27.10.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ
ที่แสนหวาน ทำให้สติปัญญาของลูกไม่ว่างเว้นในการไตร่ตรองความรู้นี้
และลูกจะเป็นอิสระจากความวิตกกังวลทั้งหมดและอยู่อย่างมีความสุขอย่างสม่ำเสมอ
คำถาม:
อะไรคือสิ่งชี้บอกของผู้ที่พิจารณาตนเองว่าเป็นผู้รับใช้ของไฟบูชายัญของชีพบาบา?
คำตอบ:
พวกเขายอมรับในทันทีกับอะไรก็ตามที่ชีพบาบาพูดผ่านปากของบราห์มา
การยอมรับสิ่งใดก็ตามที่ชีพบาบาพูดคือการทำตามศรีมัท
เป็นเพียงด้วยการทำตามการกำหนดของศรี ศรี ชีพบาบาเท่านั้นที่ลูกกลับมาสูงส่ง
การกลับมาสูงส่งหมายถึงการกลายเป็นส่วนหนึ่งของลูกประคำแห่งชัยชนะ
เพลง:
ขอคารวะต่อชีวา!
โอมชานติ
พระเจ้าชีวาพูดกับลูกซาลิแกรม พ่อทางจิตอธิบายกับลูกๆ ทางจิต เวลานี้ลูกๆ
รู้ว่าขณะที่ลูกนั่งที่นี่ ลูกต้องคิดว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ
จะไม่มีมนุษย์แม้เพียงคนเดียวในทั้งโลกที่คิดว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ
พวกเขาไม่รู้ว่าดวงวิญญาณคืออะไร
และดังนั้นพวกเขาจะรู้จักดวงวิญญาณสูงสุดได้อย่างไร?
เพียงจากพ่อเท่านั้นที่ลูกได้รับคำอธิบายว่าแท้จริงแล้วดวงวิญญาณคืออะไร
เพราะมนุษย์ไม่รู้สิ่งใด พวกเขาไม่มีความสุขอย่างมาก ลูกๆ รู้ว่าระยะเวลาของละครนี้
ต้นกัลปะนี้ของโลกนั้น 5000 ปี หากเมล็ดของมะม่วงมีชีวิต
มันก็จะอธิบายว่ามันเป็นเมล็ด และต้นไม้เติบโตจากเมล็ดอย่างไร
อย่างไรก็ตามเมล็ดมะม่วงไม่มีชีวิต มีเพียงต้นไม้ที่มีชีวิตเดียวเท่านั้น (ของมนุษย์)
ลูกได้รับความรู้นี้ของทั้งต้นไม้แล้วจากตอนเริ่มจนถึงตอนจบ
ลูกเข้าใจสิ่งนั้นต่างลำดับกันไปตามความเพียรพยายามที่ลูกทำ พ่อพูดว่า:
พ่อคือเมล็ดของต้นไม้โลกมนุษย์นี้ คือสัจจะ ผู้มีชีวิต และเป็นตัวของความปิติ
พ่อถูกเรียกว่ามหาสมุทรแห่งความรู้ นี่คือคำยกย่องของผู้เดียวที่ไม่มีตัวตน
ลูกรู้ว่าคำยกย่องของพ่อนั้นพิเศษสุด มนุษย์ไม่รู้จักคำยกย่องของพ่อเลย
แม้ว่าลักษมีและนารายณ์คือเทพเหล่านั้น พวกเขาด้วยก็ไม่มีความรู้นี้
ลูกได้รับความรู้นี้ของละคร ลูกรู้ว่าวงจรโลกนี้หมุนไปอย่างไร
และความรู้นี้ไม่ได้คงอยู่อย่างไรเมื่อลูกกลายเป็นเทพ นี่คือความมหัศจรรย์!
ลูกคือนักแสดงของละครนี้ใช่ไหม? ลูกมีความรู้ของผู้สร้างและตอนเริ่ม ตอนกลาง
และตอนจบของสิ่งสร้าง ไม่ใช่ทั้งสกุลศูทรหรือสกุลเทพที่มีความรู้นี้
ไม่ใช่ว่าความรู้นี้ดำเนินมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เช่นที่พวกเขาได้พูดเกี่ยวกับเทศกาล
เวลานี้ลูกเข้าใจว่าไม่มีใครในยุคทองรู้เกี่ยวกับเทศกาลเหล่านี้
ที่นั่นลูกจะไม่จดจำสิ่งใด ที่นั่นลูกจะปกครองอาณาจักร
ล็อคสติปัญญาของลูกทั้งหมดได้เปิดขึ้นแล้ว ลูกรู้จักผู้สร้างหลัก ผู้กำกับ
และนักแสดงนำ ลูกได้รับความรู้ที่ดีเช่นนั้น!
ผู้ที่ไม่รู้จักความรู้นี้นั้นไม่รู้คิด ลูกเช่นกันก็เคยไม่รู้คิด
เวลานี้ลูกกำลังจะกลายเป็นเทพ
ผู้ที่มีความรู้นี้ไหลซึมสู่สติปัญญาของพวกเขาจะมีประสบการณ์ของความสุขที่ไม่สิ้นสุด
ไม่มีใครนอกจากลูกสามารถเข้าใจความรู้นี้
พระเจ้าผู้เป็นพ่อเรียกว่าผู้ทรงอำนาจของโลก ผู้เดียวที่เต็มไปด้วยความรู้
ท่านมีความรู้อะไร? ท่านมีความรู้ของพระเวท คัมภีร์ทั้งหมด และตอนเริ่ม ตอนกลาง
และตอนจบของทั้งโลก แม้กระทั่งในคัมภีร์ก็ไม่มีความรู้ของผู้สร้างหรือสิ่งสร้าง
และเหตุนี้เอง ฤๅษีและมุนีจึงได้กล่าวว่า
พวกเขาไม่รู้จักผู้สร้างหรือสิ่งสร้างของท่าน
มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถอธิบายได้
และดังนั้นใครอื่นจะรู้สิ่งนี้ได้อย่างไร? นอกจากลูกๆ
แล้วไม่มีใครอื่นสามารถให้ความรู้นี้ได้ เป็นพ่อผู้ที่ให้ความรู้แก่ลูก
ท่านนั้นยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยความรู้อย่างมาก! ลูกได้รับสถานภาพที่สูงมาก!
ลูกควรจะมีประสบการณ์ของความสุขอย่างมากในการเป็นลูกๆ ของพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด
สติปัญญาของลูกควรเต็มไปด้วยความรู้นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ลูกไม่รู้
เวลานี้ลูกกำลังจะกลายเป็นนายที่เต็มไปด้วยความรู้
ดวงวิญญาณที่เคยทาโมประธานจะกลับมาสาโทประธานด้วยการจดจำพ่อ สิ่งนั้นต่างลำดับกันไป
สติปัญญาของลูกบางคนจะกลับมาราโจจากทาโม
และสติปัญญาของผู้อื่นก็จะกลับมาสาโทจากราโจ
ในปัจจุบันยังไม่มีใครมีสติปัญญาที่สาโทประธาน เมื่อสติปัญญากลับมาสาโทประธานจริงๆ
ลูกจะไปถึงสภาพเหนือบ่วงกรรมของลูก แล้วลูกก็จะต้องการโลกใหม่ที่จะปกครอง
เมื่อไฟบูชายัญนี้มาถึงตอนจบ การสังเวยโลกเก่าทั้งหมดจะถูกใส่ลงไปในไฟนั้น
และการศึกษาของลูกก็มาถึงตอนจบด้วยเช่นกัน
ต่างลำดับกันไปตามความเพียรพยายามที่ลูกทำ
นักเรียนในโรงเรียนก็เข้าใจว่าพวกเขาจะสอบผ่านการสอบของพวกเขา
และแล้วก็จะถูกย้ายไปสู่ชั้นเรียนถัดไป เมื่อลูกไปถึงสภาพอยู่เหนือบ่วงกรรม
ลูกจะถูกย้ายจากดินแดนแห่งความตายนี้ไปสู่ดินแดนแห่งความเป็นอมตะ
ลูกรู้ว่าลูกกำลังจะถูกย้ายไปจากที่นี่
ลูกกำลังจะกลับมาบริสุทธิ์และไปสู่ดินแดนแห่งความเป็นอมตะ
ดั้งเดิมแล้วเราเคยเป็นผู้อาศัยของดินแดนแห่งความสงบ
และแล้วขณะที่กำลังเล่นบทบาทของเรา
เราได้มาจากดินแดนแห่งความเป็นอมตะและได้มาถึงดินแดนแห่งความตาย
เมื่อลูกมีความรู้นี้ทั้งหมดในสติปัญญาของลูก ลูกจะอยู่อย่างมีความสุข
ลูกจะไม่คิดถึงสิ่งใดนอกจากความรู้นี้ ลูกควรอธิบายด้วยเช่นกันว่า
เวลานี้เราจะศึกษาเล่าเรียนและกลายเป็นนายของโลกใหม่
ที่นี่มีเพียงผู้ไม่บริสุทธิ์เท่านั้น ไม่มีเหล่าเทพ
ใครล่ะจะทำให้ลูกกลายเป็นเทพจากมนุษย์?
เพียงพ่อเท่านั้นที่สามารถทำให้ลูกเป็นเช่นนั้นได้ เวลานี้ลูกสามารถอธิบายว่า
สวรรค์เคยมีอยู่อย่างแท้จริง และอาณาจักรของลักษมีและนารายณ์ก็เคยคงอยู่ที่นั่น
ใครก่อตั้งอาณาจักรนั้น?
พระเจ้าแห่งสวรรค์ผู้เป็นพ่อได้ก่อตั้งดินแดนสุขาวดีที่ซึ่งเหล่าเทพเคยปกครอง
ไม่มีศาสนาอื่นใดคงอยู่ที่นั่น นี่คือการแสดงที่ไม่มีขีดจำกัดที่ใหญ่โต
ลูกคือผู้ที่มีชีวิต ลูกรู้ว่าเมล็ดของต้นไม้นี้อยู่เบื้องบน
พ่อนั้นไม่สูญสลายและลูกเองก็ไม่สูญสลายเช่นกัน
เวลานี้ทั้งต้นไม้ได้ไปถึงสภาพของการเสื่อมโทรมอย่างสมบูรณ์
ในเวลานี้มนุษย์ทั้งหมดได้กลายเป็นเช่นหนาม นี่คือป่าของหนาม
ทั้งหมดให้ความทุกข์แก่กันและกัน พ่อคือคนสวน ท่านถูกเรียกว่าคนพายเรือด้วยเช่นกัน
ลูกด้วยกำลังเรียนรู้วิธีที่จะพายเรือของลูก
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกว่าเรือของลูกแต่ละคนจะสามารถข้ามฟากได้อย่างไร
เรือไม่ใช่ร่างกาย เรือประกอบด้วยทั้งดวงวิญญาณและร่างกาย พวกเขาร้องเพลงว่า: “ได้โปรดพาเรือของเราข้ามฟากด้วยเถิด!”
เวลานี้ทั้งดวงวิญญาณและร่างกายนั้นไม่บริสุทธิ์
ลูกจะสามารถข้ามฟากไปได้อย่างไรและลูกจะไปที่ไหนได้?
เวลานี้ลูกเข้าใจความลับทั้งหมดของโลกที่ไม่มีตัวตน อาณาเขตที่ละเอียดอ่อน
และโลกที่มีตัวตนตั้งแต่ยุคทองจนถึงยุคเหล็ก
ดังนั้นเหตุใดสิ่งนี้จึงไม่คงอยู่ในสติปัญญาของลูกเล่า? ทำไมลูกจึงลืม?
หากสิ่งนี้เฝ้าแต่ไหลซึมเข้าสู่สติปัญญาของลูกอย่างสม่ำเสมอ
ลูกก็จะอยู่อย่างมีความสุขและเป็นอิสระจากความวิตกกังวลทั้งหมด
ลูกรู้ว่าบาบาได้มาเพื่อพาลูกกลับบ้าน พ่อกำลังให้ความรู้ที่ท่านมีแก่ลูก
เหล่านี้เป็นประเด็นใหม่อย่างสมบูรณ์ ที่ไม่มีใครนอกจากพ่อสามารถอธิบายแก่ลูกได้
พ่อที่ไม่มีตัวตนอธิบายแก่ลูกผ่านผู้ที่มีตัวตนนี้
ลูกก็รับฟังผ่านร่างกายของลูกเช่นกัน และดังนั้นพ่อกำลังทำให้ลูกๆ
ทัดเทียมกับตัวท่านเอง
ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เป็นคำยกย่องของพ่อควรจะเป็นคำยกย่องของลูกด้วย
ไม่มีความแตกต่างเลย พ่อพูดว่า:
ความแตกต่างเดียวก็คือพ่อไม่ได้เข้าไปสู่วงจรของการเกิดและการตาย
ในขณะที่ลูกเข้าไปสู่วงจรนั้น
ลูกเรียกพ่อว่ามหาสมุทรแห่งความรู้และมหาสมุทรแห่งความสุข
ดังนั้นอย่างแน่นอนที่พ่อให้ความรู้นี้แก่ลูก พ่อให้ความรู้แก่ลูกทุกวงจร
เวลานี้ลูกได้เข้าใจแล้วว่า ลูกได้วนไปรอบวงจรของ 84 ชาติเกิดอย่างแท้จริง
และเวลานี้ลูกได้มาถึงตอนจบ แล้วพ่อก็พาลูกไปสู่อันดับแรก นี่คือความรู้ใช่ไหม?
ความรู้คือแหล่งของรายได้
รายได้ของลูกแต่ละคนก็จะเป็นไปตามที่ลูกนั้นศึกษาเล่าเรียนมากเพียงใด
นี่คือความรู้และเป็นธุรกิจด้วยเช่นกัน ลูกเพียงแค่ให้ขยะแก่บาบา เมื่อใครบางคนตาย
พวกเขาก็ได้ให้สิ่งต่างๆ ทั้งหมดของบุคคลนั้นแก่พราหมณ์
ที่นี่ลูกต้องให้ทุกสิ่งขณะที่มีชีวิต ในความเป็นจริงสิ่งนั้นอ้างถึงเวลานี้
พ่อพูดว่า: ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ลูกมี จงให้สิ่งนั้นแก่บาบาก่อนที่ลูกตาย
และเพียงแต่กลายเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์
มิฉะนั้นในเวลาสุดท้ายลูกจะจดจำทุกสิ่งที่ลูกมี ผู้ที่มั่งคั่งจะไม่รับความรู้นี้
ทรัพย์สมบัติของพวกเขาเป็นไปสำหรับชาติเกิดเดียวเท่านั้น พวกเขาจะละร่างของพวกเขา
พวกเขาไม่รู้ว่าที่ซึ่งพวกเขาจะใช้ชาติเกิดถัดไปของพวกเขานั้นเป็นไปตามกรรมของพวกเขา
ลูกรู้ว่าความเพียรพยายามใดก็ตามที่ลูกทำในเวลานี้
ลูกจะได้รับผลรางวัลของสิ่งนั้นตามนั้น ในเวลานี้ทุกคนทำงานรับใช้ทางร่าง
ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับงานรับใช้ทางจิต
ผู้เป็นจิตวิญญาณสูงสุดมาและอธิบายความรู้นี้แก่ลูก ท่านคือมหาสมุทรแห่งความสุข
ผู้ขจัดความทุกข์และผู้ประทานความสุข ผู้คนฉลองวันเกิดของชีวา
แต่สิ่งนี้ไม่ได้เข้าสู่สติปัญญาของพวกเขา
เวลานี้สติปัญญาของลูกมีความรู้ว่าบาบาจะมาในเวลา 5000 ปี
และพูดความรู้นี้แก่ลูกอีกครั้ง ความรู้นี้จะไม่คงอยู่ในยุคทอง
ดังนั้นความรู้นี้จะมาจากที่ใดล่ะในยุคเหล็ก?
ไม่มีใครในโลกรู้ว่าเหตุใดพวกเขาจึงสร้างวัดให้ลักษมีและนารายณ์ พวกเขาเคยเป็นใคร?
ใครได้ให้อาณาจักรของพวกเขาแก่พวกเขา? นั่นคือผลของการกระทำของพวกเขา
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกถึงปรัชญาของการกระทำ การกระทำที่เป็นบาป
และการกระทำที่เป็นกลาง เหล่านี้คือคำพูดของพระเจ้า
เป็นด้วยกีตะที่ศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปได้ถูกก่อตั้งขึ้น
มีมนุษย์น้อยมากที่นั่น แต่อย่างแน่นอนที่พวกเขาทั้งหมดได้รับการหลุดพ้น
พวกเขาแม้กระทั่งเขียนเกี่ยวกับสงครามมหาภารตะ ภัยพิบัติมากมายจะมา
จะมีภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วย โลกเก่าจะถูกทำลาย
สิ่งเหล่านั้นคือระเบิดและขีปนาวุธเดียวกัน
และเป็นเวลาเดียวกันนั้นของการทำลายล้างที่พระเจ้าได้มาและสร้างไฟบูชายัญแห่งความรู้ของรูดร้า
ที่ด้วยสิ่งนี้เปลวไฟของการทำลายล้างได้ปรากฏขึ้น
พระเจ้าสร้างไฟบูชายัญเพื่อความสงบและความสุข
อย่างไรก็ตามแน่นอนที่ความทุกข์และความไม่สงบต้องถูกทำลาย
ทั้งโลกจะถูกสังเวยลงไปในไฟบูชายัญแห่งความรู้นี้ของพระเจ้า
สิ่งเหล่านี้อยู่ในสติปัญญาของลูก เราคือบราห์มิน
เราบราห์มินคือผู้รับใช้ของไฟบูชายัญของชีพบาบา
เราคือบราห์มินที่เกิดจากปากที่แท้จริง ลูกๆ
ควรจะยอมรับสิ่งใดก็ตามที่พ่อพูดผ่านปากของท่าน เราต้องทำตามศรีมัท
ลูกรู้ด้วยเช่นกันว่าลูกจะกลายเป็นลูกปัดของลูกประคำที่สูงส่ง
ด้วยการทำตามการกำหนดของศรี ศรี ชีพบาบา
ต้นไม้เผ่าพันธุ์มนุษย์ประกอบด้วยลูกปัดของลูกประคำ
มีต้นไม้เผ่าพันธุ์มนุษย์ซึ่งเฝ้าแต่เติบโต
บาบาตัวท่านเองได้ให้มีการสร้างต้นไม้เผ่าพันธุ์มนุษย์นี้
นั่นด้วยคือต้นไม้เผ่าพันธุ์มนุษย์ ที่บนสุดคือชีพบาบาผู้ไม่มีตัวตน
และแล้วก็มีดวงวิญญาณ ต้นไม้เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ไม่มีตัวตนแล้วก็กลับมามีตัวตน
อันดับแรกคือประชาบิดา ผู้นี้มีร่างกายและผู้นั้นละเอียดอ่อน
พ่อทางจิตมาและสร้างสิ่งนั้นผ่านประชาบิดาบราห์มา ลูกพูดว่า:
โปรดมาและทำให้โลกที่ไม่บริสุทธิ์บริสุทธิ์ด้วยเถิด
การทำลายอย่างสิ้นซากนั้นไม่เคยเกิดขึ้น ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของโลกซ้ำรอย
แล้วโลกเก่าก็กลับมาใหม่อีกครั้ง เวลานี้ลูกกำลังทำความเพียรพยายามเพื่อโลกใหม่
เพียงพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดเท่านั้นที่ให้ความรู้ที่ไม่มีขีดจำกัดนี้แก่ลูก
แม้ว่าขณะที่มีมรดกที่มีขีดจำกัด ลูกก็จดจำพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด พวกเขาพูดว่า: โอ้
พระเจ้า! เมื่อใครบางคนกำลังจะตาย ผู้คนก็บอกเขาให้จดจำพระเจ้าผู้เป็นพ่อ
และดังนั้นสิ่งนี้พิสูจน์ว่ามีสองพ่อ ดวงวิญญาณทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน
เป็นดวงวิญญาณที่เรียกหา: โอ้ ผู้ขจัดความทุกข์ ผู้ประทานความสุข โอ้ ผู้ปลดปล่อย
ได้โปรดมา! ชี้นำทางเรากลับบ้านของเราเถิด เราจดจำบ้านของเรา
แต่เราไม่สามารถกลับไปที่นั่นได้ เพราะมายาได้หักปีกของเรา
ยังไม่มีใครสามารถกลับบ้านได้ เวลานี้ลูกแต่ละคนต้องจุดแสงของลูกเอง
น้ำมันจะถูกเทเข้าไปในตะเกียงด้วยการที่ลูกจดจำระลึกถึงพ่อ
แสงนั้นไม่สามารถถูกทำใ้ห้ดับสมบูรณ์ได้ เมื่อบางคนตาย พวกเขาก็จุดตะเกียงไว้
พวกเขาให้มีคนคอยเทน้ำมันลงในตะเกียงเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะมีความมืด
เวลานี้ลูกต้องเทน้ำมันด้วยพลังโยคะ เพื่อที่จะกลับมาสว่างจากมืดมิดที่สุด
นั่นจะกลายเป็นดีพมาลา ดีพมาลาจะอยู่ในยุคทอง ไม่ใช่ที่นี่
ลูกได้เข้าใจนัยสำคัญของเทศกาลทั้งหมดที่ได้รับการเฉลิมฉลองแล้ว
ผู้คนเหล่านั้นไม่เข้าใจสิ่งใด แต่ถึงกระนั้นก็มีการอธิบายว่า เทศกาลรักกี้ ฯลฯ
นั้น คือการรักษาความบริสุทธิ์
ลูกควรฉีดยาให้กับผู้คนด้วยการฉีดยาของความรู้นี้อย่างชาญฉลาดมากจนพวกเขารู้สึกว่า
พวกเขานั้นคดโกงอย่างแท้จริง และเพียงพ่อเท่านั้นที่สามารถทำให้พวกเขาสูงส่งได้
พ่อพูดว่า: มานมานะบาฟ และลูกจะกลับมาสาโทประธานจากทาโมประธาน
ลูกควรจะยิงธนูอย่างมีไหวพริบ ลูกต้องการพลังนั้นที่จะสามารถพูดได้
เวลานี้ลูกกำลังได้รับพลังจากพ่อผู้ทรงอำนาจ และกำลังเอาชนะมายา
เพียงเท่านั้นที่ลูกจะสามารถได้รับโชคแห่งอาณาจักรของลูก
ไม่มีใครนอกจากพ่อสามารถทำให้ลูกได้รับสิ่งนั้น พ่อพูดว่า: ลูกๆ
มองดูสิ่งที่พ่อทำให้ลูกเป็นจากสิ่งที่ลูกเคยเป็น!
อย่างแน่นอนที่ลูกควรจดจำพ่อเช่นนั้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่บาปของลูกจะถูกทำลาย
พ่อพูดว่า: จดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ
และความคิดสุดท้ายของลูกจะนำลูกไปสู่จุดหมายปลายทางของลูก
ลูกกลายเป็นสิ่งใดก็ตามที่ลูกคิด ดังนั้นพ่อพูดว่า: ด้วยการจดจำพ่อ
ลูกด้วยก็จะกลายเป็นเช่นนั้น ด้วยการมีการจดจำระลึกถึง
บาปของลูกจะถูกทำลายและลูกจะกลับบ้าน ความรู้นี้คือแหล่งรายได้ของลูก
เมื่อลูกมีพลานามัยและความมั่งคั่ง ลูกก็จะมีความสุขด้วยเช่นกัน
ที่นั่นลูกมีอายุที่ยืนยาวมาก กฤษณะไม่สามารถถูกเรียกว่าโยเกชวาร์ ลูกคือโยเกชวาร์
อิศวร(พระเจ้า)กำลังสอนโยคะแก่ลูก นี่คือราชาโยคะ
ลูกมีโยคะและได้รับโชคแห่งอาณาจักรของลูก
พระเจ้าสอนโยคะแก่ลูกและให้มรดกแห่งอาณาจักรของลูกแก่ลูก ใครได้ให้อาณาจักรแก่ลูก?
พ่อ พ่อพูดว่า: จดจำอัลฟ่า จดจำพ่อและมรดกของลูก และบาปของลูกจะเฝ้าแต่ถูกตัดทิ้ง
สิ่งนี้ง่ายดายมาก ลูกมีความรู้นี้มากมายในสติปัญญาของลูก ลูกๆ
ของพระเจ้าคือเทวาที่ยิ่งใหญ่ (master gods)
ลูกไม่สามารถเพียงแต่นั่งที่นี่กับพ่อได้ ลูกต้องเล่นบทบาทของลูก
ลูกต้องกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณขณะที่กำลังเล่นบทบาทนั้น อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รัก ที่จากหายไปนาน และเวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
ไตร่ตรองความรู้นี้ที่พ่อให้ลูกอย่างสม่ำเสมอ
เฝ้าแต่พูดคุยกับผู้อื่นอย่างมีไหวพริบ อธิบายด้วยความรักอย่างมาก
2.
ให้ทุกสิ่งที่ลูกมีแก่พ่อขณะที่ลูกมีชีวิต
กลายเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์และจดจำพ่อผู้เดียว
พร:
ขอให้ลูกเป็นตัวของวิถีปฏิบัติผู้ที่นำจิตสำนึกของ 'ฉัน'
แห่งสำนึกที่เป็นร่างเข้าสู่ไฟบูชายัญนี้
เมื่อไม่มีจิตสำนึกของ “ฉัน” ในความคิดหรือความฝันของลูก
เมื่อลูกมีสำนึกรู้ของรูปที่มีสำนึกเป็นดวงวิญญาณอันเป็นนิรันดร์ของลูก
เมื่อการสวดที่ไร้เสียงว่า “บาบา บาบา” เฝ้าแต่ปรากฏออกมา
แล้วลูกก็จะกล่าวได้ว่าเป็นตัวของวิถีปฏิบัติ บราห์มินที่แท้จริง
เมื่อลูกบราห์มินสังเวยจิตสำนึกของ “ฉัน”
นั่นคือธรรมชาติและซันสการ์เก่าของลูกในโลกนี้ลงไปในไฟบูชายัญที่ยิ่งใหญ่นี้
โลกเก่านี้ก็จะถูกสังเวย ดังนั้นเช่นที่ลูกเคยเป็นเครื่องมือในการสร้างไฟบูชายัญนี้
ในทำนองเดียวกันเวลานี้ให้ทำการยกมอบสุดท้ายนี้
และกลายเป็นเครื่องมือสำหรับการจบสิ้นสมบูรณ์ของสิ่งนี้
คติพจน์:
การประกาศสิทธิ์ต่อประกาศนียบัตรแห่งความพอใจจากตนเอง จากงานรับใช้ และจากทุกคน
คือการเป็นตัวของความสำเร็จ
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
โอบรับจิตวิญญาณของการยกระดับผู้อื่น และยกระดับผู้ที่ประณามลูก
ดวงวิญญาณที่กำลังจะไปถึงจุดหมายปลายทางสูงสุดของชีวิตโยคี
จะเปลี่ยนการใส่ร้ายเป็นคำสรรเสริญ การปฏิเสธเป็นความเคารพ
การดูถูกเป็นความเชื่อมั่นในตนเอง การประณามเป็นการยกระดับ
และคงอยู่อย่างมีชัยชนะอยู่เสมอ ดวงวิญญาณเช่นนั้นจะทัดเทียมกับพ่อ
เป็นหนึ่งในเพชรพลอยทั้งแปดและเทพพิเศษของผู้เลื่อมใสศรัทธา
อย่าได้มีความรู้สึกใดๆว่า เมื่อผู้นั้นเปลี่ยนสักเล็กน้อย แล้วลูกจึงจะเปลี่ยน
นี่คือความรู้สึกของการรับ ฉันต้องให้กระแสจิต (vibrations) ฉันต้องมีความเมตตา
ฉันต้องให้ความร่วมมือของคุณธรรมและพลัง กลายเป็นนายผู้ประทานในสิ่งนี้
มีหัวใจที่กว้างใหญ่