18.06.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆที่แสนหวาน เพื่อที่จะได้ประสบการณ์แห่งความสุขเหนือประสาทสัมผัส
รักษาการตระหนักรู้อยู่เสมอว่าลูกเป็นลูกของใคร ถ้าลูกลืมพ่อ
ความสุขของลูกก็จะหายไป
คำถาม:
ลูกคนไหนมีความสุขอย่างถาวรของการได้พบพ่อ?
คำตอบ:
ลูกที่สร้างทุกความสัมพันธ์กับพ่อ
ผู้ที่เพียรพยายามที่จะอยู่ในการจดจำระลึกถึงพ่อผู้เดียว
และผู้ที่ไม่จดจำผู้ที่มีร่างกายใดๆ จะมีความสุขอย่างถาวร
ถ้ามีการจดจำผู้ที่มีร่างกาย ลูกจะต้องร้องไห้อย่างมาก
ผู้ที่จะกลายเป็นนายของโลกไม่เคยร้องไห้
เพลง:
ห้ามลืมวันเวลาในวัยเด็กของลูก
โอมชานติ
พ่อพูดว่า: ลูกๆ ที่แสนหวาน ห้ามลืมว่าลูกคือลูกๆของพ่อที่ไร้ขีดจำกัด
ถ้าลูกลืมสิ่งนี้
ลูกจะทำให้ตัวลูกเองร้องไห้และสติปัญญาของลูกจะถูกดึงไปสู่โลกที่สกปรก
ด้วยการจดจำระลึกถึงพ่อ ลูกจะมีประสบการณ์ของความสุขเหนือประสาทสัมผัส
ความสุขนี้จะหายไปถ้าลูกลืมพ่อ จดจำไว้เสมอว่าลูกคือลูกๆ ของบาบา
มิฉะนั้นลูกจะทำให้ตัวลูกเองร้องไห้ ทุกคนคือลูกของพระเจ้า ลูกทั้งหมดพูดว่า: โอ้
บาบา! โอ้ พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด ปกป้องเรา! อย่างไรก็ตาม
ไม่มีใครรู้ว่าลูกได้รับการปกป้องจากพ่อเมื่อใด
ไม่มีนักปราชญ์หรือผู้ทรงศีลใดรู้ว่าลูกได้รับการหลุดพ้นหรือการหลุดพ้น
ในชีวิตจากพ่อเมื่อใด เพราะพวกเขากล่าวว่าพระเจ้าอยู่ในทุกอณู ขณะนี้ลูกๆ
รู้จักพ่อที่ไร้ขีดจำกัด ท่านคือพ่อผู้เป็นที่รักที่สุด ไม่มีใครน่ารักเท่ากับท่าน
เป็นความผิดอย่างยิ่งที่ไม่รู้จักพ่อเช่นนี้ เหตุใดผู้คนจึงเฉลิมฉลองวันเกิดของชีวา?
ท่านคือใคร? ไม่มีใครรู้สิ่งนี้ พ่อพูดว่า: ลูกได้กลับมาไม่รู้คิดอย่างมาก!
ดูสิว่ามายาราวันทำให้ลูกเป็นอะไร เวลานี้ลูกๆ รู้ว่านี่คือสถานที่เกิดของพ่อ
พ่อมาทุก 5,000 ปี พวกเขาพูดว่าท่านจะมาหลังจาก 40,000 ปีเมื่อยุคเหล็กมาถึงตอนจบ
รูปภาพของตรีมูรติถูกแสดงไว้ พวกเขาได้ตั้งชื่อถนนว่าถนนตรีมูรติด้วย
แต่ไม่มีใครรู้จักภาพลักษณ์ทั้งสามของบราห์มา วิษณุและชางก้าในรูปภาพ บราห์มาทำอะไร?
วิษณุและชางก้าทำอะไร? พวกเขาอาศัยอยู่ที่ไหน? ผู้คนไม่รู้อะไรเลย;
พวกเขาอยู่ในความมืดสนิท พ่อคือผู้สร้าง สิ่งสร้างของท่านนี้ใหญ่โตมาก
ละครไร้ขีดจำกัดและมีจำนวนมนุษย์ในละครอย่างไร้ขีดจำกัด เมื่อเป็นยุคทองเมื่อ 5,000
ปีที่แล้ว เมื่อเป็นอาณาจักรของลักษมีและนารายณ์ในบารัต ไม่มีอาณาจักรอื่นใด
พวกเขากล่าวว่า: เทพเจ้าศรีลักษมีและเทพเจ้าศรีนารายณ์
พวกเขาแม้กระทั่งพูดถึงรามและสีดาว่าเทพเจ้ารามและเทพเจ้าสีดา
เทพเจ้านารายณ์และเทพเจ้าลักษมีมาจากที่ใด? พวกเขาปกครองในอดีต
แต่ไม่แม้แต่คนเดียวที่รู้จักเรื่องราวชีวิตของพวกเขา
พวกเขาเพียงแต่ร้องเพลงอยู่เรื่อยๆว่าพระเจ้าคือผู้ขจัดความทุกข์และผู้ประทานความสุข
แต่การที่ท่านเป็นผู้ขจัดความทุกข์และผู้ประทานความสุขอย่างไรไม่ได้นั่งอยู่ในสติปัญญาของผู้ใด
ท่านให้ความสุขอะไรแก่ทุกคน? ท่านขจัดความทุกข์ของทุกคนเมื่อใด?
พวกเขาไม่รู้อะไรเลย ขณะนี้ลูกๆ
กำลังศึกษาราชาโยคะที่นี่เพื่อกลายเป็นเหมือนเทวีลักษมีและเทวานารายณ์
ลูกรู้ด้วยว่าเทพรามและเทวีสีดาจะถูกสร้างขึ้นที่นี่เช่นกัน ลูกจะใช้ 8
ชาติเกิดของลูกครบสมบูรณ์ในยุคทองแล้วเข้าสู่อาณาจักรของรามและสีดา
ลูกกำลังก่อตั้งอาณาจักรที่ไร้ขีดจำกัดของลูกเป็นเวลา 21 ชาติเกิดที่นี่
ลูกผู้เป็นเทพเจ้ากำลังกลายเป็นนายของสวรรค์ สวรรค์ไม่ได้อยู่บนท้องฟ้า
ไม่มีใครรู้สิ่งนี้ พวกเขามีสติปัญญาที่ตกต่ำอย่างสมบูรณ์ พวกเขาพูดว่า:
คนนั้นคนนี้ได้ไปสวรรค์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่เข้าใจอะไรเลย อัจชะ
ชาวคริสต์และชาวพุทธทั้งหมดจะไปสวรรค์หรือไม่?
พวกเขามาภายหลังและก่อตั้งศาสนาของพวกเขาเอง
ดังนั้นพวกเขาจะสามารถไปสวรรค์ได้อย่างไร?
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือสิ่งที่หมายความถึงสวรรค์
ซันยาสซีพูดว่าพวกเขาหลอมรวมเข้าไปในแสง บางคนพูดว่าพวกเขาไปสู่ดินแดนนิพพาน
ว่ามีโลกในดินแดนนิพพาน นั่นเป็นสถานที่อาศัย ไม่มีเรื่องของแสงหลอมรวมเข้าไปในแสง
ถ้าพวกเขาหลอมรวมเข้าไปในแสง ดวงวิญญาณจะถูกทำลายและละครทั้งหมดก็จะจบสิ้นลง
ไม่มีดวงวิญญาณใดสามารถได้รับการหลุดพ้นจากละครนี้
ไม่มีใครสามารถได้รับการหลุดพ้นชั่วนิรันดร์ได้
ไม่มีใครเข้าใจความหมายของเพลงและไม่มีใครแม้แต่จะเข้าใจความหมายของการหลุดพ้นในชีวิต
พวกเขาไม่เข้าใจความหมายของดวงวิญญาณหรือดวงวิญญาณสูงสุดเช่นกัน พ่อพูดว่า:
ใบหน้าของลูกคือใบหน้าของมนุษย์ ใบหน้าเหล่านั้นเหมือนกับใบหน้าของเทพ
มีเทพในตอนต้นของยุคทอง อาณาจักรของพวกเขาคงอยู่เป็นเวลา 2,500 ปี
หลังจากนั้นในเวลาที่เหลืออยู่อีก 2,500 ปีข้างหน้า ศาสนาอื่นทั้งหมดก็มา
แทนที่จะพูดว่าระยะเวลาของวงจรคือ 5,000 ปี
พวกเขาก็พูดว่าระยะเวลาของต้นกัลปะเป็นแสนปี
แต่พวกเขาก็ยังจะไม่มาเพื่อเข้าใจสิ่งที่ลูกอธิบาย
เพียงผู้ที่มาและเข้าใจสิ่งเหล่านี้ในวงจรที่แล้วเท่านั้นที่จะมาอีกครั้ง
ก่อนอื่นอธิบายว่านั่นคือการสละละทิ้งที่มีขีดจำกัดที่ซันยาสซี
นำมาใช้โดยการทิ้งบ้านและครอบครัวของพวกเขาและเข้าไปในป่า ในตอนแรกพวกเขาสะโตประธาน
เวลานี้พวกเขาได้กลับมาตาโมประธาน พวกเขากลับมาจากป่าและสร้างปราสาทราชวังที่ใหญ่โต
ซันยาสซีเหล่านั้นค้ำจุนบารัตบนพื้นฐานของความบริสุทธิ์ของพวกเขาอย่างแน่นอน
พวกเขารับใช้บารัต ถ้าไม่ได้เป็นเพราะศาสนาของการสละละทิ้ง
บารัตคงถูกเผาไหม้ไปในกิเลสจนหมดสิ้นและไม่บริสุทธิ์อย่างสิ้นเชิง
ละครนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว ในตอนแรกพวกเขามีพลังของความบริสุทธิ์ที่ค้ำจุนบารัต
เมื่อเป็นอาณาจักรของเทพบารัตมั่งคั่งมาก
พวกเขามีพระราชวังที่ใหญ่โตประดับประดาด้วยเพชร ทุกสิ่งเหล่านั้นหายไปที่ไหน?
ทั้งหมดนั้นได้ลงไปอยู่ข้างล่าง พวกเขาพูดว่าลังกาและดวารกาจมอยู่ใต้ทะเล
ลังกาและดวารกาไม่ได้คงอยู่ในเวลานี้ เคยมีพระราชวังทองคำ
เนื่องจากพวกเขาสามารถใส่เพชรในวัดได้ แล้วพวกเขาไม่มีอะไรที่นั่น? ลูกๆ
ควรมีความสุขอย่างมาก! บาบาได้มาอีกครั้ง ท่านพูดว่า: จดจำพ่อ!
ลูกต้องจดจำผู้เดียวเท่านั้นที่บาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้อง
แต่ลูกลืมสิ่งนี้และจดจำผู้ที่มีร่างกาย ไม่มีประโยชน์ใดในการจดจำผู้ที่มีร่างกาย
พ่อพูดว่า: จดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ! ห้ามจดจำผู้ที่มีร่างกาย
แม้ว่าแม่ของลูกจะตาย ก็ให้กินฮาลวา
ด้วยการจดจำระลึกถึงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่จะมีรายได้ เราเป็นลูกๆ ของชีพบาบา
และเราต้องประกาศสิทธิ์ในมรดกของเราจากท่าน ถ้าลูกไม่จดจำระลึกถึงพ่อในเวลานี้
ลูกจะต้องเสียใจและร้องไห้อย่างมาก
มีความจำเป็นอะไรสำหรับผู้ที่กำลังจะกลายเป็นนายของโลกที่จะร้องไห้?
เป็นเมื่อลูกลืมพ่อที่มายาตบตีลูก
เหตุนี้เองบาบาอธิบายให้กับลูกครั้งแล้วครั้งเล่าว่า: จดจำพ่อและมรดก!
พระเจ้าแห่งความเป็นอมตะจะไม่นั่งและเล่าเรื่องราวของความเป็นอมตะให้แก่ปารวตีเพียงผู้เดียวเท่านั้น
จะต้องมีผู้คนมากมายที่นั่นอย่างแน่นอน พ่ออธิบายแก่มนุษย์ทุกคนว่า: ขณะนี้
ห้ามกลับมาไม่บริสุทธิ์ จงกลับมาบริสุทธิ์ในชาติเกิดสุดท้ายนี้ ไม่มีกิเลสในสวรรค์
ถ้ามีกิเลสในสวรรค์ด้วย แล้วความแตกต่างระหว่างสวรรค์และนรกคืออะไร?
ผู้คนร้องเพลงสรรเสริญเทพ: ท่านเต็มไปด้วยทุกคุณธรรม 16 องศาเต็ม
พระเจ้ามาและทำให้ทุกคนเป็นเทพและเทวี
ไม่มีใครนอกจากพระเจ้าจะสามารถทำให้ลูกเป็นเช่นนั้น มีเพียงพระเจ้าเดียวเท่านั้น
อาณาจักรของเทพและเทวีเป็นที่จดจำ จะมีราชา ราชินีและปวงประชาเหมือนเดิมที่นั่น
แต่พวกเขาจะไม่ถูกเรียกว่าเทวาและเทวี นั่นเรียกว่าศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป
ไม่มีใครรู้สิ่งนี้ พ่ออธิบายแก่ดวงวิญญาณนี้ (บราห์มา) มีสองดวงวิญญาณ
หนึ่งคือพ่อและอีกหนึ่งคือดาด้า ดวงวิญญาณหนึ่งใช้ 84 ชาติเกิด
และอีกดวงวิญญาณหนึ่งอยู่เหนือการกลับชาติมาเกิด พ่อไม่เคยกลับชาติมาเกิด
ท่านมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้นและสอนราชาโยคะให้แก่เราเพื่อที่จะทำให้ทั้งโลกบริสุทธิ์
พ่ออธิบายกับลูกว่า: พ่อเข้ามาในผู้นี้ ผู้นี้มีประสบการณ์ 84 ชาติเกิด
เวลานี้เป็นชาติเกิดสุดท้ายของหลายชาติเกิดของเขา พ่อผู้ที่ปราศจากตัวตน
ดังนั้นพ่อจะมาสอนราชาโยคะให้แก่ลูกๆได้อย่างไร
ไม่มีอะไรสามารถเกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจ ไม่สามารถเป็นคำสอนของพระเจ้ากฤษณะได้
เขาจะสามารถมาได้อย่างไร? เขาคือเจ้าชายของยุคทอง 16 องศาเต็ม
หลังจากนั้นในยุคเงินก็มี 14 องศา แล้วเหตุใดพวกเขาถึงใส่กฤษณะในยุคทองแดง?
เขาควรมาก่อน พ่ออธิบายว่า: ก่อนอื่นจดจำพ่อ มิฉะนั้นมายาจะตบตีลูกอย่างแรงมาก
มีต้น “ไมยราพ” ที่เหี่ยวเฉาเมื่อลูกแตะสัมผัส สภาพของลูกก็เป็นเช่นเดียวกัน
เมื่อลูกไม่จดจำพ่อ ทุกสิ่งก็จบสิ้น ลูกเคยได้ยินในเพลง “ห้ามลืมวันเวลาในวัยเด็กของลูก”
ถ้าลูกลืมพ่อ ลูกจะเจ็บปวดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง พ่อพูดว่า: ลูกเป็นลูกของพ่อใช่ไหม?
ร่างกายของลูกถูกสร้างขึ้นด้วยยาพิษและนั่นคือพ่อแม่ทางร่างของลูก
ผู้เดียวนั้นคือพ่อที่ปราศจากตัวตนและผู้นี้คือพ่อทางจิต (alokik)
ผู้นี้มีขีดจำกัดและขณะนี้ได้กลับมาไร้ขีดจำกัด มองดูลูกสาวทางโลกผู้นี้ (ดาดี้เนอร์มาล
ชานตา)ก็กำลังนั่งอยู่ที่นี่เช่นกัน มีผู้ที่เป็นทางโลก ทางจิต
และผู้เดียวจากเหนือโลก ชีพบาบาไม่มีพี่น้องชายหรือหญิงใดๆ ไม่ทั้งทางโลกหรือ
ทางจิต หรือจากเหนือโลก มีความแตกต่างอย่างมาก!
การเป็นของพ่อผู้เดียวไม่เหมือนกับการไปบ้านป้าของลูก!
การสร้างความสัมพันธ์ทั้งหมดกับพ่อเช่นนี้ต้องใช้เวลา
ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะอยู่ในการจดจำระลึกถึงชีพบาบา มีแม้กระทั่งลูกๆ
ที่อยู่มาเป็นเวลา 50 ปี แต่พวกเขาก็ยังไม่จดจำชีพบาบาตลอดทั้งวัน
ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะลืมทุกคนและจดจำผู้เดียว
บางคนจดจำบาบาหนึ่งเปอร์เซ็นต์และบางคนจดจำท่านสองเปอร์เซ็นต์และบางคนแทบจะไม่จดจำท่านเลยแม้แต่ครึ่งเปอร์เซ็นต์
นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่สูงมาก พ่ออธิบายว่า: ห้ามลืมวัยเด็กของลูก
ลูกได้รับมรดกแห่งสวรรค์ของลูกจากพ่อ ลูกรู้ว่า
ลูกได้ตายในขณะที่มีชีวิตและมาเป็นของพ่อเพื่อที่จะไปยังโลกใหม่
ดังนั้นลูกควรมีความสุขอย่างถาวร โอ้! เราจะกลับมาสวมมงกุฎสองชั้น!
ผู้คนไม่รู้ว่าเหตุใดเทพเหล่านั้นถึงถูกเรียกว่า 16 องศา และ 14 องศาในยุคทอง
พวกเขาไม่รู้สิ่งใดเลย
คัมภีร์ของหนทางแห่งความเลื่อมใสศรัทธาจะถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง
หฐโยคะและการจาริกแสวงบุญจะคงอยู่อีกครั้ง แต่อะไรจะเกิดขึ้นกับสิ่งเหล่านั้น?
จะมีใครไปสวรรค์ผ่านสิ่งนั้นหรือไม่? ไม่! ผู้คนทำหลายสิ่งหลายอย่างด้วยพลังลี้ลับ
มีมากมายที่มีพลังลี้ลับ ผู้คนนับพันไล่ตามพวกเขา
พวกเขาทำให้นาฬิกาและสิ่งอื่นๆปรากฏขึ้นมาด้วยพลังลี้ลับ
พวกเขาไม่เข้าใจว่าทั้งหมดนั้นเป็นไปในช่วงเวลาชั่วคราว
จำเป็นต้องใช้ความพยายามอย่างมากในสิ่งนั้น
มีแม้กระทั่งหนังสือที่ลูกสามารถเรียนรู้พลังลี้ลับ ผู้คนนับแสนไล่ตามพวกเขา ลูกๆ
รู้ว่าลูกได้รับมรดกแห่งสวรรค์ของลูกจากบาบา
ไม่มีสิ่งใดที่ลูกมองเห็นได้ด้วยตาของลูกจะยังหลงเหลืออยู่ พ่ออธิบายว่า:
ลูกมาอย่างปราศจากร่างและเล่นบทบาทของลูกผ่านร่างกาย
ถ้าลูกต้องได้รับการบอกถึงบัญชีของ 8.4 ล้านชาติเกิด จะใช้เวลาถึง 12 เดือน
เป็นไปไม่ได้! มันง่ายมากที่จะบอกลูกถึงบัญชีของ 84 ชาติเกิด ลูกยังคงวนไปในวงจร 84
ชาติเกิดต่อไป เมื่อสุริยวงศ์มีอยู่ จันทราวงศ์ไม่มีอยู่ เมื่อสุริยวงศ์สิ้นสุดลง
จันทราวงศ์ก็ปรากฏขึ้น
เวลานี้ลูกรู้ว่าลูกคือสกุลบราห์มินและลูกก็จะกลายเป็นสกุลเทพ
เหตุนี้เองลูกจึงกำลังศึกษาเล่าเรียนการศึกษานี้ หลังจากนั้นลงบันไดมา
ลูกก็กลายเป็นพ่อค้าและศูทร เวลานี้ลูกได้จดจำ 84 ชาติเกิดของลูก
ลูกต้องจดจำวงจรนี้ด้วย ด้วยการจดจำพ่อ
ลูกจะมีสุขภาพพลานามัยดีเสมอและมั่งคั่งเสมอและบาปของลูกจะถูกตัดออกไป
ด้วยการรู้วงจรลูกจะกลายเป็นผู้ปกครองโลก ลูกรู้ว่าโลกเก่านี้กำลังจะกลายเป็นสุสาน
ไม่มีสิ่งใดจะหลงเหลืออยู่ ทุกสิ่งจะจบสิ้น มีการกล่าวว่า “รามไป และราวันก็ไป”
ครอบครัวของรามในยุคทองจะเล็กมาก ขณะนี้ครอบครัวของราวันใหญ่มาก ลูกๆ
รู้ว่าอาณาจักรนั้นกำลังถูกก่อตั้งขึ้น
ประการแรกต้องมีความเพียรพยายามสำหรับทุกสิ่ง พ่อดลใจลูกให้เพียรพยายาม: ลูกๆ
จดจำพ่อ!
ลูกจะไม่จดจำพ่อผู้ที่ลูกได้รับอำนาจในการปกครองสวรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดจากท่านหรือ?
พ่อเตือนลูกว่าลูกเป็นนายแห่งสวรรค์
ขณะนี้จงเพียรพยายามอีกครั้งและกลายเป็นนายของสวรรค์ อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รัก ที่จากหายไปนาน และเวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึงและสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
ห้ามกลายเป็นเหมือนต้น “ไมยราพ” ในสถานการณ์ใดๆ
ห้ามลืมวัยเด็กของพระเจ้าและเหี่ยวเฉา มองแต่ไม่เห็นสิ่งที่ลูกเห็นด้วยตาของลูก
2.
มีเพียงการจดจำระลึกถึงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ลูกจะได้รับรายได้
ดังนั้นห้ามร้องไห้ด้วยการจดจำผู้ที่มีร่างกาย
จดจำพ่อและมรดกแล้วประกาศสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองโลก
พร:
ขอให้ลูกกลับมาเป็นตัวของพลังและอยู่เหนืออิทธิพลต่างๆของความเป็นมิตรของมายาบนพื้นฐานของการทำตามการกำหนดที่สูงส่ง
มีคำพร่ำบ่นจากลูกๆ
ว่าญาติพี่น้องของพวกเขาไม่รับฟังพวกเขา พวกเขาไม่มีความเป็นมิตรที่ดี
และเพราะด้วยสิ่งนี้พวกเขาไม่สามารถกลับมามีพลังได้ อย่างไรก็ตาม
ลูกได้รับพรว่าเป็นตัวแห่งความรู้ และตัวแห่งพลัง ดังนั้น
จงทำให้สภาพของลูกเลิกสั่นคลอนบนพื้นฐานของการทำตามการกำหนดที่สูงส่ง
เฝ้าดูบทบาทของแต่ละคนอย่างเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ละวาง
อยู่อย่างมั่นคงขณะเล่นบทบาทที่สาโธกุนีของลูก
อยู่ในความเป็นมิตรของพ่ออย่างสม่ำเสมอ
และลูกจะไม่ได้รับการแต่งแต้มสีสันโดยสีใดๆของการอยู่กับดวงวิญญาณที่ทาโมกุนี
คติพจน์:
คาร์มาโยคีคือผู้ที่กระทำขณะนั่งบนกิ่งของต้นกัลปะของการกระทำ
ขณะอยู่ในสภาพที่อยู่เหนือทุกสิ่ง
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
คงอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใส มีธรรมชาติที่ง่ายดาย และอดทนอย่างสม่ำเสมอ
บางดวงวิญญาณมีธรรมชาติเฉพาะตัว และพวกเขาก็ยังคงดำเนินชีวิตตามธรรมชาตินั้นต่อไป
แม้จะขัดกับจิตสำนึกที่ปรารถนาของพวกเขาก็ตาม พวกเขาพูดว่า:
ฉันไม่ต้องการทำเช่นนั้น แต่นั่นเป็นธรรมชาติของฉัน เช่นเดียวกัน ลูกๆ
ควรมีธรรมชาติที่ง่ายๆและเรียบง่ายเช่นนั้น
เพื่อให้ทุกคนสัมผัสว่าลูกเป็นโยคีที่ง่ายดายและเป็นธรรมชาติ ฉันจะทำอะไรได้?
ฉันจะมีโยคะได้อย่างไร? สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดจบสิ้นลง
จงให้ความร่วมมืออย่างสม่ำเสมอ นั่นคือเป็นโยคี
โดยการทำให้ประเด็นหลักนี้เป็นธรรมชาติของลูก ลูกจะกลับมาสมบูรณ์พร้อมในทุกวิชา