13.02.26       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆที่แสนหวาน ทุกสิ่งของลูกที่นี่แฝงตัวและเหตุนี้เองลูกต้องไม่โอ้อวดภายนอกใดๆ รักษาความซาบซึ้งของอาณาจักรใหม่ของลูก

คำถาม:
ลูกๆทำความเพียรพยายามก่อตั้งศาสนาที่สูงส่งและการกระทำที่สูงส่ง (ธรรมะและกรรม) ของลูกเพื่ออะไร?

คำตอบ:
เวลานี้ลูกกำลังเพียรพยายามที่จะละทิ้งกิเลสทั้งห้าเพราะกิเลสเหล่านี้ทำให้ทุกคนคดโกง ลูกรู้ว่าในเวลานี้ทุกคนกลับมาคดโกงและออกไปจากศาสนาและการกระทำที่สูงส่งของพวกเขา พ่อให้ศรีมัทแก่ลูกและก่อตั้งศาสนาที่สูงส่งและการกระทำที่สูงส่งของลูก ลูกเอาชนะกิเลสด้วยการทำตามศรีมัทและมีการจดจำระลึกถึงพ่อ ลูกแต่ละคนให้ติลัคของอำนาจในการปกครองแก่ตัวลูกเองด้วยการศึกษานี้

เพลง:
เมื่อได้พบท่าน เราได้พบทั้งโลก ผืนดินและท้องฟ้าทั้งหมดเป็นของเรา

โอมชานติ
ลูกๆทางจิตที่สุดแสนหวานได้ยินเพลงนี้ ลูกทางจิตเท่านั้นที่พูดว่า “บาบา” ลูกๆรู้ว่าท่านคือพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด ผู้ที่ให้ความสุขที่ไม่มีขีดจำกัดแก่ลูก นั่นคือท่านคือพ่อของทุกคน ลูกๆดวงวิญญาณที่ไม่มีขีดจำกัดทั้งหมดเฝ้าแต่จดจำท่าน พวกเขาจดจำท่านด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาสามารถได้รับอำนาจในการปกครองโลกจากพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ลูกรู้ว่าอำนาจในการปกครองโลกยุคทองที่พ่อให้แก่ลูกนั้นมั่นคงและไม่ไหวหวั่นสั่นคลอน อำนาจในการปกครองของเรานั้นคงอยู่มาเป็นเวลา 21 ชาติเกิด มีอาณาจักรของเราทั่วทั้งโลกและไม่มีใครสามารถแย่งชิงอาณาจักรไปจากเราได้ ไม่มีใครสามารถปล้นอาณาจักรนั้นไปได้ อาณาจักรของเราไม่สั่นคลอนเพราะว่ามีเพียงศาสนาเดียวเท่านั้นที่นั่น ไม่มีภาวะที่เป็นคู่ขนานกันที่นั้น นั่นคืออาณาจักรที่ไม่แบ่งแยก เมื่อลูกๆได้ยินเพลงนี้ ลูกควรรู้สึกซาบซึ้งในอาณาจักรของลูก ลูกควรมีเพลงเช่นนั้นในบ้านของลูก ทุกสิ่งของลูกนั้นแฝงตัวในขณะที่บุคคลสำคัญมีการโอ้อวดภายนอกมากมาย ลูกไม่มีการโอ้อวดภายนอกใดๆ ลูกสามารถเห็นว่าผู้ที่บาบาเข้ามานั้นแสนจะธรรมดามากด้วยเช่นกัน ลูกๆเข้าใจว่ามนุษย์ทั้งหมดที่นี่มีการกระทำที่ไม่ถูกต้องและสกปรก และด้วยเหตุนี้เองพวกเขาจึงถูกกล่าวว่าไม่รู้คิด สติปัญญาของพวกเขาถูกปิดล็อคอย่างสิ้นเชิง ลูกเคยรู้คิดมาก ลูกเป็นนายของโลก เวลานี้มายาได้ทำให้ทุกคนไม่รู้คิดอย่างมากจนพวกเขาไม่มีประโยชน์ใดอีกต่อไป ผู้คนทำการบำเพ็ญตบะและจัดพิธีไฟบูชายัญฯลฯ อย่างมาก เพื่อแสวงหาพ่อแต่พวกเขาก็ไม่ได้รับอะไรเลย พวกเขาก็ยังคงล้มลุกคลุกคลานต่อไปในหนทางนั้น นับวันพวกเขาก็กลับมาโชคร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมนุษย์กลับมาตาโมประธานมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งอับโชคมากเท่านั้น ฤๅษีและมุนีได้รับการจดจำว่าเคยอยู่อย่างบริสุทธิ์ พวกเขาจะพูดว่า “เนติ เนติ”(ไม่ใช่สิ่งนี้หรือสิ่งนั้น) เวลานี้พวกเขากลับมาตาโมประธาน พวกเขาพูดว่า “ฉันคือชีวาและสิ่งเดียวกันนี้ใช้กับลูกด้วย” (ชีโวฮัม ทัทวัม!) หรือว่าท่านอยู่ทั่วไปในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกันและในทุกคน ผู้คนเหล่านั้นเพียงแต่พูดว่า “ดวงวิญญาณสูงสุด” พวกเขาไม่เคยพูดว่า “พ่อสูงสุด” การเรียกพ่อสูงสุดว่าอยู่ในทุกหนแห่งนั้นเป็นสิ่งที่ผิด เหตุนี้เองพวกเขาจึงพูดว่า “อิศวร” หรือ “ดวงวิญญาณสูงสุด” คำว่า “พ่อ” ไม่เคยเข้ามาในสติปัญญาของพวกเขา แม้ว่าเมื่อบางคนพูดสิ่งนั้น นั่นก็เป็นเพียงแค่พูดเพื่อประโยชน์ของสิ่งนั้น หากพวกเขาเชื่อว่าท่านเป็นพ่อสูงสุดอย่างแท้จริง สติปัญญาของเขาจะเปล่งประกาย พ่อให้มรดกแห่งสวรรค์แก่ลูก ท่านคือพระเจ้าแห่งสวรรค์ผู้เป็นพ่อ ดังนั้นเหตุใดเรายังอยู่ในนรก? เวลานี้เราสามารถได้มาซึ่งการหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิตได้อย่างไร? สิ่งนี้ไม่ได้เข้าไปในสติปัญญาของใคร ดวงวิญญาณได้กลับมาไม่บริสุทธิ์ ในตอนแรกดวงวิญญาณสะโตประธานและรู้คิด และแล้วดวงวิญญาณก็ไปสู่สภาพสะโต ราโจ และตาโม และกลับมาไม่รู้คิด เวลานี้ลูกได้กลับมารู้คิดแล้ว เวลานี้บาบาได้เตือนลูกแล้วว่าเมื่อมีโลกใหม่ของบารัต นั่นก็เป็นอาณาจักรของลูก มีเพียงหนทางเดียว ภาษาเดียว ศาสนาเดียว และอาณาจักรของจักรพรรดิและจักรพรรดินีเดียว และแล้วในยุคทองแดงหนทางแห่งบาปก็เริ่มต้นขึ้น และแล้วทุกสิ่งก็ขึ้นอยู่กับกรรมของแต่ละคน ลูกละร่างและรับอีกร่างหนึ่งตามกรรมของลูก พ่อพูดว่า เวลานี้พ่อกำลังสอนการกระทำเช่นนั้นแก่ลูกที่ลูกจะได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองเป็นเวลา 21 ชาติเกิด แม้ว่าลูกจะมีพ่อที่มีขีดจำกัดที่นั่น แต่ลูกก็ไม่มีความรู้ที่นั่นว่าลูกได้รับมรดกของอาณาจักรจากพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด และแล้วในยุคทองแดง อาณาจักรของราวันจึงเริ่มต้นขึ้นและความสัมพันธ์ก็กลับมาเลวร้าย การเกิดที่ลูกได้รับเป็นไปตามกรรมของลูก ในบารัตเคยมีราชาที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาและมีราชาผู้ที่กราบไหว้บูชาด้วยเช่นกัน ในยุคทองและยุคเงินทุกคนมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา ไม่มีการกราบไหว้บูชาหรือความเลื่อมใสศรัทธาที่นั่น เมื่อหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาเริ่มต้นขึ้นในยุคทองแดง ราชา ราชินีและปวงประชาทั้งหมดกลายเป็นผู้กราบไหว้บูชาและผู้เลื่อมใสศรัทธา ราชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้ที่เป็นของสุริยวงศ์และมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาและแล้วกลายเป็นผู้กราบไหว้บูชา รางวัลสำหรับการกลับมาปราศจากกิเลสของลูกเวลานี้คงอยู่เป็นเวลา 21 ชาติเกิด และแล้วหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาก็เริ่มต้นขึ้น พวกเขาสร้างวัดให้แก่เทพและกราบไหว้บูชาเทพ สิ่งนี้เกิดขึ้นในบารัตเท่านั้น เรื่องราวของ 84 ชาติเกิดที่พ่อบอกเป็นไปสำหรับชาวบารัตเท่านั้นด้วยเช่นกัน ผู้ที่เป็นของศาสนาอื่นมาภายหลัง และแล้วเมื่อประชากรเพิ่มขึ้นก็มีพวกเขามากมาย ลักษณะของศาสนาที่หลากหลายนั้นแตกต่างกันในทุกด้าน ขนบธรรมเนียมประเพณีและระบบของพวกเขาก็แตกต่างกันด้วย เครื่องประกอบทั้งหมดก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาด้วยเช่นกัน เช่นที่เมล็ดนั้นมีขนาดเล็กและต้นไม้ที่ปรากฏออกมาจากเมล็ดนั้นมีขนาดใหญ่มาก เช่นเดียวกับที่ใบไม้ฯลฯของต้นไม้ไม่สามารถนับได้ ในทำนองเดียวกันมีการขยายตัวอย่างมากในความเลื่อมใสศรัทธา พวกเขายังคงผลิตคัมภีร์มากมายต่อไป เวลานี้พ่อพูดกับลูกๆว่า เครื่องประกอบทั้งหมดของหนทางความเลื่อมใสศรัทธาต้องจบสิ้นลง เวลานี้จดจำฉันผู้เป็นพ่อ! มีอิทธิพลอย่างมากของความเลื่อมใสศรัทธา สิ่งนั้นสวยงามมากและมีการร่ายรำ การแสดงภายนอก การร้องเพลง และค่าใช้จ่ายฯลฯอย่างมากมาย พ่อพูดว่าเวลานี้จงจดจำระลึกถึงพ่อและมรดกของลูก จดจำศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปของลูก ลูกได้ทำความเลื่อมใสศรัทธาประเภทต่างๆมากมายมาหลายชาติเกิดแล้ว ซันยาสซีพิจารณาว่าบ้านของดวงวิญญาณซึ่งเป็นธาตุแห่งแสงนั้นเป็นพระเจ้า พวกเขาจดจำธาตุแสง(ธาตุบราห์ม) ในความเป็นจริงเมื่อซันยาสซีสะโตประธาน พวกเขาจะไปอาศัยอยู่ในป่าอย่างสงบ ไม่ใช้ว่าพวกเขาจะหลอมเข้าไปในธาตุแห่งแสง พวกเขาเชื่อว่าด้วยการทิ้งร่างในการจดจำระลึกถึงธาตุแสง พวกเขาจะหลอมรวมไปสู่ธาตุนั้น พ่อพูดว่าไม่มีใครสามารถหลอมไปสู่ธาตุแสงได้ ดวงวิญญาณไม่สูญสลาย ดวงวิญญาณจะหลอมเข้าไปสู่สิ่งใดได้อย่างไร? พวกเขาเพียรพยายามอย่างหนักมากในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา แต่แล้วบางคนก็พูดว่าพระเจ้าจะมาในรูปใดรูปหนึ่งอย่างแน่นอน เวลานี้ใครถูกต้อง? พวกเขาพูดว่าพวกเขาจะมีโยคะกับธาตุแสงและหลอมรวมไปสู่ธาตุแสงนั้น ผู้คนในหนทางของศาสนาแห่งการครองเรือนพูดว่า พระเจ้าจะมาในรูปใดรูปหนึ่งเพื่อชำระผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าท่านจะสอนจากเบื้องบนโดยการให้แรงบันดาลใจแก่ลูก ครูจะนั่งอยู่ที่บ้านและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหรือ? ไม่มีสิ่งที่เป็นเช่น “แรงบันดาลใจ” ไม่มีอะไรเกิดขึ้นผ่านแรงบันดาลใจ แม้ว่าจะมีการกล่าวว่าการทำลายล้างเกิดขึ้นผ่านแรงบันดาลใจของชางก้าร์ก็ตาม แต่ในความเป็นจริงเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วในละคร พวกเขาต้องผลิตขีปนาวุธเหล่านั้นฯลฯ นั่นเพียงการยกย่องเพื่อประโยชน์ของสิ่งนั้น ไม่มีใครในพวกเขารู้ถึงการยกย่องของบรรพบุรุษของพวกเขา พวกเขาแม้กระทั่งเรียกผู้ก่อตั้งศาสนาของเขาว่ากูรู อย่างไรก็ตามพวกเขาเพียงแค่ก่อตั้งศาสนาของพวกเขา กูรูคือผู้ให้การหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ ผู้ก่อตั้งศาสนามาเพื่อก่อตั้งศาสนาของพวกเขา และแล้ววงศ์ตระกูล (สาวก) ของเขาก็ตามมา พวกเขาไม่ได้ให้หลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์แก่ใคร ดังนั้นเหตุใดจึงสมควรเรียกพวกเขาว่ากูรู? มีเพียงกูรูผู้เดียวเท่านั้นที่ถูกเรียกว่าผู้ประทานการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์แก่ทุกคน พระเจ้าผู้เป็นพ่อเท่านั้นที่มาและประทานหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์แก่ทุกคน ท่านประทานการหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิต ไม่มีใครสามารถหยุดจดจำระลึกถึงท่านได้ ไม่ว่าภรรยาจะรักสามีของเธอมากเพียงใดเธอก็ยังร้องเรียกหา “โอ้ พระเจ้า โอ้ อิศวร (อิชวาร์)” เพราะท่านเท่านั้นคือผู้ประทานหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์แก่ทุกคน พ่อนั่งที่นี่และอธิบายว่าทั้งหมดคือสิ่งสร้างและท่านคือผู้สร้างผู้เป็นพ่อ พ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ให้ความสุขแก่ทุกคน พี่น้องไม่สามารถให้มรดกแก่พี่น้องได้ มรดกนั้นได้รับจากพ่อเสมอ พ่อให้มรดกที่ไม่มีขีดจำกัดของลูกแก่ลูกๆที่ไม่มีขีดจำกัดทุกคน เหตุนี้เองทุกคนจึงจดจำพ่อ “โอ้ พ่อสูงสุด โปรดยกโทษให้ฉัน มีเมตตาต่อฉัน” พวกเขาไม่เข้าใจอะไรเลย ในหนทางความเลื่อมใสศรัทธา พวกเขาสรรเสริญท่านในรูปแบบต่างๆมากมาย ท่านเล่นบทบาทของท่านตามละครด้วยเช่นกัน พ่อพูดว่าพ่อไม่ได้มาเมื่อพวกเขาเรียกหาพ่อ ละครนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว บทบาทการมาของพ่อถูกกำหนดไว้ในละคร พ่อสร้างแรงบันดาลใจในการก่อตั้งศาสนาเดียวและทำลายศาสนานับไม่ถ้วน นั่นคือ การก่อตั้งยุคทองและการทำลายยุคเหล็ก พ่อมาด้วยตนเองในเวลาของพ่อเอง บทบาทของหนทางความเลื่อมใสศรัทธาก็อยู่ในละครด้วยเช่นกัน เป็นเพราะบทบาทในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาในเวลานี้ได้สิ้นสุดลงแล้วที่พ่อมาเวลานี้ ลูกๆพูดว่า “เวลานี้ลูกเข้าใจแล้วว่าลูกได้พบพ่ออีกครั้งหลังจาก 5,000 ปี บาบาท่านเข้ามาในร่างของบราห์มาในวงจรที่แล้วเช่นกัน” ลูกได้รับความรู้นี้ในเวลานี้เท่านั้น ลูกไม่ได้รับความรู้นี้อีก นี่คือความรู้และนั่นคือความเลื่อมใสศรัทธา สภาพของการขึ้นเป็นรางวัลของความรู้นี้ มีคำกล่าวว่าลูกสามารถได้รับการหลุดพ้นในชีวิตในหนึ่งวินาที จานากได้รับการหลุดพ้นในชีวิตในหนึ่งวินาที เป็นเพียงจานากคนเดียวที่ได้รับการหลุดพ้นในชีวิตหรือไม่? การหลุดพ้นในชีวิตหมายถึงชีวิตที่ได้รับการหลุดพ้นจากอาณาจักรของราวันนี้ พ่อรู้ว่าเวลานี้ลูกๆทั้งหมดได้กลับมาตกต่ำ เวลานี้พวกเขาได้รับการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ จากความตกต่ำพวกเขาได้รับสถานภาพที่สูงของการหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิต ประการแรกลูกจะไปสู่การหลุดพ้นและแล้วจึงไปสู่การหลุดพ้นในชีวิต จากดินแดนแห่งความสงบลูกจะไปสู่ดินแดนแห่งความสุข พ่อได้อธิบายความลับของทั้งวงจร ศาสนาอื่นๆมาหลังจากลูกและประชากรโลกมนุษย์ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน พ่อพูดว่า: ในเวลานี้ต้นไม้โลกมนุษย์ได้กลับมาตาโมประธานและไปถึงสภาพของศวามเสื่อมโทรมอย่างสิ้นเชิง รากฐานทั้งหมดของต้นไม้เทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปได้เสื่อมโทรมลง ศาสนาอื่นๆทั้งหมดยังคงอยู่ ไม่มีแม้แต่คนเดียวในบารัตที่คิดว่าตนเองเป็นของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป พวกเขาเป็นของศาสนาเทพแต่เวลานี้พวกเขาไม่เชื่อว่าพวกเขาเป็นของศาสนาเทพเพราะเทพนั้นบริสุทธิ์ พวกเขาคิดว่าพวกเขาเองไม่บริสุทธิ์ เราที่ไม่บริสุทธิ์จะเรียกตนเองว่าเป็นเทพได้อย่างไร? ระบบการเรียกตนเองว่าฮินดูเป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นตามแผนของละคร แม้กระทั่งในการสำรวจสำมะโนประชากร พวกเขาก็เขียนลงไปว่าเราเป็นของศาสนาฮินดู แม้ว่าพวกเขาเป็นชาวกุจราช พวกเขาก็จะเขียนเข้าไปว่าเป็นฮินดูกุจราช อย่างน้อยถามพวกเขาว่าศาสนาฮินดูมาจากไหน ไม่มีใครรู้ พวกเขาเพียงแต่พูดว่าศาสนาของเขาก่อตั้งโดยศรีกฤษณะ ก่อตั้งเมื่อไหร่? ในยุคทองแดง ในยุคทองแดงที่พวกเขาลืมศาสนาของเขาและเริ่มเรียกตนเองว่าฮินดู เหตุนี้เองจึงกล่าวกันว่าการกระทำและศาสนาที่สูงส่งของพวกเขาได้กลับมาตกต่ำ ที่นั่นทุกคนมีการกระทำที่ดี ที่นี่ทุกคนมีการกระทำที่สกปรก และเหตุนี้เองจึงมีการกล่าวกันว่าศาสนาเทพและการกระทำที่สูงส่งได้กลับมาตกต่ำ เวลานี้การกระทำที่สูงส่งและศาสนาที่สูงส่งกำลังถูกก่อตั้งอีกครั้ง เหตุนั้นเองลูกจึงได้รับการบอกให้ละทิ้งกิเลสทั้งห้าเหล่านี้ต่อไป กิเลสเหล่านี้คงอยู่มาเป็นเวลาครึ่งวงจร เวลานี้ลูกต้องละทิ้งกิเลสเหล่านี้สำหรับชาติเกิดเดียวนี้ ความเพียรพยายามเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งนั้น ลูกไม่สามารถได้รับอำนาจในการปกครองโลกได้โดยไม่ทำความพยายามบางอย่าง เพียงเมื่อลูกจดจำระลึกถึงพ่อเท่านั้นที่ลูกจะให้ติลัคของอำนาจในการปกครองของลูกเอง นั่นคือเมื่อนั้นลูกจะกลับมามีค่าควรกับอาณาจักร ยิ่งลูกอยู่ในการจดจำระลึกถึงและทำตามศรีมัทมากเท่าไหร่ ลูกก็จะยิ่งกลายเป็นราชาเหนือราชามากเท่านั้น ครูมาเพื่อสอนลูก นี่คือโรงเรียนที่จะเปลี่ยนจากมนุษย์ไปเป็นเทพ ท่านบอกลูกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดาไปเป็นนารายณ์ เรื่องราวนี้เป็นที่รู้จักกันดีมาก ถูกเรียกว่าเรื่องของความเป็นอมตะ เรื่องของนารายณ์ที่แท้จริง และเรื่องราวของตาที่สามด้วยเช่นกัน พ่ออธิบายความหมายของทั้งสามแก่ลูก มีเรื่องราวมากมายในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา ดังนั้นดูซิว่าเพลงนี้ดีแค่ไหน! บาบากำลังทำให้เรากลายเป็นนายของทั้งโลกในลักษณะเช่นนั้นที่ไม่มีใครสามารถช่วงชิงสถานภาพของการ “เป็นนาย” ไปจากเราได้ อัจชะ

ถึงลูกๆที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ใด้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพ ดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. จงสำนึกไว้อย่างสม่ำเสมอว่าลูกคือเครื่องมือในการก่อตั้งหนทางเดียว อาณาจักรเดียว และศาสนาเดียว ดังนั้นลูกต้องกลายเป็นหนึ่งเดียวและทำตามหนทางเดียว

2. เพื่อที่จะให้ติลัคของอำนาจในการปกครองให้กับตัวลูกเอง จงทำความพยายามที่จะละทิ้งกิเลส ใส่ใจต่อการศึกษานี้อย่างเต็มที่

พร:
ขอให้ลูกกลายเป็นตัวของความสำเร็จ โดยการอยู่อย่างมั่นคงในสภาพอยู่เหนือบ่วงกรรม(คาร์มาทีท)ของลูก ขณะที่ลูกดูแลงานรับใช้ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นในทุกหนแห่ง ในขณะที่ลูกก้าวหน้าไป เพื่อที่จะดูแลการขยายตัวของงานรับใช้ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นในทุกหนแห่ง ลูกจะต้องนำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มาใช้ เนื่องจากจดหมาย โทรเลข และโทรศัพท์จะไม่ทำงานในขณะนั้น ในช่วงเวลาเช่นนั้น ลูกจะต้องการมีชุดอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย (wireless set) สำหรับสิ่งนั้นหนึ่งนาทีเป็นคาร์มาโยคี นาทีถัดไปฝึกที่จะมั่นคงในสภาพอยู่เหนือบ่วงกรรมของลูก และแล้วด้วยความสำเร็จของความคิดของลูก ลูกจะสามารถร่วมมือในทุกหนแห่ง

คติพจน์:
การหล่อเลี้ยงของความรักของพระเจ้าคือการแสดงให้เห็นถึงชีวิตโยคีที่ง่ายดายของลูก

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: ด้วยคุณสมบัติพิเศษของความเป็นหนึ่งเดียวกันและศรัทธา กลับมาเต็มไปด้วยความสำเร็จ

แต่ละคนต้องใส่ใจเป็นพิเศษกับสองสิ่งนี้: 1) รักษาความเป็นเป็นหนึ่งเดียวกันในความสอดคล้องปรองดองสันสการ์ของลูกอย่างสม่ำเสมอ 2) มีศรัทธาในกันและกัน และอยู่อย่างพอใจและทำให้ผู้อื่นพอใจอย่างสม่ำเสมอ เมื่อลูกใส่ใจกับทั้งสองสิ่งเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ในเวลานั้นพ่อจะปรากฏให้เห็นอย่างที่ท่านเป็น และการเปิดเผยก็จะเกิดขึ้น