29.06.26       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและพูดกับดวงวิญญาณ และแล้วลูกผู้เป็นดอกไม้ก็จะกลับมามีกลิ่นหอมอยู่เรื่อยๆ และกลิ่นเหม็นใดๆของสำนึกที่เป็นร่างจะถูกขจัดออกไป

คำถาม:
ใครคือดอกไม้ที่แท้จริงผู้ที่กระจายกลิ่นหอมของพวกเขาออกไปในทุกทิศทาง?

คำตอบ:
ดอกไม้ที่แท้จริงคือผู้ที่ทำให้คนอื่นๆมากมายกลายเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเช่นเดียวกับพวกเขาเอง แมลงเม่าที่แท้จริงคือผู้ที่ทำตามศรีมัทและสังเวยตนเองให้แก่เปลวไฟ นั่นคือ กลิ่นหอมของผู้ที่อุทิศตนเองอย่างสมบูรณ์และตายในขณะที่มีชีวิตได้กระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง กลิ่นหอมของดอกไม้ที่แท้จริงกระจายไปทุกหนแห่งโดยอัตโนมัติ

เพลง:
เปลวไฟได้จุดขึ้นในชุมนุมของแมลงเม่า...

โอมชานติ
ลูกผู้เป็นแมลงเม่าทางจิตได้ยินเพลงแล้ว ไม่ว่าลูกจะพูดว่าแมลงเม่าหรือดอกไม้ก็เป็นสิ่งเดียวกัน ลูกๆเข้าใจว่าไม่ว่าแท้จริงแล้วลูกจะกลายเป็นแมลงเม่าหรือลูกเพียงแค่บินวนไปรอบๆแล้วก็จากไป และลืมเปลวไฟไปเสียแล้ว ลูกแต่ละคนต้องถามหัวใจของลูกว่าลูกกลายเป็นดอกไม้มากเท่าไรและลูกกระจายกลิ่นหอมของความรู้นี้มากแค่ไหน ลูกได้ทำให้ผู้อื่นกลายเป็นดอกไม้เช่นเดียวกับตัวลูกเองหรือไม่? ลูกๆรู้ว่าพ่อคือมหาสมุทรแห่งความรู้ ท่านมีกลิ่นหอมอย่างมาก จะมีกลิ่นหอมอย่างมากในผู้ที่เป็นดอกไม้และแมลงเม่าที่ดีอย่างแน่นอน พวกเขาจะอยู่อย่างมีความสุขอย่างสม่ำเสมอและทำให้ผู้อี่นกลายเป็นดอกไม้และแมลงเม่าเช่นเดียวกับพวกเขาเอง หากไม่ใช่ดอกไม้ พวกเขาจะทำให้ผู้อื่นกลายเป็นดอกตูม แมลงเม่าที่แท้จริงคือผู้ที่ตายในขณะที่มีชีวิต พวกเขาสังเวยตนและกลายเป็นลูกๆของพระเจ้า เมื่อผู้ที่มั่งคั่งนำลูกของบุคคลที่ยากจนมาเลี้ยงดู เด็กผู้นั้นจะจดจำพ่อแม่บุญธรรมของเขาเท่านั้นและลืมพ่อแม่ที่ยากจนของเขา เขาจะรู้ว่าพ่อแม่ของเขายากจน เขาจดจำพ่อแม่ที่มั่งคั่งที่เขาได้รับทรัพย์สมบัติ ผู้รู้และผู้เคร่งศาสนาทำความพยายามทางจิตเพื่อไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้น พวกเขาทั้งหมดทำความพยายามเพื่อการหลุดพ้น แต่พวกเขาไม่เข้าใจความหมายของการหลุดพ้น บางคนพูดว่าพวกเขาจะหลอมรวมเข้าไปในแสง คนอื่นๆเชื่อว่าพวกเขาจะไปอยู่เหนือไปสู่ดินแดนนิพพาน การไปสู่ดินแดนนิพพานไม่ใช่การหลอมรวมเข้าไปในแสง ลูกเข้าใจว่าลูกคือผู้อยู่อาศัยของดินแดนที่ห่างไกล จะมีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ที่นี่ในโลกที่สกปรกนี้? ได้มีการอธิบายแก่ลูกแล้วว่าเมื่อลูกๆพบใครบางคน ลูกต้องอธิบายแก่เขาว่าละครนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว มียุคทอง เงิน ทองแดงและยุคเหล็กและแล้วยุคบรรจบพบกันนี้ มีการอธิบายว่ามีการบรรจบกันของยุคทองและยุคเงินหลังจากยุคทอง นั่นคือการเปลี่ยนของยุค ในขณะที่นี่คือการเปลี่ยนของวงจร พ่อไม่ได้มาในทุกยุคอย่างที่ผู้คนเชื่อ พ่อพูดว่า เมื่อทุกคนกลับมาตาโมประธานและเป็นตอนสิ้นสุดของยุคเหล็ก เมื่อนั้นพ่อก็มาในจุดที่บรรจบกันของวงจร เมื่อแต่ละยุคมาถึงจุดสิ้นสุดลง องศาก็ลดลง พ่อมาเมื่อมีเงามืดอย่างเต็มที่ พ่อไม่ได้มาในทุกยุค พ่อนั่งที่นี่และอธิบายแก่ลูกๆ แมลงเม่า แมลงเม่าตามลำดับกันไป บางคนตายขณะที่มีชีวิตอย่างสมบูรณ์ และคนอื่นก็วนไปรอบๆ และจากไป มีเพียงลูกเท่านั้นที่สามารถทำตามศรีมัท หากลูกไม่ทำตามศรีมัทมายาก็จะทำให้ลูกล้มลงอยู่เรื่อยๆ มีคำสรรเสริญศรีมัทอย่างมากมาย มีคำกล่าวว่า ศรีมัทภควัทคีตา ผู้ที่สร้างคัมภีร์ภายหลังต่อมาก็มีสติปัญญาที่ราโจและดังนั้นพวกเขาจึงเขียนว่าศรีกฤษณะนั้นมาในยุคทองแดง พ่อมาเมื่อศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปหายไปและศาสนาอื่นๆทั้งหมดนั้นคงอยู่ ไม่ใช่ว่ามนุษย์ของศาสนาเทพนั้นได้หายไป เป็นเพียงพวกเขาลืมว่าพวกเขาเป็นของศาสนาเทพ พวกเขากล่าวว่าศาสนาของพวกเขาคือศาสนาฮินดู สิ่งนี้ถูกกำหนดไว้ในละครเช่นกัน เป็นเพียงเมื่อพวกเขาลืมสิ่งนี้เท่านั้นที่พ่อมาและก่อตั้งศาสนาเทพ เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่มาและเปลี่ยนลูกจากนายของดินแดนแห่งความทุกข์ไปเป็นนายของดินแดนแห่งความสุข ลูกจะพูดว่าเวลานี้ลูกคือนายของนรก โลกต้องกลับมาตาโมประธาน ทุกคนไม่บริสุทธิ์และเหตุนี้เองพวกเขาจึงไปและกล่าวนมัสเตแก่ผู้ที่บริสุทธิ์ พ่อพูดว่า เวลานี้จงทำตามศรีมัท! มีภาระของบาปอย่างมากมายของหลายชาติเกิดบนศีรษะของลูก มิฉะนั้นลูกจะต้องร้องไห้ออกมาในความทุกข์ พวกเขาเชื่อว่าดวงวิญญาณมีภูมิคุ้มกันต่อผลของการกระทำ แต่ไม่ใช่เลย เป็นดวงวิญญาณผู้ที่สัมผัสกับความสุขและความทุกข์ ไม่มีใครเข้าใจสิ่งนี้ บาบาอธิบายแก่ลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจุดหมายปลายทางนั้นสูงมาก เป็นเพราะลูกไม่มีความสุขลูกจึงทำความพยายามในเวลานี้ ลูกรู้ว่าลูกจะอยู่อย่างมีความสุขมากในยุคทอง ที่นั่นลูกจะไม่รู้ว่าลูกต้องไปยังดินแดนแห่งความทุกข์ ลูกไม่รู้อะไรเลยว่าลูกเข้ามาสู่ความสุขอย่างไรหรือลูกจะใช้ชาติเกิดมากเพียงใด ลูกเข้าใจสิ่งนี้เวลานี้ ดังนั้นใครสูงส่งกว่ากัน? เพราะลูกคือลูกๆ ของพระเจ้า ลูกจึงเต็มไปด้วยความรู้เหมือนพระเจ้าด้วยเช่นกัน เวลานี้ลูกเป็นลูกๆของพระเจ้า แต่ลูกตามลำดับกันไป บางคนซาบซึ้งมากและพวกเขาเชื่อว่าพวกเขาเพียงแต่ทำตามคำแนะนำของบาบาอยู่เรื่อยๆ ลูกทำตามคำแนะนำมากเท่าไร ลูกก็จะกลับมาสูงส่งมากเท่านั้น พ่อนั่งอยู่ที่นี่และบอกลูกๆเป็นการส่วนตัวว่า: ลูกๆ ละทิ้งสำนึกของร่างกาย! กลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ! พ่อคือผู้ประทานความสุขอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่าพ่อให้ความทุกข์ พ่อไม่เคยเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกของท่านมีความทุกข์ ลูกๆ ได้รับความทุกข์จากกิจกรรมที่ผิดของพวกเขา พ่อไม่สามารถทำให้เกิดความทุกข์ พวกเขาพูดว่า: โอพระเจ้า ได้โปรดประทานลูกชายแก่เราเพื่อที่วงศ์ตระกูลของเราสามารถดำรงต่อไป พวกเขามีความรักต่อลูกชายอย่างมาก พวกเขาได้รับความทุกข์จากการกระทำของตนเอง เวลานี้พ่อกำลังทำให้ลูกๆ มีความสุขมาก พ่อพูดว่า: ทำตามศรีมัท ลูกได้รับความทุกข์ด้วยการทำตามคำแนะนำที่เป็นเช่นปีศาจ ลูกๆสัมผัสความทุกข์เมื่อพวกเขาไม่เชื่อฟังคำแนะนำของพ่อ ครู หรือผู้อาวุโสของพวกเขา พวกเขาให้ความทุกข์แก่ตนเอง พวกเขาเป็นของมายา เป็นเวลานี้เท่านั้นที่ลูกได้รับคำแนะนำของพระเจ้า ผลลัพธ์ของการทำตามคำแนะนำของพระเจ้าคงอยู่เป็นเวลา 21 ชาติเกิด และแล้วลูกก็ทำตามคำแนะนำของมายาเป็นเวลาครึ่งวงจร พระเจ้ามาเพียงครั้งเดียวเพื่อให้คำแนะนำแก่ลูก มายาให้คำแนะนำแก่ลูกเป็นเวลาครึ่งวงจร พ่อให้คำแนะนำแก่ลูกเพียงครั้งเดียว ด้วยการทำตามคำแนะนำของมายา ลูกกลับมาอับโชค 100% ผู้ที่เป็นดอกไม้ที่ดีมากอยู่อย่างมีความสุขอย่างสม่ำเสมอด้วยความซาบซึ้งนั้น เป็นสิ่งที่ตามลำดับไป แมลงเม่าบางตัวเป็นของพ่อและเริ่มทำตามศรีมัทของท่าน ลูกๆ ยากจนเท่านั้นที่เขียนบัญชีของพวกเขา ผู้ที่มั่งคั่งนั้นก็กลัวว่าเงินทองของพวกเขาบางทีอาจจะถูกเอาไป เป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับผู้ที่มั่งคั่ง พ่อพูดว่า: พ่อคือพระเจ้าของคนจน การทำทานถูกทำกับผู้ที่ยากจนเสมอ มีตัวอย่างของสุดามาผู้ที่ให้ข้าวหนึ่งกำมือและได้รับปราสาทราชวังเป็นการตอบแทน ลูกนั้นยากจนด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจมี 25 ถึง 50 รูปีซึ่งให้เงินจำนวน 20 ถึง 25 ไพสานั้นแก่บาบา ในขณะที่คนที่มั่งคั่งให้ 50,000 ทั้งสองก็ยังเท่าเทียมกัน เหตุนี้เองชื่อ “พระเจ้าของคนจน” จึงได้รับการจดจำ คนที่มั่งคั่งพูดว่า เราไม่มีเวลา! สิ่งนี้เป็นเพราะพวกเขาไม่มีศรัทธาที่เต็มเปี่ยม ลูกนั้นยากจน คนยากจนกลับมามีความสุขเมื่อพวกเขาได้รับทรัพย์สมบัติ บาบาได้อธิบายว่าผู้ที่ยากจนที่นี่จะกลับมามั่งคั่งที่นั่น และผู้ที่มั่งคั่งที่นี่จะกลับมายากจนที่นั่น หลายคนถามว่า เราควรจะดูแลยักย่ะหรือดูแลครอบครัวของเราดี? บาบาพูดว่า: ดูแลครอบครัวของลูกให้ดี เป็นสิ่งที่ดีที่ลูกยากจนในเวลานี้ หากลูกมั่งคั่ง ลูกจะไม่สามารถประกาศสิทธิ์ในมรดกทั้งหมดของลูกจากพ่อได้ ซันยาสซีจะไม่พูดเช่นนี้ พวกเขาจะนำเงินมาและสร้างทรัพย์สินของตนเอง ชีพบาบาไม่ทำเช่นนี้ ลูกๆ ได้สร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ทั้งหมดฯลฯ เพื่อตัวลูกเอง สิ่งนี้ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของใคร ทั้งหมดนี้เป็นเพียงชั่วคราว เพราะในเวลาสุดท้ายแล้ว ลูกๆทั้งหมดต้องมาและอยู่ที่นี่ อนุสรณ์ของเราอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน ดังนั้นลูกจะมาและพักผ่อนที่นี่ในเวลาสุดท้าย ผู้ที่เชื่อมโยงในโยคะอย่างถูกต้องแม่นยำจะวิ่งมาหาพ่อ พวกเขาจะได้รับความช่วยเหลือด้วยเช่นกัน ลูกได้รับความช่วยเหลืออย่างมากมายจากพ่อ ลูกจะนั่งที่นี่และมองเห็นการทำลายล้าง เช่นที่บาบาให้ความบันเทิงกับลูกๆในตอนเริ่มต้น ดังนั้น ท่านจะเริ่มให้ความบันเทิงกับลูกในเวลาสุดท้ายเช่นกัน ท่านจะให้ความรักอย่างมากมายแก่ลูก นั่นจะเป็นราวกับว่าลูกกำลังนั่งอยู่ในสวรรค์ ลูกจะเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ลูกเข้าใจว่าลูกอยู่บนการจาริกแสวงบุญ การทำลายล้างจะเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น ลูกจะกลับมามีความสุขอย่างมาก เวลานี้เราจะไปและกลายเป็นเจ้าชาย มีดอกไม้นานาพันธุ์ ลูกๆแต่ละคนควรเข้าใจว่าลูกให้กลิ่นหอมของความรู้นี้มากแค่ไหนว่า: ฉันให้คำสอนของความรู้และโยคะแก่ใคร? ผู้ที่ทำสิ่งนี้จะอยู่อย่างมีความสดชื่นแจ่มใสอย่างมากอยู่ภายใน และแล้วบาบารู้ว่าสภาพของผู้นั้นเป็นเช่นไรและเขาสามารถควบไปอย่างเร็วไปในสภาพของเขาได้มากเพียงใด ผู้ที่กลายเป็นแมลงเม่าจะสามารถควบไปได้ พ่ออธิบายว่า: พายุของมายามากมายจะมา ลูกต้องปกป้องตนเองจากพายุเหล่านั้น เวลานี้พ่อสูงสุดดวงวิญญาณสูงสุดมาและสอนราชาโยคะแก่ลูก ดวงวิญญาณสูงสุดมาและอธิบายแก่ลูกๆดวงวิญญาณ ดวงวิญญาณมีความรู้ว่าเขากำลังอธิบายแก่ดวงวิญญาณพี่น้องของเขา เช่นเดียวกับที่พระเจ้าผู้เป็นพ่อกำลังอธิบายแก่เราดวงวิญญาณลูกๆของท่าน ฉัน(บราห์มา)ก็เป็นดวงวิญญาณด้วยเช่นกัน บาบาสอนฉันและแล้วฉันก็สอนดวงวิญญาณอื่น อย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่มีศรัทธาว่าเป็นดวงวิญญาณ ผู้คนจึงคิดว่าตนเองเป็นมนุษย์และอธิบายแก่มนุษย์ ฉัน ดวงวิญญาณสูงสุด กำลังพูดกับลูก ดวงวิญญาณ ลูกถ่ายทอดความรู้นี้ให้กับดวงวิญญาณ หากลูกถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นในขณะที่อยู่ในสำนึกเป็นดวงวิญญาณ ลูกศรจะยิงตรงเป้าทันที หากตัวลูกเองไม่สามารถอยู่อย่างมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณได้ ลูกจะไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ใครก็ตามซึมซับความรู้ได้ จุดหมายปลายทางนี้สูงมาก สิ่งนี้ควรอยู่ในสติปัญญาของลูกว่าลูกกำลังรับฟังผ่านอวัยวะของลูก พ่อพูดว่า: พ่อกำลังพูดคุยกับลูกดวงวิญญาณ (ลูกๆ) คำสั่งของบาบาคือ: กลับมาปราศจากร่าง! ละทิ้งสำนึกที่เป็นร่างและจดจำพ่อ! สิ่งนี้ควรเข้าไปในสติปัญญาของลูก พ่อกำลังพูดกับดวงวิญญาณ ไม่ใช่ร่างกาย แม้ว่าบางคนเป็นผู้หญิง พ่อก็กำลังพูดคุยกับดวงวิญญาณ ลูกๆเข้าใจว่าเวลานี้ลูกเป็นของบาบา อย่างไรก็ตาม สติปัญญายังคงทำงานในลักษณะที่ละเอียดอ่อนมากต่อไป ฉันเป็นดวงวิญญาณและฉันกำลังอธิบายแก่ดวงวิญญาณของผู้นี้ ผู้นี้เป็นพี่น้องของฉันและฉันต้องชี้หนทางให้กับเขา ดวงวิญญาณเข้าใจสิ่งนี้ เมื่อลูกเข้าใจสิ่งนี้เท่านั้นที่ลูกศรจะยิงตรงเป้า เมื่อลูกพูดความรู้นี้ในขณะที่มองดูร่างกายของผู้นั้น ดวงวิญญาณนั้นไม่ได้ฟัง ก่อนอื่นจงเตือนพวกเขาว่าลูกกำลังพูดกับดวงวิญญาณ ดวงวิญญาณไม่ถูกกล่าวว่าเป็นชายหรือหญิง ดวงวิญญาณอยู่เหนือสิ่งนั้น ร่างกายนั้นกล่าวได้ว่าเป็นชายหรือหญิง เช่นที่บราห์มาและสรัสวตีนั้นถูกกล่าวว่าเป็นชายและหญิง ชีพบาบาไม่สามารถถูกเรียกว่าเป็นชายหรือหญิง พ่ออธิบายแก่ดวงวิญญาณ จุดหมายปลายทางนั้นสูงมาก ประเด็นนี้แข็งแกร่งมาก ดวงวิญญาณต้องได้รับการฉีดยา แล้วเมื่อนั้นที่สำนึกที่เป็นร่างจะสามารถถูกตัดออกไป มิฉะนั้นจะไม่มีกลิ่นหอมหรือพละกำลังใดๆ นี่เป็นสิ่งที่เล็กน้อยมาก ฉันกำลังพูดคุยกับดวงวิญญาณ พ่อพูดว่า: ลูกต้องกลับบ้าน ดังนั้นจงกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ! มานมานะบาฟ! และแล้วลูกจะกลับมา “มาเดียจิบาฟ” โดยอัตโนมัติ เวลานี้ลูกได้รับสติปัญญาที่ละเอียดอ่อนมาก ตื่นในเวลาเช้าตรู่ และนั่งไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้นี้ ระหว่างวันลูกต้องทำงานรับใช้เพราะลูกคือคาร์มาโยคี มีการเขียนไว้ว่า: จงกลายเป็นผู้เอาชนะการหลับนอน ตื่นในตอนกลางคืนและหารายได้ ในช่วงระหว่างวันมีการขยายตัวของมายาอย่างมาก บรรยากาศในเวลาอมฤตนั้นดีมาก ไม่มีลูกคนใดเขียนหาบาบาว่าลูกตื่นขึ้นในเวลาใดและไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้ สิ่งนี้ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพราะลูกกำลังกลายเป็นนายของโลก ที่นี่ลูกคือนายของสิ่งที่มีขีดจำกัด มีการทะเลาะเบาะแว้งมากมายเกี่ยวกับเขตแดนของน่านน้ำฯลฯ มีความเป็นศัตรูมากมายเนื่องจากสิ่งนั้น พวกเขาไม่คิดว่าตนเองเป็นพี่น้องกัน พวกเขาเพียงแค่พูดเพื่อบอกว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว พวกเขาทั้งหมดไม่สามารถเป็นหนึ่งเดียวกันได้ มีดวงวิญญาณมากมายและแต่ละคนมีบทบาทของตนเอง ลูกกำลังนั่งอยู่ที่นี่ ลูกเคยกำลังนั่งที่นี่ในวงจรก่อนหน้านี้เช่นกัน ใบไม้สั่นไหวตามละคร ไม่ใช่ว่าพระเจ้าทำให้ใบไม้ทุกใบสั่นไหว เข้าใจสิ่งเหล่านี้และแล้วอธิบายให้แก่ผู้อื่น ลูกแต่ละคนสามารถเข้าใจว่าลูกกลายเป็นแมลงเม่าหรือไม่ ลูกกำลังทำตามคำแนะนำของบาบาหรือไม่ ลูกกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ไร้สาระหรือไม่ หรือลูกใช้เงินของลูกเพื่อทำบาปหรือไม่ อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณและพูดคุยกับดวงวิญญาณ ลูกจะสามารถซึมซับทุกสิ่งได้เป็นอย่างดีเมื่อลูกรับฟังและถ่ายทอดความรู้นี้ในสภาพของจิตสำนึกเป็นดวงวิญญาณ

2. กลายเป็นผู้เอาชนะการหลับนอนและหารายได้ด้วยการตื่นในเวลากลางคืน ไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้นี้ อย่าเสียเวลาของลูกไปกับเรื่องที่ไร้ประโยชน์

พร:
ขอให้ลูกเผาบาปของลูกและสันสการ์ของธรรมชาติที่ทาโมกุนิของลูกด้วยทาปาเซียของลูกและถูกมองว่าเป็นตัวของทาปาเซีย

ขณะที่งานของการหล่อเลี้ยงของพระเจ้ากำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ ในทำนองเดียวกัน ในช่วงเวลาสุดท้าย งานในการเผาบาปของลูกและสันสการ์ที่ทาโมกุนิของลูกและคุณสมบัติที่ทาโมกุนิของวัตถุธาตุได้เกิดขึ้นด้วยทาปาเซียของลูก สำหรับสิ่งนี้ จงมั่นคงบนที่นั่งของสภาพที่มั่นคงและสม่ำเสมอ และเปิดเผยรูปทาปาสวีของลูก ให้ละทิ้งจิตสำนึกที่เป็นร่างของลูกและทาปาเซียของการมีสำนึกดวงวิญญาณปรากฏในทุกอวัยวะของร่างกายของลูกในทางปฏิบัติ

คติพจน์:
เพื่อที่จะปลอดภัยจากความขัดแย้งใดๆของสันสการ์ ให้รักษาสมดุลของการเป็นเด็กและเป็นนาย

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: คงอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใส มีธรรมชาติที่ง่ายดาย และอดทนอย่างสม่ำเสมอ

พ่อถูกเรียกว่าเจ้าผู้ไร้เดียงสา แต่ท่านไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดที่ท่านไม่สามารถต่อต้านสิ่งใดได้ นอกจากจะเป็นเจ้าผู้ไร้เดียงสาแล้ว ท่านยังเป็นผู้ทรงอำนาจด้วยเช่นกัน ลูกเองต้องไม่ควรลืมรูปของพลังของลูกและจงกลายเป็นผู้ไร้เดียงสาอย่างแท้จริง มิฉะนั้น ลูกจะถูกยิงจากลูกธนูของมายา จงกลายเป็นรูปของพลังเช่นนั้นที่มายาก้มหัวและคารวะลูกก่อนที่จะต่อต้านลูก อยู่อย่างระมัดระวังและตื่นตัวอย่างมาก