03.01.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆที่แสนหวาน เฝ้าแต่ทำตามศรีมัทในทุกย่างก้าว
อย่าสับสนว่าการกำหนดเหล่านี้เป็นการกำหนดของบราห์มาหรือการกำหนดของชีพบาบา
คำถาม:
สิ่งที่ลึกล้ำใดที่ลูกที่มีสมองที่ดีเข้าใจอย่างง่ายดาย?
คำตอบ:
ลูกๆผู้ที่มีสมองที่ดีเข้าใจอย่างง่ายดายว่าเป็นบราห์มาหรือชีพบาบาที่กำลังอธิบาย
บางคนสับสนเกี่ยวกับสิ่งนี้ บาบาพูดว่าลูกๆ บัพและดาด้าทั้งสองอยู่ด้วยกัน
ดังนั้นอย่าสับสน เฝ้าแต่ก้าวไปขณะที่คิดว่ามันเป็นศรีมั
บาบารับผิดชอบสำหรับการกำหนดใดๆที่ลูกได้รับจากบราห์มา
โอมชานติ
พ่อทางจิตกำลังอธิบายแก่ลูก
ลูกเข้าใจว่าเพียงลูกเท่านั้นที่ตระหนักรู้จักพ่อทางจิตวิญญาณ
ไม่มีมนุษย์คนใดในโลกรู้จักพ่อทางจิตวิญญาณ
ผู้ที่ถูกเรียกว่าพระเจ้าผู้เป็นพ่อและพ่อสูงสุดดวงวิญญาณสูงสุด
เป็นไปในเวลาที่พ่อทางจิตวิญญาณมาเท่านั้นที่ท่านสามารถให้การตระหนักรู้จักนั้นแก่ลูกๆทางจิตวิญญาณ
ความรู้นี้ทั้งไม่คงอยู่ในตอนเริ่มต้นของโลกและก็ไม่คงอยู่ในตอนสุดท้ายของโลก
ตอนนี้ลูกได้รับความรู้ว่านี่คือการบรรจบกันของตอนท้ายของโลกเก่าและตอนเริ่มต้นของโลกใหม่เมื่อลูกไม่รู้จักยุคบรรจบพบกันนี้
ลูกจะรู้จักพ่อได้อย่างไร พวกเขาพูดว่าโอ ผู้ทำให้บริสุทธิ์มาเถิด
มาและทำให้เราบริสุทธิ์เถิด
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่รู้ว่าใครคือผู้ทำให้บริสุทธิ์หรือเมื่อใดที่ท่านมา
พ่อพูดว่าไม่มีใครรู้จักพ่ออย่างที่พ่อเป็นหรือในสิ่งที่พ่อเป็น
เป็นไปในเวลาที่พ่อมาและให้คำแนะนำของพ่อแก่ลูกเท่านั้นที่ใครบางคนรู้จักพ่อ
เพียงครั้งเดียวเท่านั้นในยุคบรรจบพบกันที่พ่อให้คำแนะนำของตัวพ่อเองและตอนเริ่ม
ตอนกลางและตอนจบของโลกแก่ลูก พ่อมาเพียงครั้งเดียวทุกๆวงจร
ไม่ว่าอะไรก็ตามที่พ่ออธิบายแก่ลูกนั้นหายไปในเวลาต่อมา
ไม่มีมนุษย์คนใดตั้งแต่ยุคทองถึงตอนท้ายของยุคเหล็กที่รู้จักพ่อ
พ่อสูงสุดและพวกเขาก็ไม่รู้จักบราห์มา วิษณุหรือชางก้าร์ เป็นมนุษย์ที่เรียกหาพ่อ
บราห์มา วิษณุและชางก้าร์ไม่ได้เรียกหาพ่อ
เป็นไปในเวลาที่มนุษย์มีประสบการณ์กับความทุกข์ที่พวกเขาเรียกหา
ไม่มีเรื่องของสิ่งนี้ในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน
พ่อทางจิตวิญญาณมาและนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกทางจิตวิญญาณของท่าน
นั่นคือแก่ลูกจิตวิญญาณ อัชชา อะไรคือชื่อของพ่อทางจิตวิญญาณ?
ผู้ที่ถูกเรียกว่าบาบาต้องมีชื่ออย่างแน่นอน
เพียงชื่อเดียวชีวาที่ได้รับการจดจำอย่างแท้จริง
ชื่อของผู้เดียวนั้นโด่งดังมากแต่มนุษย์ได้ให้ชื่อมากมายแก่ท่าน
ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา แม้ว่าชื่อยังคงเป็นชีว่า
พวกเขาสร้างรูปลิงกัมด้วยสติปัญญาของตนเอง พ่อพูดว่า พ่อมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
พ่อมาและให้มรดกของการหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิตแก่ลูก
แม้ว่ามนุษย์พูดถึงดินแดนของการหลุดพ้นและดินแดนนิพพาน พวกเขาก็ไม่เข้าใจสิ่งใด
พวกเขาทั้งไม่รู้จักพ่อและไม่รู้จักเหล่าเทพ
ไม่มีใครเข้าใจว่าพ่อมาในบารัติและก่อตั้งอาณาจักรอย่างไร
ไม่มีสิ่งใดเหล่านี้ที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์
พ่อทางจิตวิญญาณมาและก่อตั้งศาสนาเทพอย่างไร
ไม่ใช่ว่าเหล่าเทพในยุคทองมีความรู้ที่หายไปแล้ว ไม่เลย ถ้าเทพมีความรู้นี้
ความรู้ก็จะดำเนินต่อไปตั้งแต่ตอนนั้น ความรู้ของผู้คนของอิสลาม
และชาวพุทธดำเนินต่อไป ลูกทั้งหมดเข้าใจว่าความรู้นี้หายไปเมื่อพ่อมา
พ่อชำระล้างดวงวิญญาณทีไม่บริสุทธิ์และผู้ที่สูญเสียอาณาจักรของพวกเขาไปให้กลับมาบริสุทธิ์
เคยมีอาณาจักรของลูกในบารัต ดังนั้นลูกสูญเสียอาณาจักรไปอย่างไร
ไม่มีใครรู้สิ่งนี้เช่นกัน เหตุนี้เองพ่อจึงพูดว่าสติปัญญาของลูกกลับมาตกต่ำมาก
พ่อมาและให้ความรู้นี้แก่ลูกแล้วก็ให้ผลรางวัลของลูกแก่ลูก
แล้วลูกทั้งหมดก็ลืมทุกสิ่ง ลูกลืมทุกสิ่งว่าพ่อมาและให้คำสอนทั้งหมดแก่ลูกอย่างไร
สิ่งนี้ถูกกำหนดไว้ในละครเช่นกันลูกจำเป็นต้องมีสติปัญญาที่กว้างใหญ่ที่จะไตร่ตรองมหาสมุทรของความรู้นี้
พ่อพูดว่าในยุคทองและยุคเงิน ลูกไม่ศึกษาคัมภีร์ที่ลูกเคยศึกษาในภายหลัง
คัมภีร์เหล่านั้นไม่ได้คงอยู่ที่นั่น ลูกลืมความรู้นี้ ดังนั้นกีตะและคัมภีร์ ฯลฯ
มาจากที่ไหน ผู้ที่ได้ยินกีตะและได้มาซึ่งสถานภาพไม่เข้าใจสิ่งใด ดังนั้น
ผู้อื่นเหล่านั้นจะเข้าใจสิ่งใดได้อย่างไร
แม้ว่าเหล่าเทพไม่สามารถรู้ว่าพวกเขาเปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดาเป็นเทพอย่างไรบทบาทของการเพียรพยายามของลูกก็สิ้นสุดลงและผลรางวัลของลูกก็เริ่มต้น
ความรู้นี้คงอยู่ที่นั่นได้อย่างไร
พ่ออธิบายว่าลูกกำลังได้รับความรู้นี้อีกครั้งเช่นที่ลูกเคยได้รับในวงจรที่แล้ว
ลูกได้รับการสอนราชาโยคะแล้วได้รับผลรางวัล ไม่มีความตกต่ำใดๆที่นั่น
ดังนั้นคำถามเกี่ยวกับความรู้นี้ไม่สามารถเกิดขึ้นที่นั่น
ความรู้นี้เป็นไปสำหรับการได้มาซึ่งการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลส
เป็นพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ให้สิ่งนี้แก่ลูก
คำว่าการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลสและความตกต่ำปรากฏขึ้นที่นี่เพียงผู้คนของบารัตเท่านั้นที่ได้รับการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่
พวกเขาเชื่อว่าพระเจ้าแห่งสวรรค์ผู้เป็นพ่อสร้างสวรรค์พวกเขาไม่รู้สิ่งใดว่าสวรรค์ถูกสร้างขึ้นเมื่อใด
มีการกล่าวถึงนับแสนปีในคัมภีร์ พ่อพูดว่าลูกๆ
พ่อกำลังให้ความรู้นี้แก่ลูกอีกครั้งแล้วเมื่อความรู้นี้หายไป
ความเลื่อมใสศรัทธาก็เริ่มขึ้น เป็นเวลาครึ่งวงจร
มีความรู้นี้และเป็นเวลาครึ่งวงจรที่มีความเลื่อมใสศรัทธา
ไม่มีใครเข้าใจสิ่งนี้เช่นกัน พวกเขาให้ระยะเวลานับแสนปีกับยุคทอง ดังนั้น
พวกเขาจะเข้าใจสิ่งใดได้อย่างไร ถ้าพวกเขาลืมทุกสิ่งของเพียง 5,000 ปี
พวกเขาจะรู้สิ่งใดเกี่ยวกับแสนปีได้อย่างไร พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งใดเลย
พ่ออธิบายทุกสิ่งอย่างง่ายมาก ระยะเวลาของแต่ละวงจรคือ 5,000 ปีและมีเพียง 4
ยุคในนั้น 4 ยุคมีระยะเวลา 1,250 ปีเท่ากันในแต่ละยุค
นี่คือยุคเล็กๆที่สั้นๆของบราห์มิน เมื่อเปรียบเทียบกับ 4 ยุค ยุคนี้สั้นมาก
พ่ออธิบายประเด็นใหม่แก่ลูกในหลายวิธีต่างๆกัน ดังนั้น
ลูกต้องสร้างสมประเด็นเหล่านั้น
ลูกต้องเพียรพยายามด้วยไม่ว่าท่านอธิบายอะไรแก่ลูกก็ตาม
บทบาทนั้นดำเนินต่อไปตามละคร ไม่ว่าอะไรก็ตามที่พ่อต้องบอกลูกในวันนี้
นั่นคือสิ่งที่ท่านกำลังบอกลูก มันเฝ้าแต่ปรากฏขึ้นมา ลูกเฝ้าแต่ได้ยินสิ่งนั้น
ลูกต้องเฝ้าแต่สร้างสมสิ่งนั้นและดลใจผู้อื่นให้ทำเช่นเดียวกันด้วย
พ่อไม่ต้องสร้างสมสิ่งนั้น พ่อบอกลูกและดลใจลูกให้สร้างสมสิ่งนั้น
เป็นดวงวิญญาณของพ่อที่มีบทบาทของการทำให้ผู้ที่ไม่บริสุทธิ์นั้นบริสุทธิ์
ไม่ว่าอะไรก็ตามที่พ่อเคยอธิบายแก่ลูกในวงจรที่แล้วสิ่งนั้นเฝ้าแต่ปรากฏขึ้นมา
แม้ว่าดวงวิญญาณนี้ไตร่ตรองมหาสมุทรของความรู้นี้
พ่อก็ไม่รู้ล่วงหน้าในสิ่งที่พ่อกำลังจะบอกลูก มันเป็นเรื่องราวที่ลึกล้ำมากว่า
เป็นผู้นี้ที่ไตร่ตรองทุกสิ่ง และพูดกับลูกหรือเป็นบาบาที่พูด
จำเป็นต้องมีสมองที่ดีมากสำหรับสิ่งนี้
ผู้ที่ไม่ว่างเว้นในการทำงานรับใช้ก็จะไตร่ตรองมหาสมุทรของความรู้นี้อย่างสม่ำเสมอ
ในความเป็นจริง กุมารีเป็นอิสระจากบ่วงพันธะ
พวกเขาสามารถทำให้ตนเองไม่ว่างเว้นในการศึกษาทางจิตวิญญาณนี้เพราะพวกเขาไม่ได้มีบ่วงพันธะใดๆ
กุมารีสามารถรับความรู้นี้อย่างดีมากพวกเขาต้องศึกษาและสอนผู้อื่น
พวกเขาไม่จำเป็นต้องหารายได้ เมื่อกุมารีเข้าใจความรู้นี้อย่างดีมาก
พวกเขาก็สามารถกลับมาดีมาก ถ้าพวกเขารู้คิด
พวกเขาก็จะทำให้ตนเองไม่ว่างเว้นกับการหารายได้นี้
บางคนศึกษาการศึกษาทางโลกด้วยความสนใจอย่างยิ่ง
มีการอธิบายว่าไม่มีคุณประโยชน์ใดๆในการศึกษาเหล่านั้น
ลูกสามารถศึกษาการศึกษาทางจิตวิญญาณนี้ที่นี่และทำให้ตนเองไม่ว่างเว้นกับการทำงานรับใช้
การศึกษาเหล่านั้นไม่มีประโยชน์ใดๆ
พวกเขาเพียงแต่ศึกษาแล้วก็กลายเป็นแม่บ้านและก็ทำให้ตนเองข้องแวะกับกิจกรรมของ
การครองเรือน กุมารีควรจะทำให้ตนเองข้องแวะกับความรู้นี้ ลูกต้องทำตามศรีมัท
ลูกต้องทำตามศรีมัทในทุกย่างก้าวแล้วทำให้ตนเองข้องแวะกับการสร้างสมสิ่งนี้ทั้งหมด
มาม่ามาในตอนเริ่มต้นและข้องแวะตัวเธอเองกับการศึกษานี้
ตอนนี้กุมารีมากมายได้หายไปแล้ว กุมารีมีโอกาสที่ดีมาก ถ้าลูกทำตามศรีมัท
ลูกก็สามารถกลับมาชั้นหนึ่งมาก มากมายก็สับสน
ด้วยการสงสัยว่านี่คือศรีมัทหรือการกำหนดของบราห์มา อย่างไรก็ตาม
นี่คือพาหนะของบาบา ถ้าลูกทำการศรีมัทและผู้นี้ทำผิดพลาด
แล้วผู้เดียวนั้นก็จะแก้ไขทุกสิ่งด้วยตนเอง
เพียงผ่านผู้นี้เท่านั้นที่ลูกสามารถได้รับศรีมัท จดจำเสมอว่าลูกกำลังได้รับศรีมัท
แล้วไม่ว่าอะไรก็ตามเกิดขึ้น ท่านเองรับผิดชอบ
ท่านรับผิดชอบด้วยตนเองถ้าบางสิ่งเกิดขึ้นผ่านผู้นี้ แล้วบาบาก็พูดว่าพ่อรับผิดชอบ
ความรู้นี้ถูกกำหนดไว้ในละคร ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้นี้ด้วย
ถึงอย่างไรท่านก็คือพ่อ บัพและดาด้าทั้งสองอยู่ด้วยกัน
เหตุนี้เองลูกจึงสับสนและพูดว่าฉันไม่รู้ว่าชีพบาบากำลังพูดสิ่งนี้หรือบราห์มากำลังพูดสิ่งนี้
ถ้าลูกจะเชื่อว่าเพียงชีพบาบาเท่านั้นที่ให้การกำหนดแก่ลูก ลูกก็จะไม่เคยขึ้นลง
ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ชีพบาบาอธิบายนั้นถูกต้อง ลูกพูดว่าบาบา
ท่านคือพ่อครูและกูรูของฉัน ดังนั้นลูกควรทำตามศรีมัท ใช่หรือไม่?
ลูกต้องทำตามสิ่งใดก็ตามที่ท่านบอกลูก คิดเสมอว่าเป็นชีพบาบาที่กำลังพูดกับลูก
ท่านคือผู้ให้คุณประโยชน์ ความรับผิดชอบสำหรับผู้นี้อยู่กับผู้เดียวนั้น
ผู้นี้คือพาหนะของท่าน
ทำไมลูกจึงสับสนและพูดว่าฉันไม่รู้ว่านี่คือคำแนะนำของบราห์มาหรือคำแนะนำของชีพบาบา
ทำไมลูกถึงไม่เข้าใจว่าเป็นเพียงชีพบาบาเท่านั้นที่กำลังอธิบายทุกสิ่ง
เฝ้าแต่ทำสิ่งทำสิ่งที่ศรีมัทบอกลูก ทำไมลูกถึงทำตามการกำหนดของผู้อื่นเล่า?
เมื่อลูกทำตามศรีมัท ลูกจะไม่เคยง่วงนอน อย่างไรก็ตาม
ลูกไม่สามารถทำตามศรีมัทเพราะลูกสับสน
บาบาพูดว่ามีศรัทธาในศรีมัทแล้วพ่อจึงจะรับผิดชอบ ถ้าลูกไม่มีศรัทธา
พ่อก็ไม่รับผิดชอบ เข้าใจอย่างสม่ำเสมอว่าลูกต้องทำตามศรีมัท เมื่อมีการร้องเพลงว่า
“ไม่ว่าท่านรักเราหรือไม่ว่าท่านทุบตีเรา…” มีการร้องคำพูดนี้เกี่ยวกับผู้เดียวนั้น
ไม่มีเรื่องของการเตะใครในสิ่งนี้ อย่างไรก็ตามมันยากมากสำหรับใครๆที่จะมีศรัทธา
ถ้าลูกจะมีศรัทธาที่สมบูรณ์ ลูกจะไปถึงสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมของลูก
แต่เวลานั้นจำเป็นที่จะไปถึงสภาพนั้น นั่นจะเป็นสภาพของลูกในตอนสุดท้าย
ศรัทธาของลูกเกี่ยวกับเรื่องราวนี้จำเป็นต้องไม่สั่นคลอน
ชีพบาบาไม่สามารถทำความผิดพลาดได้เลย ผู้นี้สามารถทำความผิดพลาด ผู้นี้คือบราห์มา
เราทั้งสองอยู่ด้วยกัน
อย่างไรก็ตามลูกต้องมีศรัทธาว่าเป็นที่ชีพบาบาที่กำลังอธิบายและลูกต้องทำตามสิ่งที่ท่านพูดด้วยเช่นกันดังนั้น
เฝ้าแต่ก้าวไปด้วยการคิดว่าเป็นศรีมัทของบาบาแล้วสิ่งใดที่ผิดก็จะถูกทำให้ถูกต้อง
ในบางกรณีมีความเข้าใจผิด
มุรลีของชีพบาบาและบราห์มาต้องเป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจนมาก
ไม่เป็นไรว่าบาบาพูดสิ่งนั้นหรือผู้นี้พูดสิ่งนั้น ไม่ใช่ว่าบราห์มาไม่พูดเลย
อย่างไรก็ตาม บาบาอธิบายสิ่งนี้
เพียงแต่เข้าใจว่าบราห์มาไม่รู้สิ่งใดและเป็นชีพบาบาที่กำลังพูดทุกสิ่ง “ฉันกำลังอาบน้ำให้พาหนะของชีพบาบา
ฉันกำลังรับใช้ในครัวของชีพบาบา” ถ้าลูกเพียงแต่จดจำสิ่งนี้ นั่นก็ดีมากด้วย
ทำทุกสิ่งขณะที่คงอยู่ในการจดจำชีพบาบาและลูกจะสามารถไปล้ำหน้าผู้คนมากมาย
สิ่งหลักคือการจดจำชีพบาบา ก็คืออัลฟ่าและเบต้าและที่เหลือทั้งหมดคือรายละเอียด
สนใจสิ่งใดก็ตามที่พ่ออธิบาย เพียงพ่อเท่านั้นที่เป็นผู้ทำให้บริสุทธิ์
และท่านเท่านั้นที่เปลี่ยนศูทรที่ไม่บริสุทธิ์เป็นบราห์มิน
ท่านชำระล้างบราห์มินเท่านั้นให้บริสุทธิ์ ท่านไม่ได้ชำระล้างศูทร
ไม่มีสิ่งใดเหล่านี้ที่ถูกกล่าวถึงในภควัต ฯลฯ
บางคำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวถึงในในสิ่งเหล่านั้น
ผู้คนไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าราเด้และกฤษณะกลายเป็นลักษมีและนารายณ์
ผู้คนสับสนเกี่ยวกับสิ่งนี้ เหล่าเทพเป็นส่วนหนึ่งของสุริยวงศ์และจันทราวงศ์
มีราชวงศ์ของลักษมีและนารายณ์และราชวงศ์ของรามและสีดา พ่อพูดว่าผู้คนของบารัต
ลูกๆที่แสนหวาน เพียงแต่จดจำสิ่งนี้ มันไม่ใช่เรื่องของนับแสนปี
เป็นเพียงเรื่องราวของเมื่อวานเมื่อลูกได้รับอาณาจักร
ลูกได้รับความมั่งคั่งและความรุ่งเรืองอย่างล้นเหลือ พ่อทำให้ลูกเป็นนายของทั้งโลก
ไม่เคยมีประเทศอื่นใดในเวลานั้น ดังนั้น แล้วอะไรเกิดขึ้นกับลูก?
ไม่มีผู้รู้หรือบัณฑิต ฯลฯ คนใดที่รู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ เพียงพ่อเท่านั้น
ที่พูดว่า “โอ้ ผู้คนของบารัต พ่อให้โชคของอาณาจักรของลูกแก่ลูก”
ลูกบอกผู้อื่นด้วยว่าชีพบาบาพูดว่าพ่อให้ความมั่งคั่งมากมายแก่ลูก ดังนั้น
ลูกสูญเสียทั้งหมดนั้นไปที่ไหน?” มรดกของพ่อนั้นแสนจะยิ่งใหญ่
พ่อกำลังถามลูกด้วยตนเอง หลังจากพ่อของลูกจากไป (ตาย)
เพื่อนฝูงญาติมิตรของลูกก็ถามลูกว่าเธอทำอะไรกับสมบัติทั้งหมดที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้เธอ?”
ผู้เดียวนั้นคือพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด พ่อทำให้ลูกเป็นเพชรจากเปลือกหอย
ท่านให้อาณาจักรเช่นนั้นแก่ลูก ดังนั้น สมบัตินั้นทั้งหมดไปที่ไหน?
ลูกจะตอบท่านอย่างไร? ไม่มีใครอื่นเข้าใจสิ่งใด ลูกเข้าใจว่า
สิ่งที่บาบากำลังถามนั้นถูกต้อง ลูกกลับมายากจนขัดสนอย่างไร
ในตอนแรกทุกสิ่งเคยสาโทประทานแล้วองศาก็เฝ้าแต่ลดลง ดังนั้น
ทุกสิ่งอื่นเฝ้าแต่ลดลงด้วยเช่นกัน ในยุคทองลูกเคยสาโทประทาน
มันเป็นอาณาจักรของลักษมีและนารายณ์ ชื่อ “ลักษมีและนารายณ์”
นั้นโด่งดังมากกว่าชื่อของ “ราเด้และกฤษณะ” อย่างมาก
ไม่มีการประนามใดๆเกี่ยวกับลักษมีและนารายณ์
มีการประนามที่ถูกเขียนขึ้นเกี่ยวกับผู้อื่นทั้งหมด
ไม่มีการวาดภาพปีศาจใดๆในอาณาจักรของลักษมีและนารายณ์
ดังนั้นเรื่องราวเหล่านี้ต้องเป็นที่เข้าใจ
บาบากำลังเติมอาภรณ์ของลูกด้วยความมั่งคั่งของความรู้นี้ พ่อพูดว่าลูกๆ
ระมัดระวังมายานี้ อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
อยู่อย่างรู้คิดและข้องแวะตนเองในการทำงานรับใช้ที่แท้จริง
พ่อผู้เดียวรับผิดชอบดังนั้น อย่ามีความสงสัยใดๆเกี่ยวกับศรีมัท
มีศรัทธาที่ไม่สั่นคลอน
2.
ไตร่ตรองมหาสมุทรของความรู้นี้และให้ความใส่ใจกับทุกๆสิ่งที่พ่อพูด
สร้างสมความรู้นี้ด้วยตนเองแล้วถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่น
พร:
ขอให้ลูกบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์และตระหนักรู้ในรูปที่แท้จริงดั้งเดิมและคงอยู่ตลอดไปของลูก
ทั้งรูปดั้งเดิมและคงอยู่ตลอดไปของลูกดวงวิญญาณนั้นบริสุทธิ์
ความไม่บริสุทธิ์นั้นปลอม เป็นของขวัญจากศูทร
บราห์มินไม่สามารถใช้สิ่งต่างๆที่เป็นของศูทร และดังนั้น
เพียงแต่มีความคิดว่าในรูปที่จริงแท้ ดั้งเดิมและคงอยู่ตลอดไปของฉัน ฉัน
ดวงวิญญาณนี้เป็นดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์ เมื่อใดก็ตามที่ลูกมองดูผู้อื่น
มองดูรูปที่จริงแท้ของพวกเขา ตระหนักรู้ในรูปที่จริงแท้ของลูก
แล้วลูกจะกลับมาบริสุทธิ์สมบูรณ์และประกาศสิทธิ์ในตั๋วปรับอากาศชั้น 1
คติพจน์:
เติมอาภรณ์ของลูกด้วยพรของพระเจ้า เพื่อที่มายาจะไม่สามารถเข้ามาใกล้กับลูก
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
ในเดือนอะแวคนี้
จงอยู่อย่างเป็นอิสระจากบ่วงพันธะและสัมผัสกับสภาพของการหลุดพ้นในชีวิต
ตอนนี้ลูกส่วนใหญ่ตัดโซ่เหล็กของพวกเขาทิ้งไปแล้ว
แต่เส้นเชือกที่ละเอียดอ่อนและประณีตอย่างยิ่งของพวกเขายังเหลืออยู่
มีลูกมากมายที่รู้สึกว่าพวกเขามีบุคลิกภาพที่ดี พวกเขาอาจจะไม่มีความดีงามในพวกเขา
แต่พวกเขารู้สึกว่าพวกเขานั้นดีมากและพวกเขากำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วมาก
ลูกส่วนใหญ่มีเส้นเชือกเหล่านั้นของการอยู่ในชีวิตของบ่วงพันธะ
ตอนนี้บัพดาดาปรารถนาที่จะเห็นลูกเป็นอิสระจากเส้นเชือกเหล่านั้นและได้รับการหลุดพ้นในชีวิต