20.09.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
30.11.2011 Om Shanti Madhuban
ในเวลาอมฤตนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จงกลายเป็นตัวของพลังทั้งหมดที่มีประสบการณ์
และแผ่กระจายสะกาชของโยคะออกไปในบรรยากาศ ทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้นอยู่เสมอ
เสียงเรียกของเวลาคือ: ขอให้ลูกเป็นผู้เพียรพยายามอย่างแรงกล้า
วันนี้
บัพดาดากำลังมองดูดวงดาวแห่งโชคที่กำลังส่องประกายอยู่บนหน้าผากของลูกทุกคนในทุกหนแห่ง
หนึ่งคือโชคของการถือกำเนิด (การเกิดทางจิตวิญญาณ) สองคือโชคของความสัมพันธ์
และสามคือโชคของการบรรลุผล บาบามีความพอใจที่ได้เห็นโชคทั้งสามประการนี้
ลูกรู้ถึงโชคของการถือกำเนิดของลูกแล้ว
นั่นคือผู้ประทานโชคเองที่ให้การถือกำเนิดที่สูงส่งนี้แก่ลูกทุกคน นั่นคือ
การเกิดเป็นบราห์มิน ดังนั้น จงคิดดูสิว่าโชคของลูกนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด!
พร้อมกันนั้นก็มีความสัมพันธ์ ลูกรู้ดีถึงความพิเศษของความสัมพันธ์เหล่านั้น
นั่นคือ ลูกมีความสัมพันธ์ทั้งสาม คือ พ่อ ครู และสัตกูรู อยู่ในพ่อผู้เดียว
ความสัมพันธ์ทั้งสามรวมอยู่ในผู้เดียว ลูกยังรู้ถึงการบรรลุผลด้วยเช่นกัน
ที่ใดมีพ่อ ที่นั่นย่อมมีการบรรลุผลทั้งหมดและไม่มีขีดจำกัด
ความสัมพันธ์ทั้งสามอยู่ในผู้เดียว โดยทั่วไปแล้ว
ความสัมพันธ์ทั้งสามนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิต อย่างไรก็ตาม
สำหรับผู้คนในโลกนั้น ความสัมพันธ์ทั้งหมดจะแยกออกจากกัน
ในขณะที่ลูกมีความสัมพันธ์ทั้งสามนี้รวมอยู่ในผู้เดียว
และเนื่องจากการมีทั้งสามความสัมพันธ์นี้รวมอยู่ในผู้เดียวนี้เอง
ลูกจึงมีประสบการณ์กับการจดจำระลึกถึงได้อย่างง่ายดาย
ลูกทุกคนล้วนมีประสบการณ์ในความสัมพันธ์ทั้งสามนี้แล้วใช่ไหม? ลูกได้รับอะไรจากพ่อ?
มรดก ลูกได้รับมรดกที่สูงส่งเช่นนี้ และมรดกนี้คงอยู่เป็นเวลานานแสนนาน
เพราะลูกได้รับจากพระเจ้าผู้เป็นพ่อ ความสัมพันธ์ที่สองคือความสัมพันธ์ของครู
คำสอนนั้นกล่าวกันว่าเป็นแหล่งแห่งรายได้ของลูก ดังนั้น
การบรรลุผลที่ลูกทุกคนได้รับจากครูนั้นยิ่งใหญ่มาก ลูกรู้สิ่งนั้นใช่ไหม?
ลูกไม่สามารถได้รับการบรรลุผลอันยิ่งใหญ่เช่นนี้จากใครได้
นอกจากดวงวิญญาณสูงสุดผู้เป็นพ่อเท่านั้น
ผ่านทางคำสอนนี้ลูกจะได้รับสถานภาพและมีการบรรลุผลที่สูงส่ง
ในโลกนี้สถานภาพที่สูงส่งนั้นกล่าวกันว่าเป็นสถานภาพของราชวงศ์
ลูกเองก็ได้รับสถานภาพของราชวงศ์นั้นจากครูด้วยเช่นกัน แม้กระทั่งในตอนนี้
ลูกก็เป็นราชาที่มีอำนาจในการปกครองตนเอง เพราะเหตุใด? เพราะการเป็นราชโยคี
ลูกๆดวงวิญญาณจึงกลายเป็นนายของตนเอง ลูกแต่ละคนปกครองตนเอง
ลูกๆดวงวิญญาณไม่ได้รับอิทธิพลจากประสาทสัมผัสทางกาย
ดวงวิญญาณกลายเป็นนายและเป็นราชาของประสาทสัมผัสทางกายเหล่านั้น ดังนั้น
ลูกจึงมีอำนาจในการปกครองตนเองในเวลานี้
และลูกยังจะได้รับโชคของอาณาจักรในอนาคตอีกด้วย ดังนั้น ลูกจึงมีสองอาณาจักร
(Double Kingdom) นั่นคืออำนาจในการปกครองตนเองในเวลานี้
และสถานภาพที่ลูกจะได้รับในอนาคต ความสัมพันธ์ที่สามคือความสัมพันธ์ของสัตกูรู
ลูกได้บรรลุถึงความสัมพันธ์ทั้งสามแล้วใช่ไหม? นั่นคือ พ่อ ครู และสามคือสัตกูรู
ลูกได้รับศรีมัทของกูรูจากสัตกูรู
คำแนะนำหรือแนวทางที่ลูกได้รับนั้นช่างสูงส่งยิ่งนัก! จงตรวจสอบตนเอง:
ฉันกำลังทำตามศรีมัทอย่างสม่ำเสมอหรือไม่
หรือว่าบางครั้งสติปัญญาของฉันหันเหไปตามการบงการของตัวฉันเองหรือตามการบงการของผู้อื่นหรือไม่?
ลูกได้ตรวจสอบตนเองแล้วหรือยัง? หากลูกเชื่อมั่นว่าลูกทำตามศรีมัท
ซึ่งเป็นคำแนะนำหรือแนวทางที่สูงส่งอย่างสม่ำเสมอ
โดยไม่เคยทำตามการบงการของตนเองหรือของผู้อื่นเลย แม้กระทั่งในความฝัน ยกมือขึ้น!
ผู้ที่ทำตามศรีมัทอย่างสม่ำเสมอและไม่เคยทำตามการบงการของตนเองหรือของผู้อื่นเลย
ยกมือขึ้น!
ดูสิ
ผู้เป็นแม่ทั้งหลายได้ยกมือขึ้น ลูกกำลังยกมือขึ้นอย่างช้าๆ
บางครั้งสติปัญญาของลูกก็ไปในทิศทางนั้น นั่นคือ
การบงการของผู้อื่นหรือการบงการของลูกเองเข้ามาหลอกลวงลูก ดังนั้น
ศรีมัทที่สำคัญที่สุดคืออะไร?
คือการพิจาณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและจดจำระลึกถึงฉันผู้เป็นพ่อของลูก!
สิ่งนี้ง่ายหรือยาก? บางครั้งมันยากใช่ไหม? อย่างไรก็ตาม
พ่อต้องการให้ลูกแต่ละคนโบยบินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอและล้ำหน้าไปกว่าใครๆด้วยความสัมพันธ์ทั้งสามนี้
ดังนั้น บัพดาดาจึงกำลังถามลูกว่า: บรรดาลูกที่ไม่ได้ยกมือขึ้น –
ลูกสามารถละทิ้งการทำตามเสียงบงการของจิตใจตนเองและการบงการของผู้อื่นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปได้หรือไม่?
ลูกทำได้ไหม? ยกมือขึ้น! อัจชะ บัพดาดาได้ส่งสัญญาณเรื่องเวลาให้แก่ลูกแล้ว
ในตอนนี้ เวลาของยุคบรรจบพบกันนั้นมีค่าอย่างยิ่ง
และบัพดาดาก็ได้ให้สัญญาณแก่ลูกเช่นกันว่า ตามเวลาในปัจจุบัน
ทุกสิ่งจะเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด ดังนั้น ลูกจึงต้องพร้อมเสมออยู่ตลอดเวลาใช่ไหม?
ลูกทุกคนจะกลับบ้านไปด้วยกันใช่ไหม? หรือว่าลูกจะตามหลังมา?
ลูกต้องการกลับบ้านกับบัพดาดาไม่ใช่หรือ? ลูกพร้อมแล้วใช่ไหม?
ลูกพร้อมที่จะกลับบ้านด้วยกันแล้วใช่ไหม? พร้อมเสมอ! ไม่ใช่แค่พร้อม
แต่ต้องพร้อมเสมอ! บัพดาดากำลังให้สัญญาณเรื่องเวลาแก่ลูก
ในชาติเกิดนี้เพียงชาติเดียว ลูกต้องสร้างรางวัลของลูกสำหรับ 21 ชาติเกิด ดังนั้น
ลองคิดดูสิว่าลูกต้องให้ความใส่ใจมากแค่ไหน! พ่อมีความรักต่อลูกทุกคน
พ่อต้องการให้ลูกทุกคนกลับไปพร้อมกับพ่อ และประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรในเวลาเดียวกัน
ดังนั้น
ลูกสามารถกลับบ้านไปด้วยกันได้
แต่ก็ต่อเมื่อลูกมีความเพียบพร้อมและสมบูรณ์พร้อมเช่นเดียวกับพ่อ
แล้วเมื่อนั้นลูกจึงจะสามารถกลับบ้านพร้อมกับพ่อได้ ในเวลานี้ ในชาติเกิดเล็กๆนี้
ในการถือกำเนิดครั้งเล็กๆ นี้ (การเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณ) การบรรลุผลของ 21
ชาติเกิดนั้นได้รับการรับประกันไว้แล้ว ดังนั้น
ลองคิดดูเถิดว่าแต่ละนาทีของชาติเกิดเล็กๆ
ในยุคบรรจบพบกันนี้ช่างยิ่งใหญ่มากมายเพียงใด! ลองคำนวณดูสิว่า:
ลูกต้องประกาศสิทธิ์ในโชคของอาณาจักรสำหรับ 21 ชาติเกิดในชาติเกิดนี้เพียงชาติเดียว
ดังนั้นเพียงแค่หนึ่งนาทีของยุคบรรจบพบกันนี้มีคุณค่ามากมายเพียงใด! ดังนั้น
เมื่อได้รู้ถึงคุณค่านี้แล้ว ลูกจะต้องทำอะไรนับจากนี้ไป?
บัพดาดาเคยบอกลูกไว้ก่อนหน้านี้เช่นกันว่า
ลูกต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษกับสองสิ่งนี้ สองสิ่งนี้คืออะไร?
ลูกยังจำสองสิ่งนี้ได้ใช่ไหม? สิ่งแรกคือเวลาของลูก
และอีกสิ่งหนึ่งคือความคิดของลูก ความคิดของลูกต้องไม่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
เวลาของลูกต้องไม่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ละวินาทีต้องใช้ไปในทางที่มีค่า
ดังนั้น พูดสิ! ลูกจะต้องให้ความใส่ใจมากถึงขนาดนั้นใช่ไหม?
บัพดาดามีความรักต่อลูกๆทุกคน
บัพดาดาไม่ต้องการให้ลูกคนใดต้องถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นมิตรร่วมทางของท่าน
ลูกอยู่ด้วยกัน ลูกจะกลับบ้านไปด้วยกัน ลูกจะประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรด้วยกัน
และจะประสบกับความสุขและความสงบในชีวิตอย่างต่อเนื่องตลอดไป ดังนั้นพูดสิ!
ลูกจะกลับบ้านไปด้วยกันใช่ไหม? ลูกจะกลับบ้านใช่ไหม?
ลูกจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังใช่ไหม? ดูสิ
โชคทั้งสามประเภทกำลังเปล่งประกายอยู่บนหน้าผากของแต่ละคน
โชคทั้งสามประเภทนี้ปรากฏให้เห็นบนหน้าผากของลูกใช่ไหม?
ยุคบรรจบพบกันคือยุคแห่งความมีโชคของลูก
ลูกคนใดก็ตามสามารถสร้างโชคได้มากเท่าที่ลูกต้องการ อย่างไรก็ตาม
ลูกต้องมีความเพียรพยายามและความใส่ใจอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน
ดังนั้นเวลานี้ ลูกทุกคนจะต้องเร่งความเพียรพยายามของตนเองให้เข้มข้นขึ้น
ลูกคือผู้เพียรพยายาม บัพดาดาเห็นแล้วว่าลูกกำลังเพียรพยายามอยู่
แต่เวลานี้ทุกคนต้องมีความเพียรพยายามอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น
บัพดาดาปรารถนาที่จะเห็นลูกทุกคนเป็นทั้งลูกและเป็นนาย เป็นนายของอะไร?
นายของสมบัติที่มีค่าทั้งหมด บางครั้ง ลูกบางคนพูดกับบัพดาดาว่า: บาบา
ท่านได้มอบพลังทั้งหมดให้แก่ลูกแล้ว และพวกเราก็ยอมรับว่าพวกเราคือนายผู้ทรงอำนาจ
อย่างไรก็ตาม ลูกๆ หลายคนก็พร่ำบ่นว่า: บางครั้ง พลังที่เราจำเป็นต้องใช้ในขณะนั้น
กลับไม่มาหาเราตามเวลา" อย่างไรก็ตามเหตุผลสำหรับสิ่งนี้คืออะไร?
พ่อได้ให้พลังทั้งหมดแก่ลูกแต่ละคนแล้ว ท่านได้ให้ไปแล้ว
หรือว่าท่านได้ให้บางคนน้อยกว่าและบางคนมากกว่า? ลูกก็รู้เหตุผลนี้เช่นกัน
แต่ลูกลืมมันไปในเวลานั้น ลูกแต่ละคนได้รับสมบัติของพลังทั้งหมดเป็นมรดก
พ่อได้มอบมรดกของพลังทั้งหมดให้แก่ทุกคน
ไม่ใช่ว่าท่านจะให้บางคนน้อยกว่าและบางคนมากกว่า ท่านให้พลังทั้งหมดแล้ว
แต่เพราะเหตุใดพลังเหล่านั้นจึงไม่มาถึงลูกในเวลานั้น? ลองคิดดู:
หากใครคนหนึ่งไม่ได้นั่งอยู่บนที่นั่งของความเคารพตนเอง
แล้วจะมีใครยอมรับคำสั่งของเขาไหม? ดังนั้น เมื่อพลังนั้นไม่มาถึงลูก
เหตุผลสำหรับสิ่งนั้นก็คือลูกไม่ได้ทำให้ตนเองตั้งมั่นอยู่บนที่นั่งของผู้ทรงอำนาจ
ดังนั้น เมื่อลูกไม่ได้นั่งอยู่บนที่นั่งของลูก ก็จะไม่มีใครยอมรับคำสั่งของลูก
ดังนั้นจงนั่งอยู่บนที่นั่งของลูกเสมอ บางครั้งลูกมีความคิดที่ไร้ประโยชน์
และบางครั้งลูกก็มีความตึงเครียด
ดังนั้นลูกจึงปล่อยมือและก้าวลงจากที่นั่งของความเคารพตนเองในเวลานั้น
บัพดาดาได้ให้จุดหรือหัวข้อของความเคารพตนเองแก่ลูกแต่ละคนมากมาย
ที่นั่งของความเคารพตนเองนั้นกว้างใหญ่มาก!
ลองนับดูสิว่าพ่อได้ให้จุดหรือหัวข้อของความเคารพตนเองไว้มากมายเพียงใด
เมื่อลูกไม่ได้นั่งอยู่บนที่นั่งของความเคารพตนเอง ลูกรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น?
ลูกรู้สิ่งนั้นใช่ไหม? สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคือการมีจิตสำนึกที่เป็นร่าง
หากไม่มีความเคารพตนเอง ก็จะมีจิตสำนึกที่เป็นร่าง
เมื่อลูกออกคำสั่งในขณะนั่งอยู่บนที่นั่งของจิตสำนึกที่เป็นร่าง
พลังของลูกจะไม่ฟังลูก มิฉะนั้น
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พลังต่างๆจะไม่ฟังผู้เป็นนายที่ทรงอำนาจ
จงฝึกฝนที่จะตั้งมั่นอยู่บนที่นั่งของลูกอยู่เสมอ ตรวจสอบดูว่าลูกกำลังทำคาร์มาโยคะ
ทำงานรับใช้ หรือไตร่ตรองอยู่หรือไม่
และตรวจสอบว่าลูกได้นั่งอยู่บนที่นั่งของลูกแล้ว
และพลังทั้งหมดของลูกนั้นปรากฏอยู่ตรงนั้นแล้ว
วันนี้
บัพดาดาได้เดินทางไปทั่วทุกหนแห่งในเวลาอมฤต และในขณะที่เดินทางไปในทุกหนแห่ง
ทั้งในต่างแดนและที่นี่ – บัพดาดาใช้เวลาไม่นานในการเดินทางไปทั่วทุกหนแห่ง –
ท่านได้เห็นอะไร? บาบาควรบอกลูกหรือไม่? ลูกส่วนใหญ่นั่งในเวลาอมฤต
พวกเขาลุกขึ้นและนั่งในที่ของตนเอง
พวกเขาเพียรพยายามที่จะเป็นภาพลักษณ์ของประสบการณ์ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ที่นั่น
พวกเขาปรารถนาเช่นนั้น แต่บาบาได้เห็นอะไร? ลูกบางคนเป็นภาพลักษณ์ของประสบการณ์
เพราะพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือพลังของประสบการณ์ นั่นคือ การเป็นตัวของประสบการณ์
การเป็นตัวของพลังทั้งหมดที่มีประสบการณ์ การเป็นนายที่เต็มไปด้วยความรู้
และการเป็นตัวของพลังทั้งหมด อย่างไรก็ตาม
มีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปในการเป็นภาพลักษณ์ของประสบการณ์ของลูกนั้น
ลูกเพียรพยายามแล้ว บัพดาดายังคงแสดงความยินดีกับลูก
เพราะลูกส่วนใหญ่มาและเพียรพยายาม ลูกส่วนใหญ่ก็นั่งอยู่
แต่บาบาต้องการให้ลูกนั่งอย่างเป็นภาพลักษณ์ของการเป็นตัวของประสบการณ์ของแสงและพลัง
ทั้งนี้เป็นเพราะสะกาชของโยคะของลูกในเวลาอมฤตนั้นแผ่กระจายไปทั่วทุกหนแห่งในบรรยากาศ
จงเพิ่มพูนประสบการณ์นี้ให้มากยิ่งขึ้น ลูกได้เห็นพ่อบราห์มาแล้ว
สภาพของท่านนั้นช่างทรงพลังและอยู่ในรูปที่เป็นเทวดา
จงให้ความใส่ใจในเวลาอมฤตด้วยวิธีของลูกเองอย่างไม่รู้เหนื่อย
บัพดาดาเห็นว่าลูกบางคนนั่งอยู่ที่นั่นในรูปที่เป็นแสงและพลัง
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ได้ทำเช่นนั้น พวกเขานั่งในลักษณะนี้
แต่ลูกจะต้องให้ความใส่ใจมากยิ่งขึ้นกับความเพียรพยายามในเวลานี้ (เวลาอมฤต)
บัพดาดาได้เคยส่งสัญญาณเตือนลูกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า
ลูกจะต้องทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้นอยู่เสมอ ไม่ว่าลูกจะทำงานรับใช้ด้วยจิตใจ
ด้วยคำพูด หรือด้วยพลังแห่งการไตร่ตรอง จงทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้นอยู่เสมอ
จงไตร่ตรองความรู้ พลังแห่งการไตร่ตรองนี้จะทำให้จิตใจของลูกมีสมาธิจดจ่อ
ลูกบางคนไตร่ตรองได้เป็นอย่างดี
แต่เวลานี้ลูกจะต้องเพิ่มพลังในการไตร่ตรองของลูกตลอดทั้งวันด้วย
เพราะบัพดาดามีความรักต่อลูกแม้กระทั่งกับลูกคนสุดท้าย
บัพดาดาต้องการให้แม้กระทั่งลูกคนสุดท้ายได้กลับบ้านไปพร้อมกับท่าน
เขาไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เขาไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แล้วลูกจะทำอย่างไร?
จงให้ความใส่ใจ!
เมื่อเห็นชุมนุมในวันนี้ บัพดาดารู้ว่าจะต้องมีการขยายตัวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ลูกได้เฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี (75th Jubilee) กันแล้ว
บัพดาดาขอแสดงความยินดีกับลูกๆสำหรับสิ่งนั้น
บัพดาดายังได้เห็นความรักในการทำงานรับใช้ของลูกด้วย ลูกๆ
จากแต่ละสถานที่ต่างมีความกระตือรือร้น
อีกทั้งผลและพลังของงานรับใช้ก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเช่นกัน
บัพดาดาได้เห็นเป็นพิเศษว่า ที่ใดที่ลูกๆได้ไปรับใช้
ที่นั่นจะมีดวงวิญญาณจำนวนมากขึ้นที่เข้ามาเป็นเครื่องมือในหน่วยงานของรัฐบาลปรากฏขึ้นมา
ตามเวลาในปัจจุบันเมื่อความทุกข์และความไม่สงบเพิ่มมากขึ้น
บาบารู้ว่าหัวข้อที่ลูกได้เลือกขึ้นมาเป็นผลจากสิ่งนั้น
เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะยิ่งพวกเขาต้องการความสงบมากเท่าไหร่
ความไม่สงบก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
ความไม่สงบในรูปใดรูปหนึ่งย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
และเพราะเหตุนี้ความตึงเครียดจึงเพิ่มขึ้นในทุกหนแห่ง
รัฐบาลก็ต้องการให้บารัตปราศจากความตึงเครียดเช่นกัน ดังนั้น
บัพดาดาจึงขอแสดงความยินดีกับลูกๆทุกคนที่ได้รับใช้
บาบาขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับผู้ที่จะไปทำงานรับใช้ด้วย
เวลานี้บัพดาดาต้องการให้ลูกแต่ละคนทำตามพ่อและกลับมาสมบูรณ์พร้อมเช่นเดียวกับพ่ออย่างแน่นอน
บัพดาดาเห็นว่าลูกทุกคนกำลังใช้ความเพียรพยายาม ลูกมีความรักต่อการเพียรพยายาม
และลูกแม้กระทั่งได้ให้สัญญากับตนเองไว้มากมายว่า "ฉันจะไม่ทำสิ่งนี้อีกต่อไปแล้ว!
ฉันจะไม่ทำสิ่งนี้อีกต่อไปแล้ว!" อย่างไรก็ตาม อะไรคือสาเหตุของสิ่งนี้?
สาเหตุก็คือการขาดความมุ่งมั่นในความเพียรพยายามของลูก
ความประมาทเลินเล่อเข้ามาในระหว่างนั้น ความคิดที่ว่า "เดี๋ยวมันจะเกิดขึ้นเอง
เดี๋ยวฉันก็จะเป็นได้เอง..." ความประมาทนี้ทำให้ความเพียรพยายามของลูกหย่อนยานลง
ดังนั้นเวลานี้ลูกจะทำอย่างไร? เวลานี้จงให้ความใส่ใจเป็นพิเศษในสิ่งนี้
จงสร้างโปรแกรมสำหรับตัวลูกเองเพื่อที่จะทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้นตลอดทั้งวัน
ลูกต้องสร้างโปรแกรมของลูกเองขึ้นมา
สร้างตารางเวลาสำหรับตัวลูกเองเพื่อที่จะทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้นอยู่เสมอ
ไม่ว่าลูกจะไตร่ตรองความรู้ ทำงานรับใช้ หรือช่วยดึงความสนใจของกันและกัน
จงทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้น! คงอยู่อย่างไม่ว่างเว้นในจิตใจของลูก
ในทางกายภาพลูกมักจะไม่ว่างเว้นอยู่แล้ว
แต่เวลานี้จงทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้นด้วย
จงกลายเป็นนักธุรกิจอันดับหนึ่งด้วยการทำให้จิตใจของลูกไม่ว่างเว้น
ลูกสามารถทำสิ่งนี้ได้ไหม? ลูกจะทำสิ่งนี้ไหม? จะทำไหม? จะทำไหม?
ลูกก็รู้ว่าพ่อบราห์มากำลังรอคอยลูกอยู่
และแอ๊ดวานซ์ปาร์ตี้ก็กำลังรอคอยลูกอยู่เช่นกัน ลูกจะทำให้เวลาใกล้เข้ามาเมื่อไหร่
เพราะลูกมีความรับผิดชอบในการทำให้เวลาใกล้เข้ามา
การทำให้ตนเองสมบูรณ์พร้อมหมายถึงการทำให้เวลาใกล้เข้ามา
บัพดาดาได้ให้เวลาหนึ่งเดือนพิเศษแก่ลูกแล้ว ในเวลาหนึ่งเดือนนี้
ลูกแต่ละคนจะต้องกลายเป็นผู้เพียรพยายามอย่างแรงกล้าและเข้มข้น
ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผู้เพียรพยายามธรรมดา
แต่ต้องเป็นผู้ที่เพียรพยายามอย่างแรงกล้าและเข้มข้นอย่างแน่นอน
ลูกเห็นด้วยกับสิ่งนี้ไหม? ลูกพร้อมสำหรับสิ่งนี้หรือไม่? ยกมือขึ้น! อัจชะ
ขอแสดงความยินดีด้วย เวลานี้ ลูกแต่ละคนต้องมีความคิดที่มุ่งมั่น
แล้วผลลัพธ์ในแต่ละวันที่ลูกจะให้แก่บัพดาดาที่เกี่ยวกับเรื่องราวของลูกตลอดทั้งวันคืออะไร?
นั่นคือความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า ไม่ใช่แค่ความพยายามทั่วไป
แต่เป็นความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าและเข้มข้นของลูก ลูกพร้อมสำหรับสิ่งนี้ไหม?
ลูกพร้อมหรือยัง? ยกมือขึ้นทั้งสองข้างเลย! ดีมาก ในกรณีเช่นนั้น
บัพดาดาจะถามถึงผลลัพธ์นี้ขึ้นมาทันทีในระหว่างนั้น
ท่านจะไม่บอกวันที่ล่วงหน้ากับลูก
แต่บัพดาดาจะถามถึงผลลัพธ์นั้นทันทีในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของเดือน “ฉันต้องทำสิ่งนี้”
จงให้คำมั่นสัญญานี้กับตัวลูกเอง บัพดาดาสามารถทำให้ลูกให้คำมั่นสัญญาได้
และท่านก็ทำเช่นนี้อยู่เสมอ
แต่ในเวลานี้ขอให้ลูกมีความคิดนี้ด้วยตัวลูกเองและแสดงให้เห็นจริงด้วยการทำสิ่งนี้ในทางปฏิบัติ
“ฉันต้องทำสิ่งนี้อย่างแน่นอน” ไม่ใช่ว่า “ฉันจะทำในสักวันหนึ่ง…”
เวลานี้การพูดว่าลูกจะทำในสักวันหนึ่งนั้นไม่ดีเลย
ตอนนี้เวลากำลังเคลื่อนไปข้างหน้า มันกำลังเข้าสู่จุดสุดขีด ดังนั้น
ลูกผู้เป็นบรรพบุรุษคือผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงเวลา
ลูกไม่รู้สึกเมตตาต่อครอบครัวที่ไม่มีความสุขของลูกหรือ? จงเปี่ยมด้วยความเมตตา!
ชี้หนทางแห่งความสุขให้แก่ผู้ที่ไม่มีความสุข ไม่ว่าจะด้วยความคิด คำพูด
หรือด้วยสายใยและความสัมพันธ์ของลูก พวกเขาคือครอบครัวของลูกไม่ใช่หรือ? ดังนั้น
ลูกจะต้องขจัดความทุกข์ออกไปจากครอบครัวของลูก จงเปี่ยมด้วยความเมตตา! อัจชะ
ตอนนี้
ไม่ว่าลูกแต่ละคนจะนั่งอยู่ที่ใด ไม่ว่าจะกำลังรับชมผ่านทางทีวี
ไม่ว่าจะนั่งอยู่ในสถานที่ต่างๆในที่แห่งนี้
รวมถึงคนอื่นๆที่กำลังรับชมผ่านทางทีวีด้วย บัพดาดากำลังให้สมญาว่า "ผู้เพียรพยายามอย่างแรงกล้า"
แก่ลูกๆทุกคน เวลานี้ขอให้จดจำสมญานี้ไว้เสมอ หากมีใครถามลูกว่า ลูกเป็นใคร
ให้ตอบเพียงว่า "เป็นผู้เพียรพยายามอย่างแรงกล้า" สิ่งนี้โอเคไหม? ทุกคนเห็นด้วยไหม?
เห็นด้วยใช่ไหม? เวลานี้
ลูกจะเพียรพยายามอย่างหย่อนยานหรือเฉื่อยชาต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
เวลากำลังเร่งรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
และด้วยเหตุนี้ลูกจึงต้องเป็นผู้เพียรพยายามอย่างแรงกล้าอย่างแน่นอน
นี่คือเสียงเรียกของเวลา ขอให้ลูกเป็นผู้เพียรพยายามอย่างแรงกล้า!
ด้วยความรักและความระลึกถึงมากมายจากบัพดาดาแด่ลูกๆทุกคน
และบาบาก็ยังมอบของขวัญแห่งความเพียรพยายามอย่างแรงกล้านี้ให้แก่ลูกอีกด้วย
พร:
ขอให้ลูกเป็นผู้ที่ไร้เดียงสาจากความรู้ใดๆในเรื่องของมายา และกลายเป็น "นักบุญ"
ของความรู้นี้ และกลับมาบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์
เช่นเดียวกับที่ดวงวิญญาณในยุคทองนั้นมีความไร้เดียงสาจากความรู้ใดๆเกี่ยวกับกิเลส
ในทำนองเดียวกัน หากซันสการ์เดียวกันเหล่านั้นยังคงอยู่ในสำนึกรู้ของลูกอย่างชัดเจน
ลูกก็จะไร้เดียงสาจากความรู้ใดๆเกี่ยวกับมายา อย่างไรก็ตาม
ซันสการ์ของอนาคตจะยังคงอยู่ในสำนึกรู้ของลูกก็ต่อเมื่อลูกมีรูปที่มีจิตสำนึกเป็นดวงวิญญาณอยู่ในสำนึกรู้ของลูกอย่างชัดเจนตลอดเวลา
เช่นเดียวกับที่ร่างกายของลูกมองเห็นได้อย่างชัดเจน ในทำนองเดียวกัน
รูปของลูกที่เป็นดวงวิญญาณก็ต้องมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วย นั่นคือ
ต้องได้รับการสัมผัส แล้วเมื่อนั้นลูกจึงจะกล่าวได้ว่าไร้เดียงสาจากมายาและเป็น "นักบุญ"
แห่งความรู้นี้ นั่นคือ บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์
คติพจน์:
ความไม่บริสุทธิ์ใดๆภายในตัวลูกสร้างอุปสรรคต่อการที่ลูกจะกลับมาบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
เวลานี้เปิดเผยรูปของผู้ประทานของลูก
ลูกซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าคือผู้ที่มีหน้าที่รับใช้
ไม่ใช่ผู้ที่ได้รับการรับใช้หรือได้รับการปรนนิบัติจากผู้อื่น
หากลูกกลายเป็นผู้ที่คอยรับการรับใช้แล้ว
หน้าที่ของลูกก็จะไม่สอดคล้องกับชื่อของลูก
ผู้รับใช้ของพระเจ้าจะไม่คอยรับการรับใช้
แต่พวกเขาจะทำงานรับใช้อยู่เสมอเพราะพวกเขาคือลูกของผู้ประทาน
เช่นเดียวกับที่พ่อไม่เคยรับสิ่งใดและเป็นผู้ให้เสมอ ในทำนองเดียวกัน
ลูกก็ต้องกลายเป็นผู้ให้ด้วยเช่นกัน หากลูกกลายเป็นผู้ที่สร้างปัญหา
นั่นก็ถือว่าเป็นการรับการรับใช้ด้วยเช่นกัน
ใครก็ตามที่คอยรับการรับใช้ใดๆเพิ่มเป็นพิเศษจากผู้อื่น
ผู้นั้นจะไม่มีวันได้สัมผัสถึงความซาบซึ้งของการเป็นลูกของผู้ประทานและผู้ประทานพรได้เลย
ประกาศพิเศษ:
การฝึกโยคะสำหรับวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน
ขอให้พี่น้องชายหญิงทุกคนนั่งโยคะตาปาเซียร่วมกันตั้งแต่เวลา 18.30 - 19.30 น.
จงมั่นคงอยู่ในสภาพของการเป็นตัวของความรู้
พร้อมทั้งให้แสงสว่างแห่งความรู้และพลังแห่งโยคะแก่ทุกดวงวิญญาณ
และให้พลังนั้นไปถึงทุกดวงวิญญาณเพื่อให้พวกเขาสามารถดำเนินต่อไปบนหนทางที่แท้จริงนี้
ด้วยความคิดที่บริสุทธิ์ของลูก จงทำงานรับใช้นี้เพื่อให้คุณประโยชน์ต่อโลก