25.08.25 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ
ที่แสนหวาน ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในทุกย่างก้าวมีคุณประโยชน์
ในละครนี้ผู้ที่อยู่ในการจดจำระลึกถึงพ่อจะสัมผัสกับคุณประโยชน์มากที่สุด
คำถาม:
จากการรู้ความลับใดที่กำหนดไว้แล้วในละครที่ลูกๆ
สามารถรักษาความสุขที่ไม่มีขอบเขตไว้ได้?
คำตอบ:
ผู้ที่รู้ว่าตามละครเวลานี้โลกเก่านี้กำลังจะถูกทำลายสามารถรักษาความสุขที่ไม่มีขอบเขตไว้ได้
จะมีภัยพิบัติตามธรรมชาติด้วยเช่นกัน
แต่อาณาจักรของลูกจะมีการก่อตั้งขึ้นมาอย่างแน่นอนและไม่มีใครสามารถขัดขวางได้
สภาพของลูกๆ นั้นขึ้นลง
บางครั้งลูกก็มีความกระตือรือร้นอย่างมากและบางครั้งลูกก็กลับมาเยือกเย็น
อย่างไรก็ตามลูกต้องไม่กลับมาสับสนเกี่ยวกับสิ่งนั้น
รักษาความสุขที่ว่าพระเจ้าผู้เป็นพ่อของทุกดวงวิญญาณกำลังสอนลูก
เพลง:
เปลวไฟได้ถูกจุดขึ้นมาในชุมนุมของแมลงเม่าที่มีความสุข…
โอมชานติ
บาบากำลังให้ความรักและการจดจำระลึกถึงแก่ลูกๆ
ที่สุดแสนหวานผู้เป็นแมลงเม่าที่มีชีวิต ตามลำดับกันไปตามความพยายามของลูก
ลูกทั้งหมดคือแมลงเม่าที่มีชีวิต พ่อนั้นถูกเรียกว่าเปลวไฟแต่ไม่มีใครรู้จักท่านเลย
เปลวไฟนั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่ ท่านเป็นเพียงจุด
ไม่ได้เข้าไปสู่สติปัญญาของใครว่าดวงวิญญาณเป็นจุดและบทบาททั้งหมดนั้นถูกบันทึกอยู่ในแต่ละดวงวิญญาณ
ความรู้ของดวงวิญญาณและดวงวิญญาณสูงสุดไม่ได้อยู่ในสติปัญญาของคนอื่น
พ่อมาและอธิบายสิ่งนี้แก่ลูกๆ ท่านได้ให้การตระหนักรู้ของดวงวิญญาณแก่ลูกแล้ว
ก่อนหน้านี้ลูกไม่รู้ว่าดวงวิญญาณคืออะไรและดวงวิญญาณสูงสุดคืออะไร
ดังนั้นเนื่องจากสำนึกที่เป็นร่างของพวกเขาลูกๆ
จึงมีความผูกพันยึดมั่นมากมายและมีกิเลสมากมายด้วยเช่นกัน บารัตเคยสูงส่งมาก
ไม่ได้มีการอ้างอิงถึงกิเลสใดๆ เลย เป็นบารัตที่เคยปราศจากกิเลส
เวลานี้เป็นบารัตที่มีกิเลส
ไม่มีมนุษย์ใดสามารถอธิบายสิ่งนี้แก่ลูกในวิธีการที่พ่ออธิบาย
พ่อได้ทำให้แผ่นดินนี้ไปเป็นชีวาลายาเมื่อ 5000 ปีที่แล้ว
พ่อเองนั้นเคยก่อตั้งชีวาลายา อย่างไร? เวลานี้ลูกเข้าใจสิ่งนี้
ลูกรู้ว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในทุกย่างก้าวนั้นมีคุณประโยชน์
ทุกวันนั้นก็จะกลับมามีคุณประโยชน์มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับผู้ที่จดจำพ่ออย่างดีมากและให้ประโยชน์แก่ตนเอง
นี่คือยุคที่ทำคุณประโยชน์ที่ซึ่งลูกนั้นได้กลายเป็นชีวิตที่สูงส่งที่สุด
มีคำยกย่องพ่อมากมาย ลูกรู้ว่าภควัตที่แท้จริงกำลังมีการแสดงอยู่ในเวลานี้
เมื่อหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาเริ่มขึ้นครั้งแรกในยุคทองแดงลูกคือผู้แรกที่ได้สร้างสัญลักษณ์รูปไข่จากเพชรและกราบไหว้บูชาสิ่งนั้น
เวลานี้ลูกจดจำว่าลูกเคยสร้างวัดเมื่อลูกนั้นเคยเป็นผู้กราบไหว้บูชา
ลูกเคยสร้างวัดเหล่านั้นจากเพชรและมรกต
ลูกไม่สามารถได้รับสัญลักษณ์เหล่านั้นในเวลานี้
ผู้คนที่นี่ทำสัญลักษณ์เดียวกันของสิ่งเหล่านั้นด้วยเงินเพื่อที่จะกราบไหว้บูชาสิ่งเหล่านั้น
ดูซิว่ามีความเคารพนับถือมากเพียงไรสำหรับผู้กราบไหว้บูชาเช่นนั้น
แม้ว่าทุกคนกราบไหว้บูชาชีวาก็ยังคงไม่มีการกราบไหว้บูชาที่ไม่มีสิ่งใดเจือปน ลูกๆ
รู้ด้วยเช่นกันว่าการทำลายล้างกำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
การเตรียมการสำหรับสิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้นในเวลานี้
ภัยพิบัติทางธรรมชาติถูกกำหนดไว้ในละครด้วยเช่นกัน
ไม่ว่าใครบางคนจะพยายามอย่างหนักมากแค่ไหนกับสิ่งนี้อาณาจักรของลูกก็กำลังจะมีการก่อตั้งขึ้นมาอย่างแน่นอน
ไม่มีใครมีพลังที่จะทำสิ่งใดเกี่ยวกับสิ่งนี้ได้
อย่างไรก็ตามสภาพของลูกแต่ละดวงวิญญาณนั้นก็ขึ้นลง นี่คือรายได้มากมาย
บางครั้งลูกก็มีความคิดที่ดีมากเมื่อลูกมีความสุข
ในขณะที่ในเวลาอื่นลูกนั้นก็กลับมาเยือกเย็นมาก
แม้แต่ในการจาริกแสวงบุญก็มีการขึ้นลง เป็นเช่นเดียวกันที่นี่
บางครั้งเมื่อลูกตื่นขึ้นมาในเวลาเช้าตรู่ก็เป็นความสุขอย่างมากในการจดจำพ่อ: โอ้โฮ
บาบากำลังสอนเรา เป็นความมหัศจรรย์อย่างมาก พระเจ้าพ่อของทุกดวงวิญญาณกำลังสอนเรา
พวกเขาเชื่อว่าศรีกฤษณะคือพระเจ้า
ทั่วทั้งโลกมีความนับถือกีตะอย่างมากเพราะในกีตะได้กล่าวไว้ว่า “พระเจ้าพูด”
อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าพระเจ้าคือใคร
ไม่ว่านักปราชญ์หรือบัณฑิตนั้นมีสถานภาพที่ใหญ่โตเพียงใดและแม้ว่าพวกเขาพูดว่าพวกเขาจดจำพระเจ้าผู้เป็นพ่อ
พวกเขาก็ลืมไปแล้วว่าท่านมาเมื่อไหร่และท่านทำอะไรเมื่อท่านมา
พ่อเฝ้าแต่อธิบายสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดแก่ลูก ทั้งหมดนี้ถูกกำหนดไว้แล้วในละคร
อาณาจักรของราวันนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งและเราจะต้องเข้าไปสู่อาณาจักรนั้นอีกครั้ง
เป็นราวันที่ทำให้ลูกนอนหลับใหลในความมืดมิดที่สุดของความไม่รู้
เพียงมหาสมุทรแห่งความรู้เดียวเท่านั้นที่ให้ความรู้นี้แก่ลูกที่จะทำให้มีการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์
ไม่มีใครนอกจากพ่อสามารถประทานการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์แก่ลูก
ผู้ประทานการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์สำหรับทุกคนมีเพียงหนึ่งเดียว
ความรู้ของกีตะที่พ่อได้ให้แก่ลูกนั้นได้หายไปแล้ว
ไม่ใช่ว่าความรู้นี้คงอยู่มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ คัมภีร์โกรานและไบเบิ้ลฯลฯ
นั้นได้คงอยู่มา(ตั้งแต่ช่วงเวลาของศาสนานั้น)เช่นกัน สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ถูกทำลาย
คัมภีร์ไม่ได้มีการสร้างขึ้นจากความรู้ที่พ่อให้ลูกในเวลานี้
นั้นจะกลับมาคงอยู่ตลอดไปและดำเนินไปตลอดเวลา
ลูกเขียนสิ่งนี้ลงไปและแล้วสิ่งนั้นก็ถูกทำลาย
ทั้งหมดนี้จะถูกเผาและจบสิ้นลงโดยธรรมชาติ
พ่อได้บอกสิ่งนี้แก่ลูกเมื่อวงจรที่แล้วและกำลังบอกแก่ลูกในเวลานี้
ลูกได้รับความรู้นี้เวลานี้และแล้วลูกก็จะได้รับรางวัล
ดังนั้นไม่มีความจำเป็นสำหรับความรู้นี้ที่นั่น
ในหนทางความเลื่อมใสศรัทธามีคัมภีร์ทั้งหมด
บาบาไม่ได้ถ่ายทอดความรู้นี้แก่ลูกด้วยการอ่านกีตะ ท่านกำลังให้คำสอนราชาโยคะแก่ลูก
พวกเขาได้สร้างคัมภีร์จากสิ่งนี้ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาและทำให้ทุกสิ่งนั้นสับสน
ดังนั้นประเด็นหลักที่ลูกต้องอธิบายก็คือ: ใครให้ความรู้ของกีตะ?
พวกเขาได้แทนที่ชื่อของผู้เดียวนั้น ไม่มีชื่อของใครอื่นที่ได้ถูกแทนที่ ศาสนาอื่นๆ
ทั้งหมดก็มีคัมภีร์ทางศาสนาเป็นหลักของพวกเขา ศาสนาหลักคือลัทธิเทพ อิสลาม
และศาสนาพุทธ บางคนพูดว่ามีศาสนาพุทธก่อนแล้วจึงมีศาสนาอิสลาม
บอกพวกเขาว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้เชื่อมโยงกับกีตะ
เราเพียงแค่ใส่ใจในการประกาศสิทธิ์ในมรดกของเราจากพ่อเท่านั้น
พ่ออธิบายอย่างชัดเจนมากว่านี่คือต้นไม้ใหญ่ เป็นสิ่งที่ดีมาก
เป็นเหมือนกับแจกันดอกไม้ มีสามกิ่งที่ปรากฏออกมาจากสิ่งนั้น
ต้นไม้นั้นก็ได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความเข้าใจที่ชัดเจนมาก
ใครก็ตามสามารถเข้าใจได้อย่างเร็วมากว่าเขาเป็นของศาสนาใดและใครก่อตั้งศาสนานั้น
ดายานันดาและอาโรบินดูโกสฯลฯ นั้นก็เคยอยู่มาและได้จากไปเมื่อเร็วๆ นี้
พวกเขาก็เคยสอนโยคะฯลฯ เช่นกัน แต่ทั้งหมดนั้นคือหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
ไม่มีชื่อหรือร่องรอยของความรู้นี้ พวกเขาเคยได้รับสมญาที่ใหญ่โตมาก!
ทั้งหมดนั้นถูกกำหนดไว้แล้วในละคร สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจาก 5000 ปี
ลูกรู้ว่าวงจรนั้นเฝ้าแต่หมุนไปอย่างไรตั้งแต่ตอนเริ่มต้นและจะซ้ำรอยอีกครั้งอย่างไร
ช่วงเวลาปัจจุบันจะกลายเป็นอดีตและแล้วก็จะกลายเป็นอนาคต มีคำกล่าวว่า: อดีต
ปัจจุบัน และอนาคต ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เป็นอดีตต่อมาก็จะกลายเป็นอนาคต
ลูกได้รับความรู้นี้ในเวลานี้และแล้วลูกก็ประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรของลูก
เคยมีอาณาจักรของเหล่าเทพ ในเวลานั้นไม่มีอาณาจักรอื่นใด
บอกสิ่งนี้ทั้งหมดกับพวกเขาในรูปของเรื่องราว
สิ่งนั้นกลายเป็นเรื่องราวที่สวยงามอย่างมาก นานมาแล้วเมื่อ 5000
ปีที่แล้วที่บารัตเคยเป็นยุคทอง ไม่มีศาสนาใดนอกจากอาณาจักรของเทพในเวลานั้น
นั่นก็ถูกเรียกว่าเป็นอาณาจักรของสุริยวงศ์ เป็นเวลาถึง 1250
ปีที่เคยเป็นอาณาจักรของลักษมีและนารายณ์
และแล้วเขาก็ให้อาณาจักรของพวกเขาแก่พี่น้องของพวกเขาผู้เป็นนักรบ
และแล้วอาณาจักรของพวกเขาก็ได้ดำเนินไป ลูกสามารถอธิบายว่าพ่อมาและสอนลูก
ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนเป็นอย่างดีก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของสุริยวงศ์
ผู้ที่สอบตกนั้นก็ได้รับชื่อว่าเป็นนักรบ อย่างไรก็ตามไม่มีเรื่องของสงคราม ฯลฯ
บาบาพูดว่า: ลูกๆ จดจำพ่อและบาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้อง ลูกต้องเอาชนะกิเลส
พ่อได้ออกคำสั่งนี้แล้ว: ผู้ที่เอาชนะตัณหาราคะได้กลายเป็นผู้เอาชนะโลก
ต่อมาหลังจากครึ่งหนึ่งของวงจรพวกเขาได้ตกลงไปสู่หนทางบาป มีสัญลักษณ์ของพวกเขา
รูปลักษณะนั้นเป็นรูปลักษณะของเหล่าเทพ อาณาจักรของราม(พระเจ้า)และอาณาจักรของราวันนั้นเป็นครึ่งต่อครึ่ง
สร้างเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งนี้และอธิบายสิ่งที่เคยเกิดขึ้นต่อมาและสิ่งที่ได้เคยเกิดขึ้นหลังจากนั้น
นี่คือเรื่องราวของนารายณ์ที่แท้จริง เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นคือสัจจะ
เวลานี้ท่านกำลังให้ความรู้นี้ของตอนเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบแก่ลูก
ไม่มีใครอื่นสามารถให้ความรู้นี้แก่ลูก มนุษย์ไม่รู้จักแม้กระทั่งพ่อ
หากพวกเขาไม่รู้จักผู้สร้างและผู้กำกับละครที่ซึ่งพวกเขาเป็นนักแสดงในละครนั้น
แล้วใครอื่นที่จะรู้?
เวลานี้พ่อกำลังอธิบายแก่ลูกว่าทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในทำนองเดียวกันตามละคร
พ่อจะมาเพื่อสอนลูกอีกครั้ง ไม่มีใครอื่นสามารถมาที่นี่ พ่อพูดว่า:
พ่อเท่านั้นที่สอนลูกๆ ไม่มีคนใหม่ใดสามารถนั่งที่นี่ได้
มีเรื่องราวของอินทราปรัสท์ มีชื่อของเทวดานางฟ้าที่แตกต่างกันไป เช่น
ไพลินและบุษราคัม มีบางคนในบรรดาลูกผู้ที่เป็นเช่นเพชร
ดูซิว่าราเมศวร์นั้นได้สร้างนิทรรศการอย่างไรที่ทุกคนนั้นจะเริ่มที่จะคิดถึงสิ่งนั้น!
ดังนั้นเขาได้ทำบางสิ่งที่มีค่าเช่นเพชร
บางคนก็เป็นบุษราคัมและผู้อื่นก็เป็นเพชรพลอยประเภทอื่น บ้างก็ไม่รู้สิ่งใดเลย!
ลูกรู้ว่าอาณาจักรนั้นกำลังมีการก่อตั้ง
ราชาราชินีฯลฯทั้งหมดนั้นเป็นที่ต้องการภายในนั้น ลูกรู้ว่าลูกๆ
บราห์มินกำลังศึกษาเล่าเรียนด้วยการทำตามศรีมัทและแล้วลูกก็จะกลายเป็นนายของโลก
ลูกควรจะมีความสุขอย่างมาก! เวลานี้ดินแดนแห่งความตายนี้กำลังจะถูกทำลาย
แม้แต่เวลานี้บาบานี้ก็เข้าใจว่าท่านกำลังจะไปและกลายเป็นเด็กทารก สิ่งต่างๆ
ของวัยเด็กนั้นกำลังจะมาอยู่เบื้องหน้าท่านในขณะนี้
และดังนั้นพฤติกรรมทั้งหมดของท่านก็เปลี่ยนไป
ในทำนองเดียวกันเมื่อพวกเขากลับมาแก่ชราที่นั่น
พวกเขาก็เข้าใจว่าพวกเขาจะละร่างเก่าของพวกเขาและไปสู่สภาพวัยเด็ก
วัยเด็กนั้นคือสภาพที่สะโตประธาน ลักษมีและนารายณ์คือสภาพของการเป็นผู้ใหญ่
เมื่อพวกเขาแต่งงานก็ไม่ถูกกล่าวว่าพวกเขานั้นอยู่ในวัยรุ่นของพวกเขา
วัยผู้ใหญ่ถูกกล่าวว่าเป็นสภาพที่ราโจและวัยชรานั้นก็กล่าวได้ว่าเป็นสภาพตาโม
เหตุนี้เองจึงมีความรักต่อศรีกฤษณะมากยิ่งกว่า ลักษมีและนารายณ์คือผู้เดียวกัน
แต่ผู้คนไม่รู้สิ่งเหล่านี้
ได้มีการแสดงให้เห็นศรีกฤษณะในยุคทองแดงและลักษมีและนารายณ์ในยุคทอง
เวลานี้ลูกกำลังทำความพยายามที่จะกลายเป็นเทพ พ่อพูดว่า:
ลูกกุมารีควรจะกลับมาตื่นตัวมาก มีวัดให้แก่กุมารีและกึ่งกุมารี
วัดทั้งหมดเช่นวัดดิลวาลาฯลฯ เป็นอนุสรณ์ที่ถูกต้องแม่นยำของลูก
นั่นคือสิ่งไม่มีชีวิตในขณะที่นี่คือสิ่งมีชีวิต เรากำลังนั่งที่นี่ในรูปที่มีชีวิต
เรากำลังทำให้บารัตไปเป็นสวรรค์ สวรรค์จะอยู่ที่นี่ ลูกๆ
รู้ทุกสิ่งว่าโลกที่ไม่มีตัวตนอยู่ที่ใด และอาณาเขตที่ละเอียดอ่อนอยู่ที่ใด
ลูกรู้จักทั้งละคร
ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่กลายเป็นอดีตและแล้วจะกลายเป็นอนาคตและแล้วกลายเป็นอดีต
ลูกต้องเข้าใจว่าเป็นใครที่กำลังสอนลูกอยู่ พระเจ้ากำลังสอนเรา!
ลูกควรกลับมาเยือกเย็นและสงบและมีความสุขมาก
ด้วยการอยู่ในการจดจำระลึกถึงพ่อความสับสนทั้งหมดของลูกก็จะถูกขจัดออกไป
บาบาคือพ่อของเรา ท่านสอนเราและแล้วก็พาเรากลับบ้านกับท่าน
พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและพูดกับพ่อ ดวงวิญญาณสูงสุด ในวิธีนี้: บาบา
เวลานี้ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจเกี่ยวกับบราห์มาและวิษณุแล้วด้วยเช่นกัน
บราห์มาได้ปรากฏออกมาจากสะดือของวิษณุ ได้มีการแสดงวิษณุไว้ในทะเลสาบน้ำนม
และได้มีการแสดงบราห์มาไว้ในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน
ในความเป็นจริงเขามีชีวิตอยู่ที่นี่ วิษณุคือผู้ที่ปกครอง
หากบราห์มานั้นจะออกมาจากวิษณุและแล้วเขาก็จะปกครองอย่างแน่นอน
หากเขาออกมาจากสะดือของวิษณุนั่นก็จะเป็นเหมือนกับการกลายเป็นเด็ก
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด บราห์มานั้นได้จบสิ้น 84
ชาติเกิดและแล้วก็กลายเป็นนายของดินแดนของวิษณุ
บางคนก็ไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างดีและดังนั้นปรอทของความสุขของพวกเขาจึงไม่ได้ขึ้นสูง
ลูกคือโก๊บและโก๊ปี้ โก๊บและโก๊ปี้ไม่ได้มีชีวิตอยู่ในยุคทอง
ที่นั่นลูกจะเป็นเจ้าชายและเจ้าหญิง โก๊ปี้วัลลาภคือพ่อของโก๊บและโก๊ปี้
ประชาบิดาบราห์มาคือพ่อของทุกคน ในขณะที่พ่อของทุกดวงวิญญาณคือชีวาที่ไม่มีตัวตน
ลูกทั้งหมดคือสิ่งสร้างที่เกิดจากปาก
ลูกๆบราห์มากุมารและกุมารีทั้งหมดคือพี่น้องหญิงชาย ต้องไม่มีสายตาอาชญากรใดๆ
เป็นในสิ่งนี้ที่มายาทำให้ลูกพ่ายแพ้ พ่อพูดว่า:
นำสติปัญญาของลูกออกจากทุกสิ่งที่ลูกได้เคยศึกษาเล่าเรียนมาจนถึงเวลานี้
ศึกษาสิ่งต่างๆ ที่พ่อกำลังบอกลูก ภาพบันได้นั้นชั้นหนึ่ง
ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว: ใครคือพระเจ้าของกีตะ?
ศรีกฤษณะไม่สามารถถูกเรียกว่าพระเจ้า เขานั้นคือเทพที่เต็มไปด้วยทุกคุณธรรม
ชื่อของเขาได้มีการกล่าวไว้ในกีตะ
ได้มีการแสดงว่าเขานั้นมีผิวสีน้ำเงินเข้มและได้มีการแสดงลักษมีและนารายณ์ว่ามีผิวสีน้ำเงินเข้มด้วยเช่นกัน
ผู้คนไม่สามารถที่จะนับสำหรับสิ่งนี้
พวกเขาแม้กระทั่งแสดงรามาจันทราว่ามีผิวสีน้ำเงินเข้ม พ่อพูดว่า:
เขาได้กลายเป็นเช่นนั้นด้วยการนั่งบนกองไฟของตัณหาราคะ
แม้ว่าจะมีการกล่าวถึงชื่อของผู้เดียวแต่นั่นก็ใช้กับทุกคน ลูกทั้งหมดคือบราห์มิน
เวลานี้ลูกกำลังนั่งบนกองไฟของความรู้นี้ ศูทรนั่งบนกองไฟของตัณหาราคะ พ่อพูดว่า:
ไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้นี้และสร้างวิธีที่จะปลุกคนอื่นๆ
พวกเขาจะตื่นขึ้นตามละครอย่างแน่นอน ละครนั้นเคลื่อนไปอย่างช้าๆ อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
จงตระหนักอยู่เสมอว่าลูกคือโก๊บและโก๊ปี้ผู้ที่เป็นของโก๊ปี้วัลลาภ
โดยการมีสำนึกรู้นี้ปรอทของความสุขของลูกจะคงอยู่ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ
2.
นำสติปัญญาของลูกออกไปจากทุกสิ่งที่ลูกเคยศึกษาเล่าเรียนมาจนถึงเวลานี้และศึกษาสิ่งที่พ่อบอกลูกในเวลานี้
จบสิ้นสายตาที่เป็นอาชญากรของลูกด้วยสำนึกรู้ของการเป็นพี่น้องหญิงชาย
อย่าได้พ่ายแพ้ต่อมายา
พร:
ขอให้ลูกเป็นผู้รับใช้ทางจิตวิญญาณและสัมผัสประสบการณ์ของสภาพโยกยุกต์ในขณะที่กำลังทำงานรับใช้
ชีวิตบราห์มินเป็นชีวิตของงานรับใช้
วิธีที่สูงส่งที่จะยังคงมีชีวิตอยู่และปลอดภัยจากมายาคือการทำงานรับใช้
งานรับใช้ทำให้ลูกโยกยุกต์ แต่ไม่เพียงแค่ด้วยการทำงานรับใช้ผ่านคำพูด
การรับใช้โดยการกลายเป็นตัวของคำพูดที่แสนหวานที่ลูกได้ยิน
การทำงานรับใช้ที่ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
หรือการทำงานรับใช้ผ่านการสละละทิ้งของลูกและโดยการกลายเป็นตัวของทาปาเซีย
การทำงานรับใช้ที่ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนโดยการอยู่เหนือความปรารถนาที่มีขีดจำกัด:
สิ่งนี้เป็นที่รู้จักกันว่า การทำงานรับใช้ของพระเจ้าหรืองานรับใช้ทางจิต
การรับใช้ด้วยจิตใจของลูกรวมทั้งด้วยปากของลูกหมายถึงการกลับมามั่นคงในสภาพของ “มานมานาบาฟ”
คติพจน์:
โดยไม่มองดูรูปร่าง(ร่างกาย) แต่มองไปที่พ่อที่ไม่มีตัวตน
ลูกจะกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ดึงดูด
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
เพื่อที่จะเป็นโยคีที่ง่ายดาย จงมีประสบการณ์ในความรักของพระเจ้า
บัพดาดามีความรักมากมายต่อลูกๆ ที่ท่านรู้สึกว่าลูกๆ
แต่ละคนของท่านควรก้าวหน้ากว่าท่าน ในโลกนี้เช่นกัน ใครก็ตามที่ลูกรักมากที่สุด
ลูกก็จะทำให้คนนั้นไปข้างหน้าลูก นี่คือสิ่งชี้บอกของความรัก ดังนั้น
บัพดาดาจึงกล่าวว่า: "อย่าให้มีความอ่อนแอใดๆ ในลูกๆ ของพ่อ
ให้ทุกคนกลับมาเพียบพร้อม สมบูรณ์พร้อม และทัดเทียม"
ความรักจากพระเจ้านี้ทำให้ลูกทุกคนกลายเป็นโยคีที่ง่ายดาย