20.04.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน ลูกคือหน่วยกู้ภัยของพระเจ้า
ลูกต้องให้การหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่กับทุกคนด้วยการทำให้ดวงวิญญาณสามารถเชื่อมโยงความรักของพวกเขากับพ่อผู้เดียว
คำถาม:
ผู้คนใช้สติปัญญาของพวกเขาเพื่ออะไรและลูกควรใช้สติปัญญาของลูกเพื่ออะไร?
คำตอบ:
ผู้คนกำลังใช้สติปัญญาของพวกเขาเพื่อไปให้ถึงจุดสิ้นสุดของท้องฟ้าและโลก
แต่ไม่มีประโยชน์อะไรในสิ่งนั้น พวกเขาไม่สามารถที่จะพบจุดสิ้นสุดของสิ่งเหล่านั้น
ลูกกำลังใช้สติปัญญาของลูกเพื่อที่จะกลับมามีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
โลกจะไม่กราบไหว้บูชาพวกเขา ลูกๆ กำลังกลายเป็นเทพที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
เพลง:
ด้วยการได้พบท่าน เราได้พบทั้งโลก...
โอมชานติ
ลูกๆ เข้าใจแล้วว่านี่คือหนทางของความรู้และหนทางนั้นคือหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
คำถามคือ: หนทางของความเลื่อมใสศรัทธาดีกว่าหรือหนทางของความรู้นี้ดีกว่า?
มีทั้งสองสิ่ง มีการกล่าวว่า: มีการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ด้วยความรู้
สามารถกล่าวได้ว่าความเลื่อมใสศรัทธาและความรู้นั้นแยกจากกันอย่างแน่นอน
ผู้คนเชื่อว่าพวกเขาจะได้รับความรู้ด้วยการทำความเลื่อมใสศรัทธาและเมื่อนั้นพวกเขาจะได้รับการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่
ไม่สามารถมีความรู้ในตอนกลางของความเลื่อมใสศรัทธา
ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นไปสำหรับทุกคนและความรู้นี้ก็เป็นไปสำหรับทุกคนเช่นกัน
เวลานี้เป็นตอนปลายของยุคเหล็ก ดังนั้น ทุกคนต้องอยู่ในสภาพที่ตกต่ำอย่างแน่นอน
เหตุนี้เองผู้คนจึงร้องเรียกหาและร้องเพลงว่า:
เราจะแยกตัวเป็นอิสระจากทุกคนและเราจะเชื่อมโยงตัวเราเองกับท่านเพียงผู้เดียว
ท่านคือใคร? พวกเขาจะเชื่อมโยงตัวเขาเองกับใคร? พวกเขาไม่เข้าใจในสิ่งนี้
โดยทั่วไปสติปัญญาของพวกเขาตรงไปหาศรีกฤษณะ เมื่อพวกเขาพูดว่า:
ฉันจะมีความรักที่แท้จริงต่อท่าน เมื่อพวกเขารักศรีกฤษณะ
ก็ไม่จำเป็นต้องมีกูรูหรือใครอื่น พวกเขาควรจดจำศรีกฤษณะเพียงผู้เดียว
ทุกคนมีภาพของศรีกฤษณะ ผู้คนเฉลิมฉลองวันเกิดของศรีกฤษณะ
และดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะไปหาใครอื่น ในทำนองเดียวกัน
มีร่าก็รักคนเดียวนั้นและเธอก็จดจำเพียงศรีกฤษณะในขณะที่ยังคงทำทุกสิ่งต่อไป
ในขณะที่อยู่ที่บ้าน เธอต้องทำทุกสิ่ง ทั้งกินและดื่ม
เธอมีความรักที่แท้จริงต่อศรีกฤษณะเพียงผู้เดียว
ราวกับว่าเธอเป็นคนรักและเขาเป็นผู้เป็นที่รัก
ใครคนหนึ่งได้รับผลด้วยการจดจำศรีกฤษณะด้วยเช่นกัน ทุกคนรู้จักศรีกฤษณะ
ผู้คนร้องเพลงว่า: ฉันมีความรักที่แท้จริงต่อท่านและแยกตัวเป็นอิสระจากทุกคนอื่น
ผู้ที่สูงสุดเหนือสิ่งใดคือพ่อสูงสุดที่แท้จริง
เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ให้มรดกแก่ลูก ไม่มีใครรู้จักท่าน
แม้ว่าพวกเขาพูดถึงพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ชีวา
แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าท่านมาเมื่อใด เนื่องจากมีวันเกิดของชีวา
ท่านต้องมาอย่างแน่นอน ไม่มีใครรู้ว่าท่านมาเมื่อใดหรือท่านทำอะไรเมื่อท่านมา
ไม่มีมนุษย์แม้แต่คนเดียวที่รู้ว่าท่านให้การหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่แก่ทุกคน
อย่างไรก็ตาม ท่านทำสิ่งนั้นได้อย่างไร?
ความหมายของการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่คืออะไร? พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งใดเลย
ชีพบาบาต้องเคยให้อำนาจในการปกครองสวรรค์อย่างแน่นอน
ลูกที่เป็นของศาสนานั้นไม่รู้สิ่งนี้ เมื่อลูกลืมสิ่งนี้
แล้วผู้อื่นจะรู้ได้อย่างไร?
เวลานี้ลูกได้มาเพื่อรู้สิ่งนี้จากชีพบาบาและลูกก็บอกผู้อื่นด้วยเช่นกัน
ลูกคือหน่วยกู้ภัยของพระเจ้า
ลูกสามารถเรียกสิ่งนั้นว่าการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่หรือกองทัพเพื่อการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่
เวลานี้ลูกมีความรับผิดชอบนี้ ลูกสามารถอธิบายรูปภาพ มีหลายภาษา
รูปภาพต้องถูกสร้างขึ้นในภาษาหลักเช่นกัน มีความซับซ้อนอย่างมากในเรื่องของภาษาด้วย
และเหตุนี้เอง ชุดนิทรรศการจึงถูกสร้างขึ้นมา
เป็นเรื่องง่ายมากที่จะอธิบายด้วยการใช้ภาพ ความรู้นี้ทั้งหมดรวมอยู่ในวงจร
ภาพบันไดมีไว้เพื่อผู้คนของบารัตเท่านั้น ไม่มีศาสนาอื่นในนั้น
ไม่ใช่ว่าเมื่อบารัตตาโมประธาน คนอื่นไม่ตาโมประธาน ทุกคนตาโมประธาน ดังนั้น
ควรมีบางสิ่งสำหรับพวกเขาด้วยเช่นกัน
ความคิดเหล่านี้ทั้งหมดเกี่ยวกับงานรับใช้ควรเข้าไปในสติปัญญาของลูก
อธิบายความลับของสองพ่อด้วยเช่นกัน มีการได้รับมรดกจากผู้สร้าง
ไม่มีใครในศาสนาอื่นที่รู้ว่าลักษมีและนารายณ์เคยเป็นจักรพรรดิและจักรพรรดินีแรกของบารัต
นั่นคือเทวาและเทวี อัจชะ พวกเขาได้รับอาณาจักรแห่งสวรรค์อย่างไร?
พวกเขาต้องเคยได้รับอาณาจักรจากพระเจ้าอย่างแน่นอน
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาได้รับสิ่งนั้นอย่างไรหรือเมื่อใด
พวกเขาใส่ชื่อของศรีกฤษณะในกีตะและแสดงให้เห็นการทำลายล้างอย่างสิ้นซาก
แต่ไม่มีผลจากสิ่งนั้น ลูกๆ ต้องอธิบายสิ่งนี้ มีรูปภาพอยู่ในทุกหนแห่ง
ต้องมีรูปภาพของลักษมีและนารายณ์ด้วยเช่นกัน
แม้ว่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและรูปลักษณะและอื่นๆของพวกเขาจะแตกต่างกัน
ทุกคนได้สร้างสิ่งใดก็ตามที่พวกเขารู้สึกเหมือนเช่นนั้นขึ้นมา ศรีนาถและศรีนาถินี
กฤษณะและราเด้ ศรีราเด้และศรีกฤษณะไม่มีมงกุฎ พวกเขาไม่ใช่สีน้ำเงินเข้มเช่นกัน
อาณาจักรเป็นของลักษมีและนารายณ์ ไม่ใช่ของราเด้และกฤษณะ
ผู้คนสร้างวัดมากมายและตั้งชื่อเดียวกันว่า “ลักษมีและนารายณ์”
ราชวงศ์ก็จะถูกเรียกว่าราชวงศ์ของลักษมีและนารายณ์
มีราชวงศ์ของรามและสีดาและของลักษมีและนารายณ์ แต่ไม่มีของราเด้และกฤษณะ
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เข้าไปในจิตใจของมนุษย์
ลูกๆก็เข้าใจต่างลำดับกันไปตามความเพียรพยายามที่ลูกทำด้วย
ผู้ที่สนใจในงานรับใช้ก็จะกระตือรือร้นอย่างมาก บางคนพูดว่าพวกเขาเข้าใจทุกสิ่ง
แต่ต้องมีการสร้างวิธีการเพื่อช่วยให้พวกเขาเปิดปาก (เพื่อให้ความรู้)
บางคนคิดว่าพวกเขาจะพบพระเจ้าโดยการศึกษาพระเวทย์และคัมภีร์ศาสนา
โดยการก่อไฟบูชายัญ โดยการทำทาปาเซีย และโดยการไปจาริกแสวงบุญ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม
พระเจ้าพูดว่า: สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดเป็นวิธีการที่จะทำให้ลูกห่างไกลจากพ่อ
ทุกคนต้องไปถึงความตกต่ำในละคร
และเหตุนั้นเองพวกเขาจึงแสดงให้เห็นสิ่งต่างๆเช่นนั้น
ก่อนหน้านี้เราเคยพูดเช่นกันว่าพระเจ้าอยู่ที่จุดสูงสุดและใครๆก็สามารถเข้าถึงท่านได้ไม่ว่าทางใดก็ตาม
ดังนั้น ผู้คนจึงใช้หนทางที่แตกต่างกันเพื่อเข้าถึงท่าน
และเมื่อพวกเขาเหนื่อยล้ากับหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาต่างๆทั้งหมด
พวกเขาก็เริ่มร้องเรียกหาพระเจ้า: โอ ผู้ทำให้บริสุทธิ์
ได้โปรดมาและแสดงหนทางที่จะกลับมาบริสุทธิ์แก่เรา!
เราไม่สามารถกลับบริสุทธิ์หากไม่มีท่าน! เราเหนื่อยล้า! วันแล้ววันเล่า
ความเลื่อมใสศรัทธาทำให้ลูกเหนื่อยล้าอย่างสิ้นเชิง
เวลานี้ผู้คนหลายแสนไปรวมตัวกันที่เมล่า มีความสกปรกมากที่นั่น!
เวลานี้เป็นตอนสุดท้ายและโลกนี้ต้องเปลี่ยนแปลง ในความเป็นจริง มีเพียงโลกเดียว
แต่พวกเขาสร้างขึ้นมาเป็นสองส่วนเพื่อให้ผู้คนคิดว่าสวรรค์และนรกนั้นเป็นสองโลกที่แยกจากกัน
อย่างไรก็ตาม สวรรค์และนรกเป็นแค่ครึ่งต่อครึ่ง
มียุคทองที่จุดสูงสุดแล้วก็มียุคเงิน ยุคทองแดง และยุคเหล็ก
ทุกคนต้องกลับมาตาโมประธานในยุคเหล็ก โลกต้องกลายเป็นโลกเก่า
ไม่มีใครเข้าใจสิ่งเหล่านี้ พวกเขาสับสน
บางคนคิดว่าศรีกฤษณะเป็นพระเจ้าและคนอื่นคิดว่าศรีรามเป็นพระเจ้า
สมัยนี้ผู้คนเรียกตนเองว่าพระเจ้า “ฉันเป็นอวตารของพระเจ้า”
มนุษย์ทำให้ตนเองสูงกว่าเทพ เทพก็ยังคงถูกกล่าวว่าเป็นเทพ
ที่นี่พวกเขาเรียกมนุษย์ว่าพระเจ้า! นั่นคือหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
เทพเป็นผู้อาศัยอยู่ในสวรรค์ เวลานี้มนุษย์จะเป็นพระเจ้าในยุคเหล็กได้อย่างไร?
พ่อพูดว่า: พ่อมาในยุคบรรจบพบกันเมื่อพ่อต้องมาและถ่ายโอนโลก
ยุคเหล็กจะเปลี่ยนเป็นยุคทองนั้นและคนอื่นจะไปยังดินแดนแห่งความสงบ
นั่นคือโลกที่ไม่มีตัวตน และนี่คือโลกที่มีตัวตน
ต้องมีการสร้างต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีตัวตนขึ้นมาเพื่อที่จะอธิบายสิ่งนี้
ธาตุบราห์มก็ใหญ่เท่ากับท้องฟ้าตัวมันเองเช่นกัน
จุดสิ้นสุดของทั้งสองสิ่งนั้นไม่สามารถไปถึงได้
แม้ว่าพวกเขาจะพยายามทำสิ่งนี้และไปที่นั่นในเครื่องบิน
พวกเขาก็ไม่สามารถไปถึงจุดสิ้นสุด ไม่มีอะไรนอกจากมหาสมุทรและท้องฟ้า
ไม่มีอะไรที่นั่น พวกเขาพยายามทำสิ่งนี้อย่างมากมาย
แต่สิ่งเหล่านั้นจะมีประโยชน์อะไร? พวกเขาคิดว่าพวกเขากำลังใช้สติปัญญา
สติปัญญาของมนุษย์เป็นเช่นนั้น! มนุษย์มีความหยิ่งยโสเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อย่างมาก
ไม่ว่าใครบางคนจะค้นพบอะไรมากมายแค่ไหน ทั้งโลกก็จะไม่กราบไหว้บูชาเขา
เทพได้รับการกราบไหว้บูชา พ่อกำลังทำให้ลูกๆสูงส่งอย่างมาก!
ท่านพาลูกทั้งหมดกลับไปดินแดนแห่งความสงบ
แม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าพวกเขามาจากโลกที่ไม่มีตัวตน
ผู้คนในโลกก็ไม่เข้าใจสิ่งนี้ในลักษณะเดียวกันกับลูก ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร
หรือดวงวิญญาณอาศัยอยู่ที่นั่นอย่างไร
หรือต่อมาพวกเขาลงมาที่นี่ต่างลำดับกันไปอย่างไร
พวกเขาไม่เข้าใจว่ามีต้นไม้ที่ไม่มีตัวตนในธาตุบราห์มที่ยิ่งใหญ่
ไม่เข้าใจว่าผู้คนจำนวนน้อยนิดเท่านั้นอาศัยอยู่ในยุคทองและดวงวิญญาณที่เหลือทั้งหมดอาศัยอยู่ในโลกที่ไม่มีตัวตน
เช่นที่นี่คือโลกที่มีตัวตน ดังนั้น จึงมีโลกที่ไม่มีตัวตนนั้นที่นั่น
โลกไม่เคยว่างเปล่า ไม่ทั้งโลกนี้และโลกนั้น เมื่อมาถึงจุดสิ้นสุด
ดวงวิญญาณก็ได้รับการถ่ายโอน มีเพียงผู้คนน้อยนิดที่ต้องอยู่ในโลกนี้
หากทั้งโลกจะว่างเปล่า การทำลายล้างอย่างสิ้นซากก็จะเกิดขึ้น
การทำลายล้างอย่างสิ้นซากไม่สามารถเกิดขึ้นเพราะนี่คือดินแดนที่ไม่สูญสลาย
เก็บสิ่งเหล่าทั้งหมดไว้ในสติปัญญาของลูก
คิดตลอดทั้งวันว่าจะให้คุณประโยชน์แก่คนอื่นได้อย่างไร
เมื่อความรักของลูกเชื่อมโยงกับผู้เดียวนั้น ลูกสามารถให้คำแนะนำของผู้เดียวนั้น
ท่านเป็นพ่อและลูกได้รับมรดกจากท่าน
เราสามารถบอกคุณว่าคุณจะได้รับสิ่งนั้นได้อย่างไร
ต่างลำดับกันไปในบรรดาผู้ที่สามารถพูดเช่นนี้ บางคนให้คำบรรยายที่ดีมาก
ในขณะที่คนอื่นไม่สามารถทำเช่นนั้น ดังนั้น พวกเขาจึงต้องเรียนรู้
ลูกๆแต่ละคนต้องให้คุณประโยชน์กับตนเอง เมื่อลูกได้พบหนทางที่ถูกต้อง
ลูกต้องให้คุณประโยชน์แก่กันและกัน
ความปรารถนาของหัวใจของลูกคือการให้มรดกของพ่อแก่ผู้อื่นโดยการรับใช้พวกเขาในทางจิตวิญญาณ
ทุกคนรับใช้กันและกัน พ่อมาและสอนลูกว่าจะทำงานรับใช้ทางจิตอย่างไร
ไม่มีใครอื่นรู้วิธีที่จะทำงานรับใช้ทางจิต
เพียงพ่อทางจิตเท่านั้นที่รับใช้จิตวิญญาณ
งานรับใช้ทางร่างถูกทำมาแล้วอย่างมากมายเป็นเวลาหลายชาติเกิด
เวลานี้ในชาติเกิดสุดท้ายนี้จงทำงานรับใช้ทางจิตที่พ่อได้สอนลูก
มีคุณประโยชน์ในสิ่งนี้ ไม่มีประโยชน์ในสิ่งอื่น
ลูกต้องอาศัยอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูกและเติมเต็มความรับผิดชอบของลูกด้วย
อธิบายสิ่งนี้แก่พวกเขาและให้คุณประโยชน์แก่พวกเขา หากพวกเขารักลูก
พวกเขาจะฟังบางสิ่ง บางคนก็กลัวว่าพวกเขาจะต้องละทิ้งทุกสิ่งด้วยเช่นกัน
ทุกวันนี้มีซันยาสซีมากมาย
พวกเขาเพียงแค่ห่มผ้าสีแสดและพูดไม่กี่คำและพวกเขาก็ได้รับอาหารจากที่ใดที่หนึ่ง
พวกเขาได้รับอาหารเล็กน้อยจากร้านค้าใดก็ตามที่เขาไป
แล้วพวกเขาก็ไปยังอีกร้านหนึ่งและได้รับอาหารเพิ่มอีกเล็กน้อยและนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาอิ่มท้อง
มีขอทานหลายประเภท ลูกได้รับมรดกเพียงประเภทเดียวจากพ่อ
ลูกได้รับอำนาจในการปกครองที่ไม่มีขีดจำกัด และลูกปราศจากโรคภัยอยู่เสมอ
ผู้ที่มั่งคั่งไม่ได้รับสิ่งนี้มากเท่านี้ ผู้ที่ยากจนต้องได้รับคุณประโยชน์จ
บาบามีชุดนิทรรศการมากมายที่ได้จัดทำขึ้นเนื่องจากมีหลายหมู่บ้าน
เมื่อรัฐมนตรีของรัฐบาล ฯลฯเข้าใจว่าความรู้นี้ดีมาก ทุกคนก็จะมาฟัง ใช่
เมื่อลูกก้าวหน้าต่อไป ชื่อของลูกก็จะได้รับการประกาศเกียรติคุณและหลายคนจะมา
ต้องใช้เวลาสำหรับสนิมที่จะถูกขจัดออกไป
หากใครบางคนจะทำให้ตนเองไม่ว่างในสิ่งนี้ทั้งวันทั้งคืนแล้วบางทีสนิมก็จะถูกขจัดออกไป
เมื่อดวงวิญญาณบริสุทธิ์ ร่างกายของเขาก็จะถูกสลัดออกไป
เรื่องทั้งหมดนี้ต้องเป็นที่เข้าใจ อธิบายที่นิทรรศการด้วย
สิ่งหลักคือทุกสิ่งนำไปใช้กับบารัต เมื่อเป็นการขึ้นของบารัต
มันก็เป็นการขึ้นของทุกคน
งานรับใช้สามารถถูกทำขึ้นที่นิทรรศการมากกว่าด้วยโปรเจ็กเตอร์
ค่อยๆมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทีละน้อย
วันแล้ววันเล่าชื่อของลูกจะได้รับการประกาศเกียรติคุณ
ควรเขียนไว้ด้วยว่าสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อ 5000 ปีที่แล้วด้วย
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องราวที่มหัศจรรย์มาก บาบาให้สัญญาณกับลูกๆ แต่ลูกลืมหลายสิ่ง
หากมีอะไรเกิดขึ้น ก็จะมีการพูดว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้นมาเมื่อ 5000
ปีที่แล้วเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ชัดเจนมาก
แต่จะเป็นเมื่อสิ่งเหล่านั้นนั่งอยู่ในสติปัญญาของพวกเขา
ลูกควรพิมพ์สิ่งเหล่านี้ในหนังสือพิมพ์เพื่อที่ว่าอย่างน้อยพวกเขาจะสามารถเข้าใจบางสิ่ง!
จำเป็นต้องมีสภาพจิตชั้นหนึ่งที่ดีมากสำหรับหนทางของความรู้นี้
จงจดจำสิ่งที่ดีเช่นนั้นและคงอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใสด้วย เมื่อลูกพัฒนาการฝึกฝนนี้
สภาพจิตของลูกก็จะมีความสุขและร่าเริงเบิกบานอย่างมากจากสิ่งนี้ อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง
รักระลึกถึงและสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
ตัดขาดความรักของสติปัญญาของลูกจากคนอื่นๆ
เชื่อมโยงความรักนั้นกับพ่อผู้เดียวและทำงานรับใช้ของการเชื่อมโยงความรักของทุกคนกับพ่อผู้เดียว
2.
กลายเป็นผู้ช่วยทางจิตที่แท้จริงของพระเจ้า
ให้คุณประโยชน์กับตนเองและแสดงหนทางนี้ให้กับผู้อื่นด้วย
ทำให้สภาพจิตของลูกมีความสุขและและร่าเริงเบิกบานอย่างมาก
พร:
ขอให้ลูกเป็นดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่และให้ความสุขกับทุกดวงวิญญาณด้วยปฏิสัมพันธ์ที่สูงส่งของลูก
ทุกดวงวิญญาณได้ทานของความสุขจากปฏิสัมพันธ์ทุกประเภทกับดวงวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่
ผู้ที่ให้ความสุขและรับความสุข ดังนั้น จงตรวจสอบดูว่า:
ในแง่ของการเป็นดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ ฉันให้ความสุขกับทุกคนตลอดทั้งวันหรือไม่?
ฉันทำบุญหรือไม่? บุญหมายถึงการให้บางสิ่งกับใครบางคนซึ่งดวงวิญญาณนั้นให้พร
ดังนั้นจงตรวจสอบว่า: ฉันได้รับพรจากทุกดวงวิญญาณหรือไม่?
ฉันให้หรือรับความทุกข์จากวิญญาณใดๆหรือไม่?
แล้วเมื่อนั้นลูกจะสามารถถูกเรียกว่าเป็นดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่
คติพจน์:
การคิดถึงบางสิ่งหลังจากที่ลูกทำไปแล้วเป็นการเสียใจถายหลังรูปแบบหนึ่ง
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
สร้างสมคุณธรรมของความอ่อนหวานและความถ่อมตนเพื่อกลับมายิ่งใหญ่
ธรรมชาติและสันสการ์ของลูกแต่ละคนเป็นของลูกเอง แต่การที่จะมีความรักต่อทุกคน
การมีความสำเร็จในทุกความสัมพันธ์และในทุกสิ่งอื่น มีชัยชนะในจิตใจของลูก
และมีความอ่อนหวานในคำพูดของลูกนั้นจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อลูกมีธรรมชาติที่ง่ายดาย
การมีธรรมชาติที่ง่ายดายหมายถึงการทำให้ตัวเองง่ายดายโดยการตระหนักถึงเวลา ผู้คน
และสถานการณ์ ความง่ายดายหมายถึงการมีความสอดคล้องกลมกลืนและสามารถหล่อหลอมตนเอง
ความง่ายดายหมายถึงการไม่ประมาท