21.09.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูก ๆ
ที่แสนหวาน เป็นคุณธรรมที่สูงส่งที่ให้ความนับถือต่อผู้ที่อาวุโสกว่าลูก
ทำตามผู้ที่ฉลาดและผู้ที่อธิบายได้ดีมาก
คำถาม:
เหตุใดจึงไม่มีขนบธรรมเนียมประเพณีของความเลื่อมใสศรัทธาในยุคทอง?
คำตอบ:
เพราะพ่อมหาสมุทรแห่งความรู้ให้ความรู้นี้แก่ลูกและส่งลูกไปสู่การหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลส
ลูกได้รับผลของความเลื่อมใสศรัทธาของลูก เมื่อลูกได้รับความรู้นี้
ลูกก็ขาดจากความเลื่อมใสศรัทธา เพราะนั่นเป็นเวลาสำหรับรางวัลของความรู้นี้
จะมีความจำเป็นอะไรสำหรับความเลื่อมใสศรัทธา ทาปาเซีย การให้ทาน หรือการทำบุญฯลฯ
ขนบธรรมเนียมประเพณีเหล่านั้นไม่สามารถอยู่ที่นั่น
โอมชานติ
พระเจ้าชีวาผู้ทำให้บริสุทธิ์พูด พ่อนั่งที่นี่และให้ความรู้นี้แก่ลูกๆ
มีการอธิบายให้แก่ลูกๆว่า เมื่อพ่อมาที่นี่
พ่อพูดความรู้เพื่อทำให้ผู้ที่ไม่บริสุทธิ์นั้นให้บริสุทธิ์
ไม่มีใครอื่นสามารถสอนความรู้นี้แก่ลูกได้ พวกเขาสอนความเลื่อมใสศรัทธาเท่านั้น
เพียงลูกๆที่คิดว่าตนเองเป็นบราห์มากุมารและกุมารีเท่านั้นที่ศึกษาความรู้นี้
วัดดิลวาลาอยู่เบื้องหน้าลูก ที่นั่นลูกกำลังนั่งในทาปาเซียของราชาโยคะด้วยเช่นกัน
มีจากัดอัมบาแม่ของชาวโลกและประชาบิดา พ่อของปวงประชาด้วยเช่นกัน
มีกุมารีและกึ่งกุมารี พ่อกำลังสอนราชาโยคะแก่ลูก ภาพของอาณาจักรอยู่เบื้องบน (สวรรค์บนเพดานในวัดดิลวาลา)
พ่อไม่ได้สอนความเลื่อมใสศรัทธาแก่ลูก
ลูกแสดงความเลื่อมใสศรัทธาของผู้เดียวที่สอนลูกและจากไปแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม
ผู้คนไม่รู้ว่าใครสอนราชาโยคะให้แก่ลูกและก่อตั้งอาณาจักรแล้วจากไป
เวลานี้ลูกๆรู้ว่าความเลื่อมใสศรัทธานั้นเป็นสิ่งที่แยกจากความรู้นี้เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถพูดความรู้นี้
ไม่มีใครอื่นสามารถทำเช่นนี้ มีมหาสมุทรแห่งความรู้เดียวเท่านั้น
เพียงท่านเท่านั้นที่มาและทำให้ผู้ที่ไม่บริสุทธิ์บริสุทธิ์ด้วยความรู้นี้ไม่มีใครในชุมนุมทางจิตอื่นใดสามารถสอนความรู้นี้
แม้ว่าพวกเขาจะเรียกตัวเองว่าศรีศรี 108 จากัดกูรูหรือพระเจ้า
ก็ไม่มีแม้แต่คนเดียวในบรรดาพวกเขาที่สามารถพูดว่าเขาคือพ่อสูงสุดของทั้งหมด
ดวงวิญญาณสูงสุด มหาสมุทรแห่งความรู้ ไม่มีใครเรียกพวกเขาว่าเป็นพ่อสูงสุด
ลูกรู้ว่าพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดคือผู้ทำให้บริสุทธิ์
เก็บประเด็นเหล่านี้ไว้ในสติปัญญาของลูกอย่างดีมาก
ผู้คนพูดว่าลูกๆบราห์มากุมารีหย่าขาดจากความเลื่อมใสศรัทธา
อย่างไรก็ตามเมื่อลูกได้รับความรู้นั้ ลูกต้องหย่าขาดจากความเลื่อมใสศรัทธา
ไม่ใช่ว่าเมื่อลูกเข้าไปสู่ความเลื่อมใสศรัทธา
ลูกตระหนักว่าลูกกำลังหย่าขาดจากความรู้นี้ ไม่เลย
ลูกเข้าไปสู่อาณาจักรของราวันโดยอัตโนมัติ
ลูกได้รับความเข้าใจแล้วว่าเวลานี้บาบากำลังสอนราชาโยคะแก่ลูก ราชาโยคะคือความรู้
ไม่สามารถถูกเรียกว่าความเลื่อมใสศรัทธา พระเจ้าคือมหาสมุทรแห่งความรู้
ท่านไม่เคยสอนความเลื่อมใสศรัทธา ผลของความเลื่อมใสศรัทธาคือความรู้นี้
และด้วยความรู้นี้ที่มีหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่
ทุกคนไม่มีความสุขในตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก
เหตุนี้เองโลกเก่านี้จึงถูกเรียกว่าดินแดนแห่งความทุกข์
ลูกเข้าใจสิ่งเหล่านี้ในเวลานี้
พ่อได้มาเพื่อประทานผลของความเลื่อมใสศรัทธาของลูกแก่ลูก
นั่นคือเพื่อประทานหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่แก่ลูก ท่านกำลังสอนราชาโยคะแก่ลูก
นี่คือโลกเก่าและมันต้องถูกทำลาย เราต้องการอาณาจักรในโลกใหม่
นี่คือความรู้ของราชาโยคะ เพียงพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด
ชีวาเดียวเท่านั้นที่สามารถสอนความรู้นี้
ท่านและไม่ใช่ศรีกฤษณะถูกเรียกว่ามหาสมุทรแห่งความรู้
คำยกย่องของศรีกฤษณะนั้นแยกกัน
เขาทำการกระทำเช่นนั้นในชาติเกิดก่อนหน้านี้ของเขาอย่างแน่นอน
ซึ่งทำให้เขากลายเป็นเจ้าชาย เวลานี้ลูกรู้ว่าลูกกำลังได้รับความรู้ของราชาโยคะ
และจากนั้นลูกจะกลายเป็นเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งสวรรค์ในโลกใหม่
สวรรค์คือการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลส ในขณะที่นรกคือความตกต่ำ
เรากำลังก่อตั้งอาณาจักรสำหรับตัวเราเอง
ผู้ที่ไม่ได้รับความรู้นี้และไม่กลับมาบริสุทธิ์จะไม่เข้าไปสู่อาณาจักร
เพราะจะมีผู้คนน้อยมากในยุคทอง
ผู้คนมากมายทั้งหมดที่คงอยู่ในตอนปลายของยุคเหล็กจะเข้าไปในดินแดนของการหลุดพ้นอย่างแน่นอน
พวกเขาไม่ได้หายไปแต่พวกเขาทั้งหมดกลับบ้าน เวลานี้ลูกๆจดจำบ้านของลูกเพราะวงจรของ
84 ชาติเกิดกำลังจะสิ้นสุดลงในเวลานี้ การละเล่นกำลังจะจบสิ้นลง
ลูกได้วนไปรอบวงจรหลายต่อหลายครั้ง เพียงลูกบราห์มินเท่านั้นที่รู้สิ่งนี้
ยังคงมีการสร้างบราห์มินต่อไป มีลูกประคำของ 16,108 ในยุคทองจะไม่มีผู้คนมากมาย
มีการแสดงแบบจำลองของยุคทองไว้ มีการสร้างแบบจำลองขนาดเล็กสำหรับสิ่งที่มีขนาดใหญ่
เช่นเดียวกับที่พวกเขาแสดงดวาราก้าทองคำ (เมืองในรัฐกุจราช)
กล่าวกันว่าเคยมีอาณาจักรของศรีกฤษณะในดาวาราก้า
ลูกจะพูดว่าอยู่ในดวาราก้าหรือในเดลี? ริมฝั่งแม่น้ำยมุนาอยู่ที่นี่ในเดลี
ที่นั่นมีมหาสมุทร ลูกๆเข้าใจว่าเมืองหลวงเคยตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา
ดวาราก้าไม่ใช่เมืองหลวง เดลีเป็นที่รู้จักอย่างดีมาก
แม่น้ำยมุนาซึ่งได้รับการยกย่องก็ต้องอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน
เดลีถูกเรียกว่าปารีสถาน หรือดินแดนของเทวดานางฟ้า
บัลลังก์หลักของอาณาจักรจะอยู่ในเดลี
เวลานี้ลูกๆเข้าใจว่าหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาสิ้นสุดลง
แล้วก็กลายเป็นหนทางของความรู้นี้ อาณาจักรที่สูงส่งกำลังมีการก่อตั้งขึ้น
พ่อพูดว่า: เมื่อลูกก้าวหน้าต่อไป ลูกจะรู้ทุกสิ่ง เช่น มีกี่คนที่สอบผ่าน
และผ่านมากน้อยแค่ไหน ในโรงเรียนลูกจะรู้ว่าคนนั้นคนนี้สอบผ่านกี่คะแนน
และเวลานี้เขาจะเข้าไปสู่ชั้นเรียนต่อไป
ลูกจะรู้ทุกสิ่งมากขึ้นในช่วงเวลาสุดท้ายว่าใครสอบผ่านและใครที่ได้รับการโยกย้าย
ชั้นเรียนมีขนาดใหญ่โต
เป็นชั้นเรียนที่ไม่มีขีดจำกัดและจำนวนศูนย์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆวันแล้ววันเล่า
บางคนจะมาและรับหลักสูตร 7 วันอย่างดีมาก บทเรียนเพียง 1 หรือ 2 วัน
ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เช่นกัน
ลูกสามารถเห็นว่าการทำลายล้างยุคเหล็กเพียงแค่อยู่เบื้องหน้า
เวลานี้ลูกต้องกลับมาสะโตประธาน พ่อบอกลูกให้เชื่อมโยงสติปัญญาของลูกในโยคะกับพ่อ
แล้วลูกจะกลับมาสะโตประธานและไปสู่โลกที่บริสุทธิ์
ลูกต้องเล่นบทบาทของลูกอย่างแน่นอน
เช่นเดียวกับที่ลูกเล่นบทบาทของลูกในละครในวงจรที่แล้ว ชาวบารัตปกครองอาณาจักร
แล้วประชากรก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้ก็เติบโตด้วยเช่นกัน ชาวบารัตเป็นของศาสนาเทพ
แต่เพราะพวกเขาไม่ได้บริสุทธิ์อีกต่อไป
พวกเขาจึงกราบไหว้บูชาเทพที่บริสุทธิ์เหล่านั้น
เช่นที่ชาวคริสเตียนกราบไหว้บูชาพระคริสต์
ศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปคงอยู่ในยุคทอง เป็นพ่อที่ก่อตั้งยุคทอง
เคยมีอาณาจักรของเทพในยุคทองอย่างแท้จริง
พวกเขาต้องเคยเพียรพยายามในชาติเกิดก่อนหน้านี้ของเขาอย่างแน่นอน
และต้องเป็นในยุคบรรจบพบกันเมื่อโลกเก่าเปลี่ยนและกลายเป็นโลกใหม่
เนื่องจากยุคเหล็กเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นยุคทอง
ต้องมีผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ในยุคเหล็กอย่างแน่นอน
บาบาอธิบายแล้วว่าเมื่อลูกมีภาพของลักษมีและนารายณ์หรือมีการตีพิมพ์สิ่งพิมพ์
ควรจะมีการเขียนไว้บนนั้นว่า
พวกเขาเคยเพียรพยายามในชาติเกิดก่อนหน้านี้ของเขาด้วยความรู้ของราชาโยคะที่ง่ายดาย
จะไม่มีเพียงราชาและราชินีเท่านั้น ปวงประชาก็มีการสร้างขึ้นมาด้วยเช่นกัน
ผู้คนอยู่ในความโง่เขลาและไม่รู้อะไรเลย เพียงแต่กราบไหว้บูชาต่อไป
เวลานี้ลูกเข้าใจแล้วว่าเมื่อผู้คนเหล่านั้นกราบไหว้รูปปั้นบูชาของลักษมีและนารายณ์
พวกเขาก็เพียงแค่มองดูเท่านั้น พวกเขาไม่ได้มีความรู้ใดๆเลย
ผู้คนเชื่อว่าพวกเขาไม่สามารถพบพระเจ้าโดยไม่แสดงความเลื่อมใสศรัทธา
เมื่อลูกบอกผู้อื่นว่าพระเจ้ามาแล้ว พวกเขาก็จะหัวเราะเยาะลูก
พวกเขาพูดว่าพระเจ้าจะมาในตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก ท่านจะมาในตอนนี้ได้อย่างไร?
พวกเขาก็ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมพวกเขาถึงพูดว่าท่านจะมาในตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก
พวกเขาแสดงกฤษณะไว้ในยุคทองแดง
ผู้คนเฝ้าแต่พูดอะไรก็ตามที่เข้าไปในจิตใจของพวกเขาโดยไม่มีความเข้าใจ
เหตุนี้เองพ่อพูดว่า: ลูกไม่รู้คิดอย่างสมบูรณ์ ลูกพูดว่า
พ่ออยู่ในทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน ความเลื่อมใสศรัทธาภายนอกนั้นสวยงามมาก
มีประกายมาก ลูกไม่มีสิ่งใดเช่นนั้น เมื่อลูกไปยังชุมนุมทางจิตอื่นๆ
จะมีเสียงดังที่นั่นอย่างแน่นอน และพวกเขาจะร้องเพลง
ที่นี่บาบาไม่ชอบให้ลูกเปิดแผ่นเสียงด้วยซ้ำ เมื่อลูกก้าวหน้าต่อไป
บางทีแม้กระทั่งสิ่งนี้ก็จะจบลง พ่อพูดว่า: พ่ออธิบายสาระของเพลงเหล่านั้นทั้งหมด
ฯลฯ ให้แก่ลูก ลูกรู้ความหมายของสิ่งเหล่านั้นเพราะนี่คือการศึกษาเล่าเรียน
ลูกรู้ว่าลูกกำลังศึกษาราชาโยคะ หากลูกศึกษาน้อยกว่า
ลูกก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปวงประชา ดังนั้น ลูกควรทำตามผู้ที่ฉลาดมาก
เพราะพวกเขาให้ความใส่ใจกับการศึกษาเล่าเรียนมากกว่าและมีคุณประโยชน์จากสิ่งนั้น
เรียนรู้จากผู้ที่อธิบายความรู้อย่างดีมาก
ทุกคนที่ศูนย์ก็จดจำผู้ที่อธิบายความรู้นี้อย่างดีมาก
แม้ว่าจะมีบราห์มากุมารีที่ศูนย์อยู่แล้ว พวกเขาก็ขอให้คนนั้นคนนี้มา
เพราะพวกเขาคิดว่าเธอฉลาดมาก หากเป็นเช่นนี้แล้วก็ต้องให้ความนับถือแก่เธอ
ต้องให้ความนับถือต่อผู้ที่อาวุโสกว่าลูก “คนนี้ฉลาดกว่าฉันในความรู้นี้และดังนั้นเธอจะประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงอย่างแน่นอน”
ไม่ควรจะมีความหยิ่งยโสใดๆเกี่ยวกับสิ่งนี้ ต้องมีการรักษาเกียรติสำหรับซีเนียร์
ประธานาธิบดีจะได้รับเกียรติมากกว่าอย่างแน่นอน เกียรติของแต่ละคนตามลำดับกันไป
ต้องให้ความนับถือแก่กันและกัน มันตามลำดับกันไปในบรรดานักกฎหมายด้วย
ผู้คนจ้างทนายความที่ฉลาดมากสำหรับคดีสำคัญ บ้างก็คิดค่าทำคดีมูลค่าหลายแสนรูปี
ตามลำดับกันไปอย่างแน่นอน หากใครบางคนฉลาดกว่าฉัน ฉันต้องให้ความนับถือต่อคนนั้น
ต้องมีการดูแลศูนย์ด้วย ต้องมีการทำทุกสิ่ง บาบาใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งนี้ตลอดทั้งวัน
ต้องให้ความใส่ใจต่อวิธีจัดนิทรรศการและเราจะสามารถกลับมาสะโตประธานจากตาโมประธานได้อย่างไร
พ่อมาเพื่อทำให้ลูกสะโตประธาน เพียงพ่อเท่านั้นคือผู้ทำให้บริสุทธิ์
ที่นี่พวกเขาพูดว่า แม่น้ำคงคาคือผู้ทำให้บริสุทธิ์
และเหตุนี้เองพวกเขาจึงอาบน้ำในแม่น้ำนั้นชาติแล้วชาติเล่า อย่างไรก็ตาม
ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กลับมาบริสุทธิ์ด้วยการทำเช่นนั้น
ทั้งหมดนั้นคือความเลื่อมใสศรัทธา ในเมื่อลูกร้องเรียกหา “โอ้ ผู้ทำให้บริสุทธิ์
ได้โปรดมา!” ท่านจะมาในยุคบรรจบพบกันอย่างแน่นอนและท่านจะมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ทุกคนมีระบบและขนบธรรมเนียมประเพณีของเขาหรือเธอเอง เช่นเดียวกับที่ในเนปาล
พวกเขาถวายสิ่งสังเวยในวันที่ 8 พวกเขาเอาปืนใส่มือเด็กเล็กๆและทำให้เขายิงปืนนั้น
(เพื่อการฝึกฝน) เขาจะมอบสิ่งสังเวยด้วยเช่นกัน เมื่อเขาโตขึ้น
เขาก็จะสามารถตัดหัวของลูกวัวได้ในครั้งเดียว
หากใครบางคนใช้กำลังน้อยกว่าและสัตว์ไม่ได้ถูกฆ่าในคราวเดียว
ก็จะไม่ถือว่าเป็นสิ่งสังเวย และจะไม่ถูกถวายให้กับเทพเจ้า
ทั้งหมดนั้นคือหนทางความเลื่อมใสศรัทธา ทุกคนมีจิตนาการของเขาหรือเธอเอง
ผู้คนมากมายกลายเป็นสาวกเพียงเพราะจินตนาการของพวกเขา
ที่นี่มันเป็นสิ่งใหม่อย่างสมบูรณ์ มีเพียงลูกๆเท่านั้นที่สามารถรู้สิ่งนี้
มีเพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่นั่งที่นี่และบอกลูกถึงความรู้ของตอนเริ่ม
ตอนกลางและตอนจบของโลก ลูกมีความสุขที่ลูกคือผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง
ไม่มีใครอื่นสามารถเข้าใจสิ่งนี้ ถ้าพ่อจะเรียกลูกในชุมนุมว่า “เครื่องประดับอันสูงส่งที่สุดของสกุลบราห์มินผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง”
ลูกจะเข้าใจความหมายของสิ่งนั้น คนใหม่ๆก็จะสับสนและประหลาดใจว่าพูดอะไร
เพราะพวกเขาคิดว่าวิษณุเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง นี่คือสิ่งใหม่
เหตุนี้เองจึงมีการพูดกับลูกว่า จงออกไปสู่สนาม (ของงานรับใช้) และลูกจะรู้
ของลูกคือหนทางของความรู้นี้ ลูกเอาชนะกิเลสทั้งห้า
สงครามของลูกเป็นไปกับปีศาจเหล่านี้ (กิเลสทั้งห้า) เวลานี้ลูกกำลังกลายเป็นเทพ
และดังนั้นจึงไม่มีเรื่องของสงคราม เทพไม่สามารถอยู่ในที่ที่มีปีศาจอยู่
ลูกคือบราห์มินที่กำลังกลายเป็นเทพ และกำลังเพียรพยายามเพื่อสิ่งนี้
จำเป็นต้องมีบราห์มินสำหรับไฟบูชายัญของความรู้ของรูดร้านี้อย่างแน่นอน
ไม่สามารถมีไฟบูชายัญนี้โดยไม่มีบราห์มิน ชีวาคือรูดร้า ดังนั้น
ชื่อของศรีกฤษณะออกมาจากไหน? จากทั้งโลก ลูกพิเศษสุดและมีจำนวนน้อยมาก
มีคำกล่าวว่านกกระจอกกลืนมหาสมุทร มีเรื่องเล่ามากมายในคัมภีร์ พ่อพูดว่า:
เวลานี้จงลืมทั้งหมดนั้นและจดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ
เป็นดวงวิญญาณที่จดจำพ่อ มีพ่อผู้เดียวเท่านั้น เมื่อพวกเขาพูดว่า “โอ
ดวงวิญญาณสูงสุด!” หรือ “โอ พระเจ้า!”
พวกเขาไม่แม้กระทั่งจดจำสัญลักษณ์รูปไข่ในเวลานั้น พวกเขาเพียงแค่พูดถึง “อิศวร”
หรือ “พระภู่” ดวงวิญญาณได้รับความสุขเป็นเวลาครึ่งวงจรจากพ่อ
เพราะเหตุนี้เองพวกเขาจึงจดจำท่านในหนทางความเลื่อมใสศรัทธา
เวลานี้ลูกได้รับความรู้นี้ของดวงวิญญาณและดวงวิญญาณสูงสุดแล้ว
เราดวงวิญญาณทั้งหมดเป็นผู้อาศัยของโลกที่ไม่มีตัวตน
เรามาจากที่นั่นตามลำดับเพื่อเล่นบทบาทของเรา เทพมาก่อนเป็นอันดับแรก
กล่าวกันว่าศาสนาเทพคงอยู่ก่อนหน้าพระคริสต์ มันเป็นเรื่องของ 5000 ปี
ผู้คนเหล่านั้นพูดว่าบางสิ่งมีอายุ 50,000 ปี อย่างไรก็ตาม
เนื่องจากละครมีอายุเพียง 5,000 ปี จึงไม่สามารถมีอะไรที่มีอายุถึง 50,000 ปี
เหล่านี้คือศาสนาหลัก อาคาร ฯลฯ จะเป็นของผู้ที่เป็นของศาสนาเหล่านี้
ในตอนเริ่มแรกผู้คนเหล่านั้นมีสติปัญญาที่ราโจกุนี
เวลานี้พวกเขากลายเป็นผู้ที่มีสติปัญญาที่ตาโมประธานมากยิ่งขึ้น
มีการอธิบายแก่ผู้คนมากมายที่นิทรรศการ ไม่มีใครสามารถเข้าใจสิ่งนี้
ต้องมีการเพาะหว่านต้นอ่อนของบราห์มิน ดังนั้น
จึงมีการอธิบายให้แก่ลูกๆว่าความรู้นี้แยกจากความเลื่อมใสศรัทธา
มีการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลสด้วยความรู้นี้ เหตุนี้เองจึงกล่าวว่า: โอ้
ผู้ทำให้บริสุทธิ์ ได้โปรดมา!
ปลดปล่อยเราจากความทุกข์และกลายเป็นผู้นำทางของเราและพาเรากลับไปกับท่าน
พ่อมาและพาลูกๆดวงวิญญาณกลับไปกับท่าน ร่างกายทั้งหมดที่นี่จะถูกทำลาย
การทำลายล้างจะเกิดขึ้น ในคัมภีร์นั้น (กีตะ)
เพียงสงครามมหาภารตะเดียวเท่านั้นที่ได้รับการจดจำ
กล่าวกันว่านี่จะเป็นสงครามมหาภารตะเดียวกัน มันต้องเกิดขึ้น
จงเฝ้าแต่ให้คำแนะนำของพ่อแก่ทุกคนต่อไป
มีทางเดียวเท่านั้นที่จะกลับมาสะโตประธานจากตาโมประธาน พ่อพูดว่า:
จดจำระลึกถึงพ่อผู้เดียวเท่านั้นอยู่เสมอ
และบาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้องและดวงวิญญาณจะกลับบ้านพร้อมกับพ่อ
เฝ้าแต่ให้สาสน์นี้กับทุกคนและผู้คนมากมายจะได้รับคุณประโยชน์ อัจชะ
ถึงลูกๆ ที่แสนหวาน
ผู้เป็นที่รัก ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง
และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
คบมิตรที่ฉลาดในการศึกษานี้และผู้ที่อธิบายได้ดีมาก ให้ความนับถือแก่พวกเขา
อย่าได้หยิ่งยโสเกี่ยวกับสิ่งใดเลย
2.
เข้าใจและอธิบายประเด็นของความรู้ใหม่ๆอย่างดีมาก
รักษาความสุขที่ลูกเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง
พร:
ขอให้ลูกเป็นโยคีที่ง่ายดายผู้ที่ละวางและมีความรักและด้วยเหตุนี้ลูกจึงอยู่อย่างเป็นอิสระจากความผูกพันยึดมั่น
เพื่อที่จะได้สัมผัสกับชีวิตโยคีที่ง่ายดาย จงละวางด้วยความรู้นี้
ลูกไม่เพียงต้องละวางภายนอก แต่ลูกต้องไม่มีความผูกพันยึดมั่นในจิตใจของลูก
มากเท่าที่ใครบางคนละวาง เขาก็จะได้รับความรักมากตามนั้น สภาพที่ละวางมีความน่ารัก
ผู้ที่ไม่ละวางจากความผูกพันยึดมั่นภายนอกจะมีความทุกข์ระทมแทนที่จะน่ารัก
นี่คือวิธีที่โยคีที่ง่ายดายผู้ที่มีคุณสมบัติพิเศษของการอยู่อย่างละวางและมีความรักนั้นเป็นอิสระจากความผูกพันยึดมั่นทั้งหมด
คติพจน์:
เมื่อลูกมีความสมดุลระหว่างความพยายามเพื่อตนเองและการทำงานรับใช้ บ่วงพันธะใดๆ
จะเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
เวลานี้เปิดเผยรูปของผู้ประทานของลูก
ลูกๆของผู้ประทานต้องให้ในทุกวินาทีและทุกความคิด
คุณธรรมหลักของผู้ประทานคือการมีหัวใจที่กว้างใหญ่
ดวงวิญญาณเช่นนี้จะเป็นเครื่องมือในการยกระดับผู้อื่น ดังนั้น
จำไว้เสมอว่าลูกเป็นลูกๆของผู้ประทาน
และลูกไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากการให้แม้เพียงวินาทีเดียว
ดวงวิญญาณเช่นนี้ถูกเรียกว่าผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่
ประตูของลูกควรเปิดอยู่เสมอเพื่อการให้ เช่นเดียวกับประตูของวัดที่เปิดอยู่เสมอ
ในทำนองเดียวกัน ประตูของผู้ประทานก็ไม่ควรปิดเลย แต่ควรเปิดอยู่เสมอเพื่อการให้