14.08.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ
ที่แสนหวาน ถามตนเองทุกวันว่า:ฉันดวงวิญญาณนี้ได้กลับมาบริสุทธิ์เพียงใด?
ยิ่งลูกบริสุทธิ์มากขึ้นเท่าใด
ลูกจะรู้สึกเป็นสุขมากขึ้นเท่านั้นและลูกจะมีความกระตือรือร้นสำหรับงานรับใช้มากขึ้นตามนั้น
คำถาม:
ความพยายามอะไรที่ลูกต้องทำเพื่อที่จะกลับมาสูงส่งเช่นเพชร?
คำตอบ:
กลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
ไม่ควรมีความผูกพันยึดมั่นต่อร่างกายของลูกแม้เพียงน้อยที่สุด
คงอยู่เหนือความวิตกกังวลทั้งหมดและอยู่ในการจดจำระลึกถึงบาบาผู้เดียวเท่านั้น
ความพยายามที่สูงส่งนี้จะทำให้ลูกเป็นเช่นเพชร ถ้ามีสำนึกที่เป็นร่าง
ควรเข้าใจว่าสภาพของลูกอ่อนแอและลูกนั้นห่างไกลจากบาบา
ลูกต้องดูแลร่างกายของลูกเพราะลูกต้องได้รับสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมของลูกขณะที่อยู่ในร่างนี้
เพลง:
มองดูใบหน้าของคุณในกระจกของหัวใจของคุณ
โอมชานติ
พ่ออธิบายแก่ลูกๆ ว่า:
ปรอทของความสุขสูงขึ้นในผู้ที่ตัดบาปของพวกเขาออกไปด้วยพลังโยคะ ลูกๆ
สามารถรู้สภาพของตนเองด้วยตนเอง เมื่อสภาพของลูกดี
ลูกรู้สึกมีความสนใจอย่างมากในการทำงานรับใช้ ยิ่งลูกกลับมาบริสุทธิ์มากขึ้นเพียงใด
ลูกจะมีความกระตือรือร้นมากขึ้นสำหรับการทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์และเป็นโยคีมากตามนั้น
เพราะลูกคือราชาโยคีและราชฤๅษี หฐโยคะฤๅษีพิจารณาวัตถุธาตุว่าเป็นพระเจ้า ราชาโยคะ
ฤๅษีพิจารณาพระเจ้าว่าเป็นพ่อของพวกเขา
บาปของพวกเขาไม่ถูกตัดไปด้วยการจดจำวัตถุธาตุ
พวกเขาไม่ได้รับพลังโดยการมีโยคะกับวัตถุธาตุ
ไม่มีใครของศาสนาใดที่รู้เกี่ยวกับโยคะ
เหตุนี้เองจึงไม่มีใครในพวกเขาที่สามารถกลายเป็นโยคีที่แท้จริงและกลับบ้านได้
เวลานี้ลูกๆ สามารถรู้ถึงสภาพของลูกสำหรับตัวลูกเอง
จะมีความสุขตามสภาพว่าลูกดวงวิญญาณจดจำพ่อของเขามากเพียงใด ลูกต้องตรวจสอบตัวลูกเอง
ลูกๆ สามารถรู้ถึงสภาพของกันและกันและสภาพของตัวลูกเอง
ลูกแต่ละคนต้องตรวจสอบว่าตัวลูกนั้นไม่ได้มีสำนึกที่เป็นร่างใดๆ
ถ้ามีสำนึกที่เป็นร่าง ก็เข้าใจว่าลูกนั้นอ่อนแอมากและลูกยังห่างไกลจากบาบามาก
พ่อออกคำสั่งลูกว่า: ลูกๆ เวลานี้ลูกต้องกลับมาเป็นเช่นเพชร
พ่อทำให้ลูกมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ พ่อไม่ได้มีสำนึกที่เป็นร่างใดๆ เป็นลูกๆ
ที่กลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
ลูกกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณด้วยการมีการจดจำระลึกถึงพ่อ
จงเฝ้าแต่ตรวจสอบตนเองว่า: ฉันคงอยู่ในการจดจำระลึกถึงยาวนานเพียงใด?
มากเท่าที่ลูกจดจำบาบา ปรอทของความสุขของลูกจะสูงขึ้นตามนั้น
และลูกก็จะทำให้ตนเองนั้นมีค่ามากขึ้นตามนั้น
อย่าได้คิดว่าลูกๆคนใดได้ไปถึงสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมของพวกเขาแล้ว ไม่เลย
การแข่งขันยังคงดำเนินอยู่
ผลลัพธ์สุดท้ายจะประกาศเมื่อการแข่งขันได้จบสิ้นสมบูรณ์แล้ว
และแล้วการทำลายจะเริ่มขึ้น
การซ้อมโรงจะเฝ้าแต่เกิดขึ้นจนกระทั่งลูกถึงสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมของลูก
เราไม่สามารถพูดสิ่งไม่ดีของผู้ใด ผลลัพธ์ของทุกคนนั้นจะเป็นที่รู้ได้ในเวลาสุดท้าย
เวลานี้ยังคงมีเวลาเหลืออยู่บ้าง ดาด้านี้ก็พูดด้วยเช่นกันว่า: ลูกที่แสนหวาน
เวลานี้มีเพียงเวลาอันสั้นเหลืออยู่
เวลานี้ไม่มีเพียงคนเดียวสามารถไปถึงสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมของเขาได้
ความเจ็บป่วยใดๆฯลฯ นั้นถูกเรียกว่าความทุกข์ทรมานของกรรม
ไม่มีใครอื่นสามารถรู้ถึงความทุกข์ทรมานนั้น ความเจ็บปวดนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ภายใน
ไม่มีใครสามารถสร้างสภาพที่มั่นคงและสม่ำเสมอได้
ยิ่งลูกพยายามที่จะไปถึงสภาพนี้เพียงใด ความคิดที่เป็นบาปและพายุจะมาหาลูกมากขึ้น
ลูกๆ ควรที่จะมีประสบการณ์ของความสุขอย่างมาก
เป็นสิ่งเล็กน้อยหรือที่จะกลายเป็นนายของโลก?
ผู้คนที่มั่งคั่งอยู่อย่างมีความสุขมาก
เพราะพวกเขานั้นมีคฤหาสถ์ที่ใหญ่โตและความสะดวกสบายทั้งหมด
เวลานี้ลูกกำลังได้รับความสุขที่ไม่สิ้นสุดจากพ่อ
ลูกรู้ว่าลูกจะประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรของลูกจากบาบา
พวกเขานั้นไม่มีประสบการณ์ของความสุขด้วยความสงบมากเท่ากับที่พวกเขามีกับความมั่งคั่งของพวกเขา
ซันยาสซีเคยจากบ้านเรือนและครอบครัวของพวกเขาและไปและอาศัยอยู่ป่า
พวกเขานั้นไม่เคยรับเงิน แต่รับเพียงจาปาตีเท่านั้น
เวลานี้พวกเขากลับมามั่งคั่งอย่างมาก ทุกคนวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับเงินทอง
แท้จริงแล้วราชานั้นมีความใส่ใจเกี่ยวกับประชาชนของเขา
และเหตุนี้เองที่เขาจึงมีวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อสงคราม
ในยุคทองไม่มีเรื่องของสงคราม
เวลานี้ลูกๆมีความสุขว่าลูกกำลังจะไปสู่อาณาจักรของลูกเอง
ไม่มีเรื่องของความกลัวใดที่นั่น ที่นั่นไม่มีเรื่องของภาษีฯลฯ
เป็นที่นี่ที่มีความกังวลเกี่ยวกับร่างกาย เป็นที่จดจำว่า: “สวามี พระผู้เป็นเจ้า
ได้พาลูกขึ้นไปอยู่เหนือความวิตกกังวลทั้งหมดของลูก”
เวลานี้ลูกรู้ว่าลูกกำลังทำความพยายามมากเพียงใดเพื่อที่จะไปอยู่เหนือความวิตกกังวลทั้งหมด
และแล้วจะไม่มีความวิตกกังวลใดๆเลยเป็นเวลา 21 ชาติเกิด
ด้วยการจดจำบาบาลูกจะอยู่อย่างไม่ไหวหวั่นสั่นคลอน
เรื่องราวของรามายานะนั้นอยู่บนพื้นฐานของลูก ลูกคือผู้ที่กลายเป็นมหาวีระ
ดวงวิญญาณพูดว่า: ราวันไม่สามารถเขย่าเราได้ นั้นจะเป็นสภาพของลูกในเวลาสุดท้าย
ในปัจจุบันใครก็ตามสามารถเขย่า จะมีความวิตกกังวล เมื่อสงครามโลกเกิดขึ้น
ลูกจะเข้าใจว่าเวลานั้นได้มาถึงแล้วในขณะนี้
ยิ่งลูกทำความพยายามที่จะจดจำพ่อมากเพียงใด ลูกจะได้รับประโยชน์มากเท่านั้น
ขณะนี้เป็นเพียงเวลาที่จะทำความพยายาม ต่อมาจะมีความปั่นป่วนของการทำลายอย่างมาก
เวลานี้มีความผูกพันยึดมั่นแม้แต่กับร่างกายของลูก บาบาเองพูดว่า:จงดูแลร่างกายของลูก
นั้นเป็นร่างกายสุดท้ายของลูกและด้วยร่างกายนั้นที่ลูกต้องทำความพยายามที่จะไปถึงสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมของลูก
ตราบนานเท่าที่ลูกมีชีวิตอยู่ ลูกต้องเฝ้าแต่จดจำพ่อ พ่อพูดว่า: ลูกๆ
ขอให้ลูกมีชีวิตที่ยืนยาว ยิ่งลูกมีชีวิตยืนยาวมากเพียงใด ลูกจะจดจำพ่อมากตามนั้น
และลูกจะประกาศสิทธิ์ในมรดกที่สูงส่งมากขึ้นตามนั้น เวลานี้ลูกกำลังเฝ้าแต่หารายได้
เฝ้าแต่ทำให้ร่างกายของลูกนั้นมีพลานามัยดีและเป็นอิสระจากความเจ็บป่วย
อย่าได้ไม่ระมัดระวังเกี่ยวกับสิ่งนี้
ถ้าลูกนั้นมีความระวังเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มของลูก จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
ด้วยการรักษาพฤติกรรมของลูกให้สม่ำเสมอ (มีระเบียบวินัยเกี่ยวกับทุกสิ่ง)
ร่างกายของลูกจะคงอยู่อย่างมีพลานามัยที่ดี นั้นคือร่างกายที่ประมาณค่ามิได้
เป็นด้วยร่างกายเหล่านี้ที่ลูกทำความพยายามและกลายเป็นเทพ
ดังนั้นความยิ่งใหญ่เป็นของเวลานี้ ลูกควรมีความสุขนี้
ยิ่งลูกจดจำพ่อและมรดกมากเพียงใด
ความซาบซึ้งของการกลายเป็นเช่นนารายณ์จะมีมากขึ้นตามนั้น
เป็นด้วยการมีการจดจำระลึกถึงพ่อเท่านั้นที่ลูกจะสามารถประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงได้
ตรวจสอบเพื่อดูว่าลูกมีความสุขและความซาบซึ้งมากเพียงใด
ผู้ที่ยากจนควรมีความสุขมากกว่า
ผู้ที่มั่งคั่งวิตกกังวลเกี่ยวกับความมั่งคั่งของพวกเขา
กุมารีในบรรดาลูกนั้นไม่มีความวิตกกังวลใดเลย ใช่ ถ้าเพื่อนหรือญาติของบางคนยากจน
พวกเขาต้องได้รับการดูแล จงเฝ้าแต่ปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้น ถ้าพวกเขาไม่ตื่นขึ้น
เป็นเวลานานเพียงใดที่ลูกจะเฝ้าแต่ช่วยเหลือพวกเขา? บาบาพูดว่า:
ลูกเองควรที่จะเป็นผู้ที่เฝ้าแต่ทำงานรับใช้และยอมให้ภรรยาของลูกกลับมาไม่ว่างเว้นอยู่ในงานรับใช้ทางจิต
ลูกคือผู้ช่วยของบาบา ทุกคนต้องการการช่วยเหลือ
พ่อจะสามารถทำอะไรได้ด้วยตัวของท่านเองเล่า?
ท่านจะให้มนตราแก่กี่คนด้วยตัวของท่านเอง?
พ่อให้มนตราแก่ลูกและแล้วลูกก็ต้องให้มนตรานี้แก่ผู้อื่น จงเฝ้าแต่เพาะต้นอ่อน
ท่านนั้นเฝ้าแต่บอกลูกๆว่า: มากเท่าที่จะเป็นไปได้
เฝ้าที่จะกลายเป็นผู้ช่วยและให้มนตรา บอกผู้คนว่า:มีการพูดไว้ในคัมภีร์ศาสนาของท่านว่าทุกคนได้รับสาสน์ว่าพ่อได้มาแล้ว
ดังนั้นจดจำท่านเพื่อที่จะประกาศสิทธิ์ในมรดกของลูก อย่าได้จดจำชีวิตที่มีร่างกายใด
ถ้าลูกพิจารณาตัวลูกเองว่าเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อ บาปของลูกจะถูกเผาไป
และลูกจะประกาศสิทธิ์ในมรดกของลูก มากมายได้ฟังและถ่ายทอดกีตะ
คำที่เป็นที่รู้จักดีในกีตะนั้นคือ “มานมานะบาฟ” จดจำพ่อและลูกจะได้รับการหลุดพ้น
ซันยาสซีก็ชอบสิ่งนี้ด้วยเช่นกัน “มาดียาจีบาฟ” หมายถึงการหลุดพ้นในชีวิต เมื่อลูกๆ
เป็นของพ่อ ท่านพูดว่า: ลูกๆ ดวงวิญญาณได้กลับมาไม่บริสุทธิ์
ลูกจะไม่สามารถกลับไปได้ในขณะที่ลูกไม่บริสุทธิ์ นี่คือบางสิ่งที่เป็นที่เข้าใจ
ลูกชาวบารัตเคยสะโตประธาน
ลูกได้กลับมาตาโมประธานและเวลานี้ลูกจะต้องกลับมาสะโตประธานอีกครั้ง
ดังนั้นพ่อพูดว่า: ทำความพยายามและลูกจะประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูง
ลูกนั้นได้ทำความเลื่อมใสศรัทธามาเป็นเวลาชาติแล้วชาติเล่า
ลูกรู้ว่าในตอนเริ่มแรกได้มีความเลื่อมใสศรัทธาที่ไม่มีสิ่งใดเจือปน
เวลานี้ความเลื่อมใสศรัทธามีการเจือปนอย่างมาก
พวกเขาแม้กระทั่งกราบไหว้บูชาร่างกายและนั่นเป็นการกราบไหว้บูชาของวัตถุธาตุ
เหล่าเทพนั้นอย่างน้อยก็สุดบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตามเวลานี้ทั้งหมดตาโมประธาน
ดังนั้นการกราบไหว้บูชาก็เฝ้าแต่กลับมาตาโมประธานด้วยเช่นกัน เวลานี้ลูกต้องจดจำพ่อ
ลูกต้องไม่พูดคำใดของความเลื่อมใสศรัทธา การพูดว่า “โอ ราม” (โอ พระเจ้า)
ก็เป็นการพูดแสดงออกของความเลื่อมใสศรัทธาด้วยเช่นกัน
ลูกต้องไม่ร้องเรียกในวิธีนั้น ที่นี่ไม่มีความจำเป็นต้องพูดสิ่งใด
ลูกต้องไม่แม้กระทั่งพูดว่า “โอม ชานติ” ครั้งแล้วครั้งเล่า “ชานติ”หมายถึงฉันดวงวิญญาณเป็นตัวของความสงบ
ดวงวิญญาณนั้นเป็นตัวของความสงบนั้นในทุกกรณี ไม่มีความจำเป็นต้องพูดสิ่งนั้น
ถ้าลูกพูดว่า “โอม ชานติ” แก่ผู้คนอื่นพวกเขาจะไม่เข้าใจความหมายของสิ่งนั้นเลย
พวกเขาร้องเพลงสรรเสริญคำว่า “โอม” อย่างมาก
ลูกเข้าใจความหมายและดังนั้นจึงไร้ประโยชน์ที่เฝ้าแต่พูดว่า “โอม ชานติ” ใช่
ลูกสามารถถามกันและกันว่า “เธออยู่ในการจดจำระลึกถึงชีพบาบาหรือไม่?”
พ่อก็ถามลูกสาวด้วยเช่นกันว่า: “ลูกกำลังประดับประดาใคร?” และเธอก็ตอบว่า: “พาหนะของชีพบาบา”
เช่นที่มีพาหนะของฮุทเซน ดังนั้นนี้คือพาหนะของชีพบาบา พวกเขาตกแต่งม้า
พวกเขาไม่เข้าใจความหมายของม้า
ดวงวิญญาณของผู้ก่อตั้งศาสนาที่มาก่อตั้งศาสนานั้นบริสุทธิ์
ดวงวิญญาณเก่าแก่ที่ไม่บริสุทธิ์ไม่สามารถก่อตั้งศาสนาได้ ลูกไม่ได้ก่อตั้งศาสนา
ชีพบาบาทำสิ่งนั้นโดยผ่านลูกและท่านทำให้ลูกบริสุทธิ์
ผู้คนเหล่านั้นทำการประดับประดามากมายฯลฯ ในหนทางความเลื่อมใสศรัทธา
ที่นี่ลูกไม่ชอบการประดับตกแต่ง พ่อนั้นปราศจากความหยิ่งทะนงอย่างมาก ท่านเองพูดว่า:
พ่อมาในเวลาสุดท้ายของชาติเกิดสุดท้ายของหลายชาติเกิดของผู้นี้
ในตอนเริ่มแรกจะมีศรีนารายณ์ในยุคทอง ศรีนารายณ์นั้นจะมาก่อนแม้กระทั่งศรีลักษมี
เขานั้นมีอายุมากกว่า เหตุนี้เองชื่อของศรีกฤษณะจึงได้รับการยกย่อง
ผู้คนสรรเสริญศรีกฤษณะมากกว่าที่พวกเขายกย่องศรีนารายณ์อย่างมาก
พวกเขาเฉลิมฉลองวันเกิดของศรีกฤษณะ พวกเขาไม่เฉลิมฉลองวันเกิดของศรีนารายณ์
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าศรีกฤษณะกลายเป็นศรีนารายณ์ ชื่อในวัยเด็กนั้นดำเนินต่อไป
ผู้นั้นผู้นี้ได้มาเกิดและดังนั้นพวกเขาก็เฉลิมฉลองวันเกิดของเขา
เหตุนี้เองที่พวกเขาเพียงเฉลิมฉลองวันเกิดของศรีกฤษณะเท่านั้น
ไม่มีผู้ใดรู้เกี่ยวกับวันเกิดของศรีนารายณ์
ก่อนอื่นใดมีวันเกิดของชีวาและแล้วก็เป็นวันเกิดของศรีกฤษณะ
และแล้วเป็นวันเกิดของรามฯลฯ พร้อมกับชีวามีการเกิดของกีตะด้วยเช่นกัน
ชีพบาบามาเพียงในตอนจบของหลายชาติเกิดของผู้นี้
ท่านนั้นเข้ามาในร่างที่มีประสบการณ์ที่มีความเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น
ทุกสิ่งได้รับการอธิบายอย่างชัดเจนมาก แต่ก็ยังไม่มีสิ่งใดเข้าไปในสติปัญญาของผู้ใด
พ่อพูดว่า: ความรู้นี้หายไป
เพียงเมื่อพ่อมาและให้ความรู้นี้แก่ลูกเท่านั้นที่ลูกสามารถถ่ายทอดได้ ลูกๆ
นั้นเวลานี้รู้ว่าลูกจะกลายเป็นสิ่งเหล่านี้(เป็นเทพ)อย่างถูกต้องแม่นยำในอนาคต
บาบาได้รับนิมิตสองถึงสามแระเภท “ฉันจะกลายเป็นสิ่งนี้ ฉันจะกลายเป็นผู้ที่มีมงกุฎ
ฉันจะกลายเป็นผู้ที่มีผ้าโพกศีรษะ(turban)”
ท่านได้มีนิมิตของอาณาจักรสองถึงสี่อาณาจักร เวลานี้ลูกสามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้
ไม่มีใครอื่นในโลกสามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ใช่ พวกเขาเข้าใจสิ่งนั้นถ้าพวกเขาทำดี
พวกเขาจะได้รับชาติเกิดที่ดี
เวลานี้ลูกกำลังทำความพยายามสำหรับอนาคตที่จะกลายเป็นนารายณ์จากมนุษย์ธรรมดา
ลูกรู้ว่าลูกจะประกาศสิทธิ์ในสถานภาพนั้น
ผู้ที่เฝ้าแต่ทำความพยายามเพื่อได้รับสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมของพวกเขาจะมีประสบการณ์ของความสุขอย่างมาก
ลูกพูดว่า: “บาบา เราจะทำตามมาม่าและบาบา
เพราะเพียงเท่านั้นที่เราจะสามารถนั่งอยู่บนบัลลังก์ได้”
ลูกจำเป็นจะต้องเข้าใจว่าลูกทำงานรับใช้มากเพียงใดและลูกคงความสุขมากเพียงใดด้วยเช่นกัน
เมื่อลูกเองคงอยู่อย่างมีความสุข ลูกจะสามารถทำให้ผู้อื่นมีความสุขได้
ถ้ามีสิ่งใดก็ตามที่ไม่ดีอยู่ภายในลูก สำนึกของลูกก็จะเฝ้าแต่กัดกร่อน
บางคนมาและบอกบาบาว่าพวกเขานั้นมีความโกรธอย่างมากอยู่ภายใน “ฉันมีวิญญาณปีศาจร้ายนี้ในฉัน”
นี้คือบางสิ่งที่จะต้องมีความใส่ใจ ไม่ควรปล่อยให้วิญญาณปีศาจร้ายใดๆคงอยู่
เหตุใดลูกจึงกลับมาโกรธเล่า? จงอธิบายด้วยความรัก บาบาไม่ได้โกรธกับผู้ใด
มีคำยกย่องของชีพบาบา มากมายนั้นร้องเพลงสรรเสริญที่ไร้ประโยชน์ “ฉันทำอะไร?”
ฉันได้รับการบอกว่า: “มาและชำระผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์”
เหมือนกับหมอได้รับการบอกให้มาและเอาความเจ็บป่วยของใครบางคนออกไป
เขาให้ยาหรือการฉีดยาเพราะนั่นคืองานของเขา นั้นไม่ใช่สิ่งใหญ่
พวกเขาศึกษาเพื่อที่จะสามารถทำงานรับใช้นั้น
ถ้าพวกเขาศึกษามากขึ้นพวกเขาก็จะสามารถหารายได้มากขึ้น พ่อไม่ต้องหารายได้
ท่านดลใจลูกให้หารายได้ บาบาพูดว่า:
ลูกแม้กระทั่งเรียกพ่อว่าเป็นศัลยแพทย์ที่คงอยู่ตลอดไป
ลูกนั้นได้ให้คำยกย่องสรรเสริญที่ยิ่งใหญ่กว่าแก่พ่อ
ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ไม่สามารถเป็นศัลยแพทย์เช่นที่พวกเขาพูด
นี้เป็นเพียงคำสรรเสริญที่ให้กับพ่อ พ่อเพียงแต่พูดว่า:
จดจำฉันและบาปของลูกก็จะถูกเผาไป ก็เท่านั้นเอง บทบาทของพ่อคืออธิบายสิ่งนี้แก่ลูก:
จดจำพ่อเท่านั้นอย่างต่อเนื่อง ลูกจดจำพ่อมากเพียงใด
ลูกจะประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงขึ้นตามนั้น นี้คือความรู้ของราชาโยคะ
นี่คือสิ่งที่ง่ายดายที่จะอธิบายแก่ผู้ที่ได้ศึกษากีตะ
ลูกกำลังกลับมามีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาเป็นราชาของราชา
และแล้วลูกก็จะกลับมาเป็นผู้กราบไหว้บูชา ลูกต้องทำความพยายาม
ลูกกำลังทำให้โลกนั้นบริสุทธิ์ สถานภาพนั้นสูงมาก
ลูกแต่ละคนกำลังให้นิ้วของลูกที่จะยกภูเขาของยุคเหล็กออกไป ไม่ใช่ว่ามีภูเขาจริงๆ
เวลานี้ลูกเข้าใจว่าโลกใหม่นั้นจะมาและดังนั้นลูกต้องศึกษาราชาโยคะอย่างแน่นอน
พ่อมาและสอนสิ่งนี้แก่ลูก กลับมาสะโตประธาน
เมื่อลูกอธิบายแก่ผู้ที่เข้าใจในวงจรที่แล้ว พวกเขาจะชอบสิ่งนี้และพูดว่า: “อะไรที่ท่านกำลังพูดนั้นถูกต้อง”
อย่างแท้จริงที่พ่อพูดว่า: มานมานะบาฟ นี้คือคำสันสกฤต พ่อพูดในฮินดีว่า: จดจำฉัน
เวลานี้ลูกเข้าใจว่าลูกเคยเป็นของศาสนาที่สูงส่งและการกระทำของลูกเคยสูงส่งด้วยเช่นกัน
เหตุนี้เองมีคำยกย่องว่า: 16 องศาสมบูรณ์ เวลานี้ลูกต้องกลายเป็นสิ่งนั้นอีกครั้ง
ตรวจสอบตัวเองเพื่อดูว่ามากเพียงใดที่ลูกได้กลับมาสะโตประธานและบริสุทธิ์
ลูกทำงานรับใช้มากเพียงใดที่จะเปลี่ยนชาวนรกไปเป็นชาวสวรรค์? อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
กลับมาปราศจากความหยิ่งทะนงเช่นพ่อ
ขณะที่ดูแลร่างกายของลูกจงอยู่ในการจดจำระลึกถึงชีพบาบา
จงกลายเป็นผู้ช่วยของพ่อในการทำงานรับใช้ทางจิตนี้
2.
อย่าปล่อยให้วิญญาณปีศาจร้ายใดอยู่ภายในลูก อย่าได้กลับมาโกรธกับผู้ใด
มีปฏิสัมพันธ์กับทุกคนด้วยความรักอย่างมาก ทำตามแม่และพ่อและประกาศสิทธิ์ในบัลลังก์
พร:
ขอให้ลูกกลายเป็นผู้เพียรพยายามที่ง่ายดายโดยการรู้ความหมายของคำว่า 'swarth' (swa
– ตนเอง, rath – พาหนะ) และคงอยู่ในสภาพที่สม่ำเสมอและมั่นคงอยู่เสมอ
ปัจจุบันความผูกพันยึดมั่นที่ผู้คนมีต่อกันนั้นไม่ได้มาจากความรัก
แต่มาจากความเห็นแก่ตัว
มีความผูกพันยึดมั่นเนื่องจากความเห็นแก่ตัวและเนื่องจากความผูกพันยึดมั่นนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถอยู่อย่างละวาง
ดังนั้นทำให้ตัวลูกเองมั่นคงในความหมายของคำว่า 'swarth'
นั่นคือก่อนอื่นจงสังเวยพาหนะของตัวลูกเอง เมื่อ 'swarth' (swa-arth – สำหรับตนเอง,
swarth – หมายถึงความเห็นแก่ตัวด้วยเช่นกัน) นั้นจากไปแล้วลูกก็จะกลับมาละวาง
ด้วยการรู้ความหมายของคำๆเดียวนี้ลูกจะเป็นของผู้เดียวไม่เปลี่ยนแปลงและมั่นคงอย่างสม่ำเสมอ
นี่คือความพยายามที่ง่ายดาย
คติพจน์:
เมื่อลูกอยู่ในรูปเทวดานางฟ้าของลูก จะไม่มีอุปสรรคใดสามารถสร้างผลกระทบต่อลูกได้
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
จบสิ้นเมล็ดของความไม่บริสุทธิ์และกลับมาสะอาด(บริสุทธิ์)สมบูรณ์
ความบริสุทธิ์สมบูรณ์เป็นเครื่องประดับของลูกบราห์มิน
อยู่อย่างเป็นภาพลักษณ์ที่ได้รับการประดับประดาอย่างสม่ำเสมอ นั่นคือ
อยู่อย่างมั่นคงในรูปที่บริสุทธิ์ของลูก
และเล่นบทบาทนักแสดงเอกของลูกบนเวทีที่ไม่มีขีดจำกัดนี้ อยู่อย่างเป็นบราห์มาชารี (ถือพรหมจรรย์
บริสุทธิ์) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะไม่มีความไม่บริสุทธิ์ใดๆ แม้กระทั่งในความคิด
มารบกวนทัศนคติของลูก การรบกวนหรือก่อกวนใดๆ ในทัศนคติของลูก
จะทำให้เกิดมลทินบนทะเบียนประวัติของลูก ดังนั้น
อยู่อย่างเป็นพรหมจรรย์อย่างสม่ำเสมอแม้กระทั่งในทัศนคติของลูก