23.06.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน ลูกนั้นโชคดีอย่างยิ่ง
เพราะพระเจ้ากำลังให้การศึกษาแก่ลูกที่ไม่มีแม้กระทั่งฤๅษีหรือมุนีได้เคยศึกษามาก่อน
คำถาม:
ชะตากรรมใดในละครที่ลูกๆ รู้แต่ผู้คนในโลกไม่รู้?
คำตอบ:
ลูกรู้ว่าเปลวไฟของการทำลายล้างจะปรากฎออกมาจากไฟบูชายัญของความรู้ของรูดร้านี้
โลกเก่าทั้งหมดนี้ เวลานี้กำลังจะถูกสังเวยลงไปในไฟบูชายัญ
ไม่มีใครสามารถขัดขวางชะตากรรมนี้ได้ นี่คือไฟบูชายัญของรูดร้าที่ซึ่งม้าถูกสังเวย
และเครื่องประกอบทั้งหมดก็จะถูกสังเวย เราจะไม่กลับสู่โลกที่ไม่บริสุทธิ์นี้
ชะตากรรมนี้มิได้ถูกสร้างโดยพระเจ้า แต่เป็นชะตากรรมที่ถูกสร้างขึ้นในละคร
เพลง:
มองดูใบหน้าของลูกในกระจกหัวใจของลูก
โอมชานติ
ลูกๆ เป็นมนุษย์ นี่คือโลกของมนุษย์ ในเวลานี้ลูกเป็นมนุษย์ผู้เป็นของศาสนาบราห์มิน
พ่อให้คำสอนแก่ดวงวิญญาณ ลูกดวงวิญญาณเวลานี้ตระหนักรู้ถึงศาสนาดั้งเดิมของลูก: ฉัน
ดวงวิญญาณนี้ ทำให้ร่างกายนี้ทำงาน นี่คือพาหนะของดวงวิญญาณนี้
เช่นที่พ่อขี่ในพาหนะนี้ ดังนั้นลูกดวงวิญญาณก็กำลังขี่ในพาหนะ (ร่างกาย)
ด้วยเช่นกัน เป็นเพียงว่าดวงวิญญาณได้ลืมความรู้ของการเป็นตัวของความสงบ
และลืมที่อยู่อาศัยของพวกเขาที่อยู่ในโลกที่ไม่มีตัวตน
เราได้รับร่างกายเหล่านี้ที่นี่ พูดกับตัวลูกเองในวิธีนี้ พ่อพูดว่า:
ลูกดวงวิญญาณเป็นตัวของความสงบ หากลูกต้องการนั่งในความสงบ
แล้วก็ให้พิจารณาตนเองว่าเป็นดวงวิญญาณผู้อาศัยของดินแดนแห่งความสงบ
ลูกสามารถนั่งในความสงบเป็นเวลาชั่วครู่ ผู้คนร้องขอความสงบ ดวงวิญญาณพูดว่า:
จิตใจของฉันต้องการความสงบ อย่างไรก็ตาม ผู้คนไม่รู้ว่าพวกเขาคือดวงวิญญาณ
พวกเขาได้ลืมสิ่งนี้ไปแล้ว
มีเรื่องราวของราชินีที่ค้นหาสร้อยคอที่อยู่รอบคอของเธอในทุกหนแห่ง พ่ออธิบายว่า:
ความสงบคือศาสนาดั้งเดิมของลูก ลูกๆ เข้าใจว่าลูกดวงวิญญาณเป็นตัวของความสงบ
และลูกได้มาที่นี่เพื่อเล่นบทบาทของลูก เมื่อลูกละวางจากอวัยวะเหล่านั้น
ลูกดวงวิญญาณก็มีความสงบ
ดวงวิญญาณสามารถคงอยู่ในศาสนาแห่งความสงบของเขาตราบนานเท่าที่เขาต้องการ
ถ้าลูกไม่ต้องการทำงานผ่านร่างกายของลูก ก็เพียงแต่นั่งลงอย่างสงบ
นี่คือความสงบที่แท้จริง ลูกไม่ต้องค้นหาความสงบ ศาสนาดั้งเดิมของลูกคือความสงบ
เวลานี้ลูกกำลังเล่นบทบาทของลูกที่นี่ ลูกได้มาเพื่อรู้จากพ่อว่า ลูกได้เล่นบทบาท
84 ชาติเกิดของลูกแล้ว ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับวงจรของ 84 ชาติเกิด เพียงลูกๆ
เท่านั้นที่เข้าใจสิ่งนี้ แรกสุดเราเคยเป็นราชาและปวงประชาของสุริยวงศ์
แล้วเราก็เข้าไปสู่จันทราวงศ์ และราชวงศ์พ่อค้า แล้วก็ราชวงศ์ศูทร
เวลานี้เราต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของสุริยวงศ์อีกครั้ง เวลานี้ลูกๆ รู้ตอนเริ่ม
ตอนกลาง และตอนจบของโลก ลูกนั้นโชคดีอย่างยิ่ง
พ่ออธิบายทุกสิ่งแก่ลูกอย่างถูกต้องแม่นยำ
นี่คือหนทางของการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลส อธิบายแก่ทุกคนว่า
ผู้ประทานการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลสสำหรับทุกคนคือผู้เดียว
เวลานี้ลูกรู้ว่า
บาบากำลังทำให้ลูกสามารถได้รับการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลสเป็นเวลา 21
ชาติเกิด ผู้คนภายนอกไม่รู้สิ่งเหล่านี้เลย
เพียงลูกบราห์มากุมารและกุมารีเท่านั้นที่รู้สิ่งนี้ บ้างถามลูกบีเคว่าลูกรู้อะไร
ควรมีการทดสอบเพื่อหาความจริงว่าใครบางคนเป็นบราห์มินหรือไม่
ถ้าลูกเป็นลูกๆของบราห์มา อย่างแน่นอนลูกต้องรู้เกี่ยวกับวงจรโลกนี้
ลูกรู้จักพ่อผู้สร้างไหม? ฤๅษีและมุนีไม่รู้จักทั้งผู้สร้างหรือสิ่งสร้างเลย
ดังนั้นพวกเขาคือผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า ลูกด้วยเคยเป็นผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า
ลูกไม่รู้จักพ่อผู้สร้าง หรือตอนเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบของสิ่งสร้างเช่นกัน
เป็นผู้ที่ไม่มีการศึกษาที่จะไปโรงเรียน แล้วพวกเขาก็จะพูดว่า
พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งนี้และสิ่งนั้นที่โรงเรียน
เวลานี้ลูกกำลังศึกษาการศึกษาของพระเจ้านี้ พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดกำลังสอนลูก
สติปัญูญาของลูกต้องเข้าใจสิ่งนี้ เพียงชีพบาบาผู้เดียวเท่านั้นคือผู้สร้าง
มีการกล่าวไว้ในคัมภีร์ว่า รูดร้าได้สร้างไฟบูชายัญของความรู้
อย่างไรก็ตามไม่มีความแตกต่างระหว่างรูดร้าและชีวาดวงวิญญาณสูงสุด
มีการกล่าวด้วยเช่นกันว่า
เปลวไฟของการทำลายล้างปรากฏออกมาจากไฟบูชายัญของความรู้ของรูดร้า
เป็นเพียงว่าพวกเขาได้ใส่ชื่อของศรีกฤษณะแทนชื่อของรูดร้าชีวา นี่เป็นกีตะเดียวกัน
พวกเขาพูดว่าเปลวไฟของการทำลายล้างปรากฎออกมาจากไฟบูชายัญของความรู้นี้
ดังนั้นไฟบูชายัญของความรู้นี้จึงเป็นไปเพื่อการได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองตนเอง
โลกเก่านี้จะถูกสังเวยลงไปในไฟบูชายัญนี้
พวกเขาใส่สิ่งสังเวยทั้งหมดของพวกเขาลงไปในไฟบูชายัญ พวกเขาสังเวยทุกสิ่ง
ดังนั้นโลกเก่าทั้งหมดจะถูกสังเวยลงไปในไฟบูชายัญนี้ของความรู้ของรูดร้า
เวลานี้ลูกกำลังศึกษาราชาโยคะ ลูกจะไม่กลับมาสู่โลกที่ไม่บริสุทธิ์นี้
โลกนี้จะถูกทำลาย ลูกรู้ว่าจะมีภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วย
ขอให้ความรู้นี้ทั้งหมดนั่งอยู่ในสติปัญญาของลูก ชีพบาบาพูดว่า:
เพียงพ่อเท่านั้นที่มีความรู้ทั้งหมดอยู่ในสติปัญญาของพ่อ พ่อคือสัจจะ
ผู้มีชีวิตและมหาสมุทรแห่งความรู้ ท่านรู้ตอนเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบของโลก
ฤๅษีและมุนีพูดว่าพวกเขาไม่รู้จักทั้งผู้สร้างหรือสิ่งสร้าง
เมื่อผู้คนถามลูกว่าลูกได้รับอะไรที่นี่ บอกพวกเขาว่า:
ฤๅษีและมุนีที่ยิ่งใหญ่ได้พูดว่า พวกเขาไม่รู้จักผู้สร้างหรือตอนเริ่ม ตอนกลาง
และตอนจบของสิ่งสร้าง เวลานี้เรารู้ในสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ ไม่มีใครนอกจากพ่อ
ผู้สร้าง สามารถอธิบายความลับของตอนเริ่ม ตอนกลางและตอนจบของสิ่งสร้าง
เพียงผู้สร้างเท่านั้นสามารถอธิบายสิ่งนั้น
ลูกรู้ว่ามีราชินีผึ้งที่ผึ้งตัวอื่นทั้งหมดติดตามเธอ
พวกมันมีความสัมพันธ์ที่ลึกล้ำเช่นนั้นกับราชินีผู้เป็นแม่
เมื่อพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดมา ท่านพาลูกๆ ทั้งหมดกลับไปกับท่าน
ลูกรู้ว่าบาบาได้มาและท่านจะพาเราดวงวิญญาณทั้งหมดกลับไปกับท่านสู่ดินแดนแห่งความสงบ
แล้วบทบาทของเราก็จะเริ่มต้นอีกครั้งในยุคทอง
เวลานี้เรากำลังประกาศสิทธิ์ในสถานภาพเทพนี้ เพื่อที่จะเล่นบทบาทเหล่านั้น ลูก
มนุษย์มาที่นี่เพื่อประกาศสิทธิ์ในสถานภาพของเทพ
คุณธรรมทั้งหมดต้องถูกสร้างสมที่นี่ ลูกต้องกลายเป็นเช่นลักษมีและนารายณ์
ไม่มีใครสามารถเห็นพวกเขาได้ นอกจากในเทพนิมิต
ลูกรู้ว่าเวลานี้ลูกจะกลายเป็นเทพแห่งสุริยวงศ์
สติปัญญาของลูกตระหนักว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างไร
เคยมีอาณาจักรของเทพในยุคทอง แต่ผู้คนได้วาดภาพปีศาจร้ายฯลฯ
แม้กระทั่งในอาณาจักรของเทพ ไม่มีใครรู้ว่าบารัตเคยบริสุทธิ์เพียงใด
ผู้คนร้องสรรเสริญว่า: ท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยทุกคุณธรรม...
พวกเขาแม้กระทั่งก้มศีรษะของพวกเขาเบื้องหน้ารูปปั้นของเหล่าเทพ
วัดมากมายถูกสร้างขึ้นให้แก่เหล่าเทพ
แต่พวกเขาไม่รู้ว่าศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปของยุคทองได้ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างไรหรือเมื่อใด
บารัตที่เคยสูงส่งอย่างมากกลับมาตกต่ำมากได้อย่างไร? ไม่มีใครรู้สิ่งนี้
พวกเขาพูดว่าชะตากรรมได้ถูกสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว ชะตากรรมของอะไร?
พวกเขาไม่แม้แต่จะเข้าใจสิ่งนี้ หากพวกเขาจะเข้าใจชะตากรรมของละคร
พวกเขาก็จะเข้าใจว่าใครคือผู้สร้างและผู้กำกับของละคร
พวกเขาเพียงแต่พูดว่ามันเป็นลิขิตของพระเจ้า เมื่อคนหนึ่งพูดถึงละคร
เขาก็ควรจะรู้ตอนเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบของละครนั้นด้วย
ลูกไม่สามารถรู้ถึงละครเพียงด้วยการอ่านหนังสือ ลูกต้องไปและดูละครนั้น
มีการพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ว่า
มีการสร้างการแสดงเกี่ยวกับกิจกรรมที่สูงส่งของศรีกฤษณะ
อย่างไรก็ตามไม่มีใครสามารถเข้าใจสิ่งใดได้โดยไม่เห็นสิ่งนั้น
เมื่อพวกเขาเห็นสิ่งนั้น พวกเขาก็สามารถเข้าใจทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในละคร
เวลานี้ลูกๆเข้าใจละคร
ผู้คนก็พูดเช่นกันว่าวงจรนี้ของประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของโลกเฝ้าแต่หมุนไป
แต่ไม่มีใครรู้ว่าวงจรหมุนไปอย่างไร ชื่อของยุคต่างๆ ถูกเขียนไว้ว่า: ยุคทอง
ยุคเงิน ยุคทองแดง ยุคเหล็ก แล้วก็ยุคแห่งการบรรจบพบกันนี้
อย่างไรก็ตามผู้คนได้เข้าใจว่าสิ่งนี้หมายความว่าพระเจ้ามาในทุกยุค
มีการบรรจบกันของยุคทองและยุคเงินด้วย แต่การบรรจบกันนั้นไม่ได้มีความสำคัญูใดๆ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นในเวลานั้น
เพียงลูกเท่านั้นที่รู้ว่าสุริยวงศ์แห่งยุคทองส่งมอบอาณาจักรให้จันทราวงศ์อย่างไร
ไม่ใช่ว่าจันทราวงศ์ยึดครองสุริยวงศ์ ไม่เลย
ราชาและราชินีแห่งสุริยวงศ์แต้มติลัคแห่งโชคของอาณาจักรให้แก่ราชาและราชินีแห่งจันทราวงศ์
และให้พวกเขาครองบัลลังก์ แล้วพวกเขาก็ได้รับสมญาของราชารามและราชินีสีดา
ใครได้ให้สิ่งเหล่านั้นแก่พวกเขา? จะกล่าวได้ว่า
สุริยวงศ์ส่งมอบอาณาจักรด้วยการพูดว่า: เวลานี้ท่านปกครองอาณาจักร ลูกๆ
ได้เห็นฉากนี้ในเทพนิมิตแล้ว ไม่ใช่ว่าเกิดการต่อสู้รบรา
อาณาจักรนั้นมอบให้แก่พวกเขาเช่นที่มีการส่งมอบอาณาจักร
สุริยวงศ์ล้างเท้าของจันทราวงศ์ และแต้มติลัคแห่งอำนาจในการปกครองแก่พวกเขา
ไม่มีกูรูและนักบุญที่นั่น มันอยู่ในสติปัญญาของลูกๆว่า
ลูกกำลังจะกลายเป็นผู้ที่มีธรรมชาติที่สูงส่ง
เราจะมีความสุขอย่างมากในอาณาจักรสุริยวงศ์และจันทราวงศ์
บาบากำลังนำเราออกจากความทุกข์และพาเราไปสู่ความสุข
ไม่มีใครอื่นสามารถทำให้เรามีความสุข ผู้รู้ตัวเขาเองต้องการไปยังดินแดนแห่งความสงบ
พ่อพูดว่า:
พ่อยกระดับแม้กระทั่งผู้รู้เหล่านั้นและพาพวกเขาทั้งหมดไปสู่ดินแดนแห่งความสงบ
ซันยาสซีเพียงมาในยุคทองแดงเท่านั้น เพียงเราเหล่าเทพเท่านั้นจะอยู่ในสวรรค์
มีกลุ่มที่แตกต่างกันที่นั่น กลุ่มของสุริยวงศ์นั้นแยกจากกลุ่มของจันทราวงศ์
แล้วก็มีกลุ่มของชาวอิสลาม ชาวพุทธ ซันยาสซี ฯลฯ ผู้ที่มาอย่างต่อเนื่อง
พวกเขาทั้งหมดมีกลุ่มย่อยที่แยกออกไปของพวกเขา เมื่อเราเคยปกครอง
ก็ไม่มีใครอื่นอยู่ที่นั่น
สายประคำที่ต่างลำดับกันไปเช่นนั้นก็ถูกสร้างขึ้นในโลกที่ไม่มีตัวตนด้วยเช่นกัน
ชุมชนแรกสุดคือชุมชนของผู้ที่เป็นของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป
ชุมชนอื่นทั้งหมดปรากฏขึ้นมาภายหลัง นี่คือชุมชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทั้งหมด
ผู้ก่อตั้งศาสนาอื่นทั้งหมดที่มานั้นปรากฏขึ้นจากชุมชนนี้ เราคือชุมชนแรกสุด
และแล้วก็มีชุมชนนับแสนที่มีขีดจำกัดที่เล็กกว่า ที่นี่มีสี่ชุมชนหลัก
เรามาเป็นอันดับแรก แล้วชุมชนของอิสลามมา จากนั้นชาวพุทธก็มา และแล้วก็ชาวคริสเตียน
เวลานี้เราได้ตกลงมา เราต้องเล่นบทบาท 84 ชาติเกิดของเรา
ผู้ที่เวลานี้เป็นอันดับสุดท้ายจะกลายเป็นอันดับหนึ่ง
เพราะเหล่าเทพเวลานี้ไม่บริสุทธิ์ พวกเขาไม่สามารถเรียกตนเองว่าเป็นเทพได้
เหล่าเทพได้รับการกราบไหว้บูชา และสิ่งนี้พิสูจน์ว่าพวกเขาเป็นของชุมชนนั้น
ชาวซิกข์เชื่อในกูรูนานัก พวกเขาเป็นของต้นไม้เผ่าพันธุ์ของเขา
ต้นไม้เผ่าพันธุ์ของเราในยุคทองเป็นต้นไม้เผ่าพันธุ์แรกสุด
ไม่มีต้นไม้เผ่าพันธ์ใดที่สูงกว่านี้ เราเป็นของชุมชนที่สูงสุดเหนือสิ่งใด
เรามีประสบการณ์ของความสุขมากที่สุด เราคือผู้เดียวกันนั้นที่กลับมายากจนข้นแค้น
เราคือผู้ที่มีประสบการณ์ของความทุกข์มากที่สุด เราคือผู้ที่เฝ้าแต่ก่อหนี้สิน
เราเคยมั่งคั่งมาก และเวลานี้ได้กลับมายากจนอย่างยิ่ง เราได้สูญเสียทุกสิ่ง
นี้คือดินแดนแห่งความทุกข์
เวลานี้พ่อกำลังทำให้ลูกกลายเป็นนายของดินแดนแห่งความสุขอีกครั้ง
ที่เหลือทั้งหมดจะไปสู่ดินแดนแห่งความสงบ ลูกมีประสบการณ์ของความสุขถึงครึ่งวงจร
ที่เหลือทั้งหมดอยู่ในความสงบ พวกเขาต้องการไปสู่การหลุดพ้น
พวกเขาพิจารณาว่าความสุขเป็นเช่นมูลกา
พวกเขาไม่มีประสบการณ์ใดๆของดินแดนแห่งความสุข ลูกมีประสบการณ์นั้น
พวกเขาแม้กระทั่งร้องเพลงสรรเสริญของสิ่งนั้น แต่เนื่องจากการอยู่อย่างไม่บริสุทธิ์
พวกเขาก็ได้ลืมสิ่งนั้น เวลานี้พ่อเตือนลูกว่า: โอ ผู้อาศัยของบารัต
ลูกเป็นของศาสนาเทพ ลูกได้เปลี่ยนชื่อของลูกในยุคทองแดง
ผู้ที่ได้เป็นของศาสนาเทพได้กลับมาไม่บริสุทธิ์ พวกเขาเฝ้าแต่ร้องเพลง: โอ
ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ได้โปรดมา!
พ่อได้บอกลูกว่าเป็นเวลากี่ชาติเกิดที่ลูกเคยอยู่ในโลกที่บริสุทธิ์
และเป็นเวลากี่ชาติเกิดที่ลูกเคยอยู่ในโลกที่ไม่บริสุทธิ์นี้
เวลานี้ลูกต้องไปยังโลกที่บริสุทธิ์นั้นอีกครั้ง นี่คือสถานศึกษา (พาทชาลา)
เหนือสถานศึกษาทั้งหมด นี่คือไฟบูชายัญเหนือไฟบูชายัญทั้งหมด
โลกเก่าทั้งหมดจะถูกทำลายสิ้นในไฟบูชายัญนี้ พวกเขายังคงเผาโฮลิกะ (อนุสรณ์ปีศาจผู้หญิง)
เทศกาลทั้งหมดเหล่านั้นอ้างถึงเวลานี้ ดวงวิญญาณจะจากไปและร่างกายจะถูกทำลาย
ไม่มีซันยาสซีใดสามารถให้ความรู้นี้แก่ลูกได้ บางสิ่งถูกกล่าวไว้ในกีตะ
แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนหยิบหนึ่งของเกลือในถุงแป้ง ความรู้ได้หายไป
ชีพบาบาพูดว่า: พ่อได้สร้างไฟบูชายัญนี้ที่ซึ่งลูกสังเวยร่างกาย
จิตใจและทรัพย์สมบัติของลูก ลูกตายขณะมีชีวิต
เพียงในเวลานี้เท่านั้นที่ลูกได้รับความรู้นี้ อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน และเวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึงและสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
เพื่อที่จะไปยังดินแดนแห่งความสุข ทำให้ธรรมชาติของลูกสูงส่ง
คงอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใสโดยการเก็บความลับของตอนเริ่ม ตอนกลาง
และตอนจบของละครไว้ในสติปัญญาของลูก อธิบายความลับเหล่านี้ให้กับทุกคน
2.
เพื่อที่จะได้รับอำนาจในการปกครองตนเอง สังเวยร่างกาย
จิตใจและทรัพย์สมบัติของลูกลงไปในไฟบูชายัญที่ไม่มีขีดจำกัดนี้ขณะที่ลูกมีชีวิต
โยกย้ายทุกสิ่งไปสู่โลกใหม่
พร:
ขอให้ลูกเป็นโยคีที่แท้จริง และแสดงให้เห็นดวงตาที่สามบนหน้าผากของลูก
ในอนุสรณ์
ดวงตาที่สามนั้นถูกแสดงบนหน้าผากของโยคี
เพื่อที่จะแสดงให้เห็นดวงตาที่สามบนหน้าผากของลูก ลูกๆ
โยคีที่แท้จริงต้องใช้สติปัญญาของลูกที่จะอยู่ในความเป็นมิตรของพ่อผู้เดียวอยู่เสมอ
หนึ่งคือพ่อ สองคือฉัน และไม่มีบุคคลที่สาม เมื่อลูกมีสภาพเช่นนั้น
ผู้อื่นจะมองเห็นดวงตาที่สามของลูก หากบุคคลที่สามเข้ามาในสติปัญญาของลูก
ดวงตาที่สามของลูกก็จะปิดลง ดังนั้น เพื่อทำให้แน่ใจว่า
ดวงตาที่สามของลูกยังคงเปิดอยู่เสมอ ลูกต้องจดจำว่า ต้องไม่มีบุคคลที่สาม
คติพจน์:
การเต็มไปด้วยคำถามหมายถึงการเป็นทุกข์และทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
คงอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใส มีธรรมชาติที่ง่ายดาย และอดทนอย่างสม่ำเสมอ
บุคคลนั้นได้รับสมญาตามการกระทำที่เขาทำ หากการกระทำของลูกสูงส่ง
ลูกจะได้รับสมญาเพชรพลอยที่สูงส่ง เพื่อที่จะกลายเป็นเพชรพลอยที่สูงส่ง
คุณธรรมทั้งสองของความเรียบง่ายและความอดทนเป็นสิ่งจำเป็นในความคิด คำพูด
และการกระทำของลูก หากมีความเรียบง่ายแต่ขาดความอดทน
และแล้วลูกก็ไม่สามารถเรียกได้ว่าสูงส่งด้วย ดังนั้น
พร้อมกันกับการมีความเรียบง่ายให้มีความอดทนด้วยเช่นกัน