12.06.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ รู้คิดที่แสนหวาน จดจำเสมอว่าลูกแต่ละคนคือดวงวิญญาณที่ไม่สูญสลาย
เวลานี้ลูกต้องไปที่ชั้นหนึ่งกับพ่อ
คำถาม:
ลูกๆ แต่ละคนต้องทำความพยายามอะไรอย่างแน่นอน?
คำตอบ:
เก็บความรู้ทั้งหมดที่บาบาให้นี้ไว้ในหัวใจของลูกต่อไป
ไตร่ตรองความรู้อยู่ภายในตนเองและย่อยความรู้นั้น ด้วยการทำสิ่งนี้ ลูกจะได้รับพลัง
ลูกแต่ละคนต้องทำความพยายามนี้อย่างแน่นอน
ผู้ที่ทำความพยายามที่แฝงตัวนี้จะอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใสอย่างสม่ำเสมอ
พวกเขามีความซาบซึ้งว่าใครกำลังสอนเขาและเขากำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าใคร
โอมชานติ
ใครพูดสิ่งนี้? มีการพูดสองครั้ง: โอมชานติ, โอมชานติ ชีพบาบาพูดโอมชานติหนึ่งครั้ง
และบราห์มาบาบาพูดโอมชานติหนึ่งครั้ง
บัพและดาดารวมกันและดังนั้นทั้งสองจึงต้องพูดว่า “โอม ชานติ, โอม ชานติ”
ใครพูดโอมชานติก่อน? ใครพูดโอมชานติคนที่สอง? อันดับแรกชีพบาบาพูด “โอมชานติ
ฉันคือมหาสมุทรแห่งความสงบ” หลังจากนั้นใครพูด? ดวงวิญญาณของดาด้าพูดสิ่งนี้
บาบาเตือนลูกๆ ว่า: โอม ชานติ พ่อมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณอย่างสม่ำเสมอ
พ่อไม่เคยกลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
เป็นพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่มีสำนึกเป็นดวงวิญญาณอย่างสม่ำเสมอ บราห์มา,วิษณุและชางก้าจะไม่พูดสิ่งนี้
ลูกรู้ว่าแม้กระทั่งบราห์มา, วิษณุ และชางก้าก็มีรูปที่ละเอียดอ่อน
ดังนั้นจึงเป็นชีพบาบาที่ไม่มีร่างกายที่พูดว่า “โอม ชานติ”
พ่ออธิบายแก่ลูกอย่างชัดเจนมากและพูดว่า: พ่อมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
พ่อมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณอย่างสม่ำเสมอ
พ่อไม่ได้เข้ามาในวงจรของการกลับมาใช้ชาติเกิดใหม่
เหตุนี้เองคำสรรเสริญของพ่อจึงพิเศษสุด พ่อถูกเรียกว่าพ่อสูงสุด,
ดวงวิญญาณสูงสุดที่ไม่มีตัวตน ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาเช่นกัน
พวกเขาอ้างถึงชีวาว่าเป็นพ่อสูงสุด, ดวงวิญญาณสูงสุดที่ไม่มีตัวตน
ผู้ที่ไม่มีตัวตนเดียวได้รับการกราบไหว้บูชา ท่านไม่เคยใช้ชาติเกิดผ่านร่างกาย
นั่นคือท่านไม่เคยกลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง โอเค
ลงมาจากที่นั่นมาสู่อาณาเขตที่ละเอียดอ่อนที่ซึ่งบราห์มา, วิษณุและชางก้าอาศัยอยู่
ไม่ปรากฏนามและรูปของชีวา ภาพลักษณ์ของท่านนั้นถูกสร้างขึ้น แต่ท่านไม่มีตัวตน
ท่านไม่เคยกลับมามีตัวตน เป็นผู้ที่ไม่มีตัวตนเดียวที่ได้รับการกราบไหว้บูชา
ลูกๆมีความรู้ทั้งหมดนี้ในสติปัญญาของลูก ลูกได้ทำความเลื่อมใสศรัทธา
ลูกๆได้เห็นรูปภาพแล้ว
ลูกรู้ว่าทั้งผู้ที่มีภาพลักษณ์และผู้ที่ปราศจากภาพลักษณ์ไม่ได้รับการกราบไหว้บูชาในยุคทองและยุคเงิน
สิ่งนี้เข้าไปในสติปัญญาของลูกว่าพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดนั้นปราศจากภาพลักษณ์
ท่านไม่มีทั้งภาพลักษณ์ที่ละเอียดอ่อนและที่เป็นทางกายภาพ
มีการร้องเพลงสรรเสริญท่านว่าเป็นผู้ขจัดความทุกข์
ผู้ประทานความสุขและผู้ชำระให้บริสุทธิ์
ลูกจะไม่อ้างถึงภาพลักษณ์ของใครอื่นว่าเป็นผู้ชำระให้บริสุทธิ์
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสติปัญญาของมนุษย์คนใด บราห์มา,วิษณุและชางก้าคือผู้อาศัยอยู่ในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน
มีชั้นหนึ่งและแล้วชั้นสอง
ชั้นที่สูงสุดคือโลกที่ไม่มีตัวตนและนั่นคือชั้นที่ซึ่งพ่อสูงสุด,
ดวงวิญญาณสูงสุดอาศัยอยู่ ผู้ที่มีร่างที่ละเอียดอ่อนอาศัยอยู่ในชั้นสอง
ผู้ที่มีร่างกายทางกายภาพอยู่ในชั้นสาม ไม่มีสิ่งใดต้องสับสนในสิ่งนี้
ไม่มีใครนอกจากพ่อสูงสุด, ดวงวิญญาณสูงสุดที่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้
เบื้องบนคือโลกของดวงวิญญาณ ที่ถูกเรียกว่าโลกที่ไม่มีตัวตน
คือโลกของเราดวงวิญญาณทั้งหมด โลกที่ไม่มีตัวตน
และแล้วเราดวงวิญญาณก็ลงมาในโลกที่มีตัวตน ดวงวิญญาณอาศัยอยู่เบื้องบนที่นั่น
ในขณะที่ดวงวิญญาณที่อยู่ในร่างกาย(ผู้มีชีวิต)อาศัยอยู่ที่นี่
สิ่งนี้ควรอยู่ในสติปัญญาของลูก แท้จริงแล้วเราเป็นลูกๆของบาบาที่ไม่มีตัวตน
เราเคยอาศัยอยู่กับพ่อที่ไม่มีตัวตนมาก่อนเช่นกัน
ดวงวิญญาณอาศัยอยู่ในโลกที่ไม่มีตัวตน แม้กระทั่งเวลานี้
พวกเขายังลงมาเรื่อยๆเพื่อเล่นบทบาทของเขาในรูปที่มีตัวตน
นั่นคือโลกของพ่อที่ไม่มีตัวตน ควรจะมีความซาบซึ้งว่าลูกเป็นดวงวิญญาณ
ควรมีความซาบซึ้งในสิ่งที่ไม่สูญสลาย ไม่ควรมีความซาบซึ้งในสิ่งที่สูญสลาย
ผู้ที่มีความซาบซึ้งในร่างกายนั้นถูกเรียกว่ามีสำนึกที่เป็นร่าง ใครดีกว่ากัน:
ผู้ที่มีสำนึกที่เป็นร่างเหล่านั้น หรือผู้ที่มีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ? ใครรู้คิด?
ผู้ที่มีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ ดวงวิญญาณไม่สูญสลายในขณะที่ร่างกายนั้นสูญสลาย
ดวงวิญญาณนี้พูดว่า: ฉันใช้ 84 ชาติเกิด เราดวงวิญญาณอยู่กับพ่อในอาณาเขตสูงสุด
เรามาที่นี่จากที่นั่นเพื่อเล่นบทบาทของเรา ดวงวิญญาณนี้พูดว่า: โอ้ บาบา!
ในโลกที่มีตัวตนนี้มีบาบาที่มีตัวตน และในโลกที่ไม่มีตัวตนมีบาบาที่ไม่มีตัวตน
นี่เป็นสิ่งที่ง่ายมาก บราห์มานั้นถูกเรียกว่าประชาบิดาบราห์มา ท่านอยู่ที่นี่
ที่นั่นเราดวงวิญญาณทั้งหมดเป็นพี่น้อง เป็นลูกของพ่อผู้เดียว
เราอาศัยอยู่กับพ่อชีวา
ชื่อของดวงวิญญาณสูงสุดคือชีวาและชื่อของดวงวิญญาณคือซาลิแกรม
ต้องมีผู้สร้างของดวงวิญญาณ เฝ้าแต่พูดกับหัวใจของลูกต่อไป
ทำความพยายามที่จะเก็บความรู้นี้ที่ลูกได้รับไว้ในหัวใจของลูก เป็นดวงวิญญาณที่คิด
ก่อนอื่นใดจงมีศรัทธาว่าลูกคือดวงวิญญาณที่อาศัยอยู่กับพ่อ
เราเป็นลูกๆของท่านและดังนั้นเราจึงควรได้รับมรดกของเราอย่างแน่นอน
ลูกรู้ว่าเช่นที่ต้นไม้เผ่าพันธุ์นั้นถูกสร้างขึ้น
ดังนั้นก่อนที่ต้นไม้ของดวงวิญญาณสามารถคงอยู่ก็ต้องมีเมล็ดของต้นไม้นั้นอย่างแน่นอนด้วย
มีพ่อที่อาวุโสและแล้วก็มีลูกๆ ของเขาสองถึงสี่คนและแล้วก็มีลูกคนอื่นๆของพวกเขา
ต้นไม้นั้นเติบโตขึ้นเรื่อยๆและกลับมาใหญ่โต มีแผนผังของต้นไม้วงศ์ตระกูล:
ผู้นี้ลงมาต่อจากผู้นั้นผู้นี้ ฯลฯ ลูกๆ
รู้ว่าดวงวิญญาณทั้งหมดอาศัยอยู่ในโลกที่ไม่มีตัวตน มีรูปภาพนั้นเช่นกัน
ผู้ที่สูงสุดเหนือสิ่งใดคือพ่อ
สิ่งนี้อยู่ในสติปัญญาของลูกว่าบาบาได้เข้ามาในร่างกายนี้
พ่อทางจิตเข้ามาในผู้นี้และสอนจิตวิญญาณแก่ลูก
ท่านไม่ได้สอนลูกในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน ไม่มีใครในยุคทองมีความรู้นี้
พ่อมาและให้ความรู้นี้แก่ลูกในยุคบรรจบพบกันเท่านั้น
ไม่มีใครมีความรู้ของต้นไม้โลกมนุษย์นี้
พวกเขาได้เขียนว่าระยะเวลาของแต่ละวงจรนั้นยาวนานมาก เวลานี้พ่ออธิบายแก่ลูกๆว่า:
ลูกๆ เวลานี้ลูกต้องกลับบ้านอีกครั้ง
นั่นคือบ้านของดวงวิญญาณที่ซึ่งพ่อและลูกๆผู้เป็นพี่น้องกันอาศัยอยู่
เมื่อลูกมาที่นี่และนำร่างกายมาใช้เท่านั้นที่ลูกกลายเป็นพี่น้องหญิงชาย
เราดวงวิญญาณทั้งหมดคือพี่น้องกัน มีพ่อของพี่น้องด้วยอย่างแน่นอน ท่านคือพ่อสูงสุด,
ดวงวิญญาณสูงสุด ทุกดวงวิญญาณจดจำท่านขณะที่อยู่ในร่างกายของเขา
ไม่มีใครจดจำท่านในยุคทองและยุคเงิน
ทุกคนจดจำท่านในโลกที่ไม่บริสุทธิ์เพราะทุกคนอยู่ในกรงขังของราวัน
สีดาเคยร้องเรียกหา: “โอ้ ราม!” พ่ออธิบายว่า: ไม่ใช่รามของยุคเงินที่ลูกจดจำ
ผู้คนเฝ้าแต่จดจำระลึกถึงพ่อสูงสุด, ดวงวิญญาณสูงสุด ผู้ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นราม
เป็นดวงวิญญาณที่ร้องเรียกหา
เวลานี้ลูกรู้ว่าลูกจะไม่ร้องเรียกหาใครเป็นเวลาครึ่งวงจรเพราะลูกจะอยู่ในดินแดนแห่งความสุข
ในเวลานี้มีเพียงพ่อเท่านั้นที่อธิบายแก่ลูก ไม่มีใครรู้อะไรเลย
พวกเขาพูดว่าแต่ละดวงวิญญาณคือดวงวิญญาณสูงสุดและแต่ละดวงวิญญาณแต่ละดวงนั้นกลับมาหลอมรวมเข้าไปในดวงวิญญาณสูงสุด
พ่ออธิบายว่า: ดวงวิญญาณนั้นไม่สูญสลาย
ไม่มีแม้แต่ดวงวิญญาณเดียวที่สามารถถูกทำลายได้ เช่นที่พ่อนั้นไม่สูญสลาย
ดังนั้นดวงวิญญาณก็ไม่สูญสลายเช่นกัน
ที่นี่ดวงวิญญาณกลับมาไม่บริสุทธิ์และตาโมประธานและแล้วพ่อก็ทำให้ดวงวิญญาณบริสุทธิ์และสะโตประธาน
ทั้งโลกนี้ต้องกลับมาตาโมประธานและแล้วต้องกลับมาสะโตประธาน
พ่อต้องมาเพื่อทำให้โลกที่ไม่บริสุทธิ์กลับมาบริสุทธิ์
ท่านถูกเรียกว่าพระเจ้าผู้เป็นพ่อ
พ่อนั้นไม่สูญสลายและเราดวงวิญญาณก็ไม่สูญสลายด้วยเช่นกัน ละครนี้ก็ไม่สูญสลายด้วย
ลูกรู้ว่าประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของโลกซ้ำรอยอย่างไร
บทบาทของเราดำเนินไปทั้งหมดสี่ยุค เรากลายเป็นสุริยวงศ์และแล้วจันทราวงศ์
จันทราวงศ์นั้นเปรียบเสมือนชั้นสอง ผู้ที่ 14 องศาไม่สามารถถูกเรียกว่าสุริยวงศ์
ในความเป็นจริงพวกเขาไม่ควรแม้กระทั่งถูกเรียกว่าเทพด้วยซ้ำ
เทพนั้นปราศจากกิเลสอย่างสิ้นเชิง 16 องศาสมบูรณ์เต็ม รามนั้นกล่าวได้ว่า 14 องศา
เพียงบัญชีของ 84 ชาติเกิดของลูกเท่านั้นที่ถูกอธิบาย เมื่อสิ่งใหม่กลับมาเก่า
ก็ไม่มีความสุขมากเท่าที่ควร
ในตอนแรกลูกมีความบริสุทธิ์สมบูรณ์และแล้วหลังจากนั้นไม่กี่ปี
ลูกถูกกล่าวว่าแก่ไปสองสามปี ตัวอย่างของอาคารได้มีการให้ไว้
มันเหมือนกันสำหรับทุกสิ่ง โลกนี้เป็นเหมือนเวทีขนาดใหญ่ ธาตุของท้องฟ้านั้นใหญ่มาก
ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจุดสิ้นสุดของท้องฟ้าอยู่ที่ไหน
หากลูกยังคงเดินหน้าต่อไป ลูกจะพบว่าไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับสิ่งนั้น
ธาตุบราห์มที่ยิ่งใหญ่ก็ไม่มีจุดสิ้นสุดด้วยเช่นกัน
นักวิทยาศาสตร์พยายามอย่างมากที่จะได้เห็นจุดสิ้นสุดของมัน
แต่พวกเขาไม่สามารถไปที่นั่นได้ พวกเขาไม่สามารถไปถึงจุดสิ้นสุดได้
ธาตุบราห์มนั้นใหญ่โตมาก ไม่มีที่สิ้นสุด ลูกดวงวิญญาณอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เล็กมาก
ที่นี่ผู้คนสร้างอาคารที่ใหญ่โตฯลฯเช่นนี้ พื้นที่บนโลกนั้นมีขนาดใหญ่มาก
ยังต้องมีพื้นที่สำหรับการเกษตรด้วยเช่นกันฯลฯ เพียงดวงวิญญาณอาศัยอยู่ที่นั่น
ดวงวิญญาณจะรับประทานโดยไม่มีร่างกายได้อย่างไร?
ที่นั่นดวงวิญญาณอยู่เหนือประสบการณ์กับสิ่งใดๆ
ไม่มีสิ่งใดให้รับประทานหรือมีประสบการณ์ที่นั่น พ่ออธิบายว่า:
ลูกๆได้รับความรู้นี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
และแล้วลูกจะได้รับความรู้นี้หลังจากหนึ่งวงจร ควรมีความซาบซึ้งนี้
เราเป็นของศาสนาเทพ ลูกพูดว่า: “บาบา 5000 ปีก่อนวันนี้
เรามาหาท่านเพื่อเปลี่ยนจากศูทรเป็นบราห์มิน เวลานี้เรามาหาท่านอีกครั้ง”
เพราะท่านไม่มีตัวตน ลูกพูดว่าลูกมาหาดาด้า พ่อได้เข้ามาในผู้นี้ พ่อพูดว่า:
เช่นที่ลูกใช้อวัยวะเพื่อเล่นบทบาทของลูก
ในทำนองเดียวกันพ่อก็รับการค้ำจุนของอวัยวะเช่นกัน
ไม่เช่นนั้นพ่อจะเล่นบทบาทของพ่อได้อย่างไร? ผู้คนเฉลิมฉลองวันเกิดของชีวา
แต่ท่านนั้นไม่มีตัวตน ท่านจะสามารถมีวันเกิดได้อย่างไร?
มนุษย์แต่ละคนละร่างหนึ่งและรับอีกร่างหนึ่ง พ่อพูดว่า:
พ่อมาและสอนราชาโยคะแก่ลูกๆได้อย่างไร?
มีเพียงพ่อเท่านั้นที่มาและสอนราชาโยคะแก่ลูกเพื่อเปลี่ยนลูกจากมนุษย์ให้เป็นเทพ
เพียงพ่อเท่านั้นที่ถูกเรียกว่าผู้ชำระให้บริสุทธิ์และมหาสมุทรแห่งความรู้
พ่อรู้ถึงตอนต้นตอนกลางและตอนจบของต้นไม้
ลูกๆเข้าใจว่าบาบาเข้ามาในผู้นี้และอธิบายความรู้ทั้งหมดแก่ลูก บทบาทของบราห์มา,
วิษณุและชางก้าต้องเป็นที่เข้าใจด้วยเช่นกัน ลูกเข้าใจว่าพ่อคือผู้ชำระให้บริสุทธิ์
คำสรรเสริญของแต่ละคนนั้นแยกกัน และหน้าที่ของแต่ละคนนั้นก็แยกกัน มีประธานาธิบดี,
นายกรัฐมนตรี ฯลฯ ดวงวิญญาณพูดว่า: “นี่คือร่างกายของฉัน ฉันคือนายกรัฐมนตรี”
หากดวงวิญญาณไม่อยู่ในร่างกาย เขาไม่สามารถพูดได้ ชีพบาบาไม่มีตัวตน
ท่านต้องรับการค้ำจุนของอวัยวะทางร่างกายเพื่อที่จะพูดเช่นกัน
เหตุนี้เองจึงแสดงให้เห็นว่าแม่น้ำคงคาปรากฏออกมาจากปาก
อย่างไรก็ตามชีวาเป็นเพียงจุด! ท่านจะมีปากได้อย่างไร?
ดังนั้นท่านจึงมาและนั่งอยู่ในผู้นี้และทำให้คงคาของความรู้ออกมาจากเขา
ทุกคนจดจำพ่อ: “โอ้ ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ได้โปรดมา! ปลดปล่อยเราจากความทุกข์นี้”!
ท่านคือศัลยแพทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ท่านเท่านั้นที่มีความรู้ที่จะชำระผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์
มีเพียงศัลยแพทย์เดียวที่จะชำระผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งหมดให้บริสุทธิ์
ในยุคทองทุกคนปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ลักษมีและนารายณ์เป็นนายของยุคทอง
ใครสอนพวกเขาถึงการกระทำเช่นนั้นที่พวกเขากลับมาเป็นอิสระจากโรคภัย?
มีเพียงพ่อเท่านั้นที่มาและสอนวิธีที่จะมีการกระทำที่สูงส่งแก่ลูก
ที่นี่ผู้คนเฝ้าแต่สำนึกผิดเสียใจต่อการกระทำของพวกเขา
ในยุคทองลูกจะไม่พูดว่าการกระทำของลูกเป็นเช่นนั้น ไม่มีความทุกข์หรือโรคภัยที่นั่น
ที่นี่พวกเขาเฝ้าแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความทุกข์ต่อกันและกัน
ในยุคทองและยุคเงินไม่มีเรื่องของความทุกข์ที่จะกล่าวได้ว่าสิ่งนั้นคือความทุกข์ทรมานของกรรมของพวกเขา
ไม่มีใครเข้าใจความหมายของการกระทำ,การกระทำที่เป็นกลางและการกระทำที่เป็นบาป
ลูกรู้ว่าทุกสิ่งเริ่มแรกนั้นสะโตประธานและแล้วก็กลับมาสะโต, ราโจและตาโม
ในยุคทองวัตถุธาตุทั้งห้าสะโตประธาน
แม้กระทั่งร่างกายของเราก็ถูกทำด้วยวัตถุธาตุที่สะโตประธาน
และแล้วเมื่อดวงวิญญาณลดลงไปสององศา ร่างกายก็เป็นไปตามนั้น
โลกก็ลดลงไปสององศาด้วยเช่นกัน
เพียงพ่อเท่านั้นที่นั่งที่นี่และอธิบายสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด
ไม่มีใครอื่นสามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้แก่ลูกได้ อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึงและสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
เพียงการกระทำที่สูงส่งตามศรีมัทของพ่อเช่นนั้นเท่านั้นที่ลูกไม่ต้องสำนึกผิดกับการกระทำของลูก
นั่นคือ ลูกไม่ต้องสัมผัสกับการถูกลงโทษสำหรับการกระทำของลูก
2.
อย่ามีความซาบซึ้งในสิ่งที่สูญสลายใดๆ แม้กระทั่งร่างกายของลูกก็สูญสลาย
อย่ามีความซาบซึ้งของสิ่งนั้นเช่นกัน จงกลับมารู้คิด
พร:
ขอให้ลูกเป็นของดินแดนของลูกเองและอยู่เหนือโดยพิจารณาว่าโลกเก่านี้เป็นต่างถิ่นสำหรับลูก
บางคนไม่แตะสิ่งใดๆ
จากต่างประเทศเพราะพวกเขาเชื่อว่าพวกเขาควรใช้ของจากประเทศของพวกเขาเองเท่านั้น
ในทำนองเดียวกัน โลกเก่านี้เป็นต่างถิ่นสำหรับลูก
และดังนั้นลูกต้องไปอยู่เหนือสิ่งนั้น
ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าอะไรที่เป็นของโลกเก่านี้: ธรรมชาติ สันสการ์
ไม่ได้ถูกดึงดูดจากสิ่งเหล่านั้นแม้แต่น้อย
จงเป็นผู้ที่มีความรักในแผ่นดินของลูกเอง นั่นคือ
พิจารณาตนเองเป็นผู้อาศัยของอาณาเขตสูงสุดในแง่ของดวงวิญญาณ
และเป็นผู้อาศัยของมธุบันในแง่ของครอบครัวที่สูงส่งของลูก รักษาความซาบซึ้งนี้ไว้
คติพจน์:
แทนที่จะติดอยู่ในความปั่นป่วน (Jamela) ให้อยู่ในการพบปะ(mela)อย่างสม่ำเสมอ
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
คงอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใส มีธรรมชาติที่ง่ายดาย และอดทนอย่างสม่ำเสมอ
คุณสมบัติพิเศษของหงส์ที่ศักดิ์สิทธิ์คือ มีธรรมชาติที่ง่ายดาย ใช้คำพูดเรียบง่าย
และมีทัศนคติที่เรียบง่าย และมีสายตาที่เรียบง่าย (บริสุทธิ์)
บัพดาดารักผู้ที่มีหัวใจบริสุทธิ์มากที่สุดและใกล้ชิดกับพวกเขาที่สุด
ผู้ที่มีหัวใจสะอาดจะนั่งอยู่บนบัลลังก์ของหัวใจของบัพดาดาเสมอ
และเนื่องจากความคิดที่สูงส่งทั้งหมดของพวกเขาได้รับการเติมเต็ม พวกเขาจึงดูง่ายๆ
เรียบง่าย และชัดเจน พวกเขามีความเหมือนกันในทัศนคติ สายตา คำพูด ความสัมพันธ์
และสายใยของพวกเขา