20.04.26       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน ลูกคือหน่วยกู้ภัยของพระเจ้า ลูกต้องให้การหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่กับทุกคนด้วยการทำให้ดวงวิญญาณสามารถเชื่อมโยงความรักของพวกเขากับพ่อผู้เดียว

คำถาม:
ผู้คนใช้สติปัญญาของพวกเขาเพื่ออะไรและลูกควรใช้สติปัญญาของลูกเพื่ออะไร?

คำตอบ:
ผู้คนกำลังใช้สติปัญญาของพวกเขาเพื่อไปให้ถึงจุดสิ้นสุดของท้องฟ้าและโลก แต่ไม่มีประโยชน์อะไรในสิ่งนั้น พวกเขาไม่สามารถที่จะพบจุดสิ้นสุดของสิ่งเหล่านั้น ลูกกำลังใช้สติปัญญาของลูกเพื่อที่จะกลับมามีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา โลกจะไม่กราบไหว้บูชาพวกเขา ลูกๆ กำลังกลายเป็นเทพที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา

เพลง:
ด้วยการได้พบท่าน เราได้พบทั้งโลก...

โอมชานติ
ลูกๆ เข้าใจแล้วว่านี่คือหนทางของความรู้และหนทางนั้นคือหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา คำถามคือ: หนทางของความเลื่อมใสศรัทธาดีกว่าหรือหนทางของความรู้นี้ดีกว่า? มีทั้งสองสิ่ง มีการกล่าวว่า: มีการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ด้วยความรู้ สามารถกล่าวได้ว่าความเลื่อมใสศรัทธาและความรู้นั้นแยกจากกันอย่างแน่นอน ผู้คนเชื่อว่าพวกเขาจะได้รับความรู้ด้วยการทำความเลื่อมใสศรัทธาและเมื่อนั้นพวกเขาจะได้รับการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ ไม่สามารถมีความรู้ในตอนกลางของความเลื่อมใสศรัทธา ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นไปสำหรับทุกคนและความรู้นี้ก็เป็นไปสำหรับทุกคนเช่นกัน เวลานี้เป็นตอนปลายของยุคเหล็ก ดังนั้น ทุกคนต้องอยู่ในสภาพที่ตกต่ำอย่างแน่นอน เหตุนี้เองผู้คนจึงร้องเรียกหาและร้องเพลงว่า: เราจะแยกตัวเป็นอิสระจากทุกคนและเราจะเชื่อมโยงตัวเราเองกับท่านเพียงผู้เดียว ท่านคือใคร? พวกเขาจะเชื่อมโยงตัวเขาเองกับใคร? พวกเขาไม่เข้าใจในสิ่งนี้ โดยทั่วไปสติปัญญาของพวกเขาตรงไปหาศรีกฤษณะ เมื่อพวกเขาพูดว่า: ฉันจะมีความรักที่แท้จริงต่อท่าน เมื่อพวกเขารักศรีกฤษณะ ก็ไม่จำเป็นต้องมีกูรูหรือใครอื่น พวกเขาควรจดจำศรีกฤษณะเพียงผู้เดียว ทุกคนมีภาพของศรีกฤษณะ ผู้คนเฉลิมฉลองวันเกิดของศรีกฤษณะ และดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะไปหาใครอื่น ในทำนองเดียวกัน มีร่าก็รักคนเดียวนั้นและเธอก็จดจำเพียงศรีกฤษณะในขณะที่ยังคงทำทุกสิ่งต่อไป ในขณะที่อยู่ที่บ้าน เธอต้องทำทุกสิ่ง ทั้งกินและดื่ม เธอมีความรักที่แท้จริงต่อศรีกฤษณะเพียงผู้เดียว ราวกับว่าเธอเป็นคนรักและเขาเป็นผู้เป็นที่รัก ใครคนหนึ่งได้รับผลด้วยการจดจำศรีกฤษณะด้วยเช่นกัน ทุกคนรู้จักศรีกฤษณะ ผู้คนร้องเพลงว่า: ฉันมีความรักที่แท้จริงต่อท่านและแยกตัวเป็นอิสระจากทุกคนอื่น ผู้ที่สูงสุดเหนือสิ่งใดคือพ่อสูงสุดที่แท้จริง เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ให้มรดกแก่ลูก ไม่มีใครรู้จักท่าน แม้ว่าพวกเขาพูดถึงพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ชีวา แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าท่านมาเมื่อใด เนื่องจากมีวันเกิดของชีวา ท่านต้องมาอย่างแน่นอน ไม่มีใครรู้ว่าท่านมาเมื่อใดหรือท่านทำอะไรเมื่อท่านมา ไม่มีมนุษย์แม้แต่คนเดียวที่รู้ว่าท่านให้การหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่แก่ทุกคน อย่างไรก็ตาม ท่านทำสิ่งนั้นได้อย่างไร? ความหมายของการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่คืออะไร? พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งใดเลย ชีพบาบาต้องเคยให้อำนาจในการปกครองสวรรค์อย่างแน่นอน ลูกที่เป็นของศาสนานั้นไม่รู้สิ่งนี้ เมื่อลูกลืมสิ่งนี้ แล้วผู้อื่นจะรู้ได้อย่างไร? เวลานี้ลูกได้มาเพื่อรู้สิ่งนี้จากชีพบาบาและลูกก็บอกผู้อื่นด้วยเช่นกัน ลูกคือหน่วยกู้ภัยของพระเจ้า ลูกสามารถเรียกสิ่งนั้นว่าการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่หรือกองทัพเพื่อการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ เวลานี้ลูกมีความรับผิดชอบนี้ ลูกสามารถอธิบายรูปภาพ มีหลายภาษา รูปภาพต้องถูกสร้างขึ้นในภาษาหลักเช่นกัน มีความซับซ้อนอย่างมากในเรื่องของภาษาด้วย และเหตุนี้เอง ชุดนิทรรศการจึงถูกสร้างขึ้นมา เป็นเรื่องง่ายมากที่จะอธิบายด้วยการใช้ภาพ ความรู้นี้ทั้งหมดรวมอยู่ในวงจร ภาพบันไดมีไว้เพื่อผู้คนของบารัตเท่านั้น ไม่มีศาสนาอื่นในนั้น ไม่ใช่ว่าเมื่อบารัตตาโมประธาน คนอื่นไม่ตาโมประธาน ทุกคนตาโมประธาน ดังนั้น ควรมีบางสิ่งสำหรับพวกเขาด้วยเช่นกัน ความคิดเหล่านี้ทั้งหมดเกี่ยวกับงานรับใช้ควรเข้าไปในสติปัญญาของลูก อธิบายความลับของสองพ่อด้วยเช่นกัน มีการได้รับมรดกจากผู้สร้าง ไม่มีใครในศาสนาอื่นที่รู้ว่าลักษมีและนารายณ์เคยเป็นจักรพรรดิและจักรพรรดินีแรกของบารัต นั่นคือเทวาและเทวี อัจชะ พวกเขาได้รับอาณาจักรแห่งสวรรค์อย่างไร? พวกเขาต้องเคยได้รับอาณาจักรจากพระเจ้าอย่างแน่นอน ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาได้รับสิ่งนั้นอย่างไรหรือเมื่อใด พวกเขาใส่ชื่อของศรีกฤษณะในกีตะและแสดงให้เห็นการทำลายล้างอย่างสิ้นซาก แต่ไม่มีผลจากสิ่งนั้น ลูกๆ ต้องอธิบายสิ่งนี้ มีรูปภาพอยู่ในทุกหนแห่ง ต้องมีรูปภาพของลักษมีและนารายณ์ด้วยเช่นกัน แม้ว่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและรูปลักษณะและอื่นๆของพวกเขาจะแตกต่างกัน ทุกคนได้สร้างสิ่งใดก็ตามที่พวกเขารู้สึกเหมือนเช่นนั้นขึ้นมา ศรีนาถและศรีนาถินี กฤษณะและราเด้ ศรีราเด้และศรีกฤษณะไม่มีมงกุฎ พวกเขาไม่ใช่สีน้ำเงินเข้มเช่นกัน อาณาจักรเป็นของลักษมีและนารายณ์ ไม่ใช่ของราเด้และกฤษณะ ผู้คนสร้างวัดมากมายและตั้งชื่อเดียวกันว่า “ลักษมีและนารายณ์” ราชวงศ์ก็จะถูกเรียกว่าราชวงศ์ของลักษมีและนารายณ์ มีราชวงศ์ของรามและสีดาและของลักษมีและนารายณ์ แต่ไม่มีของราเด้และกฤษณะ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เข้าไปในจิตใจของมนุษย์ ลูกๆก็เข้าใจต่างลำดับกันไปตามความเพียรพยายามที่ลูกทำด้วย ผู้ที่สนใจในงานรับใช้ก็จะกระตือรือร้นอย่างมาก บางคนพูดว่าพวกเขาเข้าใจทุกสิ่ง แต่ต้องมีการสร้างวิธีการเพื่อช่วยให้พวกเขาเปิดปาก (เพื่อให้ความรู้) บางคนคิดว่าพวกเขาจะพบพระเจ้าโดยการศึกษาพระเวทย์และคัมภีร์ศาสนา โดยการก่อไฟบูชายัญ โดยการทำทาปาเซีย และโดยการไปจาริกแสวงบุญ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม พระเจ้าพูดว่า: สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดเป็นวิธีการที่จะทำให้ลูกห่างไกลจากพ่อ ทุกคนต้องไปถึงความตกต่ำในละคร และเหตุนั้นเองพวกเขาจึงแสดงให้เห็นสิ่งต่างๆเช่นนั้น ก่อนหน้านี้เราเคยพูดเช่นกันว่าพระเจ้าอยู่ที่จุดสูงสุดและใครๆก็สามารถเข้าถึงท่านได้ไม่ว่าทางใดก็ตาม ดังนั้น ผู้คนจึงใช้หนทางที่แตกต่างกันเพื่อเข้าถึงท่าน และเมื่อพวกเขาเหนื่อยล้ากับหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาต่างๆทั้งหมด พวกเขาก็เริ่มร้องเรียกหาพระเจ้า: โอ ผู้ทำให้บริสุทธิ์ ได้โปรดมาและแสดงหนทางที่จะกลับมาบริสุทธิ์แก่เรา! เราไม่สามารถกลับบริสุทธิ์หากไม่มีท่าน! เราเหนื่อยล้า! วันแล้ววันเล่า ความเลื่อมใสศรัทธาทำให้ลูกเหนื่อยล้าอย่างสิ้นเชิง เวลานี้ผู้คนหลายแสนไปรวมตัวกันที่เมล่า มีความสกปรกมากที่นั่น! เวลานี้เป็นตอนสุดท้ายและโลกนี้ต้องเปลี่ยนแปลง ในความเป็นจริง มีเพียงโลกเดียว แต่พวกเขาสร้างขึ้นมาเป็นสองส่วนเพื่อให้ผู้คนคิดว่าสวรรค์และนรกนั้นเป็นสองโลกที่แยกจากกัน อย่างไรก็ตาม สวรรค์และนรกเป็นแค่ครึ่งต่อครึ่ง มียุคทองที่จุดสูงสุดแล้วก็มียุคเงิน ยุคทองแดง และยุคเหล็ก ทุกคนต้องกลับมาตาโมประธานในยุคเหล็ก โลกต้องกลายเป็นโลกเก่า ไม่มีใครเข้าใจสิ่งเหล่านี้ พวกเขาสับสน บางคนคิดว่าศรีกฤษณะเป็นพระเจ้าและคนอื่นคิดว่าศรีรามเป็นพระเจ้า สมัยนี้ผู้คนเรียกตนเองว่าพระเจ้า “ฉันเป็นอวตารของพระเจ้า” มนุษย์ทำให้ตนเองสูงกว่าเทพ เทพก็ยังคงถูกกล่าวว่าเป็นเทพ ที่นี่พวกเขาเรียกมนุษย์ว่าพระเจ้า! นั่นคือหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา เทพเป็นผู้อาศัยอยู่ในสวรรค์ เวลานี้มนุษย์จะเป็นพระเจ้าในยุคเหล็กได้อย่างไร? พ่อพูดว่า: พ่อมาในยุคบรรจบพบกันเมื่อพ่อต้องมาและถ่ายโอนโลก ยุคเหล็กจะเปลี่ยนเป็นยุคทองนั้นและคนอื่นจะไปยังดินแดนแห่งความสงบ นั่นคือโลกที่ไม่มีตัวตน และนี่คือโลกที่มีตัวตน ต้องมีการสร้างต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีตัวตนขึ้นมาเพื่อที่จะอธิบายสิ่งนี้ ธาตุบราห์มก็ใหญ่เท่ากับท้องฟ้าตัวมันเองเช่นกัน จุดสิ้นสุดของทั้งสองสิ่งนั้นไม่สามารถไปถึงได้ แม้ว่าพวกเขาจะพยายามทำสิ่งนี้และไปที่นั่นในเครื่องบิน พวกเขาก็ไม่สามารถไปถึงจุดสิ้นสุด ไม่มีอะไรนอกจากมหาสมุทรและท้องฟ้า ไม่มีอะไรที่นั่น พวกเขาพยายามทำสิ่งนี้อย่างมากมาย แต่สิ่งเหล่านั้นจะมีประโยชน์อะไร? พวกเขาคิดว่าพวกเขากำลังใช้สติปัญญา สติปัญญาของมนุษย์เป็นเช่นนั้น! มนุษย์มีความหยิ่งยโสเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อย่างมาก ไม่ว่าใครบางคนจะค้นพบอะไรมากมายแค่ไหน ทั้งโลกก็จะไม่กราบไหว้บูชาเขา เทพได้รับการกราบไหว้บูชา พ่อกำลังทำให้ลูกๆสูงส่งอย่างมาก! ท่านพาลูกทั้งหมดกลับไปดินแดนแห่งความสงบ แม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าพวกเขามาจากโลกที่ไม่มีตัวตน ผู้คนในโลกก็ไม่เข้าใจสิ่งนี้ในลักษณะเดียวกันกับลูก ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร หรือดวงวิญญาณอาศัยอยู่ที่นั่นอย่างไร หรือต่อมาพวกเขาลงมาที่นี่ต่างลำดับกันไปอย่างไร พวกเขาไม่เข้าใจว่ามีต้นไม้ที่ไม่มีตัวตนในธาตุบราห์มที่ยิ่งใหญ่ ไม่เข้าใจว่าผู้คนจำนวนน้อยนิดเท่านั้นอาศัยอยู่ในยุคทองและดวงวิญญาณที่เหลือทั้งหมดอาศัยอยู่ในโลกที่ไม่มีตัวตน เช่นที่นี่คือโลกที่มีตัวตน ดังนั้น จึงมีโลกที่ไม่มีตัวตนนั้นที่นั่น โลกไม่เคยว่างเปล่า ไม่ทั้งโลกนี้และโลกนั้น เมื่อมาถึงจุดสิ้นสุด ดวงวิญญาณก็ได้รับการถ่ายโอน มีเพียงผู้คนน้อยนิดที่ต้องอยู่ในโลกนี้ หากทั้งโลกจะว่างเปล่า การทำลายล้างอย่างสิ้นซากก็จะเกิดขึ้น การทำลายล้างอย่างสิ้นซากไม่สามารถเกิดขึ้นเพราะนี่คือดินแดนที่ไม่สูญสลาย เก็บสิ่งเหล่าทั้งหมดไว้ในสติปัญญาของลูก คิดตลอดทั้งวันว่าจะให้คุณประโยชน์แก่คนอื่นได้อย่างไร เมื่อความรักของลูกเชื่อมโยงกับผู้เดียวนั้น ลูกสามารถให้คำแนะนำของผู้เดียวนั้น ท่านเป็นพ่อและลูกได้รับมรดกจากท่าน เราสามารถบอกคุณว่าคุณจะได้รับสิ่งนั้นได้อย่างไร ต่างลำดับกันไปในบรรดาผู้ที่สามารถพูดเช่นนี้ บางคนให้คำบรรยายที่ดีมาก ในขณะที่คนอื่นไม่สามารถทำเช่นนั้น ดังนั้น พวกเขาจึงต้องเรียนรู้ ลูกๆแต่ละคนต้องให้คุณประโยชน์กับตนเอง เมื่อลูกได้พบหนทางที่ถูกต้อง ลูกต้องให้คุณประโยชน์แก่กันและกัน ความปรารถนาของหัวใจของลูกคือการให้มรดกของพ่อแก่ผู้อื่นโดยการรับใช้พวกเขาในทางจิตวิญญาณ ทุกคนรับใช้กันและกัน พ่อมาและสอนลูกว่าจะทำงานรับใช้ทางจิตอย่างไร ไม่มีใครอื่นรู้วิธีที่จะทำงานรับใช้ทางจิต เพียงพ่อทางจิตเท่านั้นที่รับใช้จิตวิญญาณ งานรับใช้ทางร่างถูกทำมาแล้วอย่างมากมายเป็นเวลาหลายชาติเกิด เวลานี้ในชาติเกิดสุดท้ายนี้จงทำงานรับใช้ทางจิตที่พ่อได้สอนลูก มีคุณประโยชน์ในสิ่งนี้ ไม่มีประโยชน์ในสิ่งอื่น ลูกต้องอาศัยอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูกและเติมเต็มความรับผิดชอบของลูกด้วย อธิบายสิ่งนี้แก่พวกเขาและให้คุณประโยชน์แก่พวกเขา หากพวกเขารักลูก พวกเขาจะฟังบางสิ่ง บางคนก็กลัวว่าพวกเขาจะต้องละทิ้งทุกสิ่งด้วยเช่นกัน ทุกวันนี้มีซันยาสซีมากมาย พวกเขาเพียงแค่ห่มผ้าสีแสดและพูดไม่กี่คำและพวกเขาก็ได้รับอาหารจากที่ใดที่หนึ่ง พวกเขาได้รับอาหารเล็กน้อยจากร้านค้าใดก็ตามที่เขาไป แล้วพวกเขาก็ไปยังอีกร้านหนึ่งและได้รับอาหารเพิ่มอีกเล็กน้อยและนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาอิ่มท้อง มีขอทานหลายประเภท ลูกได้รับมรดกเพียงประเภทเดียวจากพ่อ ลูกได้รับอำนาจในการปกครองที่ไม่มีขีดจำกัด และลูกปราศจากโรคภัยอยู่เสมอ ผู้ที่มั่งคั่งไม่ได้รับสิ่งนี้มากเท่านี้ ผู้ที่ยากจนต้องได้รับคุณประโยชน์จ บาบามีชุดนิทรรศการมากมายที่ได้จัดทำขึ้นเนื่องจากมีหลายหมู่บ้าน เมื่อรัฐมนตรีของรัฐบาล ฯลฯเข้าใจว่าความรู้นี้ดีมาก ทุกคนก็จะมาฟัง ใช่ เมื่อลูกก้าวหน้าต่อไป ชื่อของลูกก็จะได้รับการประกาศเกียรติคุณและหลายคนจะมา ต้องใช้เวลาสำหรับสนิมที่จะถูกขจัดออกไป หากใครบางคนจะทำให้ตนเองไม่ว่างในสิ่งนี้ทั้งวันทั้งคืนแล้วบางทีสนิมก็จะถูกขจัดออกไป เมื่อดวงวิญญาณบริสุทธิ์ ร่างกายของเขาก็จะถูกสลัดออกไป เรื่องทั้งหมดนี้ต้องเป็นที่เข้าใจ อธิบายที่นิทรรศการด้วย สิ่งหลักคือทุกสิ่งนำไปใช้กับบารัต เมื่อเป็นการขึ้นของบารัต มันก็เป็นการขึ้นของทุกคน งานรับใช้สามารถถูกทำขึ้นที่นิทรรศการมากกว่าด้วยโปรเจ็กเตอร์ ค่อยๆมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทีละน้อย วันแล้ววันเล่าชื่อของลูกจะได้รับการประกาศเกียรติคุณ ควรเขียนไว้ด้วยว่าสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อ 5000 ปีที่แล้วด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องราวที่มหัศจรรย์มาก บาบาให้สัญญาณกับลูกๆ แต่ลูกลืมหลายสิ่ง หากมีอะไรเกิดขึ้น ก็จะมีการพูดว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้นมาเมื่อ 5000 ปีที่แล้วเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ชัดเจนมาก แต่จะเป็นเมื่อสิ่งเหล่านั้นนั่งอยู่ในสติปัญญาของพวกเขา ลูกควรพิมพ์สิ่งเหล่านี้ในหนังสือพิมพ์เพื่อที่ว่าอย่างน้อยพวกเขาจะสามารถเข้าใจบางสิ่ง! จำเป็นต้องมีสภาพจิตชั้นหนึ่งที่ดีมากสำหรับหนทางของความรู้นี้ จงจดจำสิ่งที่ดีเช่นนั้นและคงอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใสด้วย เมื่อลูกพัฒนาการฝึกฝนนี้ สภาพจิตของลูกก็จะมีความสุขและร่าเริงเบิกบานอย่างมากจากสิ่งนี้ อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รักระลึกถึงและสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. ตัดขาดความรักของสติปัญญาของลูกจากคนอื่นๆ เชื่อมโยงความรักนั้นกับพ่อผู้เดียวและทำงานรับใช้ของการเชื่อมโยงความรักของทุกคนกับพ่อผู้เดียว

2. กลายเป็นผู้ช่วยทางจิตที่แท้จริงของพระเจ้า ให้คุณประโยชน์กับตนเองและแสดงหนทางนี้ให้กับผู้อื่นด้วย ทำให้สภาพจิตของลูกมีความสุขและและร่าเริงเบิกบานอย่างมาก

พร:
ขอให้ลูกเป็นดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่และให้ความสุขกับทุกดวงวิญญาณด้วยปฏิสัมพันธ์ที่สูงส่งของลูก

ทุกดวงวิญญาณได้ทานของความสุขจากปฏิสัมพันธ์ทุกประเภทกับดวงวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่ให้ความสุขและรับความสุข ดังนั้น จงตรวจสอบดูว่า: ในแง่ของการเป็นดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ ฉันให้ความสุขกับทุกคนตลอดทั้งวันหรือไม่? ฉันทำบุญหรือไม่? บุญหมายถึงการให้บางสิ่งกับใครบางคนซึ่งดวงวิญญาณนั้นให้พร ดังนั้นจงตรวจสอบว่า: ฉันได้รับพรจากทุกดวงวิญญาณหรือไม่? ฉันให้หรือรับความทุกข์จากวิญญาณใดๆหรือไม่? แล้วเมื่อนั้นลูกจะสามารถถูกเรียกว่าเป็นดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่

คติพจน์:
การคิดถึงบางสิ่งหลังจากที่ลูกทำไปแล้วเป็นการเสียใจถายหลังรูปแบบหนึ่ง

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: สร้างสมคุณธรรมของความอ่อนหวานและความถ่อมตนเพื่อกลับมายิ่งใหญ่

ธรรมชาติและสันสการ์ของลูกแต่ละคนเป็นของลูกเอง แต่การที่จะมีความรักต่อทุกคน การมีความสำเร็จในทุกความสัมพันธ์และในทุกสิ่งอื่น มีชัยชนะในจิตใจของลูก และมีความอ่อนหวานในคำพูดของลูกนั้นจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อลูกมีธรรมชาติที่ง่ายดาย การมีธรรมชาติที่ง่ายดายหมายถึงการทำให้ตัวเองง่ายดายโดยการตระหนักถึงเวลา ผู้คน และสถานการณ์ ความง่ายดายหมายถึงการมีความสอดคล้องกลมกลืนและสามารถหล่อหลอมตนเอง ความง่ายดายหมายถึงการไม่ประมาท