29.01.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ
ที่แสนหวาน จดจำพ่อที่แสนหวานของลูกและลูกจะกลายเป็นเทพที่สะโตประธาน
ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการจาริกแสวงบุญของการจดจำระลึกถึง
คำถาม:
เช่นที่ลูกๆ
สัมผัสกับแรงดึงดูดของพ่อ ในทำนองเดียวกันทุกคนจะสัมผัสกับการถูกดึงดูดจากลูกคนไหน?
คำตอบ:
จากผู้ที่กลายเป็นดอกไม้ เช่นที่เด็กเล็กๆ
เป็นดอกไม้และไม่ตระหนักรู้ในกิเลสและดังนั้น ทุกคนจึงถูกดึงดูดเข้าหาพวกเขา
ในทำนองเดียวกัน เมื่อลูกๆ กลายเป็นดอกไม้
นั่นคือเมื่อลูกกลับมาบริสุทธิ์ทุกคนก็จะถูกดึงดูด ไม่ควรจะมีหนามของกิเลสในตัวลูก
โอมชานติ
ลูกๆ ทางจิตรู้ว่านี่คือยุคบรรจบพบกันที่เป็นสิริมงคลที่สุด
ลูกสามารถเห็นใบหน้าที่สูงส่งที่สุดในอนาคตของลูกหรือไม่?
ลูกสามารถเห็นเครื่องแต่งกายที่สูงส่งที่สุดของลูกหรือไม่?
ลูกจะรู้สึกหรือไม่ว่าลูกจะไปสู่โลกใหม่ยุคทองในราชวงศ์ของลักษมีและนารายณ์อีกครั้งนั่นคือไปสู่ดินแดนแห่งความสุขและลูกจะกลายเป็นผู้ที่สูงส่งที่สุด?
ในขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่นี่ลูกมีความคิดเหล่านี้หรือไม่?
เมื่อนักเรียนกำลังศึกษาเล่าเรียนสติปัญญาของพวกเขาก็มีสำนึกรู้ว่าพวกเขากำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในชั้นไหน
“ฉันจะเป็นนักกฎหมาย” หรือ “ฉันจะกลายเป็นผู้นั้นผู้นี้” ในทำนองเดียวกัน
เมื่อลูกนั่งที่นี่ลูกก็ตระหนักรู้ว่าลูกจะไปสู่ราชวงศ์วิษณุ
สองรูปของวิษณุคือลักษมีและนารายณ์ เทพและเทวี ขณะนี้สติปัญญาของลูกเป็นไปในทางจิต
สิ่งเหล่านี้จะไม่หมุนอยู่ในสติปัญญาของใครอื่น สิ่งเหล่านี้อยู่ในสติปัญญาของลูกๆ
นี่ไม่ใช่สัตซังธรรมดา (ความเป็นมิตรของสัจจะ)
ลูกกำลังนั่งอยู่ที่นี่ด้วยความเข้าใจว่าลูกกำลังนั่งในความเป็นมิตรของบาบาที่แท้จริงที่เรียกว่าชีวา
ชีพบาบาผู้เดียวเท่านั้นคือผู้สร้าง ท่านผู้เดียวเท่านั้นที่รู้ถึงตอนเริ่ม ตอนกลาง
และตอนจบของสิ่งสร้างและท่านให้ความรู้นั้นแก่เรา
ราวกับว่าท่านกำลังบอกเรื่องราวของเมื่อวานนี้แก่พวกเรา
ขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่นี่ลูกต้องจดจำว่าลูกมาที่นี่
เพื่อที่จะได้รับการฟื้นคืนสู่สภาพเดิมนั่นคือการเปลี่ยนร่างกายของลูกให้กลายเป็นร่างของเทพ
ดวงวิญญาณพูดว่า:
นี่คือร่างเก่าที่ตาโมประธานของฉันซึ่งฉันต้องเปลี่ยนและกลายเป็นเช่นลักษมีและนารายณ์
เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของลูกนั้นสูงส่งมาก
ครูที่กำลังสอนลูกจะฉลาดมากกว่านักเรียนที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอย่างแน่นอน
ท่านกำลังให้การศึกษาแก่เราและกำลังสอนเราให้ทำกรรมดีและดังนั้น
ท่านต้องสูงส่งอย่างแน่นอน ลูกรู้ว่าพระเจ้าผู้ที่สูงสุดเหนือสิ่งใดกำลังสอนเรา
ในอนาคตเราจะกลายเป็นเทพเช่นพวกเขา
สิ่งที่เรากำลังศึกษาเล่าเรียนนี้เป็นไปเพื่อโลกใหม่ในอนาคต
ไม่มีใครอื่นแม้กระทั่งรู้เกี่ยวกับโลกใหม่
ขณะนี้เข้าไปอยู่ในสติปัญญาของลูกว่าลักษมีและนารายณ์เป็นนายของโลกใหม่
สิ่งนี้ต้องซ้ำรอยแน่นอน พ่ออธิบาย: พ่อสอนลูกและเปลี่ยนลูกจากมนุษย์ให้กลายเป็นเทพ
ซึ่งแน่นอนว่าจะตามลำดับกันไปในบรรดาเทพด้วย เป็นอาณาจักรที่สูงส่งใช่หรือไม่?
ตลอดทั้งวันลูกต้องมีความคิดว่า: ฉันคือดวงวิญญาณ
ฉันซึ่งเป็นดวงวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์มากและขณะนี้กำลังจดจำระลึกถึงพ่อผู้บริสุทธิ์เพื่อที่จะกลับมาบริสุทธิ์
ลูกต้องเข้าใจความหมายของการจดจำระลึกถึงด้วยเช่นกัน
ดวงวิญญาณจดจำพ่อที่แสนหวานของเขา พ่อพูดเองว่า: ลูกๆ ด้วยการจดจำพ่อ
ลูกจะกลายเป็นเทพที่สะโตประธาน
ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการจาริกแสวงบุญของการจดจำระลึกถึง พ่อจะถามอย่างแน่นอนว่า:
ลูกจดจำพ่อเป็นเวลานานแค่ไหน? ในการจดจำระลึกถึงที่มีการต่อสู้รบรากับมายา
ลูกเองก็สามารถเข้าใจได้ด้วยเช่นกันว่าเมื่อไม่ใช่การจาริกแสวงบุญแต่เหมือนการรบรามากกว่า
มีอุปสรรคมากมายในสิ่งนี้
มายาสร้างอุปสรรคให้ลูกในการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึง นั่นคือเธอทำให้ลูกลืม
ลูกพูดว่า: บาบา เรามีพายุของมายามากมายในขณะที่กำลังอยู่ในการจดจำระลึกถึงท่าน
พายุอันดับหนึ่งคือสำนึกที่เป็นร่าง แล้วก็เป็นตัณหาราคะ หลังจากนั้นก็เป็นความโกรธ
ความละโมบ ความผูกพันยึดมั่น และความหลงทะนงตน ลูกๆ พูดว่า: บาบา
เราพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้มีอุปสรรค เมื่อเราอยู่ในการจดจำระลึกถึง
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีพายุ
วันนี้เป็นพายุแห่งความโกรธหรือวันนี้มีพายุของความละโมบ
วันนี้สภาพของฉันดีมากและฉันก็ไม่มีพายุใดๆ
ฉันอยู่ในการจาริกแสวงบุญของการจดจำระลึกถึงทั้งวันและฉันมีความสุขมาก
ฉันจดจำบาบาอย่างมาก น้ำตาแห่งความรักก็ไหลรินอยู่เรื่อยๆ ในการจดจำระลึกถึง
ด้วยการอยู่ในการจดจำระลึกถึงพ่อลูกจะกลับมาอ่อนหวาน ลูกๆ
เข้าใจว่าลูกไปถึงที่ใดแล้วด้วยการพ่ายแพ้ต่อมายา
ลูกบางคนนั้นก็คำนวณว่ามีกี่เดือนและกี่วันอยู่ในวงจร
มันเข้าไปสู่สติปัญญาของลูกว่าถ้าใครบางคนพูดว่าระยะเวลาของวงจรนั้นเป็นเวลาหลายแสนปีก็ไม่มีใครสามารถคำนวณอะไรได้
พ่ออธิบายว่า วงจรโลกนี้ยังคงหมุนต่อไป
ลูกรู้ว่าลูกใช้กี่ชาติเกิดในทั้งวงจรและลูกเข้าไปสู่ราชวงศ์ได้อย่างไร
สิ่งเหล่านี้ใหม่โดยสิ้นเชิง เป็นความรู้ใหม่สำหรับโลกใหม่ สวรรค์เรียกว่าโลกใหม่
ลูกจะพูดว่าลูกคือมนุษย์ในปัจจุบันและกำลังจะกลายเป็นเทพ สถานภาพเทพนั้นสูงส่ง ลูกๆ
รู้ว่าลูกได้รับความรู้ที่พิเศษสุด ผู้เดียวที่สอนเรานั้นพิเศษสุด
ที่ปราศจากภาพลักษณ์ ท่านไม่มีภาพลักษณ์ที่มีตัวตน ท่านไม่มีตัวตนเสมอ
เพียงแค่ดูว่าท่านมีบทบาทที่ดีมากในละครอย่างไร พ่อสอนเราอย่างไร? พ่อบอกลูกเองว่า:
พ่อเข้ามาในร่างนั้นร่างนี้ ท่านยังบอกลูกด้วยเช่นกันว่าท่านเข้ามาในร่างใด
ผู้คนสับสนว่า: ท่านเข้ามาในร่างเดียวกันเสมอหรือไม่? อย่างไรก็ตาม นี่คือละคร
ไม่สามารถมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในสิ่งนี้ได้ เพียงลูกๆ
เท่านั้นที่รับฟังสิ่งเหล่านี้และซึมซับสิ่งเหล่านี้
แล้วจึงถ่ายทอดกับผู้อื่นด้วยวิธีที่ชีพบาบาสอนลูก แล้วพวกเราก็จะสอนดวงวิญญาณอื่นๆ
เป็นดวงวิญญาณที่ศึกษาเล่าเรียน เป็นดวงวิญญาณที่ศึกษาเล่าเรียนและสอนผู้อื่น
ดวงวิญญาณมีคุณค่าที่สุด ดวงวิญญาณไม่ดับสูญและเป็นอมตะ
เป็นเพียงร่างกายเท่านั้นที่ถูกทำลาย เราดวงวิญญาณกำลังได้รับความรู้จากพ่อสูงสุด
ดวงวิญญาณสูงสุดของเรา เรากำลังได้รับความรู้ของผู้สร้างและตอนเริ่ม ตอนกลาง
และตอนจบของสิ่งสร้างและ 84 ชาติเกิด ใครกำลังได้รับความรู้นี้?
ดวงวิญญาณกำลังได้รับความรู้ ดวงวิญญาณไม่ดับสูญ
ความผูกพันยึดมั่นควรจะเป็นกับสิ่งที่ไม่ดับสูญเท่านั้นไม่ใช่สิ่งที่สูญสลาย
ลูกมีความผูกพันยึดมั่นกับร่างกายที่ดับสูญมาเป็นเวลานานแล้ว
ขณะนี้ลูกเข้าใจแล้วว่าลูกแต่ละคนคือดวงวิญญาณและลูกต้องสละละทิ้งจิตสำนึกของร่างกาย
ลูกบางคนเขียนว่า: ฉันดวงวิญญาณทำงานนี้ ฉันดวงวิญญาณให้คำบรรยายนี้ในวันนี้
ฉันดวงวิญญาณจดจำ บาบาอย่างมากในวันนี้
ผู้เดียวนั้นคือดวงวิญญาณสูงสุดที่เต็มไปด้วยความรู้
ท่านกำลังให้ความรู้มากมายแก่ลูก
ลูกรู้จักโลกที่ไม่มีตัวตนและอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน
ผู้คนไม่มีสำนึกรู้ในสิ่งใดในสติปัญญาของเขา
สติปัญญาของลูกตระหนักรู้ว่าใครคือผู้สร้าง
ผู้สร้างของโลกมนุษย์นี้ได้รับการจดจำและดังนั้นท่านต้องมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่อย่างแน่นอน
ลูกรู้ว่าไม่มีมนุษย์คนใดจดจำดวงวิญญาณหรือดวงวิญญาณสูงสุดได้
พ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ให้ความรู้นี้แก่ลูก พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ
ด้วยการพิจารณาว่าตนเองเป็นร่างกายลูกก็ได้ห้อยกลับหัวลง ดวงวิญญาณคือสัจจะ
ผู้มีชีวิต และเป็นตัวของความปิติ การยกย่องสรรเสริญสูงสุดเป็นของดวงวิญญาณ
มีการยกย่องสรรเสริญของดวงวิญญาณของพ่อผู้เดียวมากมาย
ท่านผู้เดียวเท่านั้นคือผู้ขจัดความทุกข์เเละเป็นผู้ประทานความสุข
ยุงจะไม่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ขจัดความทุกข์และเป็นผู้ประทานความสุขหรือมหาสมุทรแห่งความรู้
ไม่เลย นี่คือคำยกย่องสรรเสริญของพ่อ
ลูกแต่ละคนคือผู้ขจัดความทุกข์และเป็นผู้ประทานความสุขด้วยเช่นกันเพราะลูกคือลูกๆ
ของพ่อนั้นที่ขจัดความทุกข์ของทุกคนและให้ความสุขแก่พวกเขาใช่หรือไม่?
และนั่นก็เป็นไปถึงครึ่งวงจรด้วย ไม่มีใครอื่นมีความรู้นี้
เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่เต็มไปด้วยความรู้ เราไม่มีความรู้
ถ้าเราไม่รู้จักแม้กระทั่งพ่อผู้เดียว เราจะมีความรู้อะไรอื่นอีกไหม?
เวลานี้ลูกรู้สึกว่าลูกเป็นผู้ที่รับความรู้นี้ก่อน ก่อนหน้านี้ลูกไม่รู้อะไรเลย
ทารกไม่มีความรู้หรือข้อบกพร่องใดๆ
เพราะทารกบริสุทธิ์จึงกล่าวได้ว่าเป็นดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่
ยิ่งเด็กอายุน้อยมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นดอกไม้อันดับหนึ่งมากเท่านั้น
ที่เกือบจะเหมือนราวกับว่าเขาอยู่ในสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมของเขา
เขาไม่ได้รู้สิ่งใดเลยเกี่ยวกับการกระทำหรือการกระทำที่เป็นบาป
ทารกก็เพียงแค่รู้จักตนเอง เขาเป็นดอกไม้และดังนั้นจึงดึงดูดทุกคน
เช่นเดียวกับที่เวลานี้บาบากำลังดึงดูดลูก พ่อได้มาเพื่อทำให้ลูกทุกคนเป็นดอกไม้
ลูกมีหนามที่ไม่ดีมากในตัวลูกด้วยเช่นกัน มีหนามของกิเลสทั้งห้า
เวลานี้ลูกมีความรู้ของดอกไม้และหนาม มีป่าหนามด้วยเช่นกัน
ป่าของพุ่มบาบูลนั้นมีขนาดใหญ่มาก หลายสิ่งหลายอย่างทำขึ้นมาจากหนามเหล่านั้น
หนามเปรียบได้กับมนุษย์ พ่ออธิบายว่า:
ขณะนี้มีหนามของมนุษย์มากมายที่เป็นสาเหตุของความทุกข์อย่างยิ่ง
ด้วยเหตุนี้เองโลกนี้จึงเรียกว่าโลกแห่งความทุกข์ พวกเขาแม้กระทั่งพูดว่า:
พ่อคือผู้ประทานความสุข มายาราวันเป็นผู้ประทานความทุกข์
หลังจากนั้นในยุคทองจะไม่มีมายาและสิ่งเหล่านี้จะไม่มีอยู่ที่นั่นเช่นกัน
ในละครจะไม่เล่นบทบาทเดียวกันซ้ำสองครั้ง
สิ่งนี้อยู่ในสติปัญญาของลูกว่าทุกบทบาทการที่แสดงนั้นใหม่ ลองคิดดูว่า
ตั้งแต่ยุคทองจนถึงตอนนี้ วันเวลาเปลี่ยนไปและกิจกรรมทั้งหมดก็เปลี่ยนไป
บันทึกของกิจกรรมของ 5000
ปีที่สมบูรณ์นั้นถูกบันทึกไว้ในลูกดวงวิญญาณและสิ่งนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
แต่ละดวงวิญญาณมีบทบาทของตนเองบันทึกไว้ ไม่มีใครสามารถเข้าใจสิ่งเดียวนี้
เวลานี้ลูกรู้ถึงตอนเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบ นี่คือโรงเรียนใช่หรือไม่
ลูกต้องรู้ถึงตอนเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบของโลก
นี่คือการศึกษาที่จะจดจำพ่อและจะกลับมาบริสุทธิ์ด้วย
ก่อนหน้าสิ่งนี้ลูกรู้หรือไม่ว่าลูกต้องกลายเป็นเช่นนั้น?
พ่ออธิบายทุกสิ่งอย่างชัดเจนมาก
ลูกเป็นเช่นนั้นในตอนแรกแล้วลูกก็ค่อยๆลงมาทีละน้อยและเวลานี้ลูกได้กลายเป็นเช่นนี้
ดูสิว่าโลกนี้กลายเป็นอย่างไร! มีมนุษย์มากมายเหลือเกิน
ลองคิดดูว่าอาณาจักรของลักษมีและนารายณ์จะเป็นอย่างไร
พระราชวังที่พวกเขาอยู่นั้นจะประดับด้วยอัญมณีและเพชร
สิ่งนี้เข้าไปอยู่ในสติปัญญาของลูกว่าเวลานี้ลูกกำลังกลายเป็นผู้อยู่อาศัยในสวรรค์
ที่นั่นลูกจะสร้างพระราชวังของลูกเอง ไม่ใช่ว่าดวาราก้า (เมืองทองคำของกฤษณะ)
จะปรากฏออกมาจากเบื้องล่างตามที่ปรากฎในพระคัมภีร์ คำว่า “คัมภีร์”
ยังคงดำเนินต่อเนื่องไป พวกเขาไม่สามารถเรียกสิ่งนั้นเป็นสิ่งอื่นใดได้
หนังสืออื่นๆ ใช้สำหรับการศึกษาเล่าเรียน หนังสืออีกประเภทหนึ่งคือนวนิยาย
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้เรียกว่าคัมภีร์หรือหนังสือทางศาสนา
หนังสืออื่นนั้นก็เป็นไปเพื่อจะศึกษาเล่าเรียน
ผู้ที่ศึกษาคัมภีร์เรียกว่าผู้เลื่อมใสศรัทธา มีสองสิ่ง
ความเลื่อมใสศรัทธาและความรู้ มีการวางเฉยในสิ่งใด ความเลื่อมใสศรัทธาคือความรู้?
แน่นอนย่อมกล่าวได้ว่าเป็นความเลื่อมใสศรัทธา ขณะนี้ลูกๆ
ได้รับความรู้ที่จะทำให้ลูกกลับมาสูงส่ง
เวลานี้พ่อกำลังทำให้ลูกกลายเป็นผู้ประทานความสุข
ดินแดนแห่งความสุขนั้นเรียกว่าสวรรค์
ลูกกำลังจะไปสู่ดินแดนแห่งความสุขและดังนั้นท่านจึงสอนลูก เป็นลูก
ดวงวิญญาณที่รับฟังความรู้นี้ ดวงวิญญาณไม่ได้มีศาสนา ดวงวิญญาณคือดวงวิญญาณ
เมื่อดวงวิญญาณอยู่ในร่างกายศาสนาทางร่างกายจะแตกต่างกัน ศาสนาของดวงวิญญาณคืออะไร?
ดวงวิญญาณเป็นเหมือนจุดและเป็นตัวแห่งความสงบ
ดวงวิญญาณอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งความสงบ ดินแดนแห่งการหลุดพ้น ขณะนี้พ่ออธิบายว่า:
ลูกทั้งหมดมีสิทธิ์
มีลูกๆมากมายที่ได้แปรเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นแล้วพวกเขาก็จะปรากฏออกมาและกลับมาสู่ศาสนาดั้งเดิมของพวกเขา
ผู้ที่ออกจากศาสนาเทพและไปสู่ศาสนาอื่นทั้งหมดนจะกลับมาสู่สถานที่ของตนเอง
ไม่มีใครอื่นสามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้ ก่อนอื่นให้คำแนะนำของพ่อ
เป็นในสิ่งนี้ที่ทุกคนสับสน เวลานี้ลูกๆ รู้ว่าใครกำลังสอนลูก พ่อกำลังสอนลูก
กฤษณะคือผู้มีร่างกาย ผู้นี้(บราห์มา) เรียกว่าดาด้า
ทั้งหมดเป็นพี่น้องกันและทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับสถานภาพ นี่คือร่างของพี่น้องชาย(บราเธอร์)และนี่คือร่างของพี่น้องหญิง(ซิสเตอร์)
เวลานี้ลูกรู้สิ่งนี้เช่นกัน ดวงวิญญาณเป็นเพียงดวงดาวเล็กๆ
ความรู้ทั้งหมดนี้อยู่ในดวงดาวเล็กๆ ดวงดาวไม่สามารถพูดได้หากปราศจากร่างกาย
ดวงดาวต้องการอวัยวะที่จะใช้เพื่อเล่นบทบาท โลกของดวงดาวนั้นแยกห่างกัน
หลังจากนั้นดวงวิญญาณก็มาที่นี่และรับร่างกายมาใช้ นั่นคือบ้านของดวงวิญญาณ
ดวงวิญญาณเป็นจุดเล็กๆ ในขณะที่ร่างกายเป็นสิ่งที่ใหญ่ ดังนั้น
ผู้คนจึงจดจำสิ่งนั้น(ร่างกาย)อย่างมาก เวลานี้ลูกต้องจดจำพ่อสูงสุด วิญญาณสูงสุด
ผู้เป็นหนึ่งเดียว ท่านคือสัจจะ เมื่อชุมนุมของดวงวิญญาณกับดวงวิญญาณสูงสุดเกิดขึ้น
ก็ได้มีการจดจำด้วยเช่นกันว่า
ดวงวิญญาณได้อยู่แยกห่างจากดวงวิญญาณสูงสุดเป็นเวลานาน เราได้อยู่แยกห่างจากบาบา
ลูกจำได้หรือไม่ว่าลูกนั้นแยกห่างมาเป็นเวลานานแค่ไหน?
พ่อมาและบอกลูกในสิ่งที่ท่านบอกลูกทุกวงจร
ไม่สามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้แม้แต่น้อยในสิ่งนั้น
ทุกการกระทำที่เกิดขึ้นในแต่ละวินาทีนั้นเป็นสิ่งใหม่
ราวกับว่าลูกทิ้งทุกวินาทีที่ผ่านไปและทุกนาทีที่ผ่านไป
สิ่งเหล่านั้นยังคงผ่านไปเรื่อยๆ เพื่อที่ลูกจะได้พูดว่า: ลูกได้ไปผ่านมาหลายปี
หลายวัน หลายนาที และหลายวินาที จะเป็น 5000 ปีเต็ม แล้วจะเริ่มต้นจากหนึ่ง
มีบัญชีที่ถูกต้อง ทุกนาทีและวินาทีถูกบันทึกไว้ หากบางคนถามลูกว่า
บางคนใช้กี่ชาติเกิด ลูกสามารถคำนวณและตอบได้ กฤษณะไช้ชาติเกิดอันดับหนึ่ง
ลูกไม่สามารถคำนวณทุกนาทีและทุกวินาทีสำหรับชีวา มีการกล่าวถึงวัน เวลา
และนาทีสำหรับกฤษณะ สามารถมีความแตกต่างของนาทีหรือวินาทีในนาฬิกาของมนุษย์
แต่จะไม่สามารถมีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อยในช่วงเวลาที่ชีพบาบาอวตารลงมาแม้แต่นิดเดียว
ลูกไม่สามารถบอกได้ด้วยซ้ำว่าท่านมาเมื่อใด ไม่ใช่ว่าท่านมาเมื่อบาบามีนิมิต
ไม่ใช่เลย เราสามารถประมาณได้เท่านั้น
ไม่ใช่ว่าท่านนั้นได้เข้ามาในช่วงเวลาที่บาบามีนิมิตที่ท่านจะกลายเป็นผู้นั้นผู้นี้
อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่งที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
เพื่อที่จะไปสู่ดินแดนแห่งความสุข จงกลายเป็นผู้ประทานความสุข
ขจัดความทุกข์ของทุกคนและให้ความสุขกับพวกเขา เลิกเป็นหนามที่เป็นเหตุของความทุกข์
2.
ดวงวิญญาณในร่างที่ดับสูญนี้มีคุณค่าที่สุด เป็นอมตะและไม่ดับสูญ
ดังนั้นจงมีความรักต่อสิ่งที่ไม่สูญสลาย จบสิ้นสำนึกของร่างกาย
พร:
ขอให้ลูกตายในขณะที่มีชีวิตอยู่และด้วยสำนึกรู้ถึงรูปดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปของลูกจงเป็นอิสระจากบ่วงพันธะและปลดปล่อยผู้อื่นให้เป็นอิสระด้วยเช่นกัน
เช่นที่พ่อยืมร่างกายมาใช้และไม่ตกอยู่ในบ่วงพันธะ ในทำนองเดียวกัน ลูกๆ
ที่ใช้ชาติเกิดของการตายในขณะที่มีชีวิตก็จะเป็นอิสระจากบ่วงพันธะของร่างกาย
สันสกาและธรรมชาติใดๆของลูกเช่นกัน
ลูกสามารถใช้สันสกาใดก็ตามที่ลูกต้องการและเมื่อใดก็ตามที่ลูกต้องการ
เช่นที่พ่อปราศจากบ่วงพันธะ ดังนั้น ลูกก็เป็นอิสระจากบ่วงพันธะนั้นด้วยเช่นกัน
ประการแรกทำให้ตัวเองมั่นคงในสภาพของโลกที่ไม่มีตัวตนแล้วลงมา
รักษาสำนึกรู้ของรูปดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดของลูก
แสดงการกระทำในขณะที่พิจารณาตัวเองว่าเป็นดวงวิญญาณที่จุติลงมาและผู้อื่นจะทำตามลูก
คติพจน์:
การทำให้บรรยากาศมีพลังด้วยทัศนคติของการจดจำระลึกถึงคืองานรับใช้ของจิตใจอย่างแท้จริง
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
ในเดือนอะแวคนี้
จงอยู่อย่างเป็นอิสระจากบ่วงพันธะและสัมผัสกับสภาพของการหลุดพ้นในชีวิต
ขณะที่ลูกยังมีประเภทของความผูกพัน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของความคิด ความสัมพันธ์ สายใย
หรือความพิเศษเฉพาะตนเอง ความผูกพันทุกประเภทจะผูกมัดลูกไว้ในบางบ่วงพันธะ
บ่วงพันธะนั้นจะไม่ยอมให้ลูกกลับมาปราศจากร่างหรือยอมให้ลูกกลายเป็นผู้ให้คุณประโยชน์โลก
ดังนั้น ก่อนอื่น กลับมาเป็นอิสระจากความผูกพันยึดมั่นทั้งหมด
เพราะเมื่อนั้นลูกจะสามารถให้มรดกของการหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิตแก่โลกได้