20.01.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน การจดจำระลึกถึงพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดนั้นเป็นบางสิ่งที่แฝงตัว
การจดจำระลึกถึงก่อให้เกิดการจดจำระลึกถึง
พ่อจะสามารถจดจำผู้ที่ไม่ได้อยู่ในการจดจำระลึกถึงได้อย่างไร?
คำถาม:
การศึกษาเล่าเรียนใดที่ลูกๆศึกษาในยุคแห่งการบรรจบพบกัน
ที่ไม่เคยมีการสอนในเวลาอื่นตลอดทั้งวงจร?
คำตอบ:
การศึกษาเพื่อที่จะตายขณะมีชีวิตจากร่างกายของลูก ที่จะกลายเป็นศพนั้น
ได้มีการสอนในเวลานี้เท่านั้น เพราะเป็นเวลานี้ที่ลูกต้องกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรม
ขณะที่ลูกอยู่ในร่างกาย ลูกต้องทำการกระทำ
จิตใจของลูกสามารถมีความสงบได้เพียงเมื่อลูกไม่ได้อยู่ในร่างกายเท่านั้น
เหตุนี้เองคำพูดว่า “ผู้ที่เอาชนะจิตใจของพวกเขานั้นเอาชนะโลก”
ไม่ควรจะกล่าวเช่นนั้น ควรจะเป็นว่า “ผู้ที่เอาชนะมายานั้นเอาชนะโลก”
โอมชานติ
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกๆ
เพราะลูกเข้าใจว่าเพียงผู้ที่ไม่รู้คิดเท่านั้นที่ถูกสอน เวลานี้
เมื่อพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด พระเจ้า ผู้ที่สูงสุดเหนือสิ่งใดมา ท่านจะสอนใคร?
อย่างแน่นอนที่ท่านจะสอนผู้ที่ไม่รู้คิดที่สุด เหตุนี้เองพวกเขาจึงพูดถึง “ผู้ที่มีสติปัญญาที่ไม่มีความรักในเวลาของการทำลายล้าง”
สติปัญญาได้กลับมาไม่มีความรักได้อย่างไร? พวกเขาได้เขียนถึง 8.4 ล้านเผ่าพันธุ์
พวกเขากล่าวด้วยเช่นกันว่าพ่อได้ใช้ 8.4 ล้านชาติเกิดด้วยเช่นกัน
พวกเขาพูดว่าดวงวิญญาณสูงสุดอยู่ในแมวและสุนัขและในสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ลูกๆ
ได้รับการบอกว่าประเด็นนี้ควรจะได้รับการอธิบายใน 1 วินาที พ่อได้อธิบายแล้วว่า
เมื่อคนใหม่มา
ก่อนอื่นให้คำแนะนำของพ่อที่มีขีดจำกัดและพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดแก่พวกเขา
ผู้เดียวนั้นคือบาบาอาวุโสที่ไม่มีขีดจำกัด
และผู้นี้คือบาบาอ่อนอาวุโสที่มีขีดจำกัด “พ่อที่ไม่มีขีดจำกัด”
หมายถึงพ่อของดวงวิญญาณที่ไม่มีขีดจำกัด พ่อที่มีขีดจำกัดคือพ่อของผู้ที่มีชีวิต
ผู้นั้นคือพ่อของดวงวิญญาณทั้งหมด
ไม่ใช่ทุกคนสามารถซึมซับความรู้นี้ในปริมาณเท่ากัน บ้างเข้าถึงได้เพียง 1%
และบ้างเข้าถึง 95% นี่คือบางสิ่งที่ต้องเข้าใจ ที่นั่นจะมีสุริยวงศ์ มีราชา ราชินี
และปวงประชา สิ่งนี้เข้าสู่สติปัญญาของลูก มีมนุษย์ทุกรูปแบบในหมู่ปวงประชา
ปวงประชาหมายถึงปวงประชา! พ่ออธิบาย: นี่คือการศึกษาเล่าเรียน
ลูกแต่ละคนศึกษาเล่าเรียนตามสติปัญญาของตนเอง ลูกแต่ละคนได้รับบทบาทของตนเอง
มากเท่าที่ลูกเข้าถึงการศึกษาเล่าเรียนนี้ในวงจรที่แล้ว
ลูกก็จะทำเช่นเดียวกันในเวลานี้ การศึกษานี้ไม่มีวันถูกซ่อนเร้นได้
ลูกได้รับสถานภาพของลูกตามที่ลูกศึกษาเล่าเรียนมากแค่ไหน พ่อได้อธิบายแล้วว่า:
ขณะที่ลูกทำความก้าวหน้า ก็จะมีการทดสอบ
ลูกไม่สามารถถูกโยกย้ายโดยปราศจากการทำข้อสอบ ทุกสิ่งจะถูกเปิดเผยในเวลาสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งเวลานี้ ลูกสามารถเข้าใจว่าลูกมีค่าควรสถานภาพใด
ถึงแม้ว่าลูกทั้งหมดจะยกมือของลูก เพราะว่าลูกอายเมื่อลูกอยู่ท่ามกลางทุกคน
ลูกเข้าใจในหัวใจของลูกว่า
ลูกนั้นรู้ว่าลูกอาจจะไม่สามารถกลายเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม
ลูกก็ยกมือของลูก การยกมือของลูกแม้ว่า...สิ่งนี้หมายถึงความไม่รู้
มีความไม่รู้มากมายเหลือเกิน พ่อเข้าใจในทันทีว่านักเรียน (ทางโลก)
เหล่านั้นมีความรู้คิดมากกว่า
พวกเขาเข้าใจว่าหากพวกเขาไม่มีค่าควรแก่การประกาศสิทธิ์ในทุนการศึกษา
พวกเขาก็จะสอบไม่ผ่าน นักเรียนทางโลกเหล่านั้นดีกว่าลูก
เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็เข้าใจว่า
พวกเขาจะได้คะแนนมากแค่ไหนในวิชาที่ครูของพวกเขากำลังสอนพวกเขา
พวกเขาจะไม่พูดว่าพวกเขาจะสอบผ่านด้วยเกียรตินิยม
สิ่งนี้แสดงว่าผู้คนที่นี่ไม่แม้กระทั่งมีสำนึกมากเช่นนั้น
พวกเขามีสำนึกที่เป็นร่างมากมาย
เนื่องจากลูกได้มาที่นี่เพื่อกลายเป็นลักษมีและนารายณ์ กิจกรรมของลูกต้องดีมาก
พ่อพูดว่า: บางคนมีสติปัญญาที่ไม่มีความรักในเวลาของการทำลายล้าง
สภาพของพวกเขาจะเป็นอย่างไรหากพวกเขาไม่ได้มีความรักที่ถูกต้องแม่นยำต่อพ่อ?
พวกเขาจะไม่สามารถประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูง พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกๆ
ถึงความหมายของ “ผู้ที่มีสติปัญญาที่ไม่มีความรักในเวลาของการทำลายล้าง”
หากตัวลูกๆเองไม่สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน แล้วผู้อื่นจะเข้าใจสิ่งใดเล่า?
ลูกๆผู้ที่เชื่อว่าพวกเขาคือลูกๆของชีพบาบาไม่เข้าใจความหมายที่สมบูรณ์ของสิ่งนั้น
การจดจำระลึกถึงพ่อเป็นบางสิ่งที่แฝงตัว การศึกษานั้นไม่แฝงตัว
ทุกคนต่างลำดับกันไปในการศึกษาเล่าเรียน ไม่ใช่ทุกคนจะศึกษาเล่าเรียนได้มากเท่ากัน
พ่อตระหนักว่าพวกเขายังเป็นเด็กทารก พวกเขาไม่จดจำพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดเป็นเวลา 3-4
เดือน แล้วจะสามารถเป็นที่เข้าใจได้อย่างไรว่าบางคนกำลังจดจำบาบาอยู่หรือไม่?
เป็นเพียงเมื่อบาบาได้รับจดหมายจากพวกเขา
และพวกเขาเขียนข่าวของงานรับใช้ทางจิตที่พวกเขากำลังทำอยู่เท่านั้น
ลูกจำเป็นต้องให้ข้อพิสูจน์บางอย่าง
ผู้ที่ไม่อยู่ในการจดจำระลึกถึงและทั้งไม่ได้ให้ข้อพิสูจน์ใดของการทำงานรับใช้นั้นมีสำนึกที่เป็นร่าง
บางคนเขียนข่าวของพวกเขา: บาบา ผู้นั้นผู้นี้มาและฉันอธิบายสิ่งนี้แก่เขา
ดังนั้นพ่อเข้าใจว่าลูกยังคงมีชีวิตอยู่ และกำลังให้ข่าวงานรับใช้ที่ดี
บางคนก็ไม่แม้กระทั่งเขียนจดหมายเป็นเวลา 3-4 เดือน เมื่อบาบาไม่ได้รับข่าวใดๆ
ท่านก็เข้าใจว่าลูกคนนั้นได้ตายไปแล้วหรือเจ็บป่วย ผู้ที่เจ็บป่วยไม่สามารถเขียนได้
บางคนแม้กระทั่งเขียนว่าพวกเขาไม่ได้เขียนมาก่อนหน้านี้เพราะสุขภาพของเขาไม่ดี
บางคนไม่ได้เขียนข่าวใดๆเลย พวกเขาไม่ได้เจ็บป่วย พวกเขามีสำนึกที่เป็นร่าง
แล้วพ่อควรจะจดจำใคร? การจดจำระลึกถึงก่อให้เกิดการจดจำระลึกถึง
อย่างไรก็ตามมีสำนึกที่เป็นร่าง พ่อมาและอธิบาย:
ลูกได้พูดว่าพ่อนั้นอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน
และได้นำพ่อเข้าไปไว้ในจำนวนที่มากกว่า 8.4 ล้านเผ่าพันธุ์
มนุษย์กล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเป็นหิน พวกเขาพูดถึงพระเจ้าว่า:
ท่านอยู่ในก้อนกรวดและก้อนหินทั้งหมด ดังนั้นนั่นคือการดูถูกที่ไม่มีขีดจำกัด
ใช่ไหม? ดังนั้นพ่อพูดว่า: พวกเขาประณามพ่ออย่างมาก! เวลานี้ลูกเข้าใจทุกสิ่ง
ต่างลำดับกันไป ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา พวกเขาร้องเพลง: เมื่อท่านมา
ฉันจะอุทิศตนให้แก่ท่าน ฉันจะทำให้ท่านเป็นทายาทของฉัน
ลูกทำให้พ่อเป็นทายาทของลูกด้วยการพูดว่าพ่ออยู่ในก้อนกรวดและก้อนหิน
ลูกประณามพ่ออย่างมาก! เหตุนี้เองพ่อพูดว่า:
เมื่อไร้ศีลธรรมจรรยาอย่างที่สุดพ่อจึงมา เวลานี้ลูกๆ
รู้จักพ่อและดังนั้นลูกจึงยกย่องท่านอย่างมาก อย่าว่าแต่สรรเสริญท่านผู้เดียวเลย
บางคนไม่แม้กระทั่งเขียนสองคำของการจดจำระลึกถึงท่าน พวกเขามีสำนึกที่เป็นร่าง ลูกๆ
เข้าใจว่าลูกได้พบพ่อแล้ว พ่อของเรากำลังสอนเรา เหล่านี้คือคำพูดของพระเจ้า
พ่อสอนราชาโยคะแก่ลูก
พ่อสอนราชาโยคะแก่ลูกและแสดงให้ลูกเห็นว่าลูกจะสามารถประกาศสิทธิ์ต่ออาณาจักรของโลกได้อย่างไร
หากลูกมีความซาบซึ้งว่าพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดกำลังสอนลูกว่าจะประกาศสิทธิ์อำนาจในปกครองโลกได้อย่างไร
ลูกก็จะมีความสุขที่ไม่สิ้นสุด แม้ว่าพวกเขาศึกษากีตะ
พวกเขาก็ศึกษากีตะราวกับเป็นหนังสือธรรมดา
ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนหรือสวดกีตะไม่มีความสุขนี้มากนัก เมื่อพวกเขาอ่านกีตะจบ
พวกเขาก็ทำให้ตนเองยุ่งอยู่กับธุรกิจของพวกเขา
เวลานี้ลูกมีสิ่งนี้ในสติปัญญาของลูกว่าพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดกำลังสอนลูก
สิ่งนี้ไม่ได้เข้าไปในสติปัญญาของใครว่าพระเจ้ากำลังสอนพวกเขา
ดังนั้นเมื่อใครบางคนมา ก่อนอื่นอธิบายทฤษฎีของสองพ่อแก่เขา บอกเขาว่า:
บารัตเคยเป็นสวรรค์และเวลานี้เป็นนรก
ไม่มีใครสามารถพูดว่าพวกเขาอยู่ในยุคเหล็กรวมทั้งอยู่ในยุคทอง
เมื่อบางคนมีประสบการณ์ของความทุกข์ เขาอยู่ในนรก
และเมื่อบางคนมีประสบการณ์ของความสุข เขาอยู่ในสวรรค์
หลายคนพูดว่าพวกเขามีความสุขอย่างมากและผู้คนที่ไม่มีความสุขนั้นอยู่ในนรก
พวกเขามีพระราชวังและอาคารของพวกเขา ฯลฯ พวกเขามองเห็นความสุขภายนอกมากมาย
เวลานี้ลูกเข้าใจว่าความสุขของยุคทองนั้นไม่สามารถมีประสบการณ์ได้ที่นี่
ไม่ใช่ว่าทั้งสองนั้นเป็นสิ่งเดียวกัน เพื่อที่ว่ายุคทองจะสามารถเรียกว่ายุคเหล็ก
และยุคเหล็กสามารถเรียกว่ายุคทองได้ ผู้ที่เชื่อเช่นนั้นเรียกว่าไม่รู้ (โง่เขลา)
ดังนั้นก่อนอื่น บอกพวกเขาถึงทฤษฎีเกี่ยวกับพ่อ พ่อให้คำแนะนำตัวพ่อเอง
ไม่มีใครรู้จักท่าน พวกเขาพูดว่าพระเจ้าอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน
เวลานี้ลูกแสดงในรูปภาพว่า รูปของดวงวิญญาณและรูปของดวงวิญญาณสูงสุดนั้นเหมือนกัน
ท่านก็เป็นดวงวิญญาณด้วยเช่นกัน แต่ท่านถูกเรียกว่าดวงวิญญาณสูงสุด
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายว่าท่านมาอย่างไร ดวงวิญญาณทั้งหมดอาศัยอยู่ในอาณาเขตสูงสุด
ผู้คนภายนอกไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ภาษาก็ง่ายดายมากด้วยเช่นกัน ในกีตะ
ได้กล่าวถึงชื่อของศรีกฤษณะ แต่ศรีกฤษณะไม่ได้พูดกีตะ เขาไม่สามารถบอกทุกคนว่า:
จดจำพ่อผู้เดียวอย่างสม่ำเสมอ บาปไม่สามารถถูกตัดทิ้งได้ด้วยการจดจำผู้ที่มีร่างกาย
มีคำกล่าวว่า: พระเจ้าศรีกฤษณะพูด:
ละทิ้งความสัมพันธ์ทางร่างทั้งหมดและจดจำฉันผู้เดียว! อย่างไรก็ตาม
ศรีกฤษณะเองก็มีความสัมพันธ์ทางร่างและเป็นเพียงเด็กเล็ก
นี่ช่างเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวง
มีความแตกต่างมากมายเพียงเพราะความผิดเดียวเท่านั้น
พระเจ้าไม่สามารถอยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกันได้ ผู้ที่ลูกเรียกว่า “ผู้ประทานการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลสสำหรับทุกคน”
ได้ตกต่ำด้วยหรือ? พระเจ้าจะสามารถตกต่ำได้หรือ?
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดต้องได้รับการไตร่ตรอง นี่ไม่ใช่เรื่องของการเสียเวลา
ผู้คนพูดว่าพวกเขาไม่มีเวลา เมื่อลูกบอกพวกเขาให้มาและรับบทเรียน
พวกเขาพูดว่าพวกเขาไม่มีเวลา พวกเขาจะมา 2 วันแล้วจะไม่มาอีก 4 วัน
หากพวกเขาไม่ศึกษาเล่าเรียน พวกเขาจะกลายเป็นลักษมีและนารายณ์ได้อย่างไร?
มีพละกำลังอย่างมากของมายา พ่ออธิบาย
ทุกวินาทีและทุกนาทีที่ผ่านไปจะซ้ำรอยเหมือนเดิมทุกประการ
พวกเขาจะเฝ้าแต่ทำซ้ำนับครั้งไม่ถ้วน เวลานี้ลูกกำลังรับฟังพ่อ
บาบาไม่เข้าไปสู่วงจรของการเกิดและการตาย
ลูกสามารถเปรียบเทียบผู้ที่เข้ามาสู่การเกิดและกลับมาใช้ชาติเกิดเต็มวงจรกับผู้เดียวที่ไม่เคยใช้ชาติเกิดได้
เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ไม่ได้ใช้ชาติเกิดหรือตาย ทุกคนอื่นนั้นอยู่ในวงจรนี้
เหตุนี้เองลูกจึงแสดงภาพของบราห์มาและวิษณุที่ทั้งคู่ใช้ชาติเกิดและกลับมาเกิด
พวกเขาเฝ้าแต่แสดงบทบาทของพวกเขา: บราห์มากลายเป็นวิษณุ และวิษณุกลายเป็นบราห์มา
ไม่สามารถสิ้นสุดได้ ทุกคนจะมาและเห็นภาพเหล่านี้และเข้าใจ
นี่เป็นบางสิ่งที่เป็นที่เข้าใจได้อย่างง่ายดาย
ให้สิ่งนี้เข้าไปในสติปัญญาของลูกว่าลูกคือบราห์มิน แล้วลูกจะกลายเป็นเทพ นักรบ
พ่อค้า และศูทร และเมื่อพ่อมา ลูกก็จะกลายเป็นบราห์มิน
จดจำสิ่งนี้และลูกจะกลายเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง
มีคนมากมายที่ไม่สามารถอยู่ในการจดจำระลึกถึงได้
เพียงลูกบราห์มินกลายเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง
เหล่าเทพไม่กลายเป็นสิ่งนี้
ลูกกลายเป็นเทพด้วยการได้รับความรู้นี้ในเวลานี้ว่าลูกไปรอบวงจรอย่างไร
ในความเป็นจริง
ไม่มีมนุษย์ใดที่มีค่าควรแก่การถูกเรียกว่าผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง
ในโลกมนุษย์ดินแดนแห่งความตายนั้นแตกต่างอย่างสมบูรณ์
เช่นที่ธรรมเนียมประเพณีและระบบของชาวบารัตนั้นก็แตกต่างไป
ธรรมเนียมประเพณีและระบบของทุกคนนั้นก็แตกต่างกัน
ธรรมเนียมประเพณีและระบบของเหล่าเทพนั้นก็แตกต่าง
ธรรมเนียมประเพณีและระบบของผู้คนในดินแดนแห่งความตายก็แตกต่าง
มีความความแตกต่างของกลางวันและกลางคืน
และเหตุนี้เองทุกคนจึงพูดว่าพวกเขาไม่บริสุทธิ์ พวกเขาเรียกหา: โอ พระเจ้า
โปรดชำระพวกเราทุกคนผู้อาศัยของโลกที่ไม่บริสุทธิ์เถิด!
สิ่งนี้อยู่ในสติปัญญาของลูกว่า โลกที่บริสุทธิ์ดำรงอยู่มา 5,000 ปีที่แล้ว
และนั่นเรียกว่ายุคทอง ยุคเงินไม่ถูกเรียกเช่นนั้น
พ่อได้อธิบายว่าในตอนแรกมีชั้นหนึ่งและแล้วก็มีชั้นสอง ดังนั้น
ลูกต้องอธิบายแต่ละประเด็นอย่างดีจนใครก็ตามที่มาจะประหลาดใจในสิ่งที่พวกเขาได้ยิน
บางคนก็ประหลาดใจอย่างมากจริงๆ
แต่เมื่อพวกเขาได้ยินว่าพวกเขาต้องอยู่อย่างบริสุทธิ์อย่างแน่นอน
พวกเขาก็ไม่มีเวลาที่จะทำความเพียรพยายาม
มันเป็นกิเลสของตัณหาราคะที่ทำให้มนุษย์ไม่บริสุทธิ์
ด้วยการเอาชนะสิ่งนี้ลูกจะกลายเป็นผู้เอาชนะโลก พ่อได้บอกลูกด้วยเช่นกันว่า:
ให้เอาชนะกิเลสของตัณหาราคะและกลายเป็นผู้เอาชนะโลก มนุษย์พูดว่า:
เอาชนะจิตใจและกลายเป็นผู้เอาชนะโลก ควบคุมจิตใจของลูก
เพียงเมื่อลูกไม่มีร่างกายที่จิตใจของลูกจะสามารถสงบได้ มิฉะนั้น
จิตใจของลูกจะไม่เคยสงบเลย ลูกได้รับร่างกายเพื่อให้ลูกทำการกระทำ
ดังนั้นลูกจะสามารถอยู่ที่นี่ในสภาพเหนือบ่วงกรรมของลูกได้อย่างไร?
สภาพอยู่เหนือบ่วงกรรมกล่าวได้ว่าเป็นสภาพของศพ:
การตายขณะที่มีชีวิตและละวางจากร่างกายของลูก
ลูกถูกสอนการศึกษานี้เพื่อที่จะละวางจากร่างกายของลูก
ดวงวิญญาณนั้นแยกห่างจากร่างกาย ดวงวิญญาณคือผู้อาศัยของอาณาเขตสูงสุด
เมื่อดวงวิญญาณเข้ามาในร่างกาย ก็ถูกเรียกว่ามนุษย์
ลูกได้รับร่างกายเพื่อทำการกระทำ เมื่อดวงวิญญาณทิ้งร่างของเขา
เขาก็ต้องรับร่างอื่นเพื่อทำการกระทำ
เพียงเมื่อลูกไม่ต้องทำการกระทำที่ลูกจะคงอยู่อย่างสงบ
ไม่มีการกระทำในโลกที่ไม่มีตัวตน วงจรโลกหมุนไปที่นี่ ลูกต้องเข้าใจพ่อและวงจรโลก
นี่เรียกว่าความรู้ ตราบเท่าที่ดวงตาของลูกไม่บริสุทธิ์และเป็นเช่นอาชญากร
ลูกไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดที่บริสุทธิ์
เหตุนี้เองลูกแต่ละคนจึงต้องการดวงตาที่สามของความรู้นี้
เพียงเมื่อลูกบรรลุถึงสภาพอยู่เหนือบ่วงกรรมของลูกเท่านั้น นั่นคือ
เมื่อลูกกลายเป็นเทพ ลูกจึงจะเห็นเทพด้วยตาของลูก อย่างไรก็ตาม
ลูกไม่สามารถเห็นศรีกฤษณะด้วยตาของลูกขณะที่ลูกอยู่ในร่างกายเหล่านั้น
ลูกจะไม่บรรลุสิ่งใดเพียงด้วยการได้นิมิต
ลูกเพียงแต่มีประสบการณ์ของความสุขชั่วคราวเท่านั้น และความปรารถนาของลูก (ของการเห็นกฤษณะ)
ก็จะได้รับการเติมเต็มผ่านสิ่งนั้น นิมิตนั้นถูกกำหนดไว้ในละคร
ไม่มีการได้มาซึ่งคุณประโยชน์ใดผ่านสิ่งเหล่านั้น อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
ฉันคือดวงวิญญาณ แยกห่างจากร่างกาย
ทำให้สภาพของลูกอยู่เหนือบ่วงกรรมด้วยการฝึกการเป็นศพผู้ที่ได้ตายขณะมีชีวิตขณะที่อยู่ในร่างกายของลูก
2.
ให้ข้อพิสูจน์ของงานรับใช้ ละทิ้งสำนึกที่เป็นร่าง และให้ข่าวของลูกอย่างซื่อสัตย์
ทำความเพียรพยายามที่จะสอบผ่านด้วยเกียรตินิยม
พร:
ขอให้ลูกเป็นนายมหาสมุทรแห่งความสงบและกระจายกระแสของความสงบด้วยสภาพของลูกเช่นที่เป็นตัวของความสงบ
ในเวลาปัจจุบัน
ความต้องการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของดวงวิญญาณส่วนใหญ่ในโลกคือความสงบที่แท้จริง
มีเหตุผลมากมายว่าทำไมความไม่สงบจึงเพิ่มพูนขึ้นวันแล้ววันเล่า
และจะเฝ้าแต่เพิ่มขึ้น แม้ว่าตัวลูกเองจะสงบ
แต่บรรยากาศของความไม่สงบของผู้อื่นจะไม่อนุญาตให้ลูกนั่งในสภาพที่สงบได้
ประสบการณ์ของความตึงเครียดของความไม่สงบจะเพิ่มขึ้น ในเวลาเช่นนั้น ลูกๆ
ผู้เป็นนายมหาสมุทรแห่งความสงบ
ต้องหลอมความคิดของความไม่สงบและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระจายกระแสแห่งความสงบออกไป
คติพจน์:
เพื่อที่จะมีประสบการณ์ของคุณธรรมของพ่อทั้งหมด
ให้คงอยู่เบื้องหน้าพระอาทิตย์แห่งความรู้อย่างสม่ำเสมอ
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
ในเดือนอะแวคนี้
จงอยู่อย่างเป็นอิสระจากบ่วงพันธะและสัมผัสกับสภาพของการหลุดพ้นในชีวิต
เวลานี้
จงวางแผนที่จะประหยัดเวลาของลูก ความคิดของลูก และพลังของลูก
และเพิ่มพูนสภาพของการเป็นรูปจุดของลูก ยิ่งลูกมีสภาพของการเป็นจุดได้นานเพียงใด
ลูกก็จะไม่ถูกจู่โจมโดยวิญญาณชั่วร้ายหรือสันสการ์ชั่วร้ายใดๆได้ตามนั้น
ลูกจะคงอยู่อย่างเป็นอิสระจากสิ่งเหล่านั้น
และรูปพลังของลูกก็จะปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นให้เป็นอิสระด้วยเช่นกัน