11.10.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
18.01.2012 Om Shanti Madhuban
พร้อมกับการทำงานรับใช้ทุกประเภทแล้ว
จงร่วมมือกันและแผ่คลื่นแห่งความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าออกไปสู่บรรยากาศ
กลายเป็นผู้เอาชนะจิตใจตนเอง และรับใช้ดวงวิญญาณทั้งหลายด้วยจิตใจของลูก
วันนี้เป็นวันพิเศษแห่งความรัก
ลูกๆทุกคนในทุกหนแห่งกำลังเฉลิมฉลองการพบปะในรูปที่เปี่ยมด้วยความรักของพวกเขา
ลูกทุกคนกำลังซึมซับอยู่ในรูปของความรักนี้เช่นกัน วันนี้
แม้กระทั่งก่อนช่วงเวลาอมฤต
ลูกๆจากทุกหนแห่งได้มาถึงที่นี่ในรูปที่เปี่ยมด้วยความรักของพวกเขา
และพร้อมกับนำพวงมาลัยแห่งไข่มุกของความรักที่อยู่ในหัวใจของพวกเขามาด้วย
พวกเขาพรรณนาถึงความรู้สึกอันหลากหลายภายในจิตใจของตนให้แก่พ่อได้รับรู้
พ่อรู้ดีว่าความรักของลูกๆนั้นงดงามและน่ารักเพียงใด
ลูกๆได้พูดคุยกับบัพดาดาถึงสิ่งที่อยู่ในหัวใจด้วยภาษาที่แตกต่างกันไปและด้วยความรู้สึกที่หลากหลายของพวกเขา
อีกทั้งยังแสดงถึงความรู้สึกเหล่านั้นออกมาได้อย่างชัดเจนผ่านทางสายตาและถ้อยคำ
เมื่อได้เห็นความรู้สึกของความรักของลูกๆทุกคนในทุกหนแห่ง
บัพดาดาก็หลอมรวมเข้าไปในความรักของทุกคน และถ้อยคำที่เปล่งออกมาจากหัวใจของท่านคือ
ว้า ลูกๆ ว้า! (ลูกๆช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน!) ส่วนบทเพลงที่ดังออกมาจากปากของลูกๆ
ก็คือ ว้า บาบา ว้า! (บาบา ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน!) เมื่อมองเห็นลูกๆ แต่ละคน
บัพดาดาก็หลุดหายไปในความรักของพวกเขา และลูกๆ
เองก็หลุดหายไปในความรักของพ่อเช่นกัน
วันนี้ พ่อมองดูลูกๆ
ด้วยสายตาที่จะทำให้พวกเขากลายเป็นนาย วันนี้เป็นวันที่ลูกๆ
จะได้รับติลักแห่งอำนาจในการปกครอง
วันนี้เป็นวันที่บัพดาดาเองอยู่ในรูปที่เป็นเทวดา
และทำให้ลูกๆกลายเป็นเครื่องมือสำหรับงานรับใช้โลก
ท่านเองกลายเป็นกระดูกสันหลังและเปิดเผยลูกๆสู่เวทีโลก เวลานี้
เมื่อได้เห็นงานรับใช้ของลูกๆ
และเห็นผลลัพธ์ของความรับผิดชอบที่บัพดาดาได้มอบหมายให้แก่ลูกๆแล้ว
ท่านก็พอใจในตัวลูกๆ เป็นอย่างยิ่งและขอแสดงความยินดีจากหัวใจของท่าน
ขอแสดงความยินดี! ขอแสดงความยินดี!
บัพดาดา ได้เห็นว่า
แม้กระทั่งเวลานี้
ลูกๆทุกคนต่างได้รับพรที่พ่อมอบให้ของการเป็นผู้รับใช้โลกด้วยความรักอันเปี่ยมล้นในหัวใจของเขา
และลูกๆก็กำลังทำสิ่งนั้นเช่นกัน บัพดาดาได้เห็นผลลัพธ์ด้วยเช่นกัน
ลูกๆทุกคนมีความรักอันลึกซึ้งในหัวใจต่อ "บาบาของฉัน"
และพ่อเองก็มีความรักอยู่ในหัวใจเช่นกันว่า "ว้า ลูกๆ ของฉัน!" ในปัจจุบัน
ลูกๆส่วนใหญ่ทั้งในศูนย์ใหญ่และศูนย์เล็กต่างก็มีความกระตือรือร้นที่จะเปิดเผยพ่อในทุกหนแห่งอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่เดินทางไปทั่วทุกแห่ง บัพดาดาได้เห็นถึงความจริงจังและความกระตือรือร้นนี้
ลูกๆในศูนย์เล็กและศูนย์ใหญ่ล้วนมีความกระตือรือร้นอย่างมากในการทำงานรับใช้
และจะยังคงมีความกระตือรือร้นเช่นนี้ต่อไปในอนาคตด้วยเช่นกัน วันนี้
ในวันแห่งความรักนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนความรักและการทำงานรับใช้ของลูกๆ
บัพดาดาขอมอบความรักและความระลึกถึงมากมายหลายล้านเท่า
พร้อมด้วยดริชตีและความรักในหัวใจของท่านให้แก่ลูกๆ
ทุกคนทั้งในดินแดนนี้และในต่างแดน
ตามเวลาแล้ว
เวลานี้ความกระตือรือร้นที่จะเปิดเผยพ่อนั้นก็ค่อยๆเข้ามาในหัวใจของดวงวิญญาณทั้งหลายด้วยเช่นกัน
พวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าบราห์มากุมารีบรรลุผลในบางสิ่งบางอย่างและการเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยคิดว่า "เราไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้กำลังทำอะไรกันอยู่"
ขณะที่ในตอนนี้ พวกเขากลับคิดว่า "พวกคุณกำลังทำสิ่งที่ดีงาม
สิ่งที่เราไม่สามารถทำได้สำเร็จ แต่พวกคุณกลับทำได้สำเร็จในชุมนุมของตน"
ด้วยเหตุนี้ บัพดาดาจึงขอมอบความรักเป็นพิเศษจากหัวใจของท่านให้แก่ลูกๆ
ทุกคนทั้งที่กำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าท่าน
รวมถึงลูกๆทุกคนในทุกหนแห่งที่กำลังรับฟังและรับชมท่านอยู่ในขณะนี้
แล้วสิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้คืออะไร?
บัพดาดาได้แสดงความยินดีกับลูกสำหรับงานรับใช้ของลูกแล้ว และในเวลานี้
บัพดาดาปรารถนาให้ลูกทุกคนมีความจริงจังและความกระตือรือร้นและมีความศรัทธาที่มุ่งมั่นในการมีความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าว่า:
ฉันจะต้องกลายเป็นเทวดานางฟ้าที่มีความทัดเทียมกับพ่อ
เพราะเวลานี้ทุกคนจะต้องเดินทางกลับไปพร้อมกับพ่อแล้ว
ลูกจะต้องกลายเป็นเทวดานางฟ้าที่มีความทัดเทียมกับพ่ออย่างแน่นอน
เพราะลูกทุกคนได้ให้คำมั่นสัญญาไว้แล้วว่า: เราจะกลับบ้านด้วยกัน
และจะไปปกครองด้วยกัน พ่อบราห์มาได้กลายเป็นเทวดาไปแล้ว
แล้วลูกจะกลับไปพร้อมกับท่านได้อย่างไร?
พ่อบราห์มาได้แสดงให้เห็นถึงรูปที่เป็นเทวดาของท่านในชีวิตของท่านแล้ว
ท่านมีความรับผิดชอบมากมาย และต้องทำให้ทุกคนกลายเป็นโยคี
อย่างไรก็ตามลูกทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่า แม้ว่าท่านจะมีความรับผิดชอบมากมายเพียงใด
ท่านก็ยังคงเปี่ยมด้วยความรักและละวาง
ท่านอยู่อย่างเป็นจักรพรรดิผู้ไร้ความกังวลอยู่เสมอ ไม่มีความกังวลใดๆเลย
แต่เป็นจักรพรรดิที่ไร้ความกังวล ในทำนองเดียวกัน ลูกๆก็ต้องกลับมาทัดเทียมกับพ่อ
เป็นจักรพรรดิที่ไร้ความกังวลและเป็นเทวดานางฟ้า ลูกต้องมีความคิดที่มุ่งมั่นว่า: "ฉันจะต้องกลายเป็นสิ่งนี้อย่างแน่นอน"
หรือว่าลูกคิดว่าลูกจะเป็นเช่นนั้นในสักวันหนึ่งข้างหน้า?
บัพดาดาเห็นว่า
ตามเวลาแล้ว
มากเท่าที่ลูกมีความจริงจังและความกระตือรือร้นในการทำงานรับใช้ในทางปฏิบัติ
ในเวลานี้ลูกก็ต้องมีความจริงจังและความกระตือรือร้นสำหรับตัวเองในการที่จะกลายเป็นผู้ที่เพียรพยายามอย่างแรงกล้าให้มากขึ้นเท่านั้น
และทำให้ผู้อื่นเป็นเช่นเดียวกันด้วย
จงกลับมาสมบูรณ์พร้อมและทำให้ผู้อื่นสมบูรณ์พร้อมและมีความกระตือรือร้นในตนเองและแผ่กระจายความกระตือรือร้นนั้นออกไปสู่บรรยากาศด้วยเช่นกัน
ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน
และในเวลานี้จงแผ่แผ่กระจายคลื่นของความเพียรพยายามอันแรงกล้าออกไปสู่บรรยากาศ
เช่นเดียวกับที่ลูกแผ่กระจายความกระตือรือร้นในการทำงานรับใช้ในระหว่างลูกๆเองออกไปสู่บรรยากาศ
ในทำนองเดียวกัน
เวลานี้บัพดาดาก็มีความหวังที่บริสุทธิ์ว่าลูกจะแผ่กระจายคลื่นนี้ออกไปสู่บรรยากาศเช่นเดียวกัน
บัพดาดารู้สึกพอใจ แต่แม้กระทั่งเวลานี้ ลูกก็ยังคงใช้แค่เพียงความพยายามธรรมดาอยู่
ในขณะที่เวลานี้ลูกจะต้องใช้ความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า
บัพดาดามีความหวังนี้กับลูกทุกคน
และดังนั้นลูกแต่ละคนจึงเป็นดวงดาวแห่งความหวังของพ่อใช่หรือไม่? ใช่ไหม?
ใครก็ตามที่รู้สึกว่าตนเองจะกลายเป็นดวงดาวแห่งความหวังของพ่อ
และจะแผ่กระจายความจริงจังและความกระตือรือร้นนี้ออกไปสู่บรรยากาศ ยกมือขึ้น! อัจชะ
ลูกยกมือกันได้ดีมาก! เมื่อเห็นมือของลูก บัพดาดาก็รู้สึกพอใจ ลูกส่วนใหญ่ยกมือขึ้น
พ่อไม่สามารถมองเห็นมือของลูกที่อยู่ด้านหลังได้
แต่พ่อมองเห็นมือของผู้ที่อยู่ด้านหน้า
และตอนนี้ผู้ที่อยู่ด้านหลังก็กำลังยกมือขึ้นเช่นกัน ขอแสดงความยินดี!
ขอแสดงความยินดี! อัจชะ
บัพดาดาได้เห็นว่า
เมื่อจิตใจของใครบางคนมีความจริงจังและความกระตือรือร้นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษโดยเฉพาะ
สิ่งนั้นก็จะถูกนำไปใช้ในรูปปฏิบัติได้เป็นอย่างดี และด้วยเหตุนี้ ในเวลานี้
ในวันแห่งความรักนี้ บัพดาดาจึงให้การบ้านนี้แก่ลูก
ลูกทุกคนเข้าใจดีว่าเวลาและความคิดต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ก็เพราะจิตใจ
หากลูกเคยมีความคิดที่ไร้ประโยชน์
ลูกย่อมเคยมีประสบการณ์นั้นมาแล้วว่าเวลาและพลังงานของลูกต้องสูญเสียไปมากมายเพียงใด
ดังนั้น บัพดาดาจึงต้องการที่จะมอบการบ้านนี้ให้กับลูก: เป็นเวลาสองเดือนจากนี้
ขอให้ลูกแต่ละคนสร้างหนทางหรือวิธีการของตนเองขึ้นมาเพื่อหยุดยั้งการสูญเสียความคิดและเวลาที่เกิดขึ้นในจิตใจของลูก
ลูกแต่ละคนจะต้องบันทึกชาร์ทของตนเองตลอดสองเดือนข้างหน้าว่า:
ฉันสามารถควบคุมการสูญเสียเวลาและความคิดที่ไร้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใด?
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า เวลานี้ เมื่อพิจารณาตามเวลาในปัจจุบันแล้ว
มันถึงเวลาแล้วที่ลูกทุกคนจะต้องรับใช้ดวงวิญญาณทั้งหลายด้วยพลังของจิตใจของลูกเอง
สำหรับสิ่งนี้ มันจึงจำเป็นที่จะต้องใส่ใจต่อจิตใจของลูกอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ
มีคำกล่าวว่า "ผู้ที่เอาชนะจิตใจตนเองได้ ย่อมเอาชนะโลกได้" ดังนั้น
ด้วยบรรยากาศของ "มานมานาบาฟ"
ลูกจะต้องจบสิ้นการสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ทั้งหมดให้ได้
ลูกสามารถทำสิ่งนี้ได้หรือไม่? ลูกจะทำสิ่งนี้ไหม? ผู้ที่ทำสิ่งนี้ได้ ยกมือขึ้น!
บัพดาดาจะมอบรางวัลให้กับลูก ลูกจะต้องเฝ้ามองดูผลลัพธ์ของตนเอง
หากจิตใจของลูกมีความสุข ลูกก็จะแบ่งปันความสุขของจิตใจนั้นออกไป
ลูกทุกคนต้องใส่ใจที่จะก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่งในความเพียรพยายามนี้
แล้วการสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ทั้งหมดจะจบสิ้นลง
ทั้งการสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ทางความคิดและเวลาจะจบสิ้นลง จากนั้น
ในอนาคตข้างหน้าที่กำลังจะมาถึง
ความคิดที่ทรงพลังและเวลาที่ทรงพลังจะแผ่กระจายออกไปในบรรยากาศ
เมื่อมองดูลูกๆแล้ว
บัพดาดารู้สึกพอใจในสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นคืออะไร?
สิ่งนั้นคือการที่ลูกทุกคนได้ทำงานรับใช้ แต่พร้อมกันนั้น สัญญาณของบัพดาดาก็คือ:
จงเป็น "ราชาสองเท่า (Double King)” ลูกรู้เรื่องนี้ใช่ไหม?
อย่างแรกคือการเป็นผู้มีอำนาจในการปกครองตนเอง หรือเป็นนายของตนเอง
และอย่างที่สองคือการมีสิทธิ์ในอาณาจักรแห่งอนาคต จงเป็นนายของตนเอง
พ่อมีความซาบซึ้งว่าไม่มีพ่ออื่นใดอีกแล้วที่ลูกทุกคนต่างเป็นนายของตนเอง
ลูกทุกคนเป็นนายของตนเองแล้วใช่หรือไม่? แต่ละดวงวิญญาณกำลังปกครองตนเอง
ลูกไม่ได้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของอวัยวะและประสาทสัมผัสทางกาย
แต่ลูกมีสิทธิ์ในอาณาจักรนั้น พ่อปรารถนาให้ลูกทุกคนเป็นนายของตนเองอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ใช่เป็นเพียงแค่บางครั้งเท่านั้น ลูกสามารถกลายเป็นเช่นนี้ได้หรือไม่?
ในช่วงเวลาสองเดือนที่ลูกได้รับมานี้
จงจดบันทึกไว้ว่าลูกอยู่อย่างเป็นนายของตนเองหรือไม่
หรือลูกตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของประสาทสัมผัสทางกายหรือไม่ เวลานี้
ลูกจะต้องกลับมาอยู่ในสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรม (คาร์มาทีท) แล้ว
เวลาใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้น ลูกจะทำอย่างไร? ในขณะที่เดินและเคลื่อนไหวไปมา
ลูกจะต้องเป็นนายของตนเองอย่างแน่นอน ซันสการ์นี้คือซันสการ์ของลูกๆบราห์มิน
อาณาจักรสองเท่า (double kingdom) คือ การมีอำนาจในการปกครองตนเองในเวลานี้
และการมีอำนาจในการปกครองโลกในอนาคต ในขณะที่ท่องทัวร์ไปรอบๆ
บัพดาดาได้บันทึกผลลัพธ์ของลูกๆไว้เสมอ ในเวลานี้
มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใส่ใจให้มากขึ้นกับการเป็นนายของตนเองอย่างสม่ำเสมอ
บัพดาดาได้มอบงานให้แก่ลูกสองประการ คือ 1) ในเวลาสองเดือนข้างหน้า
ลูกอยู่อย่างเป็นนายของตนเองได้มากน้อยเพียงใด ลูกจะต้องดูผลลัพธ์ของตัวลูกเอง 2)
ด้วยพลังในการควบคุมและพลังในการปกครองเหนือจิตใจของตนเอง
ลูกจะต้องจบสิ้นการสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ทั้งหมดหรือสิ่งที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมดให้หมดสิ้นไป
บัพดาดาจะให้รางวัลแก่ผู้ที่ได้รับอันดับในเรื่องนี้ ลูกชอบสิ่งนี้ไหม?
ลูกจะลงมือทำสิ่งนี้ใช่ไหม? ลูกจะทำใช่ไหม? พยักหน้า อัจชะ
วันนี้
บัพดาดาได้รับความรักของลูกๆทุกคน ในเวลาอมฤต
ได้บังเกิดความงดงามตระการตาของลูกๆในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน
วันนี้แม้กระทั่งเหล่าแอ๊ดวานซ์ปาร์ตี้ก็ได้มายังอาณาเขตที่ละเอียดอ่อนเพื่อมอบความรักในหัวใจของพวกเขาและรับความรักนั้นกลับไป
เวลานี้พวกเขากำลังถามพ่อว่า: "ในท้ายที่สุดแล้ว
เราจะต้องมีบทบาทหน้าที่นี้ไปจนถึงเมื่อไหร่?" บาบาควรจะให้คำตอบว่าอย่างไรดี?
สำหรับลูกๆที่นั่งอยู่แถวแรก บาบาควรจะตอบว่าอย่างไร? ลูกจะพูดว่าอย่างไรกัน? (ดาดี้แจงกี
ตอบว่า: "ฉันพร้อมแล้ว") ลูกจะกลับไปเพียงลำพังหรือ? ("ทุกคนจะกลับไปด้วยกัน")
ลูกๆมีความรักใช่ไหมล่ะ?
แล้วลูกจะทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังแล้วไปปกครองอาณาจักรได้อย่างไร? (มีคำถามแทรก: "แล้วทำไมดวงวิญญาณแอ๊ดวานซ์ปาร์ตี้ถึงทิ้งฉันไว้เพียงลำพังแล้วจากไปล่ะ?")
นั่นเป็นบทบาทหน้าที่ของพวกเขา พวกเขาจึงจำเป็นต้องไป
แต่ในตอนนี้ลูกจะต้องพยายามเตรียมกลุ่มเตรียมชุมนุมให้พร้อมอย่างรวดเร็ว
หากลูกทำให้ทุกคนลงมือทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้นภายในเวลาสองเดือนนี้และนำเสนอผลลัพธ์ออกมา
มันก็จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว (ด้วยความรักที่มีต่อบาบา
พวกเขาจะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ) ความรักนั้นมีอยู่แล้ว
ลูกทุกคนสอบผ่านในวิชาของความรักแล้ว บัพดาดาเห็นว่าทุกคนมีความรัก
แต่ในขณะเดียวกัน ลูกก็จำเป็นต้องมีพลังด้วยเช่นกัน เพื่อการนี้
จงทำให้เวลาอมฤตเต็มไปด้วยพลัง
ลูกนั่งอยู่ในการจดจำระลึกถึงพ่อและบัพดาดาก็ขอแสดงความยินดีกับลูกสำหรับสิ่งนั้น
แต่การจะนั่งสมาธิให้ได้ผลดีจำเป็นต้องมีบรรยากาศที่ทรงพลัง
บางคนก็นั่งด้วยท่าทางแบบนี้ บางคนก็นั่งด้วยท่าทางแบบนั้น หากลูกถ่ายภาพออกมาดู
ลูกเองก็จะรู้สึกได้ว่า: "ในตอนนี้
ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปและจำเป็นต้องเติมเต็ม"
บัพดาดาได้เคยพูดถึงเรื่องโยคะที่ทรงพลังดั่งภูเขาไฟ
และในเวลานี้ลูกจะต้องใส่ใจกับสิ่งนี้ให้ลึกล้ำยิ่งขึ้น
ทุกคนต่างก็เพียรพยายามกันอยู่แล้ว แต่เวลานี้ขอให้เพิ่มคำว่า 'แรงกล้า' (Intense)
เข้าไปหลังคำว่า 'ความเพียรพยายาม' ด้วย (จงมีความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า) ตอนนี้
บัพดาดาได้ให้เวลาแก่ลูกทุกคนเป็นเวลาสองเดือน ยิ่งลูกให้ความใส่ใจมากเท่าไร
บัพดาดาก็จะยิ่งให้ความช่วยเหลือสำหรับความใส่ใจของลูกมากเท่านั้น
ในฐานะผู้เป็นนายของจิตใจ
จงทำให้จิตใจของลูกทำงานได้ดั่งใจนึกเช่นเดียวกับที่ลูกสั่งให้มือและเท้าทำงานตามต้องการ
ลูกสามารถทำอะไรก็ได้ที่ลูกต้องการใช่หรือไม่? หากลูกต้องการวางสิ่งของไว้ ณ
ที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ และไม่วางไว้ในที่อื่นเลย ลูกก็สามารถทำเช่นนั้นได้ใช่ไหม?
จงมีการควบคุมจิตใจให้ได้เช่นนั้น
จิตใจของลูกควรมีเพียงความคิดที่ลูกต้องการให้มีเท่านั้น ในทุกๆคืน
ให้ตรวจสอบผลลัพธ์ของตนเองว่า:
ฉันมีอำนาจในการปกครองและอำนาจในควบคุมจิตใจของตนเองได้มากน้อยเพียงใด
เวลานี้ลูกจะต้องจบสิ้นความสูญเปล่าหรือสิ่งที่ไร้ประโยชน์ต่างๆให้ได้อย่างรวดเร็ว
เวลานี้จงกลับมามีพลังและแผ่กระจายพลังแห่งความทรงพลังนั้นออกไปสู่บรรยากาศ
เมื่อได้เห็นและได้ยินถึงความโศกเศร้าและความทุกข์ทรมานของลูกๆทั้งหลายแล้ว
เวลานี้บัพดาดาจึงต้องการให้ความสมบูรณ์พร้อมเกิดขึ้นในเร็ววัน
ลูกได้รับคำบอกกล่าวมาตลอดว่าทุกคนกำลังเพียรพยายาม แต่เวลานี้จงเพิ่มคำว่า "อย่างแรงกล้า"
เข้าไปด้วย ต้องคิดว่า "ฉันต้องทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ" ไม่ใช่แค่ว่า
ฉันจะทำหรือฉันจะรอดูก่อน
ภาษาที่แสดงถึงการผัดวันประกันพรุ่งหรือที่บอกว่าจะเลื่อนบางสิ่งบางอย่างออกไปในอนาคตแบบนี้
จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว
วันนี้ลูกทุกคนได้เห็นฉากแห่งความรักแล้ว ลูกแต่ละคนต่างมีความรักมากมายอยู่ในหัวใจ
แต่มากเท่าที่มีความรักนั้น ก็จำเป็นต้องมีพลังควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน เวลานี้
จงเติมเต็มตนเองด้วยพลัง
ลูกที่เป็นซิสเตอร์ทั้งหลายไม่ควรจะคิดว่าตนเองเป็นเพียงแค่ชักตีเท่านั้น
แต่จงพิจารณาว่าตนเองเป็นชีพชักตี ลูกคือชีพชักตี เพราะพ่ออยู่กับลูก
พ่อของพันดาวาสก็อยู่กับพันดาวาส แล้วตอนนี้ลูกจะทำอย่างไรต่อไป?
บัพดาดาได้บอกให้ลูกเพิ่มคำว่า "อย่างแรงกล้า" หลังคำว่า "ความเพียรพยายาม" ด้วย (ให้มีความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า)
จงสร้างบรรยากาศเช่นนั้นให้เกิดขึ้น ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน
และในขณะที่อยู่ในสถานที่ของตนเอง ก็จงทำให้สถานที่แห่งนั้นมีพลัง
จงทำให้มิตรร่วมทางของลูกมีพลังด้วย แล้วตอนนี้ลูกจะทำอย่างไรต่อไป?
ลูกจะทำสิ่งใหม่ๆ ใช่ไหม? ในเมื่อลูกพูดว่า "บาบาของฉัน"
ลูกก็ต้องกลายเป็นเช่นเดียวกับผู้เดียวที่เป็น "ของฉัน" (บาบา)
ด้วยเช่นกันใช่หรือไม่? ขอให้ลูกแต่ละคนมีความคิดที่มุ่งมั่นนี้อยู่ในหัวใจ
ลูกมีความคิดที่ดีมาก ในเวลาอมฤต
บัพดาดาเห็นว่าลูกสร้างความคิดที่ดีมากว่าลูกจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้
แต่เมื่อลูกกลายเป็นคาร์มาโยคี
หรือเมื่อต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและมีความสัมพันธ์กับผู้คน
มันกลับกลายเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ต่างออกไป
เวลานี้ลูกจึงจำเป็นต้องใส่ใจให้มากขึ้นกับสภาพของการเป็นคาร์มาโยคี อัจชะ
ลูกทุกคนมีความสุขใช่ไหม? ลูกมีความสุขไหม? มีผู้มาใหม่มากันมากมายเลยเช่นกัน
ผู้ที่เป็นคนใหม่และเพิ่งมาเป็นครั้งแรก? ยกมือขึ้น! ดูสิ
มีคนใหม่ๆมากมายเลยทีเดียว ครึ่งหนึ่งของห้องนี้เป็นลูกใหม่
บัพดาดาพอใจที่ได้เห็นลูกๆผู้มาใหม่
เพราะอย่างน้อยลูกก็ได้มาถึงที่นี่ก่อนที่จะสมบูรณ์พร้อมสุดท้าย (ก่อนที่จะสิ้นสุดยุค)
อย่างไรก็ตาม ยิ่งลูกมาล่าช้ากว่าคนอื่นมากเท่าไร
ลูกก็ยิ่งจำเป็นต้องเพียรพยายามอย่างแรงกล้าให้มากขึ้นเท่านั้น
เพราะในช่วงเวลาอันสั้นนี้
ลูกต้องสะสมให้มากพอสำหรับชาติเกิดอย่างสมบูรณ์เป็นเวลาถึง 21 ชาติเกิดในอนาคต
ลูกจะต้องใส่ใจในเรื่องนี้ให้มาก จงประหยัดเวลาของตนเอง!
อย่าปล่อยให้เวลาสูญเสียไปแม้เพียงวินาทีเดียว
จงอยู่อย่างเป็นผู้ที่เพียรพยายามอย่างแรงกล้า
เพราะหากมีความเพียรพยายามในระดับปกติธรรมดา
มันจะเป็นเรื่องยากที่ลูกจะไปถึงจุดหมายปลายทางของลูกเอง แต่ถึงกระนั้น
บัพดาดาก็ขอแสดงความยินดีจากหัวใจของท่านแก่ลูกๆ ทุกคนที่ได้มาถึงที่นี่
ขอแสดงความยินดีด้วย! อัจชะ
มีครูจำนวนมากได้มาที่นี่ เมื่อได้เห็นผู้เป็นครูทั้งหลาย
บัพดาดาก็พอใจเป็นอย่างยิ่ง
เพราะครูที่เป็นเครื่องมือได้กลายมาเป็นเครื่องมือที่จะเปิดเผยบัพดาดา
เมื่อได้เห็นครูคนใด ทุกคนก็มีความสุข
เพราะครูหมายถึงผู้ที่ทำให้เรามองเห็นอนาคตได้ผ่านทางคุณลักษณะของพวกเขา"
อนาคตของลูกคืออะไร? อนาคตของลูกคือการอยู่อย่างมีความสุขในหัวใจอยู่เสมอ
คือการมีสิทธิ์อยู่เสมอ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่นหรือขึ้นอยู่กับใคร ดังนั้น
คุณลักษณะหรือรูปลักษณะของครูจึงช่วยให้ผู้อื่นมองเห็นภาพของสิ่งเหล่านี้ได้
ขอให้ครูแต่ละคนคิดอยู่เสมอว่า: ไม่ว่าจะพูดอะไร ณ ที่แห่งใดก็ตาม
คุณลักษณะและใบหน้าของลูกจะต้องเผยให้เห็นถึงการบรรลุผลทั้งในปัจจุบันและอนาคต
จงใส่ใจในสิ่งนี้เสมอว่า ใบหน้าของฉันทำให้ผู้อื่นได้เห็นนิมิตอยู่เสมอหรือไม่?
ใครก็ตามที่มาอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นครู เมื่อได้เห็นครูแล้ว
พวกเขาควรจะรู้สึกมีความสุขเป็นอันดับแรก
และความสุขนั้นก็จะปรากฏชัดขึ้นในชีวิตของพวกเขาด้วย
ลูกมีความสุขและยังมีโชคแห่งความสุขอีกด้วย
บัพดาดาเห็นว่าเป้าหมายของครูแต่ละคนนั้นดี นั่นคือ "ฉันต้องทำสิ่งนี้
ฉันต้องกลายเป็นสิ่งนี้" มันเป็นเช่นนั้นใช่ไหม? เป้าหมายของลูกคืออะไร?
นี่คือเป้าหมายของลูกใช่ไหม? เป้าหมายนี้ปรากฏชัดในคุณสมบัติของลูกแล้ว
แต่มันควรจะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นไปอีก
ใครก็ตามที่เข้ามาหาลูกจะต้องได้รับความสุขนั้นกลับไปอย่างแน่นอน
เพราะมนุษย์ทุกคนต่างต้องการความสุข พวกเขาต้องการสิ่งนี้
แต่พวกเขาไม่สามารถกลายเป็นเช่นนั้นได้ ดังนั้น คำว่า 'ครู'
จึงหมายถึงผู้ที่รับใช้ด้วยคุณลักษณะหรือรูปลักษณะของตนเอง
จงทำให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์ว่า "บุคคลผู้นี้ได้กลายเป็นอะไรไปแล้ว?"
ในเวลานี้ ขณะที่ลูกก้าวหน้าต่อไป
ใบหน้าและกิจกรรมของลูกจะทำงานรับใช้นี้ได้มากยิ่งขึ้น
เพราะเมื่อสถานการณ์โลกเข้าสู่ช่วงเวลาที่เปราะบางมากขึ้น ลูกจะมีเวลาน้อยลง
แต่ความปรารถนาของผู้คนที่จะได้รับบางสิ่งบางอย่างจะมีมากขึ้น ด้วยเหตุนี้
ครูทั้งหลายจึงต้องอยู่อย่างพร้อมเสมอ
เพื่อให้ใครก็ตามที่เข้ามาได้รับบางสิ่งบางอย่างกลับไปอย่างแน่นอน
ให้พวกเขาได้รับบางสิ่งบางอย่างกลับไปจากใบหน้าและกิจกรรมของลูก
ลูกคือลูกของพระผู้ประทานใช่หรือไม่?
บัพดาดารู้สึกยินดีมากที่ได้เห็นเหล่าผู้เป็นครู
ท่านร้องเพลงยกย่องลูกอยู่ในหัวใจว่า "ว้า ครู ว้า!"
ครูแต่ละคนทำงานรับใช้อย่างแน่นอน
และลูกจะต้องตรวจสอบผลลัพธ์ของลูกในแต่ละคืนว่าได้ทำงานรับใช้อะไรบ้างในแต่ละวัน
ลูกได้มองดูชาร์ทของตนเองแล้วหรือยังว่า:
ฉันได้ทำตามเป้าหมายในการทำงานรับใช้ที่ตั้งไว้ได้สำเร็จหรือไม่?
หากด้วยเหตุผลประการใดก็ตามที่ลูกไม่สามารถทำได้
ให้ชดเชยด้วยการทำงานรับใช้เป็นสองเท่าในวันถัดไป อย่าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ
เพราะครูหมายถึงผู้ที่เป็นเครื่องมือเป็นผู้ประทาน เป็นลูกของผู้ประทาน ดังนั้น
บัพดาดาจึงพอใจ ไม่ว่าลูกจะมาจากศูนย์เล็กหรือศูนย์ใหญ่ก็ตาม
เพราะการละทิ้งทุกสิ่งเพื่อมายังสถานที่รับใช้นั้นถือเป็นความกล้าหาญอย่างหนึ่งด้วยเช่นกันใช่หรือไม่?
บัพดาดาพอใจในความกล้าหาญของลูก เวลานี้จงสร้างมิตรร่วมทางให้มากขึ้น
และทำให้ครูใหม่ๆเกิดขึ้นมา เพราะงานรับใช้กำลังจะขยายตัวเพิ่มขึ้น
ตอนนี้แค่รอให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นอีกเล็กน้อย แล้วทุกคนจะมาหาลูกด้วยความโหยหา (ด้วยความต้องการอย่างแรงกล้า)
งานรับใช้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีวันลดน้อยลง
พร:
ขอให้ลูกมีความเคารพตนเองที่สูงส่ง และทำให้มายายอมอุทิศตน
ด้วยการอยู่อย่างมั่นคงบนที่นั่งของความเคารพตนเอง
ความเคารพตนเองที่สูงส่งที่สุดในยุคบรรจบพบกันคือการคงอยู่ในความตระหนักรู้ว่าตนเองคือนายผู้ทรงอำนาจ
เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือพระราชานั่งอยู่บนที่นั่งของความเคารพตนเองของตนแล้ว
ผู้อื่นก็จะแสดงความเคารพต่อเขาด้วยเช่นกัน แต่หากเขาไม่ได้นั่งอยู่บนที่นั่งนั้น
ก็คงจะไม่มีใครปฏิบัติตามคำสั่งของเขา ในทำนองเดียวกัน
เมื่อลูกกลายเป็นผู้ที่มีความเคารพในตนเองและยังคงนั่งอยู่บนที่นั่งของความเคารพตนเองนั้น
มายาก็จะยอมอุทิศตนต่อลูก
คติพจน์:
ผู้ที่อยู่อย่างมั่นคงในสภาพของผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง
และสัมผัสประสบการณ์กับการเป็นมิตรร่วมทางของ "ผู้ให้ความอบอุ่นแก่หัวใจ"
คือดวงวิญญาณที่ซึมซับอยู่ในความรัก
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
โอบรับจิตวิญญาณของการยกระดับผู้อื่น และยกระดับผู้ที่ประณามลูก
การยกระดับแม้กระทั่งผู้ที่ประณามลูก คือหน้าที่ของดวงวิญญาณผู้เปี่ยมด้วยความรู้
แม้แต่พ่อก็ยังมองผู้ที่ประณามนั้นด้วยสายตาแห่งความเมตตากรุณาและปรารถนาจะให้คุณประโยชน์
แม้กระทั่งผู้คนทั่วไปในโลกก็ยังมีความเมตตาต่อผู้ที่มีเมตตาให้
และเหล่าดวงวิญญาณผู้เลื่อมใสศรัทธาก็มีสิ่งนั้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม
การเป็นดวงวิญญาณผู้เปี่ยมด้วยความรู้นั้น
หมายถึงการมีความรู้สึกที่จะให้คุณประโยชน์ต่อทุกคน
และไม่มีความคิดที่จะก่อให้เกิดความเสียหายหรือทำร้ายใครเลยแม้แต่น้อยนิด
เพียงเมื่อลูกมีความรู้สึกเมตตาและปรารถนาที่จะยกระดับจิตใจของผู้ที่ประณามลูกแล้วเท่านั้น
ลูกจึงจะได้รับการกล่าวว่าเป็น "ผู้ให้คุณประโยชน์แก่โลก"