26.07.26    Avyakt Bapdada     Thai Murli     02.02.2011     Om Shanti     Madhuban


จงรักษาความสดชื่นแจ่มใสและความพอใจไว้เสมอ ด้วยการตระหนักรู้ถึงโชคและการบรรลุผลของตนเอง
ให้ประสบการณ์ของความพอใจแก่ผู้อื่นด้วยสายตา ทัศนคติ และครอบครัวของลูก


วันนี้ บัพดาดาพอใจที่ได้เห็นลูกๆทุกคน ลูกแต่ละคนมาถึงที่นี่ได้ด้วยความรักของพระเจ้า วันนี้ บัพดาดามองเห็นเส้นโชคบนหน้าผากของลูกแต่ละคน ตลอดทั้งวงจรไม่มีใครได้รับโชคเช่นนี้ โชคที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าผู้ประทานโชคได้เป็นผู้ประทานโชคนี้ให้แก่ลูกด้วยตัวท่านเอง ก่อนอื่นใด ดวงดาวแห่งโชคเปล่งประกายอยู่บนหน้าผากของแต่ละคน เส้นแห่งคำพูดอันไพเราะอ่อนหวานเปล่งประกายอยู่บนริมฝีปากของลูก เส้นแห่งรอยยิ้มอันแสนหวานเปล่งประกายอยู่บนริมฝีปากของลูก เส้นแห่งการซึมซับอยู่ในความรักที่มีต่อพ่อผู้ซึ่งเป็นผู้ให้ความอบอุ่นแก่หัวใจเปล่งประกายอยู่ในหัวใจของลูก เส้นแห่งความยิ่งใหญ่ของการได้มาซึ่งสมบัติที่มีค่าทั้งหมดเปล่งประกายอยู่บนมือของลูก เส้นแห่งการบรรลุผลสำเร็จหลายล้านในทุกย่างก้าวเปล่งประกายอยู่บนเท้าของลูก ตอนนี้ลองคิดดูสิว่า: มีใครเคยได้รับโชคเช่นนี้บ้างหรือไม่? นี่คือเหตุผลว่าทำไมโชคของลูกจึงปรากฏอยู่ในภาพลักษณ์ของอนุสรณ์สถานของลูก นั่นก็เพราะผู้ประทานโชคเองเป็นผู้ประทานโชคนี้ให้แก่ลูกแต่ละคน

เมื่อเห็นโชคของลูกแต่ละคน บัพดาดาจึงแสดงความยินดีกับลูกแต่ละคน: ว้า ลูก! ว้า! ลูกจะได้รับโชคนี้เพียงในยุคบรรจบพบกัน และโชคนี้จะทำงานในช่วงเวลานี้เท่านั้น ความสุขในยุคบรรจบพบกันนั้นสูงส่งกว่าความสุขในยุคอื่นๆทั้งหมด โชคของยุคทองคือรางวัลแห่งความเพียรพยายามที่ทำไว้ในยุคบรรจบพบกัน และด้วยเหตุนี้การบรรลุผลของยุคบรรจบพบกันนั้นยิ่งใหญ่กว่ารางวัลในยุคทอง จงดื่มด่ำอยู่กับโชคของลูกเอง! ไม่สำคัญว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่สำคัญที่ว่าคำพูดใดจะปรากฏออกมาจากปากของลูกเมื่อลูกนำโชคของลูกมาสู่ความตระหนักรู้ของลูกเอง? "ว้า! โชคของฉัน!" ผู้ประทานโชคเองคือพ่อของลูก ลูกแต่ละคนได้รับโชคจากผู้ประทานโชค ลูกได้ตระหนักหรือไม่ว่าลูกมีโชคเพียงใด? หรือลูกตระหนักถึงสิ่งนี้เพียงแค่บางครั้งเท่านั้น? ลูกมีความซาบซึ้งนี้อยู่เสมอหรือไม่? เมื่อผู้คนในโลกเห็นลูกและถามว่าลูกได้รับอะไรมา ลูกจะตอบว่าอย่างไร? "เราได้รับทุกสิ่งที่เราต้องการแล้ว" ลูกได้รับสิ่งนั้นแล้วหรือยัง? ถ้าได้รับแล้วยกมือขึ้น! ลูกได้รับแล้วหรือยัง? อัจชะ ลูกได้รับไหม? ลูกพูดด้วยความซาบซึ้งทางจิตวิญญาณว่าลูกไม่ขาดสิ่งใดเลย ลูกมีความรู้สึกซาบซึ้งเช่นนี้ใช่ไหม? แล้วลูกได้รับสิ่งนั้นมาได้อย่างไร? ลูกเพียงแค่มารู้จักพ่อ ลูกยอมรับพ่อ และลูกทำให้พ่อเป็นของลูก และลูกก็ได้รับโชคของลูก ยิ่งลูกทำให้ตนเองตระหนักถึงโชคนี้มากเท่าไหร่ ลูกก็จะยิ่งสดชื่นแจ่มใสมากขึ้นเท่านั้น ใบหน้าของดวงวิญญาณที่มีโชคจะสดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ ไม่ใช่ว่ามันจะเป็น แต่จะเป็นเช่นนั้นอยู่ตลอดเวลา สายตา ทัศนคติ และการกระทำของดวงวิญญาณเช่นนั้นจะเป็นไปด้วยความพอใจอยู่เสมอ และพวกเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นมีความพอใจเช่นกัน ลูกทุกคนซาบซึ้งไปกับความพอใจของลูกหรือไม่? พื้นฐานของความพอใจคือการบรรลุผลสำเร็จการได้มาซึ่งทุกสิ่ง ความไม่พอใจเกิดจากการขาดการบรรลุผลสำเร็จ ลูกมีประสบการณ์กับอะไร? มีสิ่งใดขาดหายไปไหม หรือว่าลูกได้มาซึ่งทุกสิ่งแล้ว? ลูกมีความซาบซึ้งกับการบรรลุผลเหล่านั้นของลูกหรือไม่? ลูกเป็นเช่นนั้นหรือไม่? ลูกเป็นเช่นนี้ตลอดเวลาหรือเพียงบางครั้ง? อันที่จริงแล้ว ลูกกล่าวอ้างว่าลูกได้บรรลุสิ่งที่ต้องการแล้ว เมื่อลูกมีการบรรลุผลทุกประการแล้ว ก็จะไม่มีการกล่าวถึงความไม่พอใจอีกต่อไป

บัพดาดากำลังมองดูลูกๆ ทั้งจากแผ่นดินนี้และต่างประเทศ ลูกๆทั้งหมดได้มารวมตัวกันจากกี่ประเทศ? ใครที่มาจากสถานที่ที่ไกลที่สุด? ผู้ที่มาจากอเมริกาได้เดินทางมาไกลที่สุดใช่ไหม? ผู้ที่มาจากอเมริกานั้นมาจากดินแดนที่ไกลที่สุดใช่ไหม? อย่างไรก็ตามพ่อมาจากที่ใด? อเมริกาอยู่ในโลกนี้ แต่บัพดาดามาจากที่ใด? ท่านมาจากพารามดาม และพ่อบราห์มามาจากอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน ดังนั้นใครกันที่มาจากสถานที่ที่ไกลที่สุด? ใครอยู่ไกลที่สุด? นี่คือฉากแห่งความรักของพ่อกับลูกๆ ลูกพูดว่า "บาบาของฉัน" และพ่อพูดว่า "ลูกของฉัน" ลูกได้รับมรดกอันยิ่งใหญ่เช่นนี้เพียงแค่ได้รู้จักท่านผู้เป็นหนึ่งเดียว ผู้คนในโลกกำลังแสวงหาความสงบและความสุข และสงสัยว่าพวกเขาจะพบความสงบและความสุขได้ที่ไหน ในขณะที่ชีวิตของลูกเต็มไปด้วยความสุขและความสงบ แล้วตอนนี้บัพดาดาต้องการอะไร? บัพดาดาต้องการให้ลูกทุกคนเป็นผู้ที่มีอำนาจในการปกครองตนเอง เป็นนายของตนเองอยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงแค่บางครั้ง นี่เป็นเพราะว่าพ่อได้ให้พรแห่งการมีอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเต็มเปี่ยมแก่ลูกในยุคบรรจบพบกัน พรนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เล็กน้อยและไม่ใช่เพียงแค่ชั่วคราว แต่เป็นไปตลอดกาล ลูกเป็นนายของตนเองตลอดเวลาหรือไม่? บัพดาดาได้บอกลูกแล้วว่า ลูกเป็นนายของประสาทสัมผัสทางกายทั้งหมด และเป็นนายของจิตใจ สติปัญญา และซันสการ์ของลูก ลูกพูดคำว่า "ของฉัน" เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ลูกไม่ได้พูดคำว่า "ฉัน" สำหรับสิ่งเหล่านี้ แต่ลูกพูดคำว่า "ของฉัน" ในเมื่อจิตใจ สติปัญญา และซันสการ์เป็น "ของฉัน" ดังนั้น "ฉัน" จึงมีสิทธิ์อยู่เสมอในสิ่งที่ "เป็นของฉัน" ในทำนองเดียวกัน ลูกต้องรักษาสิทธิ์อย่างเต็มที่เหนือจิตใจ สติปัญญา และซันสการ์ของลูกเอง นี่คือความหมายของการเป็นนายเหนือตนเอง ไม่ว่าลูกจะออกคำสั่งอะไร สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติตามคำสั่งเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะบรรลุสิ่งนี้ ลูกต้องรักษาความซาบซึ้งของการเป็นนายของสิ่งเหล่านี้ไว้ในขณะที่เดินเหินและเคลื่อนไหวไปมา – มีความศรัทธาและความซาบซึ้ง

ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่จะรับใช้ดวงวิญญาณด้วยจิตใจของลูก พวกเขากำลังร้องเรียกหา: “โอ้บรรพบุรุษ โปรดให้รังสีแห่งความสุขและความสงบแก่พวกเราสักหน่อย!” โอ้บรรพบุรุษ ลูกสามารถได้ยินเสียงเรียกร้องของคนที่ไม่มีความสุขใช่ไหม? บัพดาดาได้ส่งสัญญาณเตือนลูกแล้วว่าภัยพิบัติใดๆก็สามารถเกิดขึ้นได้ในทันที สำหรับสิ่งนี้ จงใส่จุดฟูลสต็อปในหนึ่งวินาที ลูกกำลังฝึกฝนสิ่งนี้อยู่ในตอนนี้ เพราะในเวลานั้นลูกจะไม่มีเวลาที่จะมาเพียรพยายามอีกแล้ว ลูกอาจจะพยายามใส่จุดฟูลสต็อป แต่ลูกกลับใส่เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) แทน นี่คือเหตุผลว่าทำไมลูกจึงได้รับเวลาในตอนนี้เพื่อเพียรพยายาม จากนั้นจะเป็นเวลาที่จะลงมือทำบางสิ่งบางอย่างในทางปฏิบัติ ลูกกำลังฝึกฝนสิ่งนี้อยู่ในตอนนี้ บัพดาดากำลังเฝ้าดูผลลัพธ์ของลูก ลูกกำลังใส่ใจที่จะทำสิ่งนั้นอยู่ แต่ลูกต้องใส่ใจให้มากขึ้นและขีดเส้นใต้เน้นย้ำสิ่งนั้น ดูสิว่าความพยายามนั้นง่ายดายแค่ไหน: ฉันเป็นจุด และฉันต้องใส่จุดฟูลสต็อป ฉันเพียงแค่ต้องใส่ใจในเรื่องนี้

บัพดาดาได้ให้ของขวัญแก่ลูกๆเป็นพิเศษ: ลูกๆ พ่ออยู่กับลูกเสมอ ทันทีที่ลูกพูดว่า "บาบา" พ่อก็จะปรากฏอยู่ตรงหน้าลูกเสมอ มีคำกล่าวว่า "พระเจ้าสถิตอยู่เสมอ" ท่านไม่ได้อยู่ในทุกหนทุกแห่ง แต่พระเจ้าปรากฏอยู่ตรงหน้าลูกๆเสมอ จงมีชัยชนะอยู่เสมอ เมื่อพระเจ้าอยู่กับลูก การมีชัยชนะนั้นจะเป็นเรื่องยากได้อย่างไร? ชัยชนะเป็นสิทธิโดยกำเนิดของลูก เพียงแค่พูดคำว่า "บาบาของฉัน" ลูกก็จะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน ดังนั้น จงมีชัยชนะอยู่เสมอ นี่เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้ที่อยู่ในการจดจำระลึกถึงอยู่เสมอ มันไม่ใช่เรื่องยากเลย ที่ใดมีพระเจ้า ที่นั่นมีชัยชนะอย่างแน่นอน วันนี้ บัพดาดารู้สึกยินดีที่ได้เห็นลูกๆทุกคน ลูกมาด้วยความรักมากมาย ลูกมาถึงที่นี่ได้อย่างไร? ในทางกายภาพ ลูกมาถึงที่นี่โดยรถไฟหรือเครื่องบิน แต่มันคือความรักในหัวใจของลูกที่นำพาลูกมาที่นี่ มันคือความกล้าหาญของลูกและความช่วยเหลือที่ได้รับการรับประกันจากพ่อ ตอนนี้ บัพดาดาต้องการให้ลูกทุกคนอยู่อย่างมั่นคงในทุกการกระทำในขณะที่อยู่บนที่นั่งของการมีอำนาจในการปกครองตนเอง อัจชะ

ผู้ที่มาเป็นครั้งแรกในวันนี้ ยกมือขึ้น! ยืนขึ้น! มีมากมายหลายคน อัจชะ เช่นเดียวกับที่ลูกมาเป็นครั้งแรก ในทำนองเดียวกัน ลูกต้องประกาศสิทธิ์ในอันดับแรกให้ได้ ลูกปรารถนาที่จะประกาศสิทธิ์ในอันดับนี้ไหม? พรของบาบาคือ ผู้ที่มีความกล้าหาญจะได้รับความช่วยเหลือจากพ่ออย่างแน่นอน ด้วยการมีความกล้าหาญ ลูกจะมีโอกาสก้าวหน้าไปได้มากเท่าที่ลูกต้องการ เพราะป้ายที่เขียนว่า "สายเกินไป" ยังไม่ได้ถูกนำมาติดไว้ จงอยู่ในการจดจำระลึกถึงและรับใช้ผู้อื่นด้วยการบรรลุผลของลูก ลูกจะสะสมพรตามจำนวนงานรับใช้ที่ลูกทำ และพรเหล่านั้นจะทำให้ลูกก้าวต่อไปข้างหน้า จงให้สาส์นต่อไป และจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับโชคของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม ลูกก็เพียงแค่ต้องให้สาส์นต่อไป จงสะสมบุญของลูกต่อไป แล้วบุญของลูกจะทำให้ลูกก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง อัจชะ

บัพดาดาท่องไปทั่วทุกหนแห่งในเวลาอมฤต การที่ท่านจะไปที่ใดนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยสำหรับท่าน บัพดาดาได้บอกลูกแล้วว่า ความพิเศษของการได้พบกันในช่วงเวลาตี 4 ก็คือ บัพดาดาจะให้พรแก่ลูกทุกคนในเวลานั้นได้อย่างง่ายดาย บทบาทของผู้ประทานพรนั้นจะมีความพิเศษอย่างยิ่งในเวลาอมฤต บัพดาดาจะให้พรใดๆก็ตามที่ลูกต้องการ ลองดูสิแล้วจะรู้เอง! อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะได้รับพรนั้น ลูกทุกคนต้องตื่นตัวอยู่เสมอ หากลูกไม่ตื่นตัว บัพดาดาจะมาเยี่ยมลูกแล้วก็จากไป และลูกก็จะทำได้เพียงแค่คิดถึงเรื่องนั้นเท่านั้น ลูกให้ความสำคัญกับเวลาอมฤตอยู่แล้ว แต่ตอนนี้จงใส่ใจให้มากขึ้น! บัพดาดาเห็นว่า ตามเวลา งานรับใช้กำลังเติบโตขึ้น เพราะงานรับใช้นี้ ลูกจึงไม่สามารถอยู่ห่างจากพ่อเพื่อที่จะได้รับพรได้ ลูกดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์ส่วนใหญ่ก็พยายามกันอยู่แล้ว แต่ลูกต้องเน้นย้ำเรื่องการเอาใจใส่ บัพดาดาขอแสดงความยินดีกับลูกทุกคนที่ได้มาถึงมธุบันไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม บัพดาดาได้ยินมาว่าลูกๆเข้าใจดีว่าพวกเขาต้องทำตามสัญญาณที่บัพดาดาให้ไว้เกี่ยวกับเรื่องซันสการ์อย่างแน่นอน เพื่อที่จะบรรลุผลสำเร็จในสิ่งนั้น เช่นเดียวกับการที่ลูกใช้จุดสำหรับความเคารพตนเองในเวลาอมฤต พร้อมกันนั้นลูกก็ควรให้ความใส่ใจกับซันสการ์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะเช่นกัน เช่น วันนี้ฉันจะให้ความใส่ใจเป็นพิเศษกับซันสการ์นี้ จากนั้นในตอนกลางคืน เมื่อลูกส่งชาร์ทของทั้งวันให้แก่บัพดาดา ก็ควรบอกผลลัพธ์ของซันสการ์นั้นให้แก่บาบาด้วย ซึ่งจะดึงดูดความสนใจของลูกเป็นพิเศษ ลูกต้องให้ความใส่ใจกับซันสการ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับที่ลูกให้ความใส่ใจกับการจดจำระลึกถึง ในเวลาเดียวกันและควบคู่ไปกับสิ่งนั้นก็จงบอกผลลัพธ์นั้นแก่บัพดาดาด้วย หากลูกปรารถนาที่จะจบสิ้นซันสการ์ใดๆ แต่ไม่สำเร็จในวันนั้น จงกล่าวคำแสดงความยินดีกับตัวเองจากบัพดาดาด้วย ในทุกๆวันจงคอยรับคำแสดงความยินดีจากพ่อสำหรับซันสการ์นั้นๆโดยเฉพาะอย่างต่อเนื่อง แล้วลูกจะเห็นว่าการใช้ซันสการ์นั้นจะลดลง ลูกตรวจสอบตนเองเมื่อพูดถึงเรื่องโยคะ แต่ลูกไม่ได้ตรวจสอบซันสการ์ของลูกในลักษณะเดียวกันนั้นทุกวัน เพียงบางครั้งเท่านั้น ผู้ที่เพียรพยายามจะได้รับบททดสอบนี้โดยบังเอิญ ไม่ใช่ทุกวัน อย่างไรก็ตาม เมื่อการตรวจสอบนี้เกิดขึ้นทุกวันแล้ว การใส่ใจเช่นนี้จะช่วยขจัดความตึงเครียดทั้งหลายให้หมดไป บัพดาดาเห็นว่า เมื่อลูกๆจากต่างประเทศเริ่มต้นทำงานใดๆ พวกเขาก็จะใส่ใจกับงานนั้นอย่างแน่นอน มีเพียงผู้ที่ใส่ใจเท่านั้นจึงจะสามารถบรรลุถึงการหลุดพ้นได้ ลูกเองก็ได้รับพรจากบัพดาดาด้วยเช่นกัน ลูกเข้าใจไหม? เมื่อลูกทุกคนมีส่วนร่วมในสิ่งนี้อย่างเต็มที่และหมั่นตรวจสอบตนเองทุกวัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือซันสการ์เหล่านั้นจะค่อยๆคลายตัวและเบาบางลง บัพดาดาต้องการให้ลูกประกาศสิทธิ์ในอันดับหนึ่งในเรื่องซันสการ์ เพื่อที่ลูกจะใช้ซันสการ์เฉพาะที่ลูกต้องการจะใช้เท่านั้น สิ่งนี้จะเกิดขึ้น เมื่อใดที่ความสนใจของลูกจดจ่ออยู่กับเรื่องนี้ มันก็จะเกิดขึ้น แต่มันจะไม่เกิดขึ้นเอง ลูกต้องให้ความใส่ใจ เหตุใดซันสการ์เหล่านี้ถึงปรากฏออกมาเฉพาะในเวลาที่ลูกอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรือในชุมนุม? ผู้ที่กราบไหว้บูชาภาพลักษณ์หรือรูปเคารพของลูกต่างร้องเพลงสรรเสริญซันสการ์ของลูกอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ก็เพราะลูกได้กลายเป็นเช่นนั้นจริงๆในทางปฏิบัติ พวกเขาจึงกล่าวถึงมัน จงทำให้ภาพลักษณ์แห่งความเป็นเทพของลูกปรากฏขึ้นมา ผู้คนร้องเพลงสรรเสริญว่าอะไร? ลูกจะต้องกลายเป็นเทพเช่นนั้นให้ได้ใช่หรือไม่? อัจชะ

ลูกทุกคนที่เป็นดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์ ยังคงประสบความสำเร็จในความพยายามของลูกอยู่เสมอใช่หรือไม่? ใช่ไหม? ผู้ที่ประสบความสำเร็จ ยกมือขึ้น! ว้า! ลูกทุกคนยกมือขึ้นได้ดีมาก ดังนั้น ลูกจะต้องรักษาเป้าหมายเอาไว้ว่าลูกจะต้องให้ความใส่ใจในสิ่งนี้อย่างแน่นอน ลูกต้องประกาศสิทธิ์ในอันดับในสิ่งนี้ให้ได้อย่างแน่นอน เมื่อผู้อื่นเห็นลูก พวกเขาก็จะเกิดความกระตือรือร้นเช่นกัน เพราะลูกคือเครื่องมือ และเครื่องมือเหล่านี้จะได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษจากบัพดาดา บัพดาดาพอใจที่จำนวนของศูนย์เพิ่มขึ้น ลูกกำลังให้ความใส่ใจต่อความเพียรพยายาม แต่ตอนนี้จงกลายเป็นเครื่องมือที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง เมื่อผู้อื่นเห็นลูก พวกเขาก็จะมีความกระตือรือร้นที่จะมีพลังในการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ถึงแม้เป็นที่เข้าใจกันว่าความพยายามของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันไปตามลำดับ แต่บัพดาดาก็พอใจที่ลูกใส่ใจกับความพยายาม ดังนั้นเวลานี้ลูกต้องเพิ่มความพยายามนั้นให้มากขึ้นไปอีก ลูกยังคงได้รับความรักและความระลึกถึงจากบัพดาดาในทุกๆวัน ดูสิ แม้ในขณะที่ลูกนั่งอยู่ที่บ้าน ลูกก็ไม่พลาดที่จะได้รับความรักและความระลึกถึงจากบัพดาดาเลยแม้แต่วันเดียว หากลูกอ่านมุรลีด้วยความมีระเบียบวินัยอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ท่านก็ไม่เคยหยุดให้ความรักและการระลึกถึงแก่ลูกแม้แต่วันเดียว ลูกได้รับสิ่งนั้นใช่ไหม? ลูกได้รับใช่ไหม? ลูกได้รับความรักและความระลึกถึงในทุกวัน ทุกคนได้รับสิ่งนั้นใช่ไหม? นี่คือสิ่งชี้บอกของความรักของบัพดาดา หากลูกพลาดมุรลี ลูกก็จะพลาดความรักและความระลึกถึงของท่านไป ลูกจะไม่เพียงแต่พลาดมุรลีนั้นเท่านั้น แต่ลูกยังพลาดความรัก ความระลึกถึง และพรของของบัพดาดาด้วย ลูกอาจตะตามอ่านมุรลีย้อนหลังได้ แต่เวลาที่ถูกกำหนดไว้สำหรับการได้รับความรักและความระลึกถึงจากบัพดาดานั้นได้พลาดไปแล้วใช่ไหม? บัพดาดาพอใจที่ลูกมีความกระตือรือร้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ อัจชะ มีใครในที่นี่ที่พลาดมุรลีบ้างไหม? ในบรรดาลูกดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์นี้ มีใครที่นี่พลาดมุรลีบ้างไหม? ด้วยเหตุผลใดก็ตาม? ไม่มีใครเลย ไม่มีใครพลาด มีคนหนึ่งยกมือขึ้น ตอนนี้อย่าพลาด! อย่าได้ขาดมุรลีใดๆ! ลูกสามารถฟังทางโทรศัพท์ได้เช่นกัน หากลูกไม่สามารถอ่านได้ ก็ฟังให้ได้อย่างแน่นอน ให้คะแนนการมาปรากฏตัวในปัจจุบันของลูกด้วย อัจชะ ลูกทุกคนที่มาในชุมนุมนี้ ทั้งคนใหม่และคนเก่า ขอให้จดจำไว้ให้ดีว่าลูกต้องไม่ขาดการฟังมุรลี พ่อมาจากดินแดนสูงสุดทุกวัน ท่านมาจากดินแดนที่ไกลแสนไกล ท่านมาเพื่อลูกๆ เช่นเดียวกับที่พ่อไม่เคยขาดมุรลี ลูกๆ ก็ไม่ควรขาดมุรลีเช่นกัน อัจชะ

ตอนนี้ เช่นเดียวกับที่ผู้ที่มามธุบันถูกขอให้กรอกแบบฟอร์ม ก็ขอให้พวกเขากรอกแบบฟอร์มด้วยว่า พวกเขาฟังมุรลีในทุกวันหรือไม่ หรือพวกเขาขาดไปกี่วัน ลูกเห็นด้วยหรือไม่? ใครที่เห็นด้วย ยกมือขึ้น! แม้แต่ผู้ที่มาจากมธุบันก็ให้ยกมือขึ้นด้วย! ลูกต้องไม่พลาดการฟังมุรลีไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่นเดียวกับที่ลูกไม่เคยพลาดมื้ออาหารของลูก ในทำนองเดียวกัน สิ่งนี้ก็เป็นอาหารเช่นกันไม่ใช่หรือ? นั่นคืออาหารสำหรับร่างกาย และนี่คืออาหารสำหรับลูกดวงวิญญาณ ลูกชอบสิ่งนี้หรือไม่? ลูกใหม่ทุกคนได้รับอนุญาตให้มาที่นี่ ลูกก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยข้อนี้ด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับที่มีระเบียบวินัยข้ออื่นๆ นี่ก็เป็นระเบียบวินัยข้อหนึ่งเช่นกัน บราห์มินหมายถึงผู้ที่ฟังมุรลี ผู้ที่ทำงานรับใช้ อัจชะ

พร้อมกับการให้ความรักและความระลึกถึงแล้ว บัพดาดาขอแสดงความยินดีกับลูกทุกคนที่มาจากทุกหนแห่งด้วย ลูกกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยความจริงจังและความกระตือรือร้น และจะทำเช่นนั้นต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สถานการณ์ใดก็ตามลูกต้องไม่ปล่อยให้ความจริงจังและความกระตือรือร้นของลูกลดน้อยลงไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม อาจมีสถานการณ์ต่างๆเกิดขึ้น แต่ความพยายามของลูกและความรักของพ่อนั้นเป็นของลูกเอง ดังนั้นอย่าปล่อยให้สติปัญญาของลูกไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งอื่นใดนอกจากพ่อ: พ่อ มุรลีของพ่อ และงานรับใช้ที่ลูกได้รับจากพ่อ จงทำสิ่งเหล่านี้ต่อไป อัจชะ ตอนนี้ บาบาจะพูดอะไรได้อีกล่ะ? ยังไงเราก็จะอยู่ด้วยกันต่อไปอยู่แล้ว บาบาไม่สามารถพูดว่าท่านกำลังจะลาจากไปได้ เราจะอยู่ด้วยกัน กลับไปด้วยกัน และกลับมาด้วยกัน อัจชะ ตอนนี้ จบแค่นี้!

พร:
ขอให้ลูกกลายเป็นรูปของกาลี และทำลายซันสการ์ที่ไม่บริสุทธิ์ของลูกด้วยความตระหนักรู้ในรูปที่เป็นชักตีของลูก

จงรักษารูปนี้ไว้ในความตระหนักรู้ของลูกอยู่เสมอ: ฉันคือชักตีผู้ถืออาวุธทั้งหมดของฉัน แม้แต่เงาของสายตาจากดวงวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ใดๆก็ไม่สามารถทอดลงมาต้องตัวฉันผู้ซึ่งเป็นผู้ชำระล้างให้บริสุทธิ์ได้ ไม่มีดวงวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ใดสามารถที่จะมีแม้กระทั่งความคิดที่ไม่บริสุทธิ์เกี่ยวกับฉันได้เลย ฉันต้องมีเบรคที่ทรงพลังเช่นนั้น หากดวงวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ใดๆมีผลกระทบต่อฉัน นั่นหมายความว่าฉันไม่มีอิทธิพลมากนัก ผู้ที่ทำลายสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ใดๆจะไม่สามารถกลายเป็นเหยื่อของใครได้ ดังนั้น จงกลายเป็นรูปของกาลีเช่นนั้น ที่แม้ว่าจะมีใครบางคนมีความคิดเช่นนั้นต่อหน้าลูก เขาก็จะสิ้นสติไปในจิตใจของเขา

คติพจน์:
ความปรารถนาในรูปแบบที่ดูสูงส่ง (ความปรารถนาที่ดูดีแต่แฝงไว้ด้วยกิเลส) คือ ความต้องการชื่อเสียง เกียรติยศ และการได้รับการยกย่องนับถือ

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: อยู่ในสภาพภูเขาไฟ และมีประสบการณ์การจดจำระลึกถึงที่มีพลัง

ลูก ดวงวิญญาณคือสารถี และการเป็นสารถีหมายถึงการมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ บราห์มาบาบาได้กลายเป็นดวงวิญญาณอันดับแรกสุดด้วยการฝึกฝนสิ่งนี้ ดังนั้นจงทำตามพ่อ! พ่อเข้ามาในร่างกายและควบคุมร่างกายนั้น นั่นคือ ท่านเป็นสารถี ท่านไม่ได้ขึ้นอยู่กับร่างกายนั้น และด้วยเหตุนี้ท่านจึงอยู่อย่างมีความรักและละวาง ในทำนองเดียวกัน ลูกดวงวิญญาณบราห์มินทั้งหลายต้องคงอยู่ในสภาพที่เป็นสารถีเช่นเดียวกับพ่อ เมื่อลูกเป็นสารถีควบคุมร่างกายของลูกเอง ลูกก็จะกลายเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวางโดยธรรมชาติ และจะคงอยู่อย่างมีภูมิคุ้มกันโดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากมายาในสิ่งใดก็ตามที่ลูกทำ มองเห็น หรือได้ยิน