26.08.26       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน ลูกรับประกันว่าลูกจะทำให้บารัตนี้เป็นสวรรค์ด้วยพลังของโยคะของลูก ที่นั่นจะมีศาสนาเดียวและอาณาจักรเดียว

คำถาม:
ด้วยการอยู่อย่างปลอดภัยจากอุปสรรคต่าง ๆ ของมายาใดที่ลูกๆ จะสามารถแสดงความมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ได้?

คำตอบ:
อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมายาคือการมีสำนึกที่เป็นร่างและทำให้ลูกติดกับอยู่ในรูปและนามของกันและกัน ลูกๆ ที่อยู่อย่างปลอดภัยจากอุปสรรคนี้จะอยู่อย่างปลอดภัยจากการหลอกลวงของมายาและจะแสดงความมหัศจรรย์มากมาย สติปัญญาของพวกเขามีความคิดใหม่ๆ สำหรับงานรับใช้อยู่เสมอ เมื่อลูกกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ งานรับใช้จะขยายตัว

โอมชานติ
พ่อมาเพื่อให้ศรีมัทแก่ลูกๆทางจิต ลูกๆ เข้าใจว่าตามแผนของละคร ทุกสิ่งต้องสำเร็จเสร็จสิ้นภายในเวลาอันสั้น พวกเรากำลังเปลี่ยนดินแดนของราวันเป็นดินแดนของวิษณุ พ่อแฝงตัวและการศึกษานี้ก็แฝงตัวด้วย มีศูนย์จำนวนมากมาย มีศูนย์ในเมืองใหญ่เเละในหมู่บ้านเล็กๆ ด้วย มีลูกๆ มากมายเช่นกัน แต่ละวันจำนวนของพวกเขาจะเฝ้าแต่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกเขียนในวรรณกรรมของลูกว่าลูกจะทำให้แผ่นดินบารัตนี้เป็นสวรรค์อย่างแน่นอน ลูกรักแผ่นดินบารัตนี้อย่างมากเพราะลูกรู้ว่าบารัตนี้เคยเป็นสวรรค์ บารัตกลายเป็นเช่นนั้นเมื่อ 5000 ปีที่แล้ว ที่สูงศักดิ์และสวยงามมาก ลูกๆ ผู้ที่เป็นสิ่งสร้างที่เกิดจากปากของบราห์มามีความรู้นี้ ลูกทำให้ดินแดนของบารัตนี้กลายเป็นสวรรค์ด้วยการทำตามศรีมัท แสดงหนทางให้แก่ทุกคน ที่นี่ไม่มีสิ่งใดที่ยากลำบากซับซ้อนอะไร นั่งและสนทนาท่ามกลางลูกๆ ว่าลูกควรโฆษณาภาพเหล่านี้อย่างไรและสามารถตีพิมพ์ภาพเหล่านั้นลงในหนังสือพิมพ์ได้อย่างไรด้วยเช่นกัน จัดสัมมนาเกี่ยวกับสิ่งนี้ท่ามกลางลูกๆ เช่นที่ผู้คนของรัฐบาลทางโลกพบปะกันและปรึกษาหารือกันท่ามกลางพวกเขาว่า พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงบารัตอย่างไร ในทำนองเดียวกัน ลูกควรนั่งด้วยกันและทำให้ความแตกต่างของความคิดเห็นที่มีอยู่นั้นถูกต้องและอภิปรายด้วยเช่นกันว่าจะสามารถมีความสงบและความสุขในบารัตได้อย่างไร ลูกคือรัฐบาลพันดาบทางจิตด้วยเช่นกัน นี่คือรัฐบาลของพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ พ่อผู้ชำระให้บริสุทธิ์ชำระลูกผู้ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์และทำให้ลูกเป็นนายของโลกที่บริสุทธิ์ เพียงลูกๆ เท่านั้นที่เข้าใจความลับเหล่านี้ ศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปคือศาสนาหลักของบารัต นี่คือไฟบูชายัญของความรู้ของรูดร้า ชีพบาบานั้นเรียกว่ารูดร้า ขณะนี้พ่อได้มาแล้วและปลุกลูกให้ตื่นขึ้น ดังนั้นลูกต้องปลุกผู้อื่น ลูกถูกปลุกขึ้นมาอยู่เสมอตามแผนของละคร อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าลูกแต่ละคนจะเพียรพยายามมากแค่ไหนและความเพียรพยายามใดก็ตามที่ลูกทำมาจนถึงตอนนี้ ลูกทำสิ่งเดียวกันในวงจรที่แล้วเช่นกัน สงครามของลูกคือ สงครามทางจิต บางครั้งมายาก็มีพลังมากกว่า และบางครั้งพระเจ้ามีพลังมากกว่า บางครั้งงานรับใช้ก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและบางครั้งลูกๆ ก็มีอุปสรรคของมายา มายาทำให้พวกเขาสิ้นสติอย่างสมบูรณ์ นี่คือสนามรบ มายาทำให้ลูกๆ ของรามสิ้นสติ นอกจากนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับ Luv and Kush (ลูกๆ ของราม) ด้วยเช่นกัน พวกเขาได้แสดงภาพลูกของรามสองคน แต่บาบามีลูกมากมายหลายคนที่นี่ ในเวลานี้มนุษย์ทั้งหมดกำลังนอนหลับใหลในการนอนหลับของกุมกัณฑ์ พวกเขาแม้กระทั่งไม่รู้ว่า พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดได้มาเพื่อให้มรดกของลูกแก่ลูกๆ พ่อมาในบารัตเท่านั้น พวกเขาได้ลืมสิ่งนี้ไปหมดแล้วโดยสิ้นเชิง ชาวบารัตเคยเป็นนายแห่งสวรรค์ ไม่มีความสงสัยใดเกี่ยวกับสิ่งนี้ การเกิดของพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดเกิดขึ้นที่นี่ เหตุนี้เองชาวบารัตจึงฉลองวันเกิดของชีวา ดังนั้นท่านต้องมาที่นี่และทำบางสิ่งอย่างแน่นอน สติปัญญากล่าวว่า: พ่อต้องมาที่นี่เพื่อก่อตั้งสวรรค์อย่างแน่นอน ท่านจะไม่ก่อตั้งสวรรค์ด้วยแรงบันดาลใจ ที่นี่ลูกๆได้รับการสอนราชาโยคะและการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึง ไม่มีเสียงเข้ามาเกี่ยวข้องในการให้แรงบันดาลใจ ผู้คนคิดว่าชางก้าทำการทำลายล้างผ่านเเรงบันดาลใจ เเต่ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับเเรงบันดาลใจในสิ่งนั้น ลูกเข้าใจว่ามันอยู่ในบทบาทของพวกเขาในละครที่จะทำระเบิดฯลฯ พวกเขากลายเป็นเครื่องมือสำหรับการทำลายล้าง แรงบันดาลใจเป็นคำที่มาจากคัมภีร์ แต่ไม่มีเรื่องของแรงบันดาลใจที่นี่ การทำลายล้างต้องเกิดขึ้นตามละคร ได้มีการจดจำกันว่าขีปนาวุธฯลฯ ถูกใช้ในสงครามมหาภารตะ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตก็ต้องเกิดซ้ำรอย ลูกรับประกันว่าลูกจะก่อตั้งสวรรค์ด้วยพลังของโยคะของลูก จะมีศาสนาเดียวที่นั่น ดังนั้น ศาสนาอื่นๆ ทั้งหมดจะไปที่ไหน ? ศาสนาเหล่านั้นจะถูกทำลายอย่างแน่นอน นี่คือสิ่งที่ต้องเข้าใจ ได้มีการจดจำกันว่าการก่อตั้งเกิดขึ้นด้วย บราห์มาและการบำรุงรักษาด้วยวิษณุ และนั่นก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้ปะปนชีวากับชางก้าและนั่นเป็นสิ่งที่ผิด พวกเขาเพียงแค่พูดว่าชีวาและชางก้า เนื่องจากชางก้าไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเขาจึงได้ปะปนชีวากับชางก้า อย่างไรก็ตาม ชีพบาบาพูดว่า: พ่อมีงานต้องทำมากมาย พ่อต้องชำระทุกคนให้บริสุทธิ์ พ่อเข้ามาในร่างที่มีตัวตนของบราห์มาและทำการก่อตั้งโดยผ่านเขา ชางก้าไม่มีบทบาท ชีวาได้รับการกราบไหว้บูชา มีเพียงชีวาผู้ให้คุณประโยชน์เท่านั้นที่เติมเต็มอาภรณ์ของทุกคน พวกเขาพูดว่า: ขอคารวะต่อ ดวงวิญญาณสูงสุดชีวา บราห์มานี้เป็นพ่อของปวงประชา บราห์มากลายเป็นวิษณุและวิษณุกลายเป็นบราห์มาได้อย่างไรเป็นเรื่องที่ลึกล้ำมาก เพียงลูกเท่านั้นที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ ลูกที่รู้คิดก็สามารถใช้สติปัญญาของพวกเขาที่จะทำความเข้าใจความรู้นี้ได้อย่างรวดเร็วมาก ผู้คนไม่รู้อะไรเลยว่าเมื่อใดที่พ่อผู้ชำระให้บริสุทธิ์จะมา ขณะนี้คือตอนปลายของยุคเหล็ก หากพวกเขาพูดว่า 40,000 ปียังคงหลงเหลืออยู่จนถึงตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก ในกรณีนี้ พวกเขาจะยังคงไม่บริสุทธิ์อีกมากแค่ไหน ? พวกเขาจะต้องอดทนกับความทุกข์อีกมากแค่ไหน ? ไม่มีความสุขใดๆในยุคเหล็ก เพราะการไม่เข้าใจอะไรเลย ผู้คนที่น่าสงสารจึงอยู่ในความมืดมิดที่สุด ลูกๆ ควรจะพบปะและพูดคุยกันถึงวิธีการที่จะเพิ่มงานรับใช้ พ่อยังคงแสดงแผนให้แก่ลูกต่อไป ดังนั้นลูกๆ ควรที่จะพบปะกับกันและกัน อธิบายภาพอย่างดีมาก รูปภาพทั้งหมดเหล่านี้ยังคงถูกสร้างขึ้นตามแผนของละคร ลูกๆ รู้ว่าไม่ว่าเวลาใดก็ตามที่ผ่านไป ละครนั้นก็ดำเนินไปอย่างถูกต้องตามนั้น สภาพของลูกๆ จะยังคงขึ้นลงอยู่เรื่อยๆ: บางครั้งสูงและบางครั้งต่ำ บาบาเฝ้าแต่มองดูทุกสิ่งอย่างเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง บางครั้งลูกๆ ก็มีลางร้าย และดังนั้นเพื่อที่จะขจัดลางร้ายเหล่านั้น บาบาจึงทำให้ลูกทดลองสิ่งต่างๆ มากมาย บาบาบอกลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้จดจำระลึกถึงพ่อ อย่างไรก็ตาม ลูกมีสำนึกที่เป็นร่างเเละเหตุนี้เองลูกจึงสะดุด ที่นี่ลูกต้องกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ แต่ลูกๆก็มีสำนึกที่เป็นร่างมากมาย กลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณและลูกจะสามารถจดจำพ่อแล้วงานรับใช้ก็จะขยายตัวต่อไปด้วยเช่นกัน ผู้ที่ต้องประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงจะอยู่อย่างข้องเกี่ยวในการทำงานรับใช้อย่างต่อเนื่อง หากไม่ได้อยู่ในโชคของพวกเขา พวกเขาจะไม่ทำความเพียรพยายาม แล้วพวกเขาเองจะพูดว่า: บาบา ฉันไม่สามารถซึมซับสิ่งใดเหล่านี้ได้ มันไม่ได้อยู่ในสติปัญญาของฉัน หากลูกไม่ได้ซึมซับสิ่งเหล่านี้ก็จะไม่มีความสุข ผู้ที่ซึมซับสิ่งเหล่านี้จะมีประสบการณ์ของความสุขเช่นกัน พวกเขาเข้าใจว่าชีพบาบาได้มาแล้ว พ่อพูดว่า: ลูกๆ เข้าใจสิ่งนี้อย่างชัดเจนมากแล้วจึงอธิบายให้แก่ผู้อื่น บางคนข้องเกี่ยวในงานรับใช้และเฝ้าแต่ทำความเพียรพยายาม ลูกๆ รู้ว่าทุกวินาทีที่ผ่านไปนั้นถูกกำหนดไว้แล้วในละครและจะซ้ำรอยในลักษณะเดียวกัน ได้มีการอธิบายแก่ลูกๆ แล้วว่าเมื่อลูกให้คำบรรยายข้างนอก มีผู้คนมากมายหลายประเภทเข้าร่วม ลูกๆ รู้ว่าผู้คนเหล่านั้นทั้งหมดให้คำบรรยายบนพื้นฐานของกีตะ พระเวทย์และคัมภีร์ พวกเขาไม่รู้ว่าพระเจ้ากำลังอธิบายความลับเกี่ยวกับตัวท่านเองซึ่งเป็นผู้สร้าง และแรกเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบของสิ่งสร้างแก่ลูก ได้มีการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนมากในภาพว่าพระเจ้าคือใคร สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการใช้โปรเจ็กเตอร์(เครื่องฉายภาพ) ที่นิทรรศการลูกมีภาพอยู่เบื้องหน้าลูก หลังจากนั้นลูกก็สามารถอธิบายและปฏิสัมพันธ์กับพวกเขาและถามพวกเขาว่าใครคือพระเจ้าแห่งกีตะและใครคือมหาสมุทรแห่งความรู้ ใครคือมหาสมุทรแห่งความบริสุทธิ์ ความสงบและความสุข ผู้ปลดปล่อย และผู้นำทาง ? พวกเขาไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นกฤษณะ คำยกย่องของดวงวิญญาณสูงสุดนั้นแตกต่างกัน ก่อนอื่นใดลูกควรให้พวกเขาเขียนสิ่งนี้ลงไป ตรวจสอบ (ทำแบบสำรวจ) และให้พวกเขาเซ็นบางสิ่ง! (นกกำลังตีกันอยู่ในห้องประชุม) เวลานี้มีการต่อสู้และทะเลาะเบาะแว้งกันทั่วทั้งโลก พวกเขาทั้งหมดยังคงรบรากับกันและกันต่อไป กิเลสทั้งห้าของมนุษย์นั้นเป็นที่จดจำ สิ่งเหล่านั้นไม่ได้หมายถึงสัตว์ โลกที่มีกิเลสและโลกที่ปราศจากกิเลสที่ได้รับการจดจำนั้นเชื่อมโยงกับมนุษย์ ในยุคเหล็กมีชุมนุมที่เป็นเช่นปีศาจ และในยุคทองมีชุมนุมที่สูงส่ง ผู้คนมีสติปัญญาที่ตาโมประธานเช่นนั้นที่พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าพวกเขาคือชุมนุมที่เป็นเช่นปีศาจ พวกเขาไปอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นบูชาของเทพและร้องเพลง: เราเป็นคนบาปที่ตกต่ำและเต็มไปด้วยบาป เราปราศจากคุณธรรมและไม่มีคุณธรรมใดๆ ลูกสามารถอธิบายสิ่งเหล่านั้นให้แก่พวกเขาโดยพิสูจน์ให้พวกเขาเห็น เป็นสิ่งที่ชัดเจนอย่างมากในภาพของบันได รูปภาพของบันไดแสดงให้เห็นว่ามีสภาพของการขึ้นแล้วสภาพของการลงอย่างไร ภาพบันไดเป็นภาพหลักสำหรับชาวบารัต นี่เป็นภาพที่ดีที่สุดของทั้งหมด ลูกสามารถอธิบายได้เป็นอย่างดีมากด้วยการใช้ภาพนี้ ลูกจะจบสิ้น 84 ชาติเกิดของลูกแล้วใช้ชาติเกิดอันดับหนึ่ง หลังจากนั้น ลูกจะไปสู่สภาพของการตกต่ำและแล้วไปสู่สภาพของการขึ้น ลูกทั้งหมดต้องคิดเกี่ยวกับวิธีการที่จะแสดงหนทางให้แก่ทุกคน ลูกจะทำงานรับใช้ได้อย่างไร หากลูกไม่คิดถึงสิ่งเหล่านื้? เป็นสิ่งที่ง่ายดายมากที่จะอธิบายด้วยการใช้รูปภาพ หลังจากยุคทองลูกต้องลงบันไดมา ลูกๆ รู้ว่าเวลานี้เรากำลังได้รับการโยกย้าย อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ไปสู่ยุคทองโดยตรง ก่อนอื่นเราต้องไปสู่ดินแดนแห่งความเงียบสงบ ลูกรู้ว่าเราเป็นนักแสดง ลูกตามลำดับกันไปในการที่ลูกพิจารณาว่าตนเองเป็นนักแสดงในละครนี้อย่างไร ไม่มีใครในโลกสามารถพูดได้ว่าพวกเขาเป็นนักแสดงได้อย่างไร เราแม้กระทั่งเขียนว่าถ้ามนุษย์ในขณะที่เป็นนักแสดงในละครที่ไร้ขีดจำกัดนี้ไม่รู้จักผู้กำกับและนักแสดงหลักหรือแรกเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบของละครแล้ว เขาก็คือผู้ไม่รู้คิด! ไม่มีอะไรผิดในการเขียนสิ่งนี้ ลูกต้องเลิกรับฟังสิ่งนี้ด้วยหูข้างหนึ่งแล้วปล่อยออกหูอีกข้างหนึ่ง จะต้องไม่มีอะไรนอกจากงาน รับใช้ งานรับใช้และก็งานรับใช้ที่มากขึ้น! บาบาเข้าใจดีว่าบางครั้งลูกบางคนก็ประสบกับลางร้าย เมื่อมีลางร้าย พ่อรู้ว่าจะมีความเสียหายมากแค่ไหน ผู้ที่มั่งคั่งก็กลายเป็นผู้ที่ยากจน ต้องมีเหตุผลบางอย่าง บาบายังคงอธิบายให้แก่ลูกๆทั้งหลายต่อไป: ลูกๆ ห้ามติดกับอยู่ในรูปหรือนามของใคร ไม่เช่นนั้นมายาก็จะเป็นเช่นที่เธอจะจับจมูกลูกแล้วโยนลูกลงไปในท่อน้ำทิ้ง มายาหลอกลวงลูกอย่างมาก ลูกต้องไม่กลายเป็นคู่รักและผู้เป็นที่รักที่นี่ บางคนเป็นคู่รักและผู้เป็นที่รักเพราะกิเลส คนอื่นก็ถูกดึงดูดเข้าหารูปลักษณะของใครบางคน ลูกรู้ว่ามีอุปสรรคมากมายของมายาที่ศูนย์หลายแห่ง พวกเขาติดกับอยู่ในรูปและนามของกันและกัน มายามีพลังอย่างมากที่ผู้หญิงคนหนึ่งติดกับอยู่ในรูปและนามของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง หรือกุมารีก็ติดกับอยู่ในรูปและนามของกุมารีอื่น แม้แต่ในขณะที่ลูกกำลังเพียรพยายาม มายาจับลูกไว้อย่างสมบูรณ์ เหตุนี้เองบาบาจึงเตือนลูก: ลูกๆ มายาจะพยายามวางกับดักลูกไว้เป็นอย่างมาก แต่ลูกต้องไม่ปล่อยให้ตนเองติดกับ ห้ามมีสำนึกที่เป็นร่าง! พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อ! คอยปกป้องตนเองจากการหลอกลวงของมายาต่อไป พ่อมาเพื่อทำให้ลูกๆ เป็นดอกไม้ ลูกต้องไม่มีความสงสัยเกี่ยวกับสิ่งใด ถ้าลูกมีความสงสัยบางอย่างในหัวใจของลูก ลูกก็ไม่สามารถทำงานรับใช้ได้ดี ลูกจะเฝ้าแต่สำลักอยู่ข้างใน ลูกต้องอยู่อย่างกล้าหาญ มีเวลาน้อยมาก รับฟังมุร์ลีของบาบาและลูกจะมีความกระตือรือร้น ลูกอตัมประกาช(ที่อินดอ)กำลังให้ความใส่ใจต่อรูปภาพเป็นอย่างมาก สิ่งนี้ควรเข้าไปสู่สติปัญญาของผู้ที่อยู่ในบอมเบย์ด้วย ต้องมีการสร้างภาพหลักก่อนเป็นอันดับแรก ลูกควรถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น บาบาเฝ้าแต่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการว่าจะปรับแต่งให้ภาพนั้นดีขึ้นอย่างไร สร้างวิธีการเช่นนั้นที่ภาพของบันไดสามารถติดที่สนามบินได้ ทุกคนที่เห็นภาพนั้นก็จะกลับมามีความสุขมาก ในที่สุดแล้วพวกเขาก็จะเข้าใจว่าใครเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำแก่ลูก ดังนั้นลูกๆ จึงควรมีความซาบซึ้งอย่างมาก อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. ลูกๆ อยู่ในสนามรบและลูกกำลังสู้รบกับมายา ราวัน มายาทำให้เกิดอุปสรรคมากมาย ลูกต้องอยู่อย่างระมัดระวังอย่างมาก

2. ลูกแต่ละคนต้องคิดถึงความก้าวหน้าของลูกเองและวิธีการที่จะอธิบายด้วยการใช้ภาพและวิธีที่จะเพิ่มงานรับใช้ เราควรที่จะใส่อะไรเข้าไปไนภาพเพื่อที่ผู้คนสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย ?

พร:
ขอให้ลูกทำให้โชคของลูกสูงส่งโดยการสละละทิ้งสำนึกของการเป็นร่างและกลายเป็นตัวแห่งความสำเร็จ

ด้วยการสละละทิ้งสำนึกของการเป็นร่าง นั่นคือ ด้วยการกลับมามีสำนึกของการเป็นดวงวิญญาณ ลูกจะสัมผัสกับประสบการณ์การมีความสัมพันธ์กับพ่อทั้งหมดและมีพลังทั้งหมด ประสบการณ์นี้คือโชคที่สูงส่งที่สุดของยุคแห่งการบรรจบพบกัน เมื่อลูกนำวิธีการนี้มาใช้สอนโดยเป็นผู้ประทาน ก็จะมีการขยายตัวและลูกจะได้รับความสำเร็จทั้งหมดด้วยเช่นกัน เนื่องจากความสัมพันธ์ทางร่างกายของลูกและความรักของลูกสำหรับพวกเขา ลูกได้ละทิ้งมงกุฎ บัลลังก์และรูปดั้งเดิมของลูก ดังนั้น หากไม่มีความรักที่มีต่อพ่อลูกก็ไม่สามารถสละละทิ้งจิตสำนึกของการเป็นร่างกายของลูกใช่ไหม? ด้วยการสละละทิ้งเพียงครั้งเดียวนี้ ลูกจะได้รับโชคของทุกสิ่ง

คติพจน์:
เพื่อที่จะเป็นอิสระจากความโกรธ แทนที่จะเห็นแก่ตัว ให้กลับมาเป็นผู้ที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว และเปลี่ยนแปลงรูปของความปรารถนาใดๆ

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: จบสิ้นเมล็ดของความไม่บริสุทธิ์และกลับมาสะอาด(บริสุทธิ์)สมบูรณ์

พร้อมกันกับพ่อ ลูกๆทุกคนต้องรับผิดชอบในการชำระวัตถุธาตุของธรรมชาติให้บริสุทธิ์ด้วย ดังนั้น เพื่อที่จะให้ลูกเติมเต็มความคิดนี้ บัพดาดาต้องการให้ลูกทุกคนกลับมาเป็นอิสระจากความผูกพันยึดมั่นในโลกนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกหรือผู้คน การใช้สิ่งอำนวยความสะดวกนั้นแตกต่างจากการผูกพันยึดมั่น ดังนั้น บัพดาดาจึงต้องการให้ลูกทุกคนกลับมาเป็นอิสระจากความผูกพันยึดมั่นก่อนเป็นอันดับแรก