27.09.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
15.12.2011 Om Shanti Madhuban
รักษาความซาบซึ้งทางจิตวิญญาณของลูกไว้เสมอ และกลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้ความกังวล
กลับมาสมบูรณ์พร้อมและทัดเทียมด้วยความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า
และเตรียมพร้อมที่จะกลับบ้านไปพร้อมกับพ่อ
วันนี้
บัพดาดากำลังมองดูชุมนุมของจักรพรรดิที่ไร้กังวล
ชุมนุมนี้เกิดขึ้นในเวลานี้เท่านั้น เพราะลูกทุกคนได้มอบความกังวล (ฟิการ์)
ของตนให้แก่พ่อ และได้รับความซาบซึ้ง (ฟัคฮูร์) จากท่าน
ชุมนุมนี้เกิดขึ้นเพียงในเวลานี้เท่านั้น
ตั้งแต่วินาทีที่ลูกแต่ละคนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและกระทำสิ่งต่างๆ
ลูกก็อยู่อย่างไร้กังวลและเคลื่อนไปราวกับเป็นจักรพรรดิใช่หรือไม่?
ชีวิตที่ไร้กังวลนี้ช่างน่ารักอย่างยิ่ง!
สัญญาณที่มองเห็นได้ของการอยู่อย่างไร้กังวลคืออะไร? นั่นคือ
แสงที่เปล่งประกายของดวงวิญญาณปรากฏให้เห็นบนหน้าผากของแต่ละคน
ลูกทำให้ชีวิตของลูกไร้กังวลได้อย่างไร?
พ่อได้นำความกังวลออกไปจากชีวิตของลูกทุกคนแล้วมอบความซาบซึ้งให้แก่ลูก
ผู้ใดที่ไม่มีความซาบซึ้งในชีวิตของเขา นั่นคือผู้ที่มีความกังวล
จะไม่มีแสงส่องประกายบนหน้าผากของพวกเขา
แต่กลับปรากฏเป็นเส้นร่องรอยแห่งภาระบนหน้าผากของพวกเขาแทน ดังนั้น จงบอกพ่อสิ
ลูกชอบอะไรมากกว่ากัน? ลูกชอบแสงสว่างหรือภาระ? แม้ว่าจะมีภาระอยู่บ้าง –
ภาระก็หมายถึงความกังวล –
ลูกสามารถมอบความกังวลนั้นให้แก่พ่อและรับความซาบซึ้งจากท่านได้
ลูกทุกคนชอบชีวิตที่ไร้กังวลใช่ไหม?
ทุกคนที่ได้พบเห็นลูกก็ชอบชีวิตที่ไร้กังวลเช่นกัน
ดังนั้น วันนี้
บัพดาดาได้เห็นแสงที่เปล่งประกายบนหน้าผากของลูกทุกคนในทุกหนแห่ง
ไม่ว่าลูกจะนั่งอยู่ข้างหน้าตรงนี้หรือจะนั่งที่ไหนก็ตาม ดังนั้น
ลูกอยู่อย่างไร้กังวลอยู่เสมอหรือว่าบางครั้งลูกมีความกังวล?
ลูกมีความกังวลอะไรหรือไม่?
ในเมื่อพ่อได้ทำให้ลูกเป็นผู้เอาชนะวัตถุธาตุและเป็นผู้เอาชนะกิเลสแล้ว
ลูกจะมีความกังวลอะไรได้อย่างไร? ดังนั้น ยกมือขึ้นหากลูกกลายเป็นผู้ที่ไร้กังวล
ลูกเป็นเช่นนี้ตลอดไปหรือไม่? ลูกเป็นเช่นนี้ตลอดไปหรือแค่เพียงบางครั้ง?
ยังคงมีบางคนที่เป็นผู้ที่ไร้กังวลเพียงบางครั้ง ลูกไม่ได้ยกมือขึ้น
บัพดาดาไม่ต้องการเห็นมือสำหรับสิ่งนี้
บัพดาดาต้องการเห็นลูกทุกคนเป็นเช่นจักรพรรดิที่ไร้กังวล
หากบางครั้งลูกมีความกังวลแล้ว วิธีที่ง่ายดายเมื่อมีความกังวลเล็กน้อยก็คือ
เปลี่ยน "ของฉัน" (เมร่า) ให้เป็น "ของท่าน" (เทร่า) การเปลี่ยน "ของฉัน"
ที่มีขีดจำกัดนี้ การเปลี่ยน "ของฉัน" ให้เป็น "ของท่าน" นั้นเป็นวิธีที่ง่ายดายมาก
ลูกพูดว่า "บาบาของฉัน" แล้ว "ของฉัน" นั้นคืออะไร?
ดังนั้นของฉันที่มีขีดจำกัดนั้นได้จบสิ้นลงไปแล้วมิใช่หรือ? เวลานี้ได้กลายเป็น "บาบาของฉัน"
ไปแล้ว ลูกทุกคนพูดจากหัวใจว่า "บาบาของฉัน บาบาที่น่ารัก บาบาที่แสนหวาน" ใช่ไหม?
ดังนั้น มันยากหรือที่จะหลอมรวม "ของฉัน" ให้เป็น "ของท่าน"? มันมีแตกต่างกันตรงไหน?
ก็แค่ตัวอักษร 'm' (Mine-ของฉัน) กับ 'T' (Tera-ของท่าน) เท่านั้นเอง
มันเป็นความแตกต่างที่เล็กน้อยมาก ลูกมีความคิดว่า "ทุกสิ่งเป็นของท่าน"
แล้วสิ่งใดเล่าที่ยังหลงเหลืออยู่เป็นของฉัน? ของฉันก็คือบาบา
บัพดาดาเห็นว่าลูกๆส่วนใหญ่ได้ทำให้ "ของฉัน" ที่มีขีดจำกัดไปเป็น "ของท่าน" แล้ว
และเมื่อเป็นเช่นนั้นลูกได้กลายเป็นอะไร? จักรพรรดิที่ไร้กังวล! ดังนั้น วันนี้
บัพดาดากำลังมองเห็นลูกทุกคนอย่างเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวล ดูสิ
แม้แต่ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
เมื่อพวกเขาสร้างภาพลักษณ์หรือรูปเคารพของลูกขึ้นมา
พวกเขาก็สร้างภาพลักษณ์หรือรูปเคารพเหล่านั้นพร้อมกับมงกุฎสองชั้น
มงกุฎชั้นแรกคือมงกุฎแห่งแสง
เพราะสัญลักษณ์ของดวงวิญญาณที่ไร้กังวลคือแสงที่เปล่งประกายอยู่บนหน้าผาก
และมงกุฎชั้นที่สองแสดงถึงการเป็นผู้มีชัยชนะเหนือกิเลสทั้งปวง ดังนั้น
ในเมื่อบัพดาดาได้นำเอาความกังวลของลูกออกไปแล้ว และมอบความซาบซึ้งให้กับลูกแล้ว
จงใส่ใจและตระหนักรู้เถิดว่าลูกได้กลายเป็นอะไรไปแล้ว
ลูกแต่ละคนได้กลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้กังวลแล้ว ในเมื่อลูกได้กลายเป็นจักรพรรดิแล้ว
ลูกย่อมต้องการบัลลังก์ด้วย ดังนั้น บัพดาดาจึงทำให้ลูกเป็นนายของบัลลังก์ทั้งสาม
ลูกรู้ไหมว่าบัลลังก์ทั้งสามนั้นคืออะไร?
บัลลังก์แรกคือบัลลังก์ตรงกลางหน้าผากของลูก ซึ่งทุกคนมีอยู่
บัลลังก์ที่สองคือบัลลังก์หัวใจของบัพดาดา และบัลลังก์ที่สามคือบัลลังก์แห่งโลก
บัลลังก์ของอำนาจในการปกครอง ลูกทุกคนมีบัลลังก์ทั้งสามนี้ใช่ไหม?
บัลลังก์ที่สูงส่งที่สุดคือบัลลังก์หัวใจของบัพดาดา ดังนั้น
จงตรวจสอบดูว่าลูกยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์นั้นหรือไม่
แล้วใครที่จะสามารถนั่งบนบัลลังก์หัวใจของบัพดาดาได้?
ก็คือผู้ที่ทำให้บัพดาดานั่งบนบัลลังก์หัวใจของพวกเขาอยู่เสมอ
และผู้ที่อยู่ในสภาพที่สูงส่งของการเป็นนายที่ทรงอำนาจอยู่เสมอ ดังนั้น
จงตรวจสอบดูว่าลูกนั่งอยู่บนบัลลังก์หัวใจอยู่เสมอหรือไม่
หรือว่าบางครั้งลูกก็ก้าวลงไปในโคลน จิตสำนึกที่เป็นร่างนี้คือโคลน
เนื่องจากลูกเคยจมอยู่ในโคลนมาเป็นเวลานาน
ลูกจึงไม่ได้กลับลงไปในโคลนนั้นเป็นบางครั้งใช่ไหม?
ดังนั้น
บัพดาดาจึงให้สัญญาณเรื่องเวลาแก่ลูกๆทุกคน ท่านกำลังทำให้บทเรียนเรื่อง "ทันทีทันใด"
มั่นคง นี่คือเหตุผลที่ลูกต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับเวลาของยุคบรรจบพบกัน
เพราะในชาติเกิดเดียวนี้ที่ลูกต้องสร้างรางวัลสำหรับหลายๆชาติเกิด
ด้วยเหตุนี้บัพดาดาจึงได้ให้สัญญาณแก่ลูกว่า
ลูกต้องให้ความใส่ใจกับสองสิ่งในทุกๆขณะในช่วงเวลาของยุคบรรจบพบกันนี้
ลูกคงจดจำสองสิ่งนี้ได้ใช่ไหม? นั่นคือ เวลา และความคิด
ลูกทุกคนได้รักษาความกล้าหาญของลูกไว้ในจิตใจที่จะมอบความคิดที่ไร้ประโยชน์ให้แก่บัพดาดา
ดังนั้น ตรวจสอบดูว่าลูกได้รักษาความกล้าหาญนั้นไว้ตลอดเวลาหรือไม่
เพราะเมื่อลูกรักษาความกล้าหาญไว้เพียงครั้งเดียว พ่อจะให้ความช่วยเหลือเป็นพันเท่า
แล้วลูกๆคิดอย่างไร?
ความคิดที่มุ่งมั่นที่ลูกได้นำมาวางไว้เบื้องหน้าพ่อด้วยความกล้าหาญนั้น
คือการที่ลูกจะไม่มีความคิดที่ไร้ประโยชน์อีกตลอดไปใช่หรือไม่?
นั่นเป็นเพราะเวลามากมายต้องสูญเสียไปกับความคิดที่ไร้ประโยชน์
และตามเวลาในปัจจุบัน หน้าที่ของลูกคือการให้สาส์นแก่ดวงวิญญาณทั้งหลายในโลก
ดังนั้น ลูกต้องจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมดของลูก
เพราะเมื่อนั้นเท่านั้นที่ลูกจะสามารถให้ประสบการณ์แห่งความสงบและความสุขกับดวงวิญญาณที่ไม่มีความสุขได้
เมื่อได้เห็นดวงวิญญาณที่ไม่มีความสุข บัพดาดาจึงรู้สึกเห็นอกเห็นใจ
และเมื่อลูกได้เห็นพี่น้องชายหญิงของลูก
ลูกก็จะรู้สึกเห็นอกเห็นใจเช่นเดียวกันใช่ไหม?
บัพดาดาเห็นว่า
ในปัจจุบันนี้ ทุกคนต่างมีความใส่ใจ ได้มีการวางแผน และได้ลงมือทำในทางปฏิบัติแล้ว
ทุกๆโปรแกรมที่ลูกทำนั้นดีมาก และบัพดาดาขอแสดงความยินดีกับลูกสำหรับสิ่งเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เมื่อดูตามกาลเวลาแล้ว
ลูกต้องทำให้พวกเขาเป็นทายาทอย่างรวดเร็ว
เพื่อที่อย่างน้อยพวกเขาจะสามารถประกาศสิทธิ์ในมรดกบางส่วนของพวกเขาได้
หลายคนพูดว่านี่เป็นสิ่งที่ดีมาก บัพดาดาได้เห็นผลลัพธ์นี้จากงานรับใช้ที่ลูกๆทำ
และพ่อก็พอใจกับลูกๆเช่นกัน ลูกทำทุกสิ่งจากหัวใจ และตอนนี้ตามเวลาแล้ว
ทุกคนกำลังฟังลูกด้วยความสนใจ อย่างน้อยก็มีความแตกต่างกันมากถึงเพียงนี้
พวกเขาเห็นว่าทั้งหมดนี้ดีมาก
แต่ตอนนี้ลูกต้องทำให้พวกเขาดีพร้อมและทำให้พวกเขาสามารถประกาศสิทธิ์ในมรดกได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามเท่าที่เป็นไปได้
บัพดาดาได้เคยส่งสัญญาณเตือนลูกเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า: ในตอนนี้
เมื่อพิจารณาตามเวลาแล้ว ลูกจำเป็นต้องกลายเป็นผู้ที่มีความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า
ในการที่จะกลายเป็นผู้ที่มีความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าได้นั้น
ความพยายามหลักที่ลูกต้องทำคือ การใส่จุดฟูลสต๊อปในหนึ่งวินาที
หนึ่งวินาทีและใส่จุดฟูลสต๊อปนั้นควรจะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ดังนั้น
เวลานี้บัพดาดากำลังเห็นรูปของจักรพรรดิที่ไร้กังวลของลูกๆ
ลูกต้องสัมผัสกับรูปนี้ตลอดเวลา
เมื่อมีสิ่งใดก็ตามหรือใครก็ตามเข้ามาอยู่เบื้องหน้าลูก เพียงแค่หลอมรวม "ของฉัน"
ให้เป็น "ของท่าน"
บัพดาดาเห็นว่าวันนี้เป็นวันพฤหัสบดี และมีลูกๆมากมายมาหาบัพดาดา บัพดาดากล่าวว่า:
ในหนึ่งสัปดาห์มีสองวันที่เป็นวันพิเศษ นั่นคือ วันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์
วันพฤหัสบดีเป็นวันแห่งกูรู แล้วลูกจะได้รับอะไรจากกูรู? ได้รับพร! ดังนั้น
วันพฤหัสบดีจึงเป็นวันพิเศษแห่งพร จงเฉลิมฉลองวันพฤหัสบดีในลักษณะนี้
โดยให้พรพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งปรากฏขึ้นในสติปัญญาของลูกตั้งแต่ช่วงเวลาอมฤต
พรนั้นมีมากมาย แต่จงเก็บพรพิเศษหนึ่งอย่างไว้ในสติปัญญาของลูก แล้วคอยตรวจสอบดู
ในวันแห่งพรนี้ แทนที่จะเพียงแค่ท่องจำหรือพูดถึงพรนั้นซ้ำๆ จงกลายเป็นตัวของพรนั้น
จงเป็นตัวของพรนั้นและคอยตรวจสอบอยู่เรื่อยๆว่าลูกอยู่อย่างเป็นตัวของพรนั้นได้นานแค่ไหน
ในโลกนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันอาทิตย์ถือเป็นวันหยุดพักผ่อน
ดังนั้นจงเฉลิมฉลองวันอาทิตย์ ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่เป็นความอ่อนแอในชีวิตของลูก
ไม่ว่าจะเป็นในความคิดหรือแม้กระทั่งในความฝัน จงกล่าวคำอำลาและละทิ้งพวกมันไป
เช่นเดียวกับที่ผู้คนในโลกใช้เวลาสองวันนี้เป็นอย่างดี
ลูกเองก็ต้องรักษาเป้าหมายและคุณสมบัติสำหรับสองวันนี้ไว้ในความใส่ใจเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน
ไม่ใช่เพียงแค่มีเป้าหมายเท่านั้น
แต่ต้องใส่ใจในคุณสมบัติที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นด้วย
บัพดาดาได้ให้สัญญากับลูกทุกคนว่าจะพาลูกกลับบ้านไปพร้อมกับท่าน ดังนั้น
ลูกจะต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อที่จะได้กลับบ้านไปพร้อมกับท่าน?
พ่อจะกลับมาปราศจากร่างได้ในหนึ่งวินาที อย่างไรก็ตามลูกได้ให้คำสัญญาไว้แล้ว
และพ่อก็ได้ให้สัญญาไว้เช่นกันว่าลูกจะได้กลับไปด้วยกัน ดังนั้น จงตรวจสอบดูว่า
ลูกได้เตรียมการสำหรับสิ่งนั้นแล้วหรือยัง จงใส่จุดฟูลสต๊อปในหนึ่งวินาที
กลับมาเพียบพร้อมและสมบูรณ์พร้อม แล้วก็จากไป! ลูกได้เตรียมการเช่นนั้นแล้วหรือยัง?
ลูกทุกคนต้องการที่จะกลับไปพร้อมกับบาบาใช่ไหม?
พยักหน้าหากลูกต้องการจะกลับไปพร้อมกับบาบา ลูกต้องการจะกลับไปใช่ไหม? อัจชะ
ลูกแน่ใจหรือไม่? การวางมือของลูกไว้ในมือของท่านหมายถึงการกลับมาทัดเทียมกัน
ดังนั้น จงตรวจสอบดู เพราะเวลานั้นจะมาถึงอย่างทันทีทันใด ดังนั้น
ลูกได้เตรียมการเช่นนั้นที่จะกลับบ้านไปกับบาบาแล้วหรือยัง?
พ่อรักลูกๆทั้งหลาย
และดังนั้นพ่อจึงไม่ต้องการจะทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เราอยู่ด้วยกันและจะอยู่ด้วยกันต่อไป
เราจะกลับบ้านไปด้วยกันและเข้าไปอยู่ในราชวงศ์ในอาณาจักรด้วยกัน
ลูกเห็นด้วยกับสิ่งนี้ไหม? เห็นด้วยไหม? ลูกพร้อมหรือยัง?
เมื่อลูกถูกถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ ลูกก็จะยกมือขึ้น
แต่อย่าเพิ่งยกมือขึ้นสำหรับเรื่องนี้
จงยกมือขึ้นหากลูกได้มีการเตรียมความพร้อมของตนเองแล้ว! ยกมือขึ้นสูงๆ! อัจชะ
ลูกจะพร้อมไหมหากการทำลายล้างจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้? อย่างไรก็ตาม
ลูกได้ทำงานรับใช้ของลูกเสร็จสิ้นแล้วหรือยัง? ยังมีงานรับใช้ที่จะต้องทำต่ออีก
ลูกทำงานรับใช้ของลูกเสร็จสิ้นแล้วหรือยัง? ทุกคนได้รับสาส์นแล้วหรือยัง?
ลองตรวจสอบในพื้นที่ของลูกดูสิ:
ลูกได้ให้สาส์นแก่ทุกคนแล้วหรือยังว่าพ่อได้มาแล้วและพวกเขาควรจะประกาศสิทธิ์ในมรดกของพวกเขา?
เวลานี้ลูกกำลังวางแผนสำหรับเรื่องนั้นอยู่
บัพดาดาได้ยินมาว่าลูกกำลังวางแผนที่จะให้สาส์นไปยังทุกๆบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
ลูกต้องให้สาส์นนี้ มิฉะนั้นลูกจะได้รับคำพร่ำบ่น ลูกได้จัดทำโปรแกรมต่างๆแล้ว
ยืนขึ้น! ลูกได้แสดงแผนงานต่อพ่อแล้วใช่ไหม? ยืนขึ้น! (บาบาให้ฝ่ายสื่อมวลชนยืนขึ้น)
นี่เป็นสิ่งที่ดี จงจบสิ้นคำพร่ำบ่นของพวกเขา เพราะทุกสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นในทันที
ดังนั้น จงมารวมตัวกันและนำแผนนี้ไปใช้ในรูปปฏิบัติจริง
ลูกสามารถปรึกษาหารือกันได้อย่างรวดเร็ว เมื่อใช้เวลานานเกินไป
ความกระตือรือร้นของลูกจะลดลงเล็กน้อย
บัพดาดาต้องการให้เสียงพร่ำบ่นของทุกๆบ้านจบสิ้นลง: "พ่อมาแล้ว
แต่พวกเรากลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อมาแล้ว และท่านก็จากไป
โดยที่พวกเราถูกตัดสิทธิ์หรือต้องพลาดโอกาสอันยิ่งใหญ่ไป
ลูกทุกคนมีความกระตือรือร้นใช่ไหม? ลูกมีความกระตือรือร้นไหม?
ลูกต้องทำงานรับใช้นี้และจบสิ้นคำพร่ำบ่นนั้น เมื่อลูกมีความกระตือรือร้น
ลูกก็จะได้รับการช่วยเหลือจากบัพดาดาเช่นกัน อัจชะ
ลูกทุกคนต่างรู้ดีว่าความปรารถนาของบัพดาดาคืออะไร:
นั่นคือการที่ลูกกลับมาทัดเทียมและสมบูรณ์พร้อม จงตรวจสอบคำเหล่านี้อยู่เสมอว่า:
ฉันกำลังทำเติมเต็มความหวังของพ่ออยู่หรือไม่?
บัพดาดาถือว่าลูกทุกคนเป็นดวงดาวแห่งความหวังของท่าน ลูกทุกคนมีความรักต่อพ่อ
ซึ่งบัพดาดารู้ในสิ่งนี้ อะไรคือสิ่งที่นำพาลูกทุกคนมายังมธุบัน?
ลูกทุกคนมาด้วยรถไฟแห่งความรักหรือมาด้วยเครื่องบินแห่งความรัก ดังนั้น
พ่อจึงพอใจกับลูกๆในวิชาของความรักที่ลูกมีต่อพ่อ อย่างไรก็ตาม
ลูกต้องกลับมาสมบูรณ์ในสองคำที่บาบาต้องการด้วย นั่นคือ
ความทัดเทียมและความสมบูรณ์พร้อม สิ่งนี้ก็ต้องทำให้สำเร็จเช่นกัน ดังนั้น ในวันนี้
บัพดาดามองดูลูกทุกคนในทุกหนแห่งด้วยความรักมากมายในหัวใจของท่าน
และแสดงความยินดีกับลูกทุกคนด้วยความรักจากหัวใจของท่าน อัจชะ
มีครูมากมายที่มา:
บัพดาดาระลึกถึงผู้เป็นครูและมอบความรักให้กับพวกเขาอยู่เสมอ
เพราะครูกลายเป็นเครื่องมือที่จะทำให้บราเธอร์และซิสเตอร์ทุกคนก้าวไปข้างหน้า
บัพดาดาจึงเรียกครูว่า "กูรูไบ" (ผู้ที่ถัดจากกูรู) กูรูไบหมายถึงความทัดเทียม
เพราะเช่นเดียวกับหน้าที่ของพ่อคือการอยู่อย่างไม่ว่างเว้นในการทำงานรับใช้อยู่เสมอ
ในทำนองเดียวกัน ครูที่มีค่าก็คือผู้รับใช้เช่นเดียวกับพ่อ
และเป็นตัวของความสำเร็จอย่างต่อเนื่องที่ทำให้ผู้อื่นเป็นตัวของความสำเร็จเช่นกัน
บัพดาดามีความรักต่อผู้เป็นครูอย่างมากในหัวใจของท่านเสมอ เพราะเหตุใด?
เพราะครูหมายถึงผู้รับใช้อย่างสม่ำเสมอ
ผู้ที่ทำให้ผู้อื่นมีความทัดเทียมกับพ่ออยู่เสมอ
และเป็นผู้ที่คอยแนะนำพ่อให้แก่ผู้ที่มาใหม่
และทำให้พวกเขามีประสบการณ์และมีค่าควรแก่การที่จะประกาศสิทธิ์ในมรดกจากพ่อ ดังนั้น
บัพดาดาจึงพอใจกับผู้เป็นครู ความรักที่ครูมีต่อพ่อในหัวใจของพวกเขานั้น -
ครูเหล่านั้นจะนำความรักนั้นมาเติมเต็มให้กับเหล่านักเรียนและทำให้พวกเขามีสิทธิ์ที่จะประกาศสิทธิ์ในมรดก
พ่อมีความหวังในครูแต่ละคนว่าลูกจะเติมเต็มความหวังของพ่อและเปิดเผยสิ่งที่พ่อต้องการ
ด้วยเหตุนี้พ่อจึงขอแสดงความยินดีมากมายหลายล้านเท่าให้แก่ผู้เป็นครูแต่ละคน
ท่านขอแสดงความยินดีกับลูก อัจชะ
ถึงดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์:
บัพดาดาได้เห็นแล้วว่า ลูกดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์เหล่านี้
ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าดวงวิญญาณของบารัตในการทำงานรับใช้เลย
บัพดาดาพอใจที่ได้เห็นว่าลูกทุกคนกำลังขยายงานรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง
และกำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยความจริงจังและความกระตือรือร้นด้วยตัวของลูกเอง
มันเป็นซันสการ์ของดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์ ที่ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไร
พวกเขาก็จะทำด้วยความจริงจังและกระตือรือร้น และพวกเขาจะทำจนสำเร็จลุล่วง
และพวกเขายังใส่ใจในความพยายามของตนเองด้วย
ลูกทุกคนยกมือขึ้นให้กับการเป็นผู้ที่เพียรพยายามอย่างแรงกล้า
ลูกเป็นผู้ที่เพียรพยายามอย่างแรงกล้าใช่ไหม? อัจชะ
ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งในนามของทุกคนด้วย เพราะเหตุใด?
เพราะผู้ที่เพียรพยายามอย่างแรงกล้าหมายถึงผู้ที่ทำให้ความหวังของบัพดาดาเป็นจริงในทางปฏิบัติ
ดังนั้น บัพดาดาจึงขอแสดงความยินดีกับลูกสำหรับความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า
ลูกคือผู้ที่มีความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า
และจะเป็นผู้ที่มีความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าอยู่เสมอ
และทำให้ผู้อื่นเป็นผู้ที่มีความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าด้วยเช่นกัน
ดินแดนในต่างแดนทั้งหมดก็จะเข้ามาอยู่ในรายชื่อของผู้ที่มีความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าเช่นกัน
ลูกมีผลงาน (หรือการบันทึกไว้) ในเรื่องนี้อยู่บ้างแล้วในระดับหนึ่ง
แต่ลูกยังต้องแสดงให้เห็นถึงสิ่งนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม
บัพดาดาขอแสดงความยินดีในความเพียรพยายามของลูก ลูกให้ความใส่ใจต่อมุรลี
บัพดาดาชอบที่ลูกมีความรักต่อมุรลี ลูกมีความรักต่อมธุบันด้วย ลูกมีความรักต่อมุรลี
ลูกมีความรักต่อครอบครัว และลูกก็มีความรักต่อ "บาบาของฉัน!"
เวลานี้ลูกต้องให้ความใส่ใจเป็นอย่างดีต่อความเพียรพยายามที่ละเอียดอ่อนด้วย
บัพดาดาได้เห็นว่าลูกจานักก็ได้ให้ความใส่ใจเป็นอย่างมากกับประเทศต่างๆในต่างประเทศด้วยเช่นกัน
แม้ว่าเธอจะอาศัยอยู่ที่นี่
แต่ทุกชั้นเรียนทุกคลาสของเธอจะถูกส่งไปต่างประเทศก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ
ดังนั้นลูกจึงได้รับการหล่อเลี้ยงที่ดีมาก นี่ก็เป็นโชคของลูกเช่นกัน
ลูกเป็นทั้งผู้ที่โชคดีที่สุดและก็อ่อนหวานที่สุดด้วย อัจชะ
ถึงผู้ที่มาเป็นครั้งแรก:
มีลูกจำนวนมากเลย
ลูกโบกมือได้นะ ทุกคนได้มาถึง ‘มธุบัน’ ซึ่งเป็นบ้านของลูกเองแล้ว
บัพดาดาขอแสดงความยินดีกับลูกทุกคนสำหรับสิ่งนี้
เพราะลูกได้มาถึงที่นี่ก่อนจะถึงช่วงเวลาสุดท้าย
ลูกยังมีโอกาสในการมาทีหลังหรือมาเป็นคนสุดท้ายและไปได้อย่างรวดเร็ว
บัพดาดามีความยินดีที่ได้เห็นลูกๆทุกคน ยินดีต้อนรับ ดังนั้นเวลานี้
ขอให้มีความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า ก้าวไปข้างหน้า
และมีความคิดที่มุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าเหนือคนอื่นๆทั้งหมด
ความมุ่งมั่นคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
บัพดาดากำลังมอบของขวัญพิเศษซึ่งก็คือกุญแจแห่งความมุ่งมั่นให้กับลูกทุกคนที่มาที่นี่ในวันนี้
อย่าปล่อยให้ความมุ่งมั่นของลูกหย่อนยานลง
ความมุ่งมั่นจะทำให้ลูกก้าวไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องและง่ายดาย
บัพดาดามีความพอใจ ยินดีต้อนรับ! ลูกมาเพื่อที่จะประกาศสิทธิ์ในมรดกของตนเอง
ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งสำหรับสิ่งนี้ อัจชะ
บัพดาดากำลังมอบความรักจากหัวใจของท่านและความคิดที่สูงส่งให้กับลูกบราห์มินทุกคนในทุกหนแห่ง
เพื่อให้ลูกก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ พ่อกำลังมองเห็นลูกแต่ละคน
และหลอมรวมลูกไว้ในหัวใจของท่านเมื่อได้เห็นลูก
ผู้ที่นั่งอยู่ใกล้ๆย่อมมองเห็นบัพดาดาอยู่ตรงหน้าของพวกเขา
ส่วนลูกที่เหลือที่อยู่ไกลออกไปก็มองเห็นพ่ออยู่ตรงหน้าผ่านระบบถ่ายทอดของอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ
ไม่ว่าลูกจะนั่งอยู่ที่ไหน บัพดาดาก็มองเห็นลูกราวกับว่าลูกอยู่ตรงหน้าท่าน
และมอบความรักจากหัวใจของท่านให้แก่ลูกแต่ละคน ขอให้ก้าวต่อไปข้างหน้า
เพียรพยายามอย่างแรงกล้าและก้าวไปข้างหน้าเหนือทุกคน อัจชะ
ถึงลูกทุกคนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าบัพดาดา ขอส่งความรัก และความระลึกถึง
และขอแสดงความยินดีสำหรับการก้าวไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ ขอแสดงความยินดี!
ขอแสดงความยินดี! อัจชะ!
พร:
ขอให้ลูกกลายเป็นภาพลักษณ์ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา ที่คอยให้นิมิตต่างๆ
และพิสูจน์สิ่งนี้ด้วยการนำคำสอนทั้งหมดไปปฏิบัติจริง"
ลูกๆ
ที่ไม่เพียงแค่เก็บคำสอนเหล่านั้นไว้ในสติปัญญาในรูปแบบของคำสอนเท่านั้น
แต่ยังนำคำสอนเหล่านั้นไปปฏิบัติจริง
จะอยู่อย่างมั่นคงในสภาพของการเป็นตัวของความรู้ การเป็นตัวของความรัก
และการเป็นตัวของความปิติสุข
ผู้ที่นำทุกจุดของความรู้นี้ไปปฏิบัติจะสามารถอยู่อย่างมั่นคงในรูปที่เป็นจุดได้
การคิดหรือการพูดถึงจุดนั้นเป็นเรื่องง่าย
แต่การที่จะกลายเป็นสิ่งนั้นและให้ประสบการณ์นั้นแก่ดวงวิญญาณอื่นคือการพิสูจน์ให้เห็นจริง
นี่คือความหมายของการเป็นภาพลักษณ์ที่มีค่าที่ให้นิมิต
คติพจน์:
เพิ่มพลังของสมาธิของลูก แล้วการเร่ร่อนของจิตใจและสติปัญญาของลูกจะหยุดลง
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
เวลานี้เปิดเผยรูปของผู้ประทานของลูก
เมื่อดวงวิญญาณที่อ่อนแอมาอยู่เบื้องหน้าลูก จงให้พลังให้แก่ดวงวิญญาณที่อ่อนแอนั้น
ให้มรดกของพลังทั้งหมดที่ลูกได้รับแก่ดวงวิญญาณนั้น
กลายเป็นผู้ประทานและให้สมบัติที่มีค่าของพ่อแก่ดวงวิญญาณทั้งหลาย
ใช้พลังของลูกเองเพื่อให้ทานแห่งชีวิตแก่ดวงวิญญาณที่กระหายและสิ้นหวัง
จงกลายเป็นผู้ประทานพร และด้วยพรเหล่านั้น
จงนำพาพวกเขาเข้ามาสู่ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพ่อ
โดยการใช้ซันสการ์ของการเป็นผู้ประทานของลูกที่นี่
ลูกจะสามารถเติมเต็มตนเองด้วยซันสการ์ของสถานภาพที่สูงส่ง
นั่นคือสถานภาพของการผู้ประทานไปตลอด 21 ชาติเกิดในอนาคต