23.01.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน ให้เพชรพลอยของความรู้ออกจากปากของลูกอย่างสม่ำเสมอ
ใบหน้าของลูกจะต้องอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใสเสมอ
คำถาม:
อะไรคือสิ่งชี้บอกของลูกๆที่ซึมซับความรู้นี้ในชีวิตบราห์มินของพวกเขา?
คำตอบ:
1.
กิจกรรมของพวกเขาเป็นเหมือนของเหล่าเทพ พวกเขาสร้างสมคุณธรรมที่สูงส่ง 2.
พวกเขาฝึกฝนไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้นี้ พวกเขาไม่เคยไตร่ตรองสิ่งที่ชั่วร้าย
นั่นคือ สิ่งที่เป็นขยะ 3. พวกเขาไม่ประณามและดูหมิ่นผู้อื่น 4.
ใบหน้าของพวกเขาสดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ
โอมชานติ
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายเกี่ยวกับความเลื่อมใสศรัทธาและความรู้นี้
ลูกๆเข้าใจแล้วว่าไม่สามารถมีการหลุดพ้นจกบาปและความไม่บริสุทธิ์ผ่านความเลื่อมใสศรัทธาและไม่มีการแสดงความเลื่อมใสศรัทธาในยุคทอง
ลูกไม่ได้รับแม้กระทั่งความรู้นี้ในยุคทอง
ศรีกฤษณะไม่ได้กราบไหว้บูชาใครหรือเป่าขลุ่ยของความรู้ การเป่าขลุ่ย(มุรลี)
หมายถึงการให้ความรู้นี้ มีการจดจำว่ามีเวทย์มนต์ในขลุ่ย
ดังนั้นจะต้องมีบางเวทย์มนต์อย่างแน่นอน
การเป่าขลุ่ยเป็นเรื่องธรรมดาแม้แต่ขอทานเร่ร่อนก็ยังเป่าขลุ่ยต่อไป
ขลุ่ยนี้มีเวทย์มนต์ของความรู้ ความไม่รู้ไม่สามารถถูกเรียกว่าเวทมนตร์
มุรลีถูกเรียกว่าเวทย์มนต์ มนุษย์ธรรมดาถูกทำให้กลายเป็นเทพด้วยความรู้นี้
เมื่อเป็นยุคทองลูกมีมรดกของความรู้ ไม่มีการทำความเลื่อมใสศรัทธาที่นั่น
ความเลื่อมใสศรัทธาเริ่มต้นกับยุคทองแดง เมื่อลูกเปลี่ยนจากเทพไปเป็นมนุษย์
มนุษย์ถูกเรียกว่าผู้มีกิเลส ในขณะที่เทพถูกเรียกว่าผู้ปราศจากกิเลส
โลกของเทพถูกเรียกว่าโลกที่บริสุทธิ์ เวลานี้ลูกกำลังกลายเป็นเทพ
ความหมายของความรู้คืออะไร? ประการแรกความรู้นี้คือการตระหนักรู้จักตนเองและพ่อ
ประการที่สองคือความรู้ของตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของโลก
การหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ได้รับผ่านความรู้นี้
และแล้วในเวลาต่อมาความเลื่อมใสศรัทธาก็เริ่มขึ้น และแล้วถูกเรียกว่าสภาพที่ตกลง
เพราะความเลื่อมใสศรัทธาคือกลางคืน และความรู้คือกลางวัน
ความรู้นี้สามารถอยู่ในสติปัญญาของใครก็ได้
แต่ไม่ใช่ทุกคนสามารถสร้างสมคุณธรรมที่สูงส่งได้
หากใครบางคนมีคุณธรรมที่สูงส่งก็สามารถเข้าใจได้ว่าผู้นั้นได้ซึมซับความรู้แล้ว
กิจกรรมของผู้ที่ซึมซับความรู้นี้จะกลายเป็นเหมือนกิจกรรมของเหล่าเทพ
กิจกรรมของผู้ที่ซึมซับน้อยกว่าก็จะมีสิ่งเจือปน หากพวกเขาไม่ได้ซึมซับสิ่งใด
นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่ได้เป็นลูก(ของบาบา) มนุษย์ประณามพ่ออย่างมาก
เมื่อลูกเข้าไปสู่สกุลบราห์มิน ลูกจะหยุดประณามและดูหมิ่นกันและกัน
ลูกได้รับความรู้นี้และแล้วด้วยการไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้ลูกได้รับน้ำทิพย์
หากลูกไม่ไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้ลูกจะไตร่ตรองอะไร? ความคิดที่ชั่วร้าย
มีเพียงขยะเท่านั้นที่จะออกมาจากสิ่งนั้น เวลานี้ลูกคือนักเรียนของพระเจ้า
ลูกรู้ว่าลูกกำลังศึกษาการศึกษาที่จะเปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดาให้กลายเป็นเทพ
เทพไม่ได้สอนการศึกษานี้ เทพไม่สามารถถูกเรียกว่ามหาสมุทรแห่งความรู้
มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ถูกเรียกว่ามหาสมุทรแห่งความรู้
คุณธรรมที่สูงส่งสามารถสร้างสมผ่านความรู้นี้เท่านั้น
เพียงในเวลานี้เท่านั้นที่ลูกๆได้รับความรู้นี้ ลูกไม่ได้รับสิ่งนี้ในยุคทอง
เทพเหล่านี้มีคุณธรรมที่สูงส่ง
ลูกยังยกย่องพวกเขาว่าเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยทุกคุณธรรมด้วยเช่นกัน
ดังนั้นเวลานี้ลูกต้องกลายเป็นเช่นพวกเขา ลูกแต่ละคนต้องถามตนเองว่า:
ฉันมีคุณธรรมที่สูงส่งทั้งหมดหรือกิจกรรมของฉันเป็นเช่นปีศาจหรือไม่?
หากลูกมีกิจกรรมที่เป็นเช่นปีศาจลูกต้องละทิ้งสิ่งเหล่านั้น
แล้วเมื่อนั้นที่ลูกจะถูกเรียกว่าเทพ มิฉะนั้นลูกจะได้รับสถานภาพที่ต่ำ
เวลานี้ลูกๆกำลังสร้างสมคุณธรรมที่สูงส่ง ลูกถ่ายทอดสิ่งที่ดีมากมาย
นี้ถูกเรียกว่ายุคบรรจบพบกันที่สูงส่งที่สุด เมื่อลูกกลับมาสูงส่งที่สุด
ดังนั้นบรรยากาศก็จะต้องดีมากด้วย ไม่ควรจะมีคำพูดที่สกปรกออกมาจากริมฝีปากของลูก
ไม่เช่นนั้นก็จะถูกกล่าวได้ว่าลูกกำลังได้รับสถานภาพที่ต่ำ
สิ่งนี้สามารถรู้ได้อย่างรวดเร็วจากพฤติกรรมและบรรยากาศของลูก
ให้ใบหน้าของลูกอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ
ไม่เช่นนั้นก็จะกล่าวว่าลูกไม่มีความรู้นี้อะไรเลย
เพชรพลอยของความรู้เท่านั้นที่ควรออกจากปากของลูกอย่างสม่ำเสมอ
มองดูที่ลักษมีและนารายณ์ และดูว่าใบหน้าของพวกเขาสดชื่นแจ่มใสเพียงใด
ดวงวิญญาณเหล่านั้นได้ซึมซับเพชรพลอยแห่งความรู้
มีเพียงเพชรพลอยแห่งความรู้เท่านั้นที่ออกจากปากของพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ
มีความสุขอย่างมากเพียงการถ่ายทอดและรับฟังเพชรพลอยแห่งความรู้
เพชรพลอยแห่งความรู้ที่ลูกได้รับในเวลานี้และแล้วจะกลายเป็นเพชรและอัญมณี
ลูกประคำของเพชรพลอยทั้งเก้าไม่ใช่เพชรและอัญมณี
เป็นสร้อยประคำของเพชรพลอยแห่งความรู้
ผู้คนเชื่อว่าสิ่งนั้นได้ทำขึ้นมาจากเพชรพลอยที่เป็นวัตถุและพวกเขาสวมแหวนที่ทำขึ้นจากสิ่งเหล่านั้น
สร้อยประคำของเพชรพลอยแห่งความรู้ที่ถูกสร้างขึ้นในยุคบรรจบพบกันที่เป็นสิริมงคลที่สุด
เพชรพลอยเหล่านี้จะทำให้ลูกมั่งคั่งเป็นเวลา 21 ชาติเกิดในอนาคต
ไม่มีใครสามารถรูดปล้นสิ่งเหล่านี้ไปจากลูกได้ ที่นี่หากลูกสวมเพชรและอัญมณี
ใครบางคนก็จะรูดปล้นสิ่งเหล่านั้นไปจากลูกได้อย่างรวดเร็วมาก
ดังนั้นลูกต้องกลับมารู้คิดอย่างมากและขจัดนิสัยที่ชั่วร้ายออกไป
ใบหน้ากลับมาแย่ลงมากเนื่องจากนิสัยที่ชั่วร้าย
ใบหน้าของคนที่มีความโกรธก็จะกลับมาแดงราวกับทองแดง
ผู้ที่มีกิเลสตัณหาราคะนั้นก็กลับมาน่าเกลียด ดังนั้น ลูกๆ
ค้องไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้เกี่ยวกับทุกสิ่ง
การศึกษานี้เป็นไปเพื่อการได้รับสมบัติมากมาย การศึกษาอื่นไม่มีค่าเช่นเพชรพลอย
ใช่ผู้คนสามารถศึกษาความรู้นั้นและได้รับตำแหน่งสูง
ดังนั้นการศึกษาไม่ใช่ทรัพย์สมบัติแต่มีคุณประโยชน์ การศึกษาคือทรัพย์สมบัติ
แต่ทรัพย์สมบัตินั้นมีขีดจำกัด ในขณะที่ทรัพย์สมบัตินี้ไม่มีขีดจำกัด
ใช่ทั้งสองนั้นคือการศึกษา
เวลานี้ลูกเข้าใจว่าพ่อสอนลูกและทำให้ลูกกลายเป็นนายของโลก
การศึกษาเหล่านั้นเป็นเพียงชั่วคราวและมีค่าเพียงเล็กน้อยสำหรับเพียงชาติเกิดเดียว
และแล้วในชาติเกิดต่อไปลูกจะต้องศึกษาอีกครั้ง
ที่นั่นไม่จำเป็นที่จะต้องศึกษาเพื่อทรัพย์สมบัติ
ที่นั่นลูกได้รับสมบัติมากมายบนพื้นฐานของความพยายามของลูกในเวลานี้
ทรัพย์สมบัตินี้ไม่สูญสลาย เทพมีทรัพย์สมบัติมากมาย
พวกเขามีมากแค่ไหนเมื่อไปสู่หนทางของความเลื่อมใสศรัทธาซึ่งหมายถึงอาณาจักรของราวัน?
พวกเขาได้สร้างวัดมากมาย และแล้วชาวมุสลิมก็มาและปล้นทรัพย์สมบัติของพวกเขา พวกเขา(เหล่าเทพ)
มั่งคั่งมาก! ไม่มีใครสามารถกลายเป็นคนที่มั่งคั่งได้ผ่านการศึกษาในปัจจุบัน
เวลานี้ลูกเข้าใจแล้วว่าลูกกำลังศึกษาการศึกษาที่สูงส่งเช่นนั้นซึ่งลูกจะกลายเป็นเทพ
ดูสิว่ามนุษย์กลายเป็นอะไรจากการศึกษา: มั่งคั่งจากยากจน
เวลานี้บารัตก็ยากจนมากด้วย ผู้ที่มั่งคั่งไม่มีเวลาเลย
พวกเขามีความภาคภูมิใจในตัวพวกเขาเองที่เป็นผู้นั้นผู้นี้
ที่นี่ความภาคภูมิทั้งหมดต้องขจัดออกไป
ฉันคือดวงวิญญาณและดวงวิญญาณไม่มีทรัพย์สมบัติหรือความมั่งคั่งหรือเพชรหรืออัญมณี
พ่อพูดว่า: จงละทิ้งร่างกายของลูกและความสัมพันธ์ทางร่างกายทั้งหมด
เมื่อดวงวิญญาณจากร่างของเขา ความมั่งคั่งฯลฯทั้งหมดของพวกเขาก็จบสิ้น
จนกว่าเขาจะได้ศึกษาและแสวงหาความมั่งคั่งของเขาอีกครั้ง
หรือถ้าเขาได้บริจาคที่ดีมากในชาติเกิดก่อนหน้านี้ เขาก็จะไปเกิดในบ้านที่ร่ำรวย
พวกเขากล่าวว่า: นั่นคือผลของการกระทำในอดีตของเขา
หากบางคนจัดให้มีการศึกษาแก่ผู้อื่น สร้างวิทยาลัยหรือบ้านพักสำหรับผู้จาริกแสวงบญ
เขาก็ได้รับผลของสิ่งนั้น แต่เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ที่นี่ลูกบริจาคและทำบุญ
ลูกไม่ได้ทำสิ่งนั้นในยุคทอง มีแต่การกระทำที่ดีเท่านั้นในยุคทอง
เพราะลูกได้รับมรดกของเวลานี้ที่นั่น
ที่นั่นไม่มีใครทำกรรรมที่เป็นบาปเพราะราวันไม่ได้อยู่ที่นั่น
คนที่ยากจนที่นั่นไม่ทำกรรมที่เป็นบาป ที่นี่แม้แต่คนที่มั่งคั่งก็ทำกรรมที่เป็นบาป
และเหตุนี้เองจึงมีความเจ็บป่วยและทุกข์ระทมฯลฯ ที่นั่นพวกเขาไม่ได้ข้องแวะในกิเลส
และดังนั้นจะทำบาปได้อย่างไร? ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับกรรมของพวกเขา
นี่คืออาณาจักรของมายา ราวัน ที่มนุษย์กลายเป็นผู้ที่มีกิเลส
พ่อมาและสอนลูกเพื่อที่จะทำให้ลูกปราศจากกิเลส พ่อทำให้ลูกปราศจากกิเลส
และมายาก็ทำให้ลูกมีกิเลส มีสงครามระหว่างราชวงศ์ของรามและราชวงศ์ของราวัน
ลูกคือลูกๆของพ่อและพวกเขาเป็นลูกๆของราวัน ลูกๆที่ดีมากมากมายได้พ่ายแพ้ต่อมายา
มายามีพลังมาก ทั้งๆที่เป็นเช่นนั้นแต่ก็มีความหวัง
แม้แต่ผู้ที่ตกต่ำที่สุดก็ยังต้องได้รับการยกระดับ พ่อต้องยกระดับทั้งโลก
หลายคนตกต่ำลงมา พวกเขากลายเป็นผู้ที่ตกต่ำโดยสิ้นเชิง พ่อยกระดับแม้กระทั่งลูกๆ
เช่นนั้น ทุกคนในอาณาจักรของราวันตกต่ำ อย่างไรก็ตามพ่อช่วยชีวิตลูก
ทั้งๆที่เป็นเช่นนั้นลูกก็ตกต่ำลงมาเรื่อยๆ และดังนั้นกลายเป็นผู้ที่ตกต่ำที่สุด
และแล้วลูกก็ไม่สามารถไต่ขึ้นไปได้สูง
สำนึกของลูกจะกัดกร่อนเพราะลูกได้มาถึงสภาพที่ตกต่ำที่สุด ว่ากันว่า “ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่คุณจดจำในเวลาสุดท้าย...”
จะมีสถานภาพที่ต่ำที่สุดในสติปัญญาของคนๆนั้น
ดังนั้นพ่อจึงนั่งที่นี่และอธิบายให้กับลูกว่า: เป็นลูกที่กลายเป็นเทพทุกวงจร
สัตว์จะกลายเป็นเช่นนั้นได้ไหม?
มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่เข้าใจสิ่งนี้และกลายเป็นเช่นนั้น
ลักษมีและนารายณ์ก็มีจมูกและหูฯลฯ ด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาเป็นมนุษย์
อย่างไรก็ตามพวกเขามีคุณธรรมที่สูงส่ง และเหตุนี้เองพวกเขาจึงถูกเรียกว่าเทพ
พวกเขากลายเป็นเทพที่สวยงามเช่นนั้นได้อย่างไร? และแล้วพวกเขาตกต่ำลงมาได้อย่างไร?
เวลานี้ลูกเข้าใจวงจรนี้แล้ว
ทุกคนที่ไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้นี้จะซึมซับสิ่งนี้ได้เป็นอย่างดี
ผู้ที่ไม่ไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้ก็กลายเป็นคนที่โง่(บุดดู)
ผู้ที่อ่านมุรลีจะไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้และคิดเกี่ยวกับหัวข้อที่พวกเขาต้องอธิบาย
พวกเขาจะไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้โดยอัตโนมัติ ผู้คนที่หลากหลายกำลังจะมา
และดังนั้นลูกต้องอธิบายให้พวกเขาด้วยความกระตือรือร้น
เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะเข้าใจบางสิ่ง ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับโชคของพวกเขา
บางคนจะมีศรัทธาในทันทีในขณะที่คนอื่นไม่มี ความหวังถูกเก็บไว้สำหรับพวกเขา
ถ้าไม่ใช่ตอนนี้และแล้วพวกเขาจะเข้าใจในอนาคตอย่างแน่นอน คนเราต้องมีความหวัง
การมีความหวังในพวกเขาหมายถึงการมีความใส่ใจที่จะรับใช้พวกเขา
ลูกต้องไม่กลับมาเหนื่อยล้า แม้ว่าจะมีใครบางคนเคยศึกษาเล่าเรียน
แต่แล้วก็กลับมาตกต่ำ ถ้าเขามาเขาควรถูกเชิญให้นั่งในห้องรับแขก
หรือจะบอกให้เขาออกไป? ลูกจะถามเขาอย่างแน่นอนว่าทำไมเขาไม่มาเป็นเวลาหลายวัน
เขาอาจจะบอกว่าเขาพ่ายแพ้ต่อมายา ผู้คนมากมายเช่นนั้นมาที่นี่
พวกเขาเข้าใจว่าความรู้นี้ดีมาก แต่มายาทำให้พวกเขาพ่ายแพ้
อย่างน้อยพวกเขาก็จำทุกสิ่ง
ในความเลื่อมใสศรัทธาไม่มีเรื่องของการได้รับชัยชนะหรือพ่ายแพ้
จะต้องมีการซึมซับความรู้นี้
เวลานี้ลูกกำลังรับฟังกีตะที่แท้จริงจากพ่อที่จะทำให้ลูกกลายเป็นเทพ
ลูกไม่สามารถกลายเป็นเทพได้โดยไม่กลายเป็นบราห์มิน ไม่มีบราห์มิน(วรรณะ)ในหมู่ชาวคริสเตียน,
ปาร์ซิส หรือมุสลิม ลูกเข้าใจสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดในเวลานี้
ลูกรู้ว่าลูกต้องจดจำอัลฟ่า เป็นเพียงโดยการจดจำอัลฟ่าเท่านั้นที่ลูกได้รับอาณาจักร
เมื่อใดก็ตามที่ลูกพบใคร จงบอกเขาว่า: “จดจำอัลฟ่า อัลล่าห์”
อัลฟ่ากล่าวกันว่าเป็นผู้ที่สูงสุด ผู้คนชี้นิ้วขึ้นข้างบนเพื่อบ่งบอกถึงอัลฟ่า
อัลฟ่ากล่าวได้ว่าคือผู้เดียวด้วยเช่นกัน
มีพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียวและส่วนที่เหลือทั้งหมดคือลูกๆ พ่อคืออัลฟ่าเสมอ
ท่านไม่ได้ปกครองอาณาจักร
ท่านให้ความรู้นี้แก่ลูกและทำให้ลูกกลายเป็นลูกๆของท่านด้วยเช่นกัน ดังนั้น ลูกๆ
ควรอยู่อย่างมีความสุขมาก บาบากำลังรับใช้เราอย่างมาก
ท่านกำลังทำให้เรากลายเป็นนายของโลก ท่านเองไม่ได้ไปยังโลกใหม่ที่บริสุทธิ์
ไม่มีใครเชิญท่านให้ไปสู่โลกที่บริสุทธิ์
มีเพียงผู้ที่ไม่บริสุทธิ์เท่านั้นที่ร้องเรียกหาท่าน
ท่านจะทำอะไรในโลกที่บริสุทธิ์? ชื่อของท่านคือผู้ชำระให้บริสุทธิ์
และดังนั้นหน้าที่ของท่านคือการทำให้โลกเก่านั้นใหม่ ชื่อของพ่อคือชีวา
และลูกๆถูกเรียกว่าซาลิแกรม ท่านได้รับการกราบไหว้บูชา ทุกคนจดจำท่านในฐานะชีพบาบา
ประการที่สองพวกเขายังคงเรียกบราห์มาว่า ‘บาบา’ ผู้คนมากมายพูดถึงประชาบิดาบราห์มา
แต่ไม่มีใครรู้จักท่านอย่างถูกต้อง บราห์มาเป็นลูกของใคร? ลูกบอกว่าชีวา พ่อสูงสุด
ดวงวิญญาณสูงสุดได้นำท่านมาเลี้ยงดู ท่านเป็นผู้ที่มีร่างกาย
ดวงวิญญาณทั้งหมดคือลูกๆของพระเจ้า ดวงวิญญาณทั้งหมดมีร่างกายของตนเอง
พวกเขาได้รับบทบาทของตนเองที่พวกเขาต้องเล่น
สิ่งนี้ได้ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่โบราณกาล
การคงอยู่ตลอดไปหมายถึงไม่มีจุดเริ่มต้น ตอนกลางหรือจุดสิ้นสุด
เมื่อผู้คนได้ยินจุดจบ
พวกเขาก็กลับมาสับสนว่าสิ่งนั้นจะถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้งได้อย่างไร พ่ออธิบายว่า:
สิ่งนี้คงอยู่ตลอดไปเป็นนิรันดร์ ไม่มีคำถามว่าสิ่งนั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อใด
การทำลายอย่างสิ้นซากไม่เคยเกิดขึ้น นั่นเป็นเพียงเรื่องเล่าที่พวกเขาบอกเล่ากันมา
เป็นเพราะมีมนุษย์จำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่
ที่พวกเขากล่าวว่ามีการทำลายอย่างสิ้นซากเกิดขึ้น
ความรู้นี้ที่บาบามีอยู่นั้นปรากฏขึ้นมาในเวลานี้เท่านั้น มีคำกล่าวถึงท่านว่า: “แม้ว่าคุณจะเปลี่ยนมหาสมุทรทั้งหมดให้เป็นน้ำหมึก
ป่าไปเป็นปากกา และผืนโลกให้เป็นกระดาษ ความรู้นี้ก็จะไม่หมดไป” อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
ยกย่องชื่อของพ่อด้วยใบหน้าที่สดชื่นแจ่มใสของลูก
รับฟังและถ่ายทอดเพชรพลอยแห่งความรู้นี้เท่านั้น
ให้สร้อยประคำของเพชรพลอยแห่งความรู้นี้อยู่รอบคอของลูก
จงขจัดข้อบกพร่องที่ชั่วร้าย
2.
อย่าได้กลับมาเหนื่อยล้าในการทำงานรับใช้
รักษาความหวังและรับใช้ด้วยความใส่ใจอย่างยิ่ง
ไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้และอยู่ในความกระตือรือร้น
พร:
ขอให้ลูกเป็นอิสระจากปัญหาทั้งหมดและแทนที่จะกลับมาสับสนจงทำให้การเชื่อมต่อที่หลวมของลูกถูกต้อง
เหตุผลหลักสำหรับทุกปัญหาก็คือการเชื่อมต่อที่หลวม
เพียงทำให้การเชื่อมต่อถูกต้องและพลังทั้งหมดจะวนอยู่โดยรอบลูก
แม้ว่าจะใช้เวลาหนึ่งถึงสองนาทีเพื่อทำให้เกิดการเชื่อมต่อ
อย่าได้สูญเสียความกล้าหาญและกลับมาสับสน
อย่าปล่อยให้รากฐานของศรัทธาของลูกสั่นคลอน “ฉันเป็นของบาบาและบาบาเป็นของฉัน!”
ทำให้รากฐานแข็งแกร่งบนพื้นฐานนี้และลูกจะกลับมาเป็นอิสระจากปัญหาทั้งหมด
คติพจน์:
การอยู่อย่างมั่นคงในสภาพที่เป็นเมล็ดคือวิธีที่จะเปลี่ยนแปลงสันสการ์เก่าของลูก
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
ในเดือนอะแวคนี้
จงอยู่อย่างเป็นอิสระจากบ่วงพันธะและสัมผัสกับสภาพของการหลุดพ้นในชีวิต
เมื่อลูกไม่ประสบความสำเร็จในงานรับใช้ที่ลูกทำหรือในการเปลี่ยนแปลงสันสการ์เก่าของลูก
ลูกก็กลับมาตกภายใต้อิทธิพลจากอุปสรรคนี้หรืออุปสรรคอื่นๆ
และแล้วลูกต้องการเป็นอิสระจากสิ่งนั้น อย่างไรก็ตาม
ความปรารถนานั้นไม่สามารถถูกทำให้สำเร็จได้หากปราศจากพลัง ดังนั้น
จงเป็นผู้ที่ครอบครองเครื่องประดับทั้งหมด
จงซึมซับพลังเหล่านั้นและลูกจะกลับมาเป็นอิสระจากบ่วงพันธะ