28.06.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
30.11.2010 Om Shanti Madhuban
จงฝึกฝนจิตใจของลูกด้วยรูปทั้งห้าในทุกๆชั่วโมงและทำให้จิตใจของลูกทรงพลัง
ในเมื่อบาบาคือโลก (ซันซาร์) ของลูก ดังนั้น
จงทำให้ซันสการ์ของลูกเป็นเช่นเดียวกับของพ่อด้วย
วันนี้ บัพดาดาได้มาพบกับลูกๆทุกคนแห่งดินแดนหนึ่ง นั่นคือดินแดนดั้งเดิม
ลูกทุกคนรู้ใช่ไหมว่าดินแดนแห่งนั้นงดงามเพียงใด?
บัพดาดาได้มาจากดินแดนแห่งนั้นเพื่อพบกับลูกทุกคนเช่นกัน
ลูกๆมีความสุขที่ได้พบกับพ่อ และพ่อก็มีความสุขที่ได้พบกับลูกๆ วันนี้
บัพดาดากำลังมองดูลูกทุกคนในห้ารูป
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงมีอนุสรณ์ของห้าใบหน้าของบราห์มา
ลูกรู้จักห้ารูปของลูกใช่ไหม? รูปแรกของทุกคนคือจุดแห่งแสง
สิ่งนี้ได้ปรากฏอยู่เบื้องหน้าลูกแล้วหรือยัง?
มันเป็นรูปที่น่ารักและส่องประกายยิ่งนัก รูปที่สองคือรูปของเทพ
นั่นก็เป็นรูปที่น่ารักและมีเอกลักษณ์พิเศษไม่เหมือนใครเช่นกัน
รูปที่สามคือรูปในช่วงกลาง รูปที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
รูปที่สี่คือรูปบราห์มินในยุคบรรจบพบกัน รูปนี้ก็ยิ่งใหญ่มากเช่นกัน
และรูปที่ห้าคือรูปเทวดานางฟ้า รูปทั้งห้านี้ช่างน่ารักมาก วันนี้
บัพดาดาจะสอนลูกๆถึงการฝึกฝนสำหรับจิตใจ เพราะบางครั้งจิตใจก็ดึงลูกๆไปหาตัวมันเอง
ดังนั้นในวันนี้ บัพดาดาจะสอนวิธีฝึกฝนเพื่อทำให้จิตใจของลูกๆมั่นคงและนิ่งสงบ
ตลอดทั้งวัน ให้ฝึกฝนและสัมผัสประสบการณ์กับทั้งห้ารูปนี้ ไม่ว่าลูกจะนึกถึงรูปใด
จงสัมผัสประสบการณ์นั้นในจิตใจของลูก ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกพูดคำว่า "จุดแห่งแสง"
รูปที่เปล่งประกายนั้นก็จะปรากฏขึ้นตรงหน้าลูก ในทำนองเดียวกัน
ให้นำรูปทั้งห้านี้มาไว้ตรงหน้าลูกและสัมผัสประสบการณ์กับรูปเหล่านั้น
ทุกๆหนึ่งชั่วโมง ให้ทำการฝึกฝนนี้เป็นเวลาห้าวินาที ถ้าไม่ใช่ห้าวินาที ก็ห้านาที
ให้นำแต่ละรูปมาไว้ตรงหน้าลูกและสัมผัสประสบการณ์นั้น
จงทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้นอยู่กับการฝึกฝนทางจิตวิญญาณนี้ เพราะด้วยการฝึกฝนนี้
จิตใจของลูกจะดีอยู่เสมอ
เช่นเดียวกับการออกกำลังกายทางกายภาพที่ทำให้ร่างกายของลูกแข็งแรง ในทำนองเดียวกัน
การออกกำลังกายทางจิตวิญญาณนี้จะทำให้จิตใจของลูกเข้มเข็ง
ให้ลองตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับรูปนั้นในจิตใจของลูกแม้เพียงวินาทีเดียว
ลูกรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ง่ายดายหรือว่าเป็นเรื่องยาก?
ลูกจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ยากเลย
เพราะลูกได้เคยฝึกฝนสิ่งนี้มาหลายครั้งแล้ว ลูกได้ทำการฝึกฝนนี้ในทุกๆวงจร
มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะนำรูปของลูกเองมาอยู่ตรงหน้า
เมื่อลูกนำแต่ละรูปมาอยู่ตรงหน้า ลูกจะสัมผัสได้ถึงความพิเศษของแต่ละรูปนั้น
บางครั้ง ลูกบางคนบอกว่าพวกเขาต้องการสัมผัสประสบการณ์ของรูปทั้งห้านี้
แต่จิตใจของพวกเขากลับเตลิดไปในทิศทางอื่น
แทนที่จะสามารถจดจ่อจิตใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานเท่าที่ลูกต้องการ
กลับมีความคิดที่ไร้ประโยชน์หรือความคิดที่ไม่ถูกต้องเข้ามาแทรกแซงแทนด้วยเช่นกัน
บางครั้ง มันเกิดจากความประมาทและไม่ระมัดระวังของจิตใจ
บัพดาดาต้องการให้ลูกฝึกฝนแบบฝึกหัดนี้เป็นเวลาห้าวินาทีหรือห้านาทีทุกๆชั่วโมง
ให้ทำสิ่งนี้เป็นเวลาห้านาที แล้วจึงให้จิตใจของลูกทำงานไปในทิศทางนั้น
การเคลื่อนไปในทิศทางนั้นเป็นสิ่งที่ดีใช่ไหม? จากนั้น จงทำงานของลูกต่อไป
เพราะลูกจำเป็นต้องทำงานของลูก ลูกไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้หากไม่ทำงานของลูก
ลูกทุกคนกำลังทำงานรับใช้ยักย่าและโลก และลูกก็ต้องสิ่งนี้
หลังจากทำแบบฝึกหัดห้านาทีนี้แล้ว ก็ให้ทำงานอื่นๆที่ลูกกำลังทำอยู่ต่อไป
มีใครบ้างไหมที่ไม่มีเวลาห้าวินาทีหรือห้านาที? มีใครบ้างไหม? ถ้ามี ก็จงยกมือขึ้น!
มีใครบ้างไหมที่ไม่มีเวลาห้านาทีเลย? มีไหม? ลูกทุกคนสามารถหาเวลาได้ ดังนั้น
จงทำการฝึกฝนแบบฝึกหัดนี้ซ้ำๆ แล้วลูกจะกลับมาซาบซึ้งในขณะที่ทำงานของลูก
เพราะมันตราของพ่อคือ มานมานาบาฟ ด้วยมันตรานี้และประสบการณ์ของจิตใจ
จิตใจของลูกจะกลายเป็นอาวุธที่จะทำให้ลูกกลายเป็นผู้เอาชนะมายา
เพราะบัพดาดาได้บอกกับลูกไว้แล้วว่า เมื่อเวลาผ่านไป
ลูกจะต้องใส่จุดฟูลสต็อปได้ในหนึ่งวินาที
ด้วยการฝึกฝนนี้ลูกจะได้รับความช่วยเหลือในการจดจ่ออยู่ในมานมานาบาฟได้
เพราะบัพดาดาได้เห็นว่าเมื่อใดก็ตามที่ลูกให้คำบรรยายหรือให้สาส์น ลูกพูดว่าอะไร?
ลูกพูดว่าลูกคือผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงโลก ในเมื่อลูกกำลังจะเปลี่ยนแปลงโลก
ก่อนอื่นจงทำให้จิตของลูกทรงพลังเสียก่อน
เพื่อให้จิตใจของลูกสามารถมีความคิดที่ลูกต้องการได้ตลอดเวลา
จงสั่งจิตใจนั้นให้ได้ในหนึ่งวินาที
เช่นเดียวกับที่ลูกสั่งร่างกายและอวัยวะของลูกได้ ตัวอย่างเช่น ลูกสั่งว่า "ยกขึ้น!"
"ลดลง!" ลูกทำเช่นนี้ใช่ไหม? ด้วยวิธีนี้
จิตใจของลูกจะได้รับการปกป้องจากสิ่งที่ไร้ประโยชน์หรือไม่ถูกต้อง
ลูกคือนายของจิตใจของลูกเอง ลูกพูดว่า "จิตใจของฉัน!" ดังนั้น "จิตใจของฉัน"
ควรอยู่ในคำสั่งของลูกในระดับนั้นเช่นกัน
และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมลูกจึงได้รับการแสดงให้เห็นถึงการฝึกฝนจิตใจนี้
บัพดาดาเห็นว่าลูกทุกคนต้องการที่จะเป็นผู้เอาชนะจิตใจและผู้เอาชนะโลก
และด้วยเหตุนี้ก่อนที่เวลานั้นจะมาถึง
ลูกจึงต้องฝึกฝนที่จะทำให้จิตใจของตนเองมั่นคง ณ
ที่ใดก็ตามที่ลูกต้องการได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นในวันนี้
บัพดาดาจึงต้องการให้ลูกทุกคนกลับมามีพลังมาก ที่จิตใจ สติปัญญา
และซันสการ์ของเขาจะทำตามคำสั่งของเขาในทุกๆความคิดที่เขามี
ผู้ที่มีการฝึกฝนเช่นนี้จะกลายเป็นผู้เอาชนะโลกได้อย่างแน่นอน
ลูกทุกคนมีความรักต่อบัพดาดาและครอบครัว ลูกๆ มีความรักต่อพ่อ
และพ่อก็มีความรักต่อลูกที่มากกว่านั้นเสียอีก ดังนั้น ลูกๆ จึงฉลาดมาก
ด้วยการพูดว่า "เมร่า บาบา เมร่า บาบา (บาบาของฉัน)" ลูกได้ทำให้ท่านเป็นของลูก
ลูกแต่ละคนพูดด้วยศรัทธาว่า "เมร่า บาบา" และพ่อก็พูดว่า "ลูกๆ ของฉัน" คำว่า "ของฉัน"
นี้ได้สร้างความมหัศจรรย์ ลูกแต่ละคนมีความกระตือรือร้นในหัวใจว่า "บาบาของฉัน
บาบาที่น่ารัก" และพ่อก็พูดซ้ำๆว่า "ลูกๆ ของฉัน" เช่นกัน
มายาสามารถทำสงครามกับเราได้ตลอดเวลา
เพราะลูกได้ทำให้มายาเป็นของลูกมาแล้วเป็นเวลาครึ่งหนึ่งของวงจรใช่ไหม? ดังนั้น
มายาจึงมีความรักต่อลูกเช่นกันใช่หรือไม่?
เหตุนี้เองเธอจึงพยายามมาหาลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไรก็ตาม เมื่อลูกพูดว่า "บาบาของฉัน"
จากหัวใจของลูก ลูกจะได้รับความร่วมมือของพ่อ เมื่อลูกพูดว่า "บาบาของฉัน"
จากหัวใจของลูกเพียงครั้งเดียว
พ่อผูกพันที่จะต้องให้ความร่วมมืออันทรงพลังกับลูกเป็นพันเท่า
ลูกเองก็สัมผัสได้ถึงสิ่งนี้ใช่ไหม?
เพียงแค่นำประสบการณ์นี้ไปใช้ในรูปปฏิบัติในเวลาที่ถูกต้อง
เมื่อเห็นสิ่งหนึ่งจากลูกๆแล้ว บัพดาดาก็รู้สึกขบขันอยู่ในหัวใจของท่าน
ลูกรู้หรือไม่ว่าสิ่งนั้นคืออะไร? ลูกทุกคนบอกว่า บาบาคือโลกของลูก
ลูกกล่าวไว้ใช่ไหมว่าบาบาคือโลกของลูก? ลูกกล่าวเช่นนี้ใช่ไหม?
ผู้ใดที่กล่าวว่าพ่อคือโลกของพวกเขา ยกมือขึ้น! อัจชะ พ่อคือโลกของลูก
ลูกไม่มีโลกอื่นอีกแล้วใช่ไหม? ลูกไม่มีโลกอื่นอีกแล้ว แต่ลูกมีอะไรอีก? มีซันสการ์
ในเมื่อพ่อคือโลกของลูก ลูกจึงไม่มีโลกอื่นใด
เมื่อไม่มีโลกอื่นแล้วซันสการ์เหล่านั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร? ในปัจจุบันนี้
ตามเวลาแล้ว บัพดาดาต้องการที่จะลบคำว่า "ซันสการ์" ออกไป มันลบออกไปได้หรือไม่?
ลบได้ไหม?
ผู้ที่คิดว่าซันสการ์ของตนจะไม่กลายมาเป็นอุปสรรคและสามารถมีความคิดที่มุ่งมั่นเช่นนี้ได้?
ผู้ที่มีความคิดที่มุ่งมั่น ผู้ซึ่งสามารถแม้กระทั่งในปัจจุบันนี้
ก็สามารถใช้ความพยายามอย่างมุ่งมั่นที่จะกำจัดซันสการ์เหล่านั้นให้หมดไปอย่างแน่นอน?
ไม่ใช่การคิดว่า: "ฉันจะทำ ฉันจะคิดดูก่อน ฉันจะรอดู" แต่เป็นความคิดที่ว่า: "ฉันต้องทำมันให้สำเร็จอย่างแน่นอน"
มันเป็นหน้าที่ของซันสการ์ที่จะต้องเกิดขึ้นมา
และหน้าที่ของลูกๆคือการกำจัดมันให้หมดสิ้นไปอย่างแน่นอน
ลูกมีความกล้าหาญมากถึงขนาดนั้นหรือไม่? ลูกมีความกล้าหาญเช่นนั้นหรือไม่?
ก่อนหน้านี้ลูกก็ยกมือขึ้นเช่นกัน
แต่ตอนนี้จงตรวจสอบดูว่าลูกกำลังทำทุกสิ่งในทางปฏิบัติตามความคิดที่ลูกมีอย่างแท้จริงหรือไม่?
สำหรับผู้ที่รู้สึกว่าพ่อได้พูดอะไรบางอย่าง ว่าเป็นหน้าที่ของพ่อที่จะให้เป้าหมาย
และเป็นหน้าที่ของลูกๆที่จะทำตามสิ่งที่พ่อขออย่างแน่นอน
และพวกเขาต้องกำหนดวันที่สำหรับสิ่งนี้
เช่นเดียวกับที่เหล่าผู้เลื่อมใสศรัทธาได้กำหนดวันที่ที่จะเฉลิมฉลองวันชีพราตรี
ดังนั้นจงกำหนดวันที่สำหรับสิ่งนี้ด้วย โอเค
หากลูกไม่สามารถกำหนดวันที่ร่วมกันเป็นกลุ่มได้
อย่างน้อยลูกแต่ละคนก็สามารถกำหนดวันที่สำหรับตนเองได้ ลูกสามารถทำสิ่งนี้ได้ไหม?
ถ้าทำได้ ยกมือขึ้น! แล้วลูกได้กำหนดวันที่นั้นแล้วหรือยัง? ถ้าลูกสามารถทำได้
ลูกได้ทำแล้วหรือยัง? ดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์ ลูกกำหนดวันที่แล้วหรือยัง?
ผู้ที่นั่งอยู่ข้างหน้าล่ะ กำหนดวันที่แล้วหรือยัง?
ไม่ว่าลูกจะกำหนดวันที่เป็นวันที่เท่าไรก็ตาม จงเขียนวันที่นั้นส่งมาให้บัพดาดา
บัพดาดาจะแสดงความยินดีกับลูกๆที่สามารถสอบผ่านด้วยความกล้าหาญ
แล้วท่านจะร้องเพลงว่า ว้า ลูกๆ! ว้า! ท่านจะจัดพิธีเฉลิมฉลอง
บัพดาดาจะจัดพิธีให้กับผู้ที่มีความคิดแล้วนำความคิดนั้นไปใช้ในรูปปฏิบัติจริง
เพราะย่อมมีความแตกต่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอนใช่ไหม? ไม่ว่าลูกจะกำหนดวันที่ใดไว้
เมื่อลูกก้าวไปข้างหน้าสู่วันนั้น ลูกก็จะเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นใช่ไหม?
ความแตกต่างจะเริ่มปรากฏให้เห็น
บัพดาดาจะจัดพิธีให้กับผู้ที่ทำให้ตนเองสมบูรณ์ตามวันที่ที่กำหนดไว้ของพวกเขา
เมื่อลูกทำสิ่งนี้จากภายใน ผู้คนที่สังเกตเห็นลูกจะสามารถตรวจสอบและยืนยันได้
เพราะพวกเขาจะเข้ามามีสายสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับลูกใช่ไหม?
ซันสการ์ย่อมปรากฏออกมากับใครสักคนใช่ไหม?
บัพดาดาได้เห็นแล้วว่าลูกทุกคนมีความซาบซึ้งอันบริสุทธิ์ที่ตระหนักว่าตนเองเป็นนายผู้ทรงอำนาจ
ลูกคือผู้เป็นนายใช่ไหม? ในเมื่อลูกเป็นนายผู้ทรงอำนาจ ผู้ที่มีทุกพลัง ดังนั้น
การทำให้ความคิดกลายเป็นความจริงก็คือพลังเช่นกันใช่ไหม? อัจชะ
ผู้ที่มาเป็นครั้งแรก ยืนขึ้น! ดูสิ มีมากันมากมายเลยทีเดียว
บัพดาดากำลังแสดงความยินดี ขอแสดงความยินดี ขอแสดงความยินดี
ขอแสดงความยินดีที่ลูกได้มาถึงมธุบัน!
บัพดาดายังคงรู้สึกว่าลูกได้มาถึงก่อนที่จะมีการติดป้าย "สายเกินไป"
ดังนั้นทั้งครอบครัวจึงมีความหวังอันบริสุทธิ์นี้ บัพดาดามีความหวังนี้อยู่แล้ว
และทั้งครอบครัวก็มีความหวังนี้เช่นกัน
ว่าลูกจะเพียรพยายามอย่างสม่ำเสมอเป็นสองเท่าและก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแม้ว่าลูกจะมาทีหลังหรือมาเป็นคนสุดท้ายก็ตาม
ลูกมีความกล้าหาญเช่นนี้ไหม? สำหรับผู้ที่มาเป็นครั้งแรก ลูกมีความกล้าหาญไหม
ที่ว่าแม้ว่าลูกจะมาทีหลังหรือมาเป็นคนสุดท้าย
ลูกก็จะก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง?
ในระดับอันดับที่หนึ่งนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียวที่จะเป็นที่หนึ่ง
จงก้าวเข้ามาเป็นที่หนึ่งในระดับชั้นที่หนึ่ง (first class) สิ่งนี้เป็นไปได้ไหม?
ในบรรดาลูกๆที่คิดว่าตนเองสามารถไปได้เร็วและขึ้นมาเป็นที่หนึ่งได้ ยกมือขึ้น!
ลูกมีความศรัทธาในตนเองไหม? อัจชะ ผู้ที่อยู่ข้างหลัง ยกมือขึ้น!
สิ่งนี้เป็นไปได้ไหม? อัจชะ มีไม่กี่คน
ทั้งครอบครัวและบัพดาดาต้องการที่จะร่วมมือกับลูกและต้องการทำให้ลูกก้าวไปข้างหน้า
และนี่คือเหตุผลว่า ไม่ว่าลูกจะมาจากศูนย์ใดก็ตาม
ขอให้จดจำคำสัญญานี้ของลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ศูนย์แห่งนั้น มันเป็นไปได้
มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปได้ แต่ต้องอาศัยความใส่ใจเป็นสองเท่า
ถ้าหากลูกมาทีหลัง แต่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว
และแสดงสิ่งนั้นให้ทุกคนได้เห็น
และแล้ววันแห่งความพยายามอย่างแรงกล้าของลูกก็จะได้รับการเฉลิมฉลองที่ศูนย์
เราจะจัดงานเฉลิมฉลองขึ้น
ทุกคนมีความกระตือรือร้นในหัวใจที่จะกลับมาทัดเทียมกับพ่ออย่างรวดเร็วและแสดงให้ทุกคนเห็น
เมื่อลูกๆพูดกับบัพดาดาในเวลาอมฤต ท่านก็พอใจ: ว้า ลูกๆ! ว้า!
พ่อให้พรมากมายจากหัวใจของท่านแก่ลูกทุกคน ไม่ว่าจะเป็นลูกใหม่หรือลูกเก่า
เมื่อลูกก้าวไปหนึ่งก้าว พ่อก็จะให้ความช่วยเหลือหนึ่งพันก้าว
เพราะการเปลี่ยนแปลงของเวลาในตอนนี้กำลังเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว อัจชะ
ตอนนี้ถึงคิวของเดลีและอัคร่าที่จะต้องมารับใช้:
บัพดาดาได้เห็นแล้วว่า ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น เดลีได้ทำสิ่งใหม่ๆในงานรับใช้มาตลอด
ลูกทำสิ่งนี้มาตลอดใช่ไหม? เดลีทำสิ่งนี้มาตลอด ดังนั้น
ตอนนี้ขอให้ลูกสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆขึ้นมาเพื่องานรับใช้
การบรรยายและโปรแกรมต่างๆที่ลูกเคยจัดขึ้นมานั้นก็ถือว่าดี
เพราะมันทำให้เกิดการขยายตัวออกไปและทำให้ผู้คนได้สร้างความสัมพันธ์กับลูก
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ดีอยู่แล้ว
แต่โปรแกรมเหล่านี้ก็ดำเนินมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ตอนนี้ จงสร้างสิ่งใหม่ๆ
เพื่อให้ผู้ที่ทำงานรับใช้มีความจริงจังและความกระตือรือร้นใหม่ๆ
ลูกจะทำสิ่งนี้ได้ใช่ไหม? นี่เป็นสิ่งที่ดี
สร้างความกระตือรือร้นให้กับทุกคนและทำให้พวกเขาไม่ว่างเว้นอยู่กับการทำสิ่งนั้น
ผู้ที่ให้คำบรรยายก็ไม่ว่างเว้นอยู่กับโปรแกรมใหญ่ๆที่ลูกจัดขึ้น
และคนอื่นๆก็เพียงแค่คอยติดตามสนับสนุน นั่นก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน
แต่ตอนนี้ขอให้คิดค้นสิ่งใหม่ๆที่ทำให้ดวงวิญญาณที่มีคุณภาพได้ไม่ว่างเว้นอยู่กับสิ่งนั้นด้วยตัวเอง
เพราะเดลีต้องเป็นเมืองหลวง ดังนั้น
ให้ผู้ที่มาจากเดลีสร้างสิ่งประดิษฐ์เช่นนั้นขึ้นมา สิ่งนี้โอเคไหม? โอเคไหม?
ลูกทุกคนจะทำสิ่งนี้ไหม? ยกมือขึ้น! นี่เป็นสิ่งที่ดี ใครๆก็สามารถสร้างได้
คนใหม่ๆก็สามารถคิดค้นสิ่งนี้ได้เช่นกัน
ถ้าใครมีข้อคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติม ก็สามารถเขียนส่งมาที่มธุบัน
สำนักงานใหญ่ได้ ทุกคนมีโอกาส อัจชะ
ขอให้ผู้ที่มาจากเดลีได้ประกาศสิทธิ์ในอันดับหนึ่งในเรื่องของความพยายามด้วยเช่นกัน
บัพดาดาเคยกล่าวไว้เมื่อนานมาแล้วว่า ศูนย์ใดๆก็ตาม
ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศนี้หรือในต่างประเทศ และศูนย์ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์นั้น
จะต้องอยู่อย่างเป็นอิสระจากอุปสรรคใดๆเป็นเวลาหกเดือน
จะต้องไม่มีอุปสรรคใดๆเกิดขึ้นเลย ปราศจากอุปสรรค
หากลูกประกาศสิทธิ์เป็นอันดับหนึ่ง เราจะเฉลิมฉลองวันแห่งการเป็นอิสระจากอุปสรรค
เวลานี้บัพดาดากำลังบอกให้ลูกทำสิ่งนี้เป็นเวลาหกเดือน
และเมื่อลูกฝึกฝนจนครบหกเดือนแล้ว นิสัยก็จะถูกสร้างขึ้นมา อย่างไรก็ตาม
เพื่อให้ลูกได้รับรางวัล บาบาจึงให้เวลากับลูกหกเดือน
เดลีจะประกาศสิทธิ์ในอันดับที่เท่าไหร่? อันดับหนึ่ง บัพดาดาพอใจ
ทั้งครอบครัวก็พอใจเช่นกัน ให้ผู้ที่พอใจได้พูดออกมา
ไม่ว่าจะเป็นในด้านงานรับใช้หรือในเรื่องของระเบียบวินัยที่ได้สร้างขึ้น
บัพดาดาได้ขอรายชื่อไปแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีรายชื่อส่งเข้ามา
หากไม่ใช่ระดับโซน หรือแม้แต่ศูนย์ต่างๆที่เชื่อมโยงกับศูนย์หลักทำสิ่งนี้
บัพดาดาก็จะยอมรับ เวลานี้ลูกต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะเหตุใด?
เพราะสิ่งใดก็ตามสามารถเกิดขึ้นได้โดยทันที บาบาจะไม่บอกวันที่ให้กับลูก อัจชะ
โซนย่อยอัคร่า:
อัคร่าต้องทำงานนั้นและทำงานรับใช้เช่นนั้น
เพราะอัคร่ามีชื่อเสียงมากและเป็นที่รู้จักอย่างดีในรายชื่อของรัฐบาล
ขอให้ชาวอัคร่าค้นหางานรับใช้ที่จะทำให้รัฐบาลที่ทรงอำนาจเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
เช่นเดียวกับที่มีทัชมาฮาลในอัคร่า
ก็ขอให้สร้างสรรค์สิ่งใดสิ่งหนึ่งในลักษณะเดียวกันนั้น มีความหวัง
ขอแสดงความยินดีกับความหวังนั้น ลูกจะทำอะไร?
ลูกจะทำสิ่งนั้นให้เสร็จภายในเวลาเท่าไหร่? (พวกเรากำลังจะจัดงานเมล่าและโปรแกรมขนาดใหญ่)
ทุกคนต่างก็กำลังทำโปรแกรมขนาดใหญ่
แต่จงสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆที่ไม่เคยมีโซนใดทำมาก่อน
เมืองอัคร่าเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมสำหรับทุกคน รัฐบาลมีทัชมาฮาล
และมีการประชาสัมพันธ์บางอย่างที่ทำให้อัคร่าเป็นที่รู้จักในเรื่องนั้น
ตอนนี้จงทำงานเช่นนั้น ลองคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องนี้
นั่งในเวลาอมฤตแล้วลองคิดถึงเรื่องนี้
แล้วลูกจะได้รับการสัมผัสทางจิตวิญญาณหรือได้รับการดลใจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
แบบนี้ดีไหม? ผู้เป็นครูทั้งหลาย ยกมือขึ้น! มีครูมากมาย ดังนั้นจงทำสิ่งมหัศจรรย์
บัพดาดากำลังบอกลูกๆทุกคนว่า จงทำสิ่งใหม่ๆในตอนนี้
สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นย่อมมีความใหม่เสมอตามกาลเวลา
แต่ตอนนี้จงสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นโซนใดก็สามารถทำได้
แต่จงทำสิ่งใหม่ๆขึ้นมา บัพดาดารักลูกแต่ละคน
และท่านก็รู้ถึงคุณสมบัติพิเศษของลูกแต่ละคนด้วย
แต่ละคนย่อมมีคุณสมบัติพิเศษอย่างแน่นอน แต่บางคนใช้คุณสมบัตินั้นเพื่องาน
ในขณะที่บางคนคุณสมบัติพิเศษนั้นยังคงซ่อนเร้นอยู่ และนี่คือเหตุผลที่พ่อพูดว่า
ลูกทุกคนน่ารัก และจากหายไปนานและเวลานี้ได้พบแล้ว
พ่อต้องการให้ลูกโบยบินต่อไปและทำให้ผู้อื่นโบยบินไปด้วย อัจชะ
ลูกทุกคนในทุกหนแห่งคือลูกที่ได้รับความรักเป็นพิเศษจากส่วนลึกในหัวใจของพ่อ
ลูกแต่ละคนจะต้องตระหนักและนำเป้าหมายนี้เข้ามาสู่ความตระหนักรู้ของตนเองอยู่เสมอว่า:
ฉันต้องเพียรพยายามอย่างเต็มที่และเปิดเผยพ่อ
เพื่อให้หัวใจของทุกคนได้กล่าวออกมาว่า: บาบาของฉันมาแล้ว
ความคิดที่เต็มไปด้วยความจริงจังและความกระตือรือร้นเช่นนี้กำลังไปถึงบัพดาดาในเวลานี้
ลูกส่วนใหญ่มีความจริงจังและความกระตือรือร้นเช่นนี้อยู่ในหัวใจของตน
ความปรารถนาของบัพดาดาคือให้สาส์นนี้ไปถึงทุกคนโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
อย่าให้ใครต้องพลาดโอกาสนี้หรือถูกตัดสิทธิ์ในสิ่งนี้
จงให้พวกเขาได้ประกาศสิทธิ์ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเป็นมรดกของตน
แม้ว่าจะไม่ใช่การหลุดพ้นในชีวิต
แต่อย่างน้อยก็ขอให้พวกเขาได้ประกาศสิทธิ์ในมรดกแห่งการหลุดพ้นด้วยความรัก
เพราะพ่อต้องให้มรดกแก่ทุกคน
ยิ่งลูกสามารถช่วยให้คนจำนวนมากมายได้รับมรดกของพวกเขามากเท่าไร
ลูกก็จะยิ่งประกาศสิทธิ์ในมรดกของสิทธิในอาณาจักรของลูกได้มากเท่านั้น
ความรักและพรมากมายจากบัพดาดา ถึงลูกทุกคนในทุกหนแห่ง อัจชะ
พร:
ขอให้ลูกมีความเมตตากรุณาที่จะให้ประโยชน์ต่อทุกคนและประสบความสำเร็จในงานรับใช้ที่ลูกทำด้วยการสละละทิ้งและตาปาเซีย
เช่นเดียวกับที่สามารถสัมผัสความร้อนของเปลวไฟได้จากระยะไกล ในทำนองเดียวกัน
ขอให้รัศมีของการสละละทิ้งและตาปาเซียของลูกดึงดูดทุกคนได้จากระยะไกล
นอกเหนือจากการเป็นผู้รับใช้แล้ว จงเป็นผู้สละละทิ้งและเป็นตัวของตาปาเซียด้วย
ผลในทางปฏิบัติและเกิดขึ้นในทันทีจะสัมผัสได้จากงานรับใช้ที่ลูกทำ
การเป็นผู้สละละทิ้งนั้นหมายความว่าความคิดหรือซันสการ์เก่าของลูกจะไม่ปรากฏหรือแสดงให้เห็นอีกเลย
ตาปาสวีหมายความว่าไม่มีสิ่งใดปรากฏให้เห็นนอกจากจิตสำนึกแห่งสติปัญญาและรูปของจิตสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณของลูกผ่านทางดริชตีของลูก
ขอให้ประโยชน์ของทุกดวงวิญญาณหลอมรวมอยู่ในความคิดใดๆก็ตามที่ลูกสร้างขึ้น
แล้วลูกก็จะได้รับการกล่าวว่าเป็นผู้มีความเมตตากรุณาผู้ที่ให้คุณประโยชน์ต่อทุกคน
คติพจน์:
เพื่อที่จะไปอยู่เหนือจิตสำนึกใดๆของร่างกาย อย่าได้มองดูที่รูปกาย
แต่จงมองที่สิ่งมีชีวิตและอุปนิสัย
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
คงอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใส มีธรรมชาติที่ง่ายดาย และอดทนอย่างสม่ำเสมอ
ลูกทุกคนคือนายผู้สร้างโลก เมื่อลูกมีความตระหนักรู้เช่นนี้
ลูกก็จะพัฒนาคุณธรรมของความถ่อมตนได้อย่างง่ายดาย เมื่อลูกมีความถ่อมตน
นั่นก็คือมีความง่ายดายอย่างเป็นธรรมชาติ คุณธรรมอื่นๆทั้งหมดก็จะตามมาโดยอัตโนมัติ
ก่อนอื่นจงมั่นคงในความตระหนักรู้ในรูปนี้อย่างสม่ำเสมอ
จากนั้นจึงค่อยคิดและลงมือทำ สิ่งเล็กๆน้อยๆทั้งหลายที่เข้ามาต่อต้านหรือขัดขวางลูก
ซึ่งลูกต้องเผชิญนั้น
จะเป็นสิ่งที่ลูกสัมผัสหรือรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนเกมของเด็กเล็กๆที่เล่นอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่
โดยที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากสิ่งเหล่านั้นเลย