19.04.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
19.12.2009 Om Shanti Madhuban
เพื่อที่จะเติมเต็มความรับผิดชอบของความรักต่อครอบครัว
จงกลายเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความรู้ เป็นผู้ที่ทัดเทียมกับพ่อ
และอยู่อย่างมั่นคงในสภาพของผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง
ให้สติปัญญาของลูกมีความศรัทธาในพ่อ ในตนเอง ในละคร
และในครอบครัว แล้วกลายเป็นผู้มีชัยชนะ
วันนี้
พ่อผู้ทรงพลังได้เห็นลูกๆผู้ทรงพลังของท่าน
เพราะลูกๆแต่ละคนกำลังเพียรพยายามด้วยความรักอย่างลึกซึ้งที่จะกลับมาทัดเทียมกับพ่อ
(บัพสมาน) บัพดาดายินดีและพอใจที่ได้เห็นลูกๆ
และร้องเพลงแห่งความมหัศจรรย์ของลูกๆในหัวใจของท่านว่า: ว้า ลูกๆ ว้า!
ลูกๆคือมงกุฎบนศีรษะของพ่อ ลูกๆได้รับการกราบไหว้บูชาในสองรูปแบบ
ในขณะที่พ่อได้รับการกราบไหว้บูชาเพียงรูปแบบเดียว ดังนั้น
ลูกๆจึงก้าวไปข้างหน้าพ่อโดยพ่อเอง
และด้วยเหตุนี้พ่อจึงมีความพอใจที่ได้เห็นความเพียรพยายามของลูกๆ
แน่นอนว่าลูกตามลำดับกันไป
แต่การมีเป้าหมายในความเพียรพยายามทำให้ลูกก้าวไปข้างหน้า
วันนี้ ในเวลาอามฤต
บาบาได้เห็นแง่มุมหนึ่ง ซึ่งเป็นรากฐานของความรู้นี้ในลูกๆทุกคนในทุกหนแห่ง
รากฐานนั้นคือความศรัทธา มีคำกล่าวว่า:
ผู้ที่มีสติปัญญาเปี่ยมด้วยศรัทธาย่อมได้รับชัยชนะ ดังนั้น
บาบาจึงเห็นศรัทธาของลูกทุกคน แน่นอนว่าทุกคนมีศรัทธาในพ่อตามลำดับกันไป
และสิ่งชี้บอกของศรัทธานั้นคือ ลูกทุกคนได้ตระหนักรู้จักพ่อและเป็นของท่าน
และได้มาที่นี่เพื่อพบท่าน ลูกแต่ละคนมีศรัทธาในพ่ออย่างไม่เสื่อมคลาย
แต่เช่นเดียวกับศรัทธาในพ่อ ศรัทธาของลูกในสิ่งอื่นๆก็ต้องเข้มแข็งด้วยเช่นกัน
ต้องมีศรัทธาในตนเอง นอกจากนั้น ต้องมีศรัทธาในละคร และศรัทธาในครอบครัว
การที่จะเข้มแข็งในศรัทธาทั้งสี่ประการนี้หมายความว่าสติปัญญาของลูกต้องมีศรัทธา
และจะได้รับชัยชนะบนพื้นฐานนั้น ดังนั้น จงตรวจสอบดูว่า
ฉันมีความเข้มแข็งในศรัทธาทั้งสี่ประการนี้หรือไม่? ในการมีศรัทธาในพ่อ
ลูกทุกคนพูดว่า "บาบาของฉัน" และ "ฉันเป็นของพ่อ" ลูกพูดว่า "ของฉัน"
สำหรับพ่อและได้ประกาศสิทธิ์อย่างเต็มที่เหนือพ่อ
ลูกได้ประกาศสิทธิ์อย่างสม่ำเสมอจากพ่อและประกาศสิทธิ์ในสมบัติที่มีค่าทั้งหมด
นอกจากสิ่งเหล่านั้นแล้ว ศรัทธาในตนเองก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะเหตุใด?
หากลูกไม่มีศรัทธาในตนเอง ลูกก็จะท้อแท้ ศรัทธาในตนเองคือ:
ฉันเป็นตัวของความเคารพตนเองที่พ่อประทานให้ ฉันมีสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองตนเอง
พ่อเองได้ให้ความเคารพตนเองมากมายแก่ฉัน
จงนำแต่ละจุดหรือแต่ละประเด็นของความเคารพตนเองมาไว้ในสำนึกรู้ของลูก
แล้วลูกจะมีความซาบซึ้งอย่างยิ่ง ในทุกวันนี้ ถ้าผู้คนได้รับสมญาใดๆ
พวกเขาก็จะพิจาณาว่านั่นเป็นโชคของพวกเขา
แต่ใครเป็นผู้ให้แต่ละจุดของความเคารพตนเองแก่ลูกๆ?
บัพดาดาเองที่ทำให้ลูกแต่ละคนเป็นตัวของความเคารพตนเอง
โดยการระลึกถึงความเคารพตนเองในแต่ละจุดแต่ละประเด็น
ลูกก็สามารถโบยบินได้ด้วยความสุข ดังนั้น
จงมีความซาบซึ้งในศรัทธาในตนเองให้มากขนาดนี้อยู่เสมอ:
ฉันเป็นหนึ่งในหลายๆล้านดวงวิญญาณที่มีอำนาจในการปกครองตนเองโดยผ่านพ่อและเป็นตัวของความเคารพตนเอง
เช่นเดียวกับที่ลูกมีศรัทธาในพ่อ ในทำนองเดียวกัน
การมีศรัทธาในตนเองก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะเมื่อลูกมีศรัทธาในตนเอง
สติปัญญาของลูกก็จะมีศรัทธาในทุกการกระทำของลูก นั่นคือ
ลูกมีความเคารพตนเองและได้รับชัยชนะ ความหมายของความศรัทธาคือความสำเร็จ ไม่ใช่:
ฉันมีศรัทธาในพ่อแล้ว การมีศรัทธาในพ่อเป็นสิ่งที่ดีมาก
แต่นอกจากจะมีความศรัทธาในพ่อแล้ว
ลูกยังจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความซาบซึ้งด้วยเช่นกันว่า ฉันคือใคร!
จงจำแต่ละจุดและทุกๆจุดของความเคารพตนเองและความศรัทธาไว้
แล้วความซาบซึ้งนั้นจะปรากฏให้เห็นในการกระทำและบนใบหน้าของลูก
มันปรากฏให้เห็นและจะยังคงปรากฏให้เห็นต่อไป นอกจากนี้
ประการที่สามคือการมีศรัทธาในละคร นี่ก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน
เพราะภายในละครนั้นมีทั้งปัญหาและความสำเร็จเช่นกัน
หากลูกมีศรัทธาที่มั่นคงในละครแล้ว
ผู้ที่มีสติปัญญาที่มีศรัทธาบนพื้นฐานของศรัทธาของตนเองจะสามารถเปลี่ยนปัญหาให้กลายเป็นวิธีแก้ปัญหาได้
เพราะศรัทธาหมายถึงชัยชนะ ดังนั้น ลูกจะได้รับชัยชนะเหนือใคร? ด้วยการเปลี่ยนแปลง
ปัญหาใดๆก็จะกลายเป็นรูปแบบของการแก้ปัญหาในหนึ่งวินาที
แล้วลูกจะไม่ประสบกับความปั่นป่วนใดๆ ลูกจะอยู่อย่างไม่สั่นคลอน
เพราะด้วยการมีความรู้เกี่ยวกับละคร ลูกจึงมั่นคงและไม่ไหวหวั่นสั่นคลอน
ลูกมีศรัทธาว่าลูกเป็นตัวของการแก้ปัญหาในวงจรที่ผ่านมาด้วย นั่นคือ
ลูกเคยเป็นดวงวิญญาณที่ประสบความสำเร็จ ในตอนนี้ลูกก็ยังคงเป็นเช่นนั้น
และหลังจากผ่านวงจรนี้ไป ลูกก็จะกลายเป็นเช่นนั้นต่อไป ดังนั้น
ความซาบซึ้งนี้สามารถทำให้ลูกมีความศรัทธาในละครอย่างมั่นคง
ลูกจึงมีความซาบซึ้งทางจิตวิญญาณ (ฟัคฮูร์) และความซาบซึ้ง (นัชชา) ว่า
ฉันเคยเป็นเช่นนั้น ฉันเป็นเช่นนั้น และฉันจะเป็นเช่นนั้นต่อไป ดังนั้น
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีศรัทธาในละครในชีวิตที่เต็มไปด้วยความเพียรพยายามนี้
นอกจากนี้ ประการที่สี่คือ ต้องมีศรัทธาในครอบครัว
เพราะพ่อสร้างครอบครัวทันทีที่ท่านมา เช่นเดียวกับที่ลูกมีศรัทธาในพ่อ
ลูกก็จำเป็นที่จะต้องมีศรัทธาในครอบครัวด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว
นี่คือครอบครัวของใคร? ใครที่จะสามารถมีครอบครัวที่ใหญ่โตเช่นนี้ได้อีก?
การมีศรัทธาในครอบครัวนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
เพราะใครในโลกนี้จะมีครอบครัวที่ใหญ่โตเช่นนี้ได้?
ลูกสามารถตรวจสอบครอบครัวต่างๆมากมายในโลกนี้ได้มากเท่าที่ลูกต้องการได้ว่า:
มีใครที่มีครอบครัวเช่นนี้บ้างไหม? แม้แต่พระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์(ทางโลก)ก็ไม่มีครอบครัวที่ใหญ่โตเช่นนี้
เพราะพวกเขามีสาวกหรือผู้ติดตาม แต่ที่นี่คือครอบครัว
เป็นเพราะด้วยครอบครัวนี้นี่เองที่ลูกเฝ้าแต่ทำงานรับใช้และมีความสัมพันธ์กับครอบครัวนี้ต่อไป
ไม่ใช่ว่าลูกจะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับพ่อเพียงผู้เดียว
แล้วจะเพิกเฉยหรือไม่ให้ความสำคัญกับครอบครัว (หรือไม่เป็นอะไรหรอกหากลูกไม่มีความสัมพันธ์กับครอบครัว)
ศรัทธาของลูกในครอบครัวจะต้องคงอยู่ต่อไปเป็นเวลา 21 ชาติเกิด
ลูกรู้เรื่องนี้ดีใช่ไหม?
การที่ลูกเข้ามามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับครอบครัวด้วยการมีศรัทธาในสติปัญญาที่ทำให้ลูกรู้ว่าลูกกำลังก้าวไปพร้อมกับทุกคนในครอบครัวที่ใหญ่เช่นนี้
เพื่อที่จะก้าวไปพร้อมกับครอบครัว ลูกต้องให้ความใส่ใจในเรื่องนี้
แต่ละคนในครอบครัวมีและจะมีซันสการ์ที่แตกต่างกัน อนุสรณ์ของลูกคือลูกประคำ
และถ้าลูกมองดูลูกประคำนั้น ลูกจะเห็นเลขอันดับแรกและเลขอันดับที่ 108
เพราะพวกเขาทั้งหมดคือผู้ที่มีซันสการ์ที่แตกต่างกันในครอบครัว ดังนั้น
ลูกต้องก้าวไปพร้อมกับครอบครัวที่ใหญ่โตเช่นนี้ในขณะที่เข้าใจซันสการ์ของกันและกัน
นี่คือครอบครัวเดียวกัน พ่อผู้เดียวกัน อาณาจักรเดียวกัน
ดังนั้นเราต้องก้าวไปด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน
เช่นเดียวกับที่นี่เป็นครอบครัวใหญ่
ดังนั้นลูกก็ต้องมีหัวใจที่กว้างใหญ่กับทุกคนและเข้ากันได้ดีกับทุกคน
ในขณะที่อยู่อย่างมั่นคงในสภาพของการมีความปรารถนาดีและความรู้สึกที่บริสุทธิ์ต่อทุกคน
เพราะภายในครอบครัวนี้มีซันสการ์และธรรมชาติที่แตกต่างกัน บางคนอาจคิดว่า:
ครอบครัวนั้นสำคัญอย่างไร? ฉันมีศรัทธาในบาบาก็พอ อย่างไรก็ตาม
ที่นี่ทั้งศาสนาและอาณาจักรกำลังถูกก่อตั้งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ศาสนาเท่านั้น
ผู้ก่อตั้งศาสนาอื่นๆทั้งหมดที่ผ่านมา เพียงแค่มาก่อตั้งศาสนา
แต่ไม่ได้มาสร้างอาณาจักร ที่นี่ ลูกทุกคนกำลังจะไปปกครองด้วยเช่นกัน
ในอาณาจักรนั้นจำเป็นต้องมีครอบครัว และลูกต้องอยู่กับครอบครัวเป็นเวลา 21
ชาติเกิดในรูปแบบต่างๆ ลูกไม่สามารถละทิ้งครอบครัวและไปไหนได้หรอก
ดังนั้นจงตรวจสอบสิ่งนี้ อย่าคิดว่า “พ่อรู้และฉันก็รู้” ทุกสิ่งล้วนเกี่ยวกับพ่อ
แต่ถ้าหากขาดศรัทธาอย่างใดอย่างหนึ่งในศรัทธาทั้งสี่ประการนี้ ก็จะเกิดความปั่นป่วน
แน่นอนพ่ออยู่กับลูกในฐานะที่เป็นมิตรร่วมทางในงานรับใช้ของลูกเพื่อให้สะกาช
แต่ใครคือมิตรร่วมทางของลูก? มิตรร่วมทางทางกายภาพ(ที่มีตัวตน)ที่ลูกมีคือครอบครัว
ดังนั้น พ่อเห็นว่าลูกส่วนใหญ่กำลังก้าวไปด้วยดีในศรัทธาทั้งสามประเภท
แต่ลูกก็ต้องเติมเต็มความรับผิดชอบต่อครอบครัวด้วยเช่นกัน
ลูกต้องประสานซันสการ์ของลูกให้สอดคล้องกลมกลืนกัน
ลูกต้องเห็นและอยู่ร่วมกันด้วยความรู้สึกที่มีเมตตาและให้คุณประโยชน์ต่อกัน
ลูกๆหลายคนเคลื่อนไปตามความสามารถของตนในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม
พ่อได้เห็นว่าผู้เต็มไปด้วยความรู้และมีศรัทธาในครอบครัวอย่างเต็มเปี่ยม
และผู้ที่ดำเนินชีวิตด้วยสภาพของการเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวางเช่นเดียวกับพ่อ
คือผู้ที่จะกลายเป็นอันดับหนึ่งหรืออยู่ในกลุ่มที่หนึ่ง ดังนั้น จงตรวจสอบ:
ทั้งธรรมชาติ(นิสัย)และเจตนาต่างๆเกิดขึ้นภายในครอบครัว
ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆก็เกิดขึ้นในครอบครัว
และอุปสรรคต่างๆก็เกิดขึ้นในแง่ของครอบครัวเช่นกัน ดังนั้น
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสอบผ่านในแง่ของครอบครัวนี้ให้ได้
หากมีสิ่งใดขาดหายไปเมื่อต้องดำเนินชีวิตไปพร้อมกับครอบครัวและการทำตามหน้าที่ความรับผิดชอบของลูกแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคเล็กหรือใหญ่ มันก็ก่อให้เกิดปัญหาเสมอ
จะมีคำถามหรือปัญหาต่างๆเกิดขึ้นเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวเท่านั้นคือ
“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้? เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?” ดังนั้น แทนที่จะถามว่า “ทำไม?”
จงตระหนักว่าลูกต้องอยู่ร่วมกันต้องเข้ากันให้ได้และทำหน้าที่รับผิดชอบของครอบครัว
เพราะนี่คือครอบครัวของพ่อ นี่คือครอบครัวของพระเจ้า นี่ไม่ใช่ครอบครัวธรรมดา
จงมีความศรัทธา: "ว้า บาบา! ว้า ละคร! ว้า: ตัวฉันเอง และ ว้า ครอบครัว!"
สิ่งนี้โอเคไหม? ลูกตรวจสอบสิ่งนี้แล้วหรือยัง? ลูกได้สอบผ่านในทั้งสี่สิ่งหรือไม่?
ทั้งสี่เลยใช่ไหม? ไม่ขาดแม้แต่สิ่งเดียวใช่ไหม? ตรวจสอบสิ่งนี้ดู!
ตรวจสอบตอนนี้เลย เพราะนี่เป็นหนทางเดียวที่จะได้รับชัยชนะ
ซันสการ์ต่างๆปรากฏขึ้นจากภายในครอบครัว
และเพื่อที่จะทำให้ซันสการ์เหล่านั้นสอดคล้องกลมกลืนกัน
ลูกต้องเปลี่ยนแปลงซันสการ์เหล่านั้นและมองดูครอบครัวด้วยสายตาที่สูงส่งเช่นนั้น
บัพดาดาเคยบอกลูกแล้วก่อนหน้านี้เช่นกันว่า
บัพดาดามองเห็นแม้กระทั่งลูกคนสุดท้ายว่าเป็นผู้ที่มีโชคดีที่สุด เพราะเหตุใด?
เพราะเขาได้ตระหนักรู้จักพระเจ้าแล้ว เขาได้ตระหนักรู้จักพ่อผู้อยู่ในรูปธรรมดา
มหาตมะผู้ยิ่งใหญ่เช่นนั้นยังไม่สามารถตระหนักรู้จักพระเจ้าได้
แต่แม้กระทั่งลูกคนสุดท้ายของบัพดาดาก็ยังพูดว่า: "บาบาของฉัน"
เขาพูดจากหัวใจของเขาว่า "บาบาของฉัน" เช่นเดียวกับที่บัพดาดาให้ความรัก
ความรักและความระลึกถึงแก่ลูกๆ
ดังนั้นเมื่อได้เห็นคุณสมบัติพิเศษของแม้กระทั่งในลูกคนสุดท้าย
ท่านก็ให้สิ่งเดียวกันนั้นแก่ลูกคนสุดท้ายคนอื่นๆที่เหลือด้วยเช่นกัน ดังนั้น
จงตรวจสอบดูว่า ลูกโอเคกับสามสิ่ง หรือกับทั้งสี่สิ่ง หรือกับแค่สองสิ่ง
หรือกับแค่หนึ่งสิ่ง ลูกได้ตรวจสอบแล้วหรือยัง? ลูกได้ตรวจสอบหรือไม่?
ลูกที่คิดว่าตนเองโอเคในเรื่องการมีความศรัทธาทั้งสี่ประการ ได้แก่ พ่อ ตัวลูกเอง
ละคร และครอบครัว – ผู้ที่มีศรัทธาในทั้งสี่ประการ ยกมือขึ้น! ลูกโอเคไหม?
ลูกโอเคไหม? บาบาควรทดสอบลูกหรือไม่? ใช่ ยกมือขึ้น! โอเคไหม?
ลูกสอบผ่านในเรื่องครอบครัวแล้วหรือยัง? ลูกต้องสร้างความสัมพันธ์กับครอบครัว
เพราะลูกจะไม่จากครอบครัวไป ลูกต้องอยู่ในครอบครัวและทำตามความรับผิดชอบของลูก
ดังนั้น ลูกสอบผ่านในเรื่องนี้หรือไม่? ลูกเคยคิดไหมว่า “ถ้าคนนี้ไม่อยู่ที่นี่คงจะดีกว่า”
“ทำไมคนนี้ถึงทำอย่างนี้” “ทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้น” ลูกมีความคิดเช่นนั้นหรือไม่?
ลูกมีความซาบซึ้งในครอบครัวอย่างสมบูรณ์หรือไม่?
ผู้ที่มีความศรัทธาในทั้งสี่ประการจะไม่คิดเช่นนั้นที่ว่า “อย่างนี้หรืออย่างนั้น”
มันอาจจะเข้ามาในความคิดของลูกบ้างว่า “ทำไมมันถึงเกิดขึ้นอย่างนั้น?”
แต่คำถามที่ว่า “ทำไม” หรือ “อะไร” ไม่ควรทำให้ลูกหวั่นไหว
ไม่ควรเปลี่ยนอารมณ์ของลูก นี่เป็นสิ่งที่รู้กันดีว่าการสอบผ่านในทั้งสี่ประการ
ลูกยกมือขึ้นและทำให้บัพดาดาพอใจ แต่บางครั้งบัพดาดาต้องได้ยินและเห็นอะไรมากมาย
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เกี่ยวกับครอบครัว ลูกต้องมีหัวใจที่กว้างใหญ่โดยสิ้นเชิง
เราควรปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความปรารถนาดีและความรู้สึกที่บริสุทธิ์
เพราะนี่คือครอบครัวเดียวกัน ลูกทุกคนต้องอยู่ร่วมกันต้องเข้ากันได้ดี
เป็นหนึ่งเดียวกัน และทำให้ผู้อื่นก้าวไปข้างหน้า
ลูกจะไม่เพียงแค่ทำให้ตนเองก้าวไปข้างหน้าในลักษณะนี้เท่านั้น
แต่ต้องทำให้ผู้อื่นก้าวไปข้างหน้าในลักษณะเดียวกันกับลูกด้วย
เพราะเหตุนี้เองบัพดาดาจึงดึงความสนใจของลูกมาที่เรื่องนี้:
คนในครอบครัวที่ผ่านพ้นความปั่นป่วนใดๆ และเป็นผู้ที่ไม่มีสิ่งที่ไร้ประโยชน์ใดๆ
จะต้องทำให้ผู้อื่นเป็นเช่นนั้นด้วยเช่นกัน
ปัจจุบันนี้มีลูกกี่คนที่อาศัยอยู่ที่ศูนย์ของลูก? อย่างมากที่สุดก็อาจจะมีประมาณ
25 ถึง 50 คน ซึ่งไม่ได้มีจำนวนมากมายนัก แต่ถ้าเป็นสถานที่ใหญ่หน่อย
บางทีก็อาจจะมีสัก 50 ถึง 60 คน หรืออย่างมากที่สุดก็อาจจะมีถึง 100 คน
มันไม่ได้มากมายนักหรอก แต่แค่ให้ลองคิดดูว่ามันมีจำนวนมาก
บัพดาดาได้ทำให้ลูกๆในทุกศูนย์ แม้แต่ลูกคนสุดท้าย ได้ก้าวเดินต่อไป
โดยกล่าวว่าลูกเป็นลูกที่รัก สิ่งชี้บอกของความรักคืออะไร?
ความรักและความระลึกถึงที่บัพดาดาให้แก่ลูกทุกวันคืออะไร? ลูกๆที่แสนหวานมากๆ (ลูกๆที่สุดแสนหวาน)
แม้จะรู้ว่ามีลูกบางคนที่ยังมีความเปรี้ยวอยู่บ้างเช่นกัน
แต่บาบานั้นเคยให้ความรักและความระลึกถึงโดยพูดว่า:
ลูกๆที่แสนหวานและลูกๆที่แสนเปรี้ยวบ้างหรือไม่?
ท่านเรียกพวกเขาว่าลูกที่รักเช่นกัน และไม่เพียงแต่ท่านพูดเช่นนั้น
แต่ท่านเชื่อว่าลูกคนนั้นคือ: ลูกของฉัน
ท่านทำให้ลูกคนนั้นก้าวเดินต่อไปด้วยความรู้สึกว่าเขาเป็นของท่าน เพราะท่านรู้ว่า
ในละครนี้และในลูกประคำ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นอันดับหนึ่งได้ทั้งหมด
นั่นเป็นเพียงผลลัพธ์ ทุกคนมีซันสการ์ที่แตกต่างกัน และจำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น
มิฉะนั้นทุกคนจะเป็นราชากันหมด แล้วใครจะเป็นปวงประชา? ลูกจะปกครองใคร?
คนดีก็จำเป็นต้องมี คนที่สูงส่งแบบราชนิกุลก็จำเป็นต้องมี นี่คืออาณาจักร
ในทำนองนี้ ลูกแต่ละคนต้องตรวจสอบตนเอง
ในครอบครัวหนึ่งอาจมีคนที่มีซันสการ์ที่ไม่ดีในบางเรื่อง
แต่ซันสการ์ของลูกเป็นอย่างไร? เมื่อเห็นซันสการ์ที่ไม่ดีของคนอื่น
ถ้าซันสการ์ของลูกกลับมาไม่ดีตามไปด้วย ลูกก็จะกลายเป็นคนไม่ดีไปด้วย
สิ่งที่ไม่ดีก็ทำลายสิ่งที่ดีได้เช่นกัน
ในช่วงเวลาของการก่อตั้ง บัพดาดาได้ดูแลคนทั้งหมดรวมกันประมาณ 350-400 คน
ซึ่งในปัจจุบันไม่มีใครที่มีครอบครัวที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแบบนั้นอีกแล้ว
โอเคลูกอาจมีหน้าที่ที่แตกต่างกันไป แต่นั่นก็คือหน้าที่
และในครอบครัวหนึ่งก็มีหน้าที่ หากเป็นครอบครัวธรรมดาทั่วไป
เป็นหน้าที่ธรรมดาทั่วๆไป ลูกก็ใช้ชีวิตประจำวันไปแบบธรรมดา แต่นี่ไม่ใช่แบบนั้น
นี่คือครอบครัวที่พิเศษและน่ารักมาก การที่ลูกรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจในเรื่องนี้
แล้วก็หาข้ออ้างว่า ที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะคนนั้นทำอย่างนั้น
ที่มันเกิดเรื่องแบบนั้นก็เพราะคนนั้นทำอย่างนี้… อย่างไรก็ตาม
พ่อไม่ต้องเผชิญกับการต่อต้านบ้างเลยหรือ? มีบางคนที่จากไป
นั่นไม่ใช่การต่อต้านหรือ? ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น แม้ว่าจะมีบางคนจากไป
พ่อก็ยังพูดว่า “ส่งโทลีไปให้เขาและพยายามเรียกพวกเขาให้กลับมา
รับใช้พวกเขาและคอยเตือนพวกเขา” ดังนั้น
ลูกต้องสอบผ่านในการมีศรัทธาทั้งสี่ประการนั้น หรือแค่สามหรือสองประการ?
ลูกต้องประกาศสิทธิ์ในอันดับหนึ่ง
เพราะถึงแม้ว่าจะมีการเตรียมการสำหรับการทำลายล้างแล้วก็ตาม
แต่การทำลายล้างนั้นก็ยังคงรอเวลาที่จะเกิดขึ้นอยู่ ธรรมชาติมาหาพ่อ ธรรมชาติ –
วัตถุธาตุ – กล่าวว่า: ตอนนี้ภาระนั้นหนักมากเหลือเกิน
แม้แต่วัตถุธาตุเองก็ต้องการได้รับการปลดปล่อยจากภาระนี้ มายาเองก็กล่าวว่า: “ฉันรู้ว่าบทบาทของฉันกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว/ใกล้จะจบลงแล้ว
แต่ยังมีลูกๆในครอบครัวบราห์มินบางคนที่กลายเป็นเพื่อนร่วมทางของฉันในเรื่องเล็กๆน้อยๆ
พวกเขาทำให้ฉันต้องนั่งลงกับพวกเขาด้วย”. ในการนำมาซึ่งอาณาจักรของลูกเอง
ความศรัทธาในสี่สิ่งนี้ยังคงเป็นเพียงเปอร์เซ็นต์ (ยังไม่เต็มร้อย)
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลาจึงยังคงรอคอยอยู่ อย่างไรก็ตาม
ทั้งมายาและธรรมชาติก็พร้อมแล้ว เวลานี้พูดสิ: บาบาควรออกคำสั่งกับพวกเขาเลยไหม?
ถ้าลูกๆยังไม่พร้อมเสมอแล้วบาบาควรออกคำสั่งนี้แก่มายาและธรรมชาติหรือไม่?
ท่านควรทำเช่นนั้นไหม? ยกมือขึ้นสิ! ลูกพร้อมหรือยัง?
อย่าแค่ยกมือขึ้นเฉยๆอย่างนั้น! การทดสอบกำลังจะมาถึง ข้อสอบกำลังจะมาถึง
ลูกพร้อมเสมอหรือไม่?
ตอนนี้
บัพดาดามีความหวังในลูกๆแต่ละคน ให้จบสิ้นคำว่า "อย่างไร?" (เกเซ?)
และให้เปลี่ยนมาพูดว่า "อย่างนี้/ต้องทำแบบนี้!" (เอเซ!) แทน. ไม่ใช่ถามว่า "ฉันควรทำอย่างไร?
มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?" แต่ให้พูดว่า "ทำแบบนี้". ไม่ใช่ "ฉันควรทำอะไร?"
แต่ให้เป็น "ทำแบบนี้สิ". ลูกจะทำให้ความหวังนี้เป็นจริงได้เมื่อไหร่?
ลูกต้องการเวลาอีกเท่าไหร่? ทุกคนต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม
หากลูกพร้อมและยกมือขึ้นตอบรับแล้ว หน้าที่ของลูกคืออะไร?
คือการทำให้คนอื่นเท่าเทียมกับตัวลูกเอง
บัพดาดาได้รับฟังผลสรุปของข่าวสารและโปรแกรมต่างๆทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว
ทุกอย่างออกมาดีมาก และผลลัพธ์ก็ดีเช่นกัน
เต็มไปด้วยความจริงจังและความกระตือรือร้น ดังนั้น
ตอนนี้จงมีเป้าหมายว่าสิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้น และลูกต้องทำสิ่งนี้ให้ได้
จงนำความสำเร็จที่สมบูรณ์ให้เข้ามาใกล้ขึ้น
เพราะเมื่อใดก็ตามที่ลูกเริ่มขึ้นๆลงๆเพียงเล็กน้อย
ความสำเร็จนั้นก็จะยิ่งห่างไกลออกไปอีกเล็กน้อย"
ลูกคือผู้ที่ต้องนำความสำเร็จที่สมบูรณ์ให้เข้ามาใกล้
เพราะเวลาจะทำอะไรได้หากผู้ที่จะมาปกครองยังไม่มีความพร้อม? ดังนั้น
จงหยุดหาข้ออ้างหรือหาเหตุผลต่างๆมาอ้างเสียที จงนำวิธีแก้ปัญหามาไว้ข้างหน้า
เป้าหมายของลูกทุกคนคือการให้สาส์นกับผู้ที่กำลังทุกข์ทรมานอยู่ในความทุกข์และปลดปล่อยพวกเขา
ลูกจะไม่สามารถไปสู่การหลุดพ้นได้หากไม่ปลดปล่อยพวกเขา ดังนั้นจงปลดปล่อยพวกเขา!
พ่อได้มาแล้ว และท่านจะให้มรดกแก่ลูกทั้งโลกใช่ไหม?
ท่านจะให้มรดกของการหลุดพ้นในชีวิตแก่ลูก แต่ทุกคนล้วนเป็นลูกของท่าน
ท่านจึงต้องให้มรดกแก่พวกเขาด้วยเช่นกันใช่หรือไม่? ดังนั้น
มรดกของพวกเขาคือการหลุดพ้น และมรดกของลูกคือการหลุดพ้นในชีวิต
ลูกเองก็ไม่สามารถกลับไปได้เช่นกันจนกว่าลูกจะให้การหลุดพ้นแก่พวกเขา สำหรับสิ่งนี้
จงฝึกดริลดังนี้: ทุกวันจงกลายเป็นเทวดานางฟ้า 12 ครั้ง และอยู่ในสภาพที่ไม่มีตัวตน
12 ครั้ง กลางวันและกลางคืนมี 24 ชั่วโมง และลูกต้องฝึกฝนดริลเช่นนี้ 24 ครั้ง
ลูกสามารถนอนหลับได้ในเวลาที่ควรนอน บัพดาดาไม่ได้บอกว่าลูกต้องห้ามนอน นอนหลับได้
แต่ให้เพิ่มการฝึกฝนนี้ในช่วงระหว่างวัน เมื่อลูกมีหน้าที่ต้องทำ
ลูกก็ทำงานตลอดทั้งวัน ลูกอยู่อย่างตื่นอยู่เสมอใช่ไหม? ดังนั้น
จงหาเวลาเพื่อทำการฝึกฝนดริลนี้ด้วยเช่นกัน อัจชะ
ถึงลูกๆทุกคนในทุกหนแห่งผู้ที่มีความรักต่อพ่อ –
เพราะผู้ที่มีความรักย่อมให้ความร่วมมืออย่างแน่นอน และผลตอบแทนของความรักก็คือ
ในทางปฏิบัติ ในทุกๆงาน พวกเขาจะให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันด้วยร่างกาย จิตใจ
ทรัพย์สมบัติ และความสัมพันธ์ของพวกเขา
ถึงลูกๆที่มีความรักและให้ความร่วมมือเช่นนี้ ผู้ที่ซึมซับอยู่ในความรักต่อพ่อ –
ไม่ใช่แค่ความรัก แต่เป็นผู้ที่อยู่อย่างซึมซับอยู่ในความรัก
และผู้ที่ใช้เวลาและความคิดของเขาในทุกงานของพ่อเสมอ เพราะในยุคบรรจบพบกัน
เวลาและความคิดของลูกมีค่าอย่างมาก
ถึงผู้ที่สร้างรางวัลในชาติเกิดเดียวนี้เพื่อหลายๆชาติเกิด
ถึงผู้ที่เพียรพยายามอย่างแรงกล้า ผู้ที่ใช้ทุกคุณธรรมและทุกพลังตามเวลา
ถึงลูกๆที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรมและพลังทั้งหมด
ความรักและความระลึกถึงมากมายหลายล้านเท่า และนมัสเต
พร:
ขอให้ลูกเปี่ยมด้วยความเมตตาและเติมเต็มพลังให้แก่ดวงวิญญาณทั้งหลาย
โดยการเป็นทั้งผู้บัญญัติกฎหมายและผู้ประทานพร
หากดวงวิญญาณใดมีความปรารถนาบางอย่าง
แต่เพราะไม่มีความกล้าหาญเขาจึงไม่สามารถบรรลุในสิ่งที่เขาต้องการได้
แม้ว่าเขาจะมีความปรารถนานั้นอยู่ก็ตาม นอกจากการเป็นผู้บัญญัติกฎหมาย
นั่นคือเป็นผู้ประทานความรู้นี้ให้แก่ดวงวิญญาณนั้นแล้ว
จงเปี่ยมด้วยความเมตตาและเป็นผู้ประทานพรด้วย
จงให้พลังพิเศษของความปรารถนาดีของลูกให้แก่ดวงวิญญาณนั้น อย่างไรก็ตาม
ลูกจะสามารถกลายเป็นตัวของผู้ประทานพรเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อทุกความคิดของลูกได้อุทิศให้แก่พ่อแล้วเท่านั้น
จงทำตามสัญญาที่ลูกได้ให้ไว้ว่าจะอุทิศทุกขณะจิต ทุกความคิด และทุกการกระทำของลูก
คติพจน์:
จงอยู่อย่างตระหนักถึงรูปที่แท้จริงของลูก แล้วลูกจะมีพลังของสัจจะ
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
สร้างสมคุณธรรมของความอ่อนหวานและความถ่อมตนเพื่อกลับมายิ่งใหญ่
เวลานี้
บัพดาดาต้องการที่จะเห็นเพชรพลอยที่เปล่งประกายของความบริสุทธิ์สมบูรณ์บนหน้าผากของลูกๆแต่ละคน
ท่านปรารถนาที่จะเห็นดวงตาของลูกเปล่งประกายด้วยความผ่องแผ้วทางจิตวิญญาณอยู่เสมอ
ปรารถนาที่จะได้ยินถ้อยคำอันไพเราะแสนหวานและล้ำค่า
และปรารถนาที่จะเห็นความพอใจและความถ่อมตนในทุกการกระทำของลูก