01.11.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
05.03.2012 Om Shanti Madhuban
ในเวลานี้
ความทุกข์และความไม่สงบกำลังเพิ่มขึ้นในทุกหนแห่ง
ดังนั้น จงเปิดเผยรูปของการเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกของลูก
จงเพิ่มการทำงานรับใช้ด้วยจิตใจ
กลายเป็นดับเบิ้ลโฮลี (จงมีความศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์เป็นสองเท่า)
ด้วยสีสันของการเป็นมิตรร่วมทางของพ่อ
วันนี้
บัพดาดากำลังมองดูเส้นโชคของลูกแต่ละคน
ท่านเห็นเส้นของดวงดาวที่เปล่งประกายอยู่บนหน้าผาก เส้นแห่งความรักและพลังในดวงตา
เส้นแห่งรอยยิ้มบนริมฝีปาก
และเส้นแห่งความมั่งคั่งหลายล้านเท่าในทุกย่างก้าวที่เท้าเหยียบย่างลงไป
ลูกทุกคนก็มีความสุขที่ได้เห็นเส้นโชคของตนเองเช่นกันใช่หรือไม่?
ในหัวใจของลูกกำลังร้องเพลงว่า "ว้า โชคของฉัน!"
เมื่อได้เห็นดวงดาวที่สูงส่งกำลังเปล่งประกายอยู่บนหน้าผากของลูกแต่ละคน
บัพดาดาก็พอใจและร้องเพลงในหัวใจว่า "ว้า ลูกๆ ว้า!"
แล้วบทเพลงที่ท่านได้ยินในหัวใจของลูกๆคืออะไร? ก็คือ "ว้า บาบา! ว้า!" ดังนั้น
ลูกๆ ก็ว้า และพ่อก็ว้าเช่นกัน! แล้วสิ่งนี้ทำให้ทั้งชุมนุมนี้เป็นอย่างไร? ว้า!
ว้า! ว้า! ดังนั้น เมื่อได้เห็นโชคของลูกเองแล้ว
จงอยู่อย่างมีความสุขตลอดไปอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้
เพียงในยุคบรรจบพบกันนี้เท่านั้นที่ลูกจะได้รับโชคนี้
ทุกช่วงเวลาในยุคบรรจบพบกันนี้มีคุณค่าอย่างยิ่ง
แต่ละขณะในยุคบรรจบพบกันนี้จะกลายเป็นสิ่งที่ไม่สูญสลาย
เพราะทุกช่วงเวลาล้วนเชื่อมโยงกับ 21 ชาติเกิด
ช่วงเวลาเพียงชั่วขณะหนึ่งในปัจจุบันนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับ 21 ชาติเกิด ดังนั้น
จงตรวจสอบดูว่า หากปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์แม้เพียงชั่วขณะเดียว
มันจะไม่ใช่แค่เรื่องของชาติเกิดเดียวเท่านั้น แต่มันเป็นเรื่องของ 21
ชาติเกิดเลยทีเดียว
และด้วยเหตุนี้บัพดาดาจึงคอยดึงความสนใจของลูกๆในเรื่องนี้เป็นระยะๆว่า
อย่าปล่อยให้เวลาหรือความคิดแม้เพียงชั่วขณะเดียวในยุคบรรจบพบกันนี้ต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
เพราะนั่นไม่ได้หมายความว่าลูกสูญเสียไปเพียงชาติเกิดเดียว แต่ลูกกำลังสูญเสียไปถึง
21 ชาติเกิด จงจดจำความสำคัญของยุคบรรจบพบกันนี้ไว้ในทุกช่วงเวลา
บัพดาดาได้ให้การบ้านแก่ทุกคนว่าอย่าได้ปล่อยให้เวลาหรือความคิดต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
แล้วลูกทุกคนได้ทำการบ้านนี้แล้วหรือยัง?
ลูกผู้ที่รู้สึกว่าตนเองได้ให้ความใส่ใจและประสบความสำเร็จอย่างมาก
และรวมถึงลูกมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเป้าหมายแล้ว... ขอให้ยกมือขึ้น! อัจชะ พันดาวาส
ยกมือกันหรือไม่? ยกมือขึ้นสูงๆ เวลานี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำงานนี้ได้สำเร็จ
หากลูกรักษาความสำคัญของยุคบรรจบพบกันนี้ไว้ในสติปัญญาของลูกอยู่เสมอ
ว่าได้รับงานนี้มาจากพ่อที่ไม่สูญสลาย และทุกช่วงเวลาคือการกลับมาไม่สูญสลาย
สิ่งนี้ก็จะเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย เพราะพ่อที่ไม่สูญสลายนั่นเองที่ให้พรนี้แก่ลูก
พ่อได้บอกลูกแล้วว่า
บราห์มินทุกคนมีเส้นโชคแห่งความมั่งคั่งมากมายหลายล้านเท่าในทุกย่างก้าว ลองคิดดูสิ
หากลูกมีเส้นแห่งความมั่งคั่งหลายล้านเท่าในทุกย่างก้าวแล้ว
ลูกจะมีโอกาสทองที่จะได้รับโชคแห่งความมั่งมากมายหลายล้านเท่าในยุคบรรจบพบกันนี้มากมายเพียงใด?
ลูกแต่ละคนจะต้องเก็บรักษาโชคนี้ไว้ในสำนึกรู้ของลูกอยู่เสมอ
ลูกบางคนอาจสงสัยว่าบัพดาดาต้องการสิ่งใด บัพดาดาต้องการให้ลูกแต่ละคนกลายเป็น "ราชาสองเท่า
(Double King) นั่นคือเป็นนายของตนเองในปัจจุบัน และเป็นผู้ปกครองโลกในอนาคต
อย่าให้ลูกคนใดด้อยไปกว่ากันในการกลายเป็นราชาสองเท่านี้
ลูกแต่ละคนมีสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองสองเท่านี้ใช่ไหม? พยักหน้าสิ!
ลูกทุกคนมีสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองสองเท่านี้ใช่ไหม? พ่อมีความสุขมาก
บัพดาดาเห็นบันทึกหรือทะเบียนประวัติของลูกทุกคนในทุกๆวัน ท่านเห็นอะไร?
ลูกแต่ละคนย่อมรู้เรื่องนี้ดีในหัวใจของตนเอง ลูกได้กลายเป็นนายของอาณาจักร
แต่ในปัจจุบันลูกมีเพียงอำนาจในการปกครองตนเองเท่านั้น
อำนาจในการปกครองตนเองหมายถึงการที่ลูกสามารถทำให้จิตใจ สติปัญญา
และซันสการ์ของลูกนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของลูกได้
สิ่งเหล่านี้ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของลูกในเวลาที่ลูกต้องการ ตัวอย่างเช่น
อวัยวะทางร่างกายอย่างเช่นมือและเท้าของลูกอยู่ภายใต้การควบคุมของลูก
ในทำนองเดียวกัน จงมีพลังในการปกครองและพลังในการควบคุมเหนือจิตใจ สติปัญญา
และซันสการ์ของลูกด้วย ในปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าหลายคนตามลำดับกันไปในสิ่งนี้
สิ่งเหล่านี้ก็เป็น "ของฉัน" เช่นกัน ฉันไม่ใช่จิตใจ แต่มันเป็น "ของฉัน"
ซันสการ์เป็น "ของฉัน" สติปัญญาเป็นของ "ของฉัน" ดังนั้น
พลังในการควบคุมและพลังในการปกครองจึงตามลำดับกันไป
บัพดาดาคอยเตือนลูกเกี่ยวกับเรื่องเวลาเป็นระยะๆ เมื่อพิจารณาตามเวลาในตอนนี้
ความเคารพตนเองของลูกแต่ละคนคือการเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลก ขณะนี้
เมื่อพิจารณาตามเวลาแล้ว
มันถึงเวลาแล้วที่ลูกแต่ละคนจะต้องเปิดเผยรูปของการเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกของลูกออกมา
ความทุกข์และความไม่สงบกำลังเพิ่มมากขึ้นในทุกหนแห่ง
พี่น้องชายหญิงและครอบครัวของลูกต่างกำลังประสบกับความทุกข์
แล้วลูกจะไม่รู้สึกเมตตาต่อครอบครัวของลูกเลยหรือ?
ในเวลานี้
บัพดาดากำลังส่งสัญญาณว่า: พร้อมกับการรับใช้ตนเองแล้ว
ขอให้ลูกทำงานรับใช้โลกด้วยเช่นกัน
ในทำนองเดียวกันกับที่ลูกกำลังทำงานรับใช้ผู้อื่นด้วยคำพูดได้อย่างดีมากและด้วยความงดงามตระการตาเป็นอย่างมากในปัจจุบันด้วย
บัพดาดารู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง การฉลองครบรอบ 75 ปี (Platinum Jubilee)
ได้นำมาซึ่งความกระตือรือร้นอย่างมากสำหรับการทำงานรับใช้ในจิตใจของลูกส่วนใหญ่
เมื่อได้เห็นสิ่งนี้บัพดาดารู้สึกพอใจ แต่ในเวลานี้
การทำงานรับใช้ด้วยจิตใจของลูกก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน
เพราะลูกจะต้องกลายเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกในทุกๆทาง
ทั้งการทำงานรับใช้ด้วยความคิด คำพูด และการกระทำ นั่นคือด้วยใบหน้าและกิจกรรม
งานรับใช้ทั้งสามรูปแบบนี้เป็นสิ่งจำเป็นในขณะนี้ ขอให้ตรวจสอบในแต่ละวันว่า
ลูกได้ทำงานรับใช้ทั้งสามรูปแบบนี้ในสัดส่วนเท่าใดหรือในกี่เปอร์เซ็นต์
บัพดาดาได้ให้ใบประกาศนียบัตรแก่ลูกสำหรับงานรับใช้ด้วยจิตใจไปแล้ว แต่ในเวลานี้
ด้วยกระแสพลังที่ละเอียดอ่อนของจิตใจของลูก
ลูกจะต้องกลายเป็นผู้ที่ให้การค้ำจุนแก่ดวงวิญญาณทั้งหลายที่อยู่ในความทุกข์และความไม่สงบ
ลูกไม่รู้สึกถึงความเมตตาบ้างหรือ? บัพดาดารู้สึกเมตตาต่อลูกๆ
เพราะไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเช่นไร พวกเขาก็ยังคงเป็นลูกๆของพ่อ ดังนั้น เวลานี้
ลูกทุกคนจะต้องไม่เป็นเพียงแค่ผู้ให้คุณประโยชน์ต่อกับศูนย์หรือกับโซนของตนเองเท่านั้น
แต่ต้องเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกด้วย
เวลานี้บัพดาดาจึงดึงความสนใจของลูกมาที่จุดนี้:
จงกลายเป็นผู้ให้คุณประโยชน์แก่เหล่าผู้เลื่อมใสศรัทธาของลูก
เพราะยุคบรรจบพบกันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เวลานี้
ในยุคบรรจบพบกันนี้ลูกสามารถรับความร่วมมือจากพ่อได้มากเท่าที่ลูกต้องการ
แล้วลูกได้ยินสิ่งที่ต้องทำในเวลานี้หรือไม่?
จงเพิ่มพูนการทำงานรับใช้ด้วยจิตใจของลูกให้มากขึ้น ตามหน้าที่ของตัวลูกเอง
เช่นเดียวกับที่ลูกได้กำหนดเวลาสำหรับการทำ 'Traffic Control' ในทำนองเดียวกัน
ลูกแต่ละคนก็ควรต้องกำหนดเวลาสำหรับการทำงานรับใช้ด้วยจิตใจของลูกเช่นเดียวกัน
เมื่อความทุกข์เพิ่มขึ้น ความสนใจของผู้คนมักจะจดจ่ออยู่กับความปั่นป่วนเหล่านั้น
แต่ในขณะนี้คือเวลาสำหรับการทำงานรับใช้ด้วยจิตใจ
และด้วยเหตุนี้ลูกทุกคนจะต้องทำให้รูปของการเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกปรากฏออกมา
การให้คุณประโยชน์ต่อตนเองนั้นจะถูกรวมอยู่ในการทำงานรับใช้ให้คุณประโยชน์โลกโดยอัตโนมัติและอย่างง่ายดาย
เพราะความสูญเปล่าจะเกิดขึ้นหากจิตใจของลูกว่างเปล่า
อย่างไรก็ตามหากจิตใจของลูกไม่ว่างเว้นในการจดจ่ออยู่กับงานที่เป็นประโยชน์
ความคิดที่ไร้ประโยชน์เหล่านั้นก็จะหมดไปอย่างง่ายดายเช่นกัน ดังนั้น
เมื่อบัพดาดาท่องไปในสถานที่ต่างๆทุกหนแห่งทั้งในดินแดนนี้และในต่างประเทศ
และได้เห็นลูกๆที่ไม่มีความรู้นี้ ท่านก็รู้สึกเมตตา
และนี่คือเหตุผลที่ลูกทุกคนจะต้องกลายเป็นผู้ขจัดความทุกข์และผู้ประทานความสุขในเวลานี้
ดูสิ
โฮลีของลูกนั้นแตกต่างจากโฮลีของผู้คนในโลกนี้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม
บัพดาดาเคยบอกลูกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า
บรรดาผู้เลื่อมใสศรัทธาของลูกนั้นฉลาดในการลอกเลียนแบบทุกสิ่งที่ลูกได้ทำไว้
เพราะพิธีกรรมทั้งหมดเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยดวงวิญญาณที่มาจากยุคทองแดง
นั่นเป็นชาติเกิดแรกของพวกเขา
และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สติปัญญาของพวกเขานั้นซาโตประธานด้วยเช่นกัน
มันเป็นกฎที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเริ่มต้นด้วยความบริสุทธิ์สูงสุด (ซาโตประธาน)
ก่อน แล้วจึงค่อยๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่สภาพที่ราโจ และตาโม ดังนั้น ในเวลานั้น
สติปัญญาของพวกเขาจึงยังมีความบริสุทธิ์ (ซาโต) ในแบบของตนเอง
และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาลอกเลียนแบบคุณสมบัติพิเศษทุกอย่างของลูก
ลูกนั้นคงอยู่ในความสุขด้วยความกระตือรือร้นอยู่เสมอและดังนั้นพวกเขาจึงได้เริ่มนำสิ่งนั้นมาเฉลิมฉลองอย่างเป็นเทศกาล
ในวันชีพราตรีลูกเคยได้รับการบอกมาแล้วว่า
พวกเขามีความฉลาดในการลอกเลียนแบบมากเพียงใด ในทำนองเดียวกัน เวลานี้
ในยุคบรรจบพบกันนี้ ลูกมีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ
ดังนั้นพวกเขาจึงสร้างอนุสรณ์แห่งความกระตือรือร้นของลูกขึ้นมาในรูปแบบของเทศกาลแห่งความกระตือรือร้น
แล้วพวกเขาทำอะไรในเทศกาลโฮลี?
ลูกเองก็ได้รับการแต่งแต้มสีสันให้กับชีวิตของตนเองเช่นกัน แต่สีสันของลูกคืออะไร?
สีสันที่ลูกทุกคนมีคือสีสันของการได้อยู่เป็นมิตรร่วมทางของพ่อ
ลูกอยู่ในสีสันของการเป็นมิตรร่วมทางกับพ่อตลอดเวลาใช่หรือไม่? ดังนั้น
พวกเขาจึงได้สร้างสีสันขึ้นมาเช่นกัน แต่เนื่องจากพวกเขามีจิตสำนึกที่เป็นร่าง
พวกเขาจึงเข้าใจว่าสีสันนี้เป็นเพียงสีทางวัตถุทางกายภาพ
อย่างไรก็ตามลูกทุกคนดำรงตนอยู่ในสีสันนี้อย่างต่อเนื่องในยุคบรรจบพบกันที่ให้คุณประโยชน์นี้
ลูกยังคงได้รับการแต่งแต้มด้วยสีสันของการอยู่ร่วมกับพ่อใช่หรือไม่?
ลูกได้แต่งแต้มสีสันให้กับตนเองแล้วใช่ไหม?
ลูกได้รับการแต่งแต้มด้วยสีสันของการเป็นมิตรร่วมทาง ซึ่งในภาษาอังกฤษ คำว่า 'Holy'
(โฮลี) กล่าวกันว่าหมายถึงความบริสุทธิ์ ดังนั้น ลูกจึงกลายเป็น 'Holy'
นั่นคือบริสุทธิ์ในสีสันของการเป็นมิตรร่วมทางกับพ่อ
ลูกกลายเป็นผู้บริสุทธิ์แล้วใช่หรือไม่?
ลูกทุกคนกำลังถือสัตย์ปฏิญาณของความบริสุทธิ์อยู่ใช่ไหม? และสิ่งนี้มั่นคงไหม?
ลูกอาจจะลดหลั่นกันไปตามลำดับ
แต่การเป็นบราห์มินนั้นหมายถึงการถือสัตย์ปฏิญาณของความบริสุทธิ์
เพราะพ่อนั้นบริสุทธิ์เสมอ ท่านเป็นรูปชองความบริสุทธิ์
ท่านไม่ต้องกลายเป็นสิ่งนั้น เพราะรูปของท่านคือความบริสุทธิ์อยู่แล้ว
แล้วลูกรู้หรือไม่ว่าความพิเศษของเทศกาลโฮลีคืออะไร?
นั่นคือการที่ลูกกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ และเมื่อลูกอยู่ในสีสันของการเป็นมิตรร่วมทาง
(กับท่าน) ลูกก็จะกลายเป็นผู้ที่บริสุทธิ์เป็นสองเท่า
ผู้ก่อตั้งศาสนาและดวงวิญญาณผู้ชอบธรรมต่างก็กลับมาบริสุทธิ์
แต่พวกเขาทำได้เพียงแค่ให้ดวงวิญญาณของตนบริสุทธิ์เท่านั้น
ส่วนลูกนั้นจะกลับมาบริสุทธิ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจในอนาคต ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น
บรรดาผู้ที่มาจากยุคทองแดงทั้งหมดสามารถใช้ความพยายามที่จะกลับมาบริสุทธิ์ได้
แต่ไม่มีใครเลยที่จะกลับมาบริสุทธิ์ทั้งสองทาง
นั่นคือทั้งทางร่างกายที่บริสุทธิ์และดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์
เมื่อลูกมีสิทธิ์ในอาณาจักรในอนาคต
เมื่อนั้นทั้งดวงวิญญาณและร่างกายของลูกจะบริสุทธิ์ เมื่อวนไปรอบวงจร
บรรดาผู้ที่มาจากยุคทองแดง ตั้งแต่ยุคทองแดงมาจนถึงตอนนี้
มีใครบ้างที่กลับมาบริสุทธิ์เป็นสองเท่า?
แล้วลูกกลายเป็นผู้ที่บริสุทธิ์เป็นสองเท่าและยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร?
ลูกได้รับการแต่งแต้มสีสันด้วยสีสันใด?
ลูกได้รับการแต่งแต้มสีสันด้วยสีสันของการเป็นมิตรร่วมทางกับพระเจ้า ดังนั้น
เช่นเดียวกับที่ดวงวิญญาณสูงสุดมีความบริสุทธิ์
ลูกเองก็จะอยู่อย่างบริสุทธิ์เป็นสองเท่าเป็นเวลาถึง 21 ชาติเกิดด้วยเช่นกัน
แม้แต่เหล่าผู้ก่อตั้งศาสนาที่ลงมาก็ไม่ได้บริสุทธิ์เป็นสองเท่า นี่คือโชคของลูก
เพราะลูกคงอยู่อย่างเป็นมิตรร่วมทางกับพระเจ้า
ลูกคงอยู่ในสีสันจากการเป็นมิตรร่วมทางกับท่านอย่างเหนียวแน่นมากจนลูกกลายเป็นผู้บริสุทธิ์เป็นสองเท่า
อีกความหมายหนึ่งของคำว่า "โฮลี" (Holi) คือ "โฮ ลี" (ho li) ซึ่งหมายความว่า "มันได้เกิดขึ้นและจบลงไปแล้ว"
สิ่งที่ผ่านไปแล้วคืออดีต มันเป็นเรื่องของอดีต ให้อดีตเป็นอดีต
ลูกรู้วิธีที่จะปล่อยให้อดีตเป็นอดีตหรือไม่? อะไรที่เกิดขึ้นไปแล้ว
มันก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ความหมายของคำว่า "โฮ ลี" คืออะไร? นั่นคือ
อดีตก็คืออดีต ด้วยเหตุนี้ ลูกจึงคงความศักดิ์สิทธิ์เป็นสองเท่าเป็นเวลาถึง 21
ชาติเกิด ไม่ใช่เพียงแค่ชาติเกิดเดียว
เพราะทุกวินาทีของยุคบรรจบพบกันนั้นมีความเชื่อมโยงกับ 21 ชาติเกิด
หากลูกใช้เวลาเพียงหนึ่งวินาทีหรือหนึ่งนาทีที่นี่ไปในทางที่มีค่าแล้ว ทั้ง 21
ชาติเกิดของลูกก็จะมีค่าเช่นกัน นั่นคือสิ่งที่รับประกันได้
แล้วลูกได้เฉลิมฉลองโฮลีเช่นนั้นหรือไม่?
ลูกรู้วิธีที่จะปล่อยให้อดีตเป็นอดีตหรือไม่?
สิ่งใดที่เกิดขึ้นในอดีตก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว
แล้วสิ่งที่สามที่พวกเขาทำคืออะไร? อย่างแรกพวกเขาเผาบางสิ่งบางอย่างก่อน
แล้วจึงเฉลิมฉลอง แล้วลูกล่ะได้ทำอะไร? ลูกได้เผาความอ่อนแอและซันสการ์
ซึ่งเคยเป็นซันสการ์ที่ผิดพลาดมาหลายชาติเกิดด้วยไฟแห่งโยคะแล้วใช่หรือไม่?
ลูกเผามันไปหมดแล้วหรือว่ายังคงต้องเผามันอยู่?
ลูกได้เผาสิ่งเหล่านั้นไปแล้วหรือยัง?
ลูกคนไหนที่คิดว่าตนเองได้เผาซันสการ์ของตนในไฟของโยคะจนตอนนี้มันมอดไหม้ไปหมดแล้ว
ยกมือขึ้น! มันถูกเผาไปหมดแล้วหรือว่ามันยังย้อนกลับมาอีก?
มันยังย้อนกลับมาอีกเล็กน้อยไหม?
เวลาที่ลูกส่งชาร์ทให้กับบัพดาดาลูกบอกว่าส่วนใหญ่ของสิ่งเหล่านั้นหมดไปแล้ว
ลูกฉลาดในการพูดสิ่งนี้ ลูกบอกว่าส่วนใหญ่ได้จบสิ้นไปแล้ว
แต่บางครั้งมันก็ยังปรากฏขึ้นมาบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คำว่า "เผา"
ก็หมายถึงการเผาจนมอดไหม้จริงๆ เพราะหลังจากที่สิ่งใดถูกเผาไปแล้ว
จะไม่มีแม้แต่ชื่อหรือร่องรอยหลงเหลืออยู่เลย หลังจากที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งถูกฆ่าตาย
มันก็ยังคงมีอนุสรณ์หลงเหลืออยู่ในรูปของร่างกายที่มองเห็นได้
แต่หลังจากที่มันถูกเผาทำลายไปแล้ว มันก็จะจบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ ยกตัวอย่างเช่น
ลองดูราวันสิ เขาไม่ได้แค่ถูกฆ่าตายเท่านั้น แต่ยังถูกเผาอีกด้วย
เพื่อให้ชื่อและร่องรอยทั้งหมดดับสูญไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น
ลูกทุกคนจะต้องจดจำและสังเกตตนเองด้วยว่าลูกเพียงแค่ฆ่าซันสการ์เก่าเหล่านั้น
หรือว่าลูกได้เผามันไปแล้ว? ลูกได้เผามันไปแล้วหรือยัง?
หากลูกยังไม่ได้เผาซันสการ์เก่าเหล่านั้น มันก็จะปรากฏขึ้นมาเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม
เหล่าผู้เลื่อมใสศรัทธาก็ได้ลอกเลียนแบบสิ่งนี้ไปทั้งหมด ลูกเผามัน (ซันสการ์เก่า)
พวกเขาก็เผาทุกสิ่งทุกอย่างแล้วจึงค่อยเฉลิมฉลองเช่นกัน
พวกเขาจะไม่เฉลิมฉลองสิ่งใดเลยหากยังไม่ได้เผาสิ่งนั้นก่อน
ลูกกลายเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ (Holy) ด้วยการเผาซันสการ์ของลูก
บางคนกำลังกลายเป็นเช่นนั้น และบางคนก็กลายเป็นเช่นนั้นไปแล้ว
แล้วลูกได้เฉลิมฉลองเทศกาลโฮลี (Holi) หรือยัง?
นั่นคือสีสันของการได้เป็นมิตรร่วมทางกับพ่อ?
ตอนนี้ลูกกำลังนั่งอยู่อย่างเป็นมิตรร่วมทางกับท่าน
ดังนั้นลูกจึงได้เฉลิมฉลองโฮลีด้วยสีสันของการเป็นมิตรร่วมทางกับท่านแล้วใช่ไหม?
ลูกได้เฉลิมฉลองสิ่งนี้แล้วหรือยัง? ยกมือขึ้น! ลูกได้เฉลิมฉลองมันแล้ว
การเฉลิมฉลองโฮลี (holi) หมายถึงการกลายเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ (Holy)
และมีความบริสุทธิ์ พ่อเป็นเช่นไร ลูกก็เป็นเช่นนั้น ตัวอย่างเช่น
หากซันสการ์ที่ยังไม่ได้ถูกเผาปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ลูกจะชอบมันไหม?
ลูกมีความคิดว่าลูกจะต้องเผามันด้วยความพยายามอันแรงกล้าอย่างแน่นอน
ลูกไม่ใช่เพียงแค่ฆ่ามันเฉยๆ ในบางกรณี ลูกเพียงแค่ฆ่าซันสการ์นั้น
แต่สิ่งที่ถูกฆ่าไปนั้นบางครั้งก็อาจจะกลับมามีชีวิตใหม่ได้อีก อย่างไรก็ตาม
หากลูกเผามัน มันก็จะไม่มีวันปรากฏขึ้นมาอีกเลย
แล้ววันนี้
ลูกจะเผามันหรือแค่ฆ่ามันเฉยๆ? ลูกมีพลังที่จะเผามันหรือไม่? ลูกมีพลังนี้ไหม?
ลูกสามารถมีความคิดเช่นนี้ได้หรือไม่?
บางคนบอกว่าพวกเขาได้มีการสนทนาจากใจถึงใจกับบัพดาดา พวกเขามีการสนทนาที่แสนหวานมาก
พวกเขาบอกว่า "บาบา ลูกพยายามอย่างมากแล้ว แต่มันก็ยังปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
ลูกไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น แต่มันก็ปรากฏขึ้นมาอีกจนได้"
ลูกรู้ไหมว่าสาเหตุคืออะไร? ลูกเผามัน และบัพดาดาก็เห็นสิ่งนั้น
ลูกใช้ความพยายามอย่างมาก แต่ควบคู่ไปกับความพยายามนั้น
ลูกจำเป็นต้องมีความคิดที่มุ่งมั่นด้วย ความมุ่งมั่นคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
ไม่ว่าลูกจะมีความคิดที่มุ่งมั่นอะไรก็ตาม คำว่า "มุ่งมั่น"
นั้นหมายความว่าสิ่งนั้นจะไม่ย้อนกลับมาอีก แล้วลูกก็พูดสิ่งที่แสนหวานมาก
ลูกรู้ไหมว่าลูกพูดอะไรเมื่อสิ่งเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง?
ลูกทุกคนต่างก็มีการสนทนาจากใจถึงใจเช่นนี้ใช่ไหม?
ลูกมีการสนทนาจากใจถึงใจที่แสนหวานมาก ลูกพูดว่า "ลูกไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น
แต่มันก็เกิดขึ้น"
ดังนั้นสิ่งนี้หมายความว่าลูกยังไม่มีพลังหรือความมุ่งมั่นมุ่งมั่นที่มากพอ
จงกลายเป็นผู้ที่มีความคิดที่มุ่งมั่นว่า "ฉันต้องทำสิ่งนี้"
จากนั้นให้หมั่นตรวจสอบความคิดที่มุ่งมั่นนั้นในแต่ละวัน
และดูว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ความมุ่งมั่นนั้นอ่อนกำลังลง
และจงใส่ใจเป็นพิเศษกับสถานการณ์นั้นเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
จงนั่งอยู่บนที่นั่งของการเป็นนายที่ทรงอำนาจ และมีความคิดที่จะจบสิ้นซันสการ์นั้น
แล้วก็จบสิ้นมันให้สำเร็จ! ลูกบางคนกล่าวว่า
บางครั้งพวกเขารู้สึกว่าพลังบางอย่างไม่ปรากฏออกมาในเวลาที่ต้องการ
ทั้งที่พวกเขามีพลังเหล่านั้นอยู่แล้ว แต่ในบางครั้ง
เมื่อพวกเขาต้องการที่จะดึงพลังเฉพาะอย่างออกมาใช้ในเวลาใดเวลาหนึ่ง
พลังนั้นกลับไม่ปรากฏออกมา ลูกคือนายผู้ทรงอำนาจ สมญาของลูกคืออะไร?
คือนายผู้ทรงอำนาจ อย่างไรก็ตาม ลูกกลับพูดว่าอย่างไร?
กลับพูดว่าพลังนั้นไม่ปรากฏขึ้นในเวลานั้น อะไรคือสาเหตุของเรื่องนั้น?
นั่นเป็นเพราะลูกไม่ได้นั่งอยู่บนที่นั่งของนายผู้ทรงอำนาจซึ่งมีพลังทั้งหมด
แม้กระทั่งในตอนนี้ เมื่อลูกไปทำงานที่สำนักงานของลูก
ลูกก็ยังต้องเชื่อฟังผู้ที่ออกคำสั่งด้วยอำนาจนั้นใช่หรือไม่?
แล้วลูกจะไปเชื่อฟังคนอื่นที่อาจจะมาออกคำสั่งเหล่านั้นกับลูกด้วยไหม?
ที่นั่งของลูกคือที่นั่งของนายผู้ทรงอำนาจ เมื่อลูกไม่ได้นั่งอยู่บนที่นั่งนั้น
แม้ว่าลูกจะพยายามที่จะเรียกใช้พลัง พลังนั้นก็จะไม่ปรากฏออกมาในเวลานั้น
ด้วยเหตุนี้ บัพดาดาจึงได้บอกลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้นตลอดเวลา
ตลอดทั้งวัน จงทำให้พลังหนึ่งปรากฏขึ้นมา
และในบางครั้งก็ทำให้อีกพลังหนึ่งปรากฏขึ้นมาเพื่อดูว่าพลังเหล่านั้นมีอานุภาพเพียงใด
หากลูกยังคงมีประสบการณ์เช่นนี้และยังคงนั่งอยู่บนที่นั่งของลูก
พลังทั้งหลายก็จะปรากฏอยู่ตรงหน้าลูกอยู่เสมอ
พลังเหล่านั้นเป็นพลังของลูกเองมิใช่หรือ? แล้วลูกได้เฉลิมฉลองโฮลีกันแล้วหรือยัง?
ลูกเฉลิมฉลองโฮลีกันอยู่เสมอ
จงแต่งแต้มสีสันให้ตัวเองด้วยสีสันของการเป็นมิตรร่วมทางกับพ่ออยู่เสมอ
ลูกได้รับการแต่งแต้มด้วยสีสันนั้นแล้วใช่ไหม? อัจชะ
วันนี้
บัพดาดาให้ความเคารพในตนเองนี้แก่ลูกทุกคนว่า:
ลูกแต่ละคนจะต้องกลายเป็นดวงวิญญาณพิเศษด้วยความคิดที่มุ่งมั่นนี้
เมื่อมีความคิดแล้วสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นจริง สิ่งนี้เรียกว่าความคิดที่มุ่งมั่น
ลูกบางคนบอกว่าตนมีความคิดที่มุ่งมั่นแล้ว อย่างไรก็ตาม
ความมุ่งมั่นหมายถึงความสำเร็จ หากลูกไม่ประสบความสำเร็จ
ก็ไม่อาจเรียกสิ่งนั้นว่าความมุ่งมั่นได้ ดังนั้นเวลานี้ ขอให้ลูกมีความมุ่งมั่น!
จงนำความเคารพในตนเองอันพิเศษนี้เข้ามาสู่สำนึกรู้ของลูกทุกวันในเวลาอมฤต
และก้าวเดินไปข้างหน้าในวิถีทางนี้ต่อไป ช่วงเวลาของยุคบรรจบพบกันนี้น่ารักมาก
หนึ่งวินาทีนั้นไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งวินาที
แต่ในหนึ่งวินาทีนั้นเปรียบเสมือนการได้มาซึ่งการบรรลุผลเทียบเท่ากับเวลาหนึ่งปี
ด้วยเหตุนี้บัพดาดาจึงคอยพูดเสมอว่าอย่าปล่อยให้แม้แต่วินาทีเดียวต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
อย่าปล่อยให้แม้แต่ความคิดเดียวต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
จงเป็นผู้ที่ทรงพลังและทำให้ผู้อื่นทรงพลังเช่นกัน โอเคไหม?
ถึงลูกๆ
ผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในทุกหนแห่ง ที่พูดว่า "บาบาของฉัน บาบาของฉัน" ในทุกย่างก้าว
และกำลังโบยบินไปข้างหน้า
ถึงผู้ที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยความพยายามอันแรงกล้าและช่วยผลักดันให้ผู้อื่นก้าวไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน
ถึงเพชรพลอยแห่งแสงที่หลอมรวมอยู่ในหัวใจของบัพดาดา
บาบาให้ความรักมากมายจากหัวใจของท่านแก่ลูก พร้อมกันนี้
บาบายังขอแสดงความยินดีเนื่องในเทศกาลโฮลี (Holi)
เพราะลูกคือผู้ที่ศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
อันที่จริงแล้วไม่มีใครอื่นที่จะมีความศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์เป็นสองเท่าได้
มีเพียงลูกเท่านั้นที่กลายเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์เป็นสองเท่า ดังนั้น
ขอแสดงความยินดีหลายล้านเท่า
พร:
ขอให้ลูกกลายเป็นตัวของการสละละทิ้ง ผู้ซึ่งมีสติปัญญาที่มีความศรัทธา
และทำให้บัพดาดาอุทิศตนต่อลูก
"เมื่อได้พบพ่อแล้ว
ฉันก็ได้พบทุกสิ่ง" เมื่อผู้ที่มีความซาบซึ้งนี้ได้สละละทิ้งทุกสิ่ง
และเมื่อลูกๆผู้มีสติปัญญาเปี่ยมด้วยศรัทธาเช่นนั้นได้สัมผัสกับความปิติยินดี
ความสงบ พลัง และความสุขจากพ่อ พวกเขาจะไม่มีความกังวลกับความคิดเห็นของผู้คน
แต่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องในทุกย่างก้าว
พวกเขาจะสัมผัสได้ว่าทุกสิ่งในโลกนี้ช่างไร้รสชาติและปราศจากแก่นสารสาระใดๆ (ความเข้มแข็ง)
บัพดาดาจะอุทิศตัวท่านเองพร้อมด้วยความมั่งคั่งทั้งหมดให้แก่ลูกๆเช่นนั้น
ผู้ซึ่งเป็นตัวของการสละละทิ้งและมีสติปัญญาที่มีความศรัทธาเช่นนี้
เช่นเดียวกับที่ลูกๆมีความคิดว่า "บาบา ฉันเป็นของท่าน" บาบาเองก็กล่าวเช่นกันว่า "สิ่งใดก็ตามที่เป็นของพ่อ
สิ่งนั้นย่อมเป็นของลูก"
คติพจน์:
โยคีที่ง่ายดาย
คือผู้ที่แผ่กระจายกระแสพลังแห่งความรักของพ่อออกไปด้วยทุกความคิดและการกระทำของเขา
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
สัมผัสกับสภาพเพียบพร้อมและสมบูรณ์พร้อมเช่นเดียวกับพ่อบราห์มา
ลูกดวงวิญญาณบราห์มินทั้งหลายได้ให้คำสัตย์ปฏิญาณไว้ตั้งแต่ตอนที่ลูกถือกำเนิดมาว่าจะต้องกลับมาเพียบพร้อมและสมบูรณ์พร้อมเช่นเดียวกับพ่อบราห์มา
เช่นเดียวกับที่ลูกใช้คำว่า "พร้อมเสมอ" ในทำนองเดียวกัน เวลานี้
ขอให้ลูกมีความพร้อมเสมอที่จะมีความเพียบพร้อมและสมบูรณ์พร้อมด้วยเช่นกัน
อย่าได้มีความประมาทและไม่ระมัดระวังใดๆ ในเรื่องนี้เลย