวลานี้ เช่นเดียวกับที่ลูกมีความรัก
บัพดาดาก็ต้องการให้ลูกมีเป้าหมายที่จะกลับมาทัดเทียมกับพ่อ ยกมือขึ้นสำหรับสิ่งนี้!
ลูกมีความศรัทธานี้และลูกก็ยกมือขึ้นได้ดีมากเช่นกัน บัพดาดาก็ได้เห็นสิ่งนี้
บัพดาดาต้องการให้ลูกทุกคนปรากฏให้เห็นอย่างเป็นผู้ที่มีความสุขและมีโชคแห่งความสุขบนใบหน้าและกิจกรรมหรือการกระทำของลูก
เพราะตามเวลาแล้ว ใบหน้าของลูกจะทำงานรับใช้ได้อย่างมากมาย
และจะมีความจำเป็นสำหรับสิ่งนี้
บัพดาดาต้องการให้ลูกตั้งเป้าหมายในเรื่องนี้ตั้งแต่วันนี้
ในเมื่อตอนนี้เป็นช่วงเวลาของการฉลองครบรอบ 75 ปี (แพลตินัม จูบิลี) นี้
ทุกคนต่างก็มีความจริงจังและความกระตือรือร้นที่จะทำงานรับใช้ ในทำนองเดียวกัน
ขอให้มีความกระตือรือร้นที่จะรับใช้ด้วยใบหน้าของลูกด้วยเช่นกัน เพราะนับวัน
เวลาที่เปราะบางจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน ในเวลาเช่นนั้น
ขอให้ใบหน้าของลูกทำให้ดวงวิญญาณทั้งหลายมีความสดชื่นแจ่มใส
วันนี้ บัพดาดาได้ท่องทัวร์ไปทั่วในช่วงเวลาอมฤต ท่านได้เห็นอะไร?
ลูกทุกคนกำลังนั่งด้วยความใส่ใจของตนเอง
แต่อำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเหนือสิ่งใดคืออำนาจของประสบการณ์ของลูกเอง
บาบาเห็นว่าลูกนั่งก็จริง แต่ลูกต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจของประสบการณ์ด้วย
ลูกนั่งด้วยสำนึกรู้นั้น แต่ลูกควรสัมผัสประสบการณ์ของการเป็นตัวของสำนึกรู้นั้น
ลูกได้สัมผัสกับความปิติสุขของการเป็นผู้มีอำนาจของประสบการณ์เพียงช่วงเวลาสั้นๆ
ลูกคิดว่าลูกกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์หัวใจของบัพดาดา
แต่การที่จะสัมผัสประสบการณ์ว่าตัวลูกเองเป็นตัวของสำนึกรู้นั้น
และการดำดิ่งลึกลงไปกับประสบการณ์นั้น
สิ่งนี้จำเป็นต้องได้รับการเพิ่มพูนให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
เพราะอำนาจของประสบการณ์คืออำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอำนาจทั้งปวง
การอยู่อย่างเป็นตัวของสำนึกรู้นั้นเรียกว่าการเป็นผู้มีประสบการณ์ ดังนั้น
จงหลุดหายไปในประสบการณ์นั้น จงอยู่ในประสบการณ์ของรูปที่ลูกมีในสำนึกรู้ของลูก
สิ่งนี้จำเป็นอย่างยิ่งเพราะประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีวันถูกลืมเลือน
ในบางครั้งลูกพยายามที่จะเชื่อมโยงบางสิ่งบางอย่างกับประสบการณ์ของผู้อื่น
นั่นเป็นเพราะว่าประสบการณ์นั้นมีอิทธิพลและส่งผลกระทบได้มาก
จงรักษาตนเองให้เป็นตัวของสำนึกรู้ในรูปที่เฉพาะเจาะจงนั้นๆ
แล้วหลุดหายไปในประสบการณ์นั้น
ประสบการณ์นั้นจะช่วยในความเพียรพยายามของลูกได้มากเช่นกัน
บัพดาดาเห็นว่าลูกนั้นตามลำดับกันไปในการเป็นผู้มีอำนาจของประสบการณ์ ดังนั้น
ในเวลานี้
จงให้ความใส่ใจให้มากขึ้นกับการฝึกฝนเพื่อที่จะเป็นผู้มีอำนาจของประสบการณ์
สภาพของการเป็นตัวของประสบการณ์นั้นจะหลอมรวมอยู่ภายในอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ
แล้วใบหน้าและการกระทำหรือกิจกรรมของดวงวิญญาณเช่นนั้นจะทำงานรับใช้เช่นนั้น
วันนี้ บัพดาดาได้เห็นบันทึกของลูกๆ ประการแรก
จงให้ความใส่ใจให้มากขึ้นกับการมีโยคะที่ทรงพลังดั่งภูเขาไฟ
ซึ่งลูกจะได้รับความช่วยเหลือในการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติและซันสการ์ของลูก
แม้กระทั่งในเวลานี้ซันสการ์ของลูก หรือสิ่งที่ลูกเรียกว่าธรรมชาติของลูก
ก็ยังคงทำงานของมันอยู่เป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม บัพดาดาก็มีความพอใจ
พอใจกับสิ่งใด? ลูกรู้หรือไม่ว่าบัพดาดาพอใจกับสิ่งใด?
บัพดาดาเห็นว่าในขณะที่ลูกกำลังฟังเมอร์ลี
ในทุกวันนี้ลูกใส่ใจกับตารางเวลาประจำวันของตนเองมากขึ้น
ความใส่ใจของลูกเพิ่มมากขึ้น
และความตึงเครียดจากซันสการ์ของลูกก็จะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ
บัพดาดาเคยบอกลูกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เมื่อใดก็ตามที่มีความตึงเครียด (tension)
ให้เติมตัวอักษร "A" เข้าไป แล้วมันจะกลายเป็นความใส่ใจ (attention)
ทุกคนจะต้องเดินทางกลับ นี่คือคำสัญญาที่มั่นคง
เราจะกลับไปด้วยกันและเราจะปกครองด้วยกัน ลูกทุกคนมีความสุขไหม?
หรือว่ามีความสุขเพียงบางครั้งเท่านั้น? ลูกคนไหนที่เชื่อว่าตนเองมีความสุขอยู่เสมอ
ไม่ใช่เพียงแค่บางครั้ง แต่มีความสุขอยู่เสมอ
ให้ยกมือขึ้นหลังจากที่คิดพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว! อัจชะ
ลูกยกมือขึ้นหลังจากที่ได้พิจารณาไตร่ตรองแล้ว ความสุขคือสิ่งที่เป็นของลูก
ทำไมลูกถึงต้องยอมสูญเสียสิ่งที่ควรเป็นของลูกไปเล่า? แล้วตอนนี้ลูกจะทำอะไร?
ลูกจะต้องก้าวไปข้างหน้า เราจะทำอย่างไรในตอนนี้?
เป็นไปได้ไหมที่ทุกๆศูนย์จะอยู่อย่างปราศจากอุปสรรคและปราศจากจากความคิดที่ไร้ประโยชน์?
สิ่งนี้เป็นไปได้ไหม? หรือว่าลูกยังต้องการเวลาสำหรับเรื่องนี้? จนถึงตอนนี้
บัพดาดายังไม่ได้รับรายงานจากศูนย์ใดเลยว่าศูนย์ของตนปราศจากอุปสรรคอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ
และมิตรร่วมทางของพวกเขาก็เป็นเช่นนั้นด้วย ไม่ใช่แค่ตัวลูกเองเท่านั้น
แต่รวมถึงมิตรร่วมทางของลูกด้วย วันเวลานั้นจะมาถึงด้วยเช่นกัน มันจะเกิดขึ้น
เพราะเป็นลูกๆนั่นเองที่จะต้องกลายเป็นสิ่งนี้
ไม่มีใครอื่นที่เป็นตัวอย่างของผู้ที่มาในตอนสุดท้ายแล้วกลายเป็นผู้ที่เพียรพยายามอย่างเข้มข้นและก้าวล้ำหน้าไป
เป็นพวกลูกทั้งหมดนั่นเองซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่จะต้องก้าวไปข้างหน้า
บัพดาดาเห็นว่าลูกส่วนใหญ่มีความรักต่อเมอร์ลี อย่างไรก็ตาม
เช่นเดียวกับที่จากัตดัมบาได้แสดงให้เห็นในชีวิตในทางปฏิบัติของเธอว่า
ไม่ว่าพ่อจะพูดอะไร ก็ต้องทำสิ่งนั้น
เธอรักษาเป้าหมายนั้นไว้และใส่ใจในการเพียรพยายามในเรื่องนั้นด้วยเช่นกัน
ดีดี้และดาดี้ของลูกที่ได้จากไปสู่แอ๊ดวานซ์ปาร์ตี้ก็ได้ให้ความใส่ใจในเรื่องนี้เช่นกัน
และตอนนี้พวกเขาก็กำลังรอคอยลูกอยู่ พวกเขาทั้งหมดต่างถามกันว่า
เมื่อไหร่ประตูสู่ความสมบูรณ์พร้อมจะเปิดออก?
ไม่ใช่แค่คนเพียงหนึ่งคนหรือสองคนที่จะเป็นผู้เปิดประตูนั้น ดังนั้น
ตอนนี้จงเพียรพยายามที่จะนำเวลาให้เข้ามาใกล้เพื่อที่จะเปิดประตูนั้น
การกลายเป็นผู้ที่สมบูรณ์พร้อมหมายถึงการนำเวลาให้เข้ามาใกล้ อัจชะ
บัพดาดาส่งความรักจากหัวใจของท่านไปยังลูกๆทุกคนในทุกหนทุกแห่ง พร้อมกันนั้น
บัพดาดายังเตือนลูกๆทุกคนเกี่ยวกับการบ้านที่ท่านได้มอบให้เป็นเวลาสองเดือน
เพราะเหตุใด? โดยทั่วไปแล้ว
ความคิดที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้จะทำให้ความเพียรพยายามของลูกกลายเป็นเรื่องธรรมดา
แทนที่จะเป็นความเพียรพยายามที่เข้มข้นจริงจัง ดังนั้น
พร้อมๆกับความรักและความระลึกถึง บัพดาดายังเตือนลูกๆทุกคนในทุกหนแห่งว่า ตอนนี้
เวลาของยุคบรรจบพบกันนั้นช่างงดงามและสูงส่งยิ่งนัก!
เป็นเพียงในยุคบรรจบพบกันนี้เท่านั้นที่ลูกได้รับสมบัติที่มีค่าทั้งหมดจากพ่อ
ทุกวินาทีของยุคบรรจบพบกันนั้นยิ่งใหญ่ ดังนั้น
จงเก็บรักษาคุณค่าของยุคบรรจบพบกันไว้ในสติปัญญาของลูกเสมอ
หนึ่งวินาทีของยุคบรรจบพบกันทำให้ลูกได้มาซึ่งการบรรลุผลอย่างมากมาย
หากมีใครถามลูกว่า "ลูกได้รับอะไรมา?" ลูกจะตอบว่าอย่างไร?
ในหัวใจของพวกเราบราห์มินนั้นไม่มีสิ่งใดขาดหายไปเลย
เราได้มาซึ่งสิ่งที่เราต้องการแล้ว เวลานี้ จงใช้สิ่งนั้น
กลายเป็นผู้เพียรพยายามที่เข้มข้นจริงจัง และนำเวลาให้เข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น อัจชะ
บัพดาดามองเห็นว่าทุกคนมีความกระตือรือร้น ดังนั้น
จงเพิ่มพูนความกระตือรือร้นนี้ให้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆตลอดไป อัจชะ
พร:
ขอให้ลูกให้นิมิตของมงกุฎแห่งแสงของลูกด้วยรูปของลูกเองให้แก่เหล่าผู้เลื่อมใสศรัทธาของลูก
และกลายเป็นเทพผู้เป็นที่รักยิ่งเป็นพิเศษ
เมื่อลูกได้มาเป็นลูกของพ่อและได้ให้คำมั่นสัญญาเรื่องความบริสุทธิ์
ลูกก็ได้รับมงกุฎแห่งแสงเป็นการตอบแทน
มงกุฎที่ประดับด้วยเพชรพลอยใดๆก็ไม่อาจเทียบได้กับมงกุฎแห่งแสงนี้
ยิ่งลูกปลูกฝังความบริสุทธิ์ลงในความคิด คำพูด
และการกระทำของลูกอย่างต่อเนื่องมากเท่าไร
มงกุฎแห่งแสงของลูกก็จะยิ่งแจ่มชัดขึ้นมากเท่านั้น
และแล้วเมื่อนั้นลูกก็จะได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นเทพผู้เป็นที่รักยิ่งเบื้องหน้าเหล่าผู้เลื่อมใสศรัทธาทั้งหลายของลูก
คติพจน์:
จงอยู่ภายใต้ร่มฉัตรแห่งการปกป้องคุ้มครองของบัพดาดาอยู่เสมอ
แล้วลูกจะกลายเป็นผู้ทำลายอุปสรรค
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
โอบรับจิตวิญญาณของการยกระดับผู้อื่น และยกระดับผู้ที่ประณามลูก
บัพดาดาให้ความร่วมมือกับลูกๆในทุกงาน และท่านจะทำเช่นนั้นต่อไปจนถึงเวลาสุดท้าย
บาบาไม่ได้ไม่ชอบผู้ใดเลย ท่านมีความคิดในเชิงบวกเสมอ
แม้กระทั่งกับผู้ที่กล่าวร้ายหรือประณามท่าน ดังนั้น จงทำตามพ่อ
จงมีแรงจูงใจที่บริสุทธิ์และความรู้สึกที่เป็นบวกต่อทุกดวงวิญญาณอยู่เสมอ
แทนที่จะสงสัยว่าทำไมบางคนถึงทำสิ่งนั้น
ให้คิดเกี่ยวกับว่าลูกจะสามารถให้คุณประโยชน์แก่ทุกดวงวิญญาณได้อย่างไร
แล้วลูกจะได้รับการกล่าวว่าเป็นดวงวิญญาณผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลก
ผู้ที่มีความคิดเชิงบวกต่อทุกคน
ประกาศพิเศษ:
การฝึกโยคะสำหรับวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน
พี่น้องชายหญิงทุกคนร่วมกันนั่งโยคะพร้อมกันตั้งแต่เวลา 18.30 น. ถึง 19.30 น.
จงมั่นคงอยู่ในรูปของความสงบของตน ดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกแห่งมหาสมุทรแห่งความสงบ
และสัมผัสกับความสงบและความเยือกเย็นอันสูงสุดและลึกล้ำ
ทำงานรับใช้ด้วยการให้ทานแห่งความสงบแก่ทุกดวงวิญญาณ